โควิด19 VS พรีเมียร์ลีก อังกฤษ…ทางออกไหน ดีที่สุด !?

ศุกร์ 13 ที่ผ่านมา เอฟเอ จากประเทศอังกฤษ ประกาศยืนยัน จะมีการแข่งขันเกมลีกตามปกติ ผู้ชมสามารถเข้าชมเกมได้เช่นเดิม ไม่มีมาตรการใดๆ ไม่ปิดสนาม ไม่จำกัดคนดู … ให้หลังไม่กี่ชั่วโมง ผู้เล่น จิ้งจอกสยาม 3 คนเฝ้าระวัง และอีกอึดใจเดียวมีข่าวช็อกวงการ บุคคลเกี่ยวข้องกับ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 อาเตต้า กุนซือปืนใหญ่ ตามมาด้วย โอดอย ดาวรุ่งจาก เชลซี นอกจากนี้ยังต้องกักตัวผู้เล่น และทีมงานทุกคนที่ต้องสงสัย ในหลายๆ ทีม

เอฟเอ ไม่มีทางเลือกอื่น เรียกประชุมด่วน ก่อนจะสั่งการแบบชัดเจน ปิดเกมลีก ในเบื้องต้นคือ 2 อาทิตย์ หากสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมาเตะอีกทีใน วันที่ 4 เม.ย. เป็นต้นไป แต่!! สถานการณ์จะดีขึ้นจริงๆ หรือ? ภายใน 2 อาทิตย์ กับวิกฤตในตอนนี้ที่เมืองผู้ดีมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นต่อวันกับหลักร้อย นอกจากนี้นักเตะ และทีมงานในวงการฟุตบอลก็มีข่าวติดเจ้าไวรัสตัวร้ายนี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ …

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league ole

มีการเดาไปต่างๆ นาๆ ว่า หากภายใน 1 เดือนถัดจากนี้ไป ทุกอย่างยังแย่ลงเรื่อยๆ (ซึ่งก็น่าจะเป็นแบบนั้น) ทาง พรีเมียร์ฯ จะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไป แน่นอนว่าการตัดสินใจต่อจากนี้ จะมีบางทีม บางหน่วยงาน บางสถานี จะต้องได้รับผลกระทบตามมา แต่หากจะหา “ทางออกที่ดีที่สุด” ทางนั้นคือทางไหน?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league ole

พูดถึงขั้นร้ายแรงที่สุดคือ ปิดลีก, ยกเลิกไปเลย ทำเหมือนกับว่าแค่ฝันไป ตื่นมาใหม่ เริ่มกันใหม่ในฤดูกาล 2020/21 ทานอสดีดนิ้วข้ามไปนู้น แบบนี้จะใจร้ายมากๆ กับใครบ้าง 1.ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ถูกขายไปแล้วแทบทุกประเทศทั่วโลก เอฟเอ รับบทหนักเต็มๆ 2.บางสโมสรที่มีอันดับที่ตนเองพึ่งพอใจจะทำอย่างไร ลิเวอร์พูล กับแชมป์ที่รอคอยมานานถึง 30 ปี จะกลายเป็นฝันร้ายที่เด็กหงส์ทั่วทั้งโลกจะลืมไม่ลง (อีกครั้ง) เพราะฉะนั้นวิธี “ลบฤดูกาล 2019/20 ทิ้งไปเลย” ไม่ใช่ทางออกที่ดี และไม่ควรทำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league

ทางต่อมาคือการปิดจบ และยึดอันดับตารางคะแนน แน่นอนว่าคนที่โดนกระทบก็ไม่พ้น ทีมงานถ่ายทอดสด ที่ต้องหัวหมุนไม่ต่างจากแบบแรก นอกจากนี้ทีมที่ยังลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ซึ่งมีมูลค่านับสิบๆ ล้านปอนด์ก็คงจะไม่ยอมแน่ๆ ส่วนทีมที่หนีตกชั้นปีนี้เข้มข้นลุ้นกันจนเกมสุดท้ายได้เลย ก็ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขาเท่าไหรนัก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league

ส่วนวิธีสุดท้ายและน่าจะเป็นทางออกที่ดีให้กับทุกฝ่ายคือ “รอ” รอจนกว่าเจ้าไวรัสตัวนี้เริ่มควบคุมได้และกลับมาแข่งฟุตบอลกันใหม่ จากที่วิเคราะห์กันมาระยะเวลาน่าจะไม่เกิน 3 เดือนก็น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ แบบเดียวกับที่ จีน กำลังจะกลายเป็นประเทศที่ชนะ โควิด-19 ในเร็วๆ นี้ แน่นอนทุกทางจะกระทบกับบางส่วน ทางนี้ก็เช่นกันหากต้องเลื่อนถึงตรงนั้นจะกระทบกับนักเตะ จะไม่ได้พัก เนื่องจากจะต้องแข่งต่อทันทีเมื่อลีกปีนี้ถูกเลื่อนไป ฟุตบอลทีมชาติรายการต่างๆ ต้องเลื่อนไปแข่งในปีหน้าเป็นอย่างน้อย โอลิมปิกเกมก็เช่นเดียวกัน ญี่ปุ่น ประเทศเจ้าภาพอาจจะต้องถูกเลื่อนไป และจะต้องเสียเม็ดเงินหลายพันล้านบาทที่ลงทุนไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ covid premier league ole

ไม่ว่าทางออกไหนจะดีที่สุด สุดท้ายแล้วทางออกที่ดีที่สุดคือ “ความปลอดภัยของคน” เพราะหากคุณยังมีลมหายใจอยู่ ฟุตบอลเราจะดูเมื่อไหรก็ได้

…ด้วยรักและเป็นห่วง

เลือดมันข้น! 10 อันดับ นักเตะมุ่งสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

 

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

ที่มา : https://www.ball2step.com/10-อันดับ-นักเตะเลือดข้น

มันเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นพ่อจูงมือลูกเดินเข้าสเตเดียมหรือแม้แต่นั่งรอเกมเริ่มอยู่หน้าจอทีวีที่บ้านด้วยกัน ฟุตบอลมันเป็นอะไรที่คนหลายคนสามารถแบ่งปันและมีส่วนร่วม

