ประเด็นเด็ดไทยลีก ก่อนพักเบรกลุยคิงส์คัพ 2019

6e7241c6b3eee0e5586ed8ee25627e33.jpg

ประเด็นเด็ดไทยลีก ก่อนพักเบรกลุยคิงส์คัพ 2019

ศึกโตโยต้า ไทยลีก เพิ่งลงสนามแข่งขันนัดที่ 13 ไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะพักเบรกให้กับทีมชาติไทยในช่วงฟีฟ่าเดย์ สู้ศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ 2019 ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 แต่ก่อนจะเบรกไทยลีกยาวๆ จะมีประเด็นเด็ดอะไรให้ติดตามกันบ้างนั้น ไปเช็คกันเลยจ้า

บุรีรัมย์ แพ้เป็นแล้ว

บุรีรัมย์ พ่าย ชัยนาท

Photo : BURIRAM UNITED

เกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเอาแฟนบอลปราสาทสายฟ้า ช็อคกันไปถ้วนหน้า หลังจากทีมรัก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปแพ้จอมล้มยักษ์อย่าง ชัยนาท ฮอร์นบิล ด้วยสกอร์ 2-1 ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ไม่แพ้ใครเลยในฤดูกาล 2019 ในศึกไทยลีก ถูกหยุดสถิติลงไปเรียบร้อยแล้ว และร่วงลงมารั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน ตามหลังจ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่าอยู่ 2 นัด

กิเลนผยอง คว้าสามแต้มหนีบ๊วย

ธีรศิลป์ แดงดา

Photo : muangthong united fc.

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เกมล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-0 เป็นการปลดล็อคเก็บชัยชนะได้สำเร็จในรอบ 9 นัด จากชัยชนะในเกมดังกล่าว ทำให้ทัพกิเลนผยอง ขยับจากอันดับสุดท้ายขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 15 แทน แต่คะแนนก็เท่ากับ สุพรรณบุรีฯ อันดับ สุดท้าย เพียงแต่มีลูกได้เสียดีกว่าเท่านั้นเอง

 

สองกุนซือประกาสอำลาทีม

โค้ชอั๋น โค้ชโบ้

Photo : สมุทรปราการซิตี้ SPC, Chonburi Football Club

ในสัปดาห์นี้เล่นเอาแฟนบอลงงกันถ้วนหน้า หลังจากที่ “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ ได้ประกาศลาออกจากการเป็นกุนซือของ สมุทรปราการ ซิตี้  ทั้งที่ในเกมล่าสุดพาทีมเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไป 2-0 ซึ่งก็ไม่มีการแถลงข่าวใดๆจากทางสโมสร ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ส่วนกุนซืออีกรายที่เพิ่งอำลาตำแหน่งคือ “โค้ชโบ้” จักรพันธ์ ปั่นปี  กุนซือวัย 40 ปี ที่เพิ่งประกาศลาออกจากการทำหน้าที่กุนซือที่ ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 10 หลังพาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักในซีซั่นนี้ ซึ่งทางด้าน “โค้ชโบ้” ก็เผยแล้วว่าตนไม่สามารถพาทีมทำผลงานได้ตามเป้าที่วางไว้ จึงควรจะเปิดโอกาสให้สโมสรได้หาโค้ชที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน

ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมล้มยักษ์

ชัยนาท ฮอร์นบิล จอมล้มยักษ์

Photo : BURIRAM UNITED

เกมที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขาดูเป็นรองพอสมควรถึงแม้จะเล่นในบ้าน แต่ทัพนกใหญ่พิฆาต ก็สร้างเซอร์ไพรส์ เมื่อสามารถเอาชนะแชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุดได้ด้วยสกอร์ 2-1 พวกเขากลายเป็นทีมล้มยักษ์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ เปิดบ้านเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไป 3-0 และเอาชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-1

 

ตารางคะแนนหลังสิ้นสุดนัดที่ 13 

หลังเกม ACL 2019 “สายฟ้า” 1-3 “ปักกิ่ง”

ถึงแม้ผลที่ออกมาจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงก่อนเริ่มเกมแต่โดยรวมสำหรับเกมนี้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่วนทีมเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมจ่าฝูงของศึกไชนิส ซุปเปอร์ลีกล่าสุด สามารถบุกมาทำผลงานได้อย่างดุดัน และวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นหลังเกมนี้กันซึ่งจะมีเรื่องราวอะไรบ้างมาดูกันเลย

ถึงแม้ผลที่ออกมาจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงก่อนเริ่มเกมแต่โดยรวมสำหรับเกมนี้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่วนทีมเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมจ่าฝูงของศึกไชนิส ซุปเปอร์ลีกล่าสุด สามารถบุกมาทำผลงานได้อย่างดุดัน และวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นหลังเกมนี้กันซึ่งจะมีเรื่องราวอะไรบ้างมาดูกันเลย

กลุ่มจี โอกาสเข้ารอบยังเท่ากัน !

เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มแห่งความตายจริงๆ (กรุ๊ป ออฟ เดธ) สำหรับ กลุ่มจี ที่ประกอบด้วย 
ชนบุค ฮุนได มอร์เตอร์ส  (เกาหลีใต้) , อูราวะ เรด ไดม่อนส์ (ญี่ปุ่น) , ปักกิ่ง กั๋วอัน (จีน) และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทย) โดยทีมทั้ง 4 จากแต่ละประเทศถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอๆ กันทั้งหมด หลังผ่านไป 3 นัดแรก คะแนนถือว่ายังไม่ห่างมากนัก โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือรอบน็อคเอาท์ ซึ่งอย่าลืมว่าปีก่อน บุรีรัมย์ฯ ก็อยู่ในกลุ่มที่ยากไม่แพ้กัน ก่อนจะรวบรวมพลังใจและพลังกายฝ่าฟันอุปสรรค์จนสามารถเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้ และปีนี้เราต้องเอาใจช่วยให้ตัวแทนหนึ่งเดียวของประเทศไทยลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ในอีก 3 นัดที่เหลือหลังจากนี้

“ศุภณัฏฐ์” สร้างสถิติใหม่ !

CR : เพจ BURIRAM UNITED

หลังจากเคยสร้างสถิติใหม่เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในศึก โตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 17 เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 61 เกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดรังถล่ม แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล 5-0 ทำให้เจ้าตัวจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวัย 15 ปี 9 เดือน 25 วัน ก่อนที่ล่าสุดจะมาทำสถิติใหม่ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 เกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดรังพ่าย ปักกิ่ง กั๋วอัน 1-3 เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 62 ด้วยวัย 16 ปี 8 เดือน 7 วัน ทำให้ทำลายสถิติเดิมของ ทากาชิ อูซามิ ดาวยิงทีมชาติญี่ปุ่นที่เคยยิงให้ กัมบะ โอซาก้า ในเกมแพ้ เอฟซี โซล 1-2 เมื่อปี 2009 ด้วยวัย 17 ปี 14 วัน

“ปักกิ่ง กั๋วอัน” แกร่งจริง !

CR : เพจ Thairath

ทีมเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ดีกรีทีมแชมป์ไชนิส เอฟเอ คัพ 2018 ที่คุมทีมโดย โรเจอร์ ชมิดท์ กุนซือชาวเยอรมนี ที่อดีตเคยคุม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมในศึกบุนเดสลีก้ามาแล้ว พร้อมผนึกกำลังผู้เล่นตัวเก๋ามากประสบการณ์ทั้ง ยู่ ต๋าเป่า , เรนาโต้ ออร์กุสโต้ , โจนาธาน วิเอร่า หรือแม้กระทั่ง เซดริก บาคัมบู ดาวยิงที่ซัดแฮตทริกในเกมนี้ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาสามารถเล่นได้ดุดันมากๆ ในเรื่องของเกมรุก หาจังหวะจบสกอร์ได้แทบทุกวินาที โดยผลงานในลีกของพวกเขาเป็นจ่าฝูงของศึกไชนิส ซุปเปอร์ ลีก 2019 แข่ง 4 นัด ชนะรวด เก็บ 12 คะแนนเต็ม ยิงได้ 9 ประตูยังไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ถือเป็นคู่แข่งที่ บุรีรัมย์ฯ จะต้องเจออีกครั้งในการบุกเยือนในนัดหน้าด้วย (ACL รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4)

“สายฟ้า” ทีมยังไม่เต็มร้อย!

CR : เพจ BURIRAM UNITED

ปัญหาเรื่องที่ทีมขาด ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ยังเป็นเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ต่อไปว่าเมื่อไหร่ทีมจะกลับมามีมิติในเกมรุกเหมือนดั่งวันเก่าๆ ที่มี ดิโอโก้ คอยขับเคลื่อนเกมทั้งการยิงประตูได้เอง หรือแม้แต่การวิ่งดึงตัวประกบทีมคู่แข่งเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมบุรีรัมย์ เข้าหาจังหวะจบสกอร์ ส่วนปีนี้เมื่อวันเวลาผ่านไป สถานการณ์ก็ยังคงออกมาแบบเดิมๆ เมื่อเกมรุกของ บุรีรัมย์ฯ ที่มีตอนนี้ยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างกันไปอันนี้พอเข้าใจได้ แต่ถ้ายังช้าและสายไป กลัวว่าสถานการณ์ต่อจากนี้จะยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นได้ ส่วนการขาด ฮาจิเมะ โฮโซไก ห้องเครื่องจอมเก๋าดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น ที่ทีมไม่ได้ส่งชื่อลงเล่น ACL รอบแบ่งกลุ่มปีนี้ ก็มีผลต่อทีมไม่มากก็น้อย เพราะเกมแดนกลางยามที่มีเจ้าตัวคอยบัญชาเกมดูไหลลื่นมากกว่า ยามที่ทีมไม่มีเจ้าตัวเสียอีก ซึ่งอย่าลืมว่าเกมระดับถ้วยสโมสรเอเชีย ยิ่งมีนักเตะที่มีประสบการณ์มากแค่ไหน ทีมนั้นๆ ก็จะได้เปรียบทีมคู่แข่งมากขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับโปรแกรมแข่งนัดต่อไปของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน (จีน) ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยส์ ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม สายจี นัดที่ 4 วันที่ 24 เม.ย. 62 เวลา 19.00 น. ณ สนามวอร์คเกอร์ส สเตเดี้ยม , ปักกิ่ง ประเทศจีน ถ่ายทอดสดทาง Bugaboo TV

11 นักเตะยอดเยี่ยม ไทยลีก ประจำสัปดาห์ที่ 3 (ฤดูกาล 2019)

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 3 ฤดูกาล 2019

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 นัดที่สาม ลงสนามกันไปเรียบร้อยแล้ว ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สองทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็เก็บชัยได้เป็นนัดแรกทั้งสองทีม นักเตะหลายรายยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ 11 นักเตะที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ที่ ball2step ได้เลือกจะมีใครบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

ดัง วานลัม

Photo : Muangthong United FC.

