ครบทุกคู่! โปรแกรมไทยลีก1,ไทยลีก2 ก่อนเบรกทีมชาติ

เปิดโปรแกรมถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก1 ประจำสุดสัปดาห์ที่ 3-4 ตุลาคม 2563 ยังคงทำการแข่งขันครบทั้ง 8 สนาม ก่อนจะหยุดพักเบรกประมาณ 1 สัปดาห์ให้กับโปรแกรมฟีฟ่าเดย์

เปิดโปรแกรมถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก1 ประจำสุดสัปดาห์ที่ 3-4 ตุลาคม 2563 ยังคงทำการแข่งขันครบทั้ง 8 สนาม ก่อนจะหยุดพักเบรกประมาณ 1 สัปดาห์ให้กับโปรแกรมฟีฟ่าเดย์

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก1 เดินทางมาถึงเกมนัดที่ 8 ของฤดูกาล หลังจากกลับมารีสตาร์ทแข่งขันกันได้อีกครั้ง โดยสุดสัปดาห์นี้จะทิ้งทวนก่อนเบรกโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ แม้ว่าโปรแกรมแข่งขันระดับนานาชาติจะถูกเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า แต่ทีมชาติ ก็ยังต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งทัพ “ช้างศึก” ก็ได้วางโปรแกรมเก็บตัวในช่วงเวลาดังกล่าวไว้เช่นกัน

สำหรับโปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก1 ประจำสุดสัปดาห์ มีดังนี้

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2563
เวลา 17.45 น. บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ ระยอง เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 2
เวลา 18.00 น. สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดช่อง True4U
เวลา 19.00 น. สุโขทัย เอฟซี พบ โปลิศ เทโร เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport HD3
เวลา 20.00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี พบ ตราด เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง True4U

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ พีที ประจวบ เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport HD3
การท่าเรือ เอฟซี พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดช่อง True4U
ชลบุรี เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดช่อง Truesport HD2
สมุทรปราการ ซิตี้ พบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truemusic

เช็กช่องทางรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก2 ประจำสุดสัปดาห์นี้(30 ก.ย. 63) ลงทำการแข่งขันครบทั้ง 9 คู่ 9 สนาม

ศึกฟุตบอลไทยลีก2 ยังคงแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องหลังกลับมารีสตาร์ทกันอีกครั้ง โดยสุดสัปดาห์นี้มีโปรแกรมลงสนามครบทั้ง 9 คู่ ก่อนจะพักเบรกช่วงปฎิทินฟีฟ่าเดย์ประมาณ 1 สัปดาห์

โดยโปรแกรมแข่งขันและช่องทางถ่ายทอดสดศึกไทยลีก2 มีดังนี้

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2563
เวลา 17.45 น. หนองบัว พิชญ เอฟซี พบ อุทัยธานี เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 6
เวลา 18.00 น. แกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด พบ แพร่ ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 7
เวลา 19.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ ลำปาง เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Thai ไทย
เวลา 19.00 น. ขอนแก่น เอฟซี พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 5
เวลา 20.00 น. เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด พบ เชียงใหม่ เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 6

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
เวลา 18.00 น. นครปฐม ยูไนเต็ด พบ เกษตรศาสตร์ เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 7
เวลา 18.00 น. เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พบ อุดรธานี เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 5
เวลา 19.00 น. อยุธยา ยูไนเต็ด พบ ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Thai ไทย
เวลา 19.00 น. ราชนาวี พบ ศรีสะเกษ เอฟซี ถ่ายทอดสดช่อง Truesport 6

ที่มา : https://ufa711.wordpress.com/

โฉมใหม่ “อาเซน่อล” เปิดโผว่าที่ ปืนใหญ่ ในปี 2020

หากเป็นไปตามนี้ก็อยู่ที่กึ๋นของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช แล้วแหละว่าจะสามารถรังสรรค์นักเตะให้ระเบิดฟอร์มช่วยพาไอ้ปืนใหญ่กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ได้หรือไม่ เพราะหากนับนักเตะที่เป็นข่าวกับทีม ณ ตอนนี้ และจับมาร้อยเรียงกับแข้งเดิมๆ ที่มีอยู่ในทีมทั้งหมด 11 คน ก็ถือว่าปืนใหญ่ โฉมใหม่ ดูดีเลยทีเดียว

หากเป็นไปตามนี้ก็อยู่ที่กึ๋นของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช แล้วแหละว่าจะสามารถรังสรรค์นักเตะให้ระเบิดฟอร์มช่วยพาไอ้ปืนใหญ่กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ได้หรือไม่ เพราะหากนับนักเตะที่เป็นข่าวกับทีม ณ ตอนนี้ และจับมาร้อยเรียงกับแข้งเดิมๆ ที่มีอยู่ในทีมทั้งหมด 11 คน ก็ถือว่าปืนใหญ่ โฉมใหม่ ดูดีเลยทีเดียว

