ส่องขุมกำลัง 16 ทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019

ส่องความพร้อมเหล่า 16 ยอดทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019
พวกเขามีขุมกำลังดีแค่ไหน ? เสริมใครมาบ้าง ? เป้าหมายอย่างไร
ติดตามได้ที่นี่

#1 ราชบุรี มิตรผล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

______________________________________________________________________________

#2 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#3 พีทีที ระยอง

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีทีที ระยอง

______________________________________________________________________________

#4 พีที ประจวบ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีที ประจวบ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#5 เชียงใหม่ เอฟซี

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : เชียงใหม่ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#6 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#7 สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุพรรณบุรี เอฟซี
______________________________________________________________________________

#8 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

______________________________________________________________________________


#9 การท่าเรือ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : การท่าเรือ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#10 ตราด เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีมโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ตราด เอฟซี

______________________________________________________________________________

#11 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#12 สุโขทัย เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุโขทัย เอฟซี

______________________________________________________________________________

#13 สมุทรปราการ ซิตี้

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สมุทรปราการ ซิตี้

______________________________________________________________________________

#14 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#15 ชัยนาท ฮอร์นบิล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชัยนาท ฮอร์นบิล

______________________________________________________________________________

#16 ชลบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชลบุรี เอฟซี

______________________________________________________________________________

อัปเดต ตลาดซื้อขายนักเตะ ไทยลีก ฤดูกาล 2019


ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019 เลกแรก
จะเริ่มเปิดในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2018 ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2019

** อัปเดตล่าสุด 11 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 10.30 น.**


บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ย้ายเข้า

– วัชรกร  มะโนวร (ลำปาง เอฟซี)
– สเตฟาน ปัลลา (ซังต์ โพลเทน) *โควตาอาเซียน
– ฮาจิเมะ โฮโซไก (คาชิวา เรย์โซล)
– โมดิโบ ไมก้า (อัจมาน คลับ)
– เลือง ซวน เชือง (ฮอง อันห์ ยาลาย)

ย้ายออก

– อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– คริส เฮิร์ด
– ศิวรุต ผลหิรัญ *หมดสัญญายืมตัวราชบุรี
– ศรายุธ สมพิมพ์ (พีทีที รัยอง ) *ยืมตัว
– เควิน สังสมานันท์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ยู จุน ซู (โปฮัง สตีลเลอร์ )
– ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ (ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม)
– โก ซุลกิ (การท่าเรือ เอฟซี) *ยืมตัว
– นราธร พรจิตรกิตติชัย (ชัยนาท ฮอร์ลบิล)
– เมธี สาระคำ (ลำปาง เอฟซี)*ยืมตัว
– พีรพัฒน์ ขมิ้นทอง (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– นัสตพล มาลาพันธ์ (พีที ประจวบ เอฟซี) *ยืมตัว
– นพพล ละครพล (ลำปาง เอฟซี) *ยืมตัว
– ปัญญวัฒน์ นิสังรัมย์ (ลำปาง เอฟซี) *ยืมตัว
– ยุทธพิชัย เลิศล้ำ (ลำปาง เอฟซี) *ยืมตัว
– อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) – ยืมตัว


เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ย้ายเข้า

– มาริโอ ยูรอฟสกี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– อ่อง ธู (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– ศุภนันท์ บุรีรัตน์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
– ดัง วาน ลัม (ไฮฟอง เอฟซี)
– โอ บัน ซอก (อัล วาเซิล) *ยืมตัว

ย้ายออก

– ธีราทร บุญมาทัน (โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส) *ยืมตัว
– ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– นาโออากิ อาโอยามะ (กัมบะ โอซาก้า)
– เรืองยศ จันทร์ชัยชิด (โปลิศ เทโร เอฟซี) *ยืมตัว
– เซลิโอ ซานโตส
– พุทธิพงษ์ พรมลี
– ประกิต ดีพร้อม (อุดรธานี เอฟซี)
– ไบฮัคกี้ ไคซาน (ตราด เอฟซี)
– แจ็คสัน โคเอลโญ่
– วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (ตราด เอฟซี) *ยืมตัว
– ญาณฤทธิ์ สุขเจริญ (เกาะขวาง เอฟซี) *ยืมตัว
– กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (ชลบุรี เอฟซี)*ยืมตัว


ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ไมค์ ฮาเวนาร์

ย้ายเข้า

– ทริสตอง โด (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
– เนลสัน โบนีญ่า (สุโขทัย เอฟซี)
– ไมค์ ฮาร์เวน่าร์ (วิสเซล โกเบ)

ย้ายออก

– นพพล ปิตะฝ่าย (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– เอร์เนสโต ภูมิภา (การท่าเรือ เอฟซี)
– พงศกร สีรอด (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– อธัชชา ระหงษ์ทอง (ชลบุรี เอฟซี) *ยืมตัว
– วรุฒ วงศ์สมศักดิ์ (แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม (เอฟซี โตเกียว) *ยืมตัว
– เจษฎากร ขาวงาม (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ (สมุทรปราการ ซิตี้) *ยืมตัว
– สุมัญญา ปุริสาย (การท่าเรือ เอฟซี)
– สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ (การท่าเรือ เอฟซี)
– เมห์รดัด ปูลาดี้
– สถาพร แดงศรี (ตราด เอฟซี) *ยืมตัว
– สิทธิโชค กันหนู(แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ภัทรพล คำสุข (แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว


สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์

ย้ายเข้า

– บรินเนอร์ เอนริเก ซานโตส (อุบล ยูไนเต็ด)
– กฤษณ เกษมกุลวิไล (สมุทรสาคร เอฟซี)
– พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน (บางกอกกล๊าส เอฟซี)
– เดชา สอาดโฉม (พีที ประจวบ เอฟซี)
– จอนาต้า แวร์ซูร่า (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)

ย้ายออก

– ฉัตรชัย บุตรพรม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– อภิศร ภูมิชาติ (อาร์มี่ ยูไนเต็ด)
– อาทิตย์ ดาวสว่าง (สุพรรณบุรี เอฟซี)
– วัลลภ แซ่จิ๋ว (สุโขทัย เอฟซี)
– วันเฉลิม ยิ่งยง (พีที ประจวบ เอฟซี)
– จอ โค โค (สมุทรปราการ ซิตี้)
– มงคล ทศไกร (อาร์มี่ ยูไนเต็ด)
– นนท์ ม่วงงาม (เชียงใหม่ เอฟซี) *ยืมตัว
– วิคเตอร์ คาโดโซ่ (พีทีที ระยอง เอฟซี)
– จอนาต้า แวร์ซูร่า (เชียงใหม่ เอฟซี)* ยืมตัว
– เคลตัน ซิลวา (สุพรรณบุรี เอฟซี)

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ย้ายเข้า

– สตีเว่น ล็องจิล (เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น)
– อามิน นาซารี (ไอเอฟเค มารีฮามน์) *โควตาอาเซียน
– จิรวัฒน์ ทองแสงพราว (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– ไพโรจน์ เอี่ยมมาก (สุโขทัย เอฟซี)
– ยศศักดิ์ เชาวนะ (แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล)
– ยานนิค โบนี (โคโลราโด ราปิดส์)
– เดอชิว ฟิลโญ่ (ลอนดริน่า)
– เตียน ตัน วิน (ยาดานาบอน) *ยืมตัว โควตาอาเซียน

