เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมแพ้มาเลเซีย 1-2 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมแพ้มาเลเซีย 1-2 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก 

147e74889a66a04a97e3bd4cf04b9d91.jpg

เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมแพ้มาเลเซีย 1-2 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 4 ที่ทีมชาติไทย บุกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ลงสนามกันไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าทัพช้างศึกบุกไปพ่ายมา 1-2 ทำให้ ร่วงจากตำแหน่งจ่าฝูงมารั้งอยู่ที่อันดับ 2 เรียบร้อยแล้ว

วันนี้ทีมงาน ขอให้คะแนนเหล่าขุนพล “ช้างศึก” ที่ลงสนามไปในเกมที่ผ่านมา ว่าแต่ละคนทำผลงานกันออกมาเป็นอย่างไรกันบ้าง และทำได้กี่คะแนน ไปติดตามกันได้เลย

ทีมชาติไทย

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

คะแนน 6.5

เกมนี้สองประตูที่เสียไปต้องยอมรับว่าสุดที่จะเซฟไว้ได้จริงๆ ส่วนจังหวะอื่นๆ ศิวรักษ์ ช่วยทีมชาติไทย ไว้ได้หลายครั้ง ไม่ทำให้ทีมเสียประตูเพิ่ม ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

มานูเอล ทอมเบียรห์

คะแนน 6

เกมนี้เจ้าตัวถือเป็นหัวใจสำคัญของเกมรับ มีโอกาสโหม่งช่วยเคลียจังหวะอันตรายอยู่หลายครั้ง แต่ก็มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้างเหมือนกัน

เอเลียส ดอเลาะ

คะแนน 5

ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกให้กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ แต่ไม่ใช่เกมที่น่าประทับใจมากนัก ช่วงแรกถือว่าทำได้ดี แต่หลังจากนั้นต้องปรับปรุง สองประตูที่เสียไป มีส่วนต้องรับผิดชอบ

กรกช วิริยอุดมศิริ

คะแนน 5

เกมนี้เรื่องของการเปิดบอลยังทำได้ดี แต่สิ่งที่ผิดพลาดคงต้องยกให้เป็นเรื่องของเกมรับ ที่เห็นได้ชัดเจน สองประตูที่เสียไปนั้น มีส่วนต้องรับผิดชอบทั้งสองประตู

ทริสตอง โด

คะแนน 5

ลงสนามมาแทนที่ของ นิติพงษ์ เสลานนท์ ที่ถูกดร็อปเป็นสำรอง เกมนี้ โด ทำได้ไม่ดีเลย ทั้งเรื่องของเกมรับที่หลุดบ่อย ส่วนเกมรุกก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมโอกาสเปิดบอลสวยๆจากด้านข้างก็แทบจะไม่เห็นเลย

ทริสตอง โด

สารัช อยู่เย็น

คะแนน 5.5

เกมนี้ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก อากิระ นิชิโนะ ลงสนามเป็นตัวจริง แต่ดูเหมือนจะเล่นไม่ค่อยออก ผิดไปจากฟอร์มเดิมที่ผ่านมา ตัดเกมของคู่แข่งก็ยังไม่ค่อยสำเร็จนัก จนถูกเปลี่ยนตัวออก

พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

คะแนน 6

โชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยโดดเด่น แต่อาศัยความขยัน พยายามไล่บีบคู่แข่งอยู่หลายครั้ง มีจังหวะตัดฟาวล์ให้เห็นอยู่ ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

เอกนิษฐ์ ปัญญา

คะแนน 6.5

ถือว่าเล่นได้ดีในระดับนึง นอกจากทำแอสซิสต์ได้แล้ว  ยังมีบทบาททั้งกับเกมรับและเกมรุก สร้างความปั่นป่วนให้กับมาเลเซีย ได้หลายครั้ง

ชนาธิป สรงกระสินธ์

คะแนน 6.5

กลับมาลงสนามให้กับทีมชาติไทย อีกครั้ง หลังจากที่บาดเจ็บไปช่วงก่อนหน้านี้ ฟอร์มโดยภาพรวมถือว่าทำได้ไม่ค่อยน่าพอใจนัก โดนแข้งมาเลเซียตามประกบติดตลอด แต่ก็ซัดประตูให้ทีมชาติไทยได้ในเกมนี้