ดัง วาน ลัม  : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 8

ถึงแม้ในช่วงครึ่งแรกของเกมจะอึดอัดพอสมควร ทางด้านทีมเยือน พยายามโจมตีกลับอยู่หลายจังหวะ แต่โชคดีที่ได้ ดัง วาน ลัม ช่วยเซฟไว้ได้หลายครั้ง รวมไปถึงการออกมาตัดบอลที่อ่านขาด หากรักษาผลงานแบบนี้ไปได้ทุกนัด เชื่อว่าเมืองทองจะขยับมาโซนลุ้นแชมป์ได้ไม่ยากแน่นอน

กองหลัง

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

Photo :  BURIRAM UNITED

ศศลักษณ์ ไหประโคน : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

เกมนี้ดาวรุ่งจากทัพช้างศึกโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฝั่งซ้าย ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเติมเกมรุก หรือการหาโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมขึ้นไปทำประตู ศศลักษณ์ มีความโดดเด่นมากๆ วิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกม สร้างความปั่นป่วนให้กับประจวบได้เยอะมากๆ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยในนัดนี้

สุพรรณ ทองสงค์  : สุพรรณบุรี เอฟซี คะแนน 7

เกมนี้ สุพรรณ คอยคุมแดนหลังได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่ทีมต้องขาด แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส ที่ได้รับบาดเจ็บไปตั้งแต่ต้นเกม แต่แนวรับทีมชาติไทยช่วยป้องกันไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะไม่สามารถเก็บสามแต้มได้ แต่ก็ได้ 1 แต้มสุดล้ำค่ามากจากรังสุโขทัย สำเร็จ

วิคเตอร์ คาโดโซ่  : พีทีที ระยอง คะแนน 7

ชัยชนะเกมแรกของทีมน้องใหม่ เป็น พีทีที ระยอง ที่ทำได้ การเจอกับสมุทรปราการ ซิตี้ ที่เปิดหัวไทยลีกได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นไม่ใช่งานง่ายเลย แต่แนวรับชาวบราซิลของ พีทีที ระยอง นั้นทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ทีมเก็บสามแต้มแรกบนเวทีสูงสุดได้สำเร็จ

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าสามแต้มในเกมนี้ นฤบดินทร์ คนเดิมเริ่มกลับมาให้แฟนบอลได้อุ่นใจ คอยทำเกมรุกทางฝั่งขวาได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนเกมรับก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มได้สำเร็จ

กองกลาง

Photo : การท่าเรือ เอฟซี Port FC

อมาดู อ็อตตาร่า  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 8

เกมนี้โดดเด่นมากๆ สำหรับแข้งรายนี้ นอกจากคอยปั่นป่วนแนวรับของ ราชบุรี ได้หลายครั้งแล้ว ยังเป็นคนทำประตูขึ่้นนำให้กับทีมอีกด้วย นอกจากนี้ยังแอสซิสต์ให้กับ อัสซัมเซา มีส่วนกับเกมนี้ และเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ทีมเก็บชัยเหนือ ราชบุรีฯ

สุมัญญา ปุริสาย  : การท่าเรือ เอฟซี คะแนน 7

กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนสิงห์เจ้าท่าไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ สุมัญญา เพราะนอกจากสไตล์การเล่นที่ทุ่มเทแล้ว เขายังจ่ายบอลแบบฉลาดทำให้เกมลื่นไหล ก่อนที่จะช่วยให้ทีมคว้าสามแต้มได้อีกนัด ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว

สุภโชค สารชาติ : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

เปิดฤดูกาล 2019 มา สุภโชค ซัดไปแล้วถึง 3 ประตู รั้งดาวซัลโวร่วมอยู่ในขณะนี้ เกมล่าสุดเขาถูกส่งลงมาในสนามในฐานะตัวสำรอง แต่หลังจากที่ลงมาทำให้เกมเปลี่ยนแปลงไปชัดเจน ซัดประตูปิดกล่อง พาทัพปราสาทสายฟ้าเก็บสามแต้มแรกในฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

กองหน้า

Photo : True Bangkok United

เลอันโดร อัสซัมเซา  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

เป็นอีกคนสำคัญของนครราชสีมา ถึงแม้จะไม่ได้โดดเด่นมากที่สุดในทีม แต่อัสซัมเซา เป็นนักเตะที่พึ่งได้เสมอ เกมนี้คอยปั่นป่วนแนวรับของ ราชบุรี หลายครั้ง พร้อมประสานงานกับแนวรุกของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ นครราชสีมา เอาชนะ ราชบุรี ไป 3-2

เนลสัน โบนีญ่า : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 7

ในยามที่ทัพแข้งเทพ ต้องการเพียงแค่ประตูเพื่อสามแต้ม โบนีญ่า จะเป็นคำตอบให้ได้เสมอ เกมที่บุกไปชนะ ตราด เอฟซี 1-0 ค่อนข้างเป็นเกมที่อึดอัดพอสมควร แต่แข้งรายนี้ก็สามารถจบสกอร์ช่วยทีมคว้าสามแต้ม ล่าแชมป์ฤดูกาล 2019 ต่อไปได้สำเร็จ

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส  : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 8

เดอะแบกของทัพกิเลนผยอง ยังเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอ เกมนี้นอกจากแอสซิสต์ให้กับ ธีรศิลป์ ทำประตูแล้ว ยังซัดจุดโทษช่วยทีมเอาชนะ เชียงใหม่ เอฟซี พร้อมเก็บสามแต้มแรกในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 1 (ฤดูกาล 2019)

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 1 ฤดูกาล 2019

:: UFACASH :: ฝาก-ถอน โคตรไว ใน 2 นาที ::
สมัคร UFABET โดยตรงที่นี่ 
https://goo.gl/YaJ5bS

ศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ลงสนามฟาดแข้งกันไปเรียบร้อยแล้ว ในปีนี้ยังการันตีความมันส์เหมือนเดิม เพราะแค่นัดแรกก็มีการซัดแฮตทริกกันเกิดขึ้นแล้ว แฟนบอลไทยหลายคนรอเชียร์รอชมกันอยู่ก็หายคิดถึงกันไปบ้าง ส่วนในสัปดาห์แรก จะมีนักเตะคนไหนที่ิติดโผ 11 ผู้เล่นฟอร์มดีของเราบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

แซมมวล ป_ คันนิงแฮม

Photo : Nakhonratchasima FC

แซมมวล ป. คันนิงแฮม  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

หลังจากที่พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ปีนี้ผู้รักษาประตูลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ก็ยังคงรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้  ถึงแม้ในเกมการแข่งขันจะโดนผู้เล่นจาก พีทีที ระยอง พยายามทำประตูใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รักษาประตูรายนี้ก็สามารถเซฟไว้ได้ทั้งหมด พร้อมรักษาคลีนชีตในนัดแรกไปได้อย่างสวยงาม

กองหลัง

ทริสตอง โด

Photo :  True Bangkok United

ทริสตอง โด : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 7

ยังคงรักษาฟอร์มไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับแข้งลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส รายนี้ เกมนี้ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญอีกรายของแบงค็อก ที่คอยวิ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม พร้อมซัด 1 ประตูช่วยให้ทีมเก็บ 1 แต้มไว้ได้ในเกมบุกไปเยือนสุโขทัย

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7.5

กองหลังดีกรีทีมชาติไทยรายนี้ อาจจะดูไม่โดดเด่นมากนักในสนาม แต่ก็คุมเกมได้เป็นอย่างดีคอยเก็บกวาดบอลได้หลายครั้ง ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มแรกได้อย่างสำเร็จ

นัสตพล มาลาพันธ์  : พีที ประจวบ เอฟซี คะแนน 7

ช่วยเกมรับ ประจวบ ได้หลายครั้งมาก มีความโดดเด่นมากๆเมื่อบอลอยู่กับเท้า สกัดเกมรุกของเมืองทองได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสกัดบอล คอยกดดันแนวรุกของเมืองทอง ก่อนจะช่วยทีมเก็บชัยชนะนัดแรกได้

ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 7

เกมนี้ ศาสนพงษ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทำได้ดีทั้งในเรื่องของเกมรุกและเกมรับ นอกจากนี้ยังสร้างความอันตรายใหกับ ตราด เอฟซี ได้หลายครั้งเลยทีเดียว ถือเป็นอีกเกมที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัว พร้อมช่วยทีมเก็บสามแต้มไว้ได้สำเร็จ

กองกลาง

สุภโชค สารชาติ

Photo : BURIRAM UNITED

จอห์น บาจโจ้  : สุโขทัย เอฟซี คะแนน 7.5

แข้งรางจิ๋วยังคงเป็นกำลังสำคัญของ สุโขทัย เอฟซี พร้อมยังมีความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม มีบทบาทกับเกมรุกของทีมได้เป็นอย่างดี พร้อมหาโอกาสสร้างสรรค์ประตูได้อย่างต่อเนื่อง สุโขทัย เอฟซี จะขาด จอห์น บาจโจ้ ไม่ได้เลย 1 คะแนนล้ำค่าที่ได้มา ต้องชื่นชมแข้งรายนี้

สุภโชค สารชาติ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

เป็นอีกเกมที่ฟอร์มของเขาน่าประทับใจซะเหลือเกิน โดยเกมนี้ สุภโชค จัดการซัดคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมเก็บหนึ่งแต้มในรังไว้ได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังคอยสร้างสรรค์เกมรุกได้หลายครั้ง จากฟอร์มในนัดแรกแสดงให้เห็นแล้วว่า สุภโชค จะกลับมาเป็นกำลังหลักของปราสาทสายฟ้าในฤดูกาล 2019 นี้ได้อย่างแน่นอน