ย้ายออก

– โจเอล ซามี่ (สุโขทัย เอฟซี)
– ยานนิค ยาโล
– ภูริทัต จาริกานนท์
– เนริยุส วัลสกีส์ (ฮาโปเอล เทลอาวีฟ)
– จอนาตา แวร์ซูร่า (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
– จักรพันธ์ พรใส *หมดสัญญายืมตัวทรูแบงค็อก
– สมศักดิ์ มุสิกะพันธ์ (แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด)
– กิตติไกร จันทะรักษา (หนองบัว พิชญ) *ยืมตัว
– มาร์ค ฮาร์ทมันน์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)
– กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ (ศรีสะเกษ เอฟซี)*ยืมตัว
– ศิวรุต ผลหิรัญ (ศรีสะเกษ เอฟซี) *ยืมตัว


ชลบุรี เอฟซี

คริส คอร์เตซ

ย้ายเข้า

– ซอว์ มิน ตุน (ย่างกุ้ง เอฟซี) *โควตาอาเซียน
– สี ธู อ่อง (ยานาดาบอน) *โควตาอาเซียน
– ลูเคี่ยน อาราอูโจ้ (พัทยา ยูไนเต็ด)
– มาวูน่า อเมเวอร์ (ชาบาบ รีฟ อัล โฮซิม่า)
– นิรันดร์ มีมาก (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– เอกชัย ฤทธิพันธุ์ (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
– พาร์ค ฮยอน บอม
– คริส คอร์เตซ (ฟีนิกซ์ ไรซิ่ง)
– อธัชชา ระหงษ์ทอง (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)*ยืมตัว

ย้ายออก

– มัทเธอุส อัลเวส (พีที ประจวบ เอฟซี)
– เนบิญ่า บายรัม
– ซุลฟะห์มี อารีฟีน
– มาร์เกลย์ ซังตูส
– นัสตพล มาลาพันธ์ *หมดสัญญายืมตัวบุรีรัมย์
– คิม คยอง มิน (ตราด เอฟซี)
– ณภัทร ธํารงศุภกร (ตราด เอฟซี)
– สุทธินันท์ พุกหอม (พีทีที ระยอง)
– ปฎิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี (MOF ศุลกากร ยูไนเต็ด)*ยืมตัว
– คมกริช คำโสกเชือก (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– อดิศักดิ์ นารัตน์โท (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– อาทิตย์ การสังเวชน์ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ชลทิตย์ จันทคาม (อุดรธานี เอฟซี)


สมุทรปราการ ซิตี้

ย้ายเข้า

– นพพล พลคำ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– จอ โค โค (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
– อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ (อุบล ยูไนเต็ด)
– บวร ตาปลา (สุโขทัย เอฟซี)
– อริส ซาริโฟวิช (โอลิมปิจา ลจุบจาน่า)
– อิ๊บสัน เมโล่ (มาริติโม)
– จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) *ยืมตัว

ย้ายออก

– อนุวัฒน์ อินยิน (หนองบัว พิชญ เอฟซี)
– ฮิคารุ มิเนกิชิ (เจแอล เชียงใหม่)
– ทศพร ชูชิน (เจแอล เชียงใหม่)
– อี วอน ยัง
– ลูเคียน อัลเมด้า (ชลบุรี เอฟซี)
– ศุภนันท์ บุรีรัตน์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– ทนงศักดิ์ พันภิพัฒน์  (ศรีสะเกษ เอฟซี)


การท่าเรือ เอฟซี

ย้ายเข้า

– โก ซุลกิ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
– สุมัญญา ปุริสาย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– เอร์เนสโต ภูมิภา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– ภิญโญ อินพินิจ (แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี)
– จิรัตติกาล วาพิลัย (โอเอช ลูเวิน)
– อนนต์ สมากร (โอเอช ลูเวิน)
– ณัฐชนน สร้อยจิตร (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ย้ายออก

– แซมมี่ คัทธจันทร์
– เทเรนส์ ปูหิริ
– เจตน์จิณณ์ ศรีปราชญ์
– คิม ซุง ฮวาน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
– ธนากร สายปัญญา
– ภูมเรศ กลัดกลีบ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– เจตจิณณ์ ศรีปราชญ์ (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– สมประสงค์ พรมศร (ขอนแก่น เอฟซี)
– ธัชนนท์ นคราวงศ์ (ตราด เอฟซี)


สุพรรณบุรี เอฟซี

ย้ายเข้า

– สันติธร ลัทธิรมย์ (หนองบัว พิชญ)
– พงศกร สมรรถนเรศวร์ (ราชนาวี)
– มาร์ค ฮาร์ทมันน์ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) *โควตาอาเซียน
– อาทิตย์ ดาวสว่าง (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
– คิม ซุง ฮวาน (การท่าเรือ เอฟซี)
– เคลตัน ซิลวา (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
– โจนาธาน เฮส (พีที ประจวบ เอฟซี)

ย้ายออก

– อรรถวิทย์ สุขช่วย *หมดสัญญายืมตัวบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
– กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ *หมดสัญญายืมตัวราชบุรี มิตรผล เอฟซี
– นพพล ปิตะฝ่าย (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (พีทีที ระยอง)
– โรมูโล คาบราล (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ปฐมทัศน์ สุดประเสริฐ (นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี)


นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ย้ายเข้า

– อมาดู อ็อตตาร่า (ราชนาวี)
– เฮนรี่ ดุมเบีย (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
– ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร (คิอัสโซ)
– ราชัน ประสิทธิ์ทอง (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ย้ายออก

– เนบอยซ่า มารินโควิช
– ชาห์เรล ฟิกรี (พีเคเอ็นพี เอฟซี)
– วิทยา หมัดหลำ *หมดสัญญายืมตัว บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
– ธัช​กร​ เขียวสมบัติ​ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– เอกชัย ฤทธิพันธุ์ (ชลบุรี เอฟซี)
– ทศพร ศรีเรือง (ตราด เอฟซี) *หมดสัญญายืมตัว
– อันโตนิโอ พีน่า (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– นิพนธ์ คำทอง (อาร์มี่ ยูไนเต็ด)
– ไพฑูรย์ นนทะดี (สุโขทัย เอฟซี)
– มฆวัน เกิดอนันต์ (อุบล ยูไนเต็ด)


สุโขทัย เอฟซี

ย้ายเข้า

– โจเอล ซามี่ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
– เอียน แรมซี่ย์ (เฟลดา ยูไนเต็ด) *โควตาอาเซียน
– ณัฐวุฒิ เจริญบุตร (อุบล ยูไนเต็ด)
– รูโดลอฟ ยานโต บาสนา (ขอนแก่น เอฟซี) *โควตาอาเซียน
– รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี (ราชนาวี)
– นรภัทร ไก่แก้ว (ราชนาวี)
– วัลลภ แซ่จิ๋ว(สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
– ศักดิ์ดา ฝ่ายอินทร์ (ตราด เอฟซี)
– แจ็ค เคร้าซ์ (เอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เบอร์ลิน)
– เปต้าร์ ออร์ลันดิก (บีร์คีร์คารา)

ย้ายออก

– เนลสัน โบนีญา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– ไพโรจน์ เอี่ยมมาก (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
– ยุทธพงษ์ ศรีละคร (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– วัชรพล ช่างกลึงเหมาะ (นครปฐม ยูไนเต็ด)
– ภีมวิชช์ ทองนิธิโรจน์ (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– บวร ตาปลา (สมุทรปราการ ซิตี้)
– นวพล ตันตระเสนีย์ (อุบล ยูไนเต็ด)
– เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ปิยะพงษ์ หอมขจร (นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี)


