เป้าหมายผีแดง ! วิลเชียร์ เผยชื่อดาวรุ่งที่เก่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน

​แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์เชิงสูงของ ​เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืนยันว่าแข้งเป้าหมายของปีศาจแดงอย่าง ดีแคลน ไรซ์ คือดาวรุ่งที่เก่งสุดบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ณ ปัจจุบัน

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากสุดในวงการฟุตบอลตอนนี้ก็คือ พรีเมียร์ลีกของเรามีนักเตะดาวรุ่งเก่ง ๆ กำลังทำผลงานโดดเด่นอยู่หลายคนจนนับไม่ถ้วน” หนูแจ็ค เปิดประเด็นหลังแฟน ๆ ถามผ่าน IG

“แต่ถ้าถามว่าใครเก่งสุดในบรรดาพวกเขาเหล่านั้น ? คำตอบชัดเจนสุด ๆ ว่าเป็น ดีแคลน ไรซ์ ซึ่งพวกเราซ้อมร่วมกันทุกวันจนผมแน่ใจว่าไม่มีดาวรุ่งคนไหนเก่งได้เท่านี้อีกแล้ว”

“ผมมั่นใจว่า ดีแคลน จะเติบโตขึ้นไปเป็นยอดนักเตะได้ตามแนวทางของตัวเอง พรสวรรค์ที่เขามีอยู่นั้นสูงจนน่าเหลือเชื่อ มีเท้าซ้าย-เท้าขวาที่ทรงประสิทธิภาพ แถมยังนิสัยดีมากอีกด้วย ฉันรักนายนะเจ้าหนู !”

เป้าหมายผีแดง ! วิลเชียร์ เผยชื่อดาวรุ่งที่เก่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน

โควิด19 VS พรีเมียร์ลีก อังกฤษ…ทางออกไหน ดีที่สุด !?

ศุกร์ 13 ที่ผ่านมา เอฟเอ จากประเทศอังกฤษ ประกาศยืนยัน จะมีการแข่งขันเกมลีกตามปกติ ผู้ชมสามารถเข้าชมเกมได้เช่นเดิม ไม่มีมาตรการใดๆ ไม่ปิดสนาม ไม่จำกัดคนดู … ให้หลังไม่กี่ชั่วโมง ผู้เล่น จิ้งจอกสยาม 3 คนเฝ้าระวัง และอีกอึดใจเดียวมีข่าวช็อกวงการ บุคคลเกี่ยวข้องกับ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 อาเตต้า กุนซือปืนใหญ่ ตามมาด้วย โอดอย ดาวรุ่งจาก เชลซี นอกจากนี้ยังต้องกักตัวผู้เล่น และทีมงานทุกคนที่ต้องสงสัย ในหลายๆ ทีม

เอฟเอ ไม่มีทางเลือกอื่น เรียกประชุมด่วน ก่อนจะสั่งการแบบชัดเจน ปิดเกมลีก ในเบื้องต้นคือ 2 อาทิตย์ หากสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมาเตะอีกทีใน วันที่ 4 เม.ย. เป็นต้นไป แต่!! สถานการณ์จะดีขึ้นจริงๆ หรือ? ภายใน 2 อาทิตย์ กับวิกฤตในตอนนี้ที่เมืองผู้ดีมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นต่อวันกับหลักร้อย นอกจากนี้นักเตะ และทีมงานในวงการฟุตบอลก็มีข่าวติดเจ้าไวรัสตัวร้ายนี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ …

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league ole

มีการเดาไปต่างๆ นาๆ ว่า หากภายใน 1 เดือนถัดจากนี้ไป ทุกอย่างยังแย่ลงเรื่อยๆ (ซึ่งก็น่าจะเป็นแบบนั้น) ทาง พรีเมียร์ฯ จะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไป แน่นอนว่าการตัดสินใจต่อจากนี้ จะมีบางทีม บางหน่วยงาน บางสถานี จะต้องได้รับผลกระทบตามมา แต่หากจะหา “ทางออกที่ดีที่สุด” ทางนั้นคือทางไหน?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league ole