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7.5

กลายเป็นนักเตะหลักอย่างเต็มตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกองหน้ารายนี้ เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีดีแค่ไหน ในฤดูกาลที่ผ่านมา วรชิต กลายเป็นนักเตะไทยที่ทำประตูได้เยอะที่สุด ส่วนผลงานในนัดแรกนอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในประตูที่สอง หากรักษามาตรฐานแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ ชลบุรี จะเป็นอีกทีมที่ลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน

สตีเว่น ล็องชิล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 8

เป็นนักเตะของ ราชบุรี ที่ฟอร์มดีไม่แพ้ผู้สังหารประตูเลยในเกมนี้ เพราะ สตีเวน ล็องชิล ก็ทำผลงานได้โดดเด่นเช่นกันพร้อมทั้งมีส่วนร่วมกับสองประตูที่เกิดขึ้นอีกด้วย

กองหน้า

ยานนิค โบลี

Photo : Ratchaburi Mitr Phol FC

ยานนิค โบลี : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 8

เพิ่งย้ายมาค้าแข้งในไทยลีกเป็นฤดูกาลแรก ก็สร้างชื่อจนกลายเป็นนักเตะที่หลายคนรู้จักทันที โดยเกมนี้ โบลี สวมบทฮีโร่ จัดการซัด 3 ประตู ช่วยให้ ราชบุรี มิตรผล ที่ตามหลังอยู่เก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ เป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นมากๆ นอกจากนี้ยังจารึกชื่อเป็นผู้เล่นรายที่ 6 ที่สามารถซัดแฮตทริก ได้ตั้งแต่นัดแรกเรียบร้อยแล้ว

 เลอันโดร อัสซัมเซา : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7.5

ยังเป็นฮีโร่ของ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี สำหรับ เลอันโดร อัสซัมเซา เพราะล่าสุดเขาจัดการซัดประตูช่วงท้ายเกม ช่วยให้ นครราชสีมา เก็บสามแต้มไว้ได้ ถือเป็นนักเตะที่ทีมพึ่งได้ในยามสถานการณ์คับขันเสมอ

ส่องขุมกำลัง 16 ทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019

ส่องความพร้อมเหล่า 16 ยอดทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019
พวกเขามีขุมกำลังดีแค่ไหน ? เสริมใครมาบ้าง ? เป้าหมายอย่างไร
ติดตามได้ที่นี่

#1 ราชบุรี มิตรผล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

______________________________________________________________________________

#2 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#3 พีทีที ระยอง

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีทีที ระยอง

______________________________________________________________________________

#4 พีที ประจวบ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีที ประจวบ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#5 เชียงใหม่ เอฟซี

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : เชียงใหม่ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#6 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#7 สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุพรรณบุรี เอฟซี
______________________________________________________________________________

#8 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

______________________________________________________________________________


#9 การท่าเรือ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : การท่าเรือ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#10 ตราด เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีมโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ตราด เอฟซี

______________________________________________________________________________

#11 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#12 สุโขทัย เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุโขทัย เอฟซี

______________________________________________________________________________

#13 สมุทรปราการ ซิตี้

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สมุทรปราการ ซิตี้

______________________________________________________________________________

#14 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#15 ชัยนาท ฮอร์นบิล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชัยนาท ฮอร์นบิล

______________________________________________________________________________

#16 ชลบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชลบุรี เอฟซี

______________________________________________________________________________

เสื้อแข่ง ชุดแข่งใหม่ สโมสรในไทยลีก 2019

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย ในแต่ละทีมก็ได้เตรียมการเพื่อจะทำการแข่งขันในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ก็แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของ ยูนิฟอร์มเสื้อแข่งของแต่ละทีม ทางทีมงาน ได้รวบรวมเสื้อแข่ง ชุดแข่ง ของแต่ละทีม พร้อมกับราคา มาให้ได้ชมกันอีกด้วย

TrueID-Sports_Thai-League-2019_Jersey_1.png

____________________________________________________________________________________________

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

โดยเสื้อแข่งใหม่ปี 2019 เสื้อเหย้าคอนเซ็ปท์เป็นผ้าไหมหางกระรอก จะมีลายผ้าหางกระรอก และผ้าจะเป็นแบบเหลื่อมๆ กัน อย่างคอเป็นเหมือนเสื้อพระราชทาน ซึ่งเราต้องการที่จะแสดงความเป็นไทยออกมาผ่านทางเสื้อในปีนี้

เสื้อเยือนเป็นสีขาว โดยลวดลายสีฟ้า คล้ายลายผ้าขาวม้าทอมือ ส่วนคอปกเสื้อนั้นจะเป็นแบบเดียวกับเสื้อเหย้า

ราคา

 

ราคาป้าย : 690 บาท

ราคาในเมกาสโตร์ : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

สุโขทัย เอฟซี

ทัพค้างคาวไฟ คลอดเสื้อแข่งชุดเหย้าออกมาแล้ว โดยใช้สีหลักเป็นสีส้มตัดกับลวดลาย บริเวณหัวไหล่เสื้อดำ พร้อมกับโลโก้สปอร์นเซอร์ต่างๆ ที่เป็นสีขาว ตัดกันทำให้ดูสวยแบบเรียบหรู ตามมาด้วยเสื้อเหยือนสีเหลือง เสื้อผู้รักประตูสีม่วง และ สีชมพู

โดยเริ่มเปิดจำหน่ายแล้ว ในวันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม 2561 นี้ ณ ช็อปสโมสรสุโขทัย เอฟซี ตั้งเเต่เวลา 10.00 – 16.00 น.

ราคา : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

ตราด เอฟซี

ทัพ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” เปิดตัวชุดแข่งที่จะใช้การแข่งขันในรายการโตโยต้า ไทยลีก 2019 เป็นที่เรียบร้อย โดยมีแกรนสปอร์ต เป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันให้ โดยใช้เป็นสีแดง, สีน้ำเงิน, สีแดงสลับขาว โดยกราฟฟิกที่ใช้เปรียบเสมือน คลื่นที่เกิดจากลูกคลื่นเล็ก จนกลายเป็นลูกใหญ่ เหมือนการเติบโตขึ้นสู่ความสำเร็จ และใส่โลโก้ครบรอบก่อตั้งสโมสร 7 ปี ไว้ที่บริเวณชายเสื้อด้วย

ราคา : 690 บาท

____________________________________________________________________________________________

 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

โดยในฤดูกาล 2019 นี้ทาง ARI ได้นำลูกเล่นใหม่ๆมาผสมผสานกับเทคโนโลยี ที่ถือเป็นเอกลักษณ์หลักมาใส่ไว้ในเสื้ออย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมการทอผ้า แบบ “PERFORMAFLOW” ที่ทำให้ตัวเนื้อผ้าให้มีการระบายอากาศได้ดีเวลาสวม ใส่รวมเข้ากับเทคโนโลยีผ้า “ARI HEXAGON MESH” ในส่วนของข้างลำตัว เป็น ผ้าทอลายพิเศษที่ถูกออกแบบให้ มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการระบายอากาศได้ แบบ High Breathability รวมกับการตัดเย็บด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่ทำให้เข้า กับรูปทรงกับผู้สวมใส่มากยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหวบนสนาม และยังคงมีคุณสมบัติ ANTI-BACTERIAL ช่วยลดกลิ่นอับ ขณะสวมใส่ นอกจากจะ ใส่เล่นฟุตบอลในสนามแล้วยังสามารถสวมใส่และดูดียามอยู่นอกสนามได้อีกด้วย

ส่วนในตัวของ REPLICA (เกรดแฟนบอล) ใช้เนื้อผ้า “PRESTO” ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของทาง ARI ที่เน้นคุณภาพและการตัดเย็บให้สวมใส่สบาย สามารถใส่ทำ กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือจะใส่ไปเชียร์ทีมรักที่สนามได้เช่นกัน

เกรดแฟนบอลราคา : 790 บาท

เกรดเพลย์เยอร์ราคา : 1,190 บาท

ชุดเหย้า ยังคงใช้สีแดง-ดำ มาพร้อม กับคอนเซปต์ “The Time is Now เรามาแน่” โดยลวดลายของชุดแข่งขันได้รับแรง บันดาลใจมาจากธงหมากรุก ซึ่งหมายถึงการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน หลังจากรอ คอยมาอย่างยาวนาน ปีนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หวังจะคว้าแชมป์ให้ได้

ชุดเยือนสีขาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (นับจากเปลี่ยนชื่อจาก สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ชุดเยือนจึงได้ ถูกออกแบบมาให้มีสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ดูให้โดดเด่นบนตัวเสื้อสีขาว และแฝงด้วยลูกเล่นที่เป็นเส้นสีเทาที่พุ่งขึ้นด้านบน ที่สื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งเรื่อง ผลงานและภาพลักษณ์ของทีม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทรนด์แฟชั่นก้าวเข้ามามีบทบาทกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ชุด 3rd จึง ถูกดีไซน์ออกมาในรูปเป็นการ MIX & MATCH ด้วยคู่สีที่ทันสมัย โดยยึดสีหลักคือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสีหลักของสโมสรมาจับคู่เข้ากับสีเขียวสะท้อนแสงที่มีสีสัน สะดุดตา เพื่อเปลี่ยนโฉมของชุดการแข่งขันที่ 3 ให้ดูโดดเด่นสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น

ชุดเหย้า ยังคงใช้สีแดง-ดำ มาพร้อม กับคอนเซปต์ “The Time is Now เรามาแน่” โดยลวดลายของชุดแข่งขันได้รับแรง บันดาลใจมาจากธงหมากรุก ซึ่งหมายถึงการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน หลังจากรอ คอยมาอย่างยาวนาน ปีนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หวังจะคว้าแชมป์ให้ได้

ชุดเยือนสีขาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (นับจากเปลี่ยนชื่อจาก สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ชุดเยือนจึงได้ ถูกออกแบบมาให้มีสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ดูให้โดดเด่นบนตัวเสื้อสีขาว และแฝงด้วยลูกเล่นที่เป็นเส้นสีเทาที่พุ่งขึ้นด้านบน ที่สื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งเรื่อง ผลงานและภาพลักษณ์ของทีม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทรนด์แฟชั่นก้าวเข้ามามีบทบาทกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ชุด 3rd จึง ถูกดีไซน์ออกมาในรูปเป็นการ MIX & MATCH ด้วยคู่สีที่ทันสมัย โดยยึดสีหลักคือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสีหลักของสโมสรมาจับคู่เข้ากับสีเขียวสะท้อนแสงที่มีสีสัน สะดุดตา เพื่อเปลี่ยนโฉมของชุดการแข่งขันที่ 3 ให้ดูโดดเด่นสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น