ชัยนาท ฮอร์นบิล

นราธร พรจิตรกิตติชัย

ย้ายเข้า

– เลอันโดร เรซิด้า (อัล ซูวาอี)
– กอร์ก้า อุนด้า เบลาสโก้ (อ่างทอง เอฟซี)
– คาซูกิ มุราคามิ (อ่างทอง เอฟซี)
– สุขพร วงศ์เชียงคำ (ศรีสะเกษ เอฟซี) *โควตาอาเซียน
– ฉัตรมงคล ทองคีรี (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– นราธร พรจิตรกิตติชัย (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
– ชาตรี รัตนวงษ์ (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– มาร์โก คัสซัมเบร (ดาเวา อากีลาส)*โควตาอาเซียน
– วัฒนา กล่อมจิต (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ภูมิพัฒน์ กันทะเนตร (ม.นอร์ทกรุงเทพ)
– ชัยภัทร หนบรรเลง (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– ริคาร์โด ดอส ซานโตส (ฟาเจียโน โอกายามะ)
– อดัม ทัล (ดาเวา อากีลาส)
– เดนนิส บูเชนิ่ง (เบคคูแมร์ เอสเฟา)

ย้ายออก

– เฮนรี่ ดุมเบีย (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
– ฟลอรองต์ ซินามา ปงโกลล์
– ดิยุฟ บีรัม (ตราด เอฟซี)
– ริวทาโร คารุเบะ
– ธานัท จันทะยา (แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี)
– กฤษชนะ ยอดอาจ(ศุลกากร ยูไนเต็ด)
– อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย (ตรัง เอฟซี)
– ณัฐพล เทพอุทัย (แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด)
– ปฏิพัทธ์ คำสัตย์ (ขอนแก่น ยูไนเต็ด)
– ภูฟ้า ชื่นกรมรักษ์ (อุตรดิตถ์ เอฟซี)


พีที ประจวบ เอฟซี

ย้ายเข้า

– สุพจน์ จดจำ (กระบี่ เอฟซี)
– อันโตนิโอ แวร์ซูร่า (อุบล ยูไนเต็ด)
– อิทธิพล แก้วเขียว(กระบี่ เอฟซี)
– มัทเธอุส อัลเวส (ชลบุรี เอฟซี)
– ณัฐพงษ์ ขจรมาลี (นอร์ทกรุงเทพ)
– อาร์ตยอม ฟิลิโปสยาน (เอฟเค บูโซโร)
– กฤษณ์พรหม บุญสาร (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– สเตฟาโน่ ปินโญ่ (ออร์ลันโด ซิตี้)
– นัสตพล มาลาพันธ์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว

ย้ายออก

– ควอน แด ฮี (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– อดิศักดิ์ กานู (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ใหญ่ นิลวงศ์ (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– ลอนซาน่า ดูมบูย่า (ตราด เอฟซี)
– กฤษนนท์ ศรีสุวรรณ *หมดสัญญายืมตัวราชบุรี
– วันใหม่ เศรษฐนันท์ (เชียงใหม่ เอฟซี)
– เดชา สอาดโฉม (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
– โจนาธาน เฮส (สุพรรณบุรี เอฟซี)
– อภิชัย หมั่นอุตส่าห์ (อุดรธานี เอฟซี)
– ชนินทร์ธร โพธิ์หิรัญ (ลำปาง เอฟซี)
– ณัฐภูมิ มายา (ลำปาง เอฟซี)
– เอกลักษณ์ ลุงนาม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)


พีทีที ระยอง

วิคเตอร์ คาร์โดโซ่

ย้ายเข้า

– วิคเตอร์ อิคโบเนโฟ (เปอร์ซิบ บันดุง)
– ถิรายุ บรรหาร (ขอนแก่น เอฟซี)
– อาเรียล โรดริเกซ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– ศราวุฒิ มาสุข (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– พีระพงษ์ เรือนนินทร์ (อุบล ยูไนเต็ด)
– ศรายุธ สมพิมพ์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– อภิวัฒน์ เพ็งประโคน (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– สุทธินันท์ พุกหอม (ชลบุรี เอฟซี)
– ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (สุพรรณบุรี เอฟซี)
– วิคเตอร์ คาโดโซ่ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
–เจย์ เอ็มมานูเอล-โธมัส (ควีนปาร์ค เรนเจอร์)

ย้ายออก

– ริวจิ อูโตโมะ
– เดนนิส มูริลโล (หนองบัว พิชญ เอฟซี)
– โจซิมาร์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– เวลลิงตัน บรูโน ดา ซิลวา
– อาทิตย์ สุนทรพิธ (ขอนแก่น ยูไนเต็ด)
– ชัยณรงค์ ทาทอง (สีหมอก เอฟซี)
– อนุวัฒน์ นาคเกษม
– บุญยเกียรติ วงศ์ษาแจ่ม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)


ตราด เอฟซี

ย้ายเข้า

– ดิยุฟ บิรัม (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
– พิชิตย์ ใจบุญ (แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด)
– ไพโรจน์ โสคำ (หนองบัว พิชญ เอฟซี)
– ลอนซาน่า ดูมบูย่า (พีที ประจวบ เอฟซี)
– ทศพร ศรีเรือง (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
– เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ (ราชนาวี)
– คิม คยอง มิน (ชลบุรี เอฟซี)
– ณภัทร ธำรงศุภกร (ชลบุรี เอฟซี)
– ดูโรซินมี่ อเดโฟลาริน (ไทยยูเนียน สมุทรสาคร เอฟซี)
– ไบฮัคกี ไคซาน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– สุพจน์ วงษ์หอย (ไทยฮอนด้า เอฟซี)
– เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ (ไทยยูเนียน สมุทรสาคร เอฟซี)
– วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– สถาพร แดงสี (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– ธัชนนท์ นคราวงศ์ (การท่าเรือ เอฟซี)

ย้ายออก

– บาร์รอส ทาร์เดลลี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– คาตาโนะ ฮิโรมิชิ (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– มิลาน บูบาโล
– ยูกิ บัมบะ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– วรุตน์ สัพโพ (อุดรธานี เอฟซี)
– ศักดิ์ดา ฝ่ายอินทร์ (สุโขทัย เอฟซี)
– วานิช ใจแสน (ไทยฮอนด้า เอฟซี)
– กิตติภัทร์ แต้มงาม (เกาะขวาง เอฟซี)*ยืมตัว
– นนทวัฒน์ ชินมา (เกาะขวาง เอฟซี)*ยืมตัว
– พีระพงษ์ สีดารักษ์ (เกาะขวาง เอฟซี)*ยืมตัว
– ปิยะวิทย์ จันพุทธ (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– ธนพล ห่วงประโคน (ตรัง เอฟซี)


เชียงใหม่ เอฟซี

ย้ายเข้า

– วันใหม่ เศรษฐนันท์ (พีที ประจวบ เอฟซี)
– เอฟซัน ปาทริซิโอ (ซาฮาม)
– นริศ ทวีกุล (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– วิทยา หมัดลำ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– อรรถวิทย์ สุขช่วย (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– วรุตม์ บุญสุข (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– เอลิอันโดร กอนซากา (เรโม)
– นนท์ ม่วงงาม (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– สมคิด ชำนาญศิลป์ (กระบี่ เอฟซี)
– พรศักดิ์ ป้องทอง (ศรีสะเกษ เอฟซี)
– จอนาตา แวร์ซูร่า (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– เควิน สังสมานันท์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ย้ายออก

– เอกนิษฐ์ ปัญญา (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) *หมดสัญญายืมตัว
– ฮิเซียล โซอาเรส (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– ภานุพงศ์ พิจิตรธรรม (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– หลุยส์ เฟอร์นานเดส เวอดินีย์
– ต่อศักดิ์ สะอาดเอี่ยม (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– อำนาจ ภมรประเสริฐ (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– พิชัย ทองวิลาศ (เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– โซ ดอง ฮยอน (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– เลนนี่ โคเอลโญ่ (ขอนแก่น เอฟซี)*ยืมตัว

