ลูกยิงฟรีคิกของ เดวิด เบ็คแฮม ที่ไม่มีใครทำตามได้!

เบ็คแฮม เขายิงในเกมลีกที่เป็นฟรีคิก 18 ประตู ซึ่งถือว่ามากที่สุดตลอดกาล ทำไมฟรีคิกของ เดวิด เบ็คแฮม ถึงไม่มีใครทำตามได้เลย

David Beckham ทุกคนรู้ดีนี่คือซุปเปอร์สตาร์อันดับต้นๆ เป็นขวัญใจของแฟนบอลในยุคทศวรรษ 90 ต่อยุค 2000 หรือว่าเป็นเบอร์ 1 ในการยิงลูกฟรีคิก นี่คือเครื่องหมายการค้า นักเตะคนสำคัญที่ทำให้ผู้คนจดจำ เบ็คแฮม

นอกจากภาพลักษณ์รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการอยู่แล้ว เขายิงใน พรีเมียร์ลีก ในเฉพาะที่เป็นฟรีคิก 18 ประตู ซึ่งถือว่ามากที่สุดตลอดกาล ถ้ารวมตลอดทั้งชีวิตการค้าแข้งแล้วเขายิงฟรีคิกทั้งหมดไปถึง 66 ประตูเลยทีเดียว เป็นอันดับที่ 5 ของโลก โดยตามหลังอันดับที่ 1 เพียง 11 ประตูเท่านั้น โดยจะสรุปคราวๆต่อการยิงฟรีคิกของเจ้าตัวได้ 3 ข้อดังนี้

1. แม็กนัส เอฟเฟ็ค magnus effect

ค้นพบโดย เฮนริค กุสตาฟ แม็กนัส ซึ่งเป็นนักวิจัยชาวเยอรมัน โดยอธิบายว่าเมื่อลูกบอลหมุนแหวกผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว จะดึงอากาศที่อยู่รอบลูกบอลหมุนไปด้วย และในขณะที่ลูกบอลหมุนอากาศที่เคลื่อนที่ผ่านรอบ ลูกบอลซีกหนึ่งจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น อีกซีกหนึ่งสวนทางกัน และไม่สามารถจะคาดเดาทิศทางได้ว่าพุ่งไปข้างไหน โดยวิถีโค้งลูกนี่คือคำอธิบายของคำว่า แม็กนัส เอฟเฟ็ค

วิธีการยิงของ เบ็คแฮม เปรียบเทียบกับคนอื่นที่ใช้แบบหลังเท้ายิงลูกโค้ง หรือเป็นรูปแบบเหมือนกันแต่ใช้ข้างเท้าด้านในในการปั่นโค้ง และเขาทำดีมาก มันเป็นบริบทของคำว่า แม็กนัส ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แน่นอนว่า Beckham ถ้าเราจำได้ดีเลยไม่ว่าจะเป็นการยิงมาโชว์ต่อหน้าในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือว่ายิงทีมชาติกรีซ ในสีเสื้อสิงโตคำราม

เขามีการวิเคราะห์ออกมาโดยเฉพาะในประตูที่ยิงกับกรีซมีความเร็ว 80 ไมล์ต่อชั่วโมง ก็ประมาณ 128 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากระยะ 27 เมตร ยิงออกไปด้านข้างขวา 2 เมตร และเนื่องด้วยจากปริมาณการหมุนครับช่วงระยะทางบอลครึ่งหลังลดความเร็วลงทันทีเหลือ 42 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พูดง่ายๆว่าพอแรงปั่นโค้งหมุนได้ที่ปุ๊บผ่านครึ่งทางไปบอลมันจะลดระดับความเร็วลงแล้วก็เสียบเสาอย่างสวยงาม

