5 แนวรุกสุดจี๊ด ตัวแทนฟรองก์ ริเบรี

บทความฟุตบอล5 แนวรุกสุดจี๊ด ตัวแทนฟรองก์ ริเบรี

          ฟรองก์ ริเบรี นักเตะวัย 36 ปี เซ็นสัญญากับบาเยิร์น มิวนิคมาตั้งแต่ 12 ปีที่แล้ว ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัว วันนี้เรามาลองดูกันดีกว่าว่าจะมีใครเข้ามาทดแทนการหายไปของเขาได้บ้าง 

เลรอย ซาเน่

          เลรอย ซาเน่ นักฟุตบอลชาวเยอรมันที่ปัจจุบันอยู่กับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีทั้งความเร็ว การเลี้ยงบอล เทคนิค อายุก็ยังน้อยถือว่าลงทุนไปคุ้มแน่นอน แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่น่าที่จะปล่อยออกจากทีมง่าย ๆ 

ไค ฮาเวิร์ท

          ไค ฮาเวิร์ท อีกหนึ่งนักเตะชาวเยอรมันที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อายุเพียงแค่ 19 แต่กลับเล่นได้อย่างโดดเด่น การส่งบอลและการเลี้ยงบอลถือเป็นจุดเด่นที่น่ากลัวและด้วยอายุเพียง 19 น่าจะพัฒนาได้อีกเยอะ

จาดอน ซานโช

          จาดอน ซานโช ถึงเขาจะเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษแต่ก็เล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ อีกทั้งโชว์ฟอร์มจนทำให้ยักษ์ใหญ่หลาย ๆ ทีมต้องการที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม ด้วยอายุเพียงแค่ 18 ปี เป็นดาวรุ่งอนาคตไกลแน่นอน จุดเด่นของเขาอยู่ที่ความเร็ว การเลี้ยงบอล และการผ่านบอล

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 9ba41d19-30c3-40b5-a1d8-3bf187ce885b-2.gif

นิโคลัส เปเป้

          นิโคลัส เปเป้ นักเตะฝรั่งเศษอายุ 23 ปี เป็นปีกดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดในลีก เอิง มีทีมใหญ่หลากหลายทีมให้ความสนใจอยากได้เขาไปร่วมทีม จุดเด่นของเขาคือลูกยิงไกล การผ่านบอล การเลี้ยงบอล

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 1a5a2200-e240-481d-8267-7192ce0cab61.gif

วีลฟรีด ซาฮา

          วีลฟรีด ซาฮา เป็นนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษเชื้อสายโกตดิวัวร์ จุดเด่นของเขาคือความแข็งแกร่ง การเลี้ยงบอล ความเร็ว เทคนิคเฉพาะตัว ถ้าได้ตัวซาฮาไปจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเกมริมเส้นขึ้นมามากเลย

3 เหตุผล! ทำไมถึงต้องอัพเดทข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมล

3 เหตุผล ว่าทำไม!

ต้องอัพเดท เบอร์โทรศัพท์ & อีเมล

เหตุผลหลักๆที่ Betway อยากให้สมาชิกของเราทุกคนอัพเดทข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมล

1.เพื่อไม่พลาดข้อเสนอพิเศษ ซึ่งบางโปรโมชั่นจะให้สิทธิ์เฉพาะสมาชิกที่เราติดต่อได้ทางโทรศัพท์ หรือ ทางอีเมล เท่านั้น

2.หากสมาชิกมีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีของคุณ เราจะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

3.ในกรณีที่เราต้องการจะส่งของรางวัลให้คุณในโอกาสพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ถูกต้องในการจัดส่งทางไปรษณีย์

อัพเดทได้ง่ายๆ เพียง

1. ล็อกอิน เข้าสู่ระบบ จากนั้น คลิกเลือก [ข้อมุลส่วนตัว]

2.หากคุณทำการตรวจสอบแล้ว จะมีคำว่า [ตรวจสอบแล้ว]  ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องทำการอัพเดทข้อมูลการติดต่ออีก

หากคุณยังไม่ได้ตรวจสอบ ให้ ใส่ อีเมล และ/ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ปัจจุบันของคุณ จากนั้น คลิก [การตรวจสอบ]

3. คุณจะได้รับอีเมลจาก Betway ส่งไปยัง อีเมลของคุณ เพียงแค่ คลิกที่ [ยืนยันอีเมล] ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

#Betway เดิมพันในฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

10 แมตช์ขึ้นไป รับทันทีเงินเดิมพันฟรี 888 บาท

*ข้อมูลเพิ่มเติม https://goo.gl/MGGYCW

5 กองกลางผ่านบอล แม่นสุดในยุโรป

5. มิราเล็ม เปียนิช กองกลางจาก ยูเวนตุส
เปอร์เซ็นต์การผ่านบอล 92.1%

4. ดานี เซบาญอส กองกลางจาก รีล มาดริด
เปอร์เซ็นต์การผ่านบอล 93.1 %

3. เจสัน เดนาเยอร์ กองกลางจาก โอลิมปิก ลียง
เปอร์เซ็นต์การผ่านบอล 93.1 %

2. อักเซล วิตเซล กองกลางจาก ดอร์ทมุนด์
เปอร์เซ็นต์การผ่านบอล 93.2 %

1. โทนี่ โครส กองกลางจาก รีล มาดริด
เปอร์เซ็นต์การผ่านบอล 93.5

โปรแกรมการแข่งขัน – ถ่ายทอดสดไทยลีก 2019 นัดแรก (22-24/02/62)

โปรแกรมการแข่งฟุตบอลไทยลีก

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 นัดแรก จะเริ่มทำการแขงขัน ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ. 62  ส่วนโปรแกรมการแข่งขันในนัดแรก ทีมใดจะเจอกันบ้างนั้น ไปเช็คโปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด กันได้เลย