แต่เหนือไปกว่านั้น คุณลองนึกภาพตัวเองได้เกิดมาเป็นลูกชายของสุดยอดนักเตะระดับโลกสิ แน่นอนเลือดมันจะต้องสูบฉีดให้คุณอยากเอาแบบอย่างไอดอลในวัยเด็ก หรือแม้แต่ผลักดันให้คุณอยากจะทะยานไปประสบความสำเร็จเหมือนที่ผู้เป็นพ่อได้ฝากไว้กับวงการ

หลายคนอาจจะมองว่า การที่มีพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับโลกก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นสิ ไหนจะคำแนะนำจากปากโดยตรง ไหนจะประสบการณ์หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่หาจากไหนไม่ได้

แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ในอีกมุมหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องแบกความกดดันและความคาดหวังมหาศาลเอาไว้ เพราะถ้าคุณเลืกที่จะก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้แล้ว หากห่วยหรือวันใดเกิดเหลวไหลขึ้นมา รับรองคุณจะต้องโดนจวกยับ แถมยังดูแย่เข้าไปอีกเมื่อถูกนำไปเปรียบกับเกียรติยศที่พ่อทำไว้

การที่ลูกจะสานต่อความสำเร็จของพ่อแน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะได้เปรียบบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเองด้วย ว่าจะพาความฝันนั้นไปได้ไกลแค่ไหน

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีคงหนีไม่พ้นแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่สามารถยกถ้วยพรีเมียร์ ลีกได้เหมือนที่พ่อของเขาเคยทำ ว่าแต่ตอนนี้มีใครบ้างที่กำลังกัดฟันต่อสู้เพื่อให้วันนั้นเป็นจริง และนี่คือ 10 นักเตะดังของยุโรปที่มีอนาคตสดใสในการสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ | กองหน้า | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 19 ปี

เราขอเริ่มกันที่นักเตะจอมพลังที่ย้อนกลับไปเพียง 1 ปีก่อน น้อยคนจริงๆที่จะรู้จักชื่อของเด็กคนนี้

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ อดีตนักเตะที่ใช้เวลาค้าแข้งส่วนใหญ่อยู่ในพรีเมียร์ ลีก โด่งดังกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ , และเป็นที่จดจำเมื่อครั้งเจ้าตัวทะเลาะเบาะแว้งกับรอย คีน จนเกือบขาหักเพราะกัปตันปีศาจแดงมาแล้ว

ในความโชคร้ายที่การเข้าปะทะครั้งนั้นส่งผลต่ออาชีพของเขาโดยตรง แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ ที่เขาไม่ได้ถึงกับขาหักในวันนั้น อีกทั้งยังมีโชคชั้นที่สองหล่นทับอีก เมื่อลูกชายกำลังมีแววเด่นที่จะไปได้ไกลในเส้นทางลูกหนังกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก

ฮาลันด์แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับเร้ดบูลส์ ซัลส์บวร์กในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซัดไปทั้งสิ้น 8 ประตู จนเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก สุดท้ายถูกตอบแทนความเฉียบขาดในสนามด้วยโอกาสในการย้ายไปเล่นในบุนเดสลีก้า กับโบรุสเซีย ดอร์มุนด์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซัดไปแล้วถึง 7 ประตูในบุนเดสลีก้า ด้วยเวลาที่ใช้ไปเพียง 226 นาทีเท่านั้น รวมถึงอีก 1 ตุงในเดเอฟเบ โพคาล

จัสติน ไคล์เวิร์ต | ตัวริมเส้น | โรม่า | 20 ปี

จัสตินยังเหลือภารกิจมีมากมายให้พิสูจน์ตัวเอง และอาจจะหนักกว่าคนอื่นเสียหน่อย เมื่อเขาต้องเดินตามความยิ่งใหญ่ของ แพทริค ไคล์เวิร์ต หนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ขุนพลอัศวินสีส้มเคยมีมา

ปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับโรม่า และหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับเจ้าหนูวัย 20 ปี ถึงตอนนี้ไคลเวิร์ตยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการสัมผัสเกม 17 นัด ซึ่งก็ถือว่าไม่น่าเกลียดเลยสำหรับปีกวัยหนุ่มที่โลดแล่นในลีกใหญ่อย่าง ซีเรีย อา

ทิม เวอาห์ | กองหน้า | ลีลล์ | 19 ปี

จอร์จ เวอาห์ ถูกแฟนบอลจดจำขึ้นใจกับการเป็นหนึ่งในแข้งจากแดนแอฟริกาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการลูกหนัง ลงเล่นให้กับท็อปทีมของโลก อย่างเอซี มิลาน,เปแอสเช,และเชลซี รวมถึงประดับบารมีอย่างสมเกียรติด้วยรางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 1995

จอร์จมีลูกชายชื่อทิม เวอาห์ที่ปัจจุบันเล่นให้ลีลล์ในลีกฝรั่งเศส หลังผ่านการบ่มเพาะจากศูนย์ศึกเยาชนของปารีส แซงต์แชกแมง อดีตต้นสังกัดของพ่อ โดยทิมเคยได้รับโอกาสสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่ของเปแอสเชไปแล้ว 2 นัด อีกทั้งยังลงเล่นในสีเสื้อของทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปแล้ว 8 เกมด้วยกัน

เฟเดริโก้ คิเอซ่า | ตัวริมเส้น | ฟิออเรนติน่า | 22 ปี

ในวัย 22 ปี คิเอซ่าน่าจะเป็นทายาทนักฟุตบอลที่โชกโชนบนพื้นสนามหญ้ามากที่สุดคนหนึ่งในลิสต์เราเลยก็ว่าได้ โดยเจ้าหนุ่มหน้าหล่อถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของทัพม่วงมหากาฬเมื่อปี 2016 แบกประสบการณ์ไม่น้อย ลงสนามไปแล้วถึง 132 เกม ยิงได้ 16 ประตู และยังมีผลงานติดทีมชาติอิตาลีทั้งหมด 17 เกมอีกต่างหาก