____________________________________________________________________________________________

เชียงใหม่ เอฟซี

ธีมของเสื้อในปีนี้ มีแรงบรรดาลใจจาก การต่อสู้ของทีมที่ฝ่าฟันจากระดับภูมิภาค จนขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีลวดลายของผังเมืองเชียงใหม่ลงบนเนื้อผ้า ซึ่งตำแหน่งของคูเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ ยังถูกจัดวางให้ตรงกับโลโก้เสือ และ ตรงกับตำแหน่งหัวใจของนักเตะ ที่เหมือนเป็นตัวแทนของชาวเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีลายสายน้ำ ที่เปรียบเสมือนลำน้ำปิงและสายเลือดของชาวเชียงใหม่ ไหลไปตามทั่วเสื้ออีกด้วย

ราคา : 699 บาท

____________________________________________________________________________________________

 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

____________________________________________________________________________________________

    ชัยนาท ฮอร์นบิล

ราคา : 690 บาท

____________________________________________________________________________________________

 พีที ประจวบ เอฟซี

“ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี เปิดตัวเสื้อชุดแข่งประจำปี 2019  ภายใต้คอนเซปต์ของปีนี้ คือ “STILL” แข็งแกร่ง…ดั่งเดิม โดยปีนี้ชุดแข่งเหย้ามาในเสื้อสีส้มตัดกับสีดำ ส่วนในชุดเยือนมาในเสื้อสีฟ้าตัดกับสีดำ และชุดแข่งที่สามมาในชุดสีดำตัดส้ม

ราคา : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

ชลบุรี เอฟซี

ฤดูกาลนี้ ไนกี้ ได้ผสานแนวคิด “ฉลามกล้า ท้าชิง” ที่สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ของ ทีมฉลามชล ผ่านการเดินทาง ของ เหล่านักเตะอคาเดมี ที่ในปีนี้นั้นได้ก้าวขึ้นมา เป็นกำลังสำคัญ ของ ทีม และ พร้อมแล้ว ที่จะเปล่งประกายความกล้าในตัวออกมา สู้ศึกในฤดูกาลนี้

ชุดแข่งขัน ทีมเหย้า ของ สโมสรชลบุรี เอฟซี ยังคงเอกลักษณ์ ของ ความเป็นทีมแห่งศักดิ์ศรีลูกน้ำเค็ม ด้วยสีน้ำเงิน ทั้งชุด อันเป็นสีประจำสโมสร ออกแบบให้พื้นหลัง ของ เสื้อ เปรียบเสมือนสมรภูมิที่ท้าทาย ให้แสดงความกล้าออกมา โดยลายเสื้อบริเวณตรงกลางด้านหน้าเป็นแนวเส้นตั้งตรง ซึ่งสื่อถึงแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมา นั่นคือความกล้า ของ เหล่านักเตะ ฉลามชล

มาพร้อมสัญลักษณ์ ของ สโมสร และ โลโก้ไนกี้ ที่ติดบริเวณหน้าอก ทั้งสองด้าน ซ้าย-ขวา พร้อมด้วยรูปแบบคอเสื้อ ที่ถูกออกแบบมาให้กระชับ และ ลงตัวที่สุด ในขณะที่ชุดทีมเยือน เป็น สีขาว ทั้งชุด พร้อมรายละเอียด ของ การออกแบบเช่นเดียวกัน กับ ชุดแข่งทีมเหย้า

ในด้าน ของ เทคโนโลยี ไนกี้ยังคงเลือกใช้สุดยอดเทคโนโลยี ดราย-ฟิต (Nike Dri-FIT) เพื่อช่วยระบายเหงื่อ และ ให้ความรู้สึกสบายตัว แก่ นักเตะ ตลอดการแข่งขัน บริเวณด้านข้างลำตัว ยังมีแผงตาข่าย ดราย-ฟิต เพื่อช่วยเพิ่มการระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

เสื้อปีนี้มี 4 แบบ คือ ชุดเหย้า (สีน้ำเงิน), ชุดเยือน (สีขาว), ชุดแข่งที่สาม (สีเขียว), ชุดบอลถ้วย (สีฟ้า)

ราคา : 999 บาท

____________________________________________________________________________________________

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกน “สวาทแคท…เลือดนักสู้” สำหรับชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2019 ที่ได้ บริษัท เวอร์ซุส สปอร์ตกรุ๊ป จำกัด หรือ เวอร์ซุส (Versus) มาเป็นผู้ดูแล โดยชุดแข่งขันมีทั้งหมด 3 สี คือ สีส้ม เป็นชุดเหย้า และ สีเหลือง กับ สีม่วง เป็นชุดเยือน ส่วนชุดผู้รักษาประตู มี สีดำ, สีเแดง และ สีขาว

ราคาเกรดแฟนบอล : 550 บาท

ราคาเกรดเพลย์เยอร์ : 650 บาท

Cr. TrueID Sports

ต้องเป๊ะ!! เรียกประชุมตัวแทนVARแก้ไขข้อขัดข้องก่อนลีกเปิด

สมาคมฯ ประชุมร่วมกับ ไทยลีก-ตัวแทนระบบ VAR ปรับปรุงข้อขัดข้องเพื่อยกระดับหลังทดลองใช้ อย่างเป็นทางการในศึก J.League Asia Challenge 2019 ไปแล้วสองคู่

แจกเครดิตฟรี300บาท
Line@WWLuck THAILAND 

ภาพนี้ไม่ได้ระบุแอตทริบิวต์ alt, ชื่อไฟล์ของไฟล์นี้คือ en-2.png


ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และตัวแทนบริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด ผู้ดูแลระบบ VAR ประชุมร่วมกันเพื่อรับทราบข้อขัดข้องพร้อมหาแนวทางในการปรับปรุง ยกระดับการใช้เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) หลังการทดลองใช้ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องสองนัดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สมาคมฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด พร้อมตัวแทนบริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด ได้ทดลองใช้ระบบ VAR ในการแข่งขันฟุตบอล J.League Asia Challenge 2019 คู่ระหว่าง ชลบุรี เอฟซี กับ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา เมื่อวันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 และ คู่ระหว่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 

การประชุมในครั้งนี้นำโดย พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมฯ พร้อมด้วย พัณณิภา คำนึง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน, ตัวแทนจาก บริษัท ไทยลีก และ บริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด ผู้ดูแลระบบ VAR  

หลังการประชุม พัณณิภา คำนึง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ก็นำเรื่องของข้อขัดข้องมาแชร์กัน เพื่อให้แต่ละส่วนเกิดความชำนาญในการปฏิบัติงาน และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“เราจะมีการทดสอบระบบอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในเกม ออมสิน แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ สนามกีฬากองทัพบก วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นก็จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์กันอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เราอาจจะทำการทดสอบอีกในเกม M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2019 ในสัปดาห์ที่ 1 และสัปดาห์ที่ 2 เพิ่มด้วย แต่จะเป็นคู่ไหนจะต้องดูความพร้อมของสนามแข่งขันก่อน เพราะข้อขัดข้องที่พบจากการทดลองหากว่างมุมกล้องไม่ตรงตามจุดที่กำหนด ความชัดเจนของภาพอาจจะน้อยลงได้”  

“ในส่วนของการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน เรามีการเรียนรู้และทบทวนระเบียบกันทุกสัปดาห์ และการได้ทดสอบระบบจริงๆ จะช่วยให้เกิดความชำนาญขึ้นและลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะเราต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี VAR นั้น เราเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นำมาใช้เพื่อเป้าหมายในการสร้างความยุติธรรมให้กับทุกสโมสรที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก ฤดูกาล 2562”  หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน กล่าว

#Betway เว็ปตรงสัญชาติอังกฤษ?คุณได้ลองแล้วรึยัง?
? สมาชิกใหม่จะได้รับ?คูปองโบนัส 300 บาท
⚽ โบนัสฝากครั้งแรก(กีฬา) 200% เทิร์น 15 เท่า
? คืนเงินทุกวัน 1% จากยอดเล่น สูงสุดในไทย?
? เข้าร่วมเป็นสมาชิก คลิก https://bit.ly/2K2oT9D
?️ สิทธิประโยชน์อีกมากมายรอคุณอยู่?
? ติดต่อเจ้าหน้าที่แชทสด (ตลอด 24 ชม.)
? https://goo.gl/MGGYCW

สำหรับ เทคโนโลยี VAR จะใช้ตัดสินสถานการณ์ จำนวน 4 สถานการณ์ อันประกอบไปด้วย

1. เป็นประตู/ไม่เป็นประตู  (ข้ามเส้นไม่ข้ามเส้น, มีการฟาวล์ก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกสนามก่อนเข้าประตู)
2. จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาวล์, ฝ่ายรุกทำฟาวล์ก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาวล์, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)
3. ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งใจ, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง เช่น ถ่มน้ำลาย, ดูหมื่น และ ใช้วาจาไม่สุภาพ)
4. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

ทั้งนี้ สมาคมฯ จะนำระบบเทคโนโลยี VAR มาทดสอบอีกครั้งในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิน แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ สนามกีฬากองทัพบก วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ทุกคู่ ทุกสนามต่อไป

ประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกเอเชียน คัพ 2019 สรุปผล(22-01-62)

สรุปผลฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019
วันอังคารที่ 22 ม.ค. 2562
รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เกาหลีใต้ ชนะ บาห์เรน 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ ในเวลา 90 นาที เสมอ 1-1)
ผู้ทำประตู :1-0 ฮวาง ฮี ชาน (น.43) , 1-1 โมฮาเหม็ด อัล โรไมฮี (น.77) , 2-1 คิม จิน ซู (น.105+2)
——————
กาตาร์ ชนะ อิรัก 1-0
ผู้ทำประตู :1-0 อาลี อัล ราวี (น.62)
——————

ประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

24 ม.ค. 62  เวียดนาม vs ญี่ปุ่น เวลา 20.00 น. (เวลาไทย) สนามอัล มัคตูม สเตเดี้ยม , ดูไบ

24 ม.ค. 62  จีน vs อิหร่าน เวลา 23.00 น. (เวลาไทย) สนามโมฮัมเหม็ด บิน ซายิด สเตเดี้ยม , อาบู ดาบี

25 ม.ค. 62  เกาหลีใต้ vs กาตาร์ เวลา 20.00 น. (เวลาไทย) สนามซายิด สปอร์ต ซิตี้ สเตเดี้ยม , อาบู ดาบี

25 ม.ค. 62  ยูเออี vs ออสเตรเลีย เวลา 23.00 น. (เวลาไทย) สนามฮัซซา บิน ซายิด สเตเดี้ยม , อัล ไอน์

10 เหตุผล ที่ “สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ไม่ควรถูกไล่ออกเวลาบอลไทยแพ้!