 

ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู – แบรนด์ เลโน่

ไม่ต้องไปหาที่ไหน ตำแหน่งนี้ตัวเขาเหมาะสมที่สุดแล้ว อยู่ที่ว่าจะหาแนวรับที่มาแบ่งเบาภาระของเขาได้เมื่อไหร เนื่องจาก เลโน่ เป็นผู้รักษาประตูที่ครบเครื่อง ทั้งความเร็ว ปฏิกิริยา ความนิ่ง ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าของลีก

เซ็นเตอร์แบ็ค – วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่

ในตำแหน่งนี้ควรจะเปลี่ยนจากเดิมทั้งหมด เริ่มจากนักเตะที่ปล่อยยืม แต่ฟอร์มเข้าตาอย่าง วิลเลี่ยม ซาลิบา ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่จะกลับมาจากการไปเล่นให้ แซงต์-เอเตียน ซึ่งในปีนี้แนวรับวัย 19 ปี พร้อมเหลือเกินสำหรับการแจ้งเกิดในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมแบบเต็มตัว นอกจากรูปร่างที่สูงใหญ่ เขายังมีความเร็ว การตัดสินใจที่ดี โดย บ ซาลิบา ซึ่งเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและแบ็คขวา แจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2018 กับ แซงต์ เอเตียง

ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ คืออีกหนึ่งคนที่มีข่าว โดยแนวรับจาก ไลป์ซิก มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 52 ล้านปอนด์ แน่นอนว่ายังไงในตำแหน่งแนวรับพวกเขาต้องทุ่มซื้อ และแข้งรายนี้หากเทียบกับเงินค่าฉีกสัญญา ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้

แบ็ค 2 ข้าง – เลย์แว็ง คูร์ซาว่า, เอคตอร์ เบเยริน

ในตำแหน่งแบ็คซ้าย เอ็คตอร์ เบเยริน ดูเหมือนจะชนะใจของ มิเกล อาร์เตต้า และยังไงก็ได้รับหน้าที่เป็นตัวจริงต่อไปแบบไม่มีปัญหา ทว่าทางด้านขวา ยังไงก็ต้องการปรับเปลี่ยน และดูเหมือน เลย์แว็ง คูร์ซาว่า จาก เปแอสเช น่าสนใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาช่วยยกระดับทีม ที่อาจจะทำได้ดีกว่า คีแรน เทียร์นี่ย์ และ เซอัด โคลาซินัช ที่มีอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยเหลือเกิน แถมแข้งรายนี้สามารถย้ายตัวแบบฟรีๆ ได้อีกด้วย

กลางรับ – โธมัส ปาร์เตย์, มัตเตโอ เกนดูซี่

มาแรงจริงๆ สำหรับ โธมัส ปาร์เตย์ มิดฟิลด์จาก แอต.มาดริด ที่ดูเหมือนไอ้ปืนใหญ่คงแบเบอร์กับการเป็นตัวเต็งที่จะคว้าตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีม หากไม่มีปัญหาเรื่องอื่นๆ เขาควรจะเป็นแข้งคนแรกๆ ที่ย้ายมาในตลาดรอบหน้า และด้วยศักยภาพ บวกกับประสบการณ์ระดับสูงเขาจะเข้ามายึดตัวจริงแน่นอน และคนที่ดูทรงจะจับคู่กับเขาได้ดีก็คงเป็น มัตเตโอ เกนดูซี่ ที่ดูเหมือนระดับฟุตบอลของเขาก้าว และเติบโตขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

กลางรุก – เฟเดริโก้ เคียซ่า, วิลเลียน, นิโกล่าส์ เปเป้

รายแรกที่น่าจะมีโอกาสได้ตัวมากที่สุดคือ วิลเลียน จากทีมคู่ปรับ ชลซี ที่จะเป็นอีกคนที่ย้ายต่อจาก เช็ก และ ลุยซ์ ดูเหมือนความสัมพันธ์ในเรื่องของการซื้อขายทั้ง 2 สโมสรเคารพกันดีในเรื่องนี้ และไอ้ปืนใหญ่จะไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียวในดีลนี้ แต่อีกคนที่ต้องต่อสู้กันหน่อยก็คือ เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกจาก ฟิออเรนติน่า ที่หากนำตัวเขามาได้จะจับไปยืนตรงฝั่งซ้ายจะทำให้เกมรุกดูดีขึ้นทันตา เพราะ วิลเลียน สามารถขยับมายืนตรงกลาง และสามารถป้อนบอล หรือกระชากเข้าทำได้ดีตัวเอง ส่วนทางขวายังไงก็ต้องให้เขาสำหรับ เปเป้ ที่ในซีซั่นหน้าตัวขาเองต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุ้มกับเงินที่ทีมทุ่มไป หลังปรับตัวไปแล้ว 1 ปี