เสื้อแข่ง ชุดแข่งใหม่ สโมสรในไทยลีก 2019

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย ในแต่ละทีมก็ได้เตรียมการเพื่อจะทำการแข่งขันในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ก็แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของ ยูนิฟอร์มเสื้อแข่งของแต่ละทีม ทางทีมงาน ได้รวบรวมเสื้อแข่ง ชุดแข่ง ของแต่ละทีม พร้อมกับราคา มาให้ได้ชมกันอีกด้วย

TrueID-Sports_Thai-League-2019_Jersey_1.png

____________________________________________________________________________________________

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

โดยเสื้อแข่งใหม่ปี 2019 เสื้อเหย้าคอนเซ็ปท์เป็นผ้าไหมหางกระรอก จะมีลายผ้าหางกระรอก และผ้าจะเป็นแบบเหลื่อมๆ กัน อย่างคอเป็นเหมือนเสื้อพระราชทาน ซึ่งเราต้องการที่จะแสดงความเป็นไทยออกมาผ่านทางเสื้อในปีนี้

เสื้อเยือนเป็นสีขาว โดยลวดลายสีฟ้า คล้ายลายผ้าขาวม้าทอมือ ส่วนคอปกเสื้อนั้นจะเป็นแบบเดียวกับเสื้อเหย้า

ราคา

 

ราคาป้าย : 690 บาท

ราคาในเมกาสโตร์ : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

สุโขทัย เอฟซี

ทัพค้างคาวไฟ คลอดเสื้อแข่งชุดเหย้าออกมาแล้ว โดยใช้สีหลักเป็นสีส้มตัดกับลวดลาย บริเวณหัวไหล่เสื้อดำ พร้อมกับโลโก้สปอร์นเซอร์ต่างๆ ที่เป็นสีขาว ตัดกันทำให้ดูสวยแบบเรียบหรู ตามมาด้วยเสื้อเหยือนสีเหลือง เสื้อผู้รักประตูสีม่วง และ สีชมพู

โดยเริ่มเปิดจำหน่ายแล้ว ในวันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม 2561 นี้ ณ ช็อปสโมสรสุโขทัย เอฟซี ตั้งเเต่เวลา 10.00 – 16.00 น.

ราคา : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

ตราด เอฟซี

ทัพ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” เปิดตัวชุดแข่งที่จะใช้การแข่งขันในรายการโตโยต้า ไทยลีก 2019 เป็นที่เรียบร้อย โดยมีแกรนสปอร์ต เป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันให้ โดยใช้เป็นสีแดง, สีน้ำเงิน, สีแดงสลับขาว โดยกราฟฟิกที่ใช้เปรียบเสมือน คลื่นที่เกิดจากลูกคลื่นเล็ก จนกลายเป็นลูกใหญ่ เหมือนการเติบโตขึ้นสู่ความสำเร็จ และใส่โลโก้ครบรอบก่อตั้งสโมสร 7 ปี ไว้ที่บริเวณชายเสื้อด้วย

ราคา : 690 บาท

____________________________________________________________________________________________

 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

โดยในฤดูกาล 2019 นี้ทาง ARI ได้นำลูกเล่นใหม่ๆมาผสมผสานกับเทคโนโลยี ที่ถือเป็นเอกลักษณ์หลักมาใส่ไว้ในเสื้ออย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมการทอผ้า แบบ “PERFORMAFLOW” ที่ทำให้ตัวเนื้อผ้าให้มีการระบายอากาศได้ดีเวลาสวม ใส่รวมเข้ากับเทคโนโลยีผ้า “ARI HEXAGON MESH” ในส่วนของข้างลำตัว เป็น ผ้าทอลายพิเศษที่ถูกออกแบบให้ มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการระบายอากาศได้ แบบ High Breathability รวมกับการตัดเย็บด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่ทำให้เข้า กับรูปทรงกับผู้สวมใส่มากยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหวบนสนาม และยังคงมีคุณสมบัติ ANTI-BACTERIAL ช่วยลดกลิ่นอับ ขณะสวมใส่ นอกจากจะ ใส่เล่นฟุตบอลในสนามแล้วยังสามารถสวมใส่และดูดียามอยู่นอกสนามได้อีกด้วย

ส่วนในตัวของ REPLICA (เกรดแฟนบอล) ใช้เนื้อผ้า “PRESTO” ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของทาง ARI ที่เน้นคุณภาพและการตัดเย็บให้สวมใส่สบาย สามารถใส่ทำ กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือจะใส่ไปเชียร์ทีมรักที่สนามได้เช่นกัน

เกรดแฟนบอลราคา : 790 บาท

เกรดเพลย์เยอร์ราคา : 1,190 บาท

ชุดเหย้า ยังคงใช้สีแดง-ดำ มาพร้อม กับคอนเซปต์ “The Time is Now เรามาแน่” โดยลวดลายของชุดแข่งขันได้รับแรง บันดาลใจมาจากธงหมากรุก ซึ่งหมายถึงการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน หลังจากรอ คอยมาอย่างยาวนาน ปีนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หวังจะคว้าแชมป์ให้ได้

ชุดเยือนสีขาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (นับจากเปลี่ยนชื่อจาก สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ชุดเยือนจึงได้ ถูกออกแบบมาให้มีสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ดูให้โดดเด่นบนตัวเสื้อสีขาว และแฝงด้วยลูกเล่นที่เป็นเส้นสีเทาที่พุ่งขึ้นด้านบน ที่สื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งเรื่อง ผลงานและภาพลักษณ์ของทีม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทรนด์แฟชั่นก้าวเข้ามามีบทบาทกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ชุด 3rd จึง ถูกดีไซน์ออกมาในรูปเป็นการ MIX & MATCH ด้วยคู่สีที่ทันสมัย โดยยึดสีหลักคือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสีหลักของสโมสรมาจับคู่เข้ากับสีเขียวสะท้อนแสงที่มีสีสัน สะดุดตา เพื่อเปลี่ยนโฉมของชุดการแข่งขันที่ 3 ให้ดูโดดเด่นสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น

ชุดเหย้า ยังคงใช้สีแดง-ดำ มาพร้อม กับคอนเซปต์ “The Time is Now เรามาแน่” โดยลวดลายของชุดแข่งขันได้รับแรง บันดาลใจมาจากธงหมากรุก ซึ่งหมายถึงการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน หลังจากรอ คอยมาอย่างยาวนาน ปีนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หวังจะคว้าแชมป์ให้ได้

ชุดเยือนสีขาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (นับจากเปลี่ยนชื่อจาก สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ชุดเยือนจึงได้ ถูกออกแบบมาให้มีสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ดูให้โดดเด่นบนตัวเสื้อสีขาว และแฝงด้วยลูกเล่นที่เป็นเส้นสีเทาที่พุ่งขึ้นด้านบน ที่สื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งเรื่อง ผลงานและภาพลักษณ์ของทีม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทรนด์แฟชั่นก้าวเข้ามามีบทบาทกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ชุด 3rd จึง ถูกดีไซน์ออกมาในรูปเป็นการ MIX & MATCH ด้วยคู่สีที่ทันสมัย โดยยึดสีหลักคือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสีหลักของสโมสรมาจับคู่เข้ากับสีเขียวสะท้อนแสงที่มีสีสัน สะดุดตา เพื่อเปลี่ยนโฉมของชุดการแข่งขันที่ 3 ให้ดูโดดเด่นสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น