2. ท่ายิง

ทุกคนจะจำไม่ดีว่าท่ายิงของเขามันดังถึงขั้นว่า เขาสามารถเอาท่านี้ไปจดเป็นลิขสิทธิ์ของตัวเอง และทางผลิตภัณฑ์เจ้าใหญ่อย่าง Adidas มีสินค้าของตัวเองออกมาเป็นรูปธรรม เนี่ยสิ่งที่เขาพยายามทำอยู่เสมอคือ หาจุดลงตัวให้กับตัวเอง วิธีการยิงเริ่มต้นด้วยการวางบอล และถอยออกมาประมาณ 6-9 ก้าว จากนั้นจะยืนเฉียงเป็นมุม 45 องศา แล้วก็จะวิ่งเข้าหาบอลจากองศานี้ ในจังหวะที่วิ่งเข้าหาบอลจะไม่ใช้ความเร็วมาก

หลังจากนั้นวางเท้าข้างที่ไม่ถนัดให้ห่างจากบอลราว 5-6 นิ้ว ซึ่งในขณะดังกล่าวเขาจะเหวี่ยงแขนเป็นวงกลมด้วย แบบเป็นเอกลักษณ์เลย เข้าไปวางเท้าซ้ายหากจะบอลสัก 5-6 นิ้ว ยกแขนซ้ายตีวงขึ้นมา เพื่อเป็นแรงหนุนในการผลักตัวเองส่งในการยิงลูกปั่นโค้ง

ก่อนที่เท้าโดนบอล เขาจะเอียงตัวเล็กน้อย และใช้ข้างเท้าด้านในสัมผัสบอลเท่านั้น ส่วนหัวเข่าจะหยุดการเคลื่อนไหว ในขณะที่ไหล่และหลังจะเอียงไปข้างหลัง เป็นท่าที่ค่อนข้างแปลกประหลาดเลยทีเดียว ก่อนที่จะซัดเต็มเหนียวใส่ลูกบอล

เป็นท่าที่เอกลักษณ์ที่ทำให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นในการยิงฟรีคิกของเขา มีการวิจัยออกมา เซบาสเตียน ลาร์สสัน เป็นนักเตะทีมชาติสวีเดน ที่เคยเล่นให้กับ Arsenal, birmingham เป็นหนึ่งในคนที่พยายามเลียนแบบวิธีการยิงฟรีคิกของ เบ็คแฮม แต่เขาก็ไม่สามารถทำตามได้

3. ลักษณะทางกายวิภาคของร่างกาย

ตั้งแต่ เดวิด เบ็คแฮม ย้ายมาอยู่ เรอัล มาดริด มีการตรวจร่างกายแบบแบบจริงจัง ถึงไปค้นพบคำว่าเขามีขาข้างซ้ายยาวกว่าขาข้างขวา คนนึงที่ออกมายืนยันเรื่องนี้ชื่อว่า แมต คาร์เร เป็นผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านวิศวกรรมกีฬาแห่งมหาวิทยาลัย เขาบอกว่า

“สิ่งที่เราค้นพบคือเขาเตะตรงด้านข้างของลูกบอลเพื่อให้มันหมุนออกด้านข้างและและเกิดเป็นลูกโค้ง แต่เขาสามารถจัดระเบียบเท้าของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ทำให้บอลหมุนไปด้านหน้าเพื่อลอยสูงและมุดลง”

“เขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์มากในวิธีที่ใช้เท้าสัมผัสกับบอล มันแทบจะเหมือนเขาตีบอลในวิธีเดียวกับที่นักเทนนิสทำ” ซึ่งมันทำให้คนทั่วไปไม่มีคุณสมบัติในข้อนี้ และไม่สามารถเลียนกันแบบได้

สรุป การยิงฟรีคิกของ เบ็คแฮม

ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ หากคนๆนั้นๆยังมีขาทั้งสองข้างที่ยังยาวเท่ากัน แต่อย่างไรก็ตามนอกจากทั้งสามข้อนี้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือทัศนคติของนักเตะเอง เบ็คแฮม ใช้ความพยายามฝึกซ้อมยิงลูกฟรีคิกวันละร้อยๆลูกต่อวัน นอกเหนือจากเวลาซ้อมปรกติของทีม ซึ่งมันก็ส่งผลให้เจ้าตัวประสบความสำเร็จอย่างมากมายตามที่ทุกคนรู้กัน

รวมนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลเชื่อว่าฟอร์มดีกว่ารุ่นน้องล้านเท่า!

