Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisGlobalOptionsFeature.php on line 707

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisGlobalOptionsCustomHtmlTool.php on line 67

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisFollowButtonsToolParent.php on line 81

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisFollowButtonsHeaderTool.php on line 132

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 852

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 853

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 924

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 925

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 948

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 987

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFloatingTool.php on line 146

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsInlineTool.php on line 132

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsMobileToolbarTool.php on line 96

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisRecommendedContentFooterTool.php on line 92

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisRecommendedContentWhatsNextTool.php on line 105
ไทยลีก – Ball2StEP

10 ถ้วยแชมป์ ลีกในเอเชีย ชาติไหนโดนใจสุด!!

ช่วงนี้ลีกฟุตบอลอาชีพทั่วเอเชียก็ต้องหยุดชะงักกันไปชั่วคราว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทุกที่ วันนี้จึงอยากจะพาแฟนบอลไปส่องถ้วยแชมป์ลีกของ 10 ชาติในเอเชีย จะมีถ้วยแชมป์ไหนโดนใจกันบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

เปิดโฉม 10 ถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกอาชีพในเอเชีย ชาติไหนจะสวยโดนใจและสะดุดตาแฟนบอลมากที่สุด

ช่วงนี้ลีกฟุตบอลอาชีพทั่วเอเชียก็ต้องหยุดชะงักกันไปชั่วคราว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทุกที่ วันนี้จึงอยากจะพาแฟนบอลไปส่องถ้วยแชมป์ลีกของ 10 ชาติในเอเชีย จะมีถ้วยแชมป์ไหนโดนใจกันบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

1. ถ้วยแชมป์เคลีก

ถ้วยแชมป์เคลีก

เคลีก (K-League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศเกาหลีใต้

2. ถ้วยแชมป์เจลีก

ถ้วยแชมป์เจลีก

เจลีก (J-League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น

3. ถ้วยแชมป์เอลีก

ถ้วยแชมป์เอลีก

เอลีก (A-League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศออสเตรเลีย

4. ถ้วยแชมป์ ซาอุดิ โปรลีก

ถ้วยแชมป์ ซาอุดิ โปรเฟสชั่นแนล ลีก

ซาอุดิ โปรเฟสชั่นแนล ลีก (Saudi Professional League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศซาอุดิอาระเบีย

5. ถ้วยแชมป์ คิวลีก

ถาดแชมป์ กาตาร์ สตาร์ส ลีก

กาตาร์ สตาร์ลีก (Q-League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศกาตาร์

6. ถ้วยแชมป์ ซูเปอร์ลีก

ถ้วยแชมป์ไชน่าซูเปอร์ลีก

ไชนีส ซูเปอร์ลีก (CSL) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศจีน

7. ถ้วยแชมป์ อิหร่านโปรลีก

ถ้วยแชมป์ เปอร์เซียน กัลฟ์ โปรลีก

เปอร์เซียน กัลฟ์ โปรลีก หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อิหร่านโปรลีก (Persian Gulf Pro League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศอิหร่าน

8. ถ้วยแชมป์ มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก

ถ้วยแชมป์ มเลเซีย ซูปเอร์ลีก

มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก (Liga Super Malaysia) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศมาเลเซีย

9. ถ้วยแชมป์ อาราเบียนกัลฟ์ลีก 

ถาดแชมป์ยูเออี อาราเบี่ยน กัลฟ์ ลีก

ยูเออีโปรลีก หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ อาราเบียนกัลฟ์ลีก (UAE Pro-League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

10. ถ้วยแชมป์ ไทยลีก 

thaileague trophy

ไทยลีก (Thai League) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศไทย

เปิดโผเสื้อแข่งศึก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 ทั้ง 16 ทีม

สรุปเสื้อแข่งศึก T1 ซีซั่น 2020 ทั้ง 16 ทีม

ทุกๆ ปีการแข่งขันแต่ละสโมสรจะผลิตออกแบบเสื้อแข่งของทีมตัวเองออกมาเพื่อจำหน่ายสินค้าแก่แฟนบอลของทีมตัวเองและคนทั่วไปที่ชอบสวมใส่หรือสะสมเสื้อฟุตบอลไทย โดยในปีนี้ก็เป็นอีกปีที่แต่ละสโมสรหันมาเซฟต้นทุนการผลิตด้วยการผลิตเสื้อเป็นแบรนด์ตัวเอง และวันนี้เราจะมาไล่ดูเสื้อแข่งขันของทั้ง 16 ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 ว่าทีมไหนสวยสุดและน่าซื้อไปสะสมบ้างมาดูกันเลย

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งเชียงราย 2020

แบรนด์สินค้า : ผลิตเอง

คุณลักษณะ : ปีนี้มีความพิเศษตรงที่พวกเขาได้เพิ่มดาว 1 ดวงเหลือบนโลโก้หลักของสโมสรคือการคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกของสโมสรนั่นเอง โดยชุดเหย้ายังคงสีหลักเป็นสีส้ม ขณะที่ชุดเยือนใช้สีน้ำเงินกรมท่า และชุดที่สามจะเป็นสีเขียวดั่งแสงเหนือที่ดูโดดเด่นมากจากปีก่อนๆ

ราคา : 690 บาท

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งบุรีรัมย์ 2020

แบรนด์สินค้า : ผลิตเอง

คุณลักษณะ : ปีนี้มีความพิเศษคือชุดแข่งทั้งสามชุดของสโมสรเกิดจากการนำเอาขวดน้ำพลาสติกมารีไซเคิลแล้วทอเป็นเส้นใยผ้าออกมาเป็นเสื้อ 1 ตัวต่อขวดน้ำ 14 ขวด ถือเป็นการรักษ์โลกที่น่าชื่นชมมากๆ โดยมี 3 สี คือ สีกรมท่า (เหย้า) , สีครีม (เยือน) และ สีดำ (ชุดที่สาม)

ราคา : 690 บาท

การท่าเรือ เอฟซี

เสื้อแข่งการท่าเรือ 2020

แบรนด์สินค้า : แกรนด์สปอร์ต

คุณลักษณะ : การออกแบบเสื้อในปีนี้ยังคงรูปแบบสีเดิมคือน้ำเงิน-แสด (ชุดเหย้า) เพิ่มเติมคือลวดลายกราฟิกเส้นๆ ที่เข้ามา ส่วนชุดเยือนก็ใช้สีเหลือง เหมือนปีก่อน และชุดที่สามเป็นสีเทาแขนสีดำ

ราคา : 990 บาท

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งแบงค็อก 2020

แบรนด์สินค้า : อริ (Ari)