____________________________________________________________________________________________

เชียงใหม่ เอฟซี

ธีมของเสื้อในปีนี้ มีแรงบรรดาลใจจาก การต่อสู้ของทีมที่ฝ่าฟันจากระดับภูมิภาค จนขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีลวดลายของผังเมืองเชียงใหม่ลงบนเนื้อผ้า ซึ่งตำแหน่งของคูเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ ยังถูกจัดวางให้ตรงกับโลโก้เสือ และ ตรงกับตำแหน่งหัวใจของนักเตะ ที่เหมือนเป็นตัวแทนของชาวเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีลายสายน้ำ ที่เปรียบเสมือนลำน้ำปิงและสายเลือดของชาวเชียงใหม่ ไหลไปตามทั่วเสื้ออีกด้วย

ราคา : 699 บาท

____________________________________________________________________________________________

 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

____________________________________________________________________________________________

    ชัยนาท ฮอร์นบิล

ราคา : 690 บาท

____________________________________________________________________________________________

 พีที ประจวบ เอฟซี

“ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี เปิดตัวเสื้อชุดแข่งประจำปี 2019  ภายใต้คอนเซปต์ของปีนี้ คือ “STILL” แข็งแกร่ง…ดั่งเดิม โดยปีนี้ชุดแข่งเหย้ามาในเสื้อสีส้มตัดกับสีดำ ส่วนในชุดเยือนมาในเสื้อสีฟ้าตัดกับสีดำ และชุดแข่งที่สามมาในชุดสีดำตัดส้ม

ราคา : 590 บาท

____________________________________________________________________________________________

ชลบุรี เอฟซี

ฤดูกาลนี้ ไนกี้ ได้ผสานแนวคิด “ฉลามกล้า ท้าชิง” ที่สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ของ ทีมฉลามชล ผ่านการเดินทาง ของ เหล่านักเตะอคาเดมี ที่ในปีนี้นั้นได้ก้าวขึ้นมา เป็นกำลังสำคัญ ของ ทีม และ พร้อมแล้ว ที่จะเปล่งประกายความกล้าในตัวออกมา สู้ศึกในฤดูกาลนี้

ชุดแข่งขัน ทีมเหย้า ของ สโมสรชลบุรี เอฟซี ยังคงเอกลักษณ์ ของ ความเป็นทีมแห่งศักดิ์ศรีลูกน้ำเค็ม ด้วยสีน้ำเงิน ทั้งชุด อันเป็นสีประจำสโมสร ออกแบบให้พื้นหลัง ของ เสื้อ เปรียบเสมือนสมรภูมิที่ท้าทาย ให้แสดงความกล้าออกมา โดยลายเสื้อบริเวณตรงกลางด้านหน้าเป็นแนวเส้นตั้งตรง ซึ่งสื่อถึงแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมา นั่นคือความกล้า ของ เหล่านักเตะ ฉลามชล

มาพร้อมสัญลักษณ์ ของ สโมสร และ โลโก้ไนกี้ ที่ติดบริเวณหน้าอก ทั้งสองด้าน ซ้าย-ขวา พร้อมด้วยรูปแบบคอเสื้อ ที่ถูกออกแบบมาให้กระชับ และ ลงตัวที่สุด ในขณะที่ชุดทีมเยือน เป็น สีขาว ทั้งชุด พร้อมรายละเอียด ของ การออกแบบเช่นเดียวกัน กับ ชุดแข่งทีมเหย้า

ในด้าน ของ เทคโนโลยี ไนกี้ยังคงเลือกใช้สุดยอดเทคโนโลยี ดราย-ฟิต (Nike Dri-FIT) เพื่อช่วยระบายเหงื่อ และ ให้ความรู้สึกสบายตัว แก่ นักเตะ ตลอดการแข่งขัน บริเวณด้านข้างลำตัว ยังมีแผงตาข่าย ดราย-ฟิต เพื่อช่วยเพิ่มการระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

เสื้อปีนี้มี 4 แบบ คือ ชุดเหย้า (สีน้ำเงิน), ชุดเยือน (สีขาว), ชุดแข่งที่สาม (สีเขียว), ชุดบอลถ้วย (สีฟ้า)

ราคา : 999 บาท

____________________________________________________________________________________________

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกน “สวาทแคท…เลือดนักสู้” สำหรับชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2019 ที่ได้ บริษัท เวอร์ซุส สปอร์ตกรุ๊ป จำกัด หรือ เวอร์ซุส (Versus) มาเป็นผู้ดูแล โดยชุดแข่งขันมีทั้งหมด 3 สี คือ สีส้ม เป็นชุดเหย้า และ สีเหลือง กับ สีม่วง เป็นชุดเยือน ส่วนชุดผู้รักษาประตู มี สีดำ, สีเแดง และ สีขาว

ราคาเกรดแฟนบอล : 550 บาท

ราคาเกรดเพลย์เยอร์ : 650 บาท

Cr. TrueID Sports

ตำนานแห่งความสำเร็จ! เนวิน เปิดใจครั้งแรกหลัง ดิโอโก้ ย้ายซบ ยะโฮร์


“บิ๊กเน”เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังจาก อดีตศูนย์หน้าตัวเก่งของทีม ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ย้ายไปร่วมทัพยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม



#Betway เว็ปตรงสัญชาติอังกฤษ?คุณได้ลองแล้วรึยัง?
? สมาชิกใหม่จะได้รับ?คูปองโบนัส 300 บาท
⚽ โบนัสฝากครั้งแรก(กีฬา) 200% เทิร์น 15 เท่า
? คืนเงินทุกวัน 1% จากยอดเล่น สูงสุดในไทย?
? เข้าร่วมเป็นสมาชิก คลิก 
https://bit.ly/2K2oT9D
?️ สิทธิประโยชน์อีกมากมายรอคุณอยู่?
? ติดต่อเจ้าหน้าที่แชทสด (ตลอด 24 ชม.)
? 
https://goo.gl/MGGYCW

เนวิน ชิดชอบ ออกมาแถลงการณ์ผ่านทางแฟนเพจ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับการย้ายไปร่วมทัพ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ว่า

ดิโอโก กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
บนวิถีทางของมืออาชีพ
………
มันไม่ใช่ข่าวร้ายในวันสิ้นปี

ดิโอโก้ แจ้งกับผม ตั้งแต่ต้นปี 2018 ก่อนไทยลีกจะเปิดฤดูกาล ว่า “ทันทีที่จบฤดูกาล 2018 ถ้ามีข้อเสนอที่ดีจากสโมสรอื่นเข้ามา ขอให้เขาได้พิจารณา และให้โอกาสเขา ได้ย้ายสโมสร” เป็นวิถีปฏิบัติแบบมืออาชีพของดิโอโก ที่น่ายกย่อง ที่ให้เวลาสโมสร เตรียมตัวหาผู้เล่นใหม่ มาแทนที่ เป็นเวลา 1 ปี ล่วงหน้า

ตลอดฤดูกาล 2018 ทั้ง ดิโอโก และผม ต่างรับทราบซึ่งกันและกันว่า เป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้ทำงานร่วมกัน
แต่ บนวิถีทางของมืออาชีพ ดิโอโก้ทุ่มเทเพื่อทีมอย่างเต็มที่ ตามที่เราเห็นกัน ในขณะที่สโมสร ก็ดูแลดิโอโก และครอบครัว ให้มีความสุขกับทุกๆ วันที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างมืออาชีพ เช่นกัน

