3 ตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูลต้องปรับ เมื่อคู่แข่งจับทางได้

3 ตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูลต้องปรับ เมื่อคู่แข่งจับทาง อาวุธใหม่ของหงส์แดงได้!!

การเป็นแชมป์ถือว่ายากแล้ว แต่การรักษา และป้องกันแชมป์นั้น โคตะระยากกว่า เชื่อเถอะครับว่าเด็กหงส์แดงเห็นสัจธรรมนั้นแบบเต็ม 2 ลูกกะตา การแพ้ ตราหมี ในฐานะแชมป์เก่า ยูซีแอล ถัดมาอีกนิด กับ วัตฟอร์ด ที่เล่นเอาว่าที่แชมป์ลีกไปไม่เป็น หมดลุ้นถ้วยทอง แพ้ 3-0 ไล่มาโดน เชลซี ถีบร่วง เอฟเอ คัพ แม้จะใช้ชุดผสม แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง

เห็นอะไรบางอย่างแล้วหรือยัง จริงๆ 3 เกมที่แพ้ จาก 4 เกมหลังนี่ ไม่ใช่สัญญาณเตือนอะไรหรอก เพียงแต่ทีมเคยตกอยู่ในสถานการณ์ “เกือบตาย”มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังมี “พี่ดวง” ที่ช่วยให้โชค ชนะในเกมที่ควรจะเสมอ หรือแพ้ แต่สำหรับเดือนแห่งความรัก พัดข้ามมาเดือน มีนาคม เราเห็นแล้วใช่ไหมว่า คู่แข่งเริ่มรู้ว่าจะเล่นกับทีม ลิเวอร์พูล ผู้เกรียงไกรเยี่ยงไร

ชื่อกุนซือ ไม่มีใครสงสัย คล็อปป์ ระดับโลก ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว ผู้รักษาประตูโคตรจะเพอร์เฟ็ค นี่ก็ระดับโลกเช่นกัน แต่วันนี้เราจะมาปรับ และปลี่ยนตัวผู้เล่นเอ้าฟิวด์ อย่างล่ะ 1 ตำแหน่ง ที่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าเข้ามาจะเปลี่ยน ลิเวอร์พูล ได้แบบดีดนิ้วเดียวของธานอสได้เลย

ควรจะต้องกราบหลายๆ ทีกับ ฟานไดค์ ในช่วง 1-2 ปีหลังที่เจ้าตัวเข้ามายกระดับทีม แต่อย่าลืมว่าเขาก็คือคน เพราะฉะนั้นจะให้แบกมันทุกเกมคงไม่ไหว ต้องมีเหนื่อยล้าบ้าง แต่หงส์แดง จำเป็นต้องมีแข้งระดับเดียวกันกับเขา ที่เรียกว่า ศีล บารมี เสมอกัน

ชักลาร์ โซยุนชู – เลสเตอร์ ซิตี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โซยุนชู ฟานไดค

หงส์แดงมีบทเรียนมาแล้ว ถือว่าราคาแพงกับการ จ่ายน้อยแต่จ่ายถี่ ซื้อมาทีต้องลุ้นว่าจะใช้งานได้ไหม แต่กับ ฟานไดค์ จ่ายหนักจัดเต็ม และรู้เรื่องเปลี่ยนแปลงได้ทันที ในครั้งนี้ก็ควรจะทำเช่นนั้น สำหรับแนวรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกไม่นานเขาจะเป็นระดับโลกแน่ๆ และมีทีมใหญ่อีกแน่ๆ ที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม 1 ในนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีกของหงส์แดง ที่ดูเชิงด้วยการยื่น 38 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,520 ล้านบาท) ก่อนจะโดน จิ้งจอก ปัดทันควัน แน่นอนว่าการยื่นไปด้วยราคานั้นไม่ได้เป็นการหวังจะได้ตัว เพราะมูลค่าของเจ้าตัวน่าจะถูกประเมินไว้ถึง 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,280 ล้านบาท) แต่การลองเชิงยื่นไปเป็นเหมือนกันประกาศว่า หน้าร้อนเดี่ยวเฮียกลับมาใหม่

ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานะที่ดีจริงๆ เมื่อตอนนี้ ซิตี้ ถูกผลกระทบกับ ฟีฟ่า เรื่องเงินๆ ทองๆ และหากหงส์แดงอยากจะลดภาระของ ฟานไดค์ และ อลิสัน กองหลังเลือดไก่งวงวัย 23 ปี เหมาะสมเหลือเกิน ณ เวลานี้