คุณลักษณะ : การออกแบบเสื้อในปีนี้มีการเปลี่ยนดีไซน์ต่างจากปีก่อนค่อนข้างมากทั้งสามชุด โดยเฉาะชุดเหย้าที่ใช้สีแดง-ดำ สีหลักของสโมสรที่ดูเรียบหรูมากขึ้น รวมไปถึงชุดเยือนทั้งสีชมพูอ่อน และสีน้ำเงินสำหรับชุดที่สามก็ดูเรียบหรูไม่แพ้กัน

ราคา : 790 บาท (เกรดแฟนบอล)

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งเมืองทอง 2020

แบรนด์สินค้า : ชู๊ต (Shoot)

คุณลักษณะ : ปีนี้พวกเขามีการเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ ส่วนการออกแบบก็ดูดีต่างจากปีก่อนพอสมควร ขณะที่ชุดเยือนปีนี้กลับมาใช้สีขาวอีกครั้ง ส่วนชุดที่สามทางสโมสรยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้

ราคา : 990 บาท

สมุทรปราการ ซิตี้

เสื้อแข่งสมุทรปราการ-ซิตี้-2020

แบรนด์สินค้า : อริ (Ari)

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูเรียบแต่หรูน่าซื้อมาสวมใส่เป็นอย่างมากสำหรับชุดเหย้า ที่ปีนี้ยังคงเน้นสีน้ำเงินกรมท่าเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนก็เป็นสีเขียวสะท้อนแสง และชุดที่สามก็สวยดูดีแปลกตาที่ใช้สีเทาตัดกับสีส้มดูมีความแปลกและสวยลงตัว

ราคา : 590 บาท

ชลบุรี เอฟซี

เสื้อแข่งชลบุรี-2020

แบรนด์สินค้า : ไนกี้

คุณลักษณะ : ปีนี้ยังคงใช้แบรนด์ไนกี้เหมือนเดิม ส่วนสีหลักก็ยังคงเป็นสีน้ำเงินที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของชลบุรีมาอย่างยาวนาน ส่วนชุดเยือนอีกสองชุดจะใช้สีขาว และสีแดงเพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้

ราคา : 1,200 บาท

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

เสื้อแข่งราชบุรี-2020

แบรนด์สินค้า : ผลิตเอง

คุณลักษณะ : ยังคงคอนเซปต์เดิมคือการผลิตเสื้อเองอีกครั้ง โดยปีนี้หันมาใช้คอปกในชุดเหย้า โดยยังคงเน้นสีส้มเป็นหลักเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนอีกสองชุดจะเป็นสีม่วงและสีฟ้า

ราคา : 690 บาท

พีที ประจวบ เอฟซี

เสื้อแข่งพีที-ประจวบ-2020

แบรนด์สินค้า : วอริกซ์

คุณลักษณะ : การออกแบบในปีนี้มีการเพิ่มลูกเล่นลายกราฟิกเข้ามาตัดกับสีเสื้อทั้งชุดเหย้าและชุดที่สาม ส่วนชุดเยือนสีขาว-ม่วงก็ออกแบบมาเรียบๆ

ราคา : 590 บาท

ตราด เอฟซี

เสื้อแข่งตราด เอฟซี 2020

แบรนด์สินค้า : แกรนด์สปอร์ต

คุณลักษณะ : ยังคงใช้แบรนด์เดิมอีกปีสำหรับ ตราด เอฟซี ในปีนี้ แต่ก็เปลี่ยนมาใช้คอปกทั้ง 3 ชุด โดยชุดเหย้ายังคงใช้สีแดงเป็นสีหลักเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนมาด้วยสีเหลืองและสีขาว เพิ่มเติมคือลายกราฟิกที่ช่วงลำตัวด้านล่าง

ราคา : 690 บาท

สุโขทัย เอฟซี

เสื้อแข่งสุโขทัย-2020

แบรนด์สินค้า : มาวิน (Mawin)

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูเป็นเอกลักษณ์อยู่เสมอ สำหรับทีม สุโขทัย เอฟซี ที่ปีนี้ได้ใช้ลวดลายกราฟิกและมีรูปค้างคาวอยู่บนตัวเสื้อด้วย เพื่อให้เข้ากับตัวโลโก้ใหม่ของสโมสร ส่วนชุดเยือนมีทั้งสีกรมท่า และสีเทาอ่อน

ราคา : 590 บาท

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

เสื้อแข่งนครราชสีมา-มาสด้า-2020

แบรนด์สินค้า : แกรนด์สปอร์ต

คุณลักษณะ : เปลี่ยนแบรนด์อีกครั้งในปีนี้ทำให้การดีไซน์เปลี่ยนไปถือว่าสวยกว่าปีก่อนพอสมควรแต่ยังคงใช้สีหลักเป็นสีส้มเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนมีสีเหลือง และสีม่วง

ราคา : 690 บาท

สุพรรณบุรี เอฟซี

เสื้อแข่งใหม่สุพรรณบุรี-2020

แบรนด์สินค้า : วอริกซ์

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูแปลกตาไปเหมือนกันสำหรับปีนี้ชุดแข่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ใช้คอปกทั้ง 3 ชุด แต่คอปกไม่เหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบที่สวยและดูน่าสะสมเป็นอย่างมาก

ราคา : 590 บาท (เกรดแฟนบอล) , 999 บาท (เกรดเพลเยอร์)

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งบีจี-ปทุม-2020

แบรนด์สินค้า : ไนกี้

คุณลักษณะ : เป็นอีกทีมที่ใช้ไนกี้ออกแบบให้ ปีนี้หันมาใช้คอปกอีกครั้งสำหรับชุดเหย้า ส่วนชุดเยือนจะใช้สีแดง และ สีขาว

ราคา : 999 บาท (เกรดแฟนบอล)

โปลิศ เทโร เอฟซี

เสื้อแข่งโปลิศ-เทโร-2020

แบรนด์สินค้า : เอฟบีที

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูแปลกตาไปเหมือนกันสำหรับปีนี้ชุดแข่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ใช้คอปกทั้ง 3 ชุด แต่คอปกไม่เหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบที่สวยและดูน่าสะสมเป็นอย่างมาก

ราคา : 699 บาท

ระยอง เอฟซี

เสื้อแข่ง-ระยอง-เอฟซี-2020

แบรนด์สินค้า : โวลต์ (Volt)

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูแปลกตาไปเหมือนกันสำหรับปีนี้ชุดแข่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ใช้คอปกทั้ง 3 ชุด แต่คอปกไม่เหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบที่สวยและดูน่าสะสมเป็นอย่างมาก

