ไทยขึ้น 3 อันดับ! สรุปฟีฟ่าแรงกิ้ง (FIFA Ranking) หลังจบศึกเอเชียนคัพ

สรุปการจัดอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง FIFA Ranking หลังจบศึกเอเชียนคัพ2019 โดยทีมชาติไทยขยับขึ้นจากเดิม 3 อันดับ รั้งที่ 115 ของโลก

หลังจากที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกเอเชียนคัพ2019 ล่าสุดเว็ปไซต์ footyrankings.com ได้ทำการจัดอันดับแรงกิ้งล่าสุดออกมาเป็นที่เรียบร้อย

ปรากฎว่าทีมชาติไทย ได้เพิ่มไป 9 คะแนน รวมเป็น 1,169 คะแนน ขยับขึ้นไป 3 อันดับ รั้งที่ 115 ของโลก และอยู่อันดับที่20 ของเอเชีย

ขณะที่ทีมชาติเวียดนาม ติดลบ 2 คะแนน เหลือ 1,229 คะแนน แต่อันดับก็ยังขยับขึ้นไปที่ 99 ของโลก เนื่องจาก ทีมชาติอินเดีย ติดลบไปถึง 21 คะแนน ส่งผลให้อันดับหล่นจากเดิมที่100 ลงมาอยู่อันดับที่ 103 ของโลก

ทางฝั่ง ฟิลิปปินส์ ที่ทำผลงานแพ้รวด 3 นัด ติดลบไปถึง 36 คะแนน อันดับหล่นฮวบลงไปรั้งที่ 124 ของโลก ส่วนทีมแชมป์เอเชียนคัพ2019 อย่าง ทีมชาติกาตาร์ ทะยานขึ้นไป 38 อันดับ รั้งที่ 55 ของโลก ส่วนทีมชาติญี่ปุ่น รองแชมป์ ขยับขึ้นไป23อันดับ รั้้งที่ 27 ของโลก

ทางด้าน เกาหลีใต้ ขยับขึ้น 12 อันดับ อยู่ที่ 39 ของโลก และ ทีมชาติจอร์แดนขยับขึ้น 13 อันดับ อยู่ที่ 97 ของโลก ส่วนทางฝั่งเกาหลีเหนือ ร่วงลงไป 12 อันดับ หล่นไปอยู่ที่ 121 ของโลก

5 ประเด็นที่ถูกพูดถึง! กับการเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพของUAE

ค่ำคืนนี้แฟนฟุตบอลเอเชียคงจะได้บทสรุปการแข่งขันศึกเอเชียนคัพ2019 ว่าชาติใดจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ ระหว่าง ทีมชาติญี่ปุ่น หรือ ทีมชาติกาตาร์

ต้องบอกว่าเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่ดูสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด เพราะจากผลงานของทั้งสองชาติในรอบที่ผ่านมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อให้ใครจะได้ตำแหน่งแชมป์ก็ต้องบอกว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

เราจะไม่พูดถึงการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ แต่จะมาประเมินผลงานการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่ามีประเด็นไหนน่าสนใจ และยังเป็นที่จดจำของแฟนบอลกันบ้าง

– สนามแข่งขันที่สวยงาม พื้นเนียบกริบ
ข้อแรกถือเป็นสิิ่งดีๆที่ต้องขอชื่นชมกับความทันสมัยในเรื่องสนามแข่งขันที่นี่ ทุกสนามที่เราได้ติดตามจากการถ่ายทอดสดล้วนแต่เป็นสนามที่มีคุณภาพระดับโลก ทั้งเรื่องของผืนหญ้า ที่ปูแบบเนียนกริบ ไร้ที่ติ ทำให้การถ่ายทอดสดในแต่ละเกม ภาพที่ออกมามันดูเนียนตาดีซะเหลือเกิน

แม้การแข่งขันจะผ่านไปสู่รอบลึกๆแล้ว แต่การดูแลพื้นสนามก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย บวกกับความที่เป็นประเทศมหาเศรษฐี ทำให้งบประมาณในเรื่องการดูแลสภาพสนามไม่ใช่ปัญหาของประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้สนามจะผ่านการใช้งานมาหนักขนาดไหน เจ้าภาพก็ยังคงเอาอยู่ ขอปรบมือดังๆให้กับความเอาใจใส่ในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้

– แฟนบอลดูหนาตาแทบทุกสนาม
เป็นศึกชิงแชมป์เอเชียที่มีค่าเฉลี่ยแฟนบอลที่เข้าชมเกมในแต่ละนัดค่อนข้างสูง จะเห็นจากการถ่ายทอดสดในหลายๆเกม แฟนบอลแต่ละชาติต่างหลั่งไหลกันเข้ามาชมเกมอย่างหนาตา ผิดกับในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่แฟนบอลจะหนักไปในยามที่เจ้าภาพลงสนามซะมากกว่า