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – นอริช ซิตี้

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์

เจ้าหนูร่างผอมบาง แต่พิษสงร้ายกาจนักน่ะ คือแข้งแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ในปีหน้า ลิเวอร์พูล จะไม่มี อดัม ลัลลานา ที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความสามารถ แต่ด้วยอายุ บวกกับความฟิต และอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถจะอยู่ช่วยทีมยามที่ทีมต้องการ แน่นอนว่าเขามีชื่อในม้านั่งตัวสำรองแทบจะทุกเกม เพราะฉะนั้นเขาสำคัญ และต้องมีคนมาแทนแน่ๆ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ชื่อนี้ดีเหลือเกินนอกจากอายุยังน้อย ฝีเท้าไม่ต่างกับ ลัลลาน่า ในช่วงพีคๆ บอลติดเท้าดีแท้ ไปกับบอลได้ดี สร้างโอกาสปั่นป่วน พละกำลังดี ปรับเรื่องร่างกายอีกนิด วิ่งฉิวแน่นอน

ที่สำคัญตอนนี้ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองเรื่องราคาได้มากนัก เพราะทีมกำลังจะกระเด็นตกชั้น การขายได้ราคาที่น่าพอใจยังไงก็ต้องปล่อย เพราะเด็กคนนี้มีอนาคตเหลือเกิน แน่นอนว่าค่าตัวของเขาหากไม่มีคู่แข่งอื่นที่จะใจกล้าบ้าทุ่ม มันจะอยู่ราวๆ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)

ติโม่ แวร์เนอร์ – แอร์เบ ไลป์ซิก

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ติโม่ แวร์เนอร์

ไม่มีกั๊กแล้ว ชั่วโมงนี้ 3 ประสานยังไงก็สำคัญกับ หงส์แดง ที่มนุษย์มักจะชอบแข่งขัน หากทั้ง 3 คนรู้ดีว่าถึงเกมถัดไปยังไงพวกเขาก็มีชื่อแน่ๆ เนื่องจากไม่มีคู่แข่งคนไหนจะมาชิงที่ 11 ตัวจริงไปได้ แต่หาก ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าคนบ้านเดียวกัน มองตากันก็เข้าใจอยู่ ของ คล็อปป์ ย้ายเข้ามาตาทุกสื่อที่เทคะแนนเสียงว่า “เสร็จหงส์แน่” 3 ผสานในแดนหน้า ปีหน้าอาจจะไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว เมื่อหากใครพลาด แวเนอร์ จะเสียบต่อทันที และดีกรีระดับนี้ พูดเลย สามารถเป็นตัวหลักได้ทุกทีมบนโลกใบนี้

บางทีดีลนี้อาจจะจบไปแล้ว ทั้ง 2 ทีมตกลงกันอะไรทำนองนี้ แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัด ที่รู้ๆ คือเจ้าตัวมีใจให้หงส์แบบสุดลิ่มทิ่มประตู หลังเลือก อันฟอล์ ทวิตเตอร์ของ ไลป์ซิก หลังโพสรูปตัวเขาตะลึงกับการที่ หงส์แดง แพ้ วัตฟอร์ด 3-0 โดยเจ้าตัวมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 58 ล้านยูโร (ประมาณ 1,972 ล้านบาท) และอาจจะแพงกว่านี้สักเล็กน้อย ไม่มีปัญหาสำหรับว่าทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก แน่นอน

สรุปดีลพรีเมียร์ลีกหน้าหนาว สเปอร์ส-แมนฯยู ส้มหล่น!?

เปิดความเคลื่อนไหวตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่ามีทีมใดกันบ้างในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เสริมทัพได้หน้าสนใจ เรามาติดตามกันเลยครับ

มาเริ่มที่ยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันครับ ไม่มีเสริม แต่มีปล่อยออกครับ อังเคลินโญ่ ให้ แอร์เบ ไลป์ซิก แบบยืมตัว

ต่อมาครับ ลิเวอร์พูล เปิดตัวเป็นทีมแรกๆเลยครับ ได้รับกระแสความสนใจเป็นอย่างมาก โดยดึง ทาคูมิ มินามิโนะ มาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยค่าตัวอยู่ที่ 7.25 ล้านปอนด์ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักจะชอบนักเตะจาก ซัลซ์บวร์ก เป็นส่วนตัวอยู่แล้ว และชอบนักเตะที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง โดยแข้งชาวเอเชียคนนี้สามารถเล่นได้ทั้งกองหน้าและตำแหน่งปีก