ราคา : 699 บาท

Credit : เพจสโมสรไทยลีกทั้ง 16 เพจ

ทีมยอดเยี่ยมศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019

ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ทีมแชมป์คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้มาแล้วจากการคว้า 3 แชมป์บอลถ้วยเมื่อปีก่อน และวันนี้เราจะมาจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2019 ที่ทำผลงานได้ดีซึ่งจะมีใครบ้างมาดูกันเลย…

a370adee26cc772a8b9620761a362136.jpgปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ทีมแชมป์คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้มาแล้วจากการคว้า 3 แชมป์บอลถ้วยเมื่อปีก่อน และวันนี้เราจะมาจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2019 ที่ทำผลงานได้ดีซึ่งจะมีใครบ้างมาดูกันเลย…

ระบบแผน 4-3-3

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน บุรีรัมย์ผู้รักษาประตู
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

นายทวารมากประสบการณ์ วัย 35 ปี ถือเป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอมากที่สุดในฤดูกาลนี้ทั้งในลีกและบอลถ้วย ถึงแม้จบฤดูกาล 2019 จะไม่มีถ้วยรางวัลติดมือเลยสักรายการ แต่เมื่อดูจากผลงานการลงเฝ้าเสาและการโชว์ฟอร์มซุปเปอร์เซฟถือว่า “พี่แชมป์” คือนายทวารเบอร์ต้นๆ ของไทยลีกเลยก็ว่าได้ โดยได้ลงเฝ้าเสาครบทั้ง 30 นัดในลีก

บรินเนอร์ เฮนริเก้ เชียงรายเซนเตอร์
บรินเนอร์ เฮนริเก้ (สิงห์ เชียงรายฯ)

ปราการหลังชาวบราซิล วัย 32 ปี ที่ปีก่อนยังอยู่กับ อุบล ยูไนเต็ด ทีมที่ร่วงตกชั้นไปแล้วอยู่เลย ก่อนที่ปี 2019 จะได้รับโอกาสเข้ามาทดแทนการหายไปของ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าตัวก็สามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาบัญชาเกมรับได้อย่างไม่มีที่ติ ทำให้ทัพ “กว่างโซ้ง” ในฤดูกาลนี้แพ้แค่ 4 นัดเท่านั้น ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ที่เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยตั้งแต่ปี 2011 เลยทีเดียว โดยลงเล่นในลีกไปครบ 30 นัด ยิง 2 ประตู

อันเดรส ตูเญซ บุรีรัมย์เซนเตอร์
อันเดรส ตูเญซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ปราการหลังชาวเวเนซูเอล่า วัย 32 ปี ที่เป็นทุกอย่างในเกมรับของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง ซึ่งถ้าวันไหนไม่มีเจ้าตัวลงสนามพวกเขามักจะเจองานที่ยากเสมอจากการโจมตีของทีมคู่แข่ง แต่เมื่อยามใดที่ ตูเญซ ลงบัญชาเกมรับก็หายห่วงได้เลย ถึงแม้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือในปีนี้ แต่โดยรวมถือว่า ตูเญซ เหมาะสมสำหรับติดทีมยอดเยี่ยมของไทยลีกในปีนี้จริงๆ โดยลงเล่นในลีกไป 27 นัด ยิง 6 ประตู

นิติพงษ์ เสลานนท์ การท่าเรือแบ็คขวา
นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)

แบ็คขวาจอมลุย วัย 26 ปี ที่ปีนี้เปรียบเป็นปีทองของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถพัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองได้มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ทำให้มีชื่อติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ เรียบร้อยแล้วด้วย รวมถึงการมีส่วนช่วย การท่าเรือ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ 2019 ที่จะเตรียมฟาดแข้งกับ ราชบุรี มิตรผลฯ ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ด้วย โดยลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 1 ประตู

สุริยา สิงห์มุ้ย เชียงรายแบ็คซ้าย
สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงรายฯ)

แบ็คซ้ายตัวเก่งสารพัดประโยชน์ วัย 24 ปี ที่สามารถเล่นได้ทั้ง แบ็คซ้าย , ปราการหลังตัวด้านซ้าย และ วิงแบ็คซ้าย ถือเป็นปีที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะยังไม่มีชื่อติดทัพ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ก็ตาม แต่คิดว่าอนาคตหากเจ้าตัวพัฒนาฝีเท้ายกระดับไปอีกขั้นก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยลงเล่นในลีกไป 23 นัด ยิง 1 ประตู

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล เชียงรายกองกลาง
พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล (สิงห์ เชียงรายฯ)

กองกลางตัวรับ วัย 24 ปี ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่พีคสุดๆ ในปีนี้ ทั้งในสโมสรและ ทีมชาติไทย สามารถยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมรับปลอกแขนกัปตันทีม เชียงราย อีกด้วย ซึ่งในตำแหน่งนี้ เจ้าเต้ เหมาะสมสุดๆ แล้วที่จะติดทีมยอดเยี่ยมของไทยลีกเข้ามาในฤดูกาลนี้ โดยลงเล่นในลีกไปครบ 30 นัด ยิง 4 ประตู

ศิวกร จักขุประสาท การท่าเรือกองกลาง
ศิวกร จักขุประสาท (การท่าเรือ เอฟซี)

กองกลางจอมทุ่มเท วัย 27 ปี ที่มีสไตล์วิ่งไล่ขยันและได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอให้กับ การท่าเรือ ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ไทยลีก แต่ก็ยังมีลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ 2019 รวมถึงการไว้ใจจากโค้ชให้เขาสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมอีกด้วย โดยลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 2 ประตู

ศิวกรณ์ เตียตระกูล เชียงรายกองกลาง
ศิวกรณ์ เตียตระกูล (สิงห์ เชียงรายฯ)

กองกลางเชิงเทคนิค วัย 25 ปี ที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่งทั้ง เพลย์เมกเกอร์ , ตัวริมเส้น หรือ มิดฟิล์ดตัวกลาง โดยในฤดูกาลนี้ “เจ้าเฟย” ลงเล่นในลีกไปทั้งสิ้น 28 นัด ยิง 6 ประตู และมีส่วนสำคัญกับการคว้าแชมป์ไทยลีกครั้งแรกของ เชียงราย อย่างไม่ต้องสงสัย

สุภโชค สารชาติ บุรีรัมย์กองหน้า / ซ้าย
สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ตัวรุกดาวรุ่ง วัย 21 ปี ที่ปีนี้พัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองได้ขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว พร้อมรับบทเป็น “เดอะ แบก” ของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในยามที่ทีมไร้เงา ดิโอโก้ ดาวยิงระดับตำนานของทีมที่ย้ายออกไป สำหรับ เจ้าเช็ค ถือเป็นนักเตะแกนหลักของทีมในฤดูกาลนี้ รวมถึงการติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ด้วยเช่นกัน โดยลงเล่นในลีกไป 29 นัด ยิง 9 ประตู