ส่องขุมกำลัง 16 ทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019

ส่องความพร้อมเหล่า 16 ยอดทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019
พวกเขามีขุมกำลังดีแค่ไหน ? เสริมใครมาบ้าง ? เป้าหมายอย่างไร
ติดตามได้ที่นี่

#1 ราชบุรี มิตรผล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

______________________________________________________________________________

#2 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#3 พีทีที ระยอง

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีทีที ระยอง

______________________________________________________________________________

#4 พีที ประจวบ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : พีที ประจวบ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#5 เชียงใหม่ เอฟซี

ส่องขุมกำลัง โตโยต้า ไทยลีก 2019 : เชียงใหม่ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#6 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#7 สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุพรรณบุรี เอฟซี
______________________________________________________________________________

#8 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

______________________________________________________________________________


#9 การท่าเรือ เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : การท่าเรือ เอฟซี

______________________________________________________________________________

#10 ตราด เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีมโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ตราด เอฟซี

______________________________________________________________________________

#11 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#12 สุโขทัย เอฟซี

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สุโขทัย เอฟซี

______________________________________________________________________________

#13 สมุทรปราการ ซิตี้

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : สมุทรปราการ ซิตี้

______________________________________________________________________________

#14 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

______________________________________________________________________________

#15 ชัยนาท ฮอร์นบิล

ส่องขุมกำลังโตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชัยนาท ฮอร์นบิล

______________________________________________________________________________

#16 ชลบุรี เอฟซี

ส่องขุมกำลังทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019 : ชลบุรี เอฟซี

______________________________________________________________________________

15 นักเตะฝีเท้าดี ที่ย้ายมาดับกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ห่วยหรือซวย! 15 นักเตะฝีเท้าดี ที่มาดับ ณ โอลด์แทรฟฟอร์ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่โรงละครแห่งความฝันสำหรับนักฟุตบอลทุกคน

ห่วยหรือซวย! 15 นักเตะฝีเท้าดี ที่มาดับ ณ โอลด์แทรฟฟอร์ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่โรงละครแห่งความฝันสำหรับนักฟุตบอลทุกคน

แน่นอนว่าความฝันของนักฟุตบอลหลายๆคน คือการได้ใส่ชุดแข่งสีแดงสดของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเตดแห่งนี้ แต่ก็มีนักฟุตบอลไม่น้อยที่โชว์ฟอร์มการเล่นที่นี่ไม่ออกดั่งที่หวังไว้

และหลายๆคนที่ออกจาสโมสรนี้ไปกลับเล่นได้ดีขึ้น เหมือนกับว่าไม่เคยมีช่วงเวลาที่เล่นให้กับที่นี่มาก่อน และนี่ก็คือ 15 นักเตะที่มาค้าแข้งที่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด แต่กลับเล่นได้ไม่ได้อย่างที่คาดหวังเอาไว้ และเป็นก้าวหนึ่งที่ทำให้พวกเขารู้ว่าเส้นทางอาชีพนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป

1.Bebe
■ปีที่เข้ามา: 2010 / ลงเล่นกับแมนยู: 7 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Rayo Vallecano

กว่า 26 ของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขามักจะศึกษาศักยภาพในตัวนักเตะเสมอก่อนที่จะซื้อเข้ามา แต่ไม่ใช่กับ เบเบ้ นักเตะคนนี้ได้ไปดลใจให้ คาร์ลอส เคยรอส อดีตผู้ช่วยของผจก.ทีมของแมนยูไนเตดแนะนำให้ท่านเซอร์ซื้อมา ในขณะที่ตอนนั้นเบเบ้ยังเล่นอยู่กับ วิคตอเรีย กุยมาเรส

และแล้ว กาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เบเบ้ไม่สามารถขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมได้เลยแม้แต่น้อย และหลังจากนั้นเขาก็โดนย้ายให้ไปเล่นให้กับทีมอื่นๆด้วยสัญญายืมตัวมากมาย ก่อนที่จะถูกขายไปยังสโมสรเบนฟิก้า เป็นอันที่สิ้นสุดช่วงเวลาที่น่าเบื่อหน่ายในอาชีพของเบเบ้

แม้ในชีวิตจะผ่านอุปสรรคมามากมาย แต่เจ้าตัวยังคงเล่นฟุตบอลอาชีพอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้สังกัดสโมสรราโย วัลเลกาโน่ ในลาลีก้าสเปน

2.David Bellion

■ปีที่เข้ามา: 2003 / ลงเล่นกับแมนยู: 40 เกม / สโมสรปัจจุบัน: แขวนสตั๊ด

ในฤดูร้อนของปี 2003 ได้เกิดการจากไปของ ‘DB’ผู้เป็นตำนาน กับอีกหนึ่ง ‘DB’ ที่เพิ่งเข้ามา และนั้นทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับเดวิด เบคแฮ่ม ในทันที

และมีเสียงของข่าวลือมากมายหลังจากการซื้อขายนั้นว่า เดวิด เบลลิยง คนนี้คือ เธียร์รี่ อองรี คนต่อไป และยูไนเตดได้เพชรเม็ดงามมาครอบครองแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม การแจ้งเกิดของเขากับแมนยูไนเตดก็ไม่เกิดขึ้น เดวิดเป็นเพียงกองหน้าตัวเลือกคนสุดท้ายต่อจาก รุด ฟาน นิสเตลรอย ,โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา และ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ที่อยู่ในฟอร์มที่ดีกว่า และนั่นทำให้เขาถูกปล่อยยืมตัวไปยังสโมสร เวสแฮม และนีซ ก่อนที่จะถูกขายไปยังนีซ

ก่อนที่เจ้าตัวจะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพไปนั้น ได้เคยไปเล่นให้กับสโมสร บอร์กโดซ์ และเรด สตาร์ เอฟซี เป็นสโมสรสุดท้าย

3.Matteo Darmian

■ปีที่เข้ามา: 2015 / ลงเล่นกับแมนยู: 86 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Man Utd

นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตเลยทีเดียวที่ได้ย้ายมายังสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ของ มัตเตโอ ดาร์เมียน ความท้าทายได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูร้อนเมื่อ 3ปีก่อน

เขาคือตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็คขวา ของ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งดาร์เมี่ยนมีประสบการณ์ในการเล่นในตำแหน่งนี้มาอย่างโชกโชนในซีรี่ย์อา จนเป็นที่ประจักษ์ และทำให้ทีมชาติอิตาลีเรียกตัวไปเข้าแคมป์ในที่สุด แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นกับเขาหลังจากย้านมายังสโมสรแห่งนี้

แม้ว่าเขาเคยเล่นได้ค่อนข้างดีภายใต้ผจก.ฟาน กัล แต่เมื่อถึงยุคมูริญโย่ แทบจะไม่ได้ห็นเขาลงเล่นเลย ซึ่งตรงข้ามกับ อันโตนีโอ วาเลนเซีย ที่ได้ลงเล่นทั้งตำแหน่งวิงแบ็ค และฟูลแบ็ค
และนี่เป็นสัญญาณอันเลวร้ายของดาร์เมียนที่อาจจะทำให้ถูกย้ายออกจากโอล์ดแทรฟฟอร์ดในอนาคตอันใกล้

4.Angel Di Maria

■ปีที่เข้ามา: 2014 / ลงเล่นกับแมนยู: 32 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Paris Saint-Germain

ยูไนเต็ดได้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลในฤดูร้อนปี 2014 กับนักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง อังเคล ดิ มาเรีย ผู้มีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกของเรอัล มาดริด

แต่น่าเสียดายที่เขาไม่เคยเล่นด้วยฟอร์มอย่างนั้นอีกครั้งภายในรั้วของโอล์ดแทรฟฟอร์ด จึงทำให้เขาค้าแข้งอยู่กับที่นี่ได้เพียง 1ฤดูกาลเท่านั้น แน่นอนว่าไม่มีข้อกังขาในเรื่องฝีมือการเล่นของเขา แต่ดิ มาเรีย ไม่สามารถเล่นภายในระบบปรัชญาการเล่นฟุตบอลของหลุยส์ ฟาน กัล ได้ และนั่นจึงทำให้เขาถูกดรอปลงไปเป็นเพียงตัวสำรองของทีมในที่สุด

นักเตะชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ดูท่าจะไม่ค่อยเหมาะกับการเล่นในพรีเมียร์ลีกเท่าไหร่นัก เขาจึงได้ย้ายออกไปค้าแข้งในถิ่นปารีส แซง แชงแมง และดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับการอยู่ที่นั่น จากผลงานที่เล่นได้อย่างสุดยอดให้กับทีมราชันชุดขาว เขาได้ถูกยกย่องให้เป็นปีกที่ดีที่สุดอันดับที่ 10 เท่าที่เรอัล มาดริดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว

5.Fabio

■ปีที่เข้ามา: 2008 / ลงเล่นกับแมนยู: 56 เกม / สโมสรปัจจุบัน: FC Nantes

เมื่อ 10ปีที่แล้ว ยูไนเต็ดได้เซ็นสัญญานักเตะฝาแฝดชาวบราซิเลี่ยนทั้ง 2คนเข้ามา โดยมีความคาดหวังกันว่าจะกลายเป็นคู่หูฟูลแบ็คที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ ฟิล และแกรี่ เนวิล

อย่างไรก็ตาม ราฟาเอลผู้พี่กลายเป็นคนเดียวที่ได้ยึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่นโอล์ดแทรฟฟอร์ดนี้ได้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค ซึ่งได้มีโอกาสลงเล่นถึง 150เกม ก่อนที่จะถูกขายออกไปโดยหลุยส์ ฟานกัล และราฟาเอลก็ได้กลายไปเป็นนักเตะคนสำคัญมากของโอลิมปิก ลียง

แต่สำหรับ ฟาบิโอ นักเตะที่ดูมีศักยภาพอย่างมาก แต่ไม่เคยได้มีโอกาสที่จะแสดงมันออกมา ในตำแหน่งแบ็คซ้ายเขาถูกบดบังโดยปาทริก เอฟร่า แบ็คชาวฝรั่งเศสที่มีฟอร์มการเล่นที่อาจจะดีที่สุดในโลกขณะนั้น และนั่นทำให้ฟาบิโอได้ถูกปล่อยยืมตัวไปยังสโมสรควีนส์ปาร์ค แรนเจอร์ส ก่อนที่จะถูกขายไปยังคาร์ดิฟ ซิตี้ในเวลาต่อมา

ในปัจจุบัน คุณสามารถดูฟอร์มการเล่นของเขาได้กับสโมสรเอฟซี น๊องซ์ สโมสรในปัจจุบันของเขาหลังจากที่ย้ายออกมาจาก มิดเดิลสโบรห์

6.Dong Fangzhuo

■ปีที่เข้ามา: 2004 / ลงเล่นกับแมนยู: 3 เกม / สโมสรปัจจุบัน: แขวนสตั๊ด

เป็นเวลานานที่ ตง ฟาง โจว กลายเป็นผู้ถูกลืมในถิ่นโอล์ด แทรฟฟอร์ด หลังจากที่ย้ายเข้ามาในปี 2004 แต่คงเป็นความน่าผิดหวังอย่างมากที่ของเจ้าตัวที่ได้เข้ามาร่วมงานที่นี่ เนื่องจากมีคู่แข่งมากมายที่เขาจะต้องแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงมาให้ได้ ซึ่งในสุดท้ายแล้วนักเตะชาวจีนรายนี้กลายเป็นแค่นักเตะที่มาอาศัยแคมป์เป็นที่ฝึกซ้อม และเป็นผู้ติดตามในการเดินทางไปแข่งยังที่ต่างๆเท่านั้น