สุภโชค สารชาติ

คะแนน 6

พยายามหาโอกาสสร้างสรรค์เกมรุก แต่ก็โดนประกบจนเล่นไม่ออกด้วยเช่นเดียวกัน พยายามหาจังหวะเข้าทำอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ยังมีข้อผิดพลาดที่ต้องปรับปรุง

ธีรศิลป์ แดงดา

คะแนน 6.5

หาจังหวะจบสกอร์แทบจะไม่ได้เลยในเกมนี้ ถูกประกบติดอยู่ตลอดเมื่อได้บอลมีลงมาช่วยเกมรับอยู่บ้าง นอกจากนี้ยังได้เห็นจังหวะพักบอลสวยๆอยู่

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

สำรอง

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

คะแนน 7

ลงมาแทนที่ของ สารัช อยู่เย็น ช่วงนาทีที่ 56 เจ้าตัวพยายามสร้างสรรค์เกมรุกช่วยทีม แต่ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัด

บดินทร์ ผาลา

คะแนน 7

ลงมาในช่วงนาทีที่ 82 มีเวลาน้อยเกินไปไม่สามารถให้คะแนนได้

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนม

ลงมาแทนที่ ทริสตอง โด ในนาทีที่ 89 มีเวลาใสนามน้อยเกินไป

Photo : ช้างศึก

ผลงานเมืองทอง แก้ตรงไหนถึงจะตรงจุด?

บทความบอลไทย
f45bd225997d6b3152a49a61c9634a30.jpg

คงจะเป็นคำถามคาใจของแฟนบอลหลายๆราย หลังจากผลงานของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังคงไม่ฟื้นและดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันจมอยู่ในตำแหน่งบ๊วยของศึกไทยลีก หลังผ่านไป 10 นัด เก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ไปถึง 7 นัด วันนี้จะพามาเช็คปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิเลนผยองร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย
ดาวยิงฟอร์มแจ่มๆ
ธีรศิลป์ แดงดา

ที่ผ่านมา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โชคดีที่มีนักเตะอย่าง เฮแบร์ตี้ เพราะเขาคือแข้งคนสำคัญที่ช่วยทีมทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง จนหลายคนยกให้เป็น “เดอะแบก” แต่การที่ทีมมีเขาเป็นความหวังแค่คนเดียวเท่านั้น มันจะหนักเกินไป ร่างกายก็คงจะต้องมีเหนื่อยล้ากันบ้าง สิ่งสำคัญที่เมืองทองจะต้องรีบแก้ไขหลังจบเลกแรก คงจะต้องหาดาวยิงฝีเท้าดีมาประดับทีม อาจจะช่วยยกระดับเรื่องการทำประตูได้เพิ่มขึ้น
ฝั่งซ้ายยังไม่ดีพอ?
วีระวุฒิ กาเหย็ม

อดีตที่ผ่านมา เมืองทอง เคยมีฝั่งซ้ายที่เป็นจุดเด่น หลายคนระดับทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็น พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, สุริยา สิงห์มุ้ย หรือจะเป็น ธีราทร บุญมาทัน ถึงแม้ในฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมจะไม่มี ธีราทร แต่ก็ยังมี พีระพัฒน์ ที่พอจะทดแทนได้บ้าง แต่หลังจากเสีย “เจ้าบาส” ไปอีกราย ฝั่งซ้ายก็กลายเป็นบ่อใหญ่ การได้ วีระวุฒิ กาเหย็ม มาช่วยทีม ก็ยังไม่ตอบโจทย์มากนัก ที่ผ่านมาทีมต้องเสียประตูจากทางฝั่งซ้ายอยู่หลายครั้ง คงจะต้องหาแบ็คซ้ายฝีเท้าดี มาช่วยทีมแล้ว
นักเตะควรปรับทัศนคติในการเล่น
เมืองทอง

