โฉมใหม่ “อาเซน่อล” เปิดโผว่าที่ ปืนใหญ่ ในปี 2020

หากเป็นไปตามนี้ก็อยู่ที่กึ๋นของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช แล้วแหละว่าจะสามารถรังสรรค์นักเตะให้ระเบิดฟอร์มช่วยพาไอ้ปืนใหญ่กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ได้หรือไม่ เพราะหากนับนักเตะที่เป็นข่าวกับทีม ณ ตอนนี้ และจับมาร้อยเรียงกับแข้งเดิมๆ ที่มีอยู่ในทีมทั้งหมด 11 คน ก็ถือว่าปืนใหญ่ โฉมใหม่ ดูดีเลยทีเดียว

หากเป็นไปตามนี้ก็อยู่ที่กึ๋นของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช แล้วแหละว่าจะสามารถรังสรรค์นักเตะให้ระเบิดฟอร์มช่วยพาไอ้ปืนใหญ่กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ได้หรือไม่ เพราะหากนับนักเตะที่เป็นข่าวกับทีม ณ ตอนนี้ และจับมาร้อยเรียงกับแข้งเดิมๆ ที่มีอยู่ในทีมทั้งหมด 11 คน ก็ถือว่าปืนใหญ่ โฉมใหม่ ดูดีเลยทีเดียว

 

ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู – แบรนด์ เลโน่

ไม่ต้องไปหาที่ไหน ตำแหน่งนี้ตัวเขาเหมาะสมที่สุดแล้ว อยู่ที่ว่าจะหาแนวรับที่มาแบ่งเบาภาระของเขาได้เมื่อไหร เนื่องจาก เลโน่ เป็นผู้รักษาประตูที่ครบเครื่อง ทั้งความเร็ว ปฏิกิริยา ความนิ่ง ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าของลีก

เซ็นเตอร์แบ็ค – วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่

ในตำแหน่งนี้ควรจะเปลี่ยนจากเดิมทั้งหมด เริ่มจากนักเตะที่ปล่อยยืม แต่ฟอร์มเข้าตาอย่าง วิลเลี่ยม ซาลิบา ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่จะกลับมาจากการไปเล่นให้ แซงต์-เอเตียน ซึ่งในปีนี้แนวรับวัย 19 ปี พร้อมเหลือเกินสำหรับการแจ้งเกิดในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมแบบเต็มตัว นอกจากรูปร่างที่สูงใหญ่ เขายังมีความเร็ว การตัดสินใจที่ดี โดย บ ซาลิบา ซึ่งเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและแบ็คขวา แจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2018 กับ แซงต์ เอเตียง

ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ คืออีกหนึ่งคนที่มีข่าว โดยแนวรับจาก ไลป์ซิก มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 52 ล้านปอนด์ แน่นอนว่ายังไงในตำแหน่งแนวรับพวกเขาต้องทุ่มซื้อ และแข้งรายนี้หากเทียบกับเงินค่าฉีกสัญญา ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้

แบ็ค 2 ข้าง – เลย์แว็ง คูร์ซาว่า, เอคตอร์ เบเยริน

ในตำแหน่งแบ็คซ้าย เอ็คตอร์ เบเยริน ดูเหมือนจะชนะใจของ มิเกล อาร์เตต้า และยังไงก็ได้รับหน้าที่เป็นตัวจริงต่อไปแบบไม่มีปัญหา ทว่าทางด้านขวา ยังไงก็ต้องการปรับเปลี่ยน และดูเหมือน เลย์แว็ง คูร์ซาว่า จาก เปแอสเช น่าสนใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาช่วยยกระดับทีม ที่อาจจะทำได้ดีกว่า คีแรน เทียร์นี่ย์ และ เซอัด โคลาซินัช ที่มีอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยเหลือเกิน แถมแข้งรายนี้สามารถย้ายตัวแบบฟรีๆ ได้อีกด้วย

กลางรับ – โธมัส ปาร์เตย์, มัตเตโอ เกนดูซี่

มาแรงจริงๆ สำหรับ โธมัส ปาร์เตย์ มิดฟิลด์จาก แอต.มาดริด ที่ดูเหมือนไอ้ปืนใหญ่คงแบเบอร์กับการเป็นตัวเต็งที่จะคว้าตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีม หากไม่มีปัญหาเรื่องอื่นๆ เขาควรจะเป็นแข้งคนแรกๆ ที่ย้ายมาในตลาดรอบหน้า และด้วยศักยภาพ บวกกับประสบการณ์ระดับสูงเขาจะเข้ามายึดตัวจริงแน่นอน และคนที่ดูทรงจะจับคู่กับเขาได้ดีก็คงเป็น มัตเตโอ เกนดูซี่ ที่ดูเหมือนระดับฟุตบอลของเขาก้าว และเติบโตขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

กลางรุก – เฟเดริโก้ เคียซ่า, วิลเลียน, นิโกล่าส์ เปเป้

รายแรกที่น่าจะมีโอกาสได้ตัวมากที่สุดคือ วิลเลียน จากทีมคู่ปรับ ชลซี ที่จะเป็นอีกคนที่ย้ายต่อจาก เช็ก และ ลุยซ์ ดูเหมือนความสัมพันธ์ในเรื่องของการซื้อขายทั้ง 2 สโมสรเคารพกันดีในเรื่องนี้ และไอ้ปืนใหญ่จะไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียวในดีลนี้ แต่อีกคนที่ต้องต่อสู้กันหน่อยก็คือ เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกจาก ฟิออเรนติน่า ที่หากนำตัวเขามาได้จะจับไปยืนตรงฝั่งซ้ายจะทำให้เกมรุกดูดีขึ้นทันตา เพราะ วิลเลียน สามารถขยับมายืนตรงกลาง และสามารถป้อนบอล หรือกระชากเข้าทำได้ดีตัวเอง ส่วนทางขวายังไงก็ต้องให้เขาสำหรับ เปเป้ ที่ในซีซั่นหน้าตัวขาเองต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุ้มกับเงินที่ทีมทุ่มไป หลังปรับตัวไปแล้ว 1 ปี

กองหน้า – เมาโร อีการ์ดี้

ดูท่าว่า ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าทีมชาติกาบอง อาจจะไม่ขอฝากชีวิตไว้ในทีมต่อไป หลังได้รับความสนใจจาก แมนฯ ยูไนเต็ด และ บาร์เซโลน่า รวมถึงสัญญาตอนนี้หาก ปืนใหญ่ ต้องการขายพอจะได้เงินมาทำทุนบ้าง ดีกว่าเสียไปแบบฟรีๆ เนื่องจากเจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมอีก 12 เดือนเท่านั้น ทว่าทาง อินเตอร์ มิลาน ก็อาจจะเสนอทางออกให้ อาร์เซน่อล หลังทีมจาก กัลโช่ พร้อมจะสลับขั้ว เมาโร อีการ์ดี้ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ที่ล่าสุด เล่นให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ภายใต้สัญญายืมตัว แน่นอนว่าหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะวินๆ กันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะ อิคาดี้ ก็ถือว่าเป็นเพชฌฆาตที่เฉียบคมไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน

3 ตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูลต้องปรับ เมื่อคู่แข่งจับทางได้

3 ตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูลต้องปรับ เมื่อคู่แข่งจับทาง อาวุธใหม่ของหงส์แดงได้!!

การเป็นแชมป์ถือว่ายากแล้ว แต่การรักษา และป้องกันแชมป์นั้น โคตะระยากกว่า เชื่อเถอะครับว่าเด็กหงส์แดงเห็นสัจธรรมนั้นแบบเต็ม 2 ลูกกะตา การแพ้ ตราหมี ในฐานะแชมป์เก่า ยูซีแอล ถัดมาอีกนิด กับ วัตฟอร์ด ที่เล่นเอาว่าที่แชมป์ลีกไปไม่เป็น หมดลุ้นถ้วยทอง แพ้ 3-0 ไล่มาโดน เชลซี ถีบร่วง เอฟเอ คัพ แม้จะใช้ชุดผสม แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง

เห็นอะไรบางอย่างแล้วหรือยัง จริงๆ 3 เกมที่แพ้ จาก 4 เกมหลังนี่ ไม่ใช่สัญญาณเตือนอะไรหรอก เพียงแต่ทีมเคยตกอยู่ในสถานการณ์ “เกือบตาย”มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังมี “พี่ดวง” ที่ช่วยให้โชค ชนะในเกมที่ควรจะเสมอ หรือแพ้ แต่สำหรับเดือนแห่งความรัก พัดข้ามมาเดือน มีนาคม เราเห็นแล้วใช่ไหมว่า คู่แข่งเริ่มรู้ว่าจะเล่นกับทีม ลิเวอร์พูล ผู้เกรียงไกรเยี่ยงไร

ชื่อกุนซือ ไม่มีใครสงสัย คล็อปป์ ระดับโลก ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว ผู้รักษาประตูโคตรจะเพอร์เฟ็ค นี่ก็ระดับโลกเช่นกัน แต่วันนี้เราจะมาปรับ และปลี่ยนตัวผู้เล่นเอ้าฟิวด์ อย่างล่ะ 1 ตำแหน่ง ที่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าเข้ามาจะเปลี่ยน ลิเวอร์พูล ได้แบบดีดนิ้วเดียวของธานอสได้เลย

ควรจะต้องกราบหลายๆ ทีกับ ฟานไดค์ ในช่วง 1-2 ปีหลังที่เจ้าตัวเข้ามายกระดับทีม แต่อย่าลืมว่าเขาก็คือคน เพราะฉะนั้นจะให้แบกมันทุกเกมคงไม่ไหว ต้องมีเหนื่อยล้าบ้าง แต่หงส์แดง จำเป็นต้องมีแข้งระดับเดียวกันกับเขา ที่เรียกว่า ศีล บารมี เสมอกัน

ชักลาร์ โซยุนชู – เลสเตอร์ ซิตี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โซยุนชู ฟานไดค

หงส์แดงมีบทเรียนมาแล้ว ถือว่าราคาแพงกับการ จ่ายน้อยแต่จ่ายถี่ ซื้อมาทีต้องลุ้นว่าจะใช้งานได้ไหม แต่กับ ฟานไดค์ จ่ายหนักจัดเต็ม และรู้เรื่องเปลี่ยนแปลงได้ทันที ในครั้งนี้ก็ควรจะทำเช่นนั้น สำหรับแนวรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกไม่นานเขาจะเป็นระดับโลกแน่ๆ และมีทีมใหญ่อีกแน่ๆ ที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม 1 ในนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีกของหงส์แดง ที่ดูเชิงด้วยการยื่น 38 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,520 ล้านบาท) ก่อนจะโดน จิ้งจอก ปัดทันควัน แน่นอนว่าการยื่นไปด้วยราคานั้นไม่ได้เป็นการหวังจะได้ตัว เพราะมูลค่าของเจ้าตัวน่าจะถูกประเมินไว้ถึง 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,280 ล้านบาท) แต่การลองเชิงยื่นไปเป็นเหมือนกันประกาศว่า หน้าร้อนเดี่ยวเฮียกลับมาใหม่

ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานะที่ดีจริงๆ เมื่อตอนนี้ ซิตี้ ถูกผลกระทบกับ ฟีฟ่า เรื่องเงินๆ ทองๆ และหากหงส์แดงอยากจะลดภาระของ ฟานไดค์ และ อลิสัน กองหลังเลือดไก่งวงวัย 23 ปี เหมาะสมเหลือเกิน ณ เวลานี้