รวมนักเตะแมนฯ ยูฯ ที่แฟนบอลเชื่อว่าฟอร์มดีกว่ารุ่นน้องล้านเท่า!
“กูทนไม่ไหวล้าววววว!” อดิสรณ์ ถึงกับยอมพูดไม่สุภาพลงโซเชี่ยล เมื่อเห็นฟอร์มของทีมขวัญใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นออกมาได้บรมห่วย! อดิสรณ์ เป็นบรรณาธิการข่าวแห่งสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งย่านวิภาวดีรังสิต เขาตามเชียร์แมนฯ ยูฯ มาตั้งแต่ราวๆ ปี 1992 สมัยที่ใครๆ ก็รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งเพียงใด โดยเฉพาะลูกยิงของ เอริค คันโตน่า ที่ขยับตัวถอยๆๆๆๆ แล้วซัดประตูดับทีม เอ่อม ทีมลิเวอร์พูล จนหงายเก๋ง ในรอบชิงชนะเลิศบอล เอฟเอ คัพ ปี 1996 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปอย่างสะใจฝุดๆ

“มึงมันหลงอดีต!” สันทัด เพื่อนสนิทของอดิสรณ์ ตอกย้ำเพื่อนของเขา ว่าให้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักที แต่โทษทีเถอะ สันทัดคนนี้  อาชีพนักเขียนไส้แห้ง แถมไส้ติ่งก็เตรียมจะอักเสบ เรื่องของเรื่องเพราะเครียด! ดูแมนฯ ยูฯ เตะเมื่อไรแล้วปวดตับปวดม้าม ลามไปยันไส้ติ่ง อีตาคนนี้ก็เป็นติ่งแมนฯ ยูฯ มา 20 กว่าปีพอๆ กัน ตอนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ของแมนฯ ยูฯ วางมือในปี 2013 สันทัดยังเชื่อว่า แมนฯ ยูฯ จะไม่ตกต่ำ ที่ไหนได้ ทุกวันนี้อย่าใช้คำว่า ตกต่ำ ใช้คำว่า ห่วย ยังไม่สาแก่ใจ!

ผ่านมา 5-6 ปี หลังป๋าเฟอร์กี้ลงจากตำแหน่งเฮดโค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนคนผีเข้าผีออก ไม่อยู่กับร่องรอย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อยากจับนักเตะไปอาบน้ำมนต์ทั้งทีม ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา เล่นได้น่าเบิร์ดกบาลเรียงตัว เอ้า! ไหนๆ ก็หลงอดีต ติดกับความยิ่งใหญ่อยู่แล้ว 2 เพื่อนซี้ อดิสรณ์ & สันทัด เลยออกมาไหว้เจ้าที่หน้าบ้าน โอมเพี้ยง! ถ้าองค์นักเตะแมนฯ ยูฯ ในอดีตจะกลับมาชาติมาเกิดในทีมนี้ได้ พวกผมขอละ เอาไอ้พวกนี้กลับมาเล่นหน่อยได้ไหม เผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น!

 

รอย คีน:อดีตกองกลางผู้เกรียงไกร เป็นกัปตันทีมจอมเดือด นี่คือนักเตะที่เป็นลายเซ็นคนหนึ่งของแมนฯ ยูฯ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีดีเอ็นเอ เดินหน้า ถอยไม่เป็น และสู้ยิบตาจนนาทีสุดท้าย ในอดีต รอย คีน คือศูนย์กลางของทีมที่ไม่เคยยอมแพ้ บอกตรงๆ ว่า ถ้ากลับชาติมาเกิดในทีมนี้ รับรองว่า เฮียได้ไล่ตบกบาลนักเตะติดแอ็กชุดนี้เรียงตัว พวกมรึงโดนแน่! 

 

เอริค คันโตน่า:อีกหนึ่งกัปตันผู้เกรียงไกร และมีคาแรกเตอร์ โหด มัน ไม่มีฮา ถ้ารอย คีนเป็นนักรบผู้ดุเดือด นักเตะผู้มีนิกเนมว่า ก็องโต้ ก็ไม่ต่างอะไรจากจอมทัพผู้ไม่เคยกลัวใคร ในอดีตเคยกระโดดถีบแฟนบอลคู่แข่งข้างสนามมาแล้ว คันโตน่าคือจอมทักษะ และมีพรสวรรค์ในการพลิกเกมสูง ซึ่ง! นักเตะชุดนี้ไม่มีอะไรแบบนี้เล้ยยยยย!

