กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

เมื่อมองไปยัง 4 ทีมดังทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือว่าประสบการณ์ในปีก่อน รวมถึงชื่อชั้นนั้นยกระดับให้ทีมจากอังกฤษดูมีภาษีขึ้นมามากโข ทั้ง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ รวมถึง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เจ้าของแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ล้วนแล้วแต่มีของพร้อมปล่อยใส่ทุกทีมทั่วยุโรป ทว่าเราต้องมาดูคู่แข่งของพวกเขาว่าจะมีทีมไหนบ้าง

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โถ 1: ลิเวอร์พูล (แชมป์เก่า) , เชลซี (แชมป์ยูโรปา ลีก) , บาร์เซโลน่า, แมนฯ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

โถ 2: เรอัล มาดริด, แอต.มาดริด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, อาแจ็กซ์/อาโปเอล, เบนฟิก้า

โถ 3: โอลิมปิก ลียง, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ซัลซ์บวร์ก, โอลิมเปียกอส/คราสโนดาร์, คลับ บรูช/แอลเอเอสเค ลินซ์, บาเลนเซีย, อินเตอร์ มิลาน,ดินาโม ซาเกร็บ/โรเซนบอร์ก

โถ 4: โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก , ยัง บอยส์ / เรดสตาร์ เบลเกรด , เกงค์ , กาลาตาซาราย ,ไลป์ซิก , สลาเวีย ปราก , อตาลันตา , ลีลล์

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โดยเงื่อนไขแรกที่ต้องรู้คือ ทั้ง 4 ทีม จะไม่เจอกันเองภายใต้เงื่อนไขสโมสรจากประเทศเดียวกัน จะไม่พบกันเองในรอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก โดยหากมองแบบนี้มีเพียงแค่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมเดียวที่หลุดโถแรก เพราะฉะนั้นพวกเขามีโอกาสสุงมากที่จะเจอ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4 ทีมแชมป์จาก 4ลีกใหญ่ เว้นแต่คนจับจะมือพาเฮง พวกเขาก็จะได้โถ1 เป็น เซนิตฯ

ส่วนอีก 3 ทีมที่อยู่ในโถแรก ก็ใช่ว่าจะยินดีปรีดาได้มากนัก เพราะหากมามองดูสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ทีมใดทีมหนึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี จะต้องประสบพบเจอก็คือพวกเขาจะอยู่ร่วมกลุ่ม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน และ ไลป์ซิก

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

ทว่าหากมองให้ดี โถ2 ใช่จะมีแต่ เจ้าของโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” 13 สมัย เพียงเท่านั้นที่พอจะเป็นฝันร้ายให้ 3 ทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เพราะนอกจากนั้นแล้วยังมีทั้ง แอต.มาดริด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และยังต้องรอลุ้นทีมม้ามืดอย่าง อาแจ็กซ์ อีกทีม

เพื่อลุ้นแชมป์ต่อ! วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล สมควรทุ่มเงินช็อปแข้งดังซัมเมอร์นี้หรือไม่

ในฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ใน พรีเมียร์ลีก ก็มีลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบฉิวเฉียดแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดทั้งซีซั่นพวกเขายังแพ้ในลีกแค่นัดเดียวด้วย

เพื่อลุ้นแชมป์ต่อ! วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล สมควรทุ่มเงินช็อปแข้งดังซัมเมอร์นี้หรือไม่
by siamsport

ในฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ใน พรีเมียร์ลีก ก็มีลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบฉิวเฉียดแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดทั้งซีซั่นพวกเขายังแพ้ในลีกแค่นัดเดียวด้วย

เรื่องดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่าขุมกำลังชุดนี้ของ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากๆ และต่อให้ไม่ซื้อแข้งดังมาร่วมทีมก็น่าจะแข็งแกร่งพอสำหรับการไล่ล่าความสำเร็จมากกว่าเดิมแล้ว แต่บางคนก็แสดงความเห็นว่าพวกเขายังจำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะฝีเท้าดีแบบที่พร้อมใช้งานทันทีมาร่วมทีมอยู่

ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะเสริมทัพด้วยแข้งดังหรือไม่มีโอกาสสูงที่จะส่งผลกับฤดูกาล 2019-20 ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งวันนี้เราจะมาลองวิเคราะห์กันว่าในแต่ละตำแหน่งนั้น ลิเวอร์พูล ควรจะต้องซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพรึเปล่า

– ผู้รักษาประตู
เรียกได้ว่านี่เป็นตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล ไม่จำเป็นต้องเครียดมากนัก อลีสซง เบ็คเกอร์ มีฝีมือดีระดับต้นๆ ในตำแหน่งนี้จนสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้อยู่แล้ว ส่วนตัวสำรองอย่าง ซิมง มิโญเล่ต์ ก็มีประสบการณ์สูงจนพอจะเป็นมือ 2 ของทีมได้ และต่อให้เขาจะย้ายออกจากทีม “หงส์แดง” ก็แค่ไปซื้อคนที่พอจะเป็นมือสองของทีมได้มาร่วมทัพก็พอ ซึ่งมันก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องเสียเงินมากมายอะไร หรือถ้าจะดันดาวรุ่งขึ้นมาก็ยังได้