ฟางโจว ได้มีเวลาในการลงเล่นให้กับทีมแมนยูไนเตดอย่างเป็นทางการเพียง 181นาทีเท่านั้น ซึ่งใน 73นาทีนั้นเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็ไม่เคยเลยที่จะเล่นให้ได้สมกับเป็นนักเตะของที่นี่ และในหลังจากนั้นก็เขาก็ได้ย้ายออกไปเล่นถึง 6สโมสร ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2016

7.Shinji Kagawa

■ปีที่เข้ามา: 2012 / ลงเล่นกับแมนยู: 57 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Borussia Dortmund

การเข้าไปคว้าตัวชินจิ คากาวะ ในขณะที่มีฟอร์มรุ่งโรจน์กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก และนั่นก็ทำให้เป็นข่าวใหญ่ได้ไปสักพักหนึ่ง

ซึ่งนั่นก็เพราะว่า เขาเล่นไม่ได้ตามที่คาดหวังสักเท่าไหร่ นักเตะซุปเปอร์สตาร์เอเชียคนนี้ถึงแม้ว่าจะเคยทำแฮตทริกได้ในพรีเมียร์ลีก แต่คากาวะก็ไม่เคยเล่นได้เหมือนที่เคยเล่นภายใต้เจอร์เก้น คล๊อปเลย

และอีกสิ่งหนึ่งที่เฟอร์กูสันได้ทำผิดพลาด คือการแต่งตั้งเดวิด มอยส์ขึ้นมาเป็นผจก.ทีม แล้วเขาก็ได้ขายคากาวะกลับไปยังถิ่นเสือเหลืองอีกครั้งหนึ่ง

8.Manucho

■ปีที่เข้ามา: 2007 / ลงเล่นกับแมนยู: 3 เกม / สโมสรปัจจุบัน: ไร้สังกัด

ในช่วงปี 2000 ยูไนเตดได้มีการมองหานักเตะที่จะเข้ามาเสริมทัพอย่างมากมายหลังจากได้แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ มานูโช่ สโมสรปีศาจแดงได้ซื้อเขามาจากทีม เปโทร แอตเลติโก้ แต่กองหน้าชาวแองโกล่ารายนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นดีลที่แย่มากๆ

หลังจาก 2ฤดูกาลที่ถูกปล่อยยืมตัว และการเล่นในรั้วโอล์ดแทรฟฟอร์ดเพียงไปนาน เขาก็ถูกส่งออกไปยังลีกสเปน และนั่นทำให้เขาถูกชุบชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกับว่าเขาไม่เคยเล่นให้กับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเตดมาก่อน

9.Anthony Martial

■ปีที่เข้ามา: 2015 / ลงเล่นกับแมนยู: 137 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Man Utd

ในช่วงแรกนั้น อองโตนี่ มาร์ซิยาล เล่นได้ดีมาก ลบคำครหาว่าเขาเป็นนักเตะดาวรุ่งที่มีค่าตัวแพงเกินจริงได้สำเร็จ ซึ่งเกมแรกที่ได้ลงเล่นคือเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ทีมคู่อริที่มาเยือน เล่นได้น่าประทับใจมาก หลังจากจบฤดูกาลแรกพรสวรรค์มากมายที่พรั่งพรูออกมาจากตัวเขา ได้วาดฝันให้แฟนบอลตั้งความหวังกับนักเตะรายนี้ และทำให้ฟาน กัล ถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลม

แต่หลังจากนั้นไม่นาน มูริญโย่ได้เข้ามาเป็นเจ้านายใหม่ ได้ทำการลดบทบาทของเขาลงไปเรื่อยๆ และแทบจะไม่ได้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งที่เขาต้องการเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายว่าอองโตนี่คงต้องหาสโมสรใหม่รอไว้แล้ว หลังจาก 1ฤดูกาล ที่ผจก.ทีมคนใหม่เข้ามา กองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้ก็หลุดโผออกจากทีมชาติทันที ซึ่งทำให้เขาไม่ได้ไปเล่นในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศของเขาได้เป็นแชมป์โลก ในสถานะของเขาในตอนนี้อาจจะเป็นเช่นเดียวกับเดวิด เบลลิยง นักเตะฝรั่งเศสรุ่นพี่ที่เคยเป็นมาก่อน

10.Gabriel Obertan

■ปีที่เข้ามา: 2009 / ลงเล่นกับแมนยู: 28 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Levski Sofia

เขาย้ายมากจากสโมสรบอกโดซ์ ในช่วงฤดูร้อนเดียวกับที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ย้ายออกไปยัง เรอัล มาดริด และนั่นทำให้กระแสความคาดหวังเข้ามาอย่างรวดเร็วหาปีกชาวฝรั่งเศสรายนี้ ที่จะเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่คริสเตียโน่ได้ทิ้งเอาไว้ และเขาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่แฟนๆคาดหวังกันเอาไว้

โอแบร์ตองไม่เคยเล่นได้อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นนักเตะของยูไนเตดเลย และความฟิตของเขาก็ยังเป็นปัญหาอีก
ซึ่งสุดท้ายแล้ว เซอร์อเล็กได้ตัดสินใจขายเขาให้ไปอยู่นิวคาสเซิลในที่สุด และที่นั่นดูเหมือนเขาจะกลับมาเป็นนักเตะที่ดีอีกครั้งหนึ่ง โอแบร์ตองได้กลับมาพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่เป็นนักเตะที่ห่วย อย่างที่เคยเล่นกับยูไนเต็ด

หลังจากน้นเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ อันชิ มาคัชคาล่า และก็วีแกน จนมาถึง เลฟสกี้ โซเฟีย ในบัลแกเรีย สโมสรปัจจุบันที่เขาเล่นอยู่

11.Rodrigo Possebon

■ปีที่เข้ามา: 2008 / ลงเล่นกับแมนยู: 8 เกม / สโมสรปัจจุบัน: ไร้สังกัด

เขาได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมรั้วโอล์ดแทรฟฟอร์ดท่ามกลางความฮือฮาเล็กน้อย เพราะเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ไม่เคยขึ้นทีมชุดใหญ่มาก่อน โรดริโก้เล่นในตำแหน่งกองหลายตัวรับ ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับการไว้วางใจให้เป็นนักเตะคนสำคัญของทีมสะที และนั่นก็เป็นหนทางสู่การหาสโมสรใหม่