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส เอสซีจี เมืองทองกองหน้า / ขวา
เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส (เอสซีจี เมืองทองฯ)

กองหน้าชาวบราซิล วัย 31 ปี ที่ยังเป็นแกนหลักในแนวรุกของทีมอีกฤดูกาล แม้ช่วงแรกทีมจะอยู่ในโซนตกชั้น แต่เมื่อทีมเปลี่ยนโค้ชเป็น อเล็กซานเดร กาม่า ก็สามารถเข้ามาปลุกจิตวิญญาณนักสู้ของ เฮแบร์ตี้ และผู้เล่นคนอื่นๆ ออกมาด้วย ทำให้ผลงานของทีมดีขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมจบอันดับ 5 ของตาราง ส่วนผลงานของ เฮแบร์ตี้ ลงเล่นในลีกครบทุกเกม 30 นัด ยิง 14 ประตู

ลอนซาน่า ดุมบูญ่า ตราดกองหน้า
ลอนซาน่า ดุมบูญ่า (ตราด เอฟซี)

กองหน้าร่างโย่งชาวกินี วัย 29 ปี ที่เพิ่งย้ายมาเล่นให้ ตราด เอฟซี ในฤดูกาลแรก ก็สามารถผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดของไทยได้สำเร็จในปีนี้ด้วย จากการลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 20 ประตู พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวไปครองด้วยเช่นกัน

ไอล์ตัน ซิลวา เชียงรายโค้ชยอดเยี่ยมของฤดูกาล 2019
ไอล์ตัน ซิลวา (สิงห์ เชียงรายฯ)

กุนซือใหญ่ชาวบราซิล วัย 53 ปี ที่เข้ามารับไม้ต่อจาก โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ที่แยกทางกับทีมไปตั้งแต่ก่อนเริ่มเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในทีมงานของ บอร์จีส ที่ได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาทำหน้าที่โค้ชใหญ่ทัพ กว่างโซ้ง ก่อนจะสามารถสร้างผลงานได้น่าประทับใจด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร แม้จะผิดหวังตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ ก็ตาม

เครดิตรูป : เพจเมืองทอง , บุรีรัมย์ , เชียงราย , การท่าเรือ

บทสรุปปิดฉากไทยลีก 2019

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

4db1bce0cf67097cfd66a5270180a5f0รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

ประเด็นเด็ดไทยลีก ก่อนพักเบรกลุยคิงส์คัพ 2019

6e7241c6b3eee0e5586ed8ee25627e33.jpg

ประเด็นเด็ดไทยลีก ก่อนพักเบรกลุยคิงส์คัพ 2019

ศึกโตโยต้า ไทยลีก เพิ่งลงสนามแข่งขันนัดที่ 13 ไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะพักเบรกให้กับทีมชาติไทยในช่วงฟีฟ่าเดย์ สู้ศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ 2019 ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 แต่ก่อนจะเบรกไทยลีกยาวๆ จะมีประเด็นเด็ดอะไรให้ติดตามกันบ้างนั้น ไปเช็คกันเลยจ้า

บุรีรัมย์ แพ้เป็นแล้ว

บุรีรัมย์ พ่าย ชัยนาท

Photo : BURIRAM UNITED

เกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเอาแฟนบอลปราสาทสายฟ้า ช็อคกันไปถ้วนหน้า หลังจากทีมรัก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปแพ้จอมล้มยักษ์อย่าง ชัยนาท ฮอร์นบิล ด้วยสกอร์ 2-1 ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ไม่แพ้ใครเลยในฤดูกาล 2019 ในศึกไทยลีก ถูกหยุดสถิติลงไปเรียบร้อยแล้ว และร่วงลงมารั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน ตามหลังจ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่าอยู่ 2 นัด

กิเลนผยอง คว้าสามแต้มหนีบ๊วย

ธีรศิลป์ แดงดา

Photo : muangthong united fc.

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เกมล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-0 เป็นการปลดล็อคเก็บชัยชนะได้สำเร็จในรอบ 9 นัด จากชัยชนะในเกมดังกล่าว ทำให้ทัพกิเลนผยอง ขยับจากอันดับสุดท้ายขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 15 แทน แต่คะแนนก็เท่ากับ สุพรรณบุรีฯ อันดับ สุดท้าย เพียงแต่มีลูกได้เสียดีกว่าเท่านั้นเอง

 

สองกุนซือประกาสอำลาทีม

โค้ชอั๋น โค้ชโบ้

Photo : สมุทรปราการซิตี้ SPC, Chonburi Football Club

ในสัปดาห์นี้เล่นเอาแฟนบอลงงกันถ้วนหน้า หลังจากที่ “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ ได้ประกาศลาออกจากการเป็นกุนซือของ สมุทรปราการ ซิตี้  ทั้งที่ในเกมล่าสุดพาทีมเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไป 2-0 ซึ่งก็ไม่มีการแถลงข่าวใดๆจากทางสโมสร ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ส่วนกุนซืออีกรายที่เพิ่งอำลาตำแหน่งคือ “โค้ชโบ้” จักรพันธ์ ปั่นปี  กุนซือวัย 40 ปี ที่เพิ่งประกาศลาออกจากการทำหน้าที่กุนซือที่ ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 10 หลังพาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักในซีซั่นนี้ ซึ่งทางด้าน “โค้ชโบ้” ก็เผยแล้วว่าตนไม่สามารถพาทีมทำผลงานได้ตามเป้าที่วางไว้ จึงควรจะเปิดโอกาสให้สโมสรได้หาโค้ชที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน

ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมล้มยักษ์

ชัยนาท ฮอร์นบิล จอมล้มยักษ์

Photo : BURIRAM UNITED

เกมที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขาดูเป็นรองพอสมควรถึงแม้จะเล่นในบ้าน แต่ทัพนกใหญ่พิฆาต ก็สร้างเซอร์ไพรส์ เมื่อสามารถเอาชนะแชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุดได้ด้วยสกอร์ 2-1 พวกเขากลายเป็นทีมล้มยักษ์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ เปิดบ้านเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไป 3-0 และเอาชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-1

 

ตารางคะแนนหลังสิ้นสุดนัดที่ 13 

บทสรุปไทยลีกนัดที่9 ”หัวตารางตามคาด เซอร์ไพรส์โซนแดง”