กองหน้า – เมาโร อีการ์ดี้

ดูท่าว่า ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าทีมชาติกาบอง อาจจะไม่ขอฝากชีวิตไว้ในทีมต่อไป หลังได้รับความสนใจจาก แมนฯ ยูไนเต็ด และ บาร์เซโลน่า รวมถึงสัญญาตอนนี้หาก ปืนใหญ่ ต้องการขายพอจะได้เงินมาทำทุนบ้าง ดีกว่าเสียไปแบบฟรีๆ เนื่องจากเจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมอีก 12 เดือนเท่านั้น ทว่าทาง อินเตอร์ มิลาน ก็อาจจะเสนอทางออกให้ อาร์เซน่อล หลังทีมจาก กัลโช่ พร้อมจะสลับขั้ว เมาโร อีการ์ดี้ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ที่ล่าสุด เล่นให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ภายใต้สัญญายืมตัว แน่นอนว่าหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะวินๆ กันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะ อิคาดี้ ก็ถือว่าเป็นเพชฌฆาตที่เฉียบคมไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน

พรีวิว ศึกแดงเดือดนัดที่สอง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดทัพเต็มอัตราศึก

ศึกแดงเดือดนัดที่สองของซีซั่น…”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกนำตะบันประตูโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกมเปิดแอนฟิลด์รับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะไม่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยังพร้อมประจำการขุดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 23.30 น.

ศึกแดงเดือดนัดที่สองของซีซั่น…”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกนำตะบันประตูโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกมเปิดแอนฟิลด์รับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะไม่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยังพร้อมประจำการขุดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 23.30 น.

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563
ลิเวอร์พูล   –   แมนฯ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 23.30 น.
สนาม : แอนฟิลด์

เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีม ”หงส์แดง” เดินหน้าเก็บแต้มเป็นกอบเป็นกำด้วยสถิติ 20-1-0 นำโด่งเป็นจ่าฝูงในเวลานี้ โดยสัปดาห์ก่อนบุกไปเอาชนะ สเปอร์ส ได้ 1-0

ข่าวดีของ ลิเวอร์พูล ก็คือ ฟาบินโญ่ และ โฌแอล มาติป ที่เจ็บไปนานกลับมาซ้อมกับทีมได้เต็มที่แล้วตั้งแต่เมื่อวันพุธและมีลุ้นที่จะมีชื่อเกมนี้ด้วย

ทว่า เจมส์ มิลเนอร์ (กล้ามเนื้อขา), เดยัน ลอฟเรน (กล้ามเนื้อขา) และ นาบี เกอิต้า (โคนขาหนีบ) ยังต้องนั่งดูเพื่อนเล่นต่อไป

แนวรุกหลักๆ ยังอยู่กันพร้อมหน้าไม่ว่าจะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

ส่วน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีมปีศาจแดงเข้าวินเกมศูนย์มา 2 นัดติดต่อกัน คือเปิดบ้านถล่ม นอริช ซิตี้ 4-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามด้วยเตะเอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์เฉือนเอาชนะ วูล์ฟส์ ได้อีก 1-0

แมนฯ ยูฯ จะไม่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่บาดเจ็บและหายไม่ทัน เพราะล่าสุดไม่ได้เดินทางมาที่พักพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมจึงทำให้ แดเนียล เจมส์ น่าจะได้โอกาสลงเสียบแทนในตำแหน่งตัวรุก