– กองหลัง
เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเซนเตอร์แบ็กระดับโลกแบบไร้ข้อกังขา และถ้าจะยกให้เขาเป็นกองหลังตัวกลางที่เก่งที่สุดของโลกในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลยอะไร นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ก็ยังมีตัวเลือกอย่าง โจ โกเมซ ที่ฤดูกาลก่อนทำผลงานได้ดีก่อนที่จะเจ็บหนักด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังมีตัวเลือกอย่าง โฌแอล มาติป กับ เดยัน ลอฟเรน อีกต่างหาก แถมพวกเขาก็เพิ่งได้เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก มาร่วมทีมด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้เซนเตอร์แบ็กแทบจะล้นทีมแล้ว แถมต่อให้ไม่นับ ฟาน ไดค์ แต่ทั้ง โกเมซ, มาติป และ ลอฟเรน ก็ยังมีฝีเท้าในระดับที่พอจะเป็นตัวจริงได้ทั้งหมดเหมือนกัน

ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองข้างนั้น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาชาวอังกฤษ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายชาวสกอตต์ต่างก็มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมจนไม่จำเป็นต้องไปหานักเตะระดับ 5 ดาวในตำแหน่งนี้มาร่วมทีม ถ้าจะมีสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการหาคนที่พอจะเป็นแบ็กอัพให้ทั้งคู่ได้ เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีแบ็กซ้ายตามธรรมชาติคนอื่นนอกจาก โรเบิร์ตสัน เลย ส่วนแบ็กขวาก็มีแค่ นาธาเนียล ไคลน์ ที่ส่อแววไม่มีอนาคตกับทีมอยู่แล้ว

– กองกลาง
ขุมกำลังชุดปัจจุบันของ คล็อปป์ มีพวกมิดฟิลด์ประเภทตัวรับ และคนคอยคุมจังหวะตรงกลางสนามที่เก่งๆ หลายคน อย่างเช่น ฟาบินโญ่, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ เจมส์ มิลเนอร์ ในทางกลับกัน เกือบตลอดทั้งฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูล ขาดประเภท “กองกลางตัวรุก” ที่ดี

กว่าที่ คล็อปป์ จะพอมีนักเตะในตำแหน่งนั้นที่ทำผลงานได้น่าพอใจก็ต้องรอถึงช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล จากการที่ นาบี เกอิต้า ดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวกับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ดีขึ้น ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเมื่อถูกดันขึ้นหน้ามากกว่าเดิม

ถ้าเกิด เกอิต้า และ เฮนเดอร์สัน รักษาระดับการเล่นแบบนั้น หรือพัฒนาฟอร์มขึ้นมาได้ ลิเวอร์พูล ก็จะมีตัวเลือกในตำแหน่งกองกลางตัวรุกที่มากพอ เพราะพวกเขาจะได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางและปีกกลับมาใช้งานด้วย แต่คำถามก็คตือ คล็อปป์ พร้อมที่จะเสี่ยงกับปัจจัยที่ว่านั้นมากแค่ไหน

แน่นอน ถ้าเกิดทั้ง 3 คนที่ว่าทำผลงานได้ดีมันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้มันก็อาจจะส่งผลกับทีมได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเกิด ลิเวอร์พูล จะดึงกองกลางตัวรุกชื่อดังที่สร้างสรรค์เกมเก่งๆ มาร่วมทีมสักคนมันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีพอตัว

– กองหน้า
คล็อปป์ ฝากฝังความหวังในการทำประตูเอาไว้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ มาตั้งแต่ฤดูกาล 2017-18 แล้ว ซึ่งทั้งคู่ก็ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา จากการยิงประตูได้เยอะสุดๆ ในฐานะปีกกึ่งกองหน้าตัวริมเส้น โดยในตำแหน่งนี้ว ลิเวอร์พูล ยังมีอะไหล่ชั้นยอดอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ ด้วย

การที่ทั้ง ซาลาห์ และ มาเน่ ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำส่งผลให้ คล็อปป์ ไม่ค่อยกังวลมากนักกับการหา “กองหน้าตัวเป้าอาชีพ” โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ ดิว็อค โอริกี้ อาจจะถูกระบุเป็นกองหน้าตัวกลางตามเว็บไซต์ต่างๆ แต่เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้เป็นหัวหอกตัวเป้าตามธรรมชาติ ถึงกระนั้น รายของ ฟีร์มีโน่ ก็ยังทำผลงานได้ดีพอตัวจนทำให้ คล็อปป์ ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตในการซื้อกองหน้าตัวเป้าเท่าไหร่ ส่วน โอริกี้ ก็เล่นได้โดดเด่นในช่วงท้ายซีซั่นล่าสุด จนดูเหมือนพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญให้ทีม

นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังมี ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าตัวเป้าดาวรุ่งที่กำลังรอโอกาสของเขาอย่างใจจดใจจ่ออยู่เช่นกัน ทำให้ดูแล้วการเสริมทัพในตำแหน่งแนวรุกจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเท่าไหร่

สรุป : จุดเดียวที่ ลิเวอร์พูล อาจจะสมควรทุ่มเงินซื้อแข้งดังมาร่วมทีมคือมิดฟิลด์ตัวรุก ยกเว้นว่า คล็อปป์ พร้อมที่จะเชื่อใจในตัว เกอิต้า, เฮนเดอร์สัน และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ส่วนที่เหลือแค่หาฟูลแบ็กตัวสำรองมาร่วมทีมสัก 2 คนก็น่าจะเพียงพอต่อการปิดตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว หรือถ้าเกิดสถานการณ์ที่ มิโญเล่ต์ บอกลาทีม ก็แค่หานายทวารระดับแค่เป็นอะไหล่มาร่วมทีมก็พอ

แบบนี้ก็ได้หรา! เดอะ ค็อป เซ็ง เมสซี่ ตุกติกก่อนยิงฟรีคิกในชปล.

แทคติกระดับมาสเตอร์พีซ! สาวก เดอะ ค็อป เม้าท์สนั่นหลัง ลิโอเนล เมสซี่ แอบตุกติกในการยิงฟรีคิกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

แทคติกระดับมาสเตอร์พีซ! สาวก เดอะ ค็อป เม้าท์สนั่นหลัง ลิโอเนล เมสซี่ แอบตุกติกในการยิงฟรีคิกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

 

3105311248fc8019286080631b4cbc51.jpeg

ลิโอเนล เมสซี่ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์คลาสของเขา เมื่อจงใจเลื่อนบอลให้มาอยู่ตรงกรอบประตูลิเวอร์พูลมากขึ้นอีกนิดก่อนยิงฟรีคิกสุดงดงามให้บาร์เซโลน่าขึ้นนำลิเวอร์พูล 3-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

หลุยส์ ซัวเรซ เป็นคนทำประตูแรกและเป็นการยิงทีมเก่าในช่วงครึ่แรก ก่อนที่เมสซี่จะมาทำคนเดียว 2 ประตูในครึ่งหลัง และโดยเฉพาะในลูกที่ 2 ที่เป็นประตูที่ 600 กับบาร์เซโลน่าของเขานั้นเป็นการยิงฟรีคิกระยะ 35 หลาในนาทีที่ 82

01294eff64b648d26a64896dfac4d42d.jpeg

เมสซี่ และ บาร์ซ่า สร้างความได้เปรียบในเกมแรกนี้ได้อีกมหาศาล ทั้งๆ ที่ตอนที่ยิง ฟรีคิกระยะ 35 หลา นั้น ไม่มีใครคิดว่าเขาจะสามารถยิงประตูผ่าน อลิสซอน นายทวารค่าตัวแพงของลิเวอร์พูลไปได้ แต่มีนักข่าวคนนึงได้สังเกตเห็นว่า เมสซี่ แอบทำอะไรบางอย่างก่อนจะเตะฟรีคิก โดยหลังจากโดน ฟาบินโญ่ ทำฟาล์ว บาร์ซ่าก็ได้ลูกตั้งเตะ โดยที่ฟาบินโญ๋โดนใบเหลือง ท่ามกลางสถานการณ์ตอนนั้นที่มีนักเตะเจ้าบ้านหลายรายเข้าไปรุมล้อมกรรมการบียอร์น คูเปอร์ส ด้วยความไม่พอใจที่ดาวเตะคนสำคัญของเขาโดนฟาล์วแบบนั้น ซึ่งงานนี้ก็ทำให้ซัวเรซได้ใบเหลืองจากการไปประท้วงครั้งนี้Screenshot (71).png

แต่ในขณะเดียวกัน เมสซี่ก็แอบตุกติกด้วยการเอาบอลมาวางในตำแหน่งที่ใกล้กับประตูและอยู่ในตำแหน่งตรงกลางกว่าตำแหน่งเดิมอีกนิดหน่อย แม้ว่าจะเป็นระยะไม่มาก แต่มันก็สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยโลกออนไลน์จับกลุ่มวิจารณ์เรื่องนี้ บางรายยังชี้ว่าลูกฟรีคิกลูกนั้นใกล้กับประตูมากกว่าจุดที่เกิดการฟาล์วแต่แรกเกือบ 5 หลาเลยทีเดียว และบางรายก็มองว่าเมสซี่ได้เลื่อนบอลให้มาอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา แถมยังตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเขายิงฟรีคิกในระยะที่เกิดการฟาล์วนั้น ซุป’ตาร์จากดาวดวงอื่นจะยิงเข้าหรือไม่????

5e4d77a2c7978db028f1ad484975d9a6.jpeg