ผ่านสัปดาห์ที่9ไปแล้วสำหรับศึกไทยลีกฤดูกาล 2019 ฟุตบอลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วันนี้ผมจะมาสรุปภาพรวมทั้งหมดให้ทราบอีกครั้งครับว่าแต่ละทีมทำผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง

ผ่านสัปดาห์ที่9ไปแล้วสำหรับศึกไทยลีกฤดูกาล 2019 ฟุตบอลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วันนี้ผมจะมาสรุปภาพรวมทั้งหมดให้ทราบอีกครั้งครับว่าแต่ละทีมทำผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง

ก่อนอื่นไปไล่ดูผลการแข่งขันในสัปดาห์นี้ก่อนนะครับ เผื่อใครที่อาจจะไม่ได้ติดตามทุกคู่ โดยมีแข่งขันตั้งแต่วันศุกร์ไล่มาจนถึวันอาทิตย์ครับ

เริ่มกันที่เกมฟรายเดย์ไนท์เป็น สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่บุกไปเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี ถึงถิ่น 3-2 และเป็นการพ่ายแพ้เกมแรกของ สุโขทัย ในฤดูกาลนี้ด้วยหลังจาก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเสียท่าให้กับทีมใดเลย

ส่วนวันเสาร์มีลงสนามทั้งหมด4คู่ครับ ไล่ตั้งแต่ พีทีที ระยอง ที่เสมอกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปสุดมันส์ 2-2 ต่อด้วยคู่ สมุทรปราการ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล ได้ 1-0 และ ตราด เอฟซี โชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่ม เชียงใหม่ เอฟซี ไปขาดลอย 4-0 ปิดท้ายด้วย การท่าเรือ เอฟซี ที่ยังรักษาฟอร์มเก่งต่อเนื่องเปิดบ้านเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ 3-2

มาดูวันอาทิตย์บ้าครับเพิ่งจบไปไม่กี่ชั่วโมง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โคตรดหดไล่ถล่ม ชลบุรี เอฟซี ไปขาดลอย 4-0 ส่วนแชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้ว่าจะต้องลุ้นเหนื่อยแต่ก็บุกไปเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้ถึงถิ่น 2-1และคู่สุดท้ายของวัน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กลับสู่ดหมดโหดอีกครั้งไล่ถล่ม พีที ประจวบ เอฟซี ไปถึบ 6-1

ผลการแข่งขันสัปดาห์ล่าสุดทีมใหญ่ทำผลงานได้ดีกันทุกทีมส่วนใหญ่เก็บชัยได้ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ , การท่าเรือ , เชียงราย และ แบงค็อก จะมีแค่ เมืองทอง ที่ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอทำได้แค่เสมอแต่ก็ยังถือว่าดีที่ไม่แพ้เป็นเกมที่5ติดต่อกัน ก็ต้องมาดูว่าจะฟื้นได้ในเกมไหน

จากผลการแข่งขันเรามาดูตารางคะแนนบ้างครับ ตอนนี้ทีมที่ผลงานดีที่สุดคือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เก็บไปแล้ว 20คะแนน ตามมาด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มี 16คะแนนแต่แข่งน้อยกว่า1นัด ส่วนอันดับ3 สิงห์ เชียราย ยูไนเต็ด ก็มาแบบเงียบ และที่4ถือว่าเวอร์ไพรสน์เพราะเป็น สมุทรปราการ ซิตี้ และอันดับ 5 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ทั้งหมดคือ5อันดับกลุ่มบนขอบตารางส่วนใหญ่จะเป็นทีมใหญ่จะมีก็แค่ สมุทรปราการ ซิตี้ ที่เข้ามาติดแบบเซอร์ไพรส์ ส่วนทีมอื่นก็ถือว่าตามคาดที่ไม่มาตามนัดคือ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ปกติจะอยู่กลุ่มบนตลอด

มาดูโซนล่างบ้างครับตอนนี้บ๊วยคือ เชียงใหม่ เอฟซี มี 7คะแนนเท่ากับรองบ๊วย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากัน ส่วนอันดับ14ที่อยู่ในโซนแดงเหมือนกันคือ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ 9คะแนน

ในกลุ่มโซนแดงต้องบอกว่านอกจาก เชียงใหม่ เอฟซี ที่ตามคาดแล้ว ทั้ง เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สุพรรณบุรี เอฟซี ถือว่าเซอร์ไพรส์ที่หล่นมาอยู่ในโซนนี้เนื่องจากเป็นทีมใหญ่และมีนักเตะชื่อดังเต็มทีม

สัปดาห์นี้ถือว่าผลการแข้งขันไม่ได้เซอร์ไพรส์มากมาย ทำให้ตารางคะแนนไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่อย่างไรก็ตามก็พอจะดูออกแล้วว่าทีมใดอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ ทีมใดลุ้นเลขตัวเดียว และทีมใดจะต้องหนีตกชั้น รอดูสัปดาห์ครับว่าตารางคะแนนจะเปลี่ยนอย่างไร…

Tags ที่เกี่ยวข้อง

8 ประเด็นควันหลงหลังจบแมตช์ไทยลีก สัปดาห์ที่ 8

ฟุตบอลไทยลีกกลับมาโม่แข้งกันอีกครั้งหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจ่าฝูงยังเป็นหน้าเดิม คือการท่าเรือ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเก็บตกที่น่าสนใจ ดังนี้

8 ประเด็นน่าสนใจหลังจบเกมไทยลีกสัปดาห์ที่ 8

1.ประตูรวม

สัปดาห์นี้มีประตูเกิดขึ้นรวมกันถึง 32 ประตู เฉลี่ยตกเกมละ 4 ประตู ถือเป็นค่าเฉลี่ยที่มากที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา

2.เมืองทองแพ้ 4 เกมติด

ทีมกิเลนผยอง ต้องพบกับความพ่ายแพ้ 4 เกมติดต่อกัน ในการประเดิมกุนซือคนใหม่ “ยุน จอง ฮวาน” ซึ่งการแพ้ต่อสิงห์เจ้าท่าครั้งนี้ ถือเป็นการพ่ายติดต่อกัน 3 ปีติด ที่สนามแห่งนี้ แถมยังเป็นครั้งแรกที่ตกลงไปอยู่บ๊วยของตารางคะแนน

3.บุรีรัมย์,สุโขทัย ยังแพ้ไม่เป็น

ทีมปราสาทสายฟ้า และค้างคาวไฟ เป้นสองทีมที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ โดยบุรีรัมย์ ชนะ 3 เสมอ 4 แข่งน้อยกว่าทีมอื่น 1 นัด ขณะที่สุโขทัย ชนะ 1 นัด ที่เหลือ 7 เกมเสมอทั้งหมด