ประเทศไทย คือประเทศหนึ่งที่คนในชาติรักและนิยมชมชอบกีฬาฟุตบอลมากเป็นอันดับหนึ่งไม่แพ้ชาติใดในโลก
ทุกครั้งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงแข่งขัน ปรากฏการณ์ “ฟุตบอลไทยอยู่ในสายเลือด” มันจะพลุ่งพล่านจนไม่เป็นอันทำอะไรนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกครั้งเมื่อต้องเห็นทีมรักประสบกับความพ่ายแพ้ 

ประเทศไทย คือประเทศหนึ่งที่คนในชาติรักและนิยมชมชอบกีฬาฟุตบอลมากเป็นอันดับหนึ่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

ทุกครั้งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงแข่งขัน ปรากฏการณ์ “ฟุตบอลไทยอยู่ในสายเลือด” มันจะพลุ่งพล่านจนไม่เป็นอันทำอะไรนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกครั้งเมื่อต้องเห็นทีมรักประสบกับความพ่ายแพ้ 

ไม่ว่ายุคไหนๆ “แฟนบอลไทย” มักจะเกิดอาการหัวร้อน ต้องลากไส้เอาความผิดพลาดออกมาระบายตามช่องทางต่างๆ 

อย่างที่เห็นปรากฏการณ์หลังบอลแพ้ แฟนบอลไล่โค้ช ด่านักเตะ ไปกระทั่งไล่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อสนองความโกรธที่ทำให้ฟุตบอลไทยต้องพบกับความพ่ายแพ้ 

จริงอยู่ความคิดเห็นของแฟนบอลไม่มีใครผิดหรือถูก แต่ปรากฏการณ์ที่ทั่วโลกได้เห็นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สั่งปลด โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสออกจากตำแหน่ง 

หลังทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี นำทีมลงสนามในลีก 17 นัด มีแค่ 26 แต้ม และแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นผู้จัดการทีมขัดตาทัพพาทีมชนะ 5 เกมรวด ในรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไป แต่ใช้นักเตะชุดเดียวกัน

แต่ “ปรากฏการณ์แมนฯ ยูฯ” อาจใช้ไม่ได้กับทีมฟุตบอลอื่นๆในโลกนี้ แต่การทำฟุตบอลบางครั้งแฟนบอลต้องเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคล ไม่ใช่นึกอะไรไม่ออกก็ไล่ไว้ก่อน 

ดังนั้น ขอยก 10 เหตุผลที่แฟนบอลไทยควรรู้ก่อน “บันดาลโทสะ” ไล่ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงนายกสมาคมฯ เวลาบอลแพ้

ข้อ 1. “บิ๊กอ๊อด” เนรมิตที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาบริหารงาน ณ อาคาร 40 ปี ในการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ว่างๆ เชิญแฟนบอลมาเยี่ยมชมกันได้

ข้อ 2. “บิ๊กอ๊อด” สร้างความน่าเชื่อถือต่อฟีฟ่า, เอเอฟซี จนนำงบสนับสนุนมาสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่มีความสะดวกสบายทันสมัยและครบวงจร ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และเปิดใช้อย่างเป็นทางการให้ทีมชาติไทย ทุกรุ่นทุกอายุเก็บตัวฝึกซ้อมภายในระยะเวลา 2 ปี  

ข้อ 3.  “บิ๊กอ๊อด” สร้างผู้ฝึกสอนในระดับต่างๆ มากกว่า 1,800 คน โดยเฉพาะโค้ชในระดับ “โปร ไลเซนส์” จากที่มีแค่ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ คนเดียว ตอนนี้ประเทศไทยมีโค้ช “โปร ไลเซนส์” เพิ่มขึ้นอีก 16 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2562

ข้อ 4. “บิ๊กอ๊อด” ใช้เวลา 2 ปี ปลดหนี้กว่า 300 ล้านบาท ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทั้งหนี้สรรพากร และหนี้อื่นๆ ที่เกิดก่อนหน้าที่จะเข้ามาบริหาร  

ข้อ 5. “บิ๊กอ๊อด” สร้างระบบการเงินที่มั่นคงให้แก่ฟุตบอลลีกอาชีพได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการมอบเงินสนับสนุนแก่สโมสรสมาชิกในทุกระดับ ตรงเวลาตามกำหนดไม่ต้องทวง แถมให้เงินสนับสนุนพิเศษในการนำไปพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามข้อกำหนดเอเอฟซี “คลับไลเซนซิ่ง”

ข้อ 6. “บิ๊กอ๊อด” ไม่เคยอมเงินนักเตะทีมชาติไทย ทุกชุดได้เงิน “รางวัล” ตามที่สัญญาทุกบาทอย่างรวดเร็ว นักกีฬาไม่ต้องโวยวายออกสื่อให้เสียเวลา แถมปฏิวัติเรื่องการกิน อยู่ หลับนอน การเดินทาง นักกีฬาทุกชุดกินดี อยู่ดี ไม่ตกเครื่อง   

ข้อ 7. “บิ๊กอ๊อด” เป็นสมาคมฯยุคแรกที่มีบัญชีรายรับ-รายจ่าย ชัดเจน แยกประเภทต่างๆ อาทิ บัญชีเงินจากฟีฟ่า, บัญชีเงินจากเอเอฟซี, บัญชีเงินจากเอเอฟเอฟ, บัญชีเงินจากค่าปรับไทยลีก และอื่นๆ แถมชี้แจงเงินเข้า-ออกได้อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ 

ข้อ 8. “บิ๊กอ๊อด” เป็นยุคแรกที่สามารถปราบปรามการทุจริต การล็อคผลบอล มีการจับกุมขบวนการล้มบอล จนได้รับการยกย่องจากสหพันธ์ฟุตบอนานาชาติ และได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ไปให้คำแนะนำในงานสัมมนาที่ฝรั่งเศส

ข้อ 9. “บิ๊กอ๊อด” ติดตามคดีความ เพื่อทวงความยุติธรรม และเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลฯ ชุดเก่ากว่า 1 พันล้านบาท 

ข้อ 10. “บิ๊กอ๊อด” มีการวางรากฐานพัฒนาผู้ตัดสิน ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับ AFC ในโครงการ AFC Expert Pool พร้อมทั้งดึง ฟาฮัด อับดุลลาเยฟ ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินจากฟีฟ่า และ เอเอฟซี มาเป็นวิทยากรประจำ จนล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ประกาศรายชื่อ ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ (ผู้ตัดสินฟีฟ่า) ประจำปี 2019 เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 62 ปรากฏว่า มีผู้ตัดสินฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด ชาวไทย ทั้งหมด 7 คน ขณะที่ “ปนัดดา โคตรเสนาภัทร” ได้เป็นผู้ตัดสินฟีฟ่าหญิงคนแรกของไทย

10 เหตุการณ์สำคัญแห่งปี 2018 ของวงการกีฬาไทย


แจกเครดิตฟรี300บาท
Line@WWLuck THAILAND 


เผลอแป๊บเดียว วันเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของปีกันแล้ว ในปี 2018 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ มีเหตุการณ์และเรื่องราวสำคัญเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า มันมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายที่ได้ผ่านเข้ามาปะปนกันไป วันนี้ผมได้สรุปและรวบรวม 10 เหตุการณ์สำคัญของวงการกีฬาไทยตลอดทั้งปีนี้มาฝากกัน จะมีเหตุการณ์ใดบ้าง และจะตรงกับความคิดของคุณหรือไม่นั้น ลองไปติดตามกันเลยครับ

1. “ช้างศึก” ตกรอบอาเซียนคัพ 2018.. “บิ๊กอ๊อด” แจงวัดผลงานปีหน้า

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย แชมป์อาเซียน 5 สมัย และเจ้าของแชมป์ 2 สมัยล่าสุด ลงทำศึกอาเซียนคัพภายใต้การกุมบังเหียนของเฮดโค้ชชาวเซอร์เบียอย่าง “มิโลวาน ราเยวัช” ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศ ที่มีเป้าหมายเดียวคือ “แชมป์เท่านั้น!” แม้ในรอบแรกทัพช้างศึกจะสามารถเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการ จนผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม B ได้สำเร็จด้วยการไม่แพ้ใคร แต่แล้วทีมแชมป์เก่าก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เมื่อถูก “เสือเหลือง” มาเลเซีย คู่ชิงในปี 2014 บุกมาชำระแค้นได้ถึงราชมังคลากีฬาสถาน ด้วยผลเสมอ 2-2 หลังจากเสมอกันมา 0-0 ในนัดแรกที่รังเหย้าของเสือเหลือง ทำให้ผู้มาเยือนเป็นฝ่ายเขี่ยเจ้าบ้านตกรอบรองชนะเลิศไปด้วยกฎประตูทีมเยือน (Away Goal) แบบช็อกแฟนบอล 46,157 คนในสนาม รวมถึงคนไทยทั้งประเทศ

จากความผิดหวังที่เกิดขึ้น ทำให้โลกของโซเชี่ยลนั้นร้อนระอุสุดๆ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการคุมทีมของโค้ชมิโลวาน ราเยวัช เพราะนอกจากผลการแข่งขันที่จะไม่เป็นไปตามเป้าแล้ว ผลงานในสนาม ทั้งรูปแบบและวิธีการเล่นของทีมชาติไทยก็ยังไม่น่าประทับใจเช่นกัน รวมถึงยังมีการเรียกร้องและกดดันจากแฟนบอลให้ นายกสมาคมฟุตบอลฯ ลาออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผลงานอีกด้วย แต่ท้ายที่สุด “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็ได้ออกมายืนกรานแล้วว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน ส่วนการประเมินผลงานของโค้ชราเยวัชนั้น ประมุขแห่งลูกหนังไทย ยืนยันว่าจะมีขึ้นหลังการแข่งขันเอเชียนคัพ 2019 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วงต้นปีหน้า เนื่องจากในรายการอาเซียนคัพ ทีมช้างศึกขาดผู้เล่นตัวหลักที่ไปค้าแข้งยังต่างแดนถึง 4 คน จึงทำให้ไม่สามารถนำตัดสินผลงานของโค้ชได้ แฟนบอลชาวไทยก็คงได้แต่รอลุ้นว่า สุดท้ายแล้วทีมฟุตบอลทีมชาติไทยจะกลับมาประสบความสำเร็จในเวทีเอเชีย และสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศได้อีกครั้งหรือไม่

