เปิดศึก ช้าง เอฟเอ คัพ รอบแรก 64 ทีมจากทุกดิวิชั่นร่วมฟาดแข้ง

ระเบิดศึกอย่างเป็นทางการ สำหรับศึก ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย รายการศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่ ที่ยาวนานร่วม 40 ปี โดยรวมทีมจากทุกดิวิชั่น ทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่นร่วมชิงชัย

ระเบิดศึกอย่างเป็นทางการ สำหรับศึก ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย รายการศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่ ที่ยาวนานร่วม 40 ปี โดยรวมทีมจากทุกดิวิชั่น ทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่นร่วมชิงชัย

วันที่ 19 เมษายน 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องราชพฤกษ์ บอลรูม ชั้น 2 ราชพฤกษ์คลับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง จัดพิธีจับสลากประกบคู่ ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้ายขึ้น
โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก คุณกรวีร์​ ปริศนา​นันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล​แห่ง ประเทศไทย​ในพระบรมราชูปถัมภ์​ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, คุณนวกาญจน์ แผ่รุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด และ คุณธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด เข้าร่วม
สำหรับในรอบนี้ มี 14 ทีมจาก M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2), 10 ทีมจาก ออมสิน ลีก โปร (ไทยลีก 3), 11 ทีมจากออมสิน ลีก (ไทยลีก 4) และ 13 ทีมจากไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก รวม 48 ทีม ที่ผ่านรอบคัดเลือก สมทบกับทีมจาก โตโยต้า ไทยลีก 16 ทีม ที่ได้สิทธิ์ลงเล่นโดยอัตโนมัติ รวมเป็น 64 ทีมด้วยกัน คุณกรวีร์​ ปริศนา​นันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล​แห่ง ประเทศไทย​ในพระบรมราชูปถัมภ์​ 

ด้าน คุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า “บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเครื่องดื่มตราช้าง ได้ให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยมากว่า 20 ปี ในทุกระดับการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาและส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล โดยมุ่งมั่นพัฒนาตั้งแต่ในระดับเยาวชน จนถึงระดับอาชีพ และการแข่งขัน ช้าง เอฟเอ คัพ ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลน็อคเอาท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของประเทศไทย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานร่วม 40 ปี ซึ่งเป็นการแข่งขันโดยไม่มีการแบ่งระดับลีกการแข่งขัน ทุกทีมทุกระดับในฟุตบอลไทยลีก สามารถเข้าแข่งขันได้ทั้งหมด ชิงเงินรางวัลมูลค่าสูงถึง 5 ล้านบาท พร้อมรับสิทธิ์เข้าแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ กับแชมป์ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2019”

“นอกจากการแข่งขันฟุตบอลอันเร้าใจแล้ว ทาง “ช้าง” ยังมีกิจกรรมดีๆเพื่อน้องๆเยาวชนไทย กับโครงการคลินิค ฟุตบอลเคลื่อนที่ “ช้าง เอฟเอ คัพ ฟุตบอล คลินิค 2019” ที่จัดขึ้นให้น้องๆได้เข้าร่วมฝึกฝนทักษะฟุตบอลอย่างถูกต้องกว่า 5 สนามทั่วประเทศ คัดเยาวชนฝีเท้าดีสนามละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 25 คน เข้าอบรมทักษะฟุตบอลขั้นสูงกับทีมผู้ฝึกสอนจากเอคโคโน รับรองจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬา ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นระยะเวลารวม 3 วัน พร้อมกับจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “ช้าง เอฟเอ จูเนียร์ คัพ 2019” ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี แบบน็อคเอาท์ แพ้คัดออก ชิงทุนการศึกษารวม 50,000 บาทอีกด้วย”โดยผลการจับสลากประกบคู่มีดังนี้

“ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับทุกสโมสรที่ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ได้สำเร็จ วันนี้เป็นการจับสลากฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2019 รอบ 64 ทีมสุดท้าย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกๆ  ทีมที่ผ่านเข้ามามีความพร้อมและความสามารถ”
“ในรอบ 64 ทีม นี้ เป็นที่น่ายินดีและน่าทึ่งที่สโมสรในระดับ ไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก หรือ ลีกฟุตบอลสมัครเล่นของประเทศไทย ผ่านเข้ารอบถึง 13 ทีม เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาฟุตบอลในระดับรากหญ้า นอกจากนี้ยังมีทีมใน ออมสิน ลีก (T4) จำนวน 11 ทีม, ออมสิน ลีก โปร (T3) จำนวน 10 ทีม, M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) จำนวน 14 ทีม และ โตโยต้า ไทยลีก (T1) จำนวน 16 ทีมด้วยกัน”

“ฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ” ผู้ที่ไร้พ่ายเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ เพราะกติกาการแข่งขันคือแบบ “น็อคเอาท์” หรือ “แพ้ตกรอบ” ทันที ผู้ชนะเลิศรายการนี้จะได้รับเงินรางวัล  5 ล้านบาท พร้อมสิทธิ์เข้าไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก รอบ 2 ปี 2020 ส่วนทีมรองชนะเลิศ ได้เงินรางวัล 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่นๆ รวม 10 ล้านบาท”
“ในนาม สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอขอบคุณ เครื่องดื่มตราช้าง ที่เป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ และทำให้การแข่งขันฟุตบอล มีความสนุกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น แต่จะมีเพียง 32 ทีม เท่านั้นที่ได้เข้ารอบต่อไป ก็ขออวยพรให้ทั้ง 64 ทีม สมหวังกับการจับสลาก และได้รับผลการแข่งขันที่ดี ในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ขอบคุณครับ”

นอกจากการแข่งขันฟุตบอลน็อคเอ้าท์แล้ว ทาง “ช้าง” ยังมีกิจกรรมดีๆ เพื่อน้องๆ เยาวชนไทย กับโครงการคลินิกฟุตบอลเคลื่อนที่ “ช้าง เอฟเอ คัพ ฟุตบอล คลินิก 2019” ที่จัดขึ้นให้น้องๆ ได้เข้าร่วมฝึกฝนทักษะฟุตบอลอย่างถูกต้องกว่า 5 สนามทั่วประเทศ ในทุกรอบของการแข่งขัน และคัดเยาวชนฝีเท้าดีสนามละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 25 คน เข้าอบรมทักษะฟุตบอลขั้นสูงกับทีมผู้ฝึกสอนจากเอคโคโน ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นระยะเวลารวม 3 วัน พร้อมทั้งจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “ช้าง เอฟเอ จูเนียร์ คัพ 2019” ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี แบบน็อคเอ้าท์ แพ้คัดออก ชิงทุนการศึกษารวม 50,000 บาท อีกด้วย

สำหรับฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2018 รอบ 64 ทีมสุดท้าย จะแข่งขันในวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 โดยแชมป์รายการนี้จะได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท และได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020 รอบคัดเลือก รอบ 2

10 นักเตะ “ขิงแก่” ที่ยังมีไฟเล่นไทยลีกฤดูกาล 2019 ได้สบายๆ

โตโยต้า ไทยลีก ปีที่ผ่านมา มีเหล่าดาวรุ่งก้าวมาแจ้งเกิดได้หลายคน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการฟุตบอลไทย นั้นก็ทำให้บรรดาแข้งเก๋า ต้องรักษาสภาพร่างกายของตัวเองเพื่อแย่งพื้นที่ลงสนามให้ลีกสูงสุดให้ได้ และนี่ก็คือ 10 นักเตะ “ขิงแก่” ที่ยังสามารถเล่นไทยลีกฤดูกาล 2019 ได้อย่างสบายๆ

อดุลย์ หมื่นสมาน

อดุลย์ หมื่นสมาน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘มิสเตอร์โปรโมต’  หลังจากสามารถพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกรองมาสู่ไทยลีกได้ถึง 5 ครั้ง โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาก็เป็นอีกหนึ่งแข้งคนสำคัญในการพา “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ล่าสุด กัปตันดุล อดุลย์ หมื่นสมาน ในวัย 37 ปี ก็ได้รางวัลตอบแทนด้วยการต่อสัญญาอยู่กับทีมออกไปอีก 1 ปี นั่นหมายความว่าแฟนบอลเราจะได้เห็นเขาลงไปวาดลวดลายในสนามสามอ่าว สเตเดี้ยม เหมือนเดิม แม้อายุอานามจะใกล้เลข 4 แล้ว แต่ก็ยังสามารถวิ่งไล่แย่งบอลรุ่นน้องได้อย่างไม่มีปัญหา ที่สำคัญประสบการณ์อันโชกโชน บวกกับมันสมองในการเล่นบอลอย่างชาญฉลาด ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากมาย

สุเชาว์ นุชนุ่ม

ในยุคที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ใช้เหล่าดาวรุ่งจากระบบอคาเดมี่ของ ก้าวมาเป็นกำลังหลักสำคัญในการไล่ล่าความสำเร็จนั้น บางครั้งก็ต้องมีแข้งเก๋าค่อยเป็นรุ่นพี่ในสนาม ช่วยประคองน้องๆด้วย ซึ่ง สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็มีบทบาทเป็นอย่างมาก

ฤดูกาลที่ผ่านมา “กัปตันกบ” สุเชาว์ อาจไม่ได้ลงสนามครบทุกเกมให้กับทีม แต่ตัวเลขการลงสนาม 27 นัด (ตัวจริง 20) ในไทยลีก ก็แสดงให้เห็นไม่ธรรมดาสำหรับแข้งอายุ 35 ปี และในฤดูกาลหน้าที่จะย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็จะยังคงโลดเล่นในลีกสูงสุดให้กับ บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ได้อย่างสบาย กับภารกิจล่าแชมป์ลีกให้สโมสรต่อไป

อมร ธรรมนาม

ผลงาน 8 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดให้กับ พีที ประจวบ ทีมน้องใหม่ไฟแรงแห่งศึกในโตโยต้าไทยลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ทำให้ชื่อเสียงของ อมร ธรรมนาม กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง

ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนกำลังโรยรา และเลิกเล่นไปทีละคนสองคน แต่สำหรับ อมร ธรรมนาม กลับมาทำผลงานได้อย่างร้อนแรงอีกครั้ง ทั้งๆที่เส้นทางชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ เป็นนักเตะที่ไม่มีทีมไหนเอาจนต้องไปขายป๊อปคอร์นเลี้ยงชีพแล้ว

ผลงานของเขาในปีที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นว่าสภาพร่างกายยังเล่นไหว และปีหน้าก็ยังคงเป็นกำลังหลักของ พีที ประจวบ เอฟซี อีกอย่างน้อย 1 ปี

สมภพ นิลวงษ์

สมภพ นิลวงษ์ เป็นอีกหนึ่งแข้งเก๋าของ พีที ประจวบ ยูไนเต็ด ที่น่าจะได้อยู่กับทีมต่อ จากผลงานการคุมหลังบ้านของเขาในปีที่ผ่านมา

แม้ว่า สมภพ จะไม่ใช่แกนหลักที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอในปีที่ผ่านมา แต่หลายๆเกม “โค้ชวัง” ธวัชชัย ก็ต้องใช้แนวรับมากประสบการณ์ลงไปช่วย เขาจึงตอบโจทย์ได้อย่างดี และในฤดูกาลหน้า สมภพ นิลวงษ์ ​ที่จะอายุครบ 36 ปี ในเดือนมีนาคม ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในเกมรับของ พีที ประจวบ ที่ถึงอายุจะมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าแข้งรุ่นน้องทีมตรงข้ามจะผ่านเขาได้ง่ายๆ

พิชิตพงษ์ เฉยฉิว

อดีตกองกลางทีมชาติไทย วัย 36 ปี มีส่วนสำคัญในการพา “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ทำให้ในฤดูกาลหน้าเราก็จะได้เห็นฝีเท้าของ พิชิตพงษ์ ในลีกสูงสุดอีกครั้ง

อายุที่มากขึ้น คงไม่ใช่ปัญหาในการเป็นตัวคุมจังหวะเกมแดนกลางให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในฤดูกาลหน้า ที่สำคัญประสบการณ์การค้าแข้งอันโชกโชนของเขา ก็น่าจะช่วยทีมได้มาก ในการเป็นน้องใหม่ในลีกสูงสุด

สุรีย์ สุขะ

หนึ่งในแบ็คขวาที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในเมืองไทย สำหรับ สุรีย์​ สุขะ ยังคงยืนระยะค้าแข้งในลีกสูงสุดได้อย่างสบายๆ โดยในปีที่ผ่านมาก็เล่นให้กับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี  ไปถึง 23 นัด (ราชบุรี มิตรผล 11, อุบล ยูเอ็มที 12)