สำหรับคุณพ่อของเขาอย่าง เอ็นริโก้ คิเอซ่า ใช้เวลาพเนจรค้าแข้งกว่า 22 ปีกับสโมสรใหญ่มากมายในลีกแดนมะกะโรนี รวมไปถึงยอดทีมแห่งเมืองฟลอเรนซ์จากฟิออเรนติน่า เจ้าตัวก็เคยแวะเวียนมาในช่วงเวลาสั้นๆ

แม้ว่าเอ็นริโก้นั้นจะไม่ได้สัมผัสโทรฟี่อะไรมากมายนักในสมัยยังเป็นนักเตะ และมันก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกเสียจากฝากความหวังให้ลูกชายอย่างเฟเดริโก้ ช่วยทำมันให้ถึงฝันด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น

ดาเนี่ยล มัลดินี่ | กองหน้า | เอซี มิลาน | 18 ปี

ยังคงอยู่ที่อิตาลีเหมือนเดิม แต่คราวนี้เราจะขยับขึ้นมาทำความรู้จักกับลูกชายของ เปาโล มัลดินี่ หนึ่งในปราการหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ติดตรงแค่ลูกชายของเขานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อป้องกันประตู แต่กลับเปี่ยมไปด้วยสัญชาติญาณการกระซวกประตูคู่แข่งแทน

ดาเนี่ยล มัลดินี่ ปัจจุบันลงเล่นให้กับทีมชุดเยาวชนของปีศาจแดง และกำลังมุ่งมั่นที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นขาประจำในทีมชุดใหญ่ ดั่งที่พ่อของเขาเคยกอบโกยทุกความสำเร็จในรัง ซาน ซิโร่มาแล้ว

เด็กหนุ่มรายนี้ส่งสัญญาณแห่งความเป็นสุดยอดหัวหอก ด้วยทักษาะการเลี้ยง,การจ่ายและการจบสกอร์ อีกทั้งยังเป็นกองหน้าประเภทไม่กลัวที่จะต้องลงไปล้วงบอลขึ้นมาเอง หรือแม้แต่การตื่นตัวที่จะช่วยเหลือเกมรับในยามจำเป็น เสมือนว่ามีใครสักคนสอนเขาให้ทำแบบนั้น…

มาร์คัส ตูราม | กองหน้า | โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค | 22 ปี

ถือว่าเป็นเคสคล้ายๆกับดาเนี่ยลเลยก็ว่าได้ สำหรับมาร์คัสที่ได้เดินตามรอยเท้าของพ่อแบบตรงเป๊ะเสียทีเดียว ซึ่งพ่อของเขาอย่าง ลิลิยอง ตูรามที่ครองสถิติเป็นนักเตะที่ติดธงตราไก่มากที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ส่วนลูกชายอย่างมาร์คัสเลือกที่จะประจำในตำแน่งกองหน้า

หลังย้ายจากแก็งก็อง สโมสรในลีกเดอซ์ ฝรั่งเศสมาอยู่กับโบรุสเซีย มึเช่นกลัดบัคในซีซั่นนี้ ลูกชายของลิลิยองทำผลงานถือว่าดีเยี่ยม ซัดไปแล้ว 9 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด

ว่าแต่มาร์คัสจะไปถึงฝันกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกตามรอยพ่อเขาได้หรือไม่? เวลาเท่านั้นคือคำตอบ..

จิโอวานนี่ ซิมิโอเน่ | กองหน้า | กายารี่ (ฟิออเรนติน่าปล่อมยืม) | 24 ปี

ลองนึกสภาพซิมิโอเน่คนลูกถูกพ่อติวเข้มในทุกๆวัน เหมือนที่ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ตะโกนใส่ลูกทีมแอตเลติโก้ มาดริดของเขาสิ ไม่แปลกจริงๆที่จิโอวานนี่จะเดินตามเส้นทางของเขามาถึงวันนี้ได้ ก็แหม่พ่อดุซะขนาดนั้น คงไม่ปล่อยลูกสะเปะสะปะแน่นอน

ปัจจุบันหัวหอกเลือดฟ้าขาวถูกฟิออเรนติน่าปล่อยให้กายารี่ยืมตัวใช้งาน และก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้ 5 ลูกจาก 15 นัดในลีก

ซึ่งหากว่าปีหน้าเขาได้กลับไปอยู่กับฟิออเรนติน่า ทีมจากเมืองฟลอเรนซ์ก็จะมีทายาทนักเตะอย่าง คิเอซ่าและซิมิโอเน่ อยู่ในทีมถึงสองคนเหมือนเดิม

แองกัส กันน์ | ผู้รักษาประตู | เซาท์แฮมป์ตัน | 24 ปี

แองกัสกำลังสร้างชื่อขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักในพรีเมียร์ ลีก จากการที่นายทวารหนุ่มนั้นเป็นลูกชายของ ไบรอัน กันน์ อดีตจอมหนึบที่ครั้งหนึ่งเคยลงเฝ้าเสาให้ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ถึง 390 นัด

ไบรอันถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานจากยุคนั้นและวันหนึ่งลูกชายของเขาก็อาจจะเดินตามรอยไปเช่นกัน โดยแองกัส กันน์เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนถูกส่งยืมตัวไปหาประสบการณ์ที่ที่ซึ่งพ่อของเขาได้สร้างตำนานไว้อย่าง นอริช ซิตี้ จนสุดท้ายได้มาปักหลักกับเซาท์แฮมป์ตัน

นอกจากนี้กันน์ยังติดทีมชาติอังกฤษในชุดเยาชนขึ้นมาแทบจะทุกชุด และก็มีโอกาสที่วันหนึ่งเจ้าตัวจะถูกเรียกทีมทัพสิงโตคำรามชุดซีเนียร์ในเร็วๆนี้อีกด้วย นับว่านี่คือหนึ่งในผู้รักษาประตูอนาคตไกลของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

ยานิส ฮาจี้ | กองกลางตัวรุก | เกงค์ | 21 ปี

ยานิส เป็นลูกชายของ จอร์จี้ ฮาจี้ แข้งฉายามาราโดน่าแห่งคาบสมุทรบอลข่าน ปัจจุบันลงเล่นให้กับเกงค์ในลีกเบลเยี่ยม ฉายแววมีอนาคตอันน่าจับตามองออกสตาร์ทให้ต้นสังกัดไปแล้ว 19 นัดในทุกรายการ