4.สุพรรณบุรี ปลดล็อก

หลังจากที่ช้างศึกยุทธหัตถี พ่ายมา 3 เกมติดต่อกันก่อนหน้านี้ แต่เกมล่าสุดก็ปลดล็อคได้สำเร็จ เอาชนะโคราชไปได้ 3-1 ทำให้สลัดหนีโซนตกชั้นได้สำเร็จ

5.สุโขทัย บุกคว้าแต้มที่สามอ่าวทีมแรก

ทีมค้างคาวไฟ แม้จะเสมออีกแล้วในเกมบุกไปเยือนพีที ประจวบ แต่ถือเป็นทีมแรกในฤดูกาลนี้ที่ไปฉกแต้มออกจากรังสามอ่าว สเตเดี้ยม ออกมาได้

6.ฉลามยิงเชียงใหม่ 7-5

เกมสุดมันส์สัปดาห์นี้คงต้องยกให้กับเกมที่ฉลามชล เปิดบ้านเฉือนชนะเชียงใหม่ ไป 7-5 ยิงรวมกันถึง 12 ประตู ซึ่งถือเป็นสกอร์ที่เยอะที่สุดในฤดูกาลนี้

7.ลูเคี่ยน ซัด 5 ลูกในเกมเดียว

ในเกมที่ชลบุรี ชนะเชียงใหม่ 7-5 มีนักเตะหนึ่งคนที่ยิงไปคนเดียว 5 ประตู นั่นคือ “ลูเคี่ยน อัลเมด้า” ทำให้เจ้าตัวขึ้นไปนำดาวซัลโวที่ 10 ประตู

8.ช้างอารีน่าแชมป์แฟนบอล

Cr : ขอบสนาม

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 5 (ฤดูกาล 2019)

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 5 ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์นี้เราก็ได้เลือก 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดประจำสัปดาห์มาให้ติดตามกันเช่นเคย ส่วนจะมีนักเตะคนใดจากทีมไหนบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

บทความบอลไทย

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 5 ฤดูกาล 2019

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 5 ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์นี้เราก็ได้เลือก 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดประจำสัปดาห์มาให้ติดตามกันเช่นเคย ส่วนจะมีนักเตะคนใดจากทีมไหนบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

ฟาลเคสการ์ด

Photo : True Bangkok United

ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด  : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 8

ถึงแม้เกมนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะทำได้เพียง 1 แต้ม จากการบุกไปเสมอ นครราชสีมา 1-1 แต่หากไม่ได้นายด่านรายนี้ช่วยไว้ทีมอาจจะไม่มีแต้มเลย เพราะนอกจาก ฟาลเคาการ์ด จะเซฟลูกยากๆไว้ได้หลายครั้งแล้ว เขายังสามารถเซฟจุดโทษของ อัสซัมเซา ไม่ให้ทีมเสียประตูที่ 2 เพิ่ม จนสามารถเก็บ 1 แต้มออกมาจากรังสวาทแคทได้สำเร็จ

กองหลัง

ไบฮัคกี้ ไคซาน

Photo :  trat fc

กรกช วิริยอุดมศิริ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนจนหายไปเกือบเดือน แต่หลังจากกลับมาก็ประเดิมประตูแรกในฤดูกาล 2019 ได้ทันที มีส่วนกับชัยชนะของ บุรีรัมย์ ในเกมนี้ ประตูดังกล่าวที่ กรกช ทำได้ ยังเป็นประตูสุดสวยประจำสัปดาห์อีกด้วย

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

กัปตันเหลิม กลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้งในเกมที่พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เขาสามารถทำให้ ไมค์ ฮาเวนาร์ หายไปจากเกมเลย นอกจากนี้ยังรับมือกับแนวรุกของแบงค็อก ได้อย่างยอดเยี่ยม มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมไม่เสียถึง 3 แต้มในเกมนัดนี้

โจเอล ซามี่  : สุโขทัย เอฟซี คะแนน 8

การเจอกับการท่าเรือ ในเกมนี้นั้นไม่ใช่งานง่ายของสุโขทัยเลย แต่กองหลังรายนี้ทำได้ดี โดยสามารถเก็บได้ทั้งลูกกลางอากาศและพื้นดิน รับมือได้หมด นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ทำประตูแรกให้กับทีม ทำให้คลายความกดดัน ก่อนที่จะคว้าสามแต้มได้สำเร็จ

ไบฮัคกี้ ไคซาน  : ตราด เอฟซี คะแนน 8

ตำนานของทีมชาติสิงคโปร์รายนี้ ถูกส่งลงสนามเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันแล้ว และก็ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถรับมือกับแนวรุกของ สุพรรณบุรีฯ อย่าง โจนาธาน เฮส และ เคลตัน ซิลวา ได้อย่างอยู่หมัด พร้อมพาทีมเก็บคลีนชีตและคว้าสามแต้มประวัติศาสตร์ บนเวทีสูงสุดเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

กองกลาง

เกริกฤทธิ์

Photo : Chonburi Football Club

เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์  : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7

ถึงแม้เกมที่ผ่านมาแข้งรายนี้จะไม่สามารถทำประตูช่วยทีมได้ แต่ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ เกมนี้ เกริกฤทธิ์ มีส่วนถึง 2 ประตูที่เกิดขึ้น และมีบทบาทสำคัญตลอด 90 นาทีที่เขาอยู่ในสนาม สามแต้มแรกที่ได้มา เขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

สุภโชค สารชาติ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

จะเรียกว่าเป็นความหวังใหม่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ ถึงแม้เกมนี้ สุภโชค จะไม่สามารถทำประตูได้ แต่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุกของทีม และยังแอสซิสต์ให้กับ เปโดร จูเนียร์ทำประตูที่ 3 อีกด้วย

กฤษณนน ศรีสุวรรณ  : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 7

มีความโดดเด่นมากๆจากเกมที่ราชบุรี เปิดรังรับ เมืองทอง เขาทำให้เกมในแดนกลางเหนือกว่าเมืองทอง ทำได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมเก็บชัยเหนือเมืองทองได้สำเร็จ

กองหน้า

เปโดร จูเนียร์

Photo : BURIRAM UNITED

ลูเคียน อัลเมด้า  : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7

เป็นความหวังของ ชลบุรี เอฟซี ได้เลย สำหรับหอกรายนี้ โดยในเกมที่ผ่านมา ลูเคียน ใช้ความเร็วเล่นงานแนวรับของ พีที ประจวบ เอฟซี ก่อนจะพังไป 2 ประตู ช่วยให้ ชลบุรี เก็บชัยชนะนัดแรก ในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