หลายเกมที่ผ่านมา หลังจากจบเกมการแข่งขัน เมื่อ ยุน จอง ฮวาน กุนซือของทีมให้สัมภาษณ์ เขาจะบอกเสมอว่า นักเตะในทีมควรจะปรับทัศนคติในการเล่น หลายๆครั้งที่แฟนบอลก็เห็นได้ชัดในจังหวะที่ทีมเป็นรอง แต่ทุกคนก็ไม่ได้มีความกระตือรือร้นในการเล่น ดูเหมือนไม่มีแรงจูงใจ เพราะหลายๆคนในทีมที่เป็นตัวหลัก ล้วนประสบความสำเร็จมาแล้ว ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร นี่จึงอาจจะเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่บางคนเล่นแค่เพื่อให้ผ่านไปหรือเปล่า?

เกมผ่านไปแล้ว 10 นัด ผลงานของพวกเขาจมอยู่ท้ายตาราง ไม่สมราคางบประมาณการทำทีมที่สูงลิ่ว เชื่อว่าตอนนี้ทั้งทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมไปถึงผู้บริหารของทีมก็คงจะรู้แล้ว ว่าสิ่งที่ต้องแก้ไขอยู่ตรงไหนกันแน่ ซึ่งถ้าทำได้ แฟนบอลที่หายไป จะกลับมาตามเชียร์เหมือนเดิมแน่นอน

เปิดศึก ช้าง เอฟเอ คัพ รอบแรก 64 ทีมจากทุกดิวิชั่นร่วมฟาดแข้ง

ระเบิดศึกอย่างเป็นทางการ สำหรับศึก ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย รายการศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่ ที่ยาวนานร่วม 40 ปี โดยรวมทีมจากทุกดิวิชั่น ทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่นร่วมชิงชัย

ระเบิดศึกอย่างเป็นทางการ สำหรับศึก ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย รายการศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่ ที่ยาวนานร่วม 40 ปี โดยรวมทีมจากทุกดิวิชั่น ทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่นร่วมชิงชัย

วันที่ 19 เมษายน 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องราชพฤกษ์ บอลรูม ชั้น 2 ราชพฤกษ์คลับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง จัดพิธีจับสลากประกบคู่ ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้ายขึ้น
โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก คุณกรวีร์​ ปริศนา​นันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล​แห่ง ประเทศไทย​ในพระบรมราชูปถัมภ์​ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, คุณนวกาญจน์ แผ่รุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด และ คุณธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด เข้าร่วม
สำหรับในรอบนี้ มี 14 ทีมจาก M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2), 10 ทีมจาก ออมสิน ลีก โปร (ไทยลีก 3), 11 ทีมจากออมสิน ลีก (ไทยลีก 4) และ 13 ทีมจากไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก รวม 48 ทีม ที่ผ่านรอบคัดเลือก สมทบกับทีมจาก โตโยต้า ไทยลีก 16 ทีม ที่ได้สิทธิ์ลงเล่นโดยอัตโนมัติ รวมเป็น 64 ทีมด้วยกัน คุณกรวีร์​ ปริศนา​นันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล​แห่ง ประเทศไทย​ในพระบรมราชูปถัมภ์​ 

ด้าน คุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า “บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเครื่องดื่มตราช้าง ได้ให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยมากว่า 20 ปี ในทุกระดับการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาและส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล โดยมุ่งมั่นพัฒนาตั้งแต่ในระดับเยาวชน จนถึงระดับอาชีพ และการแข่งขัน ช้าง เอฟเอ คัพ ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลน็อคเอาท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของประเทศไทย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานร่วม 40 ปี ซึ่งเป็นการแข่งขันโดยไม่มีการแบ่งระดับลีกการแข่งขัน ทุกทีมทุกระดับในฟุตบอลไทยลีก สามารถเข้าแข่งขันได้ทั้งหมด ชิงเงินรางวัลมูลค่าสูงถึง 5 ล้านบาท พร้อมรับสิทธิ์เข้าแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ กับแชมป์ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2019”