ด้าาน ลุค ชอว์ ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาที่เอ็นหลังหัวเข่าก็จะต้องลุ้นความฟิตเช่นกัน ขณะที่ ปอล ป็อกบา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, มาร์กอส โรโฮ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ยังบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – เฟร็ด, เนมานย่า มาติช – ฆวน มาต้า, อันเดรส เปเรยร่า, แดเนียล เจมส์ – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน
เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– ลิเวอร์พูล ชนะหนเดียวจาก 11 เกมลีกแดงเดือดหลังสุด (เสมอ 5 แพ้ 5)
– แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะที่แอนฟิลด์ตลอด 4 นัดหลังทุกรายการ (เสมอ 2 แพ้ 2) ตั้งแต่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงประตูโทนเดือนมกราคม 2016
– ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะจ่าฝูงลีกหนแรกตั้งแต่กันยายน 1990 ที่ยำใหญ่ 4-0
– ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก 28 นัดมากกว่าทีมอื่นถึง 8 นัด
– ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไร้พ่ายในลีก 38 นัดติดต่อกันถึงตอนนี้ (ชนะ 33 เสมอ 5)
– มีเพียง อาร์เซน่อล (49) กับ เชลซี (40) ซึ่งเคยทำสถิติไร้พ่ายยาวนานกว่าและทั้งสองทีมโดน แมนฯ ยูไนเต็ด หยุดสถิติสวยหรูดังกล่าว
– ลิเวอร์พูล เก็บไปแล้ว 61 ประตูจาก 21 เกมลีกแรกของซีซั่นเป็นสถิติดีสุดตลอดกาล 5 ลีกใหญ่ยุโรป
– ลิเวอร์พูล ชนะ 29 จาก 30 เกมลีกหลังสุด หลุดเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตุลาคมที่ผ่านมานัดเดียวเท่านั้น
– ลิเวอร์พูล ชนะเกมลีกที่แอนฟิลด์ 18 นัดติดต่อกันตั้งแค่เสมอ เลสเตอร์ มกราคมปีก่อน ไล่หลังสถิติดีสุดสโมสรที่ทำไว้ปี 1972 อยู่ 3 นัด
– ลิเวอร์พูล หวังยิงประตูทุกนัดตลอด 22 เกมลีแรกของซีซั่นเป็นสถิติใหม่สโมสรที่ตอนนี้ครองร่วมกับฤดูกาล 1933-34 ที่ 21 นัด
– โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไม่ทำประตูในแอนฟิลด์ตั้งแต่เกมทุบ ปอร์โต้ 2-0 ในแชมเปี้ยนส์ ลีก เมษายนปีก่อน จากนั้นยิงไป 10 ประตูเป็นเกมเยือนหรือสนามเป็นกลางทั้งหมด
– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่เคยทำประตูและแอสซิสต์เลยตลอด 4 เกมที่พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
– โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่เคยพาทีมแพ้ทีม 4 อันดับแรกลีกฤดูกาลนี้ (ชนะ แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์, เชลซี และเสมอ ลิเวอร์พูล)
– แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาแพ้เกมลีกแถบเมอร์ซี่ย์ไซด์ใน 2 เกมลีกหลังสุด (ลิเวอร์พูล กับเอฟเวอร์ตัน) แต่ไม่เคยพ่าย 3 นัดติดในลีกสูงสุดตั้งแต่ปี 1979
– แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บ 34 คะแนนจาก 22 นัดเป็นสถิติแย่สุดตั้งแต่ทำไว้ 24 แต้มในซีซั่น 1989-90
– เมสัน กรีนวู้ด ยิง 4 ประตูในลีกซีซั่นนี้ เป็นผู้เล่นอายุต่ำ 20 ที่ยิงเยอะสุดตั้งแต่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำไว้ 5 ลูกในซีซั่น 2016-17
– มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูขึ้นนำ 6 นัดเป็นสถิติสูงสุดร่วมลีกเวลานี้
– 15 ประตูลีกหลังสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาจาก แรชฟอร์ด (7), อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (5) และกรีนวู้ด (3)

บทสรุปปิดฉากไทยลีก 2019

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

4db1bce0cf67097cfd66a5270180a5f0รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก

บทความบอลไทย 
ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก 

5dec8a3460a07ed66205496b0a201aa6.jpg

บทความบอลไทย 

ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก 

หลังการประกาศรายชื่อ 33 นักเตะทีมชาติไทย ชุดเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่จะประเดิมสนาม พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 ล่าสุดรายชื่อที่ออกมาก็มีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาติดโผครั้งนี้ จำนวน 8 รายด้วยกัน วันนี้จะพามาทำความรู้จัก จะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

ศฤงคาร พรหมสุภะ  (กองหลัง)

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

 ข่าวบอลไทย ศฤงคาร พรหมสุภะ

Photo : FA Thailand

ปราการหลังดาวรุ่งวัย 21 ปี ดีกรีทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 เป็นหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฤดูกาล 2019 และเป็นกำลังหลักของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ส่วนเส้นทางฟุตบอลของแข้งรายนี้ เริ่มต้นจาก โรงเรียนปลวกแดงพิทยาคม ต่อมาได้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับ ระยอง เอฟซี หลังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จึงถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าตัวมาร่วมทัพ ในฤดูกาล 2018 มาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะมีชื่อเป็น 1 ใน 33 แข้งลุ้นติดทีมชาติไทย ลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

 

พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล  (กองกลาง)

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ข่าวบอลไทย พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

Photo : Chiangrai united

ห้องเครื่องอนาคตไกล จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นนักเตะอีกรายที่ลุ้นติดธงช้างศึก ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 แข้งชุดเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ส่วนเส้นทางการค้าแข้งของ พิธิวัต เคยเป็นนักเตะของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, บีอีซี เทโร ศาสน และ ปัจจุบัน เป็นนักเตะของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ส่วนในนามทีมชาติไทย เคยลงสนามกับ ทีมชาติไทยชุด U19 และ U23 เป็นหนึ่งในนักเตะชุดแชมป์ดูไบ คัพ 2017 , เหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ 2017