โดยยานิส เกิดที่ตุรกี ช่วงที่พ่อของเขาค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย เขายิงประตูในการเล่นอาชีพกับวิโตรุล ได้ตั้งแต่อายุ 16 ก่อนย้ายไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 แต่ได้ลงสนามในเซเรีย อา เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้นจึงย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดกับสโมสรเดิม

ซึ่งแม้ว่าจะได้รับความสนใจจากทีมใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์และบาร์เซโลน่า แต่การที่เจ้าตัวมองว่ายังเป็นช่วงเวลาและปัจจัยหลายๆอย่างที่ยังไม่พร้อม บวกกับต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สุดท้ายเลือกลงเอยกับเกงค์ในที่สุด

จิโอ เรย์น่า | กองกลางตัวรุก | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 18 ปี

ความพิเศษของจิโอที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่น คือเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับสายเลือดแห่งความเป็นฟุตบอลมาอย่างเต็มตัวจากทั้งพ่อและแม่

เคลาดิโอ เรย์น่า พ่อแท้ๆของเขา ในอดีตเคยลงเล่นให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ,เรนเจอส์,และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ ดาเนี่ยลเล่ ผู้เป็นแม่ ก็เคยเป็นนักฟุตบอลในระดับที่ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดหญิงมาแล้ว

ปัจจุบันเรย์นาฝากอนาคตไว้กับ ทัพเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดกับอนาคตที่เด็กหนุ่มคนนี้อาจก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะจากแดนลุงแซมที่จะเฉิดฉายในเวทีระดับโลกคนต่อไป และด้วยตำแหน่งและเลือดมะกันทำให้ จิโอ ได้รับการยกย่องว่าจะเป็น “นิว พูลิซิช” เลยทีเดียว

โดยล่าสุด จิโอ เรย์น่า ได้สร้างชื่อ กลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในรายการเดเอฟเบ โพคาล ที่ 17 ปี 83 วัน ยิงได้ในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ บุกพ่าย เบรเมน 2-3 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

เชลซี มีแผนอะไร? ทำไมตลาดมกราถึงเงียบเหมือนป่าช้า

   ผมจะมาวิเคราะห์าสาเหตุ เชลซี ไม่เสริมทัพช่วงตลาดมกราคมนี้กันนะครับ แม้กระทั้งป๋าแลมพ์เองก็ยังออกมาอาการน้อยใจส่งสารอะไรบ้างอย่างถึงบอร์ดบริหารของทีมรึป่าว?

มันเกิดอะไรขึ้นกับ เชลซี? ทำไมพวกเขาถึงไม่เสริมใครเลยนับตั้งแต่ตลาดซัมเมอร์ปีที่แล้วที่ถูกแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จนมาตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ เป็นครั้งแรกที่ สิงห์บลู สามารถซื้อแข้งหน้าใหม่เข้าทีมได้ แต่แล้วก็ไร้วี่แววนักเตะชูเสื้อสีน้ำเงินแม้แต่สักคนเดียว

   ผมจะมาวิเคราะห์าสาเหตุ เชลซี ไม่เสริมทัพช่วงตลาดมกราคมนี้กันนะครับ แม้กระทั้งป๋าแลมพ์เองก็ยังออกมาอาการน้อยใจส่งสารอะไรบ้างอย่างถึงบอร์ดบริหารของทีมรึป่าว?

   “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลก ส่วนทีมอื่นๆ ที่มีอันดับใกล้เคียงกับเรา อย่างเช่น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็ทำการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมได้ในบางราย สาเหตุที่ คริส ไวล์เดอร์ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมมันก็เป็นเพราะเขาทำงานร่วมกับนักเตะหลายคนในชุดนี้มาหลายปี แล้วตอนนี้พวกเขายังเสริมทัพในจุดที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นต้องเสริมทัพได้อีก ขณะที่ ท็อตแน่ม ก็เซ็นสัญญากับนักเตะบางรายเหมือนกัน และพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ห่างจากเรามากเท่าไหร่เช่นกัน”

 

แลมพาร์ด

“ที่ผมมาพูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะอยากทำให้เราหดหู่หรอกนะ เพราะเราเป็นอันดับ 4 โดยที่ทิ้งห่างอยู่ 6 แต้ม แต่จากมุมมองของผมน่ะ ตอนนี้เราอาจจะเป็นรองทีมอื่นๆ แล้ว เพราะบรรดาทีมที่อยู่ใกล้กับเราได้ทำการเสริมทัพกันอย่างเต็มที่ นั่นคือข้อเท็จจริง” แลมพ์ร่ายยาว

  1. ต้องการสตาร์ดังระดับโลก 
    ด้วยการทำทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เน้นปั้นดาวรุ้งวางรากฐานของทีมให้มีความมั่นคง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าตัว แฟร้งค์ เองก็อยากได้นักเตะระดับท็อปมาเสริมความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น โดยเล็งไว้ 2 ตัวก็คือ เอดินสัน คาวานี่ หัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ใกล้จะหมดสัญญากับต้นสังกัด ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร เหมือน สิงห์บลู จะคิดว่าแพงเกินไป รอช่วงลดราคาตลาดเปิดรอบหน้าดีกว่าคาวานี่ต่อไปอีกคนที่มีข่าวก็คือ ดรีส เมอร์เท่นส์ ดาวยิงจาก นาโปลี ที่ตอนนี้ตกเป็นผู้เล่นสำรอง แต่อย่างไรก็ตาม นาโปลี มีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่อยู่ตอนนี้เลยไม่ได้ปล่อยให้ เชลซี มาง่ายๆแน่นอน ซึ่งรอตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้น่าจะดีกว่า