เขาได้ย้ายกลับไปเล่นในบราซิลอีกครั้งกับซานโตส และนั่นเป็นสโมสรที่เขาได้ลงเล่นมากที่สุด ในปัจจุบันโพสเซบอนเป็นนักเตะภายใต้สังกัดสโมสรโฮจิมินห์ ซิตี้

12.Morgan Schneiderlin

■ปีที่เข้ามา: 2015 / ลงเล่นกับแมนยู: 47 เกม / สโมสรปัจจุบัน: Everton

มันดูเป็นดีลที่ดีทีเดียว เพราะ ณ ตอนนั้น มอร์แกน ชไนเดอลิน ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะกองกลางตัวรับที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ แต่ก็มีนักเตะไม่น้อยที่เล่นได้ดีกว่าเขา กองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้ ไม่ได้เล่นอยู่ในฟอร์มเดิมอย่างที่เคยเล่นให้กับเซาท์แธมตัน

ชื่อเสียงที่เคยสร้างมานั้นถูกทำลายทั้งหมด จนกระทั่งไม่ได้รับความไว้ใจจากผจก.ทีมหลุยส์ ฟาน กัล อีกต่อไป และในช่วงกลางฤดูกาลที่ 2 เอฟเวอร์ตันก็ได้เอื้อมมือมาช่วยวิกฤติชีวิตของมอร์แกนไม่ให้ก้นติดม้านั่งอีกต่อไป

ภายใต้ผจก.โรนัลด์ คูมัน และแซม อัลลาไดซ์ เขาเป็นไม่ได้เป็นนักเตะที่เล่นได้แย่เหมือนอย่างเคยที่กูดิสัน ปาร์ค จนกระทั่งมาถึงยุคของมาร์โก้ ซิลวา ชไนเดอลินกลางเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมที่ขายไปได้เลยทีเดียว

13.Luke Shaw

■ปีที่เข้ามา: 2014 / ลงเล่นกับแมนยู: 70 / สโมสรปัจจุบัน: Man Utd

ลุต ชอว์ เป็นอีกคนหนึ่งที่โชคร้าย เนื่องจากในเกมที่เจอกับพีเอสวี ในปี 2015 เขาได้รับบาดเจ็บรุนแรง จนทำให้ห่างหายจากการลงสนามเป็นเวลานาน ซึ่งก่อนหน้านั้นชอว์ได้รับการไว้วางใจให้เป็นแบ็คซ้ายตัวหลักของทีมเสมอมา

เขาได้กลับมาเล่นในยุคของมูริญโย่ แต่นั่นก็ทำให้เขาไม่ได้อยู่ในสถานะเดิม อดีตนักเตะของเซาท์แธมตันไม่เคยอยู่ในแท็คติกของกุนซือชาวโปรตุกีสคนนี้เลย ซึ่งในฤดูกาลปัจจุบัน เขาเพิ่งได้ลงเล่นไปเพียง 7ครั้งเท่านั้น

14.Alan Smith

■ปีที่เข้ามา: 2004 / ลงเล่นกับแมนยู: 93 เกม / สโมสรปัจจุบัน: ไร้สังกัด

คุณคงประทับใจแน่ๆที่แมนยูไนเต็ดกล้าที่จะซื้อนักเตะที่มาจากลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมที่เคยเป็นทีมอริกันมาก่อน โดยเฉพาะนักเตะที่มีพรสรรค์สูงอย่างเขาคนนี้

อลัน สมิธ เป็นนักเตะมีทักษะเฉพาะตัวในการเล่นที่แตกต่างจากคนอื่น ทำให้ได้ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของลีดส์ ยูไนเต็ดด้วยวัยเพียง 18ปีเท่านั้น

แต่ในตอนฤดูกาลสุดท้ายที่ก่อนที่สโมสรลีดส์จะตกชั้นพรีเมียร์ลีกในปี 2004 เฟอร์กูสันได้พยายามดึงตัวเขามาร่วมทีมเป็นเวลานาน และในที่สุดสมิธก็ได้เขามาร่วมทีมคู่อริอย่างยูไนเต็ด แต่เขาก็ไม่เคยโชว์ฟอร์มได้ดีถึงขีดสุดเหมือนตอนอยู่ลีดส์อีกเลย

กองหน้าที่โชว์ฟอร์มผีเข้าผีออกรายนี้ถูกเฟอร์กี้เปลี่ยนตำแหน่งลงไปเล่นเป็นกองกลาง หลังจากเขาก็ได้ประสบปัญหาการบาดเจ็บครั้งใหญ่ จนทำให้ต้องย้ายไปยังนิวคตาสเซิลหลังจากที่เล่นให้ทีมปีศาจแดงได้ 3ปี และนั่นทำให้ช่วงเวลาที่เจิดจรัสไม่เกิดขึ้นกับเขาอีกเลย

15.Victor Valdes

■ปีที่เข้ามา: 2015 / ลงเล่นกับแมนยู: 2 เกม / สโมสรปัจจุบัน: ไร้สังกัด

วิคตอร์ บัลเดส ผู้เคยอยู่ภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัลมาก่อน สมัยอยู่บาเซโลน่า และนั่นเป็นเป็นอีกครั้งที่เขาได้ร่วมงานกันที่แมนยูไนเตด ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนได้ย้ายออกจากถิ่นแคมป์ นูว ในปี 2015

เขาไม่เคยที่จะสามารถเทียบชั้นกับดาวิด เดเกอาที่เป็นมือ 1ได้เลย แต่เขาก็พยายามต่อสู้ และฝึกฝนฝีมือมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างงั้น เขาก็ไม่เคยได้เป็นผู้รักษาประตูมือ1 เลย

หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับมิดเดิลสโบรห์ ซึ่งสวนทางกับการมาของมูริญโย่ อดีตโค้ชที่เคยทำงานที่บาเซโลน่าเช่นเดียวกัน และคาดว่าอีกไม่นานโกลรายนี้คงจะอำลาวงการกลายเป็นตำนานของบาซ่ารายต่อไป

ไม่ว่าใครที่เป็นนักเตะอาชีพต่างก็อยากร่วมสโมสรดังๆทั้งนั้น แต่หลังจากที่ได้เข้าไปแล้วมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ โดยเฉพาะสโมสรที่ได้ชื่อว่าโรงละครแห่งความฝัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเตด ที่ได้ฉายานี้มาก็เพราะว่า ไม่ว่าใครก็อยากจะมาเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้กันทั้งนั้น และนักเตะที่กล่าวไปข้างต้นนั้นคือตัวอย่างที่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีนักเตะชื่อดังและไม่ดังอีกมากมายที่จะต้องมาผิดหวังกับโรงละครแห่งความฝันแห่งนี้

คุณคิดว่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเตดในชุดปัจจุบันเป็นการลงทุนซื้อมาที่คุ้มค่าหรือไม่

5 ประเด็นที่ถูกพูดถึง! กับการเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพของUAE

ค่ำคืนนี้แฟนฟุตบอลเอเชียคงจะได้บทสรุปการแข่งขันศึกเอเชียนคัพ2019 ว่าชาติใดจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ ระหว่าง ทีมชาติญี่ปุ่น หรือ ทีมชาติกาตาร์

ต้องบอกว่าเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่ดูสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด เพราะจากผลงานของทั้งสองชาติในรอบที่ผ่านมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อให้ใครจะได้ตำแหน่งแชมป์ก็ต้องบอกว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

เราจะไม่พูดถึงการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ แต่จะมาประเมินผลงานการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่ามีประเด็นไหนน่าสนใจ และยังเป็นที่จดจำของแฟนบอลกันบ้าง

– สนามแข่งขันที่สวยงาม พื้นเนียบกริบ
ข้อแรกถือเป็นสิิ่งดีๆที่ต้องขอชื่นชมกับความทันสมัยในเรื่องสนามแข่งขันที่นี่ ทุกสนามที่เราได้ติดตามจากการถ่ายทอดสดล้วนแต่เป็นสนามที่มีคุณภาพระดับโลก ทั้งเรื่องของผืนหญ้า ที่ปูแบบเนียนกริบ ไร้ที่ติ ทำให้การถ่ายทอดสดในแต่ละเกม ภาพที่ออกมามันดูเนียนตาดีซะเหลือเกิน

แม้การแข่งขันจะผ่านไปสู่รอบลึกๆแล้ว แต่การดูแลพื้นสนามก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย บวกกับความที่เป็นประเทศมหาเศรษฐี ทำให้งบประมาณในเรื่องการดูแลสภาพสนามไม่ใช่ปัญหาของประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้สนามจะผ่านการใช้งานมาหนักขนาดไหน เจ้าภาพก็ยังคงเอาอยู่ ขอปรบมือดังๆให้กับความเอาใจใส่ในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้

– แฟนบอลดูหนาตาแทบทุกสนาม
เป็นศึกชิงแชมป์เอเชียที่มีค่าเฉลี่ยแฟนบอลที่เข้าชมเกมในแต่ละนัดค่อนข้างสูง จะเห็นจากการถ่ายทอดสดในหลายๆเกม แฟนบอลแต่ละชาติต่างหลั่งไหลกันเข้ามาชมเกมอย่างหนาตา ผิดกับในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่แฟนบอลจะหนักไปในยามที่เจ้าภาพลงสนามซะมากกว่า

อย่างคราวนี้ที่ทีมชาติไทยหลุดเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็มีแฟนบอลช้างศึกแห่เข้าไปชมเกมในสนามถึงหลักพันคน ถือเป็นปรากฎการณ์การชมฟุตบอลของคนเอเชีย ที่ยกระดับขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม และแฟนบอลส่วนใหญ่ที่เข้าไปเชียร์ต่างก็ประทับใจกับบรรยากาศในสนาม

– เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของเจ้าภาพ
แน่นอนว่าการเป็นเจ้าภาพ ย่อมทำทุกวิถีทางให้ทีมชาติของตัวเองได้เปรียบคู่แข่งมากที่สุด คราวนี้ก็เช่นกันที่ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกแฟนบอลแซวตั้งแต่การจับสลากแบ่งสาย โดยพวกเขาถือเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มที่ว่ากันว่าเบาที่สุด ประกอบไปด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ไทย, บาห์เรน, อินเดีย ก่อนจะจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มตามคาด

เท่านั้นยังไม่พอการเป็นแชมป์กลุ่มของUAE จะต้องไขว้ไปเจอกับทีมที่จบอันดับ3ที่ดีที่สุดของกลุ่มซี ที่ประกอบไปด้วย เกาหลีใต้, จีน, คีร์กีซสถาน และ ฟิลิปปินส์ และปรากฎว่าชาติที่จบอันดับ3ของกลุ่มซี ก็คือ ทีมชาติคีร์กีซสถาน

– กรรมการตัดสินเข้าข้างเจ้าภาพ
ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกสำหรับประเด็นเรื่องผู้ตัดสินที่มักจะเอนเอียงไปทางเจ้าภาพ คราวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่นัดเปิดสนาม ในเกมที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จุดโทษแบบค้านสายตาในช่วงท้ายเกม ช่วยให้พวกเขาไล่ตามตีเสมอ บาห์เรน 1-1

เท่านั้นยังไม่พอ การเล่นในรอบ16ทีมสุดท้ายกับ ทีมชาติคีร์กีซสถาน เจ้าภาพก็มาได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษจากจุดโทษปัญหา ที่ ฟู หมิง ผู้ตัดสินชาวจีนจัดให้แบบงามหน้า ซึ่งก็ยากที่จะมีใครปฎิเสธ เพราะทัวร์นาเมนต์นี้จะใช้VARตัดสินในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไหนๆก็จะใช้แล้ว ทำไมไม่เอามาใช้ตั้งแต่รอบ16ทีม หรือรอบแรกไปเลย