ลอนซาน่า ดูมบูย่า  : ตราด เอฟซี คะแนน 8

กองหน้าคนสำคัญของ ตราด เอฟซี ทำได้ดีมากๆในเกมนี้ คอยปั่นป่วนแนวรับของ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ตลอดเวลาในสนาม ก่อนที่จะซัดคนเดียวถึง 2 ประตู ช่วยให้ ตราด เอฟซี เก็บสามแต้มแรกบนเวทีสูงสุดไปได้สำเร็จ

เปโดร จูเนียร์  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

ทำไปได้ 2 ประตูในเกมที่ผ่านมา ช่วยให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแล้วในขณะนี้ โดยในเกมนี้ เปโดร จูเนียร์ ทำได้ดีตลอด 90 นาทีในสนาม

Cr.Ballthai

11 นักเตะยอดเยี่ยม ไทยลีก ประจำสัปดาห์ที่ 3 (ฤดูกาล 2019)

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 3 ฤดูกาล 2019

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 นัดที่สาม ลงสนามกันไปเรียบร้อยแล้ว ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สองทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็เก็บชัยได้เป็นนัดแรกทั้งสองทีม นักเตะหลายรายยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ 11 นักเตะที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ที่ ball2step ได้เลือกจะมีใครบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

ดัง วานลัม

Photo : Muangthong United FC.

ดัง วาน ลัม  : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 8

ถึงแม้ในช่วงครึ่งแรกของเกมจะอึดอัดพอสมควร ทางด้านทีมเยือน พยายามโจมตีกลับอยู่หลายจังหวะ แต่โชคดีที่ได้ ดัง วาน ลัม ช่วยเซฟไว้ได้หลายครั้ง รวมไปถึงการออกมาตัดบอลที่อ่านขาด หากรักษาผลงานแบบนี้ไปได้ทุกนัด เชื่อว่าเมืองทองจะขยับมาโซนลุ้นแชมป์ได้ไม่ยากแน่นอน

กองหลัง

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

Photo :  BURIRAM UNITED

ศศลักษณ์ ไหประโคน : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

เกมนี้ดาวรุ่งจากทัพช้างศึกโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฝั่งซ้าย ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเติมเกมรุก หรือการหาโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมขึ้นไปทำประตู ศศลักษณ์ มีความโดดเด่นมากๆ วิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกม สร้างความปั่นป่วนให้กับประจวบได้เยอะมากๆ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยในนัดนี้

สุพรรณ ทองสงค์  : สุพรรณบุรี เอฟซี คะแนน 7

เกมนี้ สุพรรณ คอยคุมแดนหลังได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่ทีมต้องขาด แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส ที่ได้รับบาดเจ็บไปตั้งแต่ต้นเกม แต่แนวรับทีมชาติไทยช่วยป้องกันไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะไม่สามารถเก็บสามแต้มได้ แต่ก็ได้ 1 แต้มสุดล้ำค่ามากจากรังสุโขทัย สำเร็จ

วิคเตอร์ คาโดโซ่  : พีทีที ระยอง คะแนน 7

ชัยชนะเกมแรกของทีมน้องใหม่ เป็น พีทีที ระยอง ที่ทำได้ การเจอกับสมุทรปราการ ซิตี้ ที่เปิดหัวไทยลีกได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นไม่ใช่งานง่ายเลย แต่แนวรับชาวบราซิลของ พีทีที ระยอง นั้นทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ทีมเก็บสามแต้มแรกบนเวทีสูงสุดได้สำเร็จ

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าสามแต้มในเกมนี้ นฤบดินทร์ คนเดิมเริ่มกลับมาให้แฟนบอลได้อุ่นใจ คอยทำเกมรุกทางฝั่งขวาได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนเกมรับก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มได้สำเร็จ

กองกลาง

Photo : การท่าเรือ เอฟซี Port FC

อมาดู อ็อตตาร่า  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 8

เกมนี้โดดเด่นมากๆ สำหรับแข้งรายนี้ นอกจากคอยปั่นป่วนแนวรับของ ราชบุรี ได้หลายครั้งแล้ว ยังเป็นคนทำประตูขึ่้นนำให้กับทีมอีกด้วย นอกจากนี้ยังแอสซิสต์ให้กับ อัสซัมเซา มีส่วนกับเกมนี้ และเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ทีมเก็บชัยเหนือ ราชบุรีฯ

สุมัญญา ปุริสาย  : การท่าเรือ เอฟซี คะแนน 7

กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนสิงห์เจ้าท่าไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ สุมัญญา เพราะนอกจากสไตล์การเล่นที่ทุ่มเทแล้ว เขายังจ่ายบอลแบบฉลาดทำให้เกมลื่นไหล ก่อนที่จะช่วยให้ทีมคว้าสามแต้มได้อีกนัด ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว

สุภโชค สารชาติ : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

เปิดฤดูกาล 2019 มา สุภโชค ซัดไปแล้วถึง 3 ประตู รั้งดาวซัลโวร่วมอยู่ในขณะนี้ เกมล่าสุดเขาถูกส่งลงมาในสนามในฐานะตัวสำรอง แต่หลังจากที่ลงมาทำให้เกมเปลี่ยนแปลงไปชัดเจน ซัดประตูปิดกล่อง พาทัพปราสาทสายฟ้าเก็บสามแต้มแรกในฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

กองหน้า

Photo : True Bangkok United

เลอันโดร อัสซัมเซา  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

เป็นอีกคนสำคัญของนครราชสีมา ถึงแม้จะไม่ได้โดดเด่นมากที่สุดในทีม แต่อัสซัมเซา เป็นนักเตะที่พึ่งได้เสมอ เกมนี้คอยปั่นป่วนแนวรับของ ราชบุรี หลายครั้ง พร้อมประสานงานกับแนวรุกของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ นครราชสีมา เอาชนะ ราชบุรี ไป 3-2

เนลสัน โบนีญ่า : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 7

ในยามที่ทัพแข้งเทพ ต้องการเพียงแค่ประตูเพื่อสามแต้ม โบนีญ่า จะเป็นคำตอบให้ได้เสมอ เกมที่บุกไปชนะ ตราด เอฟซี 1-0 ค่อนข้างเป็นเกมที่อึดอัดพอสมควร แต่แข้งรายนี้ก็สามารถจบสกอร์ช่วยทีมคว้าสามแต้ม ล่าแชมป์ฤดูกาล 2019 ต่อไปได้สำเร็จ

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส  : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 8