เมื่อไทยลีก 2018 จบฤดูกาล ดิโอโก้ก็แจ้งอย่างเป็นทางการ ว่าได้รับข้อเสนอที่ดี จากสโมสรในมาเลเซีย และต้องการจะตอบรับข้อเสนอนั้น เพื่อความมั่นคงของครอบครัวเขา
การทำงานร่วมกันระหว่าง ดิโอโก้ กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดำเนินไปด้วยวิถีทางของมืออาชีพ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ด้วยการให้เกียรติต่อกัน และเคารพสัญญาที่มีต่อกัน ที่มีเพิ่มเติมขึ้นมา คือ ความรัก ความผูกพันต่อกัน และความสำเร็จร่วมกัน ทั้ง ดิโอโก้, สโมสร และแฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ดิโอโก้ เป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยมีมา และเป็นนักฟุตบอลที่มายกระดับไทยลีก เป็นนักฟุตบอลที่มาช่วยพัฒนานักฟุตบอลไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม
9 ปี ที่ผ่านมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และได้พิสูจน์ให้เห็นมาโดยตลอด ว่าทุกๆ การเปลี่ยนแปลง เราจะยกระดับตัวเองขึ้นมา เพื่อเอาชนะตัวเองให้ได้
การที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่มี ดิโอโก้ เป็นโอกาส และเป็นแรงกระตุ้นที่เราจะพัฒนา และยกระดับทีมกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเราจะทำได้ดี และทำได้สำเร็จอีกครั้ง เพราะเรามีพลังศรัทธาของแฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คอยสนับสนุน และเป็นกำลังใจ ขอให้แฟนๆ มีความมั่นใจ ว่าสโมสรที่ท่านเลือกที่จะให้ความรัก ความศรัทธา แห่งนี้ จะทำให้ท่านมีความสุขกับชัยชนะ และความสำเร็จ เช่นทุกๆ วันที่ผ่านมา

สำหรับ ดิโอโก้ เราจะจดจำเขาในฐานะตำนาน
แห่งความสำเร็จบทหนึ่งของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ขอให้พวกเราอวยพรให้ผู้ชายคนนี้ ที่เคยนำชัยชนะ, ความสุข และความสำเร็จ มาให้พวกเรา ตลอดเวลา 4 ปี ที่ร่วมกันสู้ และมีลมหายใจเดียวกัน จงประสบความสำเร็จกับเส้นทางสายใหม่ ตามที่เขาได้เลือกแล้ว บนวิถีทางแห่งมืออาชีพ ที่ควรค่าแก่การเคารพและชื่นชม

เนวิน ชิดชอบ
ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
4 มกราคม 2562

10 นักเตะ “ขิงแก่” ที่ยังมีไฟเล่นไทยลีกฤดูกาล 2019 ได้สบายๆ

โตโยต้า ไทยลีก ปีที่ผ่านมา มีเหล่าดาวรุ่งก้าวมาแจ้งเกิดได้หลายคน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการฟุตบอลไทย นั้นก็ทำให้บรรดาแข้งเก๋า ต้องรักษาสภาพร่างกายของตัวเองเพื่อแย่งพื้นที่ลงสนามให้ลีกสูงสุดให้ได้ และนี่ก็คือ 10 นักเตะ “ขิงแก่” ที่ยังสามารถเล่นไทยลีกฤดูกาล 2019 ได้อย่างสบายๆ

อดุลย์ หมื่นสมาน

อดุลย์ หมื่นสมาน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘มิสเตอร์โปรโมต’  หลังจากสามารถพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกรองมาสู่ไทยลีกได้ถึง 5 ครั้ง โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาก็เป็นอีกหนึ่งแข้งคนสำคัญในการพา “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ล่าสุด กัปตันดุล อดุลย์ หมื่นสมาน ในวัย 37 ปี ก็ได้รางวัลตอบแทนด้วยการต่อสัญญาอยู่กับทีมออกไปอีก 1 ปี นั่นหมายความว่าแฟนบอลเราจะได้เห็นเขาลงไปวาดลวดลายในสนามสามอ่าว สเตเดี้ยม เหมือนเดิม แม้อายุอานามจะใกล้เลข 4 แล้ว แต่ก็ยังสามารถวิ่งไล่แย่งบอลรุ่นน้องได้อย่างไม่มีปัญหา ที่สำคัญประสบการณ์อันโชกโชน บวกกับมันสมองในการเล่นบอลอย่างชาญฉลาด ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากมาย

สุเชาว์ นุชนุ่ม

ในยุคที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ใช้เหล่าดาวรุ่งจากระบบอคาเดมี่ของ ก้าวมาเป็นกำลังหลักสำคัญในการไล่ล่าความสำเร็จนั้น บางครั้งก็ต้องมีแข้งเก๋าค่อยเป็นรุ่นพี่ในสนาม ช่วยประคองน้องๆด้วย ซึ่ง สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็มีบทบาทเป็นอย่างมาก

ฤดูกาลที่ผ่านมา “กัปตันกบ” สุเชาว์ อาจไม่ได้ลงสนามครบทุกเกมให้กับทีม แต่ตัวเลขการลงสนาม 27 นัด (ตัวจริง 20) ในไทยลีก ก็แสดงให้เห็นไม่ธรรมดาสำหรับแข้งอายุ 35 ปี และในฤดูกาลหน้าที่จะย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็จะยังคงโลดเล่นในลีกสูงสุดให้กับ บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ได้อย่างสบาย กับภารกิจล่าแชมป์ลีกให้สโมสรต่อไป

อมร ธรรมนาม

ผลงาน 8 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดให้กับ พีที ประจวบ ทีมน้องใหม่ไฟแรงแห่งศึกในโตโยต้าไทยลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ทำให้ชื่อเสียงของ อมร ธรรมนาม กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง

ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนกำลังโรยรา และเลิกเล่นไปทีละคนสองคน แต่สำหรับ อมร ธรรมนาม กลับมาทำผลงานได้อย่างร้อนแรงอีกครั้ง ทั้งๆที่เส้นทางชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ เป็นนักเตะที่ไม่มีทีมไหนเอาจนต้องไปขายป๊อปคอร์นเลี้ยงชีพแล้ว

ผลงานของเขาในปีที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นว่าสภาพร่างกายยังเล่นไหว และปีหน้าก็ยังคงเป็นกำลังหลักของ พีที ประจวบ เอฟซี อีกอย่างน้อย 1 ปี

สมภพ นิลวงษ์

สมภพ นิลวงษ์ เป็นอีกหนึ่งแข้งเก๋าของ พีที ประจวบ ยูไนเต็ด ที่น่าจะได้อยู่กับทีมต่อ จากผลงานการคุมหลังบ้านของเขาในปีที่ผ่านมา

แม้ว่า สมภพ จะไม่ใช่แกนหลักที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอในปีที่ผ่านมา แต่หลายๆเกม “โค้ชวัง” ธวัชชัย ก็ต้องใช้แนวรับมากประสบการณ์ลงไปช่วย เขาจึงตอบโจทย์ได้อย่างดี และในฤดูกาลหน้า สมภพ นิลวงษ์ ​ที่จะอายุครบ 36 ปี ในเดือนมีนาคม ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในเกมรับของ พีที ประจวบ ที่ถึงอายุจะมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าแข้งรุ่นน้องทีมตรงข้ามจะผ่านเขาได้ง่ายๆ

พิชิตพงษ์ เฉยฉิว

อดีตกองกลางทีมชาติไทย วัย 36 ปี มีส่วนสำคัญในการพา “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ทำให้ในฤดูกาลหน้าเราก็จะได้เห็นฝีเท้าของ พิชิตพงษ์ ในลีกสูงสุดอีกครั้ง

อายุที่มากขึ้น คงไม่ใช่ปัญหาในการเป็นตัวคุมจังหวะเกมแดนกลางให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในฤดูกาลหน้า ที่สำคัญประสบการณ์การค้าแข้งอันโชกโชนของเขา ก็น่าจะช่วยทีมได้มาก ในการเป็นน้องใหม่ในลีกสูงสุด