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – นอริช ซิตี้

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์

เจ้าหนูร่างผอมบาง แต่พิษสงร้ายกาจนักน่ะ คือแข้งแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ในปีหน้า ลิเวอร์พูล จะไม่มี อดัม ลัลลานา ที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความสามารถ แต่ด้วยอายุ บวกกับความฟิต และอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถจะอยู่ช่วยทีมยามที่ทีมต้องการ แน่นอนว่าเขามีชื่อในม้านั่งตัวสำรองแทบจะทุกเกม เพราะฉะนั้นเขาสำคัญ และต้องมีคนมาแทนแน่ๆ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ชื่อนี้ดีเหลือเกินนอกจากอายุยังน้อย ฝีเท้าไม่ต่างกับ ลัลลาน่า ในช่วงพีคๆ บอลติดเท้าดีแท้ ไปกับบอลได้ดี สร้างโอกาสปั่นป่วน พละกำลังดี ปรับเรื่องร่างกายอีกนิด วิ่งฉิวแน่นอน

ที่สำคัญตอนนี้ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองเรื่องราคาได้มากนัก เพราะทีมกำลังจะกระเด็นตกชั้น การขายได้ราคาที่น่าพอใจยังไงก็ต้องปล่อย เพราะเด็กคนนี้มีอนาคตเหลือเกิน แน่นอนว่าค่าตัวของเขาหากไม่มีคู่แข่งอื่นที่จะใจกล้าบ้าทุ่ม มันจะอยู่ราวๆ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)

ติโม่ แวร์เนอร์ – แอร์เบ ไลป์ซิก

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ติโม่ แวร์เนอร์

ไม่มีกั๊กแล้ว ชั่วโมงนี้ 3 ประสานยังไงก็สำคัญกับ หงส์แดง ที่มนุษย์มักจะชอบแข่งขัน หากทั้ง 3 คนรู้ดีว่าถึงเกมถัดไปยังไงพวกเขาก็มีชื่อแน่ๆ เนื่องจากไม่มีคู่แข่งคนไหนจะมาชิงที่ 11 ตัวจริงไปได้ แต่หาก ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าคนบ้านเดียวกัน มองตากันก็เข้าใจอยู่ ของ คล็อปป์ ย้ายเข้ามาตาทุกสื่อที่เทคะแนนเสียงว่า “เสร็จหงส์แน่” 3 ผสานในแดนหน้า ปีหน้าอาจจะไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว เมื่อหากใครพลาด แวเนอร์ จะเสียบต่อทันที และดีกรีระดับนี้ พูดเลย สามารถเป็นตัวหลักได้ทุกทีมบนโลกใบนี้

บางทีดีลนี้อาจจะจบไปแล้ว ทั้ง 2 ทีมตกลงกันอะไรทำนองนี้ แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัด ที่รู้ๆ คือเจ้าตัวมีใจให้หงส์แบบสุดลิ่มทิ่มประตู หลังเลือก อันฟอล์ ทวิตเตอร์ของ ไลป์ซิก หลังโพสรูปตัวเขาตะลึงกับการที่ หงส์แดง แพ้ วัตฟอร์ด 3-0 โดยเจ้าตัวมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 58 ล้านยูโร (ประมาณ 1,972 ล้านบาท) และอาจจะแพงกว่านี้สักเล็กน้อย ไม่มีปัญหาสำหรับว่าทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก แน่นอน

เลือดมันข้น! 10 อันดับ นักเตะมุ่งสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

 

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

ที่มา : https://www.ball2step.com/10-อันดับ-นักเตะเลือดข้น

มันเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นพ่อจูงมือลูกเดินเข้าสเตเดียมหรือแม้แต่นั่งรอเกมเริ่มอยู่หน้าจอทีวีที่บ้านด้วยกัน ฟุตบอลมันเป็นอะไรที่คนหลายคนสามารถแบ่งปันและมีส่วนร่วม

แต่เหนือไปกว่านั้น คุณลองนึกภาพตัวเองได้เกิดมาเป็นลูกชายของสุดยอดนักเตะระดับโลกสิ แน่นอนเลือดมันจะต้องสูบฉีดให้คุณอยากเอาแบบอย่างไอดอลในวัยเด็ก หรือแม้แต่ผลักดันให้คุณอยากจะทะยานไปประสบความสำเร็จเหมือนที่ผู้เป็นพ่อได้ฝากไว้กับวงการ

หลายคนอาจจะมองว่า การที่มีพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับโลกก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นสิ ไหนจะคำแนะนำจากปากโดยตรง ไหนจะประสบการณ์หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่หาจากไหนไม่ได้

แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ในอีกมุมหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องแบกความกดดันและความคาดหวังมหาศาลเอาไว้ เพราะถ้าคุณเลืกที่จะก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้แล้ว หากห่วยหรือวันใดเกิดเหลวไหลขึ้นมา รับรองคุณจะต้องโดนจวกยับ แถมยังดูแย่เข้าไปอีกเมื่อถูกนำไปเปรียบกับเกียรติยศที่พ่อทำไว้

การที่ลูกจะสานต่อความสำเร็จของพ่อแน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะได้เปรียบบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเองด้วย ว่าจะพาความฝันนั้นไปได้ไกลแค่ไหน

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีคงหนีไม่พ้นแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่สามารถยกถ้วยพรีเมียร์ ลีกได้เหมือนที่พ่อของเขาเคยทำ ว่าแต่ตอนนี้มีใครบ้างที่กำลังกัดฟันต่อสู้เพื่อให้วันนั้นเป็นจริง และนี่คือ 10 นักเตะดังของยุโรปที่มีอนาคตสดใสในการสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ | กองหน้า | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 19 ปี

เราขอเริ่มกันที่นักเตะจอมพลังที่ย้อนกลับไปเพียง 1 ปีก่อน น้อยคนจริงๆที่จะรู้จักชื่อของเด็กคนนี้

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ อดีตนักเตะที่ใช้เวลาค้าแข้งส่วนใหญ่อยู่ในพรีเมียร์ ลีก โด่งดังกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ , และเป็นที่จดจำเมื่อครั้งเจ้าตัวทะเลาะเบาะแว้งกับรอย คีน จนเกือบขาหักเพราะกัปตันปีศาจแดงมาแล้ว

ในความโชคร้ายที่การเข้าปะทะครั้งนั้นส่งผลต่ออาชีพของเขาโดยตรง แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ ที่เขาไม่ได้ถึงกับขาหักในวันนั้น อีกทั้งยังมีโชคชั้นที่สองหล่นทับอีก เมื่อลูกชายกำลังมีแววเด่นที่จะไปได้ไกลในเส้นทางลูกหนังกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก

ฮาลันด์แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับเร้ดบูลส์ ซัลส์บวร์กในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซัดไปทั้งสิ้น 8 ประตู จนเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก สุดท้ายถูกตอบแทนความเฉียบขาดในสนามด้วยโอกาสในการย้ายไปเล่นในบุนเดสลีก้า กับโบรุสเซีย ดอร์มุนด์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซัดไปแล้วถึง 7 ประตูในบุนเดสลีก้า ด้วยเวลาที่ใช้ไปเพียง 226 นาทีเท่านั้น รวมถึงอีก 1 ตุงในเดเอฟเบ โพคาล

จัสติน ไคล์เวิร์ต | ตัวริมเส้น | โรม่า | 20 ปี

จัสตินยังเหลือภารกิจมีมากมายให้พิสูจน์ตัวเอง และอาจจะหนักกว่าคนอื่นเสียหน่อย เมื่อเขาต้องเดินตามความยิ่งใหญ่ของ แพทริค ไคล์เวิร์ต หนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ขุนพลอัศวินสีส้มเคยมีมา

ปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับโรม่า และหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับเจ้าหนูวัย 20 ปี ถึงตอนนี้ไคลเวิร์ตยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการสัมผัสเกม 17 นัด ซึ่งก็ถือว่าไม่น่าเกลียดเลยสำหรับปีกวัยหนุ่มที่โลดแล่นในลีกใหญ่อย่าง ซีเรีย อา

ทิม เวอาห์ | กองหน้า | ลีลล์ | 19 ปี

จอร์จ เวอาห์ ถูกแฟนบอลจดจำขึ้นใจกับการเป็นหนึ่งในแข้งจากแดนแอฟริกาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการลูกหนัง ลงเล่นให้กับท็อปทีมของโลก อย่างเอซี มิลาน,เปแอสเช,และเชลซี รวมถึงประดับบารมีอย่างสมเกียรติด้วยรางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 1995

จอร์จมีลูกชายชื่อทิม เวอาห์ที่ปัจจุบันเล่นให้ลีลล์ในลีกฝรั่งเศส หลังผ่านการบ่มเพาะจากศูนย์ศึกเยาชนของปารีส แซงต์แชกแมง อดีตต้นสังกัดของพ่อ โดยทิมเคยได้รับโอกาสสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่ของเปแอสเชไปแล้ว 2 นัด อีกทั้งยังลงเล่นในสีเสื้อของทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปแล้ว 8 เกมด้วยกัน

เฟเดริโก้ คิเอซ่า | ตัวริมเส้น | ฟิออเรนติน่า | 22 ปี

ในวัย 22 ปี คิเอซ่าน่าจะเป็นทายาทนักฟุตบอลที่โชกโชนบนพื้นสนามหญ้ามากที่สุดคนหนึ่งในลิสต์เราเลยก็ว่าได้ โดยเจ้าหนุ่มหน้าหล่อถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของทัพม่วงมหากาฬเมื่อปี 2016 แบกประสบการณ์ไม่น้อย ลงสนามไปแล้วถึง 132 เกม ยิงได้ 16 ประตู และยังมีผลงานติดทีมชาติอิตาลีทั้งหมด 17 เกมอีกต่างหาก

สำหรับคุณพ่อของเขาอย่าง เอ็นริโก้ คิเอซ่า ใช้เวลาพเนจรค้าแข้งกว่า 22 ปีกับสโมสรใหญ่มากมายในลีกแดนมะกะโรนี รวมไปถึงยอดทีมแห่งเมืองฟลอเรนซ์จากฟิออเรนติน่า เจ้าตัวก็เคยแวะเวียนมาในช่วงเวลาสั้นๆ

แม้ว่าเอ็นริโก้นั้นจะไม่ได้สัมผัสโทรฟี่อะไรมากมายนักในสมัยยังเป็นนักเตะ และมันก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกเสียจากฝากความหวังให้ลูกชายอย่างเฟเดริโก้ ช่วยทำมันให้ถึงฝันด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น

ดาเนี่ยล มัลดินี่ | กองหน้า | เอซี มิลาน | 18 ปี

ยังคงอยู่ที่อิตาลีเหมือนเดิม แต่คราวนี้เราจะขยับขึ้นมาทำความรู้จักกับลูกชายของ เปาโล มัลดินี่ หนึ่งในปราการหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ติดตรงแค่ลูกชายของเขานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อป้องกันประตู แต่กลับเปี่ยมไปด้วยสัญชาติญาณการกระซวกประตูคู่แข่งแทน

ดาเนี่ยล มัลดินี่ ปัจจุบันลงเล่นให้กับทีมชุดเยาวชนของปีศาจแดง และกำลังมุ่งมั่นที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นขาประจำในทีมชุดใหญ่ ดั่งที่พ่อของเขาเคยกอบโกยทุกความสำเร็จในรัง ซาน ซิโร่มาแล้ว

เด็กหนุ่มรายนี้ส่งสัญญาณแห่งความเป็นสุดยอดหัวหอก ด้วยทักษาะการเลี้ยง,การจ่ายและการจบสกอร์ อีกทั้งยังเป็นกองหน้าประเภทไม่กลัวที่จะต้องลงไปล้วงบอลขึ้นมาเอง หรือแม้แต่การตื่นตัวที่จะช่วยเหลือเกมรับในยามจำเป็น เสมือนว่ามีใครสักคนสอนเขาให้ทำแบบนั้น…

มาร์คัส ตูราม | กองหน้า | โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค | 22 ปี

ถือว่าเป็นเคสคล้ายๆกับดาเนี่ยลเลยก็ว่าได้ สำหรับมาร์คัสที่ได้เดินตามรอยเท้าของพ่อแบบตรงเป๊ะเสียทีเดียว ซึ่งพ่อของเขาอย่าง ลิลิยอง ตูรามที่ครองสถิติเป็นนักเตะที่ติดธงตราไก่มากที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ส่วนลูกชายอย่างมาร์คัสเลือกที่จะประจำในตำแน่งกองหน้า

หลังย้ายจากแก็งก็อง สโมสรในลีกเดอซ์ ฝรั่งเศสมาอยู่กับโบรุสเซีย มึเช่นกลัดบัคในซีซั่นนี้ ลูกชายของลิลิยองทำผลงานถือว่าดีเยี่ยม ซัดไปแล้ว 9 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด

ว่าแต่มาร์คัสจะไปถึงฝันกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกตามรอยพ่อเขาได้หรือไม่? เวลาเท่านั้นคือคำตอบ..