เดอะแบกของทัพกิเลนผยอง ยังเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอ เกมนี้นอกจากแอสซิสต์ให้กับ ธีรศิลป์ ทำประตูแล้ว ยังซัดจุดโทษช่วยทีมเอาชนะ เชียงใหม่ เอฟซี พร้อมเก็บสามแต้มแรกในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 1 (ฤดูกาล 2019)

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 1 ฤดูกาล 2019

:: UFACASH :: ฝาก-ถอน โคตรไว ใน 2 นาที ::
สมัคร UFABET โดยตรงที่นี่ 
https://goo.gl/YaJ5bS

ศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ลงสนามฟาดแข้งกันไปเรียบร้อยแล้ว ในปีนี้ยังการันตีความมันส์เหมือนเดิม เพราะแค่นัดแรกก็มีการซัดแฮตทริกกันเกิดขึ้นแล้ว แฟนบอลไทยหลายคนรอเชียร์รอชมกันอยู่ก็หายคิดถึงกันไปบ้าง ส่วนในสัปดาห์แรก จะมีนักเตะคนไหนที่ิติดโผ 11 ผู้เล่นฟอร์มดีของเราบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

แซมมวล ป_ คันนิงแฮม

Photo : Nakhonratchasima FC

แซมมวล ป. คันนิงแฮม  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

หลังจากที่พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ปีนี้ผู้รักษาประตูลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ก็ยังคงรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้  ถึงแม้ในเกมการแข่งขันจะโดนผู้เล่นจาก พีทีที ระยอง พยายามทำประตูใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รักษาประตูรายนี้ก็สามารถเซฟไว้ได้ทั้งหมด พร้อมรักษาคลีนชีตในนัดแรกไปได้อย่างสวยงาม

กองหลัง

ทริสตอง โด

Photo :  True Bangkok United

ทริสตอง โด : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 7

ยังคงรักษาฟอร์มไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับแข้งลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส รายนี้ เกมนี้ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญอีกรายของแบงค็อก ที่คอยวิ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม พร้อมซัด 1 ประตูช่วยให้ทีมเก็บ 1 แต้มไว้ได้ในเกมบุกไปเยือนสุโขทัย

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7.5

กองหลังดีกรีทีมชาติไทยรายนี้ อาจจะดูไม่โดดเด่นมากนักในสนาม แต่ก็คุมเกมได้เป็นอย่างดีคอยเก็บกวาดบอลได้หลายครั้ง ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มแรกได้อย่างสำเร็จ

นัสตพล มาลาพันธ์  : พีที ประจวบ เอฟซี คะแนน 7

ช่วยเกมรับ ประจวบ ได้หลายครั้งมาก มีความโดดเด่นมากๆเมื่อบอลอยู่กับเท้า สกัดเกมรุกของเมืองทองได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสกัดบอล คอยกดดันแนวรุกของเมืองทอง ก่อนจะช่วยทีมเก็บชัยชนะนัดแรกได้

ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 7

เกมนี้ ศาสนพงษ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทำได้ดีทั้งในเรื่องของเกมรุกและเกมรับ นอกจากนี้ยังสร้างความอันตรายใหกับ ตราด เอฟซี ได้หลายครั้งเลยทีเดียว ถือเป็นอีกเกมที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัว พร้อมช่วยทีมเก็บสามแต้มไว้ได้สำเร็จ

กองกลาง

สุภโชค สารชาติ

Photo : BURIRAM UNITED

จอห์น บาจโจ้  : สุโขทัย เอฟซี คะแนน 7.5

แข้งรางจิ๋วยังคงเป็นกำลังสำคัญของ สุโขทัย เอฟซี พร้อมยังมีความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม มีบทบาทกับเกมรุกของทีมได้เป็นอย่างดี พร้อมหาโอกาสสร้างสรรค์ประตูได้อย่างต่อเนื่อง สุโขทัย เอฟซี จะขาด จอห์น บาจโจ้ ไม่ได้เลย 1 คะแนนล้ำค่าที่ได้มา ต้องชื่นชมแข้งรายนี้

สุภโชค สารชาติ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

เป็นอีกเกมที่ฟอร์มของเขาน่าประทับใจซะเหลือเกิน โดยเกมนี้ สุภโชค จัดการซัดคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมเก็บหนึ่งแต้มในรังไว้ได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังคอยสร้างสรรค์เกมรุกได้หลายครั้ง จากฟอร์มในนัดแรกแสดงให้เห็นแล้วว่า สุภโชค จะกลับมาเป็นกำลังหลักของปราสาทสายฟ้าในฤดูกาล 2019 นี้ได้อย่างแน่นอน

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7.5

กลายเป็นนักเตะหลักอย่างเต็มตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกองหน้ารายนี้ เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีดีแค่ไหน ในฤดูกาลที่ผ่านมา วรชิต กลายเป็นนักเตะไทยที่ทำประตูได้เยอะที่สุด ส่วนผลงานในนัดแรกนอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในประตูที่สอง หากรักษามาตรฐานแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ ชลบุรี จะเป็นอีกทีมที่ลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน

สตีเว่น ล็องชิล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 8

เป็นนักเตะของ ราชบุรี ที่ฟอร์มดีไม่แพ้ผู้สังหารประตูเลยในเกมนี้ เพราะ สตีเวน ล็องชิล ก็ทำผลงานได้โดดเด่นเช่นกันพร้อมทั้งมีส่วนร่วมกับสองประตูที่เกิดขึ้นอีกด้วย

กองหน้า

ยานนิค โบลี

Photo : Ratchaburi Mitr Phol FC

ยานนิค โบลี : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 8

เพิ่งย้ายมาค้าแข้งในไทยลีกเป็นฤดูกาลแรก ก็สร้างชื่อจนกลายเป็นนักเตะที่หลายคนรู้จักทันที โดยเกมนี้ โบลี สวมบทฮีโร่ จัดการซัด 3 ประตู ช่วยให้ ราชบุรี มิตรผล ที่ตามหลังอยู่เก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ เป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นมากๆ นอกจากนี้ยังจารึกชื่อเป็นผู้เล่นรายที่ 6 ที่สามารถซัดแฮตทริก ได้ตั้งแต่นัดแรกเรียบร้อยแล้ว

 เลอันโดร อัสซัมเซา : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7.5

ยังเป็นฮีโร่ของ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี สำหรับ เลอันโดร อัสซัมเซา เพราะล่าสุดเขาจัดการซัดประตูช่วงท้ายเกม ช่วยให้ นครราชสีมา เก็บสามแต้มไว้ได้ ถือเป็นนักเตะที่ทีมพึ่งได้ในยามสถานการณ์คับขันเสมอ