พูดถึงขั้นร้ายแรงที่สุดคือ ปิดลีก, ยกเลิกไปเลย ทำเหมือนกับว่าแค่ฝันไป ตื่นมาใหม่ เริ่มกันใหม่ในฤดูกาล 2020/21 ทานอสดีดนิ้วข้ามไปนู้น แบบนี้จะใจร้ายมากๆ กับใครบ้าง 1.ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ถูกขายไปแล้วแทบทุกประเทศทั่วโลก เอฟเอ รับบทหนักเต็มๆ 2.บางสโมสรที่มีอันดับที่ตนเองพึ่งพอใจจะทำอย่างไร ลิเวอร์พูล กับแชมป์ที่รอคอยมานานถึง 30 ปี จะกลายเป็นฝันร้ายที่เด็กหงส์ทั่วทั้งโลกจะลืมไม่ลง (อีกครั้ง) เพราะฉะนั้นวิธี “ลบฤดูกาล 2019/20 ทิ้งไปเลย” ไม่ใช่ทางออกที่ดี และไม่ควรทำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league

ทางต่อมาคือการปิดจบ และยึดอันดับตารางคะแนน แน่นอนว่าคนที่โดนกระทบก็ไม่พ้น ทีมงานถ่ายทอดสด ที่ต้องหัวหมุนไม่ต่างจากแบบแรก นอกจากนี้ทีมที่ยังลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ซึ่งมีมูลค่านับสิบๆ ล้านปอนด์ก็คงจะไม่ยอมแน่ๆ ส่วนทีมที่หนีตกชั้นปีนี้เข้มข้นลุ้นกันจนเกมสุดท้ายได้เลย ก็ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขาเท่าไหรนัก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league

ส่วนวิธีสุดท้ายและน่าจะเป็นทางออกที่ดีให้กับทุกฝ่ายคือ “รอ” รอจนกว่าเจ้าไวรัสตัวนี้เริ่มควบคุมได้และกลับมาแข่งฟุตบอลกันใหม่ จากที่วิเคราะห์กันมาระยะเวลาน่าจะไม่เกิน 3 เดือนก็น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ แบบเดียวกับที่ จีน กำลังจะกลายเป็นประเทศที่ชนะ โควิด-19 ในเร็วๆ นี้ แน่นอนทุกทางจะกระทบกับบางส่วน ทางนี้ก็เช่นกันหากต้องเลื่อนถึงตรงนั้นจะกระทบกับนักเตะ จะไม่ได้พัก เนื่องจากจะต้องแข่งต่อทันทีเมื่อลีกปีนี้ถูกเลื่อนไป ฟุตบอลทีมชาติรายการต่างๆ ต้องเลื่อนไปแข่งในปีหน้าเป็นอย่างน้อย โอลิมปิกเกมก็เช่นเดียวกัน ญี่ปุ่น ประเทศเจ้าภาพอาจจะต้องถูกเลื่อนไป และจะต้องเสียเม็ดเงินหลายพันล้านบาทที่ลงทุนไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league ole

ไม่ว่าทางออกไหนจะดีที่สุด สุดท้ายแล้วทางออกที่ดีที่สุดคือ “ความปลอดภัยของคน” เพราะหากคุณยังมีลมหายใจอยู่ ฟุตบอลเราจะดูเมื่อไหรก็ได้

…ด้วยรักและเป็นห่วง

เจาะทีมเลสเตอร์ แนวรับแกร่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณชั่วโมงนี้

ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้
ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

leicester-600x333.jpg

 

เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากบุกไปเอาชนะสโมสร ไบรท์ตัน คว้าสามแต้มสำคัญได้ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 13 ด้วยสกอร์ 0-2 ณ. สนาม แอแม็กซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งกุนซือใหญ่ เลสเตอร์ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เองยังต้องยกย่องให้เป็นสถานที่หนึ่งที่ยากต่อการมาคว้าชัยชนะกันเลยทีเดียว

   “สนามแห่งนี้เป็นสนามที่ยากต่อการมาเยือน​ คุณได้เห็นสถิติของไบรท์ตันแล้วว่าเป็นอย่างไร​ และเอาชนะใครได้บ้าง​​” กุนซือชาวไอร์แลนด์กล่าว

เกมเมื่อคืน เรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยนะครับ จากที่ได้รับชมเกมการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเยือน นกนางนวล ไบรท์ตัน ถึงถิ่น ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เซียนหรือกูรูของต่างประเทศทั้งหลายยอมรับว่ามีเกมรับที่แข็งแกร่งเหนียวแน่นอย่างมากยามที่ได้เล่นในบ้านของตัวเอง ยากที่จะเจาะไข่แดงในรังของนกนางนวล