 

รัตนากร ใหม่คามิ  (กองกลาง)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ข่าวบอลไทย รัตนากร ใหม่คามิ

Photo : FA Thailand

หนึ่งในนักเตะชุดคว้าแชมป์ซีเกมส์ สมัยที่ 16 และเป็นนักเตะคนสำคัญของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับอะคาเดมี่บุรีรัมย์ ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ แฟนบอลหลายคนคงจะรู้จักเป็นอย่างดี ถึงแม้ รัตนากร จะถูกเรียกชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่เคยไปถึงรอบ 23 คนสุดท้ายเลย จากฟอร์มที่ดีในฤดูกาล 2019 รัตนากร จึงเป็น 1 ใน 33 แข้งลุ้นติดทีมชาติไทย ลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก อีกครั้ง

 

เอกนิษฐ์ ปัญญา  (กองกลาง)

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ข่าวบอลไทย เอกนิษฐ์ ปัญญา

Photo : Chiangrai united

กองกลางดาวรุ่งวัย 20 ปี คือนักเตะที่กลายเป็นกระแสแฟนบอลอยากให้เข้ามาติดทีมชาติไทย ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ มากที่สุด เนื่องจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนเส้นทางค้าแข้งที่ผ่านมานั้น “เอกนิษฐ์” เป็นนักเตะจากอะคาเดมี่ของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และขึ้นชั้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2015 จากนั้นปี 2017 ย้ายไปอยู่กับ เชียงราย ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัว ต่อมาในปี 2018 “เอกนิษฐ์” ถูก เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน และเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเลกแรกในฤดูกาล 2019 ที่รับใช้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” โดยลงสนามไป 16 นัดยิงไป 5 ประตู ก่อนจะกลับมารับใช้ต้นสังกัดที่แท้จริงอีกครั้งในช่วงเลกที่สอง และยังคงทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง จนติดโผ 33 แข้งทีมชาติไทย ชุดใหญ่

 

เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์  (กองกลาง)

สมุทรปราการ ซิตี้

ข่าวบอลไทย เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์

Photo : FA Thailand

มิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งขวาของ สมุทรปราการ ซิตี้ กลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลรู้จักมากขึ้นในฤดูกาล 2019 เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม “เจ้าเท่ห์” เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอล กับโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม ต่อมาได้ผ่านการคัดตัวกับสโมสร แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เมื่อปี 2017 และถูกดันขึ้นสู่ทีมสุดใหญ่ทันที ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก หลังจากนั้นเส้นทางกับแอร์ฟอร์ซ ก็มีดราม่า เมื่อเอเย่นต์ของ “เจริญศักดิ์” ได้เรียกร้องค่าเหนื่อยเกินเพดานของทีม ทำให้ “โค้ชเตี้ย” ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ประนามเอเย่นต์ดังกล่าว ต่อมาในฤดูกาล 2018 “เจริญศักดิ์” ก็กลายเป็นสมาชิกใหม่ของ พัทยา ยูไนเต็ด (สมุทรปราการ ซิตี้ ในปัจจุบัน) เนื่องจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทาง แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ได้ นอกจากนี้ยังเคยได้รับความสนใจจาก สโมสร ทอนแดล่า ทีมจากลีกสูงสุดโปรตุเกส อีกด้วย แต่การเจรจาไม่ลงตัว ทำให้ดีลนี้ต้องยุติไป และค้าแข้งกับสมุทรปราการ ซิตี้ มาจนถึงปัจจุบัน จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019 ทำให้เขากลายเป็น 1 ในตัวเลือกสำคัญของ อากิระ นิชิโนะ ในการลุยบอลโลก รอบคัดเลือก ทันที

 

พัชรพล อินทนี  (กองกลาง)

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ข่าวบอลไทย พัชรพล อินทนี

Photo : MTUTD

กองกลางอนาคตไกลจากรังกิเลนผยอง ได้รับโอกาสลงสนามช่วยทีมอย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2019 แข้งรายนี้เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของเมืองทอง เป็น 1 ใน 5 นักเตะไทยจากทั่วประเทศ ไปฝึกฟุตบอลที่สโมสรระดับโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ในโครงการ “Bayern Munich Youth Cup” ระหว่างวันที่ 19 – 26 พ.ค นี้ ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี ส่วนเส้นทางค้าแข้งนั้น เคยถูกเมืองทองปล่อยให้ อุดรธานี เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานในปี 2017 ก่อนย้ายกลับมาช่วยเมืองทองอีกครั้งในฤดูกาล 2018 มาจนถึงปัจจุบัน