“นอกจากการแข่งขันฟุตบอลอันเร้าใจแล้ว ทาง “ช้าง” ยังมีกิจกรรมดีๆเพื่อน้องๆเยาวชนไทย กับโครงการคลินิค ฟุตบอลเคลื่อนที่ “ช้าง เอฟเอ คัพ ฟุตบอล คลินิค 2019” ที่จัดขึ้นให้น้องๆได้เข้าร่วมฝึกฝนทักษะฟุตบอลอย่างถูกต้องกว่า 5 สนามทั่วประเทศ คัดเยาวชนฝีเท้าดีสนามละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 25 คน เข้าอบรมทักษะฟุตบอลขั้นสูงกับทีมผู้ฝึกสอนจากเอคโคโน รับรองจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬา ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นระยะเวลารวม 3 วัน พร้อมกับจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “ช้าง เอฟเอ จูเนียร์ คัพ 2019” ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี แบบน็อคเอาท์ แพ้คัดออก ชิงทุนการศึกษารวม 50,000 บาทอีกด้วย”โดยผลการจับสลากประกบคู่มีดังนี้

“ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับทุกสโมสรที่ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ได้สำเร็จ วันนี้เป็นการจับสลากฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2019 รอบ 64 ทีมสุดท้าย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกๆ  ทีมที่ผ่านเข้ามามีความพร้อมและความสามารถ”
“ในรอบ 64 ทีม นี้ เป็นที่น่ายินดีและน่าทึ่งที่สโมสรในระดับ ไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก หรือ ลีกฟุตบอลสมัครเล่นของประเทศไทย ผ่านเข้ารอบถึง 13 ทีม เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาฟุตบอลในระดับรากหญ้า นอกจากนี้ยังมีทีมใน ออมสิน ลีก (T4) จำนวน 11 ทีม, ออมสิน ลีก โปร (T3) จำนวน 10 ทีม, M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) จำนวน 14 ทีม และ โตโยต้า ไทยลีก (T1) จำนวน 16 ทีมด้วยกัน”

“ฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ” ผู้ที่ไร้พ่ายเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ เพราะกติกาการแข่งขันคือแบบ “น็อคเอาท์” หรือ “แพ้ตกรอบ” ทันที ผู้ชนะเลิศรายการนี้จะได้รับเงินรางวัล  5 ล้านบาท พร้อมสิทธิ์เข้าไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2 ปี 2020 ส่วนทีมรองชนะเลิศ ได้เงินรางวัล 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่นๆ รวม 10 ล้านบาท”
“ในนาม สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอขอบคุณ เครื่องดื่มตราช้าง ที่เป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ และทำให้การแข่งขันฟุตบอล มีความสนุกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น แต่จะมีเพียง 32 ทีม เท่านั้นที่ได้เข้ารอบต่อไป ก็ขออวยพรให้ทั้ง 64 ทีม สมหวังกับการจับสลาก และได้รับผลการแข่งขันที่ดี ในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ขอบคุณครับ”

นอกจากการแข่งขันฟุตบอลน็อคเอ้าท์แล้ว ทาง “ช้าง” ยังมีกิจกรรมดีๆ เพื่อน้องๆ เยาวชนไทย กับโครงการคลินิกฟุตบอลเคลื่อนที่ “ช้าง เอฟเอ คัพ ฟุตบอล คลินิก 2019” ที่จัดขึ้นให้น้องๆ ได้เข้าร่วมฝึกฝนทักษะฟุตบอลอย่างถูกต้องกว่า 5 สนามทั่วประเทศ ในทุกรอบของการแข่งขัน และคัดเยาวชนฝีเท้าดีสนามละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 25 คน เข้าอบรมทักษะฟุตบอลขั้นสูงกับทีมผู้ฝึกสอนจากเอคโคโน ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นระยะเวลารวม 3 วัน พร้อมทั้งจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “ช้าง เอฟเอ จูเนียร์ คัพ 2019” ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี แบบน็อคเอ้าท์ แพ้คัดออก ชิงทุนการศึกษารวม 50,000 บาท อีกด้วย

สำหรับฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2018 รอบ 64 ทีมสุดท้าย จะแข่งขันในวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 โดยแชมป์รายการนี้จะได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท และได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020 รอบคัดเลือก รอบ 2

หลังเกม ACL 2019 “สายฟ้า” 1-3 “ปักกิ่ง”

