บทสรุปปิดฉากไทยลีก 2019

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

4db1bce0cf67097cfd66a5270180a5f0รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 26 (ฤดูกาล 2019)

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 26 เดินทางมาถึงช่วงปลายซีซั่นแล้ว สัปดาห์นี้หัวตารางก็ลุ้นกันสนุกเหมือนเดิม โดยทางด้านของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแทนที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทัพปราสาทสายฟ้า พลาดท่าบุกไปแพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-3 ซึ่งเกมการแข่งขันเหลืออีกเพียง 4 นัดเท่านั้น ก็จะได้ทราบกันว่าจะเป็นทีมไหนที่คว้าแชมป์ไปครอง  ส่วนในสัปดาห์นี้ นักเตะคนไหนจะเข้าตาจนติดโผทีมยอดเยี่ยมบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

bacb1e04e6066f06c60a406fcd485e65.jpg

บทความฟุตบอล  ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 26 ฤดูกาล 2019

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 26 เดินทางมาถึงช่วงปลายซีซั่นแล้ว สัปดาห์นี้หัวตารางก็ลุ้นกันสนุกเหมือนเดิม โดยทางด้านของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแทนที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทัพปราสาทสายฟ้า พลาดท่าบุกไปแพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-3 ซึ่งเกมการแข่งขันเหลืออีกเพียง 4 นัดเท่านั้น ก็จะได้ทราบกันว่าจะเป็นทีมไหนที่คว้าแชมป์ไปครอง  ส่วนในสัปดาห์นี้ นักเตะคนไหนจะเข้าตาจนติดโผทีมยอดเยี่ยมบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

ฟุตบอลไทย ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

Photo : True Bangkok United

ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด  : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 7

ถึงแม้โอกาสลุ้นแชมป์ของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะยากลงไปเต็มทีแล้ว เพราะล่าสุดทำได้เพียงบุกไปเสมอกับ สมุทรปราการ ซิตี้ 1-1 ทำให้ตอนนี้เก็บได้เพียง 42 คะแนนเท่านั้น ตามหลังจ่าฝูงอยู่ถึง 8 แต้มด้วยกัน แต่ 1 แต้มที่ได้จากเกมนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับ ไมเคิล ผู้รักษาประตูชาวฟิลิปปินส์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูหลายครั้ง แต่ 1 ประตูที่เสียไปนั้น ถือว่าเกินความสามารถที่จะรับไว้ได้จริงๆ

กองหลัง

ฟุตบอลไทย ยู จุนซู ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

Photo :  Ratchaburi Mitr Phol FC

ยู จุน ซู : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 6.5

กองหลังชาวเกาหลีใต้ กลายเป็นกำลังสำคัญของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่ทีมขาดไม่ได้ไปแล้ว เกมนี้มีส่วนสำคัญในเกมรับ คอยกดดันแนวรุกของ ชลบุรี จนโชว์ฟอร์มไม่ออกกกันเลยทีเดียว และสามารถพาทีมเก็บสามแต้มได้สำเร็จ

โอ บัน ซอค : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 7

แข้งดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ รายนี้ เป็นนักเตะอีกรายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ยืนบัญชาเกมรับของทีมได้อย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้ยังขึ้นไปโขกประตูขึ้นนำให้กับทีมและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้

ปิยพล ผานิชกุล : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คะแนน 6.5

แข้งจอมเก๋าของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เกมนี้ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม คอยเก็บบอลจังหวะสวยๆได้หลายครั้ง ก่อนที่จัด 1 ประตูช่วยทีม ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูง

กองกลาง

ฟุตบอลไทย พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

Photo : Chiang Rai United FC

สตีเฟ่น ล็องจิล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 6.5

เกมนี้อาจจะไม่ได้บวกสกอร์ให้กับทีม แต่มีส่วนสำคัญกับชัยชนะ ซึ่งคอยปั่นป่วนแนวรับของ ชลบุรี เอฟซี ได้ตลอดทั้งเกม และพยายามสร้างสรรค์โอกาสการทำประตูอยู่หลายครั้ง นอกจากนี้ 2 ประตูที่เกิดขึ้นของทีม แข้งรายนี้ก็มีส่วนทั้งสิ้น

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คะแนน 7

เป็นปีที่โชว์ฟอร์มพีคอย่างต่อเนื่อง เกมนี้ พิธิวัตต์ เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ช่วยทีมได้มากทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากนี้ยังเป็นคนยิงประตูพาทีมขึ้นนำ 1-0 ได้อีกด้วย

สารัช อยู่เย็น : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 6.5

เพิ่งกลับมาจากรับใช้ทีมชาติ เกมนี้ก็ได้รับความไว้วางใจจาก กาม่า ให้ลงสนามเป็นตัวจริงต่อ และไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเลย สารัช คอยขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง และทำได้ดี ก่อนช่วยให้ทีมล้มจ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ

พรปรีชา จารุนัย : พีทีที ระยอง คะแนน 7

เกมนี้ พรปรีชา คอยสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นได้โดดเด่นมากๆ นอกจากนี้ยังมีการครอสบอลสวยๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะที่ช่วยให้พีทีที ระยอง ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน และจบด้วยการเก็บชัยชนะเหนือ สุพรรณบุรี เอฟซี ด้วยสกอร์ 2-0

กองหน้า

ฟุตบอลไทย แดร์เลย์ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

Photo : Muangthong United FC.

วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คะแนน 7

แนวรุกคนสำคัญของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นนักเตะที่มีความอันตรายมากๆ ในเกมนี้ วิลเลี่ยม คอยลากเลื้อยจนผู้เล่นของ ตราด เอฟซี ล้มไม่เป็นท่าไปหลายครั้ง นอกจากนี้ยังมีส่วนกับการทำประตูได้ถึง 2 ประตูอีกด้วย ถึงแม้จะไม่มีชื่อเป็นคนบวกสกอร์ แต่ขาดไปไม่ได้เลย

แดร์เลย์ : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 7

เริ่มปรับตัวเข้ากับบอลไทยได้ดีขึ้น เกมนี้ แดร์เลย์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างความอันตรายให้กับแนวรับของ บุรีรัมย์ ได้หลายครั้ง พร้อมกับทำไปได้ 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมเก็บชัยได้สำเร็จ

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คะแนน 7

ฟอร์มร้อนแรงไม่มีหยุดหย่อน ทำได้ดีทุกนัดที่ลงสนามเลยก็ว่าได้ เกมนี้ เฮแบร์ตี้ ยังเล่นได้อย่างโดดเด่น และสร้างความอันตราย คอยปั่นป่วนแนวรับบุรีรัมย์ ก่อนซัดประตูปิดกล่อง พาทีมล้มจ่าฝูง ได้สำเร็จ

5 สิ่งที่คุณอาจพลาดไปใน โตโยต้า ไทยลีก 2019

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ แม้ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ประกาศลาออกเพื่อรับผิดชอบผลงานไปแล้ว แต่ล่าสุดบุกไปแพ้ ชัยนาท ฮอร์นบิล 0-3 ลงไปรั้งตำแหน่งรองบ๊วยของตาราง นอกจากนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างในสัปดาห์ที่ผ่านมา ติดตามได้ที่นี่…

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ แม้ “โค้ชเบ๊”  ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ประกาศลาออกเพื่อรับผิดชอบผลงานไปแล้ว แต่ล่าสุดบุกไปแพ้ ชัยนาท ฮอร์นบิล 0-3 ลงไปรั้งตำแหน่งรองบ๊วยของตาราง นอกจากนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างในสัปดาห์ที่ผ่านมา ติดตามได้ที่นี่…

1.แต้มแรกของสิงห์ เชียงราย
เกมระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ปรับโปรแกรมมาแข่งขันที่สนามช้าง อารีนา เพื่อหนีฝุ่นควันที่ยังเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ โดยเกม 90 นาทีไม่มีประตูเกิดขึ้น เสมอกันไป 0-0
ผลเสมอในเกมนี้ก็ทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด บุกมาเก็บแต้มที่สนามแห่งนี้ได้เป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้ที่มาเยือน บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด 8 ครั้ง แพ้กลับออกไปทุกครั้ง

2.“กิเลนผยอง” ยังไม่ฟื้น
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มีการปรับทัพในตำแหน่งหัวเรือหลังจาก “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้า 5 เกมแรก เกมล่าสุด “กิเลนผยอง” ได้มอบหมายให้กับ  อุทัย บุญเหมาะ ผช.โค้ช เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชรักษาการณ์ของทีมไปก่อน โดยงานแรกของ “โค้ชทัย” คือการพาลูกทีมบุกไปเยือน “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล
โดยเกม 90 นาที เป็น “นกใหญ่พิฆาต”​ ชัยนาท ฮอร์นบิล เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า ก่อนจะเอาชนะไป 3-0 คว้าชัยชนะเป็นนัดแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้ ยังไม่ชนะใครเลยตลอด 5 นัดที่ผ่านมา

3.เชียงใหม่ ชนะเกมเยือน
อีกหนึ่งเกมที่ผลสกอร์ออกมาเซอร์ไพรส์ ก็คือเกมที่สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่าง “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี พบกับ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี และเป็นทีมเยือนที่บุกมาเฉือนเอาชนะ 2-1 โดยเจ้าถิ่นนำก่อนจาก มีโชค มหาศรานุกูล ก่อนที่ทีมเยือนจะยิงแซงสองลูกรวดจาก อาซัดซอย น.49 และ เอลิอันโดร กอนซากา น.61
เชียงใหม่ เอฟซี คว้าชัยชนะเกมเยือนเป็นนัดแรกของฤดูกาล ขณะที่สุพรรณบุรี เอฟซี แพ้ 2 เกมติดต่อกัน แถมเป็นการแพ้ให้กับ 2 ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาเล่นบนลีกสูงสุดครั้งแรก 

4.“ฉลามชล” ชนะ “แข้งเทพ” รอบ 6 นัด
ฟอร์มฮอตที่สุดของเกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ต้องยกให้กับ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่บุกไปเอาชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 4-2 เป็นการเอาชนะ “แข้งเทพ” ในรอบ 6 นัดหลังสุดที่เจอกัน โดยเป็นการแพ้ไปถึง 5 นัด ที่สำคัญ 4 นัดหลังสุดที่พบกันโดน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยิงไปถึง 18 ประตู กระทั่งเกมล่าสุดก็ชำระแค้นได้สำเร็จ
ความพ่ายแพ้เกมล่าสุดของ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทำให้พวกเขาไม่ชนะใคร 3 นัดติดต่อกัน พร้อมกับหล่นไปรั้งอันดับที่ 7 ของตารางโตโยต้าไทยลีกหลังจบสัปดาห์ที่ 6

5.สุโขทัย จอมเสมอ
“ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี กลายเป็นทีมจอมเสมอของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ไปแล้วหลังจากเสมอไป 5 เกมจากการลงสนาม 6 นัด โดยเกมล่าสุดบุกไปเสมอ “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง 0-0 ซึ่งสถิติการพบกันระหว่าง พีทีที ระยอง กับ สุโขทัย เอฟซี ตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ลงเอยด้วยการเสมอกันทุกครั้ง
โดยสุโขทัย เอฟซี เป็น 1 ใน 2 ของไทยลีกที่ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครร่วมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงของลีกในเวลานี้