2. ก้าวที่ยิ่งใหญ่.. 4 แข้งไทยก้าวไกลสู่ต่างแดน ลงเล่นเคียงข้างตำนานแชมป์โลก

หากไม่ได้มองที่ผลงานของทีมชาติ ปีนี้ถือได้ว่าเป็นอีกปีทองของนักเตะไทยเลยทีเดียว.. เมื่อมีแข้งไทยได้ออกไปโลดแล่นยังลีกอาชีพในต่างแดนมากถึง 4 คนด้วยกัน หลังจากเมื่อปีก่อน “เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์” ได้สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นแข้งไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในศึก J1 League ลีกสูงสุดของญี่ปุ่น กับทีมคอนซาโดเล ซัปโปโร ไปแล้ว ซึ่งมันก็เป็นเหมือนใบเบิกทาง ให้กับแข้งให้กับนักเตะไทยคนอื่นๆ ได้มีโอกาสตามไปเล่นยังลีกอันดับ 1 ของเอเชียนี้เช่นกัน โดยในปี 2018 นี้ มีอีก 2 แข้งไทยได้ตามชนาธิป ไปวาดลวดลายที่ดินแดนอาทิตย์อุทัยในสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปี นั่นคือ “มุ้ย-ธีรศิลป์ แดงดา” ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของไทย ที่ได้ย้ายไปเล่นให้กับ ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า และ “อุ้ม-ธีราทร บุญมาทัน” แบ็คซ้ายเท้าชั่งทอง ที่ได้รับโอกาสกับ วิสเซล โกเบ นอกจากนั้นนายทวารมือ 1 ของไทย อย่าง “ตอง-กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์” ก็ยังได้รับโอกาสครั้งสำคัญกับการได้ไปพิสูจน์ตัวเองไกลถึงระดับยุโรป กับทีมโอเอช ลูเวิน ในลีกรองของเบลเยียม

ซึ่งเรียกได้ว่าโอกาสในครั้งนี้ นับเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่ได้ช่วยยกระดับการเล่นของดาวเตะทีมชาติไทยทั้ง 4 คนขึ้นเป็นอย่างมาก ตอง-กวินทร์ ต้องไปเริ่มจากการเป็นผู้รักษาประตูทีมสำรอง ก่อนเจ้าตัวจะโชว์ผลงานจนก้าวขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ สำหรับ มุ้ย-ธีรศิลป์ กลายเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ทำประตูในลีกสูงสุดของญี่ปุ่นได้สำเร็จ หลังอยู่ในสนามเพียงแค่ 28 นาทีเท่านั้น ทั้งยังมีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์เจลีกกับทีมในช่วงแรกของฤดูกาล ก่อนจะคว้ารองแชมป์ไปครองในท้ายที่สุด ส่วน อุ้ม-ธีราทร นับว่าโชคดีสุดๆ ที่ได้ลงเล่นร่วมทีมกับ 2 นักเตะระดับแชมป์โลกอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า ตำนานแห่งทัพบาร์เซโลน่า ผู้ทำประตูชัยให้สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และ ลูคัส โพดอลสกี้ มิดฟิลด์อินทรีเหล็ก แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งเชื่อว่าแม้แต่เจ้าตัวเองก็คงไม่เคยคิดฝันว่าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

ปิดท้ายด้วย เจ-ชนาธิป พระเอกแห่งปี ที่ต้องบอกเลยว่า ปีนี้คือปีทองของเขาจริงๆ อดีตนักเตะทรงคุณค่าของอาเซียนคัพ 2 สมัยซ้อน ได้ยกระดับฝีเท้าของตัวเองจนก้าวไปเป็น “ซูเปอร์สตาร์แห่งเจลีก” อย่างเต็มตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฤดูกาลนี้เขาได้โชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมจนเป็นที่ประจักษ์แก่แฟนบอลญี่ปุ่น ด้วยผลงาน 9 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จากการลงสนามรวม 31 นัด และเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าอันดับที่ 4 ของลีกสูงสุด ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นั่นทำให้ ชนาธิป ได้รับเลือกให้เป็น “นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทีมคอนซาโดเล่ ซัปโปโร” ทั้งจากการโหวตของ “เพื่อนร่วมทีม” และจากการโหวตของ “แฟนบอล” และล่าสุดเขายังได้รับรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จากการถูกเลือกให้เป็น “11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของเจลีก” จากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นอีกด้วย จนทำให้มีข่าวว่าในขณะนี้ยอดทีมจากแดนเหนือได้ตั้งค่าตัว ขวัญใจแฟนบอลรายนี้ ไว้สูงถึง 200 ล้านบาทเลยทีเดียว ผลงานของเจในปีนี้นับว่าเป็นความสำเร็จที่สร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมากจริงๆ ทำให้รางวัลสุดท้ายของปีนี้อย่าง “นักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี” ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จึงตกเป็นของเขาไปอีกหนึ่งรางวัลแบบไม่มีข้อสงสัย

3. กระหึ่มโลก! ปีทองของโปรเม.. มือ 1 ของโลก ผู้กวาดทุกรางวัลของ LPGA

ประวัติศาสตร์ของวงการกอล์ฟหญิงต้องจารึกชื่อคนไทยอีกครั้ง.. เมื่อ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟสาวไทย วัย 23 ปี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กวาดทุกรางวัลใหญ่แห่งปี 2018 ของ LPGA Tour แบบครบถ้วน โดยนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก ที่คว้าไป 3 แชมป์ซึ่งมากที่สุดในปีนี้ ปิดฉากปีที่ยอดเยี่ยมของเธอ ด้วยการเหมาคนเดียว 6 รางวัลดังต่อไปนี้

1. รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี (Rolex Player of the Year) เป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2016
2. นักกอล์ฟที่ทำผลงานดีที่สุดในรายการระดับเมเจอร์ 5 รายการ (Rolex Annika Major Award) จากการคว้าแชมป์ U.S. Women’s Open และจบอันดับที่ 4 ร่วม อีก 2 รายการ คือ ANA Inspiration และ Ricoh Women’s British Open
3. นักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสูงสุดแห่งปี โดยโปรเมคว้าไป 2,743,949 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 90.5 ล้านบาท)
4. นักกอล์ฟที่จบ 10 อันดับแรกมากที่สุดแห่งปี (รับโบนัส 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 3.3 ล้านบาท) รวม 17 รายการ จากการเข้าแข่งขัน 28 รายการ โดยคิดเป็น 61%
5. นักกอล์ฟที่ทำคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดแห่งปี (Vare Trophy) ที่ 69.415 เอาชนะ อีมินจี โปรสาวจากออสเตรเลีย ไป 0.332
6. นักกอล์ฟที่ทำคะแนนสะสม Race to CME Globe มากที่สุด (รับโบนัส 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 33 ล้านบาท)

โดยหากบวกเงินโบนัสที่ได้จากการการคว้ารางวัล เข้ากับเงินรางวัลที่เธอทำได้ตลอดทั้งปีนี้ โปรเมจะรับเงินรวมในปีนี้ไปสูงถึง 3,843,949 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 126.8 ล้านบาท) และนอกจากรางวัลที่ได้รับจาก LPGA Tour แล้ว ล่าสุด โปรเม-เอรียา ก็ยังเพิ่งได้รับรางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่น ในวันกีฬาแห่งชาติ 2561 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมาอีกด้วย นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของคนไทย ที่ได้เห็นชื่อของคนไทยได้อยู่ในจุดที่สูงสุดของโลกในวงการกีฬาอีกครั้ง ต้องขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเธอเป็นอย่างยิ่ง และหวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดียิ่งขึ้นไปของเธออีกครั้ง

4. นักตบสาวไทย.. ล้มแชมป์เก่าสร้างประวัติศาสตร์ “เหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์” ก่อนสู้สุดใจในชิงแชมป์โลก

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ทีมกีฬาขวัญใจมหาชน ลงทำศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย หลัง 4 ปีก่อน สามารถคว้าเหรียญทองแดงที่เกาหลีใต้มาได้ ซึ่งนับเป็นผลงานที่ดีที่สุดของการแข่งขันรายการนี้ กลับมาคราวนี้พวกเธอจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะกลับมาสร้างผลงานให้ดีกว่าเดิมให้ได้ สาวไทยในกลุ่ม A เริ่มต้นการแข่งขันด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวดในรอบแรก เหนือ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และ อินโดนีเซีย ตามลำดับ โดยเสียไปเพียงแค่ 1 เซ็ตเท่านั้น ทีมไทยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ไปพบกับ เวียดนาม ซึ่งพวกเธอก็เอาไปชนะไปได้แบบไม่มีปัญหา 3-0 เซ็ต จนผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยคู่แข่งในด่านสำคัญของพวกเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแชมป์เก่าอย่าง เกาหลีใต้ นั่นเอง ซึ่งเกมนี้หากนักตบสาวไทยเอาชนะได้ก็จะสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าชิงเป็นครั้งแรกทันที นี่จึงเป็นเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง สาวไทยเล่นด้วยความมุ่งมั่นและทำผลงานได้ดีจนขึ้นนำไปก่อน 2-0 เซ็ต แต่นักตบจากแดนกิมจิก็ไม่ยอมง่ายๆ ไล่ตีตื้นตามมาเป็น 1-2 เซ็ต ไฮไลท์จึงมาอยู่ในช่วงปลายเซ็ตที่ 4 เกาหลีใต้ขึ้นนำห่างไปถึง 18-12 แต้ม แต่แล้วสาวไทยก็สร้างเรื่องมหัศจรรย์ขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเธอรวมพลังกันสู้จนพลิกกลับมาเอาชนะไปอย่างเหลือเชื่อ 25-22 ทำให้ทีมชาติไทยผ่านเข้าชิงชนะเลิศไปแบบสะใจแฟนกีฬาชาวไทยที่ร่วมลุ้นกันทั้งประเทศ แม้สุดท้ายสาวไทยจะพ่ายให้กับจีน ทีมอันดับ 1 ของโลกในขณะนั้น ไปในรอบชิงชนะเลิศ แต่ “เหรียญเงิน” เหรียญนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่จะอยู่ในความทรงจำของพวกเธอรวมถึงพวกเราคนไทยไปอีกนานแสนนาน