ถึงแม้ผลที่ออกมาจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงก่อนเริ่มเกมแต่โดยรวมสำหรับเกมนี้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่วนทีมเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมจ่าฝูงของศึกไชนิส ซุปเปอร์ลีกล่าสุด สามารถบุกมาทำผลงานได้อย่างดุดัน และวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นหลังเกมนี้กันซึ่งจะมีเรื่องราวอะไรบ้างมาดูกันเลย

ถึงแม้ผลที่ออกมาจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงก่อนเริ่มเกมแต่โดยรวมสำหรับเกมนี้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่วนทีมเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมจ่าฝูงของศึกไชนิส ซุปเปอร์ลีกล่าสุด สามารถบุกมาทำผลงานได้อย่างดุดัน และวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นหลังเกมนี้กันซึ่งจะมีเรื่องราวอะไรบ้างมาดูกันเลย

กลุ่มจี โอกาสเข้ารอบยังเท่ากัน !

เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มแห่งความตายจริงๆ (กรุ๊ป ออฟ เดธ) สำหรับ กลุ่มจี ที่ประกอบด้วย 
ชนบุค ฮุนได มอร์เตอร์ส  (เกาหลีใต้) , อูราวะ เรด ไดม่อนส์ (ญี่ปุ่น) , ปักกิ่ง กั๋วอัน (จีน) และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทย) โดยทีมทั้ง 4 จากแต่ละประเทศถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอๆ กันทั้งหมด หลังผ่านไป 3 นัดแรก คะแนนถือว่ายังไม่ห่างมากนัก โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือรอบน็อคเอาท์ ซึ่งอย่าลืมว่าปีก่อน บุรีรัมย์ฯ ก็อยู่ในกลุ่มที่ยากไม่แพ้กัน ก่อนจะรวบรวมพลังใจและพลังกายฝ่าฟันอุปสรรค์จนสามารถเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้ และปีนี้เราต้องเอาใจช่วยให้ตัวแทนหนึ่งเดียวของประเทศไทยลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ในอีก 3 นัดที่เหลือหลังจากนี้

“ศุภณัฏฐ์” สร้างสถิติใหม่ !

CR : เพจ BURIRAM UNITED

หลังจากเคยสร้างสถิติใหม่เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในศึก โตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 17 เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 61 เกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดรังถล่ม แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล 5-0 ทำให้เจ้าตัวจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวัย 15 ปี 9 เดือน 25 วัน ก่อนที่ล่าสุดจะมาทำสถิติใหม่ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 เกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดรังพ่าย ปักกิ่ง กั๋วอัน 1-3 เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 62 ด้วยวัย 16 ปี 8 เดือน 7 วัน ทำให้ทำลายสถิติเดิมของ ทากาชิ อูซามิ ดาวยิงทีมชาติญี่ปุ่นที่เคยยิงให้ กัมบะ โอซาก้า ในเกมแพ้ เอฟซี โซล 1-2 เมื่อปี 2009 ด้วยวัย 17 ปี 14 วัน

“ปักกิ่ง กั๋วอัน” แกร่งจริง !

CR : เพจ Thairath

ทีมเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน ดีกรีทีมแชมป์ไชนิส เอฟเอ คัพ 2018 ที่คุมทีมโดย โรเจอร์ ชมิดท์ กุนซือชาวเยอรมนี ที่อดีตเคยคุม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมในศึกบุนเดสลีก้ามาแล้ว พร้อมผนึกกำลังผู้เล่นตัวเก๋ามากประสบการณ์ทั้ง ยู่ ต๋าเป่า , เรนาโต้ ออร์กุสโต้ , โจนาธาน วิเอร่า หรือแม้กระทั่ง เซดริก บาคัมบู ดาวยิงที่ซัดแฮตทริกในเกมนี้ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาสามารถเล่นได้ดุดันมากๆ ในเรื่องของเกมรุก หาจังหวะจบสกอร์ได้แทบทุกวินาที โดยผลงานในลีกของพวกเขาเป็นจ่าฝูงของศึกไชนิส ซุปเปอร์ ลีก 2019 แข่ง 4 นัด ชนะรวด เก็บ 12 คะแนนเต็ม ยิงได้ 9 ประตูยังไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ถือเป็นคู่แข่งที่ บุรีรัมย์ฯ จะต้องเจออีกครั้งในการบุกเยือนในนัดหน้าด้วย (ACL รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4)

“สายฟ้า” ทีมยังไม่เต็มร้อย!