โตโยต้า ไทยลีก 2019 สุรีย์ สุขะ ก็ยังคงเป็นอีกกำลังสำคัญของ ราชบุรี มิตรผล แม้ว่าอาจจะไม่เติมเกมรุกได้อย่างดุดันเหมือนสมัยวัยรุ่น แต่ความเก๋าของเขาก็จะช่วย “ราชันมังกร” ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่ยังคงไว้ใจได้เสมอในการยืนตำแหน่งแบ็คขวาให้กับทีม

เอกลักษณ์ ทองกริต

ยังไม่รู้ว่าฤดูกาลหน้า จะอยู่ทีมไหนสำหรับ เอกลักษณ์ ทองกริต นักเตะที่ถูก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แต่ว่าไม่สามารถเบียดตำแหน่งตัวจริงได้ก่อนถูกปล่อยให้กับอดีตต้นสังกัดยืมตัว

แบ็คซ้ายมากประสบการณ์ในวัย 35 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่หลายทีมเฝ้ามองสถานการณ์ของเขา หาก ราชบุรี มิตรผล ไม่ยืมต่อก็ทีมอื่นๆก็พร้อมเสนอตัวยื่นข้อเสนอไปยัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อายุที่มากขึ้นไม่ใช่ปัญหาของ เอกลักษณ์ ทองกริต ในการไล่แย่งบอลจากแนวรุกฝ่ายตรงข้าม แถมมีจุดเด่นจากลูกวางบอลยาวที่ยังไว้ใจได้

อนุชา กิจพงษ์ศรี

อีกหนึ่งแบ็คซ้ายรุ่นราวคราวเดียวกันกับ เอกลักษณ์​ ทองกริต ที่จะได้กลับมาวาดลวยลายในฟุตบอลลีกสูงสุดอีกครั้ง นั่นคือ อนุชา กิจพงษ์ศรี แบ็คซ้ายจาก “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ตราด เอฟซี ทีมน้องใหม่โตโยต้าไทยลีก 2019

อนุชา กิจพงษ์ศรี ย้ายมาร่วมทัพ ตราด เอฟซี ในเลกสองฤดูกาลที่ผ่านมา และก็เป็นกำลังหลักในการพาทีมเลื่อนชั้น และเขาก็น่าจะได้รับรางวัลในการต่อสัญญาออกไปอีก 1ปี และจากประสบการณ์อันโชกโชนน่าจะช่วยทีมได้เยอะสำหรับการเล่นลีกสูงสุดปีแรกของ ตราด เอฟซี

คาตาโนะ ฮิโรมิจิ

อีกหนึ่งคีย์แมนสำคัญในการพาทีม ตราด เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดก็คือ คาตาโนะ ฮิโรมิจิ ปราการหลังมากประสบการณ์ในวัย 36 ปี ที่กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลจังหวัดตราดไปแล้ว และปีหน้าเขาก็จะเป็นกำลังหลัก ในพาทีมอยู่รอดปลอดให้ในลีกสูงสุดให้ได้

เมษายน ปีหน้า คาตาโนะ จะมีอายุครบ 37 ปี แม้ว่าอายุอานามจะมาก แต่การรักษาสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยมบวกกับระเบียบวินัยที่เขามี น่าจะยืนระยะในลีกสูงสุดเมืองไทยได้สบาย

พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์

การประกาศอำลาสโมสร บีจี ที่เขาอยู่มาอย่างยาวนานถึง 10 ปี ทำให้หลายทีมในลีกสูงสุดตาลุกวาว และอยากจะได้มิดฟิลด์มากประสบการณ์คนนี้ไปยืนคุมแผงแดนกลาง

แม้อายุมากขึ้นแต่ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์​ ก็ยังแสดงให้เห็นว่า คุณภาพของฝีเท้าและสภาพร่างกายยังสามารถเล่นในลีกสูงสุดได้อย่างสบาย โดยเฉพาะการยืนในตำแหน่งมิดฟิดล์ที่อาจจะต้องใช้พละกำลังมาก แต่ด้วยความที่เป็นนักเตะที่ดูแลร่างกายตนเองอย่างดีอยู่เสมอมา ช่วยให้เขาปะทะฝีเท้ากับแข้งรุ่นน้องบนลีกสูงสุดได้อย่างไม่มีปัญหา


Toyota Sponsor

CR : thaileague.co.th