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 1 (ฤดูกาล 2019)

ทีมยอดเยี่ยมนัดที่ 1 ฤดูกาล 2019

:: UFACASH :: ฝาก-ถอน โคตรไว ใน 2 นาที ::
สมัคร UFABET โดยตรงที่นี่ 
https://goo.gl/YaJ5bS

ศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ลงสนามฟาดแข้งกันไปเรียบร้อยแล้ว ในปีนี้ยังการันตีความมันส์เหมือนเดิม เพราะแค่นัดแรกก็มีการซัดแฮตทริกกันเกิดขึ้นแล้ว แฟนบอลไทยหลายคนรอเชียร์รอชมกันอยู่ก็หายคิดถึงกันไปบ้าง ส่วนในสัปดาห์แรก จะมีนักเตะคนไหนที่ิติดโผ 11 ผู้เล่นฟอร์มดีของเราบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

แซมมวล ป_ คันนิงแฮม

Photo : Nakhonratchasima FC

แซมมวล ป. คันนิงแฮม  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7

หลังจากที่พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ปีนี้ผู้รักษาประตูลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ก็ยังคงรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้  ถึงแม้ในเกมการแข่งขันจะโดนผู้เล่นจาก พีทีที ระยอง พยายามทำประตูใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รักษาประตูรายนี้ก็สามารถเซฟไว้ได้ทั้งหมด พร้อมรักษาคลีนชีตในนัดแรกไปได้อย่างสวยงาม

กองหลัง

ทริสตอง โด

Photo :  True Bangkok United

ทริสตอง โด : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คะแนน 7

ยังคงรักษาฟอร์มไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับแข้งลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส รายนี้ เกมนี้ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญอีกรายของแบงค็อก ที่คอยวิ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม พร้อมซัด 1 ประตูช่วยให้ทีมเก็บ 1 แต้มไว้ได้ในเกมบุกไปเยือนสุโขทัย

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว  : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7.5

กองหลังดีกรีทีมชาติไทยรายนี้ อาจจะดูไม่โดดเด่นมากนักในสนาม แต่ก็คุมเกมได้เป็นอย่างดีคอยเก็บกวาดบอลได้หลายครั้ง ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มแรกได้อย่างสำเร็จ

นัสตพล มาลาพันธ์  : พีที ประจวบ เอฟซี คะแนน 7

ช่วยเกมรับ ประจวบ ได้หลายครั้งมาก มีความโดดเด่นมากๆเมื่อบอลอยู่กับเท้า สกัดเกมรุกของเมืองทองได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสกัดบอล คอยกดดันแนวรุกของเมืองทอง ก่อนจะช่วยทีมเก็บชัยชนะนัดแรกได้

ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 7

เกมนี้ ศาสนพงษ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทำได้ดีทั้งในเรื่องของเกมรุกและเกมรับ นอกจากนี้ยังสร้างความอันตรายใหกับ ตราด เอฟซี ได้หลายครั้งเลยทีเดียว ถือเป็นอีกเกมที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัว พร้อมช่วยทีมเก็บสามแต้มไว้ได้สำเร็จ

กองกลาง

สุภโชค สารชาติ

Photo : BURIRAM UNITED

จอห์น บาจโจ้  : สุโขทัย เอฟซี คะแนน 7.5

แข้งรางจิ๋วยังคงเป็นกำลังสำคัญของ สุโขทัย เอฟซี พร้อมยังมีความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม มีบทบาทกับเกมรุกของทีมได้เป็นอย่างดี พร้อมหาโอกาสสร้างสรรค์ประตูได้อย่างต่อเนื่อง สุโขทัย เอฟซี จะขาด จอห์น บาจโจ้ ไม่ได้เลย 1 คะแนนล้ำค่าที่ได้มา ต้องชื่นชมแข้งรายนี้

สุภโชค สารชาติ  : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คะแนน 7

เป็นอีกเกมที่ฟอร์มของเขาน่าประทับใจซะเหลือเกิน โดยเกมนี้ สุภโชค จัดการซัดคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมเก็บหนึ่งแต้มในรังไว้ได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังคอยสร้างสรรค์เกมรุกได้หลายครั้ง จากฟอร์มในนัดแรกแสดงให้เห็นแล้วว่า สุภโชค จะกลับมาเป็นกำลังหลักของปราสาทสายฟ้าในฤดูกาล 2019 นี้ได้อย่างแน่นอน

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ : ชลบุรี เอฟซี คะแนน 7.5

กลายเป็นนักเตะหลักอย่างเต็มตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกองหน้ารายนี้ เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีดีแค่ไหน ในฤดูกาลที่ผ่านมา วรชิต กลายเป็นนักเตะไทยที่ทำประตูได้เยอะที่สุด ส่วนผลงานในนัดแรกนอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในประตูที่สอง หากรักษามาตรฐานแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ ชลบุรี จะเป็นอีกทีมที่ลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน

สตีเว่น ล็องชิล : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 8

เป็นนักเตะของ ราชบุรี ที่ฟอร์มดีไม่แพ้ผู้สังหารประตูเลยในเกมนี้ เพราะ สตีเวน ล็องชิล ก็ทำผลงานได้โดดเด่นเช่นกันพร้อมทั้งมีส่วนร่วมกับสองประตูที่เกิดขึ้นอีกด้วย