ไม่เพียงแค่นั้น ทีมนักตบลูกยางสาวไทย ยังสร้างปรากฏการณ์ที่สร้างความประทับใจให้แก่แฟนชาวไทยรวมถึงแฟนวอลเลย์บอลทั่วโลกอีกครั้ง ในศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหมือนบทพิสูจน์ที่ทำให้เราได้รู้ว่า บางครั้งผลการแข่งขันอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้ชมคาดหวังในการแข่งขัน แต่การร่วมใจกันต่อสู้อย่างเต็มที่สุดความสามารถจนถึงวินาทีสุดท้าย หรือ “สปีริต” ต่างหาก ที่น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของเกมกีฬา สาวไทยได้แสดงหัวใจนักสู้จนสามารถเอาชนะใจไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นคนทั่วโลกได้หลายต่อหลายครั้ง แม้ว่าพวกเธอจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการแข่งขัน ทีมไทยประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บอย่างหนัก ทั้งก่อนและระหว่างการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้ขาดผู้เล่นตัวหลักไปถึง 4 คน ผู้เล่นที่เหลืออยู่จึงต้องกัดฟันช่วยกันเล่นแบบไม่มีตัวเปลี่ยนตลอดรายการนี้ แม้ทีมจะไม่สมบูรณ์ แต่พวกเธอก็ไม่กลัวใครและไม่ยอมแพ้ทีมใดง่ายๆ สักเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมที่ต้องสู้กันถึง 5 เซ็ต ซึ่งมีมากถึง 4 เกมจากทั้งหมด 9 เกมที่ลงแข่ง โดย 2 เกมที่เป็นที่พูดถึงอย่างมาก นั่นคือ การพบกับรัสเซียและสหรัฐอเมริกา ทีมชั้นนำของโลก ที่สาวไทยโดนนำไปก่อนถึง 2-0 เซ็ต ถึงจะตกเป็นรองในแทบทุกด้าน แต่พวกเธอก็สู้สุดใจจนพลิกกลับมาเสมอ 2-2 ได้ แม้สุดท้ายจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในเซ็ตตัดสินก็ตาม สุดท้ายทีมสาวไทยจบอันดับที่ 13 จาก 24 ทีมที่ร่วมแข่งขัน ซึ่งไม่ได้ถือว่าโดดเด่นอะไร แต่ถ้าคุณได้ชมทุกเกมที่พวกเธอลงเล่นก็คงจะเข้าใจเองว่า ทำไมใครๆ ต่างก็หลงรัก และยอมยกหัวใจให้กับความทุ่มเทที่เกินร้อยของพวกเธอ.. “แพ้แต่มีความสุข” สั้นๆ ง่ายๆ แต่บ่งบอกได้ถึงความในใจของกองเชียร์ที่มีต่อทีมวอลเลย์บอลอันเป็นที่รักทีมนี้ได้เป็นอย่างดี

5. สุดสะเทือนใจ! ทั่วโลกอาลัยการจากไปของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา.. ชายผู้ทำความฝัน ให้กลายเป็นความจริง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนี่งความสูญเสียครั้งสำคัญที่นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจแก่คนไทย รวมถึงคนอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการจากไปอย่างกะทันหันของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา มหาเศรษฐีชาวไทย เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณข้างสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.38 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.38 น. ตามเวลาประเทศไทย) หลังจบเกมการแข่งขันที่เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ซึ่งวันนั้นคุณวิชัยได้เข้าไปชมการแข่งขันในสนาม และกำลังจะเดินทางกลับด้วยเฮลิคอปเตอร์ตามปกติ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่เพิ่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและเคลื่อนตัวออกจากบริเวณกลางสนามฟุตบอลได้เพียงไม่กี่อึดใจ ก็เกิดเสียการควบคุมจนลอยเคว้งไปตกจนไฟลุกท่วม ที่บริเวณลานจอดรถของสโมสร ซึ่งห่างจากสนามเพียงประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ทำให้ทั้งกัปตันและผู้โดยสารในเฮลิคอปเตอร์รวมทั้งสิ้น 5 คนเสียชีวิตทั้งหมด

การจากไปของเจ้าของสโมสรชาวไทย ผู้เป็นที่รักของชาวเลสเตอร์นั้น ทำให้ทั้งนักเตะและแฟนบอล ต่างตกตะลึง และเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการนำดอกไม้รวมถึง เสื้อและผ้าพันคอของสโมสร มาวางไว้ที่หน้าสนามเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัย จากนั้นทั้งนักเตะและแฟนบอลต่างก็ร่วมใจกันเพื่อแสดงออกถึงการร่วมไว้อาลัยอย่างสุดซึ้งอีกมากมายทั้งในและนอกสนาม ชาวเลสเตอร์นั้นมีความรักและผูกพันกับคุณวิชัยเป็นอย่างมาก เกินกว่าแค่เจ้าของทีมกับแฟนบอลปกติทั่วไป เพราะนับตั้งแต่คุณวิชัยตัดสินใจเข้าซื้อสโมสรในปี 2010 เขาก็พยายามบริหารงานและพัฒนาทีมด้วยความตั้งใจและทุ่มเทมาอย่างต่อเนื่อง จนในปี 2016 ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่คนทั้งโลกต้องตะลึง เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ดั่งเทพนิยายที่ไม่มีใครคาดคิด ซึ่งแม้แต่แฟนบอลเมืองเลสเตอร์เองยังยอมรับว่ามันยิ่งใหญ่เกินกว่าฝันของพวกเขาด้วยซ้ำไป แต่ที่ยิ่งไปกว่าการทำทีมฟุตบอลนั้น คือการที่คุณวิชัยยังได้ช่วยพัฒนาเมืองเลสเตอร์ในอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และการบริจาคเงินเพื่อการกุศลอีกหลายแห่งให้แก่ชุมชน ทั้งหมดก็เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่เมืองเลสเตอร์ ทำให้ผู้บริหารชาวไทยผู้นี้ได้รับการยกย่องนับถือในคุณงามความดีและครองใจชาวเลสเตอร์ได้แบบไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้เห็นมุมดีๆที่ซ่อนอยู่เช่นกัน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันได้ทำให้คนทั้งโลกได้รู้แล้วว่า คนเลสเตอร์รักชายคนนี้มากเพียงใด แม้แต่คุณต๊อบ-อัยยวัฒน์ ผู้เป็นลูกชาย ยังกล่าวว่า เขาก็เพิ่งจะรู้เช่นกันว่า คุณพ่อของเขายิ่งใหญ่ระดับโลกและอยู่ในใจของคนมากมายถึงเพียงนี้ นี่คือบทพิสูจน์แล้วว่า แม้ตัวเราจะจากไป แต่คุณงามความดีที่เราเคยทำไว้จะยังคงอยู่ตลอดไป .. “Forever In Our Hearts.. The Boss”

6. ไร้เทียมทาน! จอมเตะสาวหมายเลข 1 ของโลก.. เทนนิส-พาณิภัค กวาดเรียบ 6 แชมป์

“เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” นักเทควันโดสาวไทยวัย 21 ปี เจ้าของเหรียญทองแดง โอลิมปิกเกมส์ 2016 โชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมในปีนี้ด้วยการคว้าแชมป์ไปถึง 6 รายการในปีเดียว หนึ่งในนั้นการคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ 2018 อย่างยิ่งใหญ่สมความคาดหวังของคนไทย โดย “6 แชมป์” ของสุดยอดจอมเตะไทยในรุ่น 49 กก. หญิง นั้นประกอบไปด้วยการแข่งขันดังต่อไปนี้

1. รายการ “ดับเบิ้ลยูที จี-2 โอเพ่น ควอลิฟิเคชั่น ทัวร์นาเม้นท์ 1 ฟอร์ อู๋ซี 2018 เวิลด์ เทควันโด แกรนด์สแลม ซีรีส์” ระหว่างวันที่ 20-22 เม.ย. 61 ที่เมืองอู๋ซี ประเทศจีน
2. รายการ “เอล ฮัสซาน โอเพ่น ทัวร์นาเม้นท์ 2018” ระหว่างวันที่ 3-8 ก.ค. 61 ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน
3. การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. – 2 ก.ย. 61 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
4. รายการ “เถาหยวน 2018 เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์” (เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 สนามที่ 3) ระหว่างวันที่ 16-22 ก.ย. 61 ที่เมืองเถาหยวน ไต้หวัน
5. รายการ “แมนเชสเตอร์ 2018 เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์” (เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 สนามที่ 4) ระหว่างวันที่ 14-23 ต.ค. 61 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
6. รายการ “อู๋ซี เวิลด์ เทควันโด แกรนด์สแลม แชมเปี้ยนชิพ ซีรีส์ 2018” ระหว่างวันที่ 13-16 ธ.ค. 61 ที่เมืองอู๋ซี ประเทศจีน

นอกจากนี้ เธอยังคว้ารองแชมป์อีก 1 รายการ ได้แก่ รายการ “ฟูไจราห์ 2018 เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ ไฟนอล” ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ย. 61 ที่เมืองฟูไจราห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ จากผลงานอันยอดเยี่ยมในปีนี้ ทำให้เธอคว้ารางวัล “นักกีฬาสมัครเล่นดีเด่นหญิง” ในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ 2561 มาครองเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันได้อย่างงดงาม

7. ทีมนักตบลูกขนไก่สาวไทย.. คว้ารองแชมป์อูเบอร์คัพได้ในบ้าน พร้อมพ่วงเหรียญทองแดงเอเชี่ยนเกมส์

ทีมแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย ลงทำการแข่งขันแบดมินตันประเภททีมชิงแชมป์โลก 2018 ประเภททีมหญิง (อูเบอร์คัพ 2018) ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี โดยในรอบรองชนะเลิศ พวกเธอต้องโคจรมาพบกับ ทีมชาติจีน ดีกรีแชมป์เก่า 14 สมัย โดยการแข่งขันรายการนี้ 18 ครั้งหลังสุด สาวจีนไม่เคยพลาดเข้าชิงชนะเลิศสักครั้ง ในขณะที่สาวไทยยังไม่เคยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแม้แต่ครั้งเดียว แม้สถิติจะห่างกันหลายช่วงตัว แต่การแข่งขันในสนามนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสาวไทยสู้กับจีนได้อย่างสูสี คู่แรกเป็นการแข่งขันประเภท หญิงเดี่ยว มือ 1 “เมย์-รัชนก อินทนนท์” มือ 1 ของไทย เอาชนะ เฉิน อู้เฟย 2-1 เกม เก็บแต้มแรกให้ทีมไทยขึ้นนำไปก่อน จากนั้นการแข่งขันคู่ที่ 2 หญิงคู่ คู่มือ 1 “กิ๊ฟ-จงกลพรรณ กิติธรากุล” กับ “วิว-รวินดา ประจงใจ” ต้านทานความแข็งแกร่งของ เฉิน ฉิงเฉิน และ เจี่ย อี้ฟาน ไม่ไหว พ่ายไป 0-2 เกม ทำให้คะแนนกลับมาเสมอกันที่ 1-1 คู่

ต่อมาคู่ที่ 3 เป็นการแข่งขันของ หญิงเดี่ยว มือ 2 เป็น “แน็ต-ณิชชาอร จินดาพล” ที่พลิกสถานการณ์กลับมาเฉือนเอาชนะ เกา ฟางเจี่ย ไป 2-1 เกม ส่งให้ไทยนำ 2-1 คู่ แต่คู่ที่ 4 หญิงคู่ คู่มือ 2 “เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล” กับ “ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” ก็พ่ายให้กับ หวง อ่าเฉียง และ ถัง จินหัว ไป 1-2 เกม ทำให้ต้องมาลุ้นต่อในคู่ตัดสิน หญิงเดี่ยว มือ 3 โดย “ครีม-บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์” ก็ทำให้กองเชียร์ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อโชว์ฟอร์มสุดยอดไล่ตบเอาชนะ อดีตเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน อย่าง หลี่ เสี่ยวเร่ย ไปขาดลอย 2-0 เกม ทำให้ทีมชาติไทย เฉือนชนะ ทีมชาติจีน 3-2 คู่ สร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงได้เป็นครั้งแรกในรอบ 61 ปี นับตั้งแต่มีการแข่งขันรายการนี้ และส่งผลให้จีนพลาดเข้าชิงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1984 โดยทีมไทยเข้าไปพบกับ ญี่ปุ่น อดีตแชมป์ 5 สมัย แม้สุดท้ายสาวไทยจะพ่ายไป 0-3 คู่ ทำให้คว้าเหรียญเงินได้เป็นครั้งแรก และส่งให้ญี่ปุ่นคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ไปครอง

นอกจากนั้น ทีมนักตบลูกขนไก่สาวไทย ก็ยังคว้าอีกหนึ่งรางวัลในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2018 นั่นคือ เหรียญทองแดงประเภททีมหญิง หลังจากพ่ายให้กับคู่ปรับเก่าอย่างจีน ที่คราวนี้กลับมาล้างตาได้สำเร็จในรอบรองชนะเลิศเช่นกัน แต่เพียงเท่านี้ ผลงานในปีนี้ก็นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของวงการแบดมินตันไทยอีกครั้งหนึ่งแล้ว

8. ทัพชบาแก้ว.. คว้าตั๋วลุยบอลโลกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

แม้ปีนี้จะมาแบบเงียบๆ แต่ “ชบาแก้ว” ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ก็ไม่ทำให้คนไทยต้องผิดหวัง เมื่อสามารถคว้าตั๋วไปลุยศึกฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศสได้สำเร็จ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าอันดับที่ 4 จากการแข่งขันฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2018 (เอเชี่ยนคัพ) เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา และล่าสุดผลการจับสลากแบ่งกลุ่มของการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงในปีหน้าก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย “ชบาแก้ว” ทีมอันดับ 29 ของโลก ต้องพบกับศึกหนักเมื่อต้องอยู่ในกลุ่ม F ร่วมกับ สหรัฐอเมริกา ทีมอันดับ 1 ของโลก, สวีเดน ทีมอันดับ 9 ของโลก และ ชิลี ทีมอันดับ 38 ของโลก ซึ่งการแข่งขันจะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2019 แฟนบอลชาวไทยอย่าลืมส่งแรงใจเชียร์พวกเธอไปด้วยกัน

9. ยอดนักฟาดลูกหวาย.. นักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์มากที่สุด

“ปุ้ย-พรชัย เค้าแก้ว” นักเซปักตะกร้อหนุ่มทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ทำสถิติเป็นนักกีฬาไทยที่ได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์มากที่สุด คือ 10 เหรียญ ซึ่งมาจากเอเชี่ยนเกมส์ทั้งหมด 5 ครั้ง ระหว่างครั้งที่ 14-18 โดยในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ในปีนี้ พรชัยเก็บเพิ่มได้อีก 2 เหรียญทอง จากการแข่งขันเซปักตะกร้อประเภททีมชุดชาย และประเภทคู่ทีมชุดชาย นับเป็นการเพิ่มสถิติให้กับตัวเอง หลังจากที่เจ้าตัวได้ครองสถิตินี้มาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนที่ 8 เหรียญทอง โดยก่อนหน้านี้มีเพียง “โจ้หลังเท้า” สืบศักดิ์ ผันสืบ นักตะกร้อรุ่นพี่ที่เคยคว้าไป 7 เหรียญทองเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ กว่าที่จะมีใครมาทำลายสถิตินี้ของสุดยอดนักฟาดเหรียญทองคนนี้ลงได้

10. 13 ชีวิตทีมหมูป่า.. คนวงการกีฬาร่วมส่งกำลังใจ

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและแสดงความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง สำหรับเรื่องราวของภารกิจระดับ(นานา)ชาติ ในการช่วยเหลือ ทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมี่ แม่สาย” ที่ประกอบไปด้วย นักฟุตบอลเยาวชน 12 คน กับโค้ชอีก 1 คน ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากที่ทั้ง 13 ชีวิตต้องติดอยู่ในถ้ำที่มีความลึกถึง 10 กิโลเมตร เนื่องจากฝนที่ตกอย่างหนัก จนน้ำป่าไหลหลากท่วมทะลักไปปิดทางออกจากถ้ำ ทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับออกมาได้ ปฏิบัติการในการค้นหาตัวทีมหมูป่าเป็นไปอย่างเข้มข้น ท่ามกลางการติดตามและเอาใจช่วยอย่างใจจดใจจ่อของคนทั่วโลก จนในที่สุดหน่วยซีลชาวอังกฤษก็สามารถดำน้ำเข้าไปจนพบ ทีมหมูป่าทุกคนที่ยังคงมีชีวิตและแข็งแรงราวปาฏิหาริย์ หลังพวกเขาติดอยู่ในถ้ำโดยไม่ได้รับประทานอาหารนานถึง 10 วัน ทว่ากว่าภารกิจสุดหินในการช่วยเหลือพาทีมหมูป่าทุกคนกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยจะเสร็จสิ้นนั้น ก็ต้องใช้เวลารวมถึง 17 วันด้วยกัน

ภารกิจในครั้งนี้ ได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุน จากเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงาน และอาสาสมัคร เป็นจำนวนมาก ทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ ในการร่วมกันวางแผนและระดมการค้นหาด้วยความยากลำบาก ซึ่งทำให้เหตุการณ์นี้เป็นประเด็นที่ดังไปทั่วโลก บุคคลสำคัญของโลกต่างส่งกำลังใจมาให้พวกเขาและทีมค้นหาเป็นจำนวนมาก และเมื่อทราบข่าวว่าทีมหมูป่าถูกช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ก็มีการแสดงความยินดีผ่านทางโลกโซเชี่ยลมากมาย อาทิ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, นางเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลและองค์กรในวงการกีฬาโลก เช่น ลิโอเนล เมสซี่, ปอล ป็อกบา, ลูคัส โพโดสกี้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, เมซุต โอซิล, อิเกร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ้ รามอส, โทนี่ โครส, โจเซ่ มูรินโญ่, เจอร์เก้น คล็อปป์, นักเตะทีมเลสเตอร์ ซิตี้ และอื่นๆ อีกมากมาย

อีกทั้ง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ยังได้ส่งจดหมายมายังสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เชิญให้ทีมหมูป่าเข้าชมฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศ ที่ประเทศรัสเซีย ในฐานะแขกของฟีฟ่าอีกด้วย แต่ด้วยความที่พวกเขายังอยู่ในช่วงปรับตัวและฟื้นฟูร่างกาย จึงยังไม่พร้อมที่จะไปได้ทัน แต่หลังจากนั้น ทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต ก็ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ที่ประเทศอาร์เจนติน่า รวมถึงยังได้แข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับ ทีมเยาวชนสโมสร ริเวอร์เพลท รุ่นไม่เกิน 13 ปี นอกจากนั้นพวกเขายังถูกเชิญไปสัมภาษณ์ในรายการทอล์กโชว์ชื่อดังของอเมริกาอย่าง ดิ เอลเลน ดีเจนเนอเรส โชว์ (The Ellen DeGeneres Show) พร้อมกระทบไหล่และได้รับของขวัญสุดพิเศษจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สตาร์ชื่อดัง ก่อนที่พวกเขาจะได้รับคำเชิญไปเยือนสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งได้รับการต้อนรับจาก โจเซ่ มูรินโญ่ เฮดโค้ชในขณะนั้น รวมถึงนักเตะปีศาจแดงอย่างสุดอบอุ่น ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีนี้ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ของทีมหมูป่าทั้ง 13 คนเลยทีเดียว!

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 10 เหตุการณ์สำคัญแห่งปี 2018 ที่ผมได้รวบรวมมานำเสนอให้กับแฟนกีฬาทุกท่าน ปีนี้นับเป็นอีกปีที่นักกีฬาของไทยส่วนใหญ่ต่างทำผลงานได้เป็นอย่างดี และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก หวังว่าปีหน้า ฟ้าใหม่ จะเป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปของวงการกีฬาไทย แล้วเรามาร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักกีฬาของเรากันต่อนะครับ สุดท้ายนี้ ก่อนจะลากันไป ผมคงต้องขอกล่าวล่วงหน้าว่า “สวัสดีปีใหม่ครับ”

CR : เอกกี้รีพอร์ต ทรูสปอร์ต