CR : เพจ BURIRAM UNITED

ปัญหาเรื่องที่ทีมขาด ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ยังเป็นเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ต่อไปว่าเมื่อไหร่ทีมจะกลับมามีมิติในเกมรุกเหมือนดั่งวันเก่าๆ ที่มี ดิโอโก้ คอยขับเคลื่อนเกมทั้งการยิงประตูได้เอง หรือแม้แต่การวิ่งดึงตัวประกบทีมคู่แข่งเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมบุรีรัมย์ เข้าหาจังหวะจบสกอร์ ส่วนปีนี้เมื่อวันเวลาผ่านไป สถานการณ์ก็ยังคงออกมาแบบเดิมๆ เมื่อเกมรุกของ บุรีรัมย์ฯ ที่มีตอนนี้ยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างกันไปอันนี้พอเข้าใจได้ แต่ถ้ายังช้าและสายไป กลัวว่าสถานการณ์ต่อจากนี้จะยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นได้ ส่วนการขาด ฮาจิเมะ โฮโซไก ห้องเครื่องจอมเก๋าดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น ที่ทีมไม่ได้ส่งชื่อลงเล่น ACL รอบแบ่งกลุ่มปีนี้ ก็มีผลต่อทีมไม่มากก็น้อย เพราะเกมแดนกลางยามที่มีเจ้าตัวคอยบัญชาเกมดูไหลลื่นมากกว่า ยามที่ทีมไม่มีเจ้าตัวเสียอีก ซึ่งอย่าลืมว่าเกมระดับถ้วยสโมสรเอเชีย ยิ่งมีนักเตะที่มีประสบการณ์มากแค่ไหน ทีมนั้นๆ ก็จะได้เปรียบทีมคู่แข่งมากขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับโปรแกรมแข่งนัดต่อไปของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน ปักกิ่ง กั๋วอัน (จีน) ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยส์ ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม สายจี นัดที่ 4 วันที่ 24 เม.ย. 62 เวลา 19.00 น. ณ สนามวอร์คเกอร์ส สเตเดี้ยม , ปักกิ่ง ประเทศจีน ถ่ายทอดสดทาง Bugaboo TV

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 5 (ฤดูกาล 2019)

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 5 ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์นี้เราก็ได้เลือก 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดประจำสัปดาห์มาให้ติดตามกันเช่นเคย ส่วนจะมีนักเตะคนใดจากทีมไหนบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

บทความบอลไทย

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 5 ฤดูกาล 2019

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 5 ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์นี้เราก็ได้เลือก 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดประจำสัปดาห์มาให้ติดตามกันเช่นเคย ส่วนจะมีนักเตะคนใดจากทีมไหนบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

ฟาลเคสการ์ด

Photo : True Bangkok United

ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด  : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 8

ถึงแม้เกมนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะทำได้เพียง 1 แต้ม จากการบุกไปเสมอ นครราชสีมา 1-1 แต่หากไม่ได้นายด่านรายนี้ช่วยไว้ทีมอาจจะไม่มีแต้มเลย เพราะนอกจาก ฟาลเคาการ์ด จะเซฟลูกยากๆไว้ได้หลายครั้งแล้ว เขายังสามารถเซฟจุดโทษของ อัสซัมเซา ไม่ให้ทีมเสียประตูที่ 2 เพิ่ม จนสามารถเก็บ 1 แต้มออกมาจากรังสวาทแคทได้สำเร็จ

กองหลัง

ไบฮัคกี้ ไคซาน

Photo :  trat fc

กรกช วิริยอุดมศิริ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 8

มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนจนหายไปเกือบเดือน แต่หลังจากกลับมาก็ประเดิมประตูแรกในฤดูกาล 2019 ได้ทันที มีส่วนกับชัยชนะของ บุรีรัมย์ ในเกมนี้ ประตูดังกล่าวที่ กรกช ทำได้ ยังเป็นประตูสุดสวยประจำสัปดาห์อีกด้วย