อย่างคราวนี้ที่ทีมชาติไทยหลุดเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็มีแฟนบอลช้างศึกแห่เข้าไปชมเกมในสนามถึงหลักพันคน ถือเป็นปรากฎการณ์การชมฟุตบอลของคนเอเชีย ที่ยกระดับขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม และแฟนบอลส่วนใหญ่ที่เข้าไปเชียร์ต่างก็ประทับใจกับบรรยากาศในสนาม

– เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของเจ้าภาพ
แน่นอนว่าการเป็นเจ้าภาพ ย่อมทำทุกวิถีทางให้ทีมชาติของตัวเองได้เปรียบคู่แข่งมากที่สุด คราวนี้ก็เช่นกันที่ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกแฟนบอลแซวตั้งแต่การจับสลากแบ่งสาย โดยพวกเขาถือเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มที่ว่ากันว่าเบาที่สุด ประกอบไปด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ไทย, บาห์เรน, อินเดีย ก่อนจะจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มตามคาด

เท่านั้นยังไม่พอการเป็นแชมป์กลุ่มของUAE จะต้องไขว้ไปเจอกับทีมที่จบอันดับ3ที่ดีที่สุดของกลุ่มซี ที่ประกอบไปด้วย เกาหลีใต้, จีน, คีร์กีซสถาน และ ฟิลิปปินส์ และปรากฎว่าชาติที่จบอันดับ3ของกลุ่มซี ก็คือ ทีมชาติคีร์กีซสถาน

– กรรมการตัดสินเข้าข้างเจ้าภาพ
ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกสำหรับประเด็นเรื่องผู้ตัดสินที่มักจะเอนเอียงไปทางเจ้าภาพ คราวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่นัดเปิดสนาม ในเกมที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จุดโทษแบบค้านสายตาในช่วงท้ายเกม ช่วยให้พวกเขาไล่ตามตีเสมอ บาห์เรน 1-1

เท่านั้นยังไม่พอ การเล่นในรอบ16ทีมสุดท้ายกับ ทีมชาติคีร์กีซสถาน เจ้าภาพก็มาได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษจากจุดโทษปัญหา ที่ ฟู หมิง ผู้ตัดสินชาวจีนจัดให้แบบงามหน้า ซึ่งก็ยากที่จะมีใครปฎิเสธ เพราะทัวร์นาเมนต์นี้จะใช้VARตัดสินในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไหนๆก็จะใช้แล้ว ทำไมไม่เอามาใช้ตั้งแต่รอบ16ทีม หรือรอบแรกไปเลย

– แฟนบอลหัวรุนแรง
ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำผลงานทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ พบกับ ทีมชาติกาตาร์ ที่เต็มไปด้วยบรรดานักเตะโอนสัญชาติ และพวกเขาก็ต้องอกหักจอดป้ายไว้เพียงแค่รอบนี้ หลังโดน กาตาร์ ไล่ถลุงไปด้วยสกอร์ 4-0

โดยระหว่างที่กาตาร์กำลังฉลองประตูอยู่นั้น บรรดาแฟนบอลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในฐานะเจ้าภาพต่างแสดงความไม่พอใจด้วยการขว้างปารองเท้าลงไปใส่นักเตะกาตาร์ เดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่สนามที่ต้องคอยห้ามปราม แต่สายฝนรองเท้าก็ยังคงตกลงมาจากอัฒจันทร์แบบไม่หยุดยั้ง

น่าเสียดายที่ภาพบรรยากาศการเชียร์ที่น่าชื่นชมของแฟนบอลเจ้าถิ่น ต้องมาติดภาพลบเอาในเกมสุดท้ายของพวกเขา เพราะจากเหตุการณ์ขว้างรองเท้าในเกมนัดนั้น ต่างถูกแฟนฟุตบอลทั่วโลกประณามการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติคู่แข่ง และเป็นการแสดงออกของความไม่รู้แพ้รู้ชนะในเกมกีฬา

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้วการแข่งขันเอเชียนคัพ2019 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่มีหลากหลายเรื่องราวให้น่าจดจำ ทั้งเรื่องของความสมบูรณ์แบบในการจัดการแข่งขัน รวมถึงผลงานการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของทีมชาติไทย

ถ้าไม่มองเรื่องที่เจ้าภาพใช้ความได้เปรียบในทางที่ไม่ค่อยเหมาะสม ดีไม่มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียหนนี้ อาจจะเป็นครั้งที่จัดได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านมาก็เป็นได้ แล้วพบกันใหม่ในเอเชียนคัพ2023

Cr. ”’Biggy”’

ประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกเอเชียน คัพ 2019 สรุปผล(22-01-62)

สรุปผลฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019
วันอังคารที่ 22 ม.ค. 2562
รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เกาหลีใต้ ชนะ บาห์เรน 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ ในเวลา 90 นาที เสมอ 1-1)
ผู้ทำประตู :1-0 ฮวาง ฮี ชาน (น.43) , 1-1 โมฮาเหม็ด อัล โรไมฮี (น.77) , 2-1 คิม จิน ซู (น.105+2)
——————
กาตาร์ ชนะ อิรัก 1-0
ผู้ทำประตู :1-0 อาลี อัล ราวี (น.62)
——————

ประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

24 ม.ค. 62  เวียดนาม vs ญี่ปุ่น เวลา 20.00 น. (เวลาไทย) สนามอัล มัคตูม สเตเดี้ยม , ดูไบ

24 ม.ค. 62  จีน vs อิหร่าน เวลา 23.00 น. (เวลาไทย) สนามโมฮัมเหม็ด บิน ซายิด สเตเดี้ยม , อาบู ดาบี

25 ม.ค. 62  เกาหลีใต้ vs กาตาร์ เวลา 20.00 น. (เวลาไทย) สนามซายิด สปอร์ต ซิตี้ สเตเดี้ยม , อาบู ดาบี

25 ม.ค. 62  ยูเออี vs ออสเตรเลีย เวลา 23.00 น. (เวลาไทย) สนามฮัซซา บิน ซายิด สเตเดี้ยม , อัล ไอน์

ปาดน้ำตาแล้ววิเคราะห์! 5 สาเหตุที่ ‘ช้างศึก’ ยังไม่ถึงระดับท็อปเอเชีย

เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ซึ่งผลปรากฎว่า ทีมชาติไทย เป็นที่น่าเสียดาย เมื่อต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ “มังกรแดง” ทีมชาติจีน ไปด้วยสกอร์ 1-2

คำถาม? แล้วสาเหตุอะไร ที่ทำให้พลพรรคช้างศึกยังไปได้ไม่ไกลกว่าที่คาดหวัง อย่างเช่นรอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือรอบตัดเชือก วันนี้เราปาดน้ำตาแล้ววิเคราะห์ นี่คือเหตุผลสำคัญที่เรายังไปไม่ถึงในระดับท็อปของเอเชีย…

5.โค้ชเฉพาะกิจและอย่าไปโทษ ‘โค้ชโต่ย’
“โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ถูกดันขึ้นให้มาขัดตาทัพแทนที่ มิโลวาน ราเยวัช และมีเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวในการเตรียมทีมพบกับ จอร์แดน และยูเออี นักเตะที่บริหารจัดการก็เท่าที่มีอยู่ เขาไม่ได้เป็นคนเลือกนักเตะเอง อย่างไรก็ตามกุนซือโปรไฟล์บ้านๆรายนี้ ก็ทำให้ช้างศึกที่หมดลุ้นแล้ว กลับมาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ซึ่งก็ถือว่าดีแล้ว จะโทษเห็นที่จะเป็น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ปล่อยให้กุนซือชาวเซิร์บทำทีมนานเกินไป จนต้องมาแก้ไขเปลี่ยนม้ากันกลางศึก 

4.‘ช้างศึก’ แพ้ทางบอลโด่งตามเคย
ทุกยุคทุกสมัยของ ทีมชาติไทย ไม่ว่ารุ่นเก่าจนมาถึงรุ่นปัจจุบัน ต้องบอกว่า ช้างศึก แพ้ทางลูกโด่งมาโดยตลอด เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราเล่นดี คู่ต่อสู้คิดอะไรไม่ออก แค่รู้ว่ากำลังต่อกรกับไทยแลนด์เท่านั้น เขาก็เปลี่ยนสไตล์มาโยนใส่ทั้งริมเส้น หรือเออรี่ครอสจากกลางสนาม และแล้วไม่นานก็สมหวัง เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้เพราะนักเตะไทยรูปร่างเล็กหรือเปล่า เห็นทีเราคงทำได้เพียงต้องโทษชาติพันธุ์เท่านั้น 

3.สมาธิความสม่ำเสมอยังไม่ดีพอ
นี่คือปัญหาใหญ่ของ ทีมชาติไทย ที่เราเห็นมาโดยตลอดหลายๆรายการก่อนหน้านี้ บ้างครั้งครึ่งแรกเราเล่นกันเป็นพระเอกขี่ม้าขาว แต่ครั้งหลังหนังคนละม้วนกลายเป็นผู้รายใจบาป นั้นเพราะนักเตะเรายังขาดสมาธิทำให้เสียประตูง่าย และความสม่ำเสมอ จนต้องเป็นฝ่ายปราชัยใหกับ ทีมชาติจีน

2.คุณภาพเรื่องตัวผู้เล่นไทย
ผู้เล่นของเราที่มียังมีคุณภาพน้อยเกินไป เพราะตามที่เห็นชุดนี้ เรามีแค่ 3 นักเตะที่ไปค้าแข้งอยู่ในต่างประเทศอย่างเจลีก ญี่ปุ่น รวมถึงอีก 1 รายที่เตรียมไปวัดขนาดฝีเท้าว่าดีพอหรือไม่ในฤดูกาลหน้า ส่วนอีก 3 คนไม่อยากเอ่ยชื่อแต่ก็แค่พอไหว ส่วนอีก 4 คนกล้าพูดตามตรงว่ายังไม่ผ่าน และฝีเท้ายังไม่ดีพอในระดับเอเชีย