    ดรีส เมอร์เท่นส์

  2. บอร์ดบริหารคิดว่ายังไม่ถึงเวลา 
    สาเหตุที่บอร์ดบริหารของ สิงห์บลู คิดแบบนี้ก็เพราะว่าแข้งหลักยังอยู่กันครบถ้วนหน้า ส่วนคนที่เจ็บก็ต่างกลับมาลงช่วยทีมได้เกือบหมดแล้ว เลยรอเก็บตังไว้ซื้อนักเตะบิ้กดีลช่วงซัมเมอร์หน้าคงจะคุ้มกว่า เพราะช่วงกลางซีซั่นหลายคนต่างก็รู้ว่าไม่มีทีมไหนอยากจะปล่อยหรือขายนักเตะตัวเองออกจากทีม
  3. บารมีกุนซือยังไม่พอดึงดูดแข้งดัง
    ถ้าให้พูดถึง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตอนที่ยังเป็นนักเตะแล้วละก็ ถือเป็นตำนานคนหนึ่งเลยของ เชลซี ที่ช่วยพาทีมทำผลงานที่ยอดเยี่ยมเรื่อยมาก่อนจบอาชีพค้าแข้งด้วยการแขวนสตั๊ด และเปลี่ยนแนวทางอาชีพเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวแฟร้งเปิดตัวด้วยการคุม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี เมื่อปี 2018/19 แต่ด้วยฝีมือในการคุมทีม แกะขาว ที่โดดเด่น ทำให้บอร์ดบริหารของ เชลซี ซึ่งตอนนั้นต้องการนายใหญ่คนใหม่พอดี ดึงตัว แฟร้งค์ คุมทัพ สิงโตน้ำเงินคราม นับตั้งแต่นั้นมาถึงตอนนี้

    เขาพา เชลซี โชว์ผลงานได้ดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่พอที่จะยั่วยวนให้นักเตะสตาร์ดังอยากมาร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามป๋าแลมพ์ต้องรีบพิสูจน์ตัวเองว่าเก๋าพอที่จะพา สิงห์บลู ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ก่อนถึงตลาดซื้อ-ขายช่วงซัมเมอร์

“ช้างศึก” ตกรอบแรก หลังเสมอเวียดนาม 2-2 ในซีเกมส์ 2019

บทความบอลไทย – เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมเสมอเวียดนาม 2-2 ในซีเกมส์ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B

การแข่งขันฟุตบอลชาย ซีเกมส์ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B นัดที่ 5 ลงสนามไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยทีมชาติไทยนั้นตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย หลังทำได้เพียงเสมอกับทีมชาติเวียดนาม 2-2 ส่วนทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ประกอบไปด้วย ทีมชาติเวียดนาม, ทีมชาติอินโดนีเซีย, ทีมชาติเมียนมา และ ทีมชาติกัมพูชา วันนี้ทีมงาน Ballthai.com ขอให้คะแนนเหล่าขุนพล “ช้างศึก” ซีเกมส์ ที่เพิ่งลงสนาม แต่ละคนจะทำผลงานออกมาเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

ทีมชาติไทย ซีเกมส์ 2019

 

ผู้รักษาประตู

นนท์ ม่วงงาม

คะแนน 6.5

เกมนี้ถือว่าทำได้ดีมากๆ นนท์ ตัดสินใจเด็ดขาด ทั้งออกมาตัดบอลกลางอากาศและบนพื้น ทำได้ดีแทบทั้งหมด ส่วนประตูแรกที่เสียไปก็เกินที่จะต้านได้ ส่วนประตูที่ 2 จากลูกจุดโทษ ก็เดาทางถูกและปัดออกไปได้ แต่หลังจากเป่าให้ยิงใหม่อีกครั้ง ก็ไม่น่าแปลกใจที่ นนท์ จะเซฟไม่ได้ เพราะมันยากที่จะรับไว้ได้อีกครั้ง

กองหลัง

พีฬาวัช อรรคธรรม

คะแนน 5

ลงสนามเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวา แต่ก็ทำได้ไม่ดีเลย จับบอลลั่นให้เห็นอยู่บ้าง และมีจังหวะที่พลาดจนผู้เล่นเวียดนามผ่านบอลเข้ามาอย่างง่ายดาย จนเสียประตูแรก

ชาติชาย แสงดาว

คะแนน 4.5

โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเลยในเกมนี้ โดนทีมชาติเวียดนามเล่นงานเอาหลายครั้ง นอกจากนี้ยังสกัดพลาดจนเวียดนามได้จุดโทษ ตามตีเสมอ 2-2

ศฤงคาร พรมสุภะ

คะแนน 5.5

ไม่มีความผิดพลาดให้เห็นเด่นชัด แต่ก็ยังมีบางจังหวะที่สื่อสารกับเพื่อนไม่เข้าใจ โดยรวมถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

ทิตาธร อักษรศรี

คะแนน 4.5

เป็นอีกคนที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังในเกมนี้ มีการจ่ายบอลเสีย มีจังหวะที่ดันขึ้นสูง แต่ลงมารับไม่ทันก็มี ปล่อยให้เวียดนามผ่านไปแบบง่ายดาย

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ซีเกมส์ 2019

กองกลาง

กฤษดา กาแมน

คะแนน 5

พยายามวิ่งไล่บี้คู่แข่งแต่ก็โดนเวียดนามเล่นงานด้วยความเร็วเอาหลายครั้ง พอโดนสวนกลับ ก็เล่นยากและช่วยทีมไม่ได้มากนัก

วิศรุต อิ่มอุระ

คะแนน 5

พยายามวิ่งไล่บอลช่วยทีม แต่ก็ทำไรไม่ได้มาก เพราะโดนความเร็วของเวียดนามเล่นงาน จนไม่สามารถทำได้เป็นชิ้นเป็นอัน จนถูกเปลี่ยนตัวออก

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์

คะแนน 6

คอยสร้างสรรค์เกมรุกช่วยทีม โดดเด่นในช่วง15 นาทีแรก พยายามวิ่งไล่บอลตลอดเวลาที่มีโอกาส มีส่วนกับประตูที่เกิดขึ้น

สุภโชค สารชาติ

คะแนน 6

ช่วงแรกถือว่าทำได้ดี แต่ต่อมาโดนเวียดนามตามประกบจนเล่นไม่ออก นอกจากนี้ หาจังหวะเข้าทำไม่ได้ หลังจากนั้นโดนบีบจนหายไปจากเกมเลย