สุรีย์ สุขะ

หนึ่งในแบ็คขวาที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในเมืองไทย สำหรับ สุรีย์​ สุขะ ยังคงยืนระยะค้าแข้งในลีกสูงสุดได้อย่างสบายๆ โดยในปีที่ผ่านมาก็เล่นให้กับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี  ไปถึง 23 นัด (ราชบุรี มิตรผล 11, อุบล ยูเอ็มที 12)

โตโยต้า ไทยลีก 2019 สุรีย์ สุขะ ก็ยังคงเป็นอีกกำลังสำคัญของ ราชบุรี มิตรผล แม้ว่าอาจจะไม่เติมเกมรุกได้อย่างดุดันเหมือนสมัยวัยรุ่น แต่ความเก๋าของเขาก็จะช่วย “ราชันมังกร” ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่ยังคงไว้ใจได้เสมอในการยืนตำแหน่งแบ็คขวาให้กับทีม

เอกลักษณ์ ทองกริต

ยังไม่รู้ว่าฤดูกาลหน้า จะอยู่ทีมไหนสำหรับ เอกลักษณ์ ทองกริต นักเตะที่ถูก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แต่ว่าไม่สามารถเบียดตำแหน่งตัวจริงได้ก่อนถูกปล่อยให้กับอดีตต้นสังกัดยืมตัว

แบ็คซ้ายมากประสบการณ์ในวัย 35 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่หลายทีมเฝ้ามองสถานการณ์ของเขา หาก ราชบุรี มิตรผล ไม่ยืมต่อก็ทีมอื่นๆก็พร้อมเสนอตัวยื่นข้อเสนอไปยัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อายุที่มากขึ้นไม่ใช่ปัญหาของ เอกลักษณ์ ทองกริต ในการไล่แย่งบอลจากแนวรุกฝ่ายตรงข้าม แถมมีจุดเด่นจากลูกวางบอลยาวที่ยังไว้ใจได้

อนุชา กิจพงษ์ศรี

อีกหนึ่งแบ็คซ้ายรุ่นราวคราวเดียวกันกับ เอกลักษณ์​ ทองกริต ที่จะได้กลับมาวาดลวยลายในฟุตบอลลีกสูงสุดอีกครั้ง นั่นคือ อนุชา กิจพงษ์ศรี แบ็คซ้ายจาก “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ตราด เอฟซี ทีมน้องใหม่โตโยต้าไทยลีก 2019

อนุชา กิจพงษ์ศรี ย้ายมาร่วมทัพ ตราด เอฟซี ในเลกสองฤดูกาลที่ผ่านมา และก็เป็นกำลังหลักในการพาทีมเลื่อนชั้น และเขาก็น่าจะได้รับรางวัลในการต่อสัญญาออกไปอีก 1ปี และจากประสบการณ์อันโชกโชนน่าจะช่วยทีมได้เยอะสำหรับการเล่นลีกสูงสุดปีแรกของ ตราด เอฟซี

คาตาโนะ ฮิโรมิจิ

อีกหนึ่งคีย์แมนสำคัญในการพาทีม ตราด เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดก็คือ คาตาโนะ ฮิโรมิจิ ปราการหลังมากประสบการณ์ในวัย 36 ปี ที่กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลจังหวัดตราดไปแล้ว และปีหน้าเขาก็จะเป็นกำลังหลัก ในพาทีมอยู่รอดปลอดให้ในลีกสูงสุดให้ได้

เมษายน ปีหน้า คาตาโนะ จะมีอายุครบ 37 ปี แม้ว่าอายุอานามจะมาก แต่การรักษาสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยมบวกกับระเบียบวินัยที่เขามี น่าจะยืนระยะในลีกสูงสุดเมืองไทยได้สบาย

พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์

การประกาศอำลาสโมสร บีจี ที่เขาอยู่มาอย่างยาวนานถึง 10 ปี ทำให้หลายทีมในลีกสูงสุดตาลุกวาว และอยากจะได้มิดฟิลด์มากประสบการณ์คนนี้ไปยืนคุมแผงแดนกลาง

แม้อายุมากขึ้นแต่ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์​ ก็ยังแสดงให้เห็นว่า คุณภาพของฝีเท้าและสภาพร่างกายยังสามารถเล่นในลีกสูงสุดได้อย่างสบาย โดยเฉพาะการยืนในตำแหน่งมิดฟิดล์ที่อาจจะต้องใช้พละกำลังมาก แต่ด้วยความที่เป็นนักเตะที่ดูแลร่างกายตนเองอย่างดีอยู่เสมอมา ช่วยให้เขาปะทะฝีเท้ากับแข้งรุ่นน้องบนลีกสูงสุดได้อย่างไม่มีปัญหา


Toyota Sponsor

CR : thaileague.co.th

กำหนดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพฯ และการขึ้นทะเบียน โอนย้ายนักกีฬา ประจำฤดูกาล 2562

บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้วางกำหนดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพฯ ฤดูกาล 2562 และกำหนดการขึ้นทะเบียน โอนย้ายนักกีฬา รวมถึงระบบการขอใบโอนย้ายระหว่างประเทศ (TMS)

สำหรับกำหนดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพฯ ฤดูกาล 2562 มีดังต่อไปนี้
รายการไทยลีก 1 หรือ โตโยต้า ไทยลีก มีกำหนดการเปิดฤดูกาลในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และปิดฤดูกาลในวันที่ 26 ตุลาคม 2562
รายการไทยลีก 2 หรือ เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ มีกำหนดการเปิดฤดูกาลในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และปิดฤดูกาลใน วันที่ 27 ตุลาคม 2562
รายการไทยลีก 3 หรือ ออมสิน ลีก โปร  มีกำหนดการเปิดฤดูกาลในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และปิดฤดูกาลใน วันที่ 13 ตุลาคม 2562
รายการไทยลีก 4 หรือ ออมสิน ลีก  มีกำหนดการเปิดฤดูกาลในวันที่ 9 กุมภาพันธ์

โดยสมาชิกและสโมสรสามารถลงทะเบียนนักกีฬา และโอนย้ายนักกีฬา 2 ครั้ง  โดยครั้งแรกเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 และครั้งที่สองเริ่ม วันที่ 24 มิถุนายน 2562 ถึง วันที่ 19 กรกฎาคม 2562
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและตารางกำหนดการการแข่งได้ตามเอกสารด้านล่าง

กำหนดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพฯ และการขึ้นทะเบียน โอนย้ายนักกีฬา ฤดูกาล 2562
https://goo.gl/C28qNe 

แจ้งปฏิทินตารางการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพประจาปี 2562
https://goo.gl/xoushK

Calendar of Competitions 2019
https://goo.gl/yFN6fj

ส่อง 10 นักเตะอาเซียน ที่น่าย้ายมาไทยลีก ในปี 2019

ฤดูกาล 2018 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นฤดูกาลแรกที่ ไทยลีก ลีกสูงสุดของไทยเปิดโควต้านักเตะอาเซียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดตลาดลีกไทยสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังถือเป็นการเปิดประตูให้กับนักเตะร่วมภูมิภาคในการมาค้าแข้งในลีกที่หลายคนยกให้เป็นลีกที่ดีที่สุดของอาเซียน
และในฤดูกาล 2019 ที่กำลังจะมาถึง โควต้าอาเซียนของไทยลีกก็จะยิ่งเติบโตมากขึ้น จากการเพิ่มโควต้าของผู้เล่นจาก 1 เป็น 3 คนต่อทีม หลายสโมสรเริ่มขยับ คว้าตัวนักเตะเสริมทัพบ้างแล้ว แต่ยังมีพ่อค้าแข้งอีกหลายรายที่น่าสนใจ แต่จะมีใครบ้าง?