1.มาตรฐานตัวผู้เล่นยังห่างกัน
เรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะนักเตะทีมชาติไทย 4 คนที่ผ่านการค้าแข้งและเตรียมย้ายไปเล่นในต่างประเทศ มีคุณภาพที่ดีพอสำหรับต่อกรกับชาติใหญ่ๆในเอเชีย แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเหนือกว่า เราจะเห็นได้ว่าบรรดาท็อปไฟว์ของเอเชียอย่าง เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย หรืออิหร่าน ผู้เล่น 11 คนแรกมีความใกล้เคียงกันมาก และสามารถทดแทนกันได้ สำหรับทัพช้างศึกแล้ว 11 คนแรกยังมีความห่างไกลกัน ฉะนั้นขนาดตัวจริงยังห่างกัน ผู้เล่นในม้านั่งสำรองคงไม่ต้องพูดถึง และเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนเกมที่ใหญ่ๆอย่างเอเชียนคัพได้

CR : mthai

เปิดคู่ต่อสู้ทีมชาติไทย-พร้อมโปรแกรมแข่ง รอบ16ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ

ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้น “ช้างศึก” ซึ่งจบเป็นรองแชมป์กลุ่ม เอ ต้องโคจรไขว้ไปเจอกับรองแชมป์ของ กลุ่ม ซี ระหว่าง จีน หรือเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งคู่ควงกันเข้ารอบน็อคเอาท์แน่นอนแล้ว หลังมี 6 คะแนนเท่ากัน แต่จีนมีลูกได้เสียดีกว่าทัพโสมขาวทำให้ตอนนี้นำเป็นจ่าฝูง โดยทั้งสองทีมจะต้องบู๊กันในแมตช์สุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ในวันที่ 16 มกราคม นี้ เพื่อหาแชมป์ของกลุ่ม 

หลังจบเกมที่ทัพ “ช้างศึก” เสมอกับเจ้าภาพ ยูเออี 1-1 ทำให้ทีมชาติไทยมี 4 คะแนน เท่ากับบาห์เรนที่เชือดอินเดียในช่วงทดเจ็บ ทว่าเฮดทูเฮดของไทยนั้นเหนือกว่าทำให้จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มควง ยูเออี ที่เป็นแชมป์กลุ่มเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที

    ศึกเอเชียน คัพ รอบสุดท้าย ที่ประเทศยูเออี กลุ่ม เอ แข่งขันครบ 3 นัดเรียบร้อยแล้ว ทีมชาติไทย แม้จะออกสตาร์ทได้ย่ำแย่แพ้ อินเดีย เละเทะ 1-4 ส่งผลให้ มิโลวาน ราเยวัช โดนปลดกลางรายการแล้วส่ง “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการณ์หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กับ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยทำหน้าที่แทน 

    ก่อนที่ผลงานอีกสองเกมต่อมา แข้งช้างศึกจะเค้นฟอร์มเก่งบดเอาชนะ บาห์เรน 1-0 จากประตูชัยของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และนัดสุดท้ายล่าสุดจะยันเสมอกับเจ้าภาพ ยูเออี 1-1 ซึ่งแม้ไทยจะโดนยิงนำไปก่อน แต่ “เจ้านิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ว่าที่แข้งเจลีกก็มาซัดประตูตีเสมอให้ไทยแบ่งแต้มสำเร็จ ส่งผลให้มี 4 คะแนนเท่ากับ บาห์เรน แต่เฮดทูเฮดไทยเหนือกว่าทำให้ซิวรองแชมป์กลุ่ม ควงยูเออีที่มี 5 คะแนน เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป     และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี ที่ทัพช้างศึกผ่านเข้ามาเล่นในรอบน็อคเอาท์ โดยครั้งนั้นเมื่อปี 1972 ไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการคว้าอันดับ 3 มาครอง

    ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้น “ช้างศึก” ซึ่งจบเป็นรองแชมป์กลุ่ม เอ ต้องโคจรไขว้ไปเจอกับรองแชมป์ของ กลุ่ม ซี ระหว่าง จีน หรือเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งคู่ควงกันเข้ารอบน็อคเอาท์แน่นอนแล้ว หลังมี 6 คะแนนเท่ากัน แต่จีนมีลูกได้เสียดีกว่าทัพโสมขาวทำให้ตอนนี้นำเป็นจ่าฝูง โดยทั้งสองทีมจะต้องบู๊กันในแมตช์สุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ในวันที่ 16 มกราคม นี้ เพื่อหาแชมป์ของกลุ่ม 

    สำหรับโปรแกรมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้น ทีมชาติไทย จะลงเล่นในวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม นี้ ที่สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดี้ยม ที่เมืองอัล ไอน์ เริ่มแข่งขัน เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด

CR : siamsport

โปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอล เอเชียน คัพ AFC Asian Cup 2019