กองหน้า

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

คะแนน 6.5

ทำประตูให้ทีมชาติไทยออกนำไป 2-0 โชว์ฟอร์มได้ดี มีจังหวะได้ยิงอีกหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ทำได้ไม่สำเร็จ ขยัน ถือเป็นแนวรุกที่โชว์ฟอร์ฟอร์มได้ดีที่สุดในเกมนี้เลย

ศุภชัย ใจเด็ด

คะแนน 6

ทำประตูให้ทีมชาติไทย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 หลังผู้รักษาประตูเวียดนามเตะบอลเด้งออกมาโดนหน้าอก มีความขยัน พยายามวิ่งไล่บอล ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออก

สิทธิโชค ภาโส

สำรอง

ศรายุธ สมพิมพ์

คะแนน 5

ลงมาแทนที่ พีฬาวัช แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเกมมากนัก

สิทธิโชค ภาโส

คะแนน 5

ลงมาแทนที่ ศุภชัย มีโอกาสยิงแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ที่เหลือก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเกม

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

ลงมาช่วงท้ายเกม มีเวลาน้อยเกินไป

เจาะทีมเลสเตอร์ แนวรับแกร่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณชั่วโมงนี้

ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้
ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

leicester-600x333.jpg

 

เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากบุกไปเอาชนะสโมสร ไบรท์ตัน คว้าสามแต้มสำคัญได้ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 13 ด้วยสกอร์ 0-2 ณ. สนาม แอแม็กซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งกุนซือใหญ่ เลสเตอร์ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เองยังต้องยกย่องให้เป็นสถานที่หนึ่งที่ยากต่อการมาคว้าชัยชนะกันเลยทีเดียว

   “สนามแห่งนี้เป็นสนามที่ยากต่อการมาเยือน​ คุณได้เห็นสถิติของไบรท์ตันแล้วว่าเป็นอย่างไร​ และเอาชนะใครได้บ้าง​​” กุนซือชาวไอร์แลนด์กล่าว

เกมเมื่อคืน เรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยนะครับ จากที่ได้รับชมเกมการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเยือน นกนางนวล ไบรท์ตัน ถึงถิ่น ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เซียนหรือกูรูของต่างประเทศทั้งหลายยอมรับว่ามีเกมรับที่แข็งแกร่งเหนียวแน่นอย่างมากยามที่ได้เล่นในบ้านของตัวเอง ยากที่จะเจาะไข่แดงในรังของนกนางนวล

แม้แต่ยอดทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  ยังโดน ไบรท์ตัน ถล่มมาแล้ว 3-0 เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา แต่จะมีเกมรับดีขนาดไหน จิ้กจอกสยาม ก็บุกไปเอาชนะมาได้ถึง 0-2 โดยต้องยกความดีความชอบให้แก่ความทุ่มเท่อย่างหนักของเหล่านักเตะทุกคน ทั้งในและนอกสนาม เกมแมตช์นี้แข้ง เลสเตอร์ โดนเล่นเอาเบาะซ้ำหลายราย

⇒ ทีเด็ด หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน

ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอนนี่ อีแวนส์ รับบทเป็นตัวแท็งค์ให้แก่ทีม หากใครได้ดูเกมเมื่อคืนต้องยอมรับว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงอายุย่างเลข 3 แต่มีการอ่านเกมที่ดีพร้อมบวกกับประสบการณ์มากมาย และมีความเก๋าอยู่พอตัว ทำเอากองหน้าไบรท์ตันไปไม่เป็นเหมือนกัน

จอนนี่ อีแวนส์ เกิดมีอาการบาดเจ็บ เล่นไม่จบ 90 นาที โดย ร็อดเจอร์ส ต้องเปลี่ยนตัวออก ส่งกองหลังร่างยักษ์ เวส มอร์แกน ลงไปแทนในนาทีที่ 62 ดูเหมือนว่า มอร์แกน ยังจูนไม่ลงตัวสักเท่าไหร่ สกัดบอลพลาดหลายจังหวะเหมือนกับจะลงมาปั้นดาวเตะตุรกี คากลาร์ โซยุนคู อย่างเดียวเลย

คากลาร์ โซยุนคู กองหลังทีมชาติตุรกี ได้พิสูจน์ตัวเองให้นายใหญ่ของเขาประจักษ์ในฝีเท้าตัวเองพร้อมแสดงความเป็นผู้นำออกมาด้วย โดยเวลาที่เหลือเขาไร้ อีแวนส์ ต้องมายืนเซนเตอร์คู่กับ มอร์แกน โดยไร้ปัญหา ถือว่ามีฟอร์มที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆในทุกๆนัด และช่วยให้ต้นสังกัดเก็บคลีนซีทติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ของเกมในลีกผู้ดี

โซยุนคู

ส่วนกองหลังค่าตัวระดับโลกทั้งสองคนอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ เวอร์กิล ฟานไดจ์ค จะไม่พูดถึงก็กระไรอยู่ ทั้งคู่ผมยอมรับว่าเป็นนักเตะที่เล่นตำแหน่งกองหลังจัดว่าอยู่อันดับต้นๆของโลก แม็คไกวร์ ของแมนเสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่นเหมือนตอนที่อยู่กับทีมเก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ต้องให้เวลาเขาปรับตัวเข้าทีม ปีศาจแดง สักหน่อยและให้โอกาสโค้ชน้าลูกอมสักพัก

ส่วน ฟานไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล ผมให้เขายังยืนหนึ่งอยู่ในใจ แต่…ด้วยคิวการเตะที่เยอะของ หงส์แดง ในซีซั่นนี้ผมกล้าคาดเดาได้เลยว่าเขาเล่นไม่จบฤดูกาลนี้แน่นอน (จากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

  ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้

ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

สรุป

จากการวิเคราะห์ดูแล้ว ปัจจัยอันดับต้นๆเลย คือแผนการทำทีมหรือรูปแบบการเล่นของ ร็อดเจอร์ส ครับ ที่ทำให้นักเตะทุกคน 11 ตัวจริง ช่วยกันหมด ไม่มีใครอู้เลยสักคน สาเหตุนี้จึงทำให้ เลสเตอร์ ไม่ว่าจะเปลี่ยนใครลงมาเล่นแทนตำแหน่งไหนก็ตาม จะไม่มีผลกระทบจนทำให้ทีมถึงกับรวน