 

อภิรักษ์ วรวงษ์ (ผู้รักษาประตู)

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ข่าวบอลไทย อภิรักษ์ วรวงษ์

Photo : Chiangrai united

ผู้รักษาประตูวัย 23 ปี จาก สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กลายเป็นนายด่านที่ติดโผทีมชาติไทย 1 ใน 5 ยุคของ อากิระ นิชิโนะ หลังมีฟอร์มที่ดีอย่างต่อเนื่อง มีส่วนสำคัญช่วยให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ลุ้นแชมป์อยู่ในตอนนี้ พร้อมเก็บไปได้แล้วถึง 6 คลีนชีต ในฤดูกาล 2019 ส่วนประวัติเส้นทางฟุตบอลอาชีพที่ผ่านมา เป็นนักเตะของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนจะถูกปล่อยไปให้ เพชรบุรี เอฟซี, อาร์มี่ ยูไนเต็ด และ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวใช้งาน

 

กรพัฒน์ นารีจันทร์  (ผู้รักษาประตู)

 ขอนแก่น เอฟซี

ข่าวบอลไทย กรพัฒน์ นารีจันทร์

Photo : FA Thailand

ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจาก ขอนแก่น เอฟซี ทีมในศึกเอ็ม 150 แชมเปี้ยนส์ชิพ (T2) สร้างเซอร์ไพรส์พอสมควร หลังจากมีชื่อติด 1 ใน 33 ทีมชาติไทยชุดนี้ ส่วนประวัติการค้าแข้งที่ผ่านมา “กรพัฒน์” เริ่มสร้างชื่อจากการเล่นกับ โรงเรียนสารวิทยา ต่อมาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับทีมสำรองในไทยลีก 4 และถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ในปี 2016 โดยค้าแข้งมาแล้วกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ ขอนแก่น เอฟซี (ยืมตัว) นอกจากนี้ “กรพัฒน์”  ยังติดทีมชาติไทย ในระดับเยาวชนแทบทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อีกด้วย

สำหรับทีมชาติไทย จะประเดิมพบกับ เวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

Cr. ballthai.com

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

เมื่อมองไปยัง 4 ทีมดังทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือว่าประสบการณ์ในปีก่อน รวมถึงชื่อชั้นนั้นยกระดับให้ทีมจากอังกฤษดูมีภาษีขึ้นมามากโข ทั้ง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ รวมถึง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เจ้าของแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ล้วนแล้วแต่มีของพร้อมปล่อยใส่ทุกทีมทั่วยุโรป ทว่าเราต้องมาดูคู่แข่งของพวกเขาว่าจะมีทีมไหนบ้าง

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โถ 1: ลิเวอร์พูล (แชมป์เก่า) , เชลซี (แชมป์ยูโรปา ลีก) , บาร์เซโลน่า, แมนฯ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

โถ 2: เรอัล มาดริด, แอต.มาดริด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, อาแจ็กซ์/อาโปเอล, เบนฟิก้า

โถ 3: โอลิมปิก ลียง, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ซัลซ์บวร์ก, โอลิมเปียกอส/คราสโนดาร์, คลับ บรูช/แอลเอเอสเค ลินซ์, บาเลนเซีย, อินเตอร์ มิลาน,ดินาโม ซาเกร็บ/โรเซนบอร์ก

โถ 4: โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก , ยัง บอยส์ / เรดสตาร์ เบลเกรด , เกงค์ , กาลาตาซาราย ,ไลป์ซิก , สลาเวีย ปราก , อตาลันตา , ลีลล์

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โดยเงื่อนไขแรกที่ต้องรู้คือ ทั้ง 4 ทีม จะไม่เจอกันเองภายใต้เงื่อนไขสโมสรจากประเทศเดียวกัน จะไม่พบกันเองในรอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก โดยหากมองแบบนี้มีเพียงแค่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมเดียวที่หลุดโถแรก เพราะฉะนั้นพวกเขามีโอกาสสุงมากที่จะเจอ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4 ทีมแชมป์จาก 4ลีกใหญ่ เว้นแต่คนจับจะมือพาเฮง พวกเขาก็จะได้โถ1 เป็น เซนิตฯ

ส่วนอีก 3 ทีมที่อยู่ในโถแรก ก็ใช่ว่าจะยินดีปรีดาได้มากนัก เพราะหากมามองดูสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ทีมใดทีมหนึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี จะต้องประสบพบเจอก็คือพวกเขาจะอยู่ร่วมกลุ่ม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน และ ไลป์ซิก