โปรแกรมถ่ายทอดสดเอเชียน คัพ 2019

วันพุธที่ 9 ม.ค. 2562

รอบแบ่งกลุ่ม สายเอฟ

เวลา 18.00 น. ญี่ปุ่น vs เติร์กเมนิสถาน ถ่ายทอดสดทาง Bugaboo tv

ความพร้อม : ญี่ปุ่น อดีตแชมป์เก่า เอเชียน คัพ 4 สมัย ที่อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งตอนนี้อยู่ที่ 50 ของโลก คุมทีมโดย ฮาจิเมะ โมริยาซุ กุนซือใหญ่วัย 50 ปี นำทีมโดย ยูโตะ นากาโตโมะ แบ็คซ้ายจอมเก๋าวัย 32 ปี ที่ติดทีมชาติมาแล้วกว่า 110 นัด ยิง 3 ประตู จากสโมสร กาลาตาซาราย ในลีกของตุรกี , มายะ โชชิดะ แนวรับกัปตันทีมจากสโมสร เซาท์แฮมตัน ในพรีเมียร์ลีก , ยูยะ โอซาโกะ , ทาคาชิ อินูอิ ดาวเตะจาก รีล เบติส ทีมในศึกลาลีก้า สเปน และ โยชิโนริ มูโตะ ดาวยิงจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ติดมาด้วย

เติร์กเมนิสถาน เข้าร่วมศึก เอเชียน คัพ รอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งอยู่ที่ 127 ของโลก คุมทีมโดย ยาซกูลี่ โฮจาเกลดิเยฟกุนซือวัย 41 ปี นำโดยแข้งตัวหลักอย่าง อาร์สลันมีรัต อามานอฟ , บักติยาร์ ฮอจาห์มีดอฟ , ซอห์รัต โซยูนอฟ และ รุสลัน มินกาซอฟ

——————————-

รอบแบ่งกลุ่ม สายเอฟ

เวลา 20.30 น. อุซเบกิสถาน vs โอมาน ถ่ายทอดสดทาง Bugaboo tv

ความพร้อม : อุซเบกิสถาน ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เอเชียน คัพ มาโดยตลอด 7 ครั้งหลังสุด อันดับฟีฟ่าอยู่ที่ 95 ของโลก คุมทีมโดย เฮคเตอร์ คูเปร์ กุนซือใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ วัย 63 ปี นำทัพโดย อิกนาตีย์ เนสเตรอฟ นายทวารจอมเก๋าที่ติดทีมชาติมาแล้วกว่า 102 นัด , อันซูร์ อิสไมลอฟ , โอดิล อาห์เมดอฟ กัปตันทีมตัวเก่ง และ มารัต บิคมาเอฟ ดาวยิงจอมเก๋า

โอมาน เข้าร่วมศึกฟุตบอล เอเชียน คัพ รอบสุดท้าย มาแล้ว 4 ครั้ง อันดับฟีฟ่าอยู่ที่ 82 ของโลก คุมทีมโดย พิม เวอร์บีค เฮดโค้ชชาวดัตช์วัย 62 ปี โดยเกมล่าสุดอุ่นเครื่องชนะ ทีมชาติไทย มาได้ 2-0 นำทีมโดย อาห์เหม็ด อัล มาฮาจีรี แข้งตัวเก่งที่ติดทีมชาติกว่า 163 นัด ยิง 21 ประตู , ซาอัด อัล มูไคนี่ , ฮาริบ อัล ซาดี้ และ อาลี อัล บูไซดี้

——————————-

รอบแบ่งกลุ่ม สายอี

เวลา 23.00 น. กาตาร์ vs เลบานอน ถ่ายทอดสดทาง Bugaboo tv

ความพร้อม : กาตาร์ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายรายการนี้ทั้งหมด 10 ครั้ง โดยอันดับฟีฟ่าอยู่ที่ 93 ของโลก คุมทีมโดย เฟลิกซ์ ซานเชซ บาส กุนซือใหญ่ชาวสเปน วัย 43 ปี นำทีมโดยแข้งหลักอย่าง ฮัสซัน อัล เฮย์ดอส , อับเดลคาริม ฮัสซัน , อาลี อัสซาด , บูอาเล็ม คูกี และ อิสมาเอล โมฮัมเหม็ด

เลบานอน เข้าร่วมศึกฟุตบอล เอเชียน คัพ รอบสุดท้าย มา 2 ครั้ง โดยที่อันดับฟีฟ่าอยู่ที่ 81 ของโลก คุมทีมโดย มิโอดรัก ราดูโลวิช กุนซือใหญ่ชาวมอนเตรเนโกร วัย 51 ปี นำโดยแข้งหลักอย่าง วาลิด อิสมาอิล , ฮัสซัน มาทุค ดาวยิงกัปตันทีม , โมฮาเหม็ด ไฮดาร์ และ ไฮเธียม ฟาร์

ร่วมใจเชียร์ทีมชาติไทยในศึก AFC Asian Cup 2019 [Betway]