กองหน้า

ยานนิค โบลี

Photo : Ratchaburi Mitr Phol FC

ยานนิค โบลี : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี คะแนน 8

เพิ่งย้ายมาค้าแข้งในไทยลีกเป็นฤดูกาลแรก ก็สร้างชื่อจนกลายเป็นนักเตะที่หลายคนรู้จักทันที โดยเกมนี้ โบลี สวมบทฮีโร่ จัดการซัด 3 ประตู ช่วยให้ ราชบุรี มิตรผล ที่ตามหลังอยู่เก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ เป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นมากๆ นอกจากนี้ยังจารึกชื่อเป็นผู้เล่นรายที่ 6 ที่สามารถซัดแฮตทริก ได้ตั้งแต่นัดแรกเรียบร้อยแล้ว

 เลอันโดร อัสซัมเซา : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คะแนน 7.5

ยังเป็นฮีโร่ของ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี สำหรับ เลอันโดร อัสซัมเซา เพราะล่าสุดเขาจัดการซัดประตูช่วงท้ายเกม ช่วยให้ นครราชสีมา เก็บสามแต้มไว้ได้ ถือเป็นนักเตะที่ทีมพึ่งได้ในยามสถานการณ์คับขันเสมอ

สรุป ตลาดซื้อขายนักเตะ ไทยลีก 2019

อัพเดทตลาดซื้อ-ขายนักเตะไทยลีก 2019

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ย้ายเข้า :

– เจริง พลรถ (อาร์มี่ เอฟซี) *อาเซียน

ปล่อยออก :

– อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ย้ายเข้า :

– อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

– ทริสตอง โด (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

– พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

– เนลสัน โบนีญ่า (สุโขทัย)

ปล่อยออก :

– เมห์รดัด ปูลาดี้

การท่าเรือ เอฟซี

ย้ายเข้า :

–

ปล่อยออก :

–

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ย้ายเข้า :

–

ปล่อยออก :

– นาโออากิ อาโอยามะ

– เซลิโอ้ ซานโต๊ส

– พุทธิพงษ์ พรมลี

– ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อกฯ)

– พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ทรู แบงค็อกฯ)

– แจ็คสัน โคเอลโญ่

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ย้ายเข้า :

– พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

– บรินเนอร์ เฮนริเก้ (อุบล ยูเอ็มที)

– จอนาตา แวร์ซูร่า (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)

– เอกนิษฐ์ ปัญญา (*หมดสัญญายืมตัวจาก เชียงใหม่)

ปล่อยออก :

– ฉัตรชัย บุตรพรม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

– วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ (พีทีที ระยอง)

– ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร)

พีที ประจวบ เอฟซี

ย้ายเข้า :

– อันโตนิโอ แวร์ซูร่า (อุบล ยูเอ็มที)

– อิทธิพล แก้วเขียว (กระบี่ เอฟซี)

– สุพจน์ จดจำ (กระบี่ เอฟซี)

– มาเธอุส อัลเวส (ชลบุรี เอฟซี)

ปล่อยออก :

– สมพร ยศ (*หมดสัญญายืมตัวจาก เอสซีจี เมืองทองฯ)

– ควอน แด ฮี (โปลิศ เทโร)

– ลอนซาน่า ดุมบูญ่า

– ใหญ่ นิลวงศ์

– กฤษณนน ศรีสุวรรณ (*หมดสัญญายืมตัวจาก ราชบุรี มิตรผล)

– วันใหม่ เศรษฐนันท์ (เชียงใหม่ เอฟซี)

– เดชา สอาดโฉม

– อดิศักดิ์ กานู

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ย้ายเข้า :

– อมาดู อ๊อตตาร่า (ราชนาวี เอฟซี)

– เฮนรี่ ดุมเบีย (ชัยนาท ฮอร์นบิล)

– ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร (เอฟซี ชิอาสโซ่)

ปล่อยออก :

– เอกชัย ฤทธิพันธ์ (ชลบุรี เอฟซี)

– อันโตนิโอ พีน่า (ตราด เอฟซี)

– เนบอยซ่า มารินโควิช

– ชาห์เรล ฟีกรี (*หมดสัญญายืมตัวจาก PKNP)

– วิทยา หมัดหลำ (*หมดสัญญายืมจาก BGFC)

– ธัชกร เขียวสมบัติ

สมุทรปราการ ซิตี้

ย้ายเข้า :

– นพพล พลคำ (โปลิศ เทโร)

ปล่อยออก :

– ลูเคี่ยน อัลเมด้า (ชลบุรี เอฟซี)

– คิม แท ยอน

– อี วอน ยัง

– ฮิคารุ มิเนกิชิ

– อนุวัฒน์ อินยิน

ชลบุรี เอฟซี

ย้ายเข้า :

– ลูเคี่ยน อัลเมด้า (ชลบุรี เอฟซี)

– เอกชัย ฤทธิพันธ์ (นครราชสีมา มาสด้า)

– มาวูน่า อเมเวอร์ (ชาบับ อัล โฮซิม่า)

– ซิธู อ่อง (ยาดานาบอน) *อาเซียน

– ซอ มิน ตุน (ย่างกุ้ง เอฟซี) *อาเซียน

– วัฒนพงษ์ ตาบุดดา (อุบล ยูเอ็มที)

ปล่อยออก :

– มาเธอุส อัลเวส (พีที ประจวบ)

– ซีโร่ อัลเวส

– เนบิญี บายรัม

– คิม คยอง มิน

– นัสตพล มาลาพันธ์ (*หมดสัญญายืมตัวจาก บุรีรัมย์)

– ณภัทร ธำรงศุภกร

สุพรรณบุรี เอฟซี

ย้ายเข้า :