จิโอวานนี่ ซิมิโอเน่ | กองหน้า | กายารี่ (ฟิออเรนติน่าปล่อมยืม) | 24 ปี

ลองนึกสภาพซิมิโอเน่คนลูกถูกพ่อติวเข้มในทุกๆวัน เหมือนที่ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ตะโกนใส่ลูกทีมแอตเลติโก้ มาดริดของเขาสิ ไม่แปลกจริงๆที่จิโอวานนี่จะเดินตามเส้นทางของเขามาถึงวันนี้ได้ ก็แหม่พ่อดุซะขนาดนั้น คงไม่ปล่อยลูกสะเปะสะปะแน่นอน

ปัจจุบันหัวหอกเลือดฟ้าขาวถูกฟิออเรนติน่าปล่อยให้กายารี่ยืมตัวใช้งาน และก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้ 5 ลูกจาก 15 นัดในลีก

ซึ่งหากว่าปีหน้าเขาได้กลับไปอยู่กับฟิออเรนติน่า ทีมจากเมืองฟลอเรนซ์ก็จะมีทายาทนักเตะอย่าง คิเอซ่าและซิมิโอเน่ อยู่ในทีมถึงสองคนเหมือนเดิม

แองกัส กันน์ | ผู้รักษาประตู | เซาท์แฮมป์ตัน | 24 ปี

แองกัสกำลังสร้างชื่อขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักในพรีเมียร์ ลีก จากการที่นายทวารหนุ่มนั้นเป็นลูกชายของ ไบรอัน กันน์ อดีตจอมหนึบที่ครั้งหนึ่งเคยลงเฝ้าเสาให้ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ถึง 390 นัด

ไบรอันถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานจากยุคนั้นและวันหนึ่งลูกชายของเขาก็อาจจะเดินตามรอยไปเช่นกัน โดยแองกัส กันน์เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนถูกส่งยืมตัวไปหาประสบการณ์ที่ที่ซึ่งพ่อของเขาได้สร้างตำนานไว้อย่าง นอริช ซิตี้ จนสุดท้ายได้มาปักหลักกับเซาท์แฮมป์ตัน

นอกจากนี้กันน์ยังติดทีมชาติอังกฤษในชุดเยาชนขึ้นมาแทบจะทุกชุด และก็มีโอกาสที่วันหนึ่งเจ้าตัวจะถูกเรียกทีมทัพสิงโตคำรามชุดซีเนียร์ในเร็วๆนี้อีกด้วย นับว่านี่คือหนึ่งในผู้รักษาประตูอนาคตไกลของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

ยานิส ฮาจี้ | กองกลางตัวรุก | เกงค์ | 21 ปี

ยานิส เป็นลูกชายของ จอร์จี้ ฮาจี้ แข้งฉายามาราโดน่าแห่งคาบสมุทรบอลข่าน ปัจจุบันลงเล่นให้กับเกงค์ในลีกเบลเยี่ยม ฉายแววมีอนาคตอันน่าจับตามองออกสตาร์ทให้ต้นสังกัดไปแล้ว 19 นัดในทุกรายการ

โดยยานิส เกิดที่ตุรกี ช่วงที่พ่อของเขาค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย เขายิงประตูในการเล่นอาชีพกับวิโตรุล ได้ตั้งแต่อายุ 16 ก่อนย้ายไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 แต่ได้ลงสนามในเซเรีย อา เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้นจึงย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดกับสโมสรเดิม

ซึ่งแม้ว่าจะได้รับความสนใจจากทีมใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์และบาร์เซโลน่า แต่การที่เจ้าตัวมองว่ายังเป็นช่วงเวลาและปัจจัยหลายๆอย่างที่ยังไม่พร้อม บวกกับต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สุดท้ายเลือกลงเอยกับเกงค์ในที่สุด

จิโอ เรย์น่า | กองกลางตัวรุก | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 18 ปี

ความพิเศษของจิโอที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่น คือเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับสายเลือดแห่งความเป็นฟุตบอลมาอย่างเต็มตัวจากทั้งพ่อและแม่

เคลาดิโอ เรย์น่า พ่อแท้ๆของเขา ในอดีตเคยลงเล่นให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ,เรนเจอส์,และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ ดาเนี่ยลเล่ ผู้เป็นแม่ ก็เคยเป็นนักฟุตบอลในระดับที่ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดหญิงมาแล้ว

ปัจจุบันเรย์นาฝากอนาคตไว้กับ ทัพเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดกับอนาคตที่เด็กหนุ่มคนนี้อาจก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะจากแดนลุงแซมที่จะเฉิดฉายในเวทีระดับโลกคนต่อไป และด้วยตำแหน่งและเลือดมะกันทำให้ จิโอ ได้รับการยกย่องว่าจะเป็น “นิว พูลิซิช” เลยทีเดียว

โดยล่าสุด จิโอ เรย์น่า ได้สร้างชื่อ กลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในรายการเดเอฟเบ โพคาล ที่ 17 ปี 83 วัน ยิงได้ในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ บุกพ่าย เบรเมน 2-3 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

เชลซี มีแผนอะไร? ทำไมตลาดมกราถึงเงียบเหมือนป่าช้า

   ผมจะมาวิเคราะห์าสาเหตุ เชลซี ไม่เสริมทัพช่วงตลาดมกราคมนี้กันนะครับ แม้กระทั้งป๋าแลมพ์เองก็ยังออกมาอาการน้อยใจส่งสารอะไรบ้างอย่างถึงบอร์ดบริหารของทีมรึป่าว?

มันเกิดอะไรขึ้นกับ เชลซี? ทำไมพวกเขาถึงไม่เสริมใครเลยนับตั้งแต่ตลาดซัมเมอร์ปีที่แล้วที่ถูกแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จนมาตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ เป็นครั้งแรกที่ สิงห์บลู สามารถซื้อแข้งหน้าใหม่เข้าทีมได้ แต่แล้วก็ไร้วี่แววนักเตะชูเสื้อสีน้ำเงินแม้แต่สักคนเดียว

   ผมจะมาวิเคราะห์าสาเหตุ เชลซี ไม่เสริมทัพช่วงตลาดมกราคมนี้กันนะครับ แม้กระทั้งป๋าแลมพ์เองก็ยังออกมาอาการน้อยใจส่งสารอะไรบ้างอย่างถึงบอร์ดบริหารของทีมรึป่าว?

   “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลก ส่วนทีมอื่นๆ ที่มีอันดับใกล้เคียงกับเรา อย่างเช่น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็ทำการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมได้ในบางราย สาเหตุที่ คริส ไวล์เดอร์ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมมันก็เป็นเพราะเขาทำงานร่วมกับนักเตะหลายคนในชุดนี้มาหลายปี แล้วตอนนี้พวกเขายังเสริมทัพในจุดที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นต้องเสริมทัพได้อีก ขณะที่ ท็อตแน่ม ก็เซ็นสัญญากับนักเตะบางรายเหมือนกัน และพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ห่างจากเรามากเท่าไหร่เช่นกัน”

 

แลมพาร์ด

“ที่ผมมาพูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะอยากทำให้เราหดหู่หรอกนะ เพราะเราเป็นอันดับ 4 โดยที่ทิ้งห่างอยู่ 6 แต้ม แต่จากมุมมองของผมน่ะ ตอนนี้เราอาจจะเป็นรองทีมอื่นๆ แล้ว เพราะบรรดาทีมที่อยู่ใกล้กับเราได้ทำการเสริมทัพกันอย่างเต็มที่ นั่นคือข้อเท็จจริง” แลมพ์ร่ายยาว

  1. ต้องการสตาร์ดังระดับโลก 
    ด้วยการทำทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เน้นปั้นดาวรุ้งวางรากฐานของทีมให้มีความมั่นคง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าตัว แฟร้งค์ เองก็อยากได้นักเตะระดับท็อปมาเสริมความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น โดยเล็งไว้ 2 ตัวก็คือ เอดินสัน คาวานี่ หัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ใกล้จะหมดสัญญากับต้นสังกัด ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร เหมือน สิงห์บลู จะคิดว่าแพงเกินไป รอช่วงลดราคาตลาดเปิดรอบหน้าดีกว่าคาวานี่ต่อไปอีกคนที่มีข่าวก็คือ ดรีส เมอร์เท่นส์ ดาวยิงจาก นาโปลี ที่ตอนนี้ตกเป็นผู้เล่นสำรอง แต่อย่างไรก็ตาม นาโปลี มีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่อยู่ตอนนี้เลยไม่ได้ปล่อยให้ เชลซี มาง่ายๆแน่นอน ซึ่งรอตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้น่าจะดีกว่า

    ดรีส เมอร์เท่นส์

  2. บอร์ดบริหารคิดว่ายังไม่ถึงเวลา 
    สาเหตุที่บอร์ดบริหารของ สิงห์บลู คิดแบบนี้ก็เพราะว่าแข้งหลักยังอยู่กันครบถ้วนหน้า ส่วนคนที่เจ็บก็ต่างกลับมาลงช่วยทีมได้เกือบหมดแล้ว เลยรอเก็บตังไว้ซื้อนักเตะบิ้กดีลช่วงซัมเมอร์หน้าคงจะคุ้มกว่า เพราะช่วงกลางซีซั่นหลายคนต่างก็รู้ว่าไม่มีทีมไหนอยากจะปล่อยหรือขายนักเตะตัวเองออกจากทีม
  3. บารมีกุนซือยังไม่พอดึงดูดแข้งดัง
    ถ้าให้พูดถึง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตอนที่ยังเป็นนักเตะแล้วละก็ ถือเป็นตำนานคนหนึ่งเลยของ เชลซี ที่ช่วยพาทีมทำผลงานที่ยอดเยี่ยมเรื่อยมาก่อนจบอาชีพค้าแข้งด้วยการแขวนสตั๊ด และเปลี่ยนแนวทางอาชีพเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวแฟร้งเปิดตัวด้วยการคุม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี เมื่อปี 2018/19 แต่ด้วยฝีมือในการคุมทีม แกะขาว ที่โดดเด่น ทำให้บอร์ดบริหารของ เชลซี ซึ่งตอนนั้นต้องการนายใหญ่คนใหม่พอดี ดึงตัว แฟร้งค์ คุมทัพ สิงโตน้ำเงินคราม นับตั้งแต่นั้นมาถึงตอนนี้

    เขาพา เชลซี โชว์ผลงานได้ดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่พอที่จะยั่วยวนให้นักเตะสตาร์ดังอยากมาร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามป๋าแลมพ์ต้องรีบพิสูจน์ตัวเองว่าเก๋าพอที่จะพา สิงห์บลู ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ก่อนถึงตลาดซื้อ-ขายช่วงซัมเมอร์

อ่านเกมออก!! 5 แผนการเล่นที่นิยมที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน

วิเคราะห์แผนการเล่นที่เหล่ายอดกุนซือนิยมใช้ รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน

อ่านเกมส์ออก!! 5 แผนการเล่นที่นิยมที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน

Large 0d322be2aa83e4089132ee2cc0b883023836144e

ถ้าจะพูดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกีฬาฟุตบอล และเป็นที่โต้แย้งของเหล่าแฟนบอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งนั้นย่อมหนีไม่พ้นการถกเถียงเรื่องการใช้และประสิทธิภาพของแผนการเล่นในสนาม ซึ่งแน่นอนไม่มีทางที่เราจะได้คำตอบที่ดีที่สุดหรือถูกต้องที่สุดหรอก จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีแผนการเล่นที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในการเลือกใช้ของเหล่าโค้ชจากแผนหนึ่งสู่อีกแผนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งพยายามที่จะคิดค้นแผนการเล่นใหม่ๆด้วยเช่นกัน

ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดในวงการนี้ ทำให้ความรู้และการคิดค้นสิ่งใหม่ๆเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้กีฬาชนิดได้ได้พัฒนาไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหล่าโค้ชนั้นสามารถปรับ หรือแม้กระทั่งผสมแผนการเล่นเข้าการเล่นเข้าด้วยกัน เพื่อความได้เปรียบของทีมในการแข่งขันกันคู่แข่งที่ใช้แผนการเล่นและนักเตะในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

และนี่คือเหล่าแผนการเล่นที่ผู้จัดการทีมมากมายนิยมใช้กันในฟุตบอลยุคปัจจุบัน รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละแผนด้วย

1. 4-4-2

แหล่ง: images.performgroup.com

นี่เป็นหนึ่งในแผนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงใช้กันอยู่ในโลกฟุตบอลปัจจุบัน เราอาจจะคุ้นตากับแผนนี้ของเหล่าทีมในลีกอังกฤษ แต่ยังมีทีมอีกมากมั้ยทั่วทุกมุมโลกที่ที่เคยผ่านการใช้แผนการเล่นนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะแผนการเล่นแบบไหน ก็ย่อมมียุคทองในการได้รับความนิยม และเมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมมีวันผ่านจุดนั้นไปเช่นกัน สำหรับการเลือกใช้แผน 4-4-2 ของเหล่าผู้จัดการทีมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมใหญ่ๆซึ่งมีเป้าหมายที่ต้องการประสบความสำเร็จในระดับสูงแล้ว มันเหมือนเป็นการยอมแพ้กลายๆเมื่อผู้จัดการใช้แผนการเล่นนี้ เพราะเหมือนมันแสดงออกมาว่าเขาไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของเหล่านักเตะของตัวเองในการที่ใช้แผนการเล่นที่มีความซับซ้อนมากกว่านี้เพื่อการครองเกมส์

4-4-2 เป็นแผนการเล่นที่ง่ายต่อความเข้าใจและนำไปปรับใช้ ซึ่งหมายถึงในเหล่าทีมทีมีการฝึกฝนที่ดีแล้วย่อมสามารถประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงด้วยการใช้แผนนี้ แต่สิ่งที่แผนนี้ขาดไปก็คือความหลากหลายและความยากในการดักทางของเส้นทางการจ่ายบอล ซึ่งจะมีมากกว่าในแผนการเล่นที่ทันสมัยและมีความคิดที่ก้าวหน้ากว่า

ทีมที่มักจะใช้แผนการเล่นนี้ได้แก่ แอตเลติโก้ มาดริด, เลสเตอร์ ซิตี้ ,โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และเอซี มิลาน(ในยุค1987-1991)

■จุดแข็ง

การมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าถึง 2 คนนั้น ช่วยให้แผงกองกลางและกองหลังใช้เวลาในการครองบอลน้อยลง เพื่อที่จะหาช่องทางการลำเลียงบอลไปยังแดนหน้าเพื่อหาตำแหน่งที่อันตรายในการโจมตีทีมคู่แข่ง ซึ่งแตกต่างจากแผนการเล่นที่กองหน้าตัวเดียว กองหน้าตัวเป้าในแผนนี้สามารถพาบอลขึ้นไปข้างหน้าโดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากแผงกองกลาง และด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทีมที่เลือกใช้แผน 4-4-2 สามารถปรับไปใช้การขึ้นบอลทางด้านกว้างของสนามได้ ในกรณีที่มีจำนวนกองกลางน้อยกว่าทีมคู่แข่ง

การใช้ตำแหน่งกองกลางในด้านกว้าง 2 คนนั้นคล้ายกับการมีผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คของแผนการเล่นอื่น ซึ่งช่วยเอื้อในการสร้างสรรค์เกมส์ในด้านกว้าง และยังสามารถเปิดบอลระยะไกลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้อีกด้วย โดยปกติการบุกทางด้านข้างด้วยตำแหน่งปีกนี้ทำให้แผงหลังทีมคู่แข่งมัวแต่กังวลกับการรับมือการโจมตีจากด้านข้าง จนเกิดช่องว่างในตอนกลางของสนามทำให้กองหน้า 2คนของทีมสามารถหาจังหวะการเคลื่อนที่และเข้าทำประตูได้ง่ายขึ้น

และจากแผนการเล่นที่มีโครงสร้างในการยืนตำแหน่งและการเคลื่อนที่ๆเข้าใจได้ง่าย ทำให้ไม่ว่าแผนการหลักของแต่ละทีมคือแผนไหนก็สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ 4-4-2 เมื่อถูกกดดันอย่างหนักจากทีมคู่แข่ง เพื่อตั้งรับให้ลึกมากขึ้นเข้ามาในแดนของตัวเองได้

แหล่ง: footballindetail.files.wordpress.com

■จุดอ่อน

ความง่ายในการคาดเดาและโครงสร้างที่ขาดความยืดหยุ่นเป็นปัญหาที่ตามมาในการใช้แผนนี้ จะเกิดความกดดันอย่างสูงในมิดฟิลด์คู่กลางทั้งในการทำเกมบุกและเกมรับอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการมีมานานของแผนนี้ ทำให้มีการค้นพบจุดอ่อนมากมายในการเอาชนะได้ รวมทั้งเป็นการง่ายที่ผู้เล่นในกราฟข้างจะบุกอย่างเพลิดเพลินจนขาดวินัยในการลงมาช่วยเกมรับ

การมีมิดฟิลด์ตัวกลางเพียงแค่ 2 คน ทำให้เป็นการยากที่ทีมจะเก็บบอลไว้ในแดนกลางเมื่อต้องเล่นกับทีมที่มีมิดฟิลด์ตัวกลางถึง 3 คน อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งที่คุณจะเห็นว่าหนึ่งในคู่กองจะถอดลงมาช่วยแผงกองกลางในการเล่นเกมรับหรือการต่อบอล

ในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ ทีมที่ใช้แผน4-4-2 จะฝึกให้มิดฟิลด์คู่กลางเล่นคู่กันอย่างรัดกุมในเกมรับ รวมทั้งใช้ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนในการทำเกมรุก และหน้าที่อีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำเสมอสำหรับมิดฟิลด์คู่กลาง คือการตัดบอลหรือตัดเกม เพื่อป้องกันอันตรายจากการบุกที่จะเข้าไปถึงแผงกองหลัง อย่างไรก็ตามนั่นทำให้เมื่อมิดฟิลด์คู่กลางต้องลงไปเล่มเกมรับแล้ว ทำให้การลำเลียงบอลสร้างจังหวะเกมรุกนั้นก็เหลือสามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องเป็นจ่ายบอลออกไปให้ผู้เล่นที่อยู่ทางด้านกว้างของสนาม

แผนการเล่นไหนที่ 4-4-2 จะสามารถเอาชนะได้?

เราไม่อาจฟันธงได้ แต่มีผลการแข่งขันให้เห็นมาแล้วมากมายสำหรับทีมที่เล่นเกบุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เกิดช่องว่างมากมาย ซึ่งทำให้ทีมคู่แข่งที่ใช้แผนนี้สามารถฉวยโอกาสโต้กลับเร็วและทำให้เกิดประตูได้ในไม่กี่จังหวะ

2. 4-3-3

แหล่ง: u.goal.com

แผนการเล่นนี้เป็นแผนที่ใช้กันมาอย่างยาวนานสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนอย่างบาร์เซโลน่า ตั้งแต่ยุคโททอลฟุตบอลของโยฮัน ครัฟ ตามมาด้วยลูกศิษย์อย่างแฟรงค์ ไรจ์การ์ด จนมาถึงยุคของเป๊ป กวาดิโอล่าและหลุยส์ เอนริเก้ในปัจจุบัน ซึ่งแผนเป็นเหมือนแผนพื้นฐานที่เด็กๆทุกคนที่ผ่านศูนย์ฝึกเยาวชนลามาเซียของบาซ่าต้องเข้าในกันเป็นอย่าง ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเด็กคนไหนถูดดัรขึ้นมาเล่นในชุดใหหญ่ก็สามารถปรับตัวในการเล่นกับรุ่นพี่ได้ไม่ยากนัก

แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่ผ่านมาของบาซ่า นอกจากแผนการเล่นนี้แล้ว ยังคงถูกผสมผสานด้วยความสามารถของผู้เล่นชั้นเยี่ยมมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ชาบี้ เฮอร์นันเดส, โรนัลดินโญ่, อันเดรส อิเนียสต้า และลีโอเนล เมสซี่ เป็นต้น ซึ่งการผสมผสานของรูปแบบการเล่นและความสามารถของนักเตะเหล่านี้นั้น ยังก่อให้ประโยชน์แก่ทีมจากความสามารถในด้านการจ่ายบอล, การเคลื่อนที่ไปกับบอล และการเคลื่อนที่โดยไม่มีลูกบอล ซึ่งช่วยสร้างเกมอันตื่นตาตื่นใจและโอกาสการทำประตูมากมายอีกด้วย

ทีมที่นิยมใช้แผนนี้ ได้แก่ บาร์เซโลน่า, โรม่า, ยูเวนตุส(ในบางนัด), เซลต้า วีโก้ และเชลซี(ในยุค2004-2006)

■จุดแข็ง

ด้วยการยืนตำแหน่งของกองหน้าทางด้านข้างซึ่งทีการยืนตำแหน่งที่กว้างมากกว่าปกติ ทำให้ทีมสามารถกดดันฟูลแบ็คของทีมคู่แข่งได้เป็นอย่างมาก ซึ่งตราบใดที่ผู้เล่นในตำแหน่งนี้มีสามารถยืนตำแหน่งในจุดที่ดีแล้ว สามารถช่วยกดดันให้ฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างไม่กล้าที่จะเติมเกมบุกมากนัก นั่นส่งผลให้มิติในเกมบุกของทีมคู่แข่งก็จะน้อยลงไปด้วย

ส่วนการเล่นด้วยมิดฟิลด์ตัวกลางถึง 3 คนนั้น สามารถแบ่งได้เป็น ตัวรับ1 คน และอีก 2 คนซึ่งเล่นเกมรุกและเชื่อมเกมสามารถมีอิสระในการทำเกมได้โดยไม่ต้องห่วงเกมรับ และอีกมิติของเกมรุกคือการเติมเกมของฟูลแบ็ค ซึ่งเมื่อแผงกองกลางสามารถเก็บบอลไว้ได้นานพอ ที่จะมีช่องเปิดให้ฟูลแบ็คสามารเติมเกมขึ้นมาเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำประตูของผุ้เล่นในเกมรุกได้อีกด้วย

แผนนี้ยังสามารถปรับให้เน้นเกมรับยิ่งขึ้นได้ ด้วยการเปลี่ยนการยืนตำแหน่งเป็น 4-1-4-1 ในกรณีที่โดนเกมบุกของทีมคู่แข่งกดดันอย่างหนัก

แหล่ง: static.goal.com

■จุดอ่อน

การจะใช้แผนนี้ให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณจำเป็นต้องมีผู้เล่นมีสามารถคิดเร็วทั้งในด้านการหาตำแหน่งและการมีส่วนร่วมกับทีม

การมีส่วนร่วมอย่างมหาศาลของตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ที่จำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมกับการครองบอลและการต่อบอลของทีมอยู่เป็นประจำ รวมถึงการจ่ายบอลไปยังด้านข้างเพื่อเพิ่มมิติในเกมรุกอีกด้วย การเลือกผู้เล่นที่เหมาะกับตำแหน่งนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ทีมประสบความสำเร็จด้วยการใช้แผนนี้ ตัวอย่างเช่น ซามูเอล เอโต้(สมัยเล่นกับบาร์เซโลน่า), ดีดิเย่ ดรอกบา(สมัยเล่นกับเชลซี) และ หลุยส์ ซัวเรส(ที่เล่นกับบาร์เซโลน่าปัจจุนบัน) เป็นต้น ซึ่งพวกเขาเป็นกองหน้าเพียงไม่กี่คนในโลกที่สามารถเล่นได้ดีในตำแหน่งนี้ เมื่อต้องต่อกรเหล่ากองหลังระดับโลก

อีกหนึ่งส่วนที่มีความคล้ายคลึงกันของเหล่าทีมที่ประสบความสำเร็จด้วยแผนนี้ คือการมีสุดยอดกองกลางตัวรับ ไม่ว่าจะเป็นโคล้ด มาเกเลเล่, ฮาเบีย มาสเคราโน่ หรือ เซอร์จิโอ้ บุสเก็ต ซึ่งผู้เล่นเหล่านี้คือคนที่สามารถเก็บกวาดบอลด้านหน้าแผงกองหลังเพื่อให้กองกลางเพื่อนร่วมทีมคนอื่นทำเกมรุกได้อย่างเต็มที่ และถ้าเกิดเพื่อนร่วมทีมรู้สึกขึ้นมาเมื่อใด ว่าไม่สามารถเชื่อใจกองหน้าตัวเป้าหรือกองกลางตัวรับได้แล้ว ระบบทีมทั้งหมดจะพังทลายแน่นอนจากการขาดความเชื่อมั่นในตำแหน่งที่สำคัญนี้

แผนการเล่นไหนที่ 4-4-3 จะสามารถเอาชนะได้?