ลิเวอรืพูล

ทีมต่อไปครับ สิงห์บลู เชลซี ได้รับการปลดโทษแบนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ไม่ได้เสริมแข้งหน้าใหม่เลย แถมมีการปล่อยยืมตัวอีก 2 ราย แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ซบ แอสตัน วิลล่า (ยืมตัว) และ วิคเตอร์ โมเสส ซบ อินเตอร์ มิลาน (ยืมตัว) ก็เป็นที่หน้าเสียดายจริงๆครับที่ไม่ได้เสริมใครเลยแม้แต่คนเดียว

มาดูทีมของ น้ามูรินโญ่ กันบ้างครับ สเปอร์ส ที่มีเสริมมาหลักๆเลยก็ 2 คน ครับ คนแรก เจดซอน แฟร์นันด์ส จาก เบนฟิก้า ยืมตัว 18 เดือน พวงด้วยสัญญาซื้อขาด ส่วนอีกหนึ่งคนครับ เปิดตัวได้แจ่มแมวมาก สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 27 ล้านปอนด์ นัดแรกยิงทันทีครับ และคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกด้วย ถือว่าสุดยอดไปเลยครับ ต่อมาเป็น โจวานี่ โล เซลโซ่ สเปอร์ส ใช้ออปชั่นซื้อขาด 27 ล้านปอนด์

ส่วนขาออกก็มี คริสเตียน อีริคเซ่น ย้ายซบงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน 20 ล้านปอนด์ แดนนี่ โรส ซบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ยืมตัว)
ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ซบ เซาธ์แฮมป์ตัน (ยืมตัว)

บรูโน่

ต่อมาครับ ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ยืมมา 2 คน และยังไม่ได้ลงทั้ง 2 คน โดยมี ปาโบล มารี กองหลังจาก ฟลาแม็งโก้ (ยืมตัว) จ่ายค่ายืม 4 ล้านปอนด์พวงสัญญาซื้อขาดครับ ส่วนอีกหนึ่งคนครับคือ เซดริก โซอาเรส จาก เซาธ์แฮมป์ตัน และยังได้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ กลับจากสัญญายืมตัว จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด
ส่วนขาออกครับ เอมิล สมิธ โรว์ อาร์เซน่อลปล่อยให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (ยืมตัว)

มาถึงทีมใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสริมทัพด้วยกัน 3 ราย และปล่อยออก 2 คนด้วยกันครับ คนแรกที่ได้มาก็คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน 47 ล้านปอนด์ ลงเป็นตัวจริงประเดิมสนามกับ วูล์ฟแฮมป์ตันแล้วด้วยแต่ทำได้แค่เสมอกันไป 0-0 ครับ รอให้เวลาอีกสักระยะในการปรับตัว ส่วนรายต่อมาเป็นมือกาวดาวรุ่ง นาธาน บิชอป จาก เซาธ์เอนด์ (ไม่เปิดเผยค่าตัว) และคนล่าสุดที่รอเปิดตัวก็คือ โอเดียน อิกาโล่ จาก เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว (ยืมตัว)

แมนยูได้ปล่อยนักเตะออก ได้แก่ แอชลี่ย์ ยัง ซบ อินเตอร์ มิลาน (1.5 ล้านยูโร)

เบเน็ต

ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ มีเสริมแค่คนเดียวครับ จากปัญหาปราการหลัง เรดมอร์แกน ได้รับบาดเจ็บ ทาง ร็อดเจอร์ส เลยได้เสริม ไรอัน เบนเน็ตต์ จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แบบยืมตัว เพื่อความมั่นคงในเกมแดนหลัง

ก็จบลงไปแล้วนะครับสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา หวังว่าเพื่อนๆคงได้ประโยชน์จากบทความนี้นะครับ ไม่มากก็น้อย หากมีเนื้อหาใจความผิดพลาดประการใดก็ขอกราบอภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

เจาะทีมเลสเตอร์ แนวรับแกร่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณชั่วโมงนี้

ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้
ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

leicester-600x333.jpg

 

เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากบุกไปเอาชนะสโมสร ไบรท์ตัน คว้าสามแต้มสำคัญได้ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 13 ด้วยสกอร์ 0-2 ณ. สนาม แอแม็กซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งกุนซือใหญ่ เลสเตอร์ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เองยังต้องยกย่องให้เป็นสถานที่หนึ่งที่ยากต่อการมาคว้าชัยชนะกันเลยทีเดียว

   “สนามแห่งนี้เป็นสนามที่ยากต่อการมาเยือน​ คุณได้เห็นสถิติของไบรท์ตันแล้วว่าเป็นอย่างไร​ และเอาชนะใครได้บ้าง​​” กุนซือชาวไอร์แลนด์กล่าว