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

กัปตันเหลิม กลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้งในเกมที่พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เขาสามารถทำให้ ไมค์ ฮาเวนาร์ หายไปจากเกมเลย นอกจากนี้ยังรับมือกับแนวรุกของแบงค็อก ได้อย่างยอดเยี่ยม มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมไม่เสียถึง 3 แต้มในเกมนัดนี้

โจเอล ซามี่  : สุโขทัย เอฟซี คะแนน 8

การเจอกับการท่าเรือ ในเกมนี้นั้นไม่ใช่งานง่ายของสุโขทัยเลย แต่กองหลังรายนี้ทำได้ดี โดยสามารถเก็บได้ทั้งลูกกลางอากาศและพื้นดิน รับมือได้หมด นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ทำประตูแรกให้กับทีม ทำให้คลายความกดดัน ก่อนที่จะคว้าสามแต้มได้สำเร็จ

ไบฮัคกี้ ไคซาน  : ตราด เอฟซี คะแนน 8

ตำนานของทีมชาติสิงคโปร์รายนี้ ถูกส่งลงสนามเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันแล้ว และก็ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถรับมือกับแนวรุกของ สุพรรณบุรีฯ อย่าง โจนาธาน เฮส และ เคลตัน ซิลวา ได้อย่างอยู่หมัด พร้อมพาทีมเก็บคลีนชีตและคว้าสามแต้มประวัติศาสตร์ บนเวทีสูงสุดเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

กองกลาง

เกริกฤทธิ์

Photo : Chonburi Football Club

เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์  : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7

ถึงแม้เกมที่ผ่านมาแข้งรายนี้จะไม่สามารถทำประตูช่วยทีมได้ แต่ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ เกมนี้ เกริกฤทธิ์ มีส่วนถึง 2 ประตูที่เกิดขึ้น และมีบทบาทสำคัญตลอด 90 นาทีที่เขาอยู่ในสนาม สามแต้มแรกที่ได้มา เขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

สุภโชค สารชาติ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

จะเรียกว่าเป็นความหวังใหม่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ ถึงแม้เกมนี้ สุภโชค จะไม่สามารถทำประตูได้ แต่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุกของทีม และยังแอสซิสต์ให้กับ เปโดร จูเนียร์ทำประตูที่ 3 อีกด้วย

กฤษณนน ศรีสุวรรณ  : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 7

มีความโดดเด่นมากๆจากเกมที่ราชบุรี เปิดรังรับ เมืองทอง เขาทำให้เกมในแดนกลางเหนือกว่าเมืองทอง ทำได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมเก็บชัยเหนือเมืองทองได้สำเร็จ

กองหน้า

เปโดร จูเนียร์

Photo : BURIRAM UNITED

ลูเคียน อัลเมด้า  : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7

เป็นความหวังของ ชลบุรี เอฟซี ได้เลย สำหรับหอกรายนี้ โดยในเกมที่ผ่านมา ลูเคียน ใช้ความเร็วเล่นงานแนวรับของ พีที ประจวบ เอฟซี ก่อนจะพังไป 2 ประตู ช่วยให้ ชลบุรี เก็บชัยชนะนัดแรก ในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

ลอนซาน่า ดูมบูย่า  : ตราด เอฟซี คะแนน 8

กองหน้าคนสำคัญของ ตราด เอฟซี ทำได้ดีมากๆในเกมนี้ คอยปั่นป่วนแนวรับของ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ตลอดเวลาในสนาม ก่อนที่จะซัดคนเดียวถึง 2 ประตู ช่วยให้ ตราด เอฟซี เก็บสามแต้มแรกบนเวทีสูงสุดไปได้สำเร็จ

เปโดร จูเนียร์  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

ทำไปได้ 2 ประตูในเกมที่ผ่านมา ช่วยให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแล้วในขณะนี้ โดยในเกมนี้ เปโดร จูเนียร์ ทำได้ดีตลอด 90 นาทีในสนาม

Cr.Ballthai