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “ลิเวอร์พูล” คว่ำอาร์เซนอลสุดมัน

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฝ่าด่านอาร์เซนอล เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายคาราบาวคัพ และนี่คือ 4 ประเด็นที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมสนุกเร้าใจแฟนบอล
เรียกได้ว่าใครที่ได้อยู่ในสนามแอนฟิลด์ค่ำคืนที่ผ่านมาจะต้องกลับไปพร้อมกับความสุขอย่างแน่นอน เพราะได้รับความบันเทิงอย่างเต็มที่จากการที่ทั้งสองทีมยิงไปถึง 10 ประตูใน 90 นาที แถมยังได้เห็นการดวลจุดโทษอีก 9 ประตู รวมแล้ว 19 ประตู คุ้มค่าบัตรที่เสียไปแน่นอน และต้องชื่นชมทั้งสองทีมด้วยที่เล่นกันอย่างเต็มที่ เปิดเกมแลกกันสนุกมาก


2.แข้งเด่นของ 2 ทีม
นัดนี้ทางฝั่งของลิเวอร์พูลขอยกให้ ดิวอค โอริกี เพราะยิงประตูสำคัญทั้งนั้น ทั้งประตูตีเสมอ 4-4 และประตูตีเสมอ 5-5 ในช่วงทดเจ็บ มีสมาธิกับเกมสูงมาก พึ่งพาได้เสมอในยามคับขัน ส่วนทางฝั่ง อาร์เซนอลต้องยกให้เจ้าหนู กาเบรียล มาร์ติเนลซี เพราะเฉียบขาดเหลือเกินยามอยู่ในกรอบเขตโทษ นัดนี้จัดไป 2 ประตู

3.ดาวรุ่งแห่งอนาคต
เกมนี้เราได้เห็นดาวรุ่งผีเท้าดีจากทั้งฝั่งของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ของลิเวอร์พูลก็มี เนโก วิลเลียมส์ แบ็กขวาที่ทำได้ 1 แอสซิสต์ ส่วนฝั่งอาร์เซนอลก็มี กาเบรียล มาร์ติเนลลี กับ โจเซป วิลลอค ที่น่าจับตามอง

4.เกมรับอาการหนักทั้งสองทีม
แฟนหงส์น่าจะไม่โอเคแน่นอนกับฟอร์มเกมรับของทีม โดยเฉพาะการจับคู่ระหว่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กับ โจ โกเมซ ที่เสียประตูง่ายเหลือเกิน ปล่อยให้อาร์เซนอลมาป่วนในเขตโทษได้หลายครั้ง และโดนกระทุ้งไป 5 ประตูเป็นบทเรียน ส่วนฝั่งอาร์เซนอลก็ไม่แพ้กัน ซโคดราน มุสตาฟี เล่นไม่ดีแถมยิงประตูตัวเองอีก ส่วน ร็อบ โฮลดิง ก็จ่ายบอลพลาดบ่อย ยืนตำแหน่งไม่ค่อยดี

โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก พร้อมลิ้งค์ดูบอลสด

โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก พร้อมลิ้งค์ดูบอลสด

ตารางการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก 2019/2020 สัปดาห์ที่ 6 พร้อมช่องดูบอลสดTrueID-Sports_Premier-League-2019-20-01.png

“เดิมพันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คืนยอดเสีย 50%”

วิธีเข้าร่วมเดิมพันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และรับเงินคืนยอดเสีย 50% เมื่อเดิมพันเสีย

1. คลิกที่ ”สมัครเลย ”
2. เดิมพันพรีเมียร์อังกฤษ ตามแมตช์ที่กำหนด
3. รับโบนัสในหน้าโปรโมชั่น
4. ดาวน์โหลด [แอปพลิเคชั่น BK8 Live TV] ดูถ่ายทอดสดกับเรา!

โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด

วันศุกร์เย็น ที่ 20 กันยายน 2562
02.00 น. เซาแธมป์ตัน พบ บอร์นมัธ
ถ่ายทอดสดช่อง TPF HD 1

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
18.30 น. เลสเตอร์ ซิตี้ พบ ทอตนัม ฮอตสเปอร์
ถ่ายทอดสดช่อง ID Station
21.00 น.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ วัตฟอร์ด
ถ่ายทอดสดช่อง ID Station
21.00 น. เอฟเวอร์ตัน พบ เชฟฟีลด์ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสดช่อง TPF HD 3
21.00 น. เบิร์นลี่ย์ พบ นอริช ซิตี้
ถ่ายทอดสดช่อง TRUESPORT HD 2
23.30 น. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟอัลเบี้ยน
ถ่ายทอดสดช่อง TPF HD 1

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562
20.00 น.คริสตัล พาเลซ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส
ถ่ายทอดสดช่อง TPF HD 3
20.00 น. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสดช่อง TPF HD 1

22.30 น. เชลซี พบ ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสดช่อง ID Station
22.30 น. 
อาร์เซน่อล พบ แอสตัน วิลล่า
ถ่ายทอดสดช่อง TPF HD 3

โปรแกรมการแข่งขัน – ถ่ายทอดสดไทยลีก 2019 นัดแรก (22-24/02/62)

โปรแกรมการแข่งฟุตบอลไทยลีก

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 นัดแรก จะเริ่มทำการแขงขัน ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ. 62  ส่วนโปรแกรมการแข่งขันในนัดแรก ทีมใดจะเจอกันบ้างนั้น ไปเช็คโปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด กันได้เลย


10 เหตุผล ที่ “สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ไม่ควรถูกไล่ออกเวลาบอลไทยแพ้!