แม้แต่ยอดทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  ยังโดน ไบรท์ตัน ถล่มมาแล้ว 3-0 เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา แต่จะมีเกมรับดีขนาดไหน จิ้กจอกสยาม ก็บุกไปเอาชนะมาได้ถึง 0-2 โดยต้องยกความดีความชอบให้แก่ความทุ่มเท่อย่างหนักของเหล่านักเตะทุกคน ทั้งในและนอกสนาม เกมแมตช์นี้แข้ง เลสเตอร์ โดนเล่นเอาเบาะซ้ำหลายราย

⇒ ทีเด็ด หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน

ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอนนี่ อีแวนส์ รับบทเป็นตัวแท็งค์ให้แก่ทีม หากใครได้ดูเกมเมื่อคืนต้องยอมรับว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงอายุย่างเลข 3 แต่มีการอ่านเกมที่ดีพร้อมบวกกับประสบการณ์มากมาย และมีความเก๋าอยู่พอตัว ทำเอากองหน้าไบรท์ตันไปไม่เป็นเหมือนกัน

จอนนี่ อีแวนส์ เกิดมีอาการบาดเจ็บ เล่นไม่จบ 90 นาที โดย ร็อดเจอร์ส ต้องเปลี่ยนตัวออก ส่งกองหลังร่างยักษ์ เวส มอร์แกน ลงไปแทนในนาทีที่ 62 ดูเหมือนว่า มอร์แกน ยังจูนไม่ลงตัวสักเท่าไหร่ สกัดบอลพลาดหลายจังหวะเหมือนกับจะลงมาปั้นดาวเตะตุรกี คากลาร์ โซยุนคู อย่างเดียวเลย

คากลาร์ โซยุนคู กองหลังทีมชาติตุรกี ได้พิสูจน์ตัวเองให้นายใหญ่ของเขาประจักษ์ในฝีเท้าตัวเองพร้อมแสดงความเป็นผู้นำออกมาด้วย โดยเวลาที่เหลือเขาไร้ อีแวนส์ ต้องมายืนเซนเตอร์คู่กับ มอร์แกน โดยไร้ปัญหา ถือว่ามีฟอร์มที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆในทุกๆนัด และช่วยให้ต้นสังกัดเก็บคลีนซีทติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ของเกมในลีกผู้ดี

โซยุนคู

ส่วนกองหลังค่าตัวระดับโลกทั้งสองคนอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ เวอร์กิล ฟานไดจ์ค จะไม่พูดถึงก็กระไรอยู่ ทั้งคู่ผมยอมรับว่าเป็นนักเตะที่เล่นตำแหน่งกองหลังจัดว่าอยู่อันดับต้นๆของโลก แม็คไกวร์ ของแมนเสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่นเหมือนตอนที่อยู่กับทีมเก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ต้องให้เวลาเขาปรับตัวเข้าทีม ปีศาจแดง สักหน่อยและให้โอกาสโค้ชน้าลูกอมสักพัก

ส่วน ฟานไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล ผมให้เขายังยืนหนึ่งอยู่ในใจ แต่…ด้วยคิวการเตะที่เยอะของ หงส์แดง ในซีซั่นนี้ผมกล้าคาดเดาได้เลยว่าเขาเล่นไม่จบฤดูกาลนี้แน่นอน (จากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

  ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้

ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

สรุป

จากการวิเคราะห์ดูแล้ว ปัจจัยอันดับต้นๆเลย คือแผนการทำทีมหรือรูปแบบการเล่นของ ร็อดเจอร์ส ครับ ที่ทำให้นักเตะทุกคน 11 ตัวจริง ช่วยกันหมด ไม่มีใครอู้เลยสักคน สาเหตุนี้จึงทำให้ เลสเตอร์ ไม่ว่าจะเปลี่ยนใครลงมาเล่นแทนตำแหน่งไหนก็ตาม จะไม่มีผลกระทบจนทำให้ทีมถึงกับรวน

4 สิ่งที่เปลี่ยนไปจาก 4 นัดที่ผ่านมา

4 สิ่งที่เปลี่ยนไปของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับช่วงระยะเวลา 4 นัดที่ผ่านมา