เพียงคุณเดิมพันในรายการ “ฟุตบอล AFC เอเชียนคัพ”
รับเงินเดิมพันฟรีทุกสัปห์ดา และ ได้สิทธิ์ลุ้นรับ iPhone XS

1.สมาชิกต้องมียอดฝากในช่วงระยะเวลาโปรโมชั่นขั้นต่ำ 500 บาท

2.สมาชิกต้องทำการเดิมพันในรายการแข่งขัน “ฟุตบอล AFC เอเชียนคัพ” 
[แบบเดิมพันเดี่ยว, แบบเต็มเวลา และเดิมพันล่วงหน้า ] เท่านั้น และทำยอดวางเดิมพันสะสมต่อสัปดาห์ขั้นต่ำ 10,000 บาท จึงจะได้สิทธิ์รับโบนัส

3.สมาชิกต้องกรอกรหัสบิลเดิมพันทุกบิล ที่เดิมพันใน “ฟุตบอล AFC เอเชียนคัพ ” ลงในช่อง”บันทึก”

โดยคลิกไปที่หน้าโปรโมชั่น แล้วคลิกเลือกโปรโมชั่นนี้ จากนั้นให้ใส่# [ตามด้วยรหัสบิลเดิมพัน]  ลงในช่อง”บันทึก”

  1. Betway จะทำการคำนวนยอดวางเดิมพันสะสมของคุณจากเลขบิลเดิมพันที่คุณให้มาหากสมาชิกไม่กรอกรหัสเดิมพันลงไป การสมัครใช้โปรโมชั่นนี้จะถือว่าเป็นโมฆะ
  2. สมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับโบนัสเงินเดิมพันฟรี พร้อมทั้งมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่จาก Betway *โดยการสุ่มแจก (โปรดดูตารางของรางวัล)

6.โปรโมชั่นนี้ สมาชิกต้องทำยอดวางเดิมพันสะสม 3 เท่าในบัญชีกีฬา จึงจะสามารถถอนเงินโบนัสได้

ช่วงระยะเวลา
การคำนวน
ยอดวางเดิมพันสะสม
ประกาศผลสมาชิก
ที่ได้รับเงินโบนัส
 (รายสัปดาห์)
เงินโบนัสที่จะได้รับสูงสุด 
ต่อสัปดาห์
สัปดาห์ที่ 16 – 13 มกราคม วันที่  14 มกราคมเวลาการจ่ายโบนัส 20:00 น. 15/01/19  900 บาท
สัปดาห์ที่ 2         14 – 20 มกราคม วันที่  21  มกราคมเวลาการจ่ายโบนัส 20:00 น. 22/01/19  900 บาท
สัปดาห์ที่ 3         21- 27 มกราคม วันที่  28  มกราคมเวลาการจ่ายโบนัส 20:00 น. 22/01/19 900 บาท
สัปดาห์ที่ 4        28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ วันที่  4  กุมภาพันธ์เวลาการจ่ายโบนัส 20:00 น. 22/01/19 900 บาท

ตารางเงินโบนัส

ยอดวางเดิมพันสะสมขั้นต่ำ 
ต่อ สัปดาห์
เงินโบนัสที่จะได้รับ
ต่อสัปดาห์
35,000 บาท 900 บาท
20,000 บาท 500 บาท
10,000 บาท 100 บาท

หมายเหตุ

 *สมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติได้รับโบนัสเงินเดิมพันฟรี จะได้รับการติดต่อจากฝ่ายบริการลูกค้า หลังจากเงินโบนัสได้ถูกปรับเข้าบัญชีกีฬาของคุณแล้ว 

ตารางของรางวัลจาก Betway โดยการสุ่มแจก

เงินเดิมพันฟรี จำนวนของรางวัล
iPhone Xs 1
เงินเดิมพันฟรี 5,000 บาท 5
เงินเดิมพันฟรี 3,000 บาท 10

หมายเหตุ
*Betway จะประกาศรายชื่อสมาชิกที่ได้รับรางวัล ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 และผู้โชคดีจะได้รับการติดต่อจากฝ่ายบริการลูกค้า

 *หลังจากสมาชิกได้รับโบนัสจากโปรโมชั่นนี้แล้ว สมาชิกต้องทำยอดวางเดิมพันสะสม 3 เท่าในบัญชีกีฬา จึงจะสามารถถอนเงินโบนัสได้

ก่อนตัดตัว! วิเคราะห์ 27 ขุนพล ชุดลุยศึก เอเชียน คัพ 2019

ถึงวันตบเท้าเข้าคิวรายงานตัวเรียบร้อย สำหรับ 27 นักเตะทีมชาติไทย ชุดเตรียมทำศึก เอเชียนคัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และนี่ก็คือสิ่งที่บ่งบอกว่า การเดินทางสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