ประเทศไทย คือประเทศหนึ่งที่คนในชาติรักและนิยมชมชอบกีฬาฟุตบอลมากเป็นอันดับหนึ่งไม่แพ้ชาติใดในโลก
ทุกครั้งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงแข่งขัน ปรากฏการณ์ “ฟุตบอลไทยอยู่ในสายเลือด” มันจะพลุ่งพล่านจนไม่เป็นอันทำอะไรนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกครั้งเมื่อต้องเห็นทีมรักประสบกับความพ่ายแพ้ 

ประเทศไทย คือประเทศหนึ่งที่คนในชาติรักและนิยมชมชอบกีฬาฟุตบอลมากเป็นอันดับหนึ่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

ทุกครั้งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงแข่งขัน ปรากฏการณ์ “ฟุตบอลไทยอยู่ในสายเลือด” มันจะพลุ่งพล่านจนไม่เป็นอันทำอะไรนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกครั้งเมื่อต้องเห็นทีมรักประสบกับความพ่ายแพ้ 

ไม่ว่ายุคไหนๆ “แฟนบอลไทย” มักจะเกิดอาการหัวร้อน ต้องลากไส้เอาความผิดพลาดออกมาระบายตามช่องทางต่างๆ 

อย่างที่เห็นปรากฏการณ์หลังบอลแพ้ แฟนบอลไล่โค้ช ด่านักเตะ ไปกระทั่งไล่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อสนองความโกรธที่ทำให้ฟุตบอลไทยต้องพบกับความพ่ายแพ้ 

จริงอยู่ความคิดเห็นของแฟนบอลไม่มีใครผิดหรือถูก แต่ปรากฏการณ์ที่ทั่วโลกได้เห็นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สั่งปลด โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสออกจากตำแหน่ง 

หลังทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี นำทีมลงสนามในลีก 17 นัด มีแค่ 26 แต้ม และแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นผู้จัดการทีมขัดตาทัพพาทีมชนะ 5 เกมรวด ในรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไป แต่ใช้นักเตะชุดเดียวกัน

แต่ “ปรากฏการณ์แมนฯ ยูฯ” อาจใช้ไม่ได้กับทีมฟุตบอลอื่นๆในโลกนี้ แต่การทำฟุตบอลบางครั้งแฟนบอลต้องเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคล ไม่ใช่นึกอะไรไม่ออกก็ไล่ไว้ก่อน 

ดังนั้น ขอยก 10 เหตุผลที่แฟนบอลไทยควรรู้ก่อน “บันดาลโทสะ” ไล่ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงนายกสมาคมฯ เวลาบอลแพ้

ข้อ 1. “บิ๊กอ๊อด” เนรมิตที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาบริหารงาน ณ อาคาร 40 ปี ในการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ว่างๆ เชิญแฟนบอลมาเยี่ยมชมกันได้

ข้อ 2. “บิ๊กอ๊อด” สร้างความน่าเชื่อถือต่อฟีฟ่า, เอเอฟซี จนนำงบสนับสนุนมาสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่มีความสะดวกสบายทันสมัยและครบวงจร ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และเปิดใช้อย่างเป็นทางการให้ทีมชาติไทย ทุกรุ่นทุกอายุเก็บตัวฝึกซ้อมภายในระยะเวลา 2 ปี  

ข้อ 3.  “บิ๊กอ๊อด” สร้างผู้ฝึกสอนในระดับต่างๆ มากกว่า 1,800 คน โดยเฉพาะโค้ชในระดับ “โปร ไลเซนส์” จากที่มีแค่ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ คนเดียว ตอนนี้ประเทศไทยมีโค้ช “โปร ไลเซนส์” เพิ่มขึ้นอีก 16 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2562

ข้อ 4. “บิ๊กอ๊อด” ใช้เวลา 2 ปี ปลดหนี้กว่า 300 ล้านบาท ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทั้งหนี้สรรพากร และหนี้อื่นๆ ที่เกิดก่อนหน้าที่จะเข้ามาบริหาร  

ข้อ 5. “บิ๊กอ๊อด” สร้างระบบการเงินที่มั่นคงให้แก่ฟุตบอลลีกอาชีพได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการมอบเงินสนับสนุนแก่สโมสรสมาชิกในทุกระดับ ตรงเวลาตามกำหนดไม่ต้องทวง แถมให้เงินสนับสนุนพิเศษในการนำไปพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามข้อกำหนดเอเอฟซี “คลับไลเซนซิ่ง”

ข้อ 6. “บิ๊กอ๊อด” ไม่เคยอมเงินนักเตะทีมชาติไทย ทุกชุดได้เงิน “รางวัล” ตามที่สัญญาทุกบาทอย่างรวดเร็ว นักกีฬาไม่ต้องโวยวายออกสื่อให้เสียเวลา แถมปฏิวัติเรื่องการกิน อยู่ หลับนอน การเดินทาง นักกีฬาทุกชุดกินดี อยู่ดี ไม่ตกเครื่อง   

ข้อ 7. “บิ๊กอ๊อด” เป็นสมาคมฯยุคแรกที่มีบัญชีรายรับ-รายจ่าย ชัดเจน แยกประเภทต่างๆ อาทิ บัญชีเงินจากฟีฟ่า, บัญชีเงินจากเอเอฟซี, บัญชีเงินจากเอเอฟเอฟ, บัญชีเงินจากค่าปรับไทยลีก และอื่นๆ แถมชี้แจงเงินเข้า-ออกได้อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ 

ข้อ 8. “บิ๊กอ๊อด” เป็นยุคแรกที่สามารถปราบปรามการทุจริต การล็อคผลบอล มีการจับกุมขบวนการล้มบอล จนได้รับการยกย่องจากสหพันธ์ฟุตบอนานาชาติ และได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ไปให้คำแนะนำในงานสัมมนาที่ฝรั่งเศส

ข้อ 9. “บิ๊กอ๊อด” ติดตามคดีความ เพื่อทวงความยุติธรรม และเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลฯ ชุดเก่ากว่า 1 พันล้านบาท 

ข้อ 10. “บิ๊กอ๊อด” มีการวางรากฐานพัฒนาผู้ตัดสิน ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับ AFC ในโครงการ AFC Expert Pool พร้อมทั้งดึง ฟาฮัด อับดุลลาเยฟ ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินจากฟีฟ่า และ เอเอฟซี มาเป็นวิทยากรประจำ จนล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ประกาศรายชื่อ ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ (ผู้ตัดสินฟีฟ่า) ประจำปี 2019 เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 62 ปรากฏว่า มีผู้ตัดสินฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด ชาวไทย ทั้งหมด 7 คน ขณะที่ “ปนัดดา โคตรเสนาภัทร” ได้เป็นผู้ตัดสินฟีฟ่าหญิงคนแรกของไทย