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

ทว่าหากมองให้ดี โถ2 ใช่จะมีแต่ เจ้าของโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” 13 สมัย เพียงเท่านั้นที่พอจะเป็นฝันร้ายให้ 3 ทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เพราะนอกจากนั้นแล้วยังมีทั้ง แอต.มาดริด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และยังต้องรอลุ้นทีมม้ามืดอย่าง อาแจ็กซ์ อีกทีม

พรีเมียร์ลีก ประกาศเพิ่มเงื่อนไขจัดอันดับซีซั่น 2019-2020

ประกาศเพิ่มเงื่อนไขจัดอันดับซีซั่น 2019-2020

20190716_k_nfom8x95nziwz2c8p9.jpg

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าพวกเขาจะเอากฎ “เฮด-ทู-เฮด” มาใช้เป็นเงื่อนไขในการจัดอันดับ โดยมันจะเป็นเงื่อนไขท้ายๆ ส่วนผลต่างประตู-ได้เสีย ยังถูกใช้เป็นเงื่อนไขแรกหลังจากที่คะแนนเท่ากันเหมือนเดิม

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าในฤดูกาล 2019-20 พวกเขาจะเพิ่มกฎ “เฮด-ทู-เฮด” หรือผลงานการเจอกันเองระหว่างทั้งสองทีม มาเป็นเงื่อนไขลำดับท้ายๆ ในการจัดอันดับ

ในการแข่ง พรีเมียร์ลีก หลายฤดูกาลก่อนหน้านี้นั้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำการตัดสินแชมป์, โควตาสำหรับเล่นฟุตบอลทวีปยุโรป และการตกชั้น แต่มีทีมในกลุ่มดังกล่าวมีคะแนนเท่ากัน 2 ทีมขึ้นไป มันก็จะมาวัดกันที่ผลต่างประตูได้-เสีย และถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเท่ากันมันก็จะมาดูที่จำนวนประตูที่ทำได้ ซึ่งถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเท่ากันอีกมันก็จะจัดให้มีการแข่งเกมพิเศษเพื่อจัดอันดับกัน

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ซีซั่น 2019-20 เป็นต้นไป มันจะมีการใส่เงื่อนไขเฮด-ทู-เฮดเข้ามาเป็นลำดับถัดจากจำนวนประตูที่ทำได้ และถ้าเฮด-ทู-เฮดยังเท่ากันอีก มันก็จะมาดูกันว่าทีมในกลุ่มดังกล่าวทีมไหนที่ทำประตูในเกมเยือนของการเจอกันเองได้มากกว่า ซึ่งถ้าเงื่อนไขนี้ยังเท่ากันอีกมันถึงจะมีการเล่นเกมเพลย์ออฟที่สนามเป็นกลาง โดยที่ พรีเมียร์ลีก จะเป็นคนตัดสินถึงเรื่องรูปแบบการแข่ง, วันเวลา และสถานที่เอง

สรุปเงื่อนไขการจัดอันดับ (จะใช้เงื่อนไขถัดไปก็ต่อเมื่อผลงานในเงื่อนไขในลำดับก่อนหน้านั้นเท่ากัน)
1. คะแนนรวม
2. ผลต่างประตูได้-เสีย
3. จำนวนประตูที่ทำได้
4. ผลงานการเจอกันเอง (เฮด-ทู-เฮด)
5. ทีมที่ยิงประตูในเกมเยือนในนัดที่เจอกันเองได้มากกว่า จะอยู่ในอันดับที่ดีกว่า
6. เล่นเกมเพลย์ออฟ

 

สื่อตีข่าวแมนยูบรรลุข้อตกลงกับแฟร์นันด์สแล้ว

สื่อตีข่าวแมนยูบรรลุข้อตกลงกับแฟร์นันด์สแล้ว

ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » สื่อตีข่าวแมนยูบรรลุข้อตกลงกับแฟร์นันด์สแล้ว

สื่อตีข่าวแมนยูบรรลุข้อตกลงกับแฟร์นันด์สแล้ว by siamsport

สื่อดังในเมืองผู้ดี ตีข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ได้แล้ว โดยตอนนี้เหลือแค่ทั้งสองสโมสรจะเคลียร์เรื่องค่าตัวเท่านั้น และคาดว่านักเตะกับ “ผีแดง” จะมีการเจรจากันในวันอังคารนี้

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่งเลือดฝอยทองจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทีมในพรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส เรียบร้อยแล้ว จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อดังในประเทศอังกฤษ

แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับ แฟร์นันด์ส มานานแล้ว หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ต้องการยกเครื่องขุมกำลังครั้งใหญ่ ซึ่ง “น้าลูกอม” มองว่าแข้งวัย 24 ปี จะสามารถช่วยทีมได้เป็นอย่างดี ภายหลังฤดูกาลก่อนเขาทำไป 32 ประตู กับอีก 18 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 53 นัดในทุกรายการให้สปอร์ติ้ง

ล่าสุด  นิโคโล่ ชิร่า นักข่าวของ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อชั้นนำในอิตาลี ระบุว่า แมนฯ ยูฯ กับทีมงานของแฟร์นันด์ส กำลังคาดหวังว่าบอร์ดบริหารของทั้งสองสโมสรจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย ขณะเดียวยังมีรายงานว่า ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส กับ “ผีแดง” จะเปิดการเจาจาในวันนี้ (วันอังคารที่ 2 ก.ค.)