สำหรับ 27 รายชื่อนั้น ได้ประกาศตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด 6 คนจากชุดพลาดแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2019 หากไม่นับ 4 ผู้เล่นจากลีกต่างประเทศที่กลับมารับใช้ชาติอีกครั้งอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (โอเอช ลูเวิน), ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล่ ซัปโปโร), ธีรศิลป์ แดงดา ((ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า (ยืมตัว)) และ ธีราทร บุญมาทัน ((วิสเซิ่ล โกเบ (ยืมตัว))

6 รายจาก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่หลุดไปก็คือ นูรูล ศรียานเก็ม, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ มงคล ทศไกร สามปีกขวา โดยรายสุดท้ายอย่าง “จ่าเย็น” ถึงกับประกาศเลิกเล่นทีมชาติไทยเลยทีเดียว

ส่วนอีกสามคนก็มี มานูเอล ทอม เบียร์ห ที่มีอาการบาดเจ็บ, ฟิลิป โรลเลอร์ และ เควิน ดีรมย์รัม แบ็คขวา กับ แบ็คซ้ายลูกครึ่ง โดย 6 นักเตะที่คัมแบ็คกลับสู่ทีมชาติไทย ก็มีทั้ง ทริสตอง โด และ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา สองนักเตะใหม่ของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รวมถึง อดิศร พรหมรักษ์, ชินภัทร ลีเอาะ, สุภโชค สารชาติ และแนวรุกที่สร้างความเซอร์ไพรส์สุดๆ อย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในหลายๆ จุด แต่นี่คือ 27 ผู้เล่นก่อนตัดตัวที่มาจากการเฟ้นการคิดการวิเคราะห์ของ มิโลวาน ราเยวัช และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช ที่มีเดิมพันการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์เป็นอย่างน้อยของศึกเอเชียนคัพ เป็นบันไดด่านแรกที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้

การตอบโต้เสียงวิจารณ์ นั่นคือ การต้องทำงานหนักของ ราเยวัช และต้องทำเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จให้ได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวผมเองก็อยากจะวิเคราะห์ในหลายๆ จุดของการเรียกตัวทั้ง 27 คนในครั้งนี้
จะเป็นเช่นไร ลองอ่านกันได้เลยครับ

ผู้รักษาประตู

ถ้าไม่มีอะไรผิดแปลกให้คิดมากนัก ในตำแหน่งผู้รักษาประตู ทางด้าน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จะกลับมาเป็นมือหนึ่ง ทีมชาติไทย ในเอเชี่ยนคัพ 2019 ครั้งนี้แน่นอน ทว่าสิ่งที่ทำให้ต้องลุ้นหนักนั่นคือ “เจ้าตอง” ยังมีอาการบาดเจ็บบริเวณใต้เท้าระหว่างนิ้วโป้ง และนิ้วชี้อยู่ ทำให้เขาต้องพลาดการลงสนามในลีกรองของเบลเยี่ยมจนถึงปัจจุบัน

และหากอาการบาดเจ็บดังกล่าว ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ รายชื่อของสามนายทวารของทีมชาติไทย ที่ได้บุกดินแดนอาหรับก็จะเป็นสามคนที่เหมือนกับตอนแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ นั่นเอง (ฉัตรชัย บุตรพรหม, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ สรานนท์ อนุอินทร์)

กองหลัง

ในตำแหน่งกองหลัง มานูเอล ทอม เบียร์ห, ฟิลิป โรลเลอร์ และ เควิน ดีรมย์รัม ถูกแทนที่ด้วย อดิศร พรหมรักษ์, ชินภัทร ลีเอาะ, ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา และ ธีราทร บุญมาทัน ก่อนการตัดตัว

เริ่มต้นที่ตำแหน่งแบ็คขวา การได้ ทริสตอง โด เข้ามาแทนที่ ฟิลิป โรลเลอร์ ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า โรลเลอร์ สอบไม่ผ่านจากผลงาน ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ผ่านมา ไม่เหมือนกับ มิก้า ชูนวลศรี ที่ได้ไปต่อ โดย ทริสตอง โด มีความหลากหลายในการเล่นเกมรุกด้านขวาได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ตำแหน่งแบ็คขวา ยังมี อดิศร พรหมรักษ์ อีกคนที่เล่นได้เช่นเดียวกัน รวมถึง ชินภัทร ลีเอาะ ด้วย นั่นทำให้ทีมชุดนี้ มีแบ็คขวาที่สามารถหุบเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้ถึง 3 คน ซึ่งหมายความว่า เราอาจจะได้เห็นระบบหลังสามเวลาต้องการบุก หรือ เซ็นเตอร์ 3 คน พร้อมวิงแบ็คอีกสองข้าง เวลาต้องการเกมรับเน้นๆ

มากันที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แน่นอนว่า พรรษา เหมวิบูลย์ และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว น่าจะเป็นคู่เซ็นเตอร์ที่จะถูกใช้งานเกือบ 100% เต็ม ส่วนตัวซัพพอร์ตรายอื่นๆ ก็มี อดิศร พรหมรักษ์, สุพรรณ ทองสงค์ และ ชินภัทร ลีเอาะ รวมถึง มิก้า ชูนวลศรี ที่เล่นในตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน ซึ่งตำแหน่งนี้ อาจจะมีการตัดชื่อ 1 ราย ก็ต้องรอดูกันต่อไป