–

ปล่อยออก :

– เคลตัน ซิลวา (*หมดสัญญายืมจาก สิงห์ เชียงรายฯ)

– กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ (*หมดสัญญายืมจาก ราชบุรี มิตรผล)

– อรรถวิท สุขช่วย (*หมดสัญญายืมจาก BGFC)

– นพพล ปิตะฝ่าย (โปลิศ เทโร)

สุโขทัย เอฟซี

ย้ายเข้า :

– โจแอล ซามี่ (ราชบุรี มิตรผล)

– ฉัตรชัย นาควิจิตร (เจแอล เชียงใหม่)

– เอียน แรมซีย์ (เฟลดา ยูไนเต็ด) *อาเซียน

ปล่อยออก :

– เนลสัน โบนีญ่า (ทรู แบงค็อกฯ)

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ย้ายเข้า :

– ยศศักดิ์ เชาวนะ (แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล)

– ไพโรจน์ เอี่ยมมาก (สุโขทัย)

– กฤษณนน ศรีสุวรรณ (*หมดสัญญายืมตัวจาก พีที ประจวบ)

ปล่อยออก :

– จักรพันธ์ พรใส (*หมดสัญญายืมตัวจาก ทรู แบงค็อกฯ)

– โจแอล ซามี่ (สุโขทัย)

ชัยนาท ฮอร์นบิล

ย้ายเข้า :

– เลอานโดร เรซิด้า (อัล ซูวาอี)

ปล่อยออก :

– ริวทาโร่ คารุเบะ

– ซินาม่า ปงโกลล์

พีทีที ระยอง

ย้ายเข้า :

– วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ (สิงห์ เชียงรายฯ)

– วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ่

– ถิรายุ บรรหาร (ขอนแก่น เอฟซี)

– อาเรียล โรดริเกซ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

– ศราวุฒิ มาสุข (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

ปล่อยออก :

– อาทิตย์ สุนทรพิธ

ตราด เอฟซี

ย้ายเข้า :

– พิชิตย์ ใจบุญ (แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล)

– บิรัม ดิยุฟ (ชัยนาท ฮอร์นบิล)

– อันโตนิโอ พีน่า (นครราชสีมา มาสด้า)

ปล่อยออก :

– บาร์รอส ทาร์เดลลี่ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

เชียงใหม่ เอฟซี

ย้ายเข้า :

– วันใหม่ เศรษฐนันท์ (พีที ประจวบ)

ปล่อยออก :

– เอกนิษฐ์ ปัญญา (*หมดสัญญายืมตัวจาก สิงห์ เชียงรายฯ)

ส่องขุมกำลัง 16 ทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019

ส่องความพร้อมเหล่า 16 ยอดทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019
พวกเขามีขุมกำลังดีแค่ไหน ? เสริมใครมาบ้าง ? เป้าหมายอย่างไร
ติดตามได้ที่นี่

#1 ราชบุรี มิตรผล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

______________________________________________________________________________

#2 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#3 พีทีที ระยอง

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีทีที ระยอง

______________________________________________________________________________

#4 พีที ประจวบ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีที ประจวบ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#5 เชียงใหม่ เอฟซี

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : เชียงใหม่ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#6 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#7 สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุพรรณบุรี เอฟซี
______________________________________________________________________________

#8 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

______________________________________________________________________________


#9 การท่าเรือ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : การท่าเรือ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#10 ตราด เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีมโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ตราด เอฟซี

______________________________________________________________________________

#11 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#12 สุโขทัย เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุโขทัย เอฟซี

______________________________________________________________________________

#13 สมุทรปราการ ซิตี้

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สมุทรปราการ ซิตี้

______________________________________________________________________________

#14 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#15 ชัยนาท ฮอร์นบิล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชัยนาท ฮอร์นบิล

______________________________________________________________________________

#16 ชลบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชลบุรี เอฟซี

______________________________________________________________________________

บทความ 5 ทีมเต็งลุ้นแชมป์ไทยลีก 2019

5 ทีมเต็งลุ้นแชมป์ไทยลีก 2019

5 ทีมเต็งลุ้นแชมป์ไทยลีก 2019

บทความบอลไทย

อดใจรอกันอีกนิดสำหรับสาวกฟุตบอลไทยลีก เพราะอีกไม่กี่วันก็จะกลับมาลงสนามฟาดแข้งกันแล้ว ปีนี้มีหลายทีมที่เสริมทัพหนักจนถูกยกให้เป็นเต็งที่จะคว้าแชมป์ไทยลีก วันนี้เราจะยก 5 ทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์มากที่สุดมาให้ติดตามกัน ส่วนจะมีทีมไหนบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

การท่าเรือ เอฟซี

การท่าเรือ เอฟซี(

Photo : การท่าเรือ เอฟซี Port FC

ในฤดูกาลที่ผ่านมา การท่าเรือ เอฟซี ทุ่มหนักคว้านักเตะชื่อดังและโชว์ฟอร์มได้ดีหลายรายมาร่วมทีม แต่ก็ทำได้แค่จบอันดับที่ 3 ส่วนในฤดูกาล 2018 ก็เสริมนักเตะเข้ามาใหม่หลายรายเช่นเดียวกัน โดยมี สุมัญญา ปุริสาย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด),เออร์เนสโต้ ภูมิภา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) , สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), โก ซุล กิ,  (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), จิรัตติกาล วาพิลัย (ฟ็อกซ์ฮันท์) และ ณัฐชนน สร้อยจิตร (ฟ็อกซ์ฮันท์) สิงห์เจ้าท่า ในปีนี้ยังคงใช้งาน “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ คุมทัพเหมือนเดิม ส่วนกำลังหลักในฤดูกาลที่ผ่านมาก็อยู่กันเกือบครบ ไม่ว่าจะเป็น นูรุล ศรียานเก็ม, ดราแกน บอสโควิช หรือ ดาบิด โรเชล่า ในฤดูกาล 2019 นี้ การท่าเรือ เอฟซี จะเป็นอีกทีมลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน

 

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

Photo : Chiang Rai United FC

ถึงแม้จะไม่สามารถคว้าแชมป์ ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ 2019 ได้สำเร็จ แต่ เชียงราย ถือเป็นอีกทีมที่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ซึ่งในฤดูกาล 2019 นี้ ทีมได้ บรินเนอร์ เอนริเก้ ซานโตส (อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด)  , กฤษณ เกษมกุลวิไล (ไทยยูเนียน สมุทรสาคร เอฟซี) , พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)  และ เดชา สอาดโฉม (พีที ประจวบ เอฟซี) มาร่วมทีมผนึกกำลังกับแข้งหลักที่ยังคงอยู่จากฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง อี ยอง แร, บิลล์ โรชิมาร์ และ วิลเลียม เอนริเก้ ก็น่าจะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้ไม่น้อย เป็นอีกทีมเต็งลุ้นแชมป์ในฤดูกาล 2019 นี้

 

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

Photo : True Bangkok United

ในฤดูกาล 2019 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นอีกทีมที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ซึ่งปีนี้คว้านักเตะชื่อดังหลายรายมาร่วมทีม โดยมี ทริสตอง โด (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) , เนลสัน โบนีญา (สุโขทัย เอฟซี) และ ไมค์ ฮาเวนาร์ (วิสเซล โกเบ) ปีนี้ทัพแข้งเทพ มีเป้าหมายชัดเจนคือล่าแชมป์ไทยลีก การได้ โบนีญา ที่ทำประตูในไทยลีกไปถึง 25 ประตูในฤดูกาลที่ผ่านมา รวมไปถึงการคว้า ไมค์ ฮาเวนาร์ แข้งดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นมาร่วมทัพ จะทำให้ทีมมีโอกาสลุ้นแชมป์มากขึ้น ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้น ต้องมารอติดตามกัน

 

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

Photo : Muangthong United FC.

เมืองทอง ประกาศชัดเจน พวกเขาจะกลับมาล่าแชมป์ในฤดูกาล 2019 นี้ หลังจากที่ทีมได้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) ,  อ่อง ธู (โปลิศ เทโร เอฟซี) , ศุภนันท์ บุรีรัตน์ (สมุทรปราการ ซิตี้) , โอ บัน ซอค (อัล วาเซิล) , ดัง วาน ลัม (ไฮฟ่อง เอฟซี) และ ธีรศิลป์ แดงดา ที่กลับมาจากสัญญายืมตัว ช่วยทีมลุยศึกไทยลีก 2019 ผนึกกำลังกับ เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส และ อดิศักดิ์ ไกรษร จากการเสริมทัพปีนี้ เมืองทองเป็นอีกทีมที่น่ากลัว เรียกว่าเสริมตรงแทบทุกจุด งานนี้ทีมไหนจะแย่งแชมป์ คงต้องโฟกัสให้ดีทุกนัด เพราะพลาดเพียงนัดเดียวโอกาสคว้าแชมป์นี่ยากแน่นอน

 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

Photo : BURIRAM UNITED

หลายคนมองว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะไม่แกร่งเหมือนเดิม หลังจากที่ทีมแยกทางกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต แต่เปิดศักราช 2019 มา พวกเขาคว้าแชมป์รายการ ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการเอาชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 3-1 ส่วนขุมกำลังหน้าใหม่ของทีม ก็มี วัชรกร  มะโนวร (ลำปาง เอฟซี) , เจริง พลรถ (อาร์มี่ เอฟซี ) , สเตฟาน ปัลลา (ซังต์ โพลเทน) , โมดิโบ ไมกา (อัจมาน คลับ) และ ฮาจิเมะ โฮโซไก (คาชิวา เรย์โซล) โดยเฉพาะสองรายหลังถือเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าดี ผ่านลีกชั้นนำในยุโรปมาแล้วทั้งสองราย เพราะฉะนั้นจะมองข้ามแชมป์เก่าไปไม่ได้เลย นี่จะเป็นเต็งลุ้นแชมป์ในปี 2019 และเป็นด่านยากของทุกๆทีมเหมือนเคย

Cr. Ballthai

เสื้อแข่ง ชุดแข่งใหม่ สโมสรในไทยลีก 2019

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย ในแต่ละทีมก็ได้เตรียมการเพื่อจะทำการแข่งขันในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ก็แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของ ยูนิฟอร์มเสื้อแข่งของแต่ละทีม ทางทีมงาน ได้รวบรวมเสื้อแข่ง ชุดแข่ง ของแต่ละทีม พร้อมกับราคา มาให้ได้ชมกันอีกด้วย

TrueID-Sports_Thai-League-2019_Jersey_1.png

____________________________________________________________________________________________

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

โดยเสื้อแข่งใหม่ปี 2019 เสื้อเหย้าคอนเซ็ปท์เป็นผ้าไหมหางกระรอก จะมีลายผ้าหางกระรอก และผ้าจะเป็นแบบเหลื่อมๆ กัน อย่างคอเป็นเหมือนเสื้อพระราชทาน ซึ่งเราต้องการที่จะแสดงความเป็นไทยออกมาผ่านทางเสื้อในปีนี้