 

หากยังจำกันได้ช่วงก่อนหน้านั้น โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เทรนเนอร์ชาวนอร์วีเจี้ยน นำทีมออกสตาร์ตฤดูกาล 2019-20 ได้อย่างเลวร้ายสุดๆ โดยเฉพาะในเกมลีกที่อันดับเคยรูดกราวร่วงลงไปอยู่ที่ 14 ของตาราง พร้อมการเล่นที่ไร้รูปทรงผนวกกับฟอร์มการเล่นที่ไม่เอาอ่าวของนักเตะหลายคน

ก่อนเกมแดงเดือด ยกแรก ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ตอนนั้นต้องยอมรับว่ากระแสแรงเหลือเกินว่าอาจเป็นการคุมทีมนัดสุดท้ายของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เพราะตอนนั้นผลงานทีมกำลังย่ำแย่ต่อเนื่อง สวนทางกับทีมเยือนที่ฟอร์มสุดโหดชนะรวด 8 นัด และบรรดากูรูชื่อดังของแดนผู้ดีเกือบทั้งหมดฟันธงไปในทิศทางเดียงกันว่าเจ้าบ้านไม่น่ารอด แต่แล้วนัดดังกล่าว ยอดทีมสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ดันเล่นผิดฟอร์ม เล่นได้ดีซะงั้น จบเกมเสมอ 1-1 นัดต่อมาในศึกยูโรปาลีก แม้รูปเกมไม่ดีนัก แต่ก็เก็บการแข่งขันที่ดีกลับออกมาได้ด้วยชัยชนะ 1-0

สังเกตได้ว่ามันคือสัญญาณลางๆ ที่กำลังจะติดไซเรนว่าแนวโน้มของทีมกำลังจะได้ดี และในนัดที่บุกไปถลุง “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ 3-1 มันเป็นฟอร์มการเล่นที่ไฉไลเป็นบ้าที่สุดของทีม จนต่อยอดในเกมล่าสุดที่บุกไปทุบ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 2-1 ในศึกคาราบาว คัพ รอบที่ 4 พร้อมกรุยทางสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

ถ้าเทียบในบรรดาทีมใหญ่ด้วยกันมันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ถ้าเป็น “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคนี้ต้องบอกว่ามันคือช่วงเวลา 3-4 นัดที่กระเตื้องไปในทิศทางที่ดีขึ้นของทีม

โดย 4 สิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างแรก นักเตะในทีมมีความกระหายมากขึ้น มันเลยส่งผลไปถึงข้อที่สองนั่นก็คือ ฟอร์มโดยรวมของนักเตะหลายๆ คนดีขึ้น อย่างเช่น เฟร็ด และอันเดรียส เปเรรา ที่แต่ก่อนจะโดนยี้ แต่ในเวลานี้พวกเขาก็พัฒนาตัวเองเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่สามนั้นคือ รูปแบบการเล่นมีมิติมากขึ้นหลังได้ อองโตนี มาร์เชียล กลับคืนสู่ทีม หลังก่อนหน้านี้หายหน้าหายตาเพราะเจอปัญหาอาการบาดเจ็บ และในสิ่งสุดท้ายนั่นคือการที่ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เริ่มโชว์กึ๋นและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นมากขึ้นกว่าแต่เดิม ตลอดจนการเปลี่ยนตัวที่ตอบโจทย์ส่งผลในแง่ดีกับทีมหลายครั้ง.

หนึ่งในนักเตะที่ร้อนแรงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ “ตีมู ปุ๊กกี้”

หนึ่งในนักเตะที่ร้อนแรงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้คงหนีไม่พ้น ตีมู ปุ๊กกี้ หัสหอกของ นอริช ซิตี้ ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตู จากการลงสนามในช่วง 3 นัดแรกของซีซั่น

2019-02-10T140657Z_285333147_RC1AC31811B0_RTRMADP_3_SOCCER-ENGLAND-NOR-IPS.jpg

หนึ่งในนักเตะที่ร้อนแรงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้คงหนีไม่พ้น ตีมู ปุ๊กกี้ หัสหอกของ นอริช ซิตี้ ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตู จากการลงสนามในช่วง 3 นัดแรกของซีซั่น