อิวาน ดิมาส | Evan Dimas
กองกลางร่างเล็กตัวเด็ดของทีมชาติอินโดนีเซียคนนี้ เคยผ่านประสบการณ์การทดสอบฝีเท้าในลีกรองของสเปนกับ ยากอสเตร่า และ เอสปันญ่อล เบ มาแล้ว และด้วยทักษะอันล้นเหลือ ทำให้เจ้าตัวได้รับฉายา Wonderkid ที่บ้านเกิด ฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวไปสร้างชื่อกับ เซลังงอร์ ในลีกมาเลเซีย และดูเหมือนว่าสถานีต่อไปที่เขาหมายจะมาพิชิต คือศึกไทยลีกนี่แหละ

จัน วัฒนากา | Chan Vathanaka
แคล้วคลาดกันตลอดสำหรับ จัน วัฒนากา ดาวยิงทีมชาติกัมพูชากับไทยลีก เพราะไม่ว่าจะมีข่าวสักกี่ครั้งกับทีมไหนๆ ดาวดังเบอร์ 1 คนปัจจุบันของทัพนักรบอังกอร์ก็ยังไม่ยอมใจอ่อนเสียที และแม้ผลงานในตอนที่ย้ายมาเล่นกับ ปาหัง เมื่อต้นฤดูกาล 2018 จะไม่ดีนักจนต้องกลับไปเรียกความมั่นใจกับ บึงเกต อังกอร์ ในตอนนี้ แต่เชื่อแน่ว่าเจ้าตัวพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และคราวนี้อาจถึงเวลาแล้วที่เขาจะมาลองของกับไทยลีกเสียที

เหงียน กวงไฮ | Nguyễn Quang Hải
ตัวรุกคนสำคัญของทีมชาติเวียดนาม ที่สร้างชื่อจากทีมชุด U-23 ที่คว้ารองแชมป์เอเชียและอันดับ 4 เอเชี่ยนเกมส์ จนได้ขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว หลายคนมองว่าสไตล์การเล่นของเขาคล้ายคลึงกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ตัวเล็ก ไปกับบอลได้ดี และทีเท้าซ้ายที่คมพอๆ กัน ดูจากฝีเท้าและผลงาน ไม่ต้องสงสัยว่านี่คืออีกคนที่สมควรมาไทยลีก ประเด็นก็คือ ฮานอย เอฟซี ต้นสังกัดปัจจุบันและเขาจะมองว่าที่นี่เล็กเกินไปรึเปล่า?

อิร์ฟาน และ อิคห์ซาน ฟานดี้ | Irfan & Ikhsan Fandi
ขอจับรวมมาเป็นแพ็คคู่ เพราะทั้งสองคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ฟานดี้ อาหมัด ตำนานดาวยิงและกุนซือทีมชาติสิงคโปร์คนปัจจุบัน ซึ่งได้รับการถ่ายทอด DNA ลูกหนังมาอย่างเต็มเปี่ยม จากตำแหน่งการเล่นที่เป็นตัวรุกเช่นเดียวกับคุณพ่อ ทั้งคู่เคยผ่านประสบการณ์ในวัยเด็กที่ยุโรปมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิร์ฟาน ผู้พี่ที่เกือบได้ย้ายไปเล่นให้ บราก้า ทีมดังแห่งโปรตุเกส ทว่าเรื่องอาการโฮมซิกที่เป็นเหตุให้การเจรจาล่ม อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมในไทยลีกต้องคิดหนักหากหวังอยากได้ตัวจริงๆ


แมทธิว เดวี่ส์ | Matthew Davies
แบ็กขวาลูกครึ่งมาเลเซีย-ออสเตรเลียรายนี้ อาจจะไม่ได้สูงเหมือนกับผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันโดยส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือการอ่านเกม สามารถตัดบอลได้ดี นอกจากนี้ยังผ่านบอลแม่นและสามารถยิงไกลได้ ยิ่งไปกว่านั้น การได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม ปาหัง ตั้งแต่อายุเพียง 21 ปี ยังสะท้อนว่าเขามีความเป็นผู้นำสูง ถือเป็นตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ็กที่น่าสนใจสำหรับหลายทีมในไทยลีกเลยทีเดียว

เจมส์ ยังฮัสแบนด์ | James Younghusband
หลายคนอาจจะคุ้นชื่อเขาในฐานะ “เด็กเทพ FM” รุ่นแรกๆ แต่ในชีวิตจริง เจมส์ ลูกครึ่งฟิลิปิโน่-อังกฤษและพี่คนโตแห่งตระกูลยังฮัสแบนด์ ถือเป็นนักเตะสายเลือดลูกครึ่งคนแรกๆ ที่นำทีมชาติฟิลิปปินส์ก้าวสู่การเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองของภูมิภาค และแม้อายุปัจจุบันจะปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นตัวความหวังของ “ดิ อัซคาลส์” ได้เสมอ ถึงเวลานี้เขาแทบไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์ในดินแดนมาตุภูมิแล้ว บางทีอาจถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะออกมาแสวงหาความท้าทายในต่างแดนเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติอีกหลายๆ คนที่มาแล้วก่อนหน้านี้

อันดิก เวอร์มันสยาห์ | Andik Vermansyah
นี่คือปีกร่างเล็กความเร็วสูงอีกคนหนึ่งของทีมชาติอินโดนีเซีย ซึ่งก้าวข้ามอุปสรรคทางฐานะจนกลายมาเป็นนักเตะอาชีพได้สำเร็จ ดังนั้นเรื่องหัวจิตหัวใจไม่มีถอย ยิ่งไปกว่านั้น ยังผ่านประสบการณ์ในมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก มาแล้วกับ เซลังงอร์ และ เคดาห์ ล่าสุดเจ้าตัวเปรยๆ ว่า เริ่มอิ่มตัวกับชีวิตในแดนเสือเหลือง และอยากออกมาหาประสบการณ์ใหม่ที่ไทยลีกแล้ว

ซอว์ มิน ตุน | Zaw Min Tun
กัปตันทีมชาติเมียนมาร์คนปัจจุบันถือเป็นปราการหลังพันธุ์อึดที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี และสามารถสอดขึ้นมาทำประตูได้เป็นระยะๆ ประสบความสำเร็จในบ้านเกิดกับ ยาดานาร์บอน และ ย่างกุ้ง ยูไนเต็ด จนแทบไม่มีอะไรต้องไขว่คว้าอีกแล้ว อันที่จริงเจ้าตัวมีโอกาสย้ายมาไทยลีกตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา ทว่าพลาดโอกาสไปหลังเจรจากันไม่ลงตัว แต่จากกระแสฟีเวอร์ของ อ่อง ธู เชื่อได้เลยว่า ซอว์ มิน ตุน จะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือซ้ำสองแน่นอน

อดัม สวานดี้ | Adam Swandi
ถือเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งสิงคโปร์ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค เพราะเคยผ่านประสบการณ์ฝึกลูกหนังจาก เม็ตซ์ ทีมในลีกฝรั่งเศสมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พัฒนาการทางลูกหนังของเขายังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาลล่าสุด ที่แม้จะย้ายมาร่วมทีม อัฃบิเร็กซ์ นิงาตะ (สิงคโปร์) เป็นปีแรก แต่ก็นำทีมกวาดเรียบทุกแชมป์ในประเทศ พร้อมคว้าตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมอีกรางวัล แม้อายุจะแค่เพียง 22 ปีในตอนนี้ แต่ผลงานของเขาบ่งบอกชัดเจนว่า พร้อมสำหรับลีกที่มาตรฐานสูงกว่าอย่างไทยลีกแล้ว