คำตอบคือ 4-4-2 เนื่องจากมิดฟิงด์ตัวกลางที่มีมากกว่าทำให้สามารถครองบอลและทำเกมรุกได้ง่ายกว่า ในขณะที่ผู้เล่นในด้านกว้างมีความสามารถพร้อมที่จะกดดันฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้าง ทำให้สามารถทำเกมบุกได้จากทุกทิศทางของสนาม

3. 4-2-3-1

แหล่ง: u.goal.com

ในปัจจุบันนี้เราแทบจะเห็นได้ว่าสโมสรมากมายได้ปรับเปลี่ยนมาใช้แผนการเล่นนี้ รวมทั้งทีมใหญ่ๆในอังกฤษ, สเปน และเยอรมัน โดยทีมที่นิยมใช้แผนนี้อยู่บ่อยๆ ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซง-แชร์กแมง และเรอัล มาดริด

■จุดแข็ง

การจ่ายบอลเป็นรูปสามเหลี่ยมสามารถทลายเกมรับของทีมคู่แห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการจ่ายบอลแบบแนวตรง ซึ่งนั่นเป็นที่มาของแผนการเล่นนี้ มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน และมิดฟิลด์ตัวรุกอีก 1 คนช่วยกันประสานงานเพื่อสร้างสรรค์เกมโดยการจ่ายบอลไปในรูปแบบและทิศทางต่างๆ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการจ่ายบอลเป็นแนวตรงของระบบ 4-4-2

การใช้แผนนี้เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เสียเรียบในเรื่องจำนวนของกองกลางในสนาม ซึ่งแผนนี้มีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนตัวของมิดฟิลด์ตัวรุกในทุกทิศทาง ทั้งในการถอยลงมาช่วยเกมรับ รวมทั้งการเล่นเกมรุกทั้งในด้านการทะลุทะลงตรงกลางสนามและขยับไปช่วยเกมทางด้วยข้าง ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนของผู้เล่นในเกมรุกยังหมายถึงความได้เปรียบในการทำเกมบุกเพื่อทำประตูคู่แข่ง และยังมีกองกลางอีก 2 คนที่คอยช่วย ในกรณีที่โดนเกมโต้กลับเร็วของคู่แข่ง

และด้วยการสนับสนุนที่มีมากมายจากกองกลาง ในการทำเกมหรือป้อนบอลไปสู่กองหน้า ทำให้ผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าของแผนนี้ มีโอกาสทำประตูอย่างมากมาย

แหล่ง: static.sportskeeda.com

■จุดอ่อน

บางครั้งการทุ่มเทของผู้เล่นบางคนก็อาจสร้างปัญหาให้กับทีมที่ใช้แผนนี้ได้ ซึ่งอาจสร้างความสับสนในทิศทางการจ่ายบอลและสร้างความมึนงงให้กับผู้เล่นเกมรับทั้งหมด อย่างที่เห็นได้จากตัวอย่างจากการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซทบอลจากกองหลัง โดยเริ่มจากดาเล่ บลิน ซึ่งในตอนนั้นเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็ค

อีกเรื่องหนึ่งก็คือความกดดันของผู้เล่นเกมรุก ที่จำเป็นต้องเล่นเกมให้เร็วมากพอที่จะส่งผลให้ผู้เล่นกองกลางและฟูลแบ็คของคู่แข็งไม่สามารถลงมาตั้งโซนเล่นเกมรับได้ทัน ซึ่งนั่นส่งผลให้การเร่งจังหวะอาจทำให้เสียบอลได้ รวมทั้งทำให้สภาพร่างกายของนักเตะอ่อนล้าเร็วขึ้นอีกด้วย

นักเตะเกมรุกยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นอีก ด้วยการไล่บอลแผงหลังของคู่แข่งไม่ให้จ่ายบอลได้อย่างง่ายดาย และนี่ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นระหว่างผู้จัดการทีมกับนักเตะในบางกรณี เช่นในกรณีของโฆเซ่ มูรินโย่และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เรอัล มาดริด ซึ่งโรนับโด้ไม่เห็นด้วยกันการที่มูริโย่ให้เค้าไล่บอลกองหลังฝั่งตรงข้ามรวมทั้งลงมาช่วยเล่นเกมรับของทีม ซึ่งมูรินโย่ต้องการให้โรนัลโด้ลงมาช่วยทีมเนเกมรับในบางจังหวะ

แผนการที่ 4-2-3-1 เหมาะสำหรับใช้ในการลงแข่งด้วย?

คำตอบคือ 4-4-2 การจ่ายบอลเป็นสามเหลี่ยมในแดนกลางของแผนนี้จะสามารถสร้างให้ 4-4-2 ได้เป็นอย่างมาก และในอีกด้านหนึ่งรูปแบบการยืนของแผงกองกลางของ 4-4-2ที่เป็นเส้นตรงนั้น ยากที่จะเจาะเกมรับของแผนนี้เข้าไปเพื่อทำประตู

4. 4-5-1 หรือ 4-1-4-1

แหล่ง: i1.wp.com

ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการแพคแผงกองกลางให้แต่เพื่อลดช่องว่างในเกมรับ และต้องการครองบอลไว้ ซึ่งทำให้เป็นการยากต่อคู่แข่งที่จะเจาะเกมรับเข้าไปได้ แผนนี้จึงมักถูกใช้บ่อยๆเมื่อผู้จัดการทีมต้องการหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในฟุตบอลถ้วยที่มีการแข่งขันแบบแพ้ตกรอบ

สิ่งที่ได้รับคือเกมรับที่แข็งแกร่งและสามารถควบคุมจังหวะของเกมเอาไว้ได้ แต่สิ่งที่ต้องเสียไปคือความสามารถในการทำเกมรุก เพราะผู้เล่นในแผงกองกลางมีหน้าที่หลักคือการช่วยกันปิดช่องว่างของทีมเพื่อหยุดการทำเกมรุกของทีมคู่แข่ง

4-1-4-1 เป็นแผนที่ปรับมาจาก 4-5-1 อย่างไรก็ตาม แผนทั้งสองแผนที่กล่าวมานี้ ได้รับอิทธิพลมากแนวคิดการใช้ผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คนในการเดินเกมซึ่งเป็นที่นิยมกันในฟุตบอลยุคปัจจุบัน ทีมที่เราเห็นใช้แผนนี้อยู่เป็นประจำคงหนีไม่พ้นทีมที่ต้องหนีตกชั้นอยู่เป็นประจำอย่างซันเดอร์แลด์ และก็มีทีมอย่างนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดและนอร์วิส ซิตี้ ที่ใช้เป็นบางครั้ง

แหล่ง: 1l96uyvnit-flywheel.netdna-ssl.com

■จุดแข็ง

ด้วยการวางผู้เล่นตรงกลางสนามไว้ถึง 5 คน ส่งผมให้ทีมที่ใช้แผนนี้สามารถครองได้มากอย่างแน่นอน และในบางครั้งคุณคงเคยเห็นว่า บางทีมให้กองหน้าถอยต่ำลงมาช่วยเกมรับด้วย ทำให้เปรียบเสมือนแผนเปลี่ยนไปเป็น 4-6-0 ซึ่งทำให้ทีมคู่แข่งยากที่จะเจาะเข้าไปได้

หรือการปรับระบบเพื่อเล่นเกมรุกมากขึ้นก็เป็นไปได้เหมือนกัน โดยการดันมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน ขึ้นไปไปช่วยทำเกมรุกสนับสนุนกองหน้า ซึ่งคล้ายๆกันการเปลี่ยนเป็น 4-3-3 โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นนั่นเอง และจากที่คุณคงเห็นได้บ่อยๆเช่นกันว่า มีทีมที่เริ่มเกมด้วยแผน 4-3-3 และเปลี่ยนเป็นแผน 4-5-1 ในทันทีหลังจากที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำ

และเป็นทางเลือกที่ง่ายสำหรับทีมที่เน้นการบุกในด้านข้าง แต่ไม่ต้องการให้เกมรับตรงกลางสนามหลวม รวมถึงเหล่าทีมที่กำลังลังแข่งบอลถ้วยที่แข่งแบบเพ้ตกรอบที่ต้องการเน้นผลการแข่งขัน พวกเขาจึงเลือกใช้แผน 4-5-1นี้

■ จุดอ่อน

จุดประสงค์หลักให้ความสำคัญในการครองเกมของแผงกองกลาง ทำให้เห็นได้บ่อยครั้งที่กองหน้าในทีมที่เลือกใช้แฟนนี้มักจะดูโดดเดียว แผงกองกลางไม่ได้พร้อมเสมอในการเติมเกมรุกเพื่อขึ้นไปสนับสนุนกองหน้าของทีมได้เหมือนทีมที่เล่นแผน 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 และผลที่ตามมา ซึ่งคุณอาจจะเห็นได้บ่อยๆ คือถึงแม้ทีมที่ใช้แผนนี้จะเน้นเกมรับเป็นหลัก แต่ก็มักจะเสียประตูก่อนเป็นประจำ ด้วยเหตุผลที่กองหน้าพวกเขาไม่สามารถสร้างงานยากๆให้กองหลังฝั่งตรงข้ามได้เลย เนื่องจากโดดเดี่ยวในการเล่นจนเกินไป

แน่นอนว่าแผนนี้สามารถปรับการเล่นได้หลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป้ฯการตั้งรับและสวนกลับเร็ว ซึ่งนั่นทำให้ยากในการทำประตูเพราะกองหน้าของทีมต้องทำมันด้วยตัวเองแทบทั้งหมด และถึงแม้ว่าแผงกอลกลางจะสามารถเก็บบอลและทำเกมขึ้นมาได้ แต่ก็มันจะช้าเกินไปจนทีมคู่แข่งสามารถลงมาตั้งรับได้ทัน

แผนไหนที่เหมาะกับการใช้ 4-5-1 ในการรับมือ ?