เกมเมื่อคืน เรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยนะครับ จากที่ได้รับชมเกมการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเยือน นกนางนวล ไบรท์ตัน ถึงถิ่น ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เซียนหรือกูรูของต่างประเทศทั้งหลายยอมรับว่ามีเกมรับที่แข็งแกร่งเหนียวแน่นอย่างมากยามที่ได้เล่นในบ้านของตัวเอง ยากที่จะเจาะไข่แดงในรังของนกนางนวล

แม้แต่ยอดทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  ยังโดน ไบรท์ตัน ถล่มมาแล้ว 3-0 เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา แต่จะมีเกมรับดีขนาดไหน จิ้กจอกสยาม ก็บุกไปเอาชนะมาได้ถึง 0-2 โดยต้องยกความดีความชอบให้แก่ความทุ่มเท่อย่างหนักของเหล่านักเตะทุกคน ทั้งในและนอกสนาม เกมแมตช์นี้แข้ง เลสเตอร์ โดนเล่นเอาเบาะซ้ำหลายราย

⇒ ทีเด็ด หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน

ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอนนี่ อีแวนส์ รับบทเป็นตัวแท็งค์ให้แก่ทีม หากใครได้ดูเกมเมื่อคืนต้องยอมรับว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงอายุย่างเลข 3 แต่มีการอ่านเกมที่ดีพร้อมบวกกับประสบการณ์มากมาย และมีความเก๋าอยู่พอตัว ทำเอากองหน้าไบรท์ตันไปไม่เป็นเหมือนกัน

จอนนี่ อีแวนส์ เกิดมีอาการบาดเจ็บ เล่นไม่จบ 90 นาที โดย ร็อดเจอร์ส ต้องเปลี่ยนตัวออก ส่งกองหลังร่างยักษ์ เวส มอร์แกน ลงไปแทนในนาทีที่ 62 ดูเหมือนว่า มอร์แกน ยังจูนไม่ลงตัวสักเท่าไหร่ สกัดบอลพลาดหลายจังหวะเหมือนกับจะลงมาปั้นดาวเตะตุรกี คากลาร์ โซยุนคู อย่างเดียวเลย

คากลาร์ โซยุนคู กองหลังทีมชาติตุรกี ได้พิสูจน์ตัวเองให้นายใหญ่ของเขาประจักษ์ในฝีเท้าตัวเองพร้อมแสดงความเป็นผู้นำออกมาด้วย โดยเวลาที่เหลือเขาไร้ อีแวนส์ ต้องมายืนเซนเตอร์คู่กับ มอร์แกน โดยไร้ปัญหา ถือว่ามีฟอร์มที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆในทุกๆนัด และช่วยให้ต้นสังกัดเก็บคลีนซีทติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ของเกมในลีกผู้ดี

โซยุนคู

ส่วนกองหลังค่าตัวระดับโลกทั้งสองคนอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ เวอร์กิล ฟานไดจ์ค จะไม่พูดถึงก็กระไรอยู่ ทั้งคู่ผมยอมรับว่าเป็นนักเตะที่เล่นตำแหน่งกองหลังจัดว่าอยู่อันดับต้นๆของโลก แม็คไกวร์ ของแมนเสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่นเหมือนตอนที่อยู่กับทีมเก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ต้องให้เวลาเขาปรับตัวเข้าทีม ปีศาจแดง สักหน่อยและให้โอกาสโค้ชน้าลูกอมสักพัก

ส่วน ฟานไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล ผมให้เขายังยืนหนึ่งอยู่ในใจ แต่…ด้วยคิวการเตะที่เยอะของ หงส์แดง ในซีซั่นนี้ผมกล้าคาดเดาได้เลยว่าเขาเล่นไม่จบฤดูกาลนี้แน่นอน (จากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

  ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้

ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

สรุป

จากการวิเคราะห์ดูแล้ว ปัจจัยอันดับต้นๆเลย คือแผนการทำทีมหรือรูปแบบการเล่นของ ร็อดเจอร์ส ครับ ที่ทำให้นักเตะทุกคน 11 ตัวจริง ช่วยกันหมด ไม่มีใครอู้เลยสักคน สาเหตุนี้จึงทำให้ เลสเตอร์ ไม่ว่าจะเปลี่ยนใครลงมาเล่นแทนตำแหน่งไหนก็ตาม จะไม่มีผลกระทบจนทำให้ทีมถึงกับรวน