ทั้งนี้คาดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 31 ล้านปอนด์ (ราว 1,271 ล้านบาท) แต่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ต้องการค่าตัว แฟร์นันด์ส อย่างน้อย 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,214 ล้านบาท)

นักกีฬาคนใดทำรายได้มากที่สุดในโลก? ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

รู้หรือไม่ ??? ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา 
นักกีฬาคนใดทำรายได้มากที่สุดในโลก?

รู้หรือไม่ ??? ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
นักกีฬาคนใดทำรายได้มากที่สุดในโลก?

62450553_655433421547372_2895918734830993408_n.jpg

สะสมสมบัติ!แฉโรนัลโด้ทุ่มซื้อโคตรรถหรูบูกัตติ

สื่อผู้ดี ตีข่าว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะสตาร์ดังยูเวนตุส ทุ่มเงินเบาๆ สบายๆ เกือบ 10 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อรถต้นแบบสุดหรูอลังการยี่ห้อบูกัตติ จากงานเจนีวา มอเตอร์ โซว์ 2019 ที่ดินแดนนาฬิกา แต่งานนี้รถคันดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาขับได้จนกว่าจะถึงปี 2021

สื่อผู้ดี ตีข่าว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะสตาร์ดังยูเวนตุส ทุ่มเงินเบาๆ สบายๆ เกือบ 10 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อรถต้นแบบสุดหรูอลังการยี่ห้อบูกัตติ จากงานเจนีวา มอเตอร์ โซว์ 2019 ที่ดินแดนนาฬิกา แต่งานนี้รถคันดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาขับได้จนกว่าจะถึงปี 2021
20190502_c4wbvi6qyyfrh35914b7.jpg
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2018-19 ทุ่มเงินซื้อ บูกัตติ ลา วิทัวร์ นัวร์ ไฮเปอร์คาร์สุดหรูอลังการมูลค่ากว่า 9.49 ล้านปอนด์ (ราว 389.09 ล้านบาท) จากการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อดังในประเทศอังกฤษ

      สื่อเมืองผู้ดี ระบุว่า กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งมีรายได้ประมาณ 26 ล้านปอนด์ (ราว 1,066 ล้านบาท) ต่อปี เจียดเงินแค่เบาๆ สบายๆ 9.49 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นเจ้าของรถหรูยี่ห้อบูกัตติ รุ่นพิเศษซึ่งเพิ่งมีการเปิดตัวให้โลกได้เห็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ที่ เจนีวา มอเตอร์ โชว์ 2019 ที่สวิตเซอร์แลนด์

     สำหรับรถรุ่นนี้บริษัทรถหรูสัญชาติฝรั่งเศสได้ทดลองสร้างหนึ่งในต้นแบบรุ่นใหม่ ที่ใช้ชื่อว่า บูกัตติ ลา วิทัวร์ นัวร์ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 110 ปีในการก่อตั้งบริษัท โดยงานนี้ บูกัตติ ได้ยืนยันว่ารถต้นแบบที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษได้มีเจ้าของแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าเป็นใคร

ขณะเดียวกัน มาร์ก้า สื่อชั้นนำในสเปน รายงานว่าเจ้าของรถใหม่คันนี้ก็คือนักฟุตบอลชื่อก้องโลก แม้ในตอนแรกจะมีการอ้างว่าผู้ที่ซื้อก็คือ เฟร์ดินันด์ พีค อดีตประธานบริษัทโวล์คสวาเก้น กรุ๊ป อย่างไรก็ตามเจ้าของรถคันนี้ไม่สามารถนำรถมาขับได้จนกว่าจะถึงปี 2021 เพราะบริษัทยังต้องมีการปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในขั้นตอนสุดท้ายสำหรับรถต้นแบบนี้
ทั้งนี้ โรนัลโด้ ได้ชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลที่สะสมรถหรูซูเปอร์คาร์หลายต่อหลายคันรวมทั้ง เมอร์เซเดส ซี คลาส สปอร์ต คูเปร์, โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม, เฟอร์รารี่ 599 จีทีโอ, ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ แอลพี 700-4, แอสตัน มาร์ติน ดีบี 9, แม็คลาเรน เอ็มพี 4 12 ซี และ เบนท์ลี่ย์ คอนทิเนนทั่ล จีทีซี สปีด เป็นต้น