 

 

พาร์ค จีซอง:ทำไมถึงอยากให้นักเตะสัญชาติเกาหลีคนแรกของสโมสรกลับชาติมาเกิด? เพราะนี่คือนักเตะกองกลางที่วิ่ง วิ่ง และวิ่ง! วิ่งยิ่งกว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอแมนฯ ยูฯ ซะอีก ฮึ่ยย! พาร์คขยันโคตรๆ ซึ่งการวิ่งพล่านไล่บอลของพาร์ค ไม่ได้เลื่อนลอยเหมือนใครบางคน (จะใครบางคนทำไม ก็บอกไปเลยว่า ไม่ได้วิ่งเลื่อนลอยเหมือน เจสซี่ ลินการ์ด) คือพาร์คมีดีกว่านั้น เพราะเมื่อไรที่คู่แข่งเสียบอล เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสต่อจากนั้นได้ทันที ไม่ยิงเอง ก็ส่งให้เพื่อนยิง เฮ้อ! ไม่เหมือนใครบางคน

 

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ & รุด ฟาน นิสเตลรอย:ขอมัด 2 กองหน้านี้รวมกันไปเลย ขอร้องละ!  เพราะนักเตะแมนฯ ยูฯ ชุดนี้ ต้องถามว่า กองหน้าคืออะไร? อองโตนี่ มาร์กซิยาล ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? มาร์คัส แรซฟอร์ด ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? แต่แฟนผีผู้หลงอดีตทั้งหลายจะรู้ดีว่า ชื่อ รุด ฟาน นิสเตลรอย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 2 คนนี้การันตีว่าโหดจริงไรจริง ยิงได้ทุกสเต็ป ไม่มีโยกๆ สับๆ บอลให้เวียนหัว เรียกว่าของจริงไม่ต้องท่ามาก ได้บอลแล้วยิงเลย เข้าใจป่ะ?!

 

เดวิด เบ็คแฮม:ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดวิด เบ็คแฮม ชื่อนี้การันตีเรื่องการเปิดบอลที่โคตะระแม่นยำ สมัยรุ่งๆ กับแมนฯ ยูฯ บอลจากด้านขวาของทีมมีประสิทธิภาพเอามากๆ นับไม่ได้ว่าได้ประตูจากลูกโยนในลักษณะนี้มาเท่าไร เอาว่านับไม่ถ้วน! นี่คือเทพแห่งการเปิดบอลที่ยังมีลมหายใจ และยังหานักเตะคนไหนในทีมแมนฯ ยูฯ วันนี้ทำได้เสมอเหมือน ลองไปเชิญเบ็คกลับมาช่วยเปิดบอลไหม เชื่อดิว่าแม่นกว่านักเตะชุดนี้ทั้งทีมชัวร์!

 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา:นักเตะผู้เป็นเฮดโค้ชของทีมในปัจจุบัน แต่ในอดีต โซลชาคือเทพเจ้าตัวสำรองของทีม สามารถลงมาเสกประตูให้ทีมครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นตัวสำรองที่บันดาลให้เกมของแมนฯ ยูฯ พลิกไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า ใครที่ยังจำนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลแชมเปี้ยนลีก ปี 1999 ได้ ก็เป็นโซลชานี่แหละ ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ยิงประตูชัยคว้าถ้วยแชมป์ให้กับทีม ภาพตัดฉับมาดูทีมชุดนี้ อะไรคือตัวสำรองแห่งความหวัง ไม่มี๊! มีแต่ตัวจริงที่น่าจับไปนั่งเป็นตัวสำรองทุกตัว! เฮ้อ! ต้องทำบุญ แก้กรรม หรืออาบน้ำมนต์วัดไหน  ผีถึงจะกลับมาไฉไลได้สักที สาธุ!


ดูข่าวต้นฉบับ