โดยในสุดสัปดาห์นี้ ปุ๊กกี้ มีโอกาสทำสถิติยิงประตู 4 นัดแรกของฤดูกาลติดต่อกันเทียบเท่า ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกของ เชลซี เมื่อปี 2014 และมิคกี้ ควินน์ แข้งของ โคเวนทรี เมื่อปี 1992

และมันคงเพอร์เฟคไปมากกว่านั้นถ้า ปุ๊กกี้ สามารถซัดแฮตทริกได้ มันก็จะทำให้เขายิงได้ถึง 8 ประตู แซงหน้า คอสต้า ที่ยิง 7 ตุง จาก 4 นัดแรกได้สำเร็จ

พรีเมียร์ลีก ประกาศเพิ่มเงื่อนไขจัดอันดับซีซั่น 2019-2020

ประกาศเพิ่มเงื่อนไขจัดอันดับซีซั่น 2019-2020

20190716_k_nfom8x95nziwz2c8p9.jpg

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าพวกเขาจะเอากฎ “เฮด-ทู-เฮด” มาใช้เป็นเงื่อนไขในการจัดอันดับ โดยมันจะเป็นเงื่อนไขท้ายๆ ส่วนผลต่างประตู-ได้เสีย ยังถูกใช้เป็นเงื่อนไขแรกหลังจากที่คะแนนเท่ากันเหมือนเดิม

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าในฤดูกาล 2019-20 พวกเขาจะเพิ่มกฎ “เฮด-ทู-เฮด” หรือผลงานการเจอกันเองระหว่างทั้งสองทีม มาเป็นเงื่อนไขลำดับท้ายๆ ในการจัดอันดับ

ในการแข่ง พรีเมียร์ลีก หลายฤดูกาลก่อนหน้านี้นั้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำการตัดสินแชมป์, โควตาสำหรับเล่นฟุตบอลทวีปยุโรป และการตกชั้น แต่มีทีมในกลุ่มดังกล่าวมีคะแนนเท่ากัน 2 ทีมขึ้นไป มันก็จะมาวัดกันที่ผลต่างประตูได้-เสีย และถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเท่ากันมันก็จะมาดูที่จำนวนประตูที่ทำได้ ซึ่งถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเท่ากันอีกมันก็จะจัดให้มีการแข่งเกมพิเศษเพื่อจัดอันดับกัน

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ซีซั่น 2019-20 เป็นต้นไป มันจะมีการใส่เงื่อนไขเฮด-ทู-เฮดเข้ามาเป็นลำดับถัดจากจำนวนประตูที่ทำได้ และถ้าเฮด-ทู-เฮดยังเท่ากันอีก มันก็จะมาดูกันว่าทีมในกลุ่มดังกล่าวทีมไหนที่ทำประตูในเกมเยือนของการเจอกันเองได้มากกว่า ซึ่งถ้าเงื่อนไขนี้ยังเท่ากันอีกมันถึงจะมีการเล่นเกมเพลย์ออฟที่สนามเป็นกลาง โดยที่ พรีเมียร์ลีก จะเป็นคนตัดสินถึงเรื่องรูปแบบการแข่ง, วันเวลา และสถานที่เอง

สรุปเงื่อนไขการจัดอันดับ (จะใช้เงื่อนไขถัดไปก็ต่อเมื่อผลงานในเงื่อนไขในลำดับก่อนหน้านั้นเท่ากัน)
1. คะแนนรวม
2. ผลต่างประตูได้-เสีย
3. จำนวนประตูที่ทำได้
4. ผลงานการเจอกันเอง (เฮด-ทู-เฮด)
5. ทีมที่ยิงประตูในเกมเยือนในนัดที่เจอกันเองได้มากกว่า จะอยู่ในอันดับที่ดีกว่า
6. เล่นเกมเพลย์ออฟ

 

ตารางการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ [Betway][Promotion]

เข้าสู่ระบบ

9ba41d19-30c3-40b5-a1d8-3bf187ce885b

2019-02-21_18-56-092019-02-21_18-56-322019-02-21_18-57-23

ห้ามพลาด! โปรโมชั่นอีกมากมายรอคุณอยู่                                             เข้าร่วมทันทีสอบถามฝ่ายบริการลูกค้า แชทออนไลน์
ติดตามเราได้ที่