คำตอบคือ เหมาะกับการตั้งรับกันแผน 4-4-3 ซึงทำให้กองกลางของทีมคู่แข่งครองบอลได้ยาก เพราะมิดฟิลด์ตัวกลางมากพอๆกัน หรือแม้กระทั่งมิดฟิลด์ตัวริมเส้นยังสามารถถอยลงมาช่วยฟูลแบ็คในการเล่นเกมรับ เพื่อจัดการกับกองหน้าตัวริมเส้นของทีมคู่แข่งได้อีกด้วย

5. 3-5-2

แหล่ง: u.goal.com

แผนนี้มักเป็นที่นิยมในอิตาลี ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ามันดูเป็นการอนุรักษ์นิยมซักนิดนึง เพราะแผนการเล่นนี่มีมานานหลายปีแล้วอาจจะอายุน้อยกว่าแค่ระบบ4-4-2 นอกจากกุนซือในอิตาลีแล้ว หลุยส์ ฟานกัลป์ ในสมัยคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อไม่นานมานี้ ก็พยายามจะให้ยูไนเต็ดใช้แผนนี้ในการเล่น แต่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก และอีกคนหนึ่งคือเมาริซิโอ้ โปเชตติโน่ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมของสเปอร์ และในขณะเดียวกันก็เป็นที่นิยมในการใช้ระดับทีมชาติเช่นกัน

คุณจำเป็นต้องมีนักเตะตำแหน่งวิงแบ็คที่มีความฟิตสูงมากแบบที่ขึ้นเติมเกมรุกและกลับลงมาเล่นเกมรับได้รวดเร็วแบบไม่มีหมดแรง รวมถึงทั้งทีมจะต้องเข้าใจรายละเอียดของแท็คติคเป็นอย่างดีถึงจะสามารถทำให้แผนการเล่นนี้ประสบความสำเร็จได้

ทีมที่ใช้แฟนนี้เป็นประจำ ได้แก่ ยูเวนตุส, ริโน่, ปาแลโม่, ฟิออเรนติน่า, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด(ยุคหลุยส์ ฟานกัล) และ เนเธอร์แลนด์(ในฟุตบอลโลก2014)

■จุดแข็ง

ถ้าคุณต้องการที่จะหยุดการโต้กลับเร็วของทีมคู่แข่งนั่นเป็นทางเลือกที่ฉลาดแล้วที่เลือกแผนนี้ แผงกองหลัง 3 คนสามารถช่วยกันรับมือกับกองหน้าตัวเป้าของคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งจะมีกองกลางตัวรุกเพิ่มมาอีกคน ก็ไม่น่าจะมีปัญหา และในขณะเดียวกันผู้เล่นในตำแหน่งวิงแบ็คสามารถช่วยในการตัดบอลจากผู้เล่นริมเส้นของคู่แข่งได้ ก่อนที่จะเลี้ยงบอลเข้ามาลึกหรือเข้าระยะในการเปิดบอลเพื่อหวังผมในกรอบเขตโทษ

โครงสร้างเกมรับนั้นการให้ผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางแทบจะลงมายืนค่อนข้างต่ำ เพื่อที่จะได้ช่วยซ้อนเวลาที่วิงแบ็คลงมาเล่นเกมรับไม่ทันหรือพลาดการเข้าสกัดบอล

อย่างไรก็ตาม แผนนี้ไม่ได้มีแค่รับมือกับการโต้กลับเร็วเท่านั้น แต่ยังมี 3 มิดฟิลด์แดนกลาง รวมถึงวิงแบ็คทั้ง 2 ข้าง ที่ทำให้ทีมคู่แข่งต้องเป็นกังวลในการเล่นเกมรับ ในขณะเดียวกันก็มีกองหน้าถึง 2 คน ที่สามารถช่วยกันสร้างโอกาสในการทำประตูแม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากตำแหน่งอื่นก็ตาม ซึ่งในการใช้แผนการเล่นนี้ยังมีพิษสงอีกอย่างหนึ่งคือเกมโต้กลับด้วยเช่นกัน เพราะมีกองหน้าถึง 2 คนช่วยประสานงานกัน

แหล่ง: apleah.files.wordpress.com

■จุดอ่อน

ความซับซ้อนของแผนการเล่นนี้คือการยืนซ้อนเพื่อนร่วมทีมในขณะที่พวกเขาดันขึ้นไปทำเกมบุก สิ่งที่จำเป็นต้องมี ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เล่นที่เล่นเข้ากันได้อย่างกลมกลืน แต่แผงหลัง 3 คนยังมีซักอย่างน้อย 1 คนที่สามารถจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ ขณะที่อีก 2 คนจะต้องมีวินัยและความสามารถในการประกบตัวต่อตัวและการการยืนตำแหน่งอย่างยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้

มีความเป็นไปได้ในการเล่นเกมรับแบบยืนคุมโซนถ้าจะใช้แผนการเล่นนี้ แต่สิ่งที่ยังจำเป็นต้องมีในตัวเหล่าผู้เล่นก็คือการยืนตำแหน่งที่ดี และความเร็วในการไล่ประกบผู้เล่นคู่แข่งที่พยายามหลีกหนีโซนและทะลุผ่านช่องว่างระหว่างผู้เล่นเกมรับ ด้วยเหตุผลนี้เองจึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้เล่นในตำแหน่งกลองกลางถอยลงไปยืนแทรกอยู่ระหว่างแผงหลังเพื่อช่วยเกมรับ

แผน 3-5-2 นี้ เหมาะในการรับมือทีมที่ใช้แผนไหน?
คำตอบคือ 4-5-1 ไม่ใช่แค่เพียงเพราะว่ามีผู้เล่นในแดนกลางจำนวนเท่ากันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วแผน 4-5-1 มีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าเพียงคนเดียว ทำให้แผงกองหลังสามารถดันขึ้นช่วยในเกมรุกได้มากขึ้นนั่นเอง

รวมนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลเชื่อว่าฟอร์มดีกว่ารุ่นน้องล้านเท่า!

รวมนักเตะแมนฯ ยูฯ ที่แฟนบอลเชื่อว่าฟอร์มดีกว่ารุ่นน้องล้านเท่า!
“กูทนไม่ไหวล้าววววว!” อดิสรณ์ ถึงกับยอมพูดไม่สุภาพลงโซเชี่ยล เมื่อเห็นฟอร์มของทีมขวัญใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นออกมาได้บรมห่วย! อดิสรณ์ เป็นบรรณาธิการข่าวแห่งสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งย่านวิภาวดีรังสิต เขาตามเชียร์แมนฯ ยูฯ มาตั้งแต่ราวๆ ปี 1992 สมัยที่ใครๆ ก็รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งเพียงใด โดยเฉพาะลูกยิงของ เอริค คันโตน่า ที่ขยับตัวถอยๆๆๆๆ แล้วซัดประตูดับทีม เอ่อม ทีมลิเวอร์พูล จนหงายเก๋ง ในรอบชิงชนะเลิศบอล เอฟเอ คัพ ปี 1996 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปอย่างสะใจฝุดๆ

“มึงมันหลงอดีต!” สันทัด เพื่อนสนิทของอดิสรณ์ ตอกย้ำเพื่อนของเขา ว่าให้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักที แต่โทษทีเถอะ สันทัดคนนี้  อาชีพนักเขียนไส้แห้ง แถมไส้ติ่งก็เตรียมจะอักเสบ เรื่องของเรื่องเพราะเครียด! ดูแมนฯ ยูฯ เตะเมื่อไรแล้วปวดตับปวดม้าม ลามไปยันไส้ติ่ง อีตาคนนี้ก็เป็นติ่งแมนฯ ยูฯ มา 20 กว่าปีพอๆ กัน ตอนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ของแมนฯ ยูฯ วางมือในปี 2013 สันทัดยังเชื่อว่า แมนฯ ยูฯ จะไม่ตกต่ำ ที่ไหนได้ ทุกวันนี้อย่าใช้คำว่า ตกต่ำ ใช้คำว่า ห่วย ยังไม่สาแก่ใจ!

ผ่านมา 5-6 ปี หลังป๋าเฟอร์กี้ลงจากตำแหน่งเฮดโค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนคนผีเข้าผีออก ไม่อยู่กับร่องรอย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อยากจับนักเตะไปอาบน้ำมนต์ทั้งทีม ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา เล่นได้น่าเบิร์ดกบาลเรียงตัว เอ้า! ไหนๆ ก็หลงอดีต ติดกับความยิ่งใหญ่อยู่แล้ว 2 เพื่อนซี้ อดิสรณ์ & สันทัด เลยออกมาไหว้เจ้าที่หน้าบ้าน โอมเพี้ยง! ถ้าองค์นักเตะแมนฯ ยูฯ ในอดีตจะกลับมาชาติมาเกิดในทีมนี้ได้ พวกผมขอละ เอาไอ้พวกนี้กลับมาเล่นหน่อยได้ไหม เผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น!

 

รอย คีน:อดีตกองกลางผู้เกรียงไกร เป็นกัปตันทีมจอมเดือด นี่คือนักเตะที่เป็นลายเซ็นคนหนึ่งของแมนฯ ยูฯ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีดีเอ็นเอ เดินหน้า ถอยไม่เป็น และสู้ยิบตาจนนาทีสุดท้าย ในอดีต รอย คีน คือศูนย์กลางของทีมที่ไม่เคยยอมแพ้ บอกตรงๆ ว่า ถ้ากลับชาติมาเกิดในทีมนี้ รับรองว่า เฮียได้ไล่ตบกบาลนักเตะติดแอ็กชุดนี้เรียงตัว พวกมรึงโดนแน่! 

 

เอริค คันโตน่า:อีกหนึ่งกัปตันผู้เกรียงไกร และมีคาแรกเตอร์ โหด มัน ไม่มีฮา ถ้ารอย คีนเป็นนักรบผู้ดุเดือด นักเตะผู้มีนิกเนมว่า ก็องโต้ ก็ไม่ต่างอะไรจากจอมทัพผู้ไม่เคยกลัวใคร ในอดีตเคยกระโดดถีบแฟนบอลคู่แข่งข้างสนามมาแล้ว คันโตน่าคือจอมทักษะ และมีพรสวรรค์ในการพลิกเกมสูง ซึ่ง! นักเตะชุดนี้ไม่มีอะไรแบบนี้เล้ยยยยย!

 

 

พาร์ค จีซอง:ทำไมถึงอยากให้นักเตะสัญชาติเกาหลีคนแรกของสโมสรกลับชาติมาเกิด? เพราะนี่คือนักเตะกองกลางที่วิ่ง วิ่ง และวิ่ง! วิ่งยิ่งกว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอแมนฯ ยูฯ ซะอีก ฮึ่ยย! พาร์คขยันโคตรๆ ซึ่งการวิ่งพล่านไล่บอลของพาร์ค ไม่ได้เลื่อนลอยเหมือนใครบางคน (จะใครบางคนทำไม ก็บอกไปเลยว่า ไม่ได้วิ่งเลื่อนลอยเหมือน เจสซี่ ลินการ์ด) คือพาร์คมีดีกว่านั้น เพราะเมื่อไรที่คู่แข่งเสียบอล เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสต่อจากนั้นได้ทันที ไม่ยิงเอง ก็ส่งให้เพื่อนยิง เฮ้อ! ไม่เหมือนใครบางคน

 

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ & รุด ฟาน นิสเตลรอย:ขอมัด 2 กองหน้านี้รวมกันไปเลย ขอร้องละ!  เพราะนักเตะแมนฯ ยูฯ ชุดนี้ ต้องถามว่า กองหน้าคืออะไร? อองโตนี่ มาร์กซิยาล ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? มาร์คัส แรซฟอร์ด ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? แต่แฟนผีผู้หลงอดีตทั้งหลายจะรู้ดีว่า ชื่อ รุด ฟาน นิสเตลรอย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 2 คนนี้การันตีว่าโหดจริงไรจริง ยิงได้ทุกสเต็ป ไม่มีโยกๆ สับๆ บอลให้เวียนหัว เรียกว่าของจริงไม่ต้องท่ามาก ได้บอลแล้วยิงเลย เข้าใจป่ะ?!

 

เดวิด เบ็คแฮม:ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดวิด เบ็คแฮม ชื่อนี้การันตีเรื่องการเปิดบอลที่โคตะระแม่นยำ สมัยรุ่งๆ กับแมนฯ ยูฯ บอลจากด้านขวาของทีมมีประสิทธิภาพเอามากๆ นับไม่ได้ว่าได้ประตูจากลูกโยนในลักษณะนี้มาเท่าไร เอาว่านับไม่ถ้วน! นี่คือเทพแห่งการเปิดบอลที่ยังมีลมหายใจ และยังหานักเตะคนไหนในทีมแมนฯ ยูฯ วันนี้ทำได้เสมอเหมือน ลองไปเชิญเบ็คกลับมาช่วยเปิดบอลไหม เชื่อดิว่าแม่นกว่านักเตะชุดนี้ทั้งทีมชัวร์!