ปิดท้ายกันที่ แบ็คซ้าย มีจุดน่าสนใจ นั่นคือ การกลับมาของ ธีราทร บุญมาทัน แต่ทาง ราเยวัช ยังเรียกตัว พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา เข้ามาเสริมทีมด้วย โดยมี เควิน ดีรมย์รัม หลุดออกจากทีมไปแค่รายเดียวในตำแหน่งนี้

ธีราทร บุญมาทัน

ฉะนั้น หาก “เจ้าบาส” กับ “เจ้ามิงค์” กรกช วิริยะอุดมศิริ ติดไปพร้อมกัน เราก็อาจจะได้เห็น ธีราทร บุญมาทัน เล่นในตำแหน่งอื่นๆ เพราะ กรกช เองก็เด่นมากในช่วงที่ผ่านมา ส่วน ธีราทร บุญมาทัน ก็สามารถเล่นได้อีกหลายตำแหน่ง ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง รวมถึงกราบซ้ายตัวบนก็เล่นได้อีกด้วย

กองกลาง

จากการตัดตัวผู้เล่นแนวรุกทางกราบขวาออกไปถึง 3 ราย ทั้ง นูรูล, มงคล และ ปกรณ์ หลังทั้งหมด “สอบไม่ผ่าน” จากผลงานในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 และไม่มีการเพิ่มเติมตำแหน่ง “ปีกธรรมชาติ” เลยแม้แต่คนเดียว โดย ทริสตอง โด ที่แม้จะเล่นได้ แต่เขาก็โดดเด่นขึ้นมาจากตำแหน่งแบ็คขวา เช่นเดียวกับ สิโรจน์ ฉัตรทอง ก็กำเนิดมาจากการเป็นกองหน้ากึ่งปีกมากกว่า ฉะนั้น เป็นไปได้ว่า ระบบของทีมชาติไทย จะเป็น 4-3-3 มากกว่า 4-2-3-1

ชนาธิป

ทั้งนี้ ทีมชุดนี้ มีมิดฟิลด์ตัวกลางทั้งหมด 7 รายด้วยกัน ไล่ตั้งแต่ 5 นักเตะจากชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ อย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ปกเกล้า อนันต์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สุมัญญา ปุริสาย พร้อมกับอีก 2 รายที่เข้ามาอย่าง สุภโชค สารชาติ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์

ผมมองว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าไม่ใช่ สุภโชค ที่โชคร้าย โดนตัดตัวเพราะเพิ่งหายเจ็บกลับมา ก็มีสิทธิ์ที่ทั้งหมดจะได้ไป “ยูเออี” ครบทั้ง 7 คน พร้อมกับมีโอกาสเล่นในระบบ 4-4-2 ที่ยืนแบบไดมอนด์ด้วย หรือการเล่น 4-2-3-1 แบบถ่าง ชนาธิป หรือ สรรวัชญ์ ไปยืนทางฝั่งซ้าย ก็ได้

กองหน้า

กองหน้า 6 รายที่อยู่ในชุดนี้ มีตำแหน่งกองหน้าเบอร์ 9 แท้ๆ แค่คนเดียวคือ อดิศักดิ์ ไกรษร ส่วนกองหน้าที่เล่นทางกราบได้มี 4 คน นั่นคือ ธีรศิลป์ แดงดา, ศุภชัย ใจเด็ด, ชนานันท์ ป้อมบุบผา และ สิโรจน์ ฉัตรทอง โดยมี ศศลักษณ์ ไหประโคน เป็นกองหน้าด้านข้างแบบโอนลี่ คนเดียวในหมู่แนวรุก

ทีมชาติไทย

ดูแล้ว น่าจะมีใครสักคน ถูกตัดออก และก็อาจจะเป็นกองหน้าที่เล่นทางกราบได้ด้วย เพราะทางกราบสองข้างนั้น มีนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ สามารถเล่นได้ ทั้ง ธีราทร, สรรวัชญ์, ชนาธิป และ สุภโชค ทางฝั่งซ้าย รวมถึง ทริสตอง โด และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ทางฝั่งขวา

…… จาก 27 รายชื่อที่เห็น จะเหลือผู้เล่นทั้งหมด 23 รายชื่อสุดท้ายในการแข่งขัน เอเชี่ยนคัพ 2019 รอบสุดท้ายจริงๆ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นในอีกไม่ช้า (ประมาณ 10 วันข้างหน้า) ก่อนการบินลัดฟ้าไปยูเออี

หวังว่านักเตะทุกคนที่มีโอกาส ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ และเสริมสร้างความฟิตให้กับตัวเองมากที่สุด

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างความฝันอันยิ่งใหญ่ร่วมกันในศึกชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้

CR : จอน truesport