เสื้อเยือนเป็นสีขาว โดยลวดลายสีฟ้า คล้ายลายผ้าขาวม้าทอมือ ส่วนคอปกเสื้อนั้นจะเป็นแบบเดียวกับเสื้อเหย้า

ราคา

 

ราคาป้าย : 690 บาท

ราคาในเมกาสโตร์ : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

สุโขทัย เอฟซี

ทัพค้างคาวไฟ คลอดเสื้อแข่งชุดเหย้าออกมาแล้ว โดยใช้สีหลักเป็นสีส้มตัดกับลวดลาย บริเวณหัวไหล่เสื้อดำ พร้อมกับโลโก้สปอร์นเซอร์ต่างๆ ที่เป็นสีขาว ตัดกันทำให้ดูสวยแบบเรียบหรู ตามมาด้วยเสื้อเหยือนสีเหลือง เสื้อผู้รักประตูสีม่วง และ สีชมพู

โดยเริ่มเปิดจำหน่ายแล้ว ในวันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม 2561 นี้ ณ ช็อปสโมสรสุโขทัย เอฟซี ตั้งเเต่เวลา 10.00 – 16.00 น.

ราคา : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

ตราด เอฟซี

ทัพ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” เปิดตัวชุดแข่งที่จะใช้การแข่งขันในรายการโตโยต้า ไทยลีก 2019 เป็นที่เรียบร้อย โดยมีแกรนสปอร์ต เป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันให้ โดยใช้เป็นสีแดง, สีน้ำเงิน, สีแดงสลับขาว โดยกราฟฟิกที่ใช้เปรียบเสมือน คลื่นที่เกิดจากลูกคลื่นเล็ก จนกลายเป็นลูกใหญ่ เหมือนการเติบโตขึ้นสู่ความสำเร็จ และใส่โลโก้ครบรอบก่อตั้งสโมสร 7 ปี ไว้ที่บริเวณชายเสื้อด้วย

ราคา : 690 บาท

____________________________________________________________________________________________

 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

โดยในฤดูกาล 2019 นี้ทาง ARI ได้นำลูกเล่นใหม่ๆมาผสมผสานกับเทคโนโลยี ที่ถือเป็นเอกลักษณ์หลักมาใส่ไว้ในเสื้ออย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมการทอผ้า แบบ “PERFORMAFLOW” ที่ทำให้ตัวเนื้อผ้าให้มีการระบายอากาศได้ดีเวลาสวม ใส่รวมเข้ากับเทคโนโลยีผ้า “ARI HEXAGON MESH” ในส่วนของข้างลำตัว เป็น ผ้าทอลายพิเศษที่ถูกออกแบบให้ มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการระบายอากาศได้ แบบ High Breathability รวมกับการตัดเย็บด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่ทำให้เข้า กับรูปทรงกับผู้สวมใส่มากยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหวบนสนาม และยังคงมีคุณสมบัติ ANTI-BACTERIAL ช่วยลดกลิ่นอับ ขณะสวมใส่ นอกจากจะ ใส่เล่นฟุตบอลในสนามแล้วยังสามารถสวมใส่และดูดียามอยู่นอกสนามได้อีกด้วย

ส่วนในตัวของ REPLICA (เกรดแฟนบอล) ใช้เนื้อผ้า “PRESTO” ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของทาง ARI ที่เน้นคุณภาพและการตัดเย็บให้สวมใส่สบาย สามารถใส่ทำ กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือจะใส่ไปเชียร์ทีมรักที่สนามได้เช่นกัน

เกรดแฟนบอลราคา : 790 บาท

เกรดเพลย์เยอร์ราคา : 1,190 บาท

ชุดเหย้า ยังคงใช้สีแดง-ดำ มาพร้อม กับคอนเซปต์ “The Time is Now เรามาแน่” โดยลวดลายของชุดแข่งขันได้รับแรง บันดาลใจมาจากธงหมากรุก ซึ่งหมายถึงการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน หลังจากรอ คอยมาอย่างยาวนาน ปีนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หวังจะคว้าแชมป์ให้ได้

ชุดเยือนสีขาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (นับจากเปลี่ยนชื่อจาก สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ชุดเยือนจึงได้ ถูกออกแบบมาให้มีสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ดูให้โดดเด่นบนตัวเสื้อสีขาว และแฝงด้วยลูกเล่นที่เป็นเส้นสีเทาที่พุ่งขึ้นด้านบน ที่สื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งเรื่อง ผลงานและภาพลักษณ์ของทีม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทรนด์แฟชั่นก้าวเข้ามามีบทบาทกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ชุด 3rd จึง ถูกดีไซน์ออกมาในรูปเป็นการ MIX & MATCH ด้วยคู่สีที่ทันสมัย โดยยึดสีหลักคือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสีหลักของสโมสรมาจับคู่เข้ากับสีเขียวสะท้อนแสงที่มีสีสัน สะดุดตา เพื่อเปลี่ยนโฉมของชุดการแข่งขันที่ 3 ให้ดูโดดเด่นสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น

ชุดเหย้า ยังคงใช้สีแดง-ดำ มาพร้อม กับคอนเซปต์ “The Time is Now เรามาแน่” โดยลวดลายของชุดแข่งขันได้รับแรง บันดาลใจมาจากธงหมากรุก ซึ่งหมายถึงการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน หลังจากรอ คอยมาอย่างยาวนาน ปีนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หวังจะคว้าแชมป์ให้ได้

ชุดเยือนสีขาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (นับจากเปลี่ยนชื่อจาก สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ชุดเยือนจึงได้ ถูกออกแบบมาให้มีสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ดูให้โดดเด่นบนตัวเสื้อสีขาว และแฝงด้วยลูกเล่นที่เป็นเส้นสีเทาที่พุ่งขึ้นด้านบน ที่สื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งเรื่อง ผลงานและภาพลักษณ์ของทีม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทรนด์แฟชั่นก้าวเข้ามามีบทบาทกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ชุด 3rd จึง ถูกดีไซน์ออกมาในรูปเป็นการ MIX & MATCH ด้วยคู่สีที่ทันสมัย โดยยึดสีหลักคือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสีหลักของสโมสรมาจับคู่เข้ากับสีเขียวสะท้อนแสงที่มีสีสัน สะดุดตา เพื่อเปลี่ยนโฉมของชุดการแข่งขันที่ 3 ให้ดูโดดเด่นสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น

____________________________________________________________________________________________

เชียงใหม่ เอฟซี

ธีมของเสื้อในปีนี้ มีแรงบรรดาลใจจาก การต่อสู้ของทีมที่ฝ่าฟันจากระดับภูมิภาค จนขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีลวดลายของผังเมืองเชียงใหม่ลงบนเนื้อผ้า ซึ่งตำแหน่งของคูเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ ยังถูกจัดวางให้ตรงกับโลโก้เสือ และ ตรงกับตำแหน่งหัวใจของนักเตะ ที่เหมือนเป็นตัวแทนของชาวเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีลายสายน้ำ ที่เปรียบเสมือนลำน้ำปิงและสายเลือดของชาวเชียงใหม่ ไหลไปตามทั่วเสื้ออีกด้วย

ราคา : 699 บาท

____________________________________________________________________________________________

 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

____________________________________________________________________________________________

    ชัยนาท ฮอร์นบิล

ราคา : 690 บาท

____________________________________________________________________________________________

 พีที ประจวบ เอฟซี

“ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี เปิดตัวเสื้อชุดแข่งประจำปี 2019  ภายใต้คอนเซปต์ของปีนี้ คือ “STILL” แข็งแกร่ง…ดั่งเดิม โดยปีนี้ชุดแข่งเหย้ามาในเสื้อสีส้มตัดกับสีดำ ส่วนในชุดเยือนมาในเสื้อสีฟ้าตัดกับสีดำ และชุดแข่งที่สามมาในชุดสีดำตัดส้ม

ราคา : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

ชลบุรี เอฟซี

ฤดูกาลนี้ ไนกี้ ได้ผสานแนวคิด “ฉลามกล้า ท้าชิง” ที่สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ของ ทีมฉลามชล ผ่านการเดินทาง ของ เหล่านักเตะอคาเดมี ที่ในปีนี้นั้นได้ก้าวขึ้นมา เป็นกำลังสำคัญ ของ ทีม และ พร้อมแล้ว ที่จะเปล่งประกายความกล้าในตัวออกมา สู้ศึกในฤดูกาลนี้

ชุดแข่งขัน ทีมเหย้า ของ สโมสรชลบุรี เอฟซี ยังคงเอกลักษณ์ ของ ความเป็นทีมแห่งศักดิ์ศรีลูกน้ำเค็ม ด้วยสีน้ำเงิน ทั้งชุด อันเป็นสีประจำสโมสร ออกแบบให้พื้นหลัง ของ เสื้อ เปรียบเสมือนสมรภูมิที่ท้าทาย ให้แสดงความกล้าออกมา โดยลายเสื้อบริเวณตรงกลางด้านหน้าเป็นแนวเส้นตั้งตรง ซึ่งสื่อถึงแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมา นั่นคือความกล้า ของ เหล่านักเตะ ฉลามชล

มาพร้อมสัญลักษณ์ ของ สโมสร และ โลโก้ไนกี้ ที่ติดบริเวณหน้าอก ทั้งสองด้าน ซ้าย-ขวา พร้อมด้วยรูปแบบคอเสื้อ ที่ถูกออกแบบมาให้กระชับ และ ลงตัวที่สุด ในขณะที่ชุดทีมเยือน เป็น สีขาว ทั้งชุด พร้อมรายละเอียด ของ การออกแบบเช่นเดียวกัน กับ ชุดแข่งทีมเหย้า

ในด้าน ของ เทคโนโลยี ไนกี้ยังคงเลือกใช้สุดยอดเทคโนโลยี ดราย-ฟิต (Nike Dri-FIT) เพื่อช่วยระบายเหงื่อ และ ให้ความรู้สึกสบายตัว แก่ นักเตะ ตลอดการแข่งขัน บริเวณด้านข้างลำตัว ยังมีแผงตาข่าย ดราย-ฟิต เพื่อช่วยเพิ่มการระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

เสื้อปีนี้มี 4 แบบ คือ ชุดเหย้า (สีน้ำเงิน), ชุดเยือน (สีขาว), ชุดแข่งที่สาม (สีเขียว), ชุดบอลถ้วย (สีฟ้า)

ราคา : 999 บาท

____________________________________________________________________________________________

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกน “สวาทแคท…เลือดนักสู้” สำหรับชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2019 ที่ได้ บริษัท เวอร์ซุส สปอร์ตกรุ๊ป จำกัด หรือ เวอร์ซุส (Versus) มาเป็นผู้ดูแล โดยชุดแข่งขันมีทั้งหมด 3 สี คือ สีส้ม เป็นชุดเหย้า และ สีเหลือง กับ สีม่วง เป็นชุดเยือน ส่วนชุดผู้รักษาประตู มี สีดำ, สีเแดง และ สีขาว

ราคาเกรดแฟนบอล : 550 บาท

ราคาเกรดเพลย์เยอร์ : 650 บาท

Cr. TrueID Sports