 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา:นักเตะผู้เป็นเฮดโค้ชของทีมในปัจจุบัน แต่ในอดีต โซลชาคือเทพเจ้าตัวสำรองของทีม สามารถลงมาเสกประตูให้ทีมครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นตัวสำรองที่บันดาลให้เกมของแมนฯ ยูฯ พลิกไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า ใครที่ยังจำนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลแชมเปี้ยนลีก ปี 1999 ได้ ก็เป็นโซลชานี่แหละ ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ยิงประตูชัยคว้าถ้วยแชมป์ให้กับทีม ภาพตัดฉับมาดูทีมชุดนี้ อะไรคือตัวสำรองแห่งความหวัง ไม่มี๊! มีแต่ตัวจริงที่น่าจับไปนั่งเป็นตัวสำรองทุกตัว! เฮ้อ! ต้องทำบุญ แก้กรรม หรืออาบน้ำมนต์วัดไหน  ผีถึงจะกลับมาไฉไลได้สักที สาธุ!


ดูข่าวต้นฉบับ

 

กระชากมิตร !! รวมแข้งทีมดัง โดนสังเวยช่วงโปรแกรมปรีซีซั่น

ก่อนจะเปิดฤดูกาลหลายทีมมักมีโปรแกรมกระชับมิตร(pre season)ด้วยกันทุกทีม ยิ่งเป็นทีมใหญ่ๆ ก็จะออกทัวร์ไกลในต่างแดน ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนเอเชียจะมี ญี่ปุ่น, จีน, สิงคโปร์ฯ ส่วนที่ทวีปอเมริกา แดนลุงแซมมักจะดึงดูดทีมใหญ่ๆในรายการ ICC CUP เพราะจะเชิญทีมใหญ่ๆเข้ามา และในรายการนี้ยังใส่เงื่อนไขให้แต่ล่ะทีมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ใน 11 ตัวจริง เพื่อดึงดูดผู้ชมทั้งในสนาม และการดูถ่ายทอดสด

บทความฟุตบอล – กระชากมิตร !! รวมแข้งทีมดังสังเวยช่วงโปรแกรมปรีซีซั่น

ปรีซีซั่น

ก่อนจะเปิดฤดูกาลหลายทีมมักมีโปรแกรมกระชับมิตร(pre season)ด้วยกันทุกทีม ยิ่งเป็นทีมใหญ่ๆ ก็จะออกทัวร์ไกลในต่างแดน ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนเอเชียจะมี ญี่ปุ่น, จีน, สิงคโปร์ฯ ส่วนที่ทวีปอเมริกา แดนลุงแซมมักจะดึงดูดทีมใหญ่ๆในรายการ ICC CUP เพราะจะเชิญทีมใหญ่ๆเข้ามา และในรายการนี้ยังใส่เงื่อนไขให้แต่ล่ะทีมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ใน 11 ตัวจริง เพื่อดึงดูดผู้ชมทั้งในสนาม และการดูถ่ายทอดสด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pre season injuries madrid

นอกจากนี้การที่มีโปรแกรมก่อนจะเริ่มสู้ศึกจริง ทำให้นักเตะหลายคนพยายามที่จะงัดฟอร์มการเล่นให้เข้าตากุนซือ เพื่อจะยึดตัวจริงหลังเปิดซีซั่น รวมถึงแข้งนักเตะรายใหม่ ที่จะใช้โอกาสนี้ในการปรับตัวของเพื่อนร่วมทีม และเรามักจะเห็ฯนักเตะอายุน้อยได้รับโอกาสให้เล่นเคียงข้างรุ่นพี่ในทีม ตรงนี้เองที่ทำให้นักเตะหลายคนค่อนข้างจริงจังเกมที่เราเรียกว่า”กระชับมิตร”

ทว่าความเป็นจริงมักจะมีอีกมุมหนึ่งเสมอ นั่นก็คือมุมมืดของเกมปรีซีซํ่น กับอาการบาดเจ็บที่หากมาตอนนี้ ใครเจอเขาก็ยากที่จะทำใจไหว หากเจ็บแค่ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก ก็คงไม่เป็นปัญหามากนัก แต่หากบาดเจ็บหนักจนส่งผลกระทบต่อการลงเล่นในช่วงเกมการแข่งขันจริง เหมือนกับที่เราเห็น มาร์โก้ อเซนซิโอ ต้องผ่าตัดเข่า เพราะบาดเจ็บจากจังหวะที่พยายามแย่งบอล จาก โอบาเมยัง ในเกมกระชับมิตรที่อเมริกา โดยคาดกันว่าเจ้าตัวจะต้องพักยาวถึง 9 เดือน ทั้งนี้ในเกมดังกล่าวเจ้าตัวเล่นได้อย่างโดดเด่นและคาดว่าจะเป็นตัวหลักของทีมในปีนี้ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pre season injuries

เรายังอยู่กับนักเตะลาลีกา ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งอย่าง ชูเอา เฟลิกซ์ กองหน้าแอตเลติโก มาดริด  ที่เพิ่งย้ายเข้ามาด้วยค่าตัว 120 ล้านยูโร ทว่าอดีตแข้งของเบนฟิก้า ประเดิมสนามนัดแรกในเกมอุ่นเครื่องได้เพียง 27 นาทีเท่านั้น และต้องถูกเปลี่ยนตัวออกหลังได้รับอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ทางฝั่งแชมป์ยุโรป ลิเวอร์พูล แม้จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันรายการใหญ่ แต่นักเตะของพวกเขาก็ยังถูกสังเวยไป 2 ราย คนแรกคือดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดในหลายเกมหลังอย่าง ยาสเซอร์ ลารูซี ที่เจ้าตัวโดนทางนักเตะ เซบีย่า โชริส ญาญง วิ่งตามมาหวดขาจนกระเด็นลงไปกอง เล่นต่อไม่ไหว และตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะพักมากน้อยแค่ไหน ส่วนอีกรายอย่าง นาธาเนียล ไคลน์ แบ็กขวาลิเวอร์พูล ก็ดวงแตก ประสบปัญหาบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าต้องพักนานถึง 6 เดือน ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่ารายต่อไปโชคจะตกเป็นของแข้งดังไหนที่ต้องบาดใจในเกมกระชับมิตร

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ จาดอน ซานโช่ จิอันลุย ดอนนารุมมา มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์ มาร์คัส แรชฟอร์ดลูก้า โยวิช วินิเชียส จูเนียร์ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แฟรงกี้ เดอ ยอง ไค ฮาแวร์ทซ์


10-อันดับยอดเยี่ยม-300x157.jpg

อันดับที่ 10 ลูก้า โยวิช

 “ลูก้า โยวิช” กองหน้า ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต สัญชาติเซอร์เบีย

มูลค่าทางการตลาด 55 ล้านปอนด์
เขามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมมากใน บุนเดสลีกา มีส่วนสำคัญพา ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึก ยูโรปา ลีค “โยวิช” วัย 21 ปี เป็นหนึ่งในสามประสานในแดนหน้า เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นอายุน้อยที่สามารถทำประตูได้เป็นจำนวนมากในลีค ท็อป 5 ของยุโรป “โยวิช” ไม่ได้แข็งแกร่งหรือมีความเร็ว แต่เขามีสัญชาตญาณที่ดีในกรอบเขตโทษ และมีการจบสกอร์ที่เยือกเย็นแม่นยำ นอกจากนี้เขายังวิ่งลงมาช่วยแนวรับในการสกัดบอล ณ ปัจจุบันนี้ “โยวิช” ได้ย้ายไปเป็นนักเตะของ ริลมาดริดแลด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร หรือประมาณ 57 ล้านปอนด์

 

อันดับที่ 9 มาร์คัส แรชฟอร์ด

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

“มาร์คัส แรชฟอร์ด” กองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมชาติอังกฤษ อายุ 21 ปี

มูลค่าทางการตลาด 100 ล้านปอนด์
“มาร์คัส แรชฟอร์ด” ได้รับการยอมรับในฐานะตัวเลือกแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดตัวด้วยวัยเพียง 18 ปี จากการเป็นฮีโร่ทำไป 2 ประตู ในเกมพบ อาร์เซน่อล ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 และอีกซัดไป 1 ประตู ในเกมที่ อังกฤษ พบ ออสเตรเลีย ช่วงเดือน พฤษภาคม 2016 เขาเป็นผลผลิตจาก อะคาเดมี่ ยูไนเต็ด “แรชฟอร์ด” นั้นมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

 

อันดับที่ 8 จิอันลุย ดอนนารุมมา

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

“จิอันลุย ดอนนารุมมา” นายประตู เอซีมิลาน ทีมชาติ อิตาลี อายุ 20 ปี

มูลค่าทางการตลาด : นายประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก
เป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้รักษาประตูวัย 20 ปี เขาอยู่มา 4 ฤดูกาลกับ เอซี มิลาน ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นผุ้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นครบ 100 นัดในลีก กัลโช่ เซเรียอา

อันดับที่ 7 แฟรงกี้ เดอ ยอง

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

“แฟรงกี้ เดอ ยอง” กองกลาง อาแจ็กซ์ ทีมชาติ ฮอลแลนด์ อายุ 21 ปี

มูลค่าทางการตลาด 66 ล้านปอนด์
“เดอ ยอง” เป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้ตื่นเต้นที่สุดวงการฟุตบอล เขาสามารถเล่นบอลด้วยความสนุกสนาน และชอบเล่นในพื้นที่แคบๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นคนพิเศษกว่าใคร คือ การเลี้ยงบอลติดเท้ากับมีความเร็ว โดย “เดอ ยอง” โด่งดังมาจากการเลี้ยงบอลหลบ “ลูก้า โมดริช” ได้สำเร็จ ช่วงเดือน เมษายน ที่ผ่านมา

อันดับที่ 6 วินิเชียส จูเนียร์

เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับเรอัลมาดริด

“วินิเชียส จูเนียร์” กองหน้ากึ่งปีก เรอัล มาดริด ทีมชาติ บราซิล อายุ 18 ปี

มูลค่าทางการตลาด ประมาณ 124 ล้านปอนด์
เป็นนักเตะที่มีความสามารถหลากหลาย มีทั้งครองบอลที่ดี มีพลังมีความสมดุลที่ยอดเยี่ยมเสมือน “โรนัลโด้” (บราซิล) ตำแหน่งที่เขาถนัดนั้นคือ หน้าซ้าย

 

อันดับที่ 5 ไค ฮาแวร์ทซ์

 เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมัน ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับไบเออร์เลเวอร์คูเซิน และทีมชาติเยอรมนี

“ไค ฮาแวร์ทซ์” กองกลาง เลเวอร์คูเซ่น ทีมชาติ เยอรมัน อายุ 19 ปี

มูลค่าทางการตลาด 89 ล้านปอนด์
เป็นกองกลางแบบคลาสสิค(ดั้งเดิม) เป็นนักเตะที่พาบอลจากแดนกลางจ่ายไปให้ยังตัวรุกแบบจ่ายคิลเลอร์พาส เขาทำให้เกมแดนกลางมีความลื่นไหล สามารถเอาชนะแดนกลางของคู่แข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีการจ่ายบอลแบบเยือกเย็น มีวิสัยทัศน์

 

อันดับที่ 4 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษในตำแหน่งแบ็กขวา แต่สามารถเล่นตำแหน่งปีกและกองกลางตัวกลางได้ ปัจจุบันลงเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูล

“อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ทีมชาติ อังกฤษ อายุ 20 ปี

มูลค่าทางการตลาด 62 ล้านปอนด์
แบ็คขวา ลิเวอร์พูล รายนี้เกิดและโตที่เมืองแห่งนี้ เขาอยู่ชุดเยาวชนของสโมสร พบโดยแมวมองตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ในฐานะผู้เล่นที่มีพรสวรรค์มาก ตำนวนของลิเวอร์พูล สตีวี่จี ได้อธิบายว่า นักเตะหนุ่มรายนี้จะเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลอย่างแน่นอน ด้วยความรวดเร็ว ว่องไว ความแข็งแกร่ง เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ การพัฒนาในช่วงสองปีที่ผ่านมาทำให้เขาติดทีมชาติ

อันดับที่ 3 มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์

เดอ ลิคต์ เป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังคนแรกและคนเดียวที่คว้ารางวัลโกลเดินบอยมาครอง

“มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์”กองหลัง อาแจ็กซ์ ทีมชาติ ฮอลแลนด์ อายุ 19 ปี

มูลค่าทางการตลาด 71 ล้านปอนด์
การที่ “เดอ ลิกท์” สามารถนำทีม อาแจ็กซ์ เอาชนะ ยูเวนตุส ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมา เขาอายุเพียงแค่ 19 ปี แต่ได้เป็นกัปตันของทีม เขามีร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง โดยจะเห็นได้การกระทำทุกอย่างที่ผ่านมา เมื่อตอนเป็นเด็กนั้น เดอ ลิกท์ เก่งทั้งเทนนิสและฮ็อกกี้ เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน และมีความสามารถการเป็นผู้นำ แทบจะนึกชื่อไม่ออกเลยว่าใครกันเป็นกองหลังที่มีทั้งความสามารถและภาวะผู้นำเทียบเท่ากับเขาได้อีก

อันดับที่ 2 จาดอน ซานโช่

เจดอน มาลิก แซนโช เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งปีก ให้กับโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ และทีมชาติอังกฤษ

“จาดอน ซานโช” กองกลาง โบรุสเซีย ดอร์ทมุน ทีมชาติ อังกฤษ อายุ 19 ปี

มูลค่าทางการตลาด 100 ล้านปอนด์
นักเตะชาวอังกฤษวัย 19 ปี เริ่มต้นกับ วัตฟอร์ด เซ็นเขามาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนที่จะเสียเขาให้กับ แมนฯ ซิตี้ เมื่ออายุ 14 ปี แต่เนื่องจากขาดโอกาสการลงเล่นทำให้เขาย้ายออกจาก เรือใบสีฟ้า ไปยัง ดอร์ทมุน ช่วงซัมเมอร์ 2017 เขาได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมจนยึดตัวจริงได้ ด้วยฟอร์มทั้งในทีมชาติและสโมสรมันสุดยอดมาก และเขาเป็นหนึ่งดาวรุ่งที่หลายๆสโมสรต้องการมากที่สุดในยุโรป

อันดับที่ 1 คิลิยัน เอ็มบัปเป้

เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าให้กับสโมสรฟุตบอลปารีส

“คิลิยัน เอ็มบัปเป้” กองหน้า PSG ทีมชาติ ฝรั่งเศส อายุ 20 ปี

มูลค่าทางการตลาด 222 ล้านปอนด์
เขาสร้างชื่อตอนอยู่ทีม โมนาโก เมื่อ 2 ปี ที่แล้วซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016-17 เขาเข้าร่วมทีม PSG ตอนซัมเมอร์ ปี 2017 พร้อมกับ “เนย์มาร์” เป็นหนึ่งในดาวเด่นในฟุตบอลโลกปี 2018 กับฝรั่งเศส มีฟอร์มที่สุดยอดใน ลีกเอิง มีฝีเท้าที่น่ากลัว ทักษะช่างน่าเหลือเชื่อทั้งสกิลการเลี้ยงบอลและการจบสกอร์ หัวหอกปารีส ถนัดที่จะเล่นในตำแหน่งหน้าซ้ายมากกว่าที่จะเล่นในตำแหน่งหน้าเป้า

4 นักเตะที่คาดว่าผีแดงจะดึงมาร่วมทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมชื่อดังในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ต้องเปลี่ยนแผนในการซื้อตัวนักเตะใหม่ หลังจากที่ทีมพลาดโอกาสที่จะไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะนอกจากรายได้ที่ลดลงไปแล้ว ความน่าสนใจจากนักเตะดัง ๆ ก็น้อยลง ไปดูกันว่า 4 นักเตะที่มีโอกาสมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีใครบ้าง

21-2แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมชื่อดังในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ต้องเปลี่ยนแผนในการซื้อตัวนักเตะใหม่ หลังจากที่ทีมพลาดโอกาสที่จะไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะนอกจากรายได้ที่ลดลงไปแล้ว ความน่าสนใจจากนักเตะดัง ๆ ก็น้อยลง ไปดูกันว่า 4 นักเตะที่มีโอกาสมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีใครบ้าง

บรูโน่ เฟอร์นันเดส มิดฟิลด์จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน วัย 24 ปี ย้ายไปร่วมทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยมูลค่า 8.5 ล้านยูโร พร้อมออปชั่นค่าฉีกสัญญาสูงถึง 100 ล้านยูโร เป็นกำลังหลักของทีมในทันทีกับสถิติการลงเล่น 33 นัดกับ 11 ประตู

อิดริสซ่า กาน่า เกย์ กองกลางตัวรับเอฟเวอร์ตันและทีมชาติเซเนกัล วัย 29 ปี ย้ายมาจากแอสตัน วิลล่าด้วยค่าตัว 8.5 ล้านยูโร ลงเล่นในกับเอฟเวอร์ตันไปแล้วทั้งหมด 34 นัดในฤดูกาลนี้

ดีแคลน ไรซ์ นักฟุตบอลชาวอักฤษ อายุ 20 ปี เล่นได้ทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและกองกลางตัวรับให้กับเวสต์แฮมยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นหนแรกกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2 ปีติด

ยูรี ตีเลอมันส์ เป็นนักฟุตบอลชาวเบลเยียม อายุ 22 ปี ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ โดยสัญญายืมตัวมาจากโมนาโก และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยลงสนามให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ 12 นัดยิงไป 3 ประตูกับ 4 แอสซิส

ชีวิตที่พลิกผัน !! เกิดอะไรขึ้นกับ”พ่อมดน้อยแห่งแอนฟิลด์” สู่”ผู้ร้ายที่คัมป์นู”

บทความฟุตบอล – ชีวิตที่พลิกผัน !! เกิดอะไรขึ้นกับ”พ่อมดน้อยแห่งแอนฟิลด์” สู่”ผู้ร้ายที่คัมป์นู”

บทความฟุตบอล – ชีวิตที่พลิกผัน !! เกิดอะไรขึ้นกับ”พ่อมดน้อยแห่งแอนฟิลด์” สู่”ผู้ร้ายที่คัมป์นู”

แบบบบไฮไลทฟุตบอล-11-600x314

ผู้เป็นที่รัก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ทำทุกอย่างเพื่อรั้งเธอ

“คนไม่มีใจ รั้งไว้ก็เท่านั้น”ประโยคนี่ได้ยินอาจจะนึกถึง ความรัก หนุ่มสาว แต่เมื่อพูดกับแฟนหงส์แล้วเปิดหน้า คูตินโญ่ เปล่าเลย! นี่คือการกล่าวถึงเหตุการณ์แสนจะเจ็บปวด แฟนหงส์หลายคนเปิด เฟสบุ๊ค หรือสื่อโซเชียลใดๆ ก็ตามแล้วเห็นพาดหัวที่ว่า คูตินโญ่ ขอขึ้นบัญชีย้ายทีม คงจะใจสลายไปตามๆกัน แน่นอนในวันนั้นเขาคือคนสำคัญ เยอร์เก้น คล็อปป์ พยายามทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวเขา คุณจะเอาอะไรล่ะ สัญญาใหม่พร้อมค่าเหนื่อย หรือจะเป็นคำสัญญาที่จะให้คุณเป็นศูนย์กลางของทีมในอนาคต จนถึงการไว้เนื้อเชื่อใจแม้ในวันที่เขาคิดลาจาก กุนซือผู้ใส่แว่นหนา ที่มีรอยยิ้มเสมอกับนักเตะของเขา พร้อมมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้เจ้าตัว แต่นั่นแหละย้อนไปอ่านข้อความข้างบน ท่านๆ จะรู้ว่า คล็อปป์ ทำเต็มที่แล้วในการรั้งตัว คูตี้ สุดท้ายทีมเข้าใจว่าเขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง สมมุติเขาอยู่ที่นี่เขาจะเป็นดั่งพ่อมดน้อยของแฟนบอล มีโอกาสเป็นตำนาน และมีรูปปั้นประดับไว้ตรงมุมไหนสักที่หนึ่งของสนาม แต่นั่นคือเรื่องสมมุติ

ความฝัน…

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ coutinho barcelona

หากหลับตาฝันมักสวยงาม แต่เมื่อลืมตาคือความจริง


“แต่ฝันลําเอียง ไม่เหมือนความจริง ทิ้งเราให้หลงในภวังค์” โอ้เพลงนี่ชั่งไพเราะ คูตินโญ่ คือนักเตะที่โชคดีที่สุดในโลกในช่วงเวลาที่เขาย้าย และกำลังใส่เสื้อสีเลือดหมูน้ำเงิน มือพลางเซ็นสัญญา สายตาของเขาเห็นแต่นักข่าว หูของเขาได้ยินเสียงแฟลต ส่วนจินตนาการน่ะหรอ ผมเดาได้เลยว่าคือแฟนบอล เพื่อนร่วมทีม และความสำเร็จ ซึ่งในที่สุดสิ่งที่เขาฝันมันเกิดขึ้นจริงๆไม่มีใครเถียงได้ คุณจะเอาอะไรอีกเมื่อเป็นนักเตะอเมริกาใต้ และได้เล่นให้กับสโมสรโปรด ได้เล่นกับนักฟุตบอลที่ถูกยกให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ได้เล่นให้กับเหล่ากองเชียร์ที่มีมากเกือบถึง 1 แสนคน แต่คุณจะต้องไม่ลืมว่าค่าตัวที่สามารถซื้อประเทศเล็กๆได้ ความคาดหวังจากแฟนบอล และสิ่งที่คุณจะได้รับในยามที่คุณล้มลง มันไม่เหมือนกับที่ คูตินโญ่ เคยได้รับจาก ลิเวอร์พูล

ปิดหู ปิดตา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ coutinho barcelona fan

แต่มิอาจปิดใจ

“ฟางเส้นสุดท้าย ตะวันบ่ายคล้อยลงมา”ปิดท้ายด้วยเพลงที่สุดแสนจะคลาสสิคสักนิสส แฟนบอล(บางคน)คงจะไม่ถูกใจสิ่งนี้ หากเห็นอดีตนักเตะที่เขารักทุกข์ทน แน่นอนตอนนี้เด็กหงส์อาจจะลืมไปบ้างแล้วแหละว่าเขาเคยทำเราเจ็บจี๊ดๆ แต่สิ่งที่อดีตขวัญใจมหาหงส์ กำลังเผชิญอยู่คือการไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป ทุกอย่างที่เขาทำ ทุกการคาดหวังที่มีมากมาย บริษัทบาร์เซโลน่า ต้องการผลประกอบการจากนักเตะคนนี้ มากกว่าที่ลิเวอร์พุลต้องการจากเขา เมื่อแฟนบอลโห่ให้คุณ ทั้งๆที่ทีมกำลังขึ้นนำคู่แข่งอยู่ 3-0 นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป และความอดทนสุดท้ายของทั้งแฟนบอล และอาจจะรวมไปถึงผู้บริหารบางคน รับไม่ได้กับสิ่งที่ คูตินโญ่ แสดงฝีเท้า และอาการต่างๆที่สื่อว่าเขากำลังไม่พอใจ อาจจะต้องยืมใช้ประโยคแรก เอามาดัดแปลงสักติ๊ด “อยู่ไปก็เท่านั้น หากเธอไม่มีใจ” Buena suerte Philippe.