– แฟนบอลหัวรุนแรง
ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำผลงานทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ พบกับ ทีมชาติกาตาร์ ที่เต็มไปด้วยบรรดานักเตะโอนสัญชาติ และพวกเขาก็ต้องอกหักจอดป้ายไว้เพียงแค่รอบนี้ หลังโดน กาตาร์ ไล่ถลุงไปด้วยสกอร์ 4-0

โดยระหว่างที่กาตาร์กำลังฉลองประตูอยู่นั้น บรรดาแฟนบอลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในฐานะเจ้าภาพต่างแสดงความไม่พอใจด้วยการขว้างปารองเท้าลงไปใส่นักเตะกาตาร์ เดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่สนามที่ต้องคอยห้ามปราม แต่สายฝนรองเท้าก็ยังคงตกลงมาจากอัฒจันทร์แบบไม่หยุดยั้ง

น่าเสียดายที่ภาพบรรยากาศการเชียร์ที่น่าชื่นชมของแฟนบอลเจ้าถิ่น ต้องมาติดภาพลบเอาในเกมสุดท้ายของพวกเขา เพราะจากเหตุการณ์ขว้างรองเท้าในเกมนัดนั้น ต่างถูกแฟนฟุตบอลทั่วโลกประณามการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติคู่แข่ง และเป็นการแสดงออกของความไม่รู้แพ้รู้ชนะในเกมกีฬา

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้วการแข่งขันเอเชียนคัพ2019 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่มีหลากหลายเรื่องราวให้น่าจดจำ ทั้งเรื่องของความสมบูรณ์แบบในการจัดการแข่งขัน รวมถึงผลงานการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของทีมชาติไทย

ถ้าไม่มองเรื่องที่เจ้าภาพใช้ความได้เปรียบในทางที่ไม่ค่อยเหมาะสม ดีไม่มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียหนนี้ อาจจะเป็นครั้งที่จัดได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านมาก็เป็นได้ แล้วพบกันใหม่ในเอเชียนคัพ2023

Cr. ”’Biggy”’

10 นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในปี 2018

ในปี 2018 เป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดซื้อขายนักเตะค่อนข้างคึกคักและมีการทุ่มเงินเป็นสถิติโลกถึง 3 ครั้งเพื่อคว้าตัวนักเตะที่มีฝีเท้าเข้ามาร่วมทีม เรามาดูกับว่าใครคือนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดประจำปีนี้

ในปี 2018 เป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดซื้อขายนักเตะค่อนข้างคึกคักและมีการทุ่มเงินเป็นสถิติโลกถึง 3 ครั้งเพื่อคว้าตัวนักเตะที่มีฝีเท้าเข้ามาร่วมทีม เรามาดูกับว่าใครคือนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดประจำปีนี้

#Betway เว็ปตรงสัญชาติอังกฤษ?คุณได้ลองแล้วรึยัง?
สมาชิกใหม่จะได้รับ?คูปองโบนัส 300 บาท
⚽ โบนัสฝากครั้งแรก(กีฬา) 200% เทิร์น 15 เท่า
คืนเงินทุกวัน 1% จากยอดเล่น สูงสุดในไทย?
เข้าร่วมเป็นสมาชิก คลิก https://bit.ly/2K2oT9D
สิทธิประโยชน์อีกมากมายรอคุณอยู่
ติดต่อเจ้าหน้าที่แชทสด (ตลอด 24 ชม.)
https://goo.gl/MGGYCW

1. คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ – ย้ายจาก โมนาโก ไป ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ค่าตัว 180 ล้านยูโร
ต้องยอมรับว่านักเตะคนนี้คือเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ซึ่งที่จริงแล้ว เอ็มบั๊ปเป้ ย้ายมาอยู่กับเปแอสเชมาตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมาในสัญญายืมตัวพ่วงออปชั่นซื้อขาด โดยหลังจากจบซีซั่นที่แล้วทีมดังจากกรุงปารีสก็ไม่รอช้าที่จะคว้าแข้งวัยเพียง 20 ปีรายนี้มาร่วมทีมแบบถาวรด้วยค่าตัวสูงถึง 180 ล้านยูโรและทำให้ เอ็มบั๊ปเป้ กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดประจำปีนี้ไปครอง

2. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ – ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไป บาร์เซโลน่า ค่าตัว 120 ล้านยูโร
ก่อนที่ดีลนี้จะเกิดขึ้น พฤติกรรมของ คูตินโญ ในถิ่นแอนฟิลด์ไม่ค่อยทำให้แฟนบอลของลิเวอร์พูลพอใจสักเท่าไหร่ เมื่อเจ้าตัวเคยออกมาให้สัมภาษณ์แบบหมดเปลือกว่าต้องการย้ายไปเล่นให้กับทีมในฝันอย่างบาร์เซโลน่าในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าย้ายไปแล้วจะไม่ได้ลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกก็ตามเนื่องจากเขาเคยลงเล่นให้กับ “หงส์แดง” .ในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อนหน้านี้ ซึ่งในปัจจุบันแฟนบอลของบาร์เซโลน่าก็ไม่ค่อยพอใจกับดีลนี้สักเท่าไหร่ เมื่อดาวเตะชาวบราซิลยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้สมกับค่าตัวทีม “เจ้าบุญทุ่ม” จ่ายไปสักเท่าไหร่

3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไป ยูเวนตุส ค่าตัว 100 ล้านยูโร
ดีลนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ประจำปีไปเลยก็ว่าได้ เมื่อนักเตะที่ขึ้นว่าดีที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลในยุคนี้อย่าง โรนัลโด้ ที่เพิ่งพาเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกไปครองได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งให้กับยูเวนตุสในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ โดยดาวยิงชาวโปรตุเกสก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

4. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค – ย้ายจากเซาแธมป์ตัน ไป ลิเวอร์พูล ค่าตัว 84.5 ล้านยูโร
ว่ากันตามตรงคือดีลนี้เกือบจะไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อช่วงต้นของซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล ได้แอบไปพูดคุยเจรจากับ ฟาน ไดจ์ค โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางต้นสังกัดของนักเตะจนทำให้ เซาแธมป์ตัน ไม่พอใจเป็นอย่างมากกับการกระทำในครั้งนี้ แต่สุดท้ายในช่วงเดือนมกราคมที่่ผ่านมา “หงส์แดง” ก็สามารถคว้าตัวกองหลังชาวฮอลแลนด์รายนี้มาร่วมทีมได้สำเร็จด้วยค่าตัว 84.5 ล้านยูโร ทำให้ ฟาน ไดจ์ค กลายเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกในปัจจุบัน

5. เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา ไป เชลซี ค่าตัว 80 ล้านยูโร
หลังจากที่ เชลซี ได้ตัดสินใจปล่อยตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูตัวเก่งออกจากทีมไปให้กับเรอัล มาดริดเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่่ผ่านมา ทำให้ทีมดังจากกรุงลอนดอนจำเป็นต้องหานายด่านคนใหม่เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขาตกเป็นข่าวกันผู้รักษาประตูมากหน้าหลายตาจนในที่สุดพวกเขาก็ได้จ่ายเงินกว่า 80 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัว เกป้า มือกาวชาวสเปนวัย 24 ปีเข้ามา และการย้ายทีมในครั้งนี้ทำให้ เกป้า กลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน

6. โธมัส เลอมาร์ – ย้ายจาก โมนาโก ไป แอตเลติโก้ มาดริด ค่าตัว 70 ล้านยูโร
ตลอดช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว เลอมาร์ ตกเป็นข่าวกับรรดาทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมในยุโรปไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, บาเยิร์น มิวนิค และบาร์เซโลน่า แต่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้ตัดสินใจอยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไปในซีซั่นที่ผ่านมา จนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาทีมที่ไม่มีเคยตกเป็นข่าวกับนักเตะรายนี้เลยแท้แต่ครั้งเดียวอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด กลายเป็นทีมที่ได้ตัว เลอมาร์ ไปร่วมทัพในซีซั่นนี้ด้วยค่าตัวราวๆ 70 ล้านยูโร

7. ริยาด มาห์เรซ – ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว 67.8 ล้านยูโร
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเคยมีกระแสข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการคว้าตัว มาห์เรซ ไปร่วมทีมและตัวนักเตะเองก็ต้องการย้ายไปอยู่กับทีมที่ในใหญ่กว่าเพื่อความสำเร็จในชีวิตการค้าแข้งจนถึงว่าดาวเตะชาวแอลจีเรียขั้นไม่กลับไปซ้อมกับเลสเตอร์ ซิตี้ก่อนที่ปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่สุดท้าย “เรือใบสีฟ้า” ก็สามารถดึงตัว มาห์เรซ มาร่วมทีมได้สำเร็จในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่แชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดซื้อเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาลนี้

8. อายเมริค ลาปอร์ต – ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว 65.2 ล้านยูโร
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างเสียงฮือฮาด้วยการคว้าตัว ลาปอร์ต กองหลังนิรนามชาวฝรั่งเศสมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 65.2 ล้านยูโรพร้อมกับคำถามว่าจะซื้อมาแล้วคุ้มไหม จนในตอนนี้เจ้าตัวสามารถตอบด้วยผลงานที่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างรอดเร็วและกลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักของ “เรือใบสีฟ้า” ในปัจจุบัน

9. ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง – ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป อาร์เซน่อล ค่าตัว 63.7 ล้านยูโร
ย้อนกลับไปในเดือนมกราคมที่ผ่านมา อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซื้อรุ่นเก๋าที่ในตอนนั้นยังคุมทัพ “ปืนใหญ่” ได้สินใจปล่อยตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวสำรองไปให้กับเชลซี พร้อมกับนำเงินจำนวนั้นรวมกับงบของสโมสรเพื่อใช้ในการคว้าตัว โอบาเมยอง ดาวยิงตัวเก่งของดอร์ทมุนด์มาร่วมทีม ซึ่งดาวยิงชาวกาบองก็สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงสนามให้กับอาร์เซน่อล และเป็นกองหน้าตัวหลักในยุคของกุนซือคนใหม่อย่าง อูไน เอเมเรี่ ในซีซั่นนี้

10. อลิสซอน เบ็คเกอร์ – ย้ายจาก โรม่า ไป ลิเวอร์พูล ค่าตัว 62.5 ล้านยูโร
ทีมดังจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ต้องเจอกับฝันร้ายในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในซีซั่นที่ผ่านมา หลังจากที่ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันสร้างความผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยถึง 2 ครั้งในเกมเดียวจนทำให้ทีมพลาดโอกาสคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ไปแบบหมดสภาพ และจากความผิดพลาดในครั้งนั้นทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือมาดเข้มของลิเวอร์พูลตัดสินใจปล่อยตัว คาริอุส ออกจากทีมในสัญญายืมตัวพร้อมกับทุ่มเงินกว่า 62.5 ล้านยูโรในการคว้าตัว อลิสซอน มาร่วมทีม ทำให้มือกาวชาวบราซิลกลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกก่อนที่สถิตินี้จะถูก เกป้า ทำลายลงเพียงไม่กี่วันต่อจากนั้น

5 เหตุผล เฟรงกี้ เดอ ยอง จะปังแน่นอนกับ บาร์เซโลน่า

หลายคำถามจากเหล่าสาวก อาซูกราน่า ถึงความสามารถ ความคุ้มค่า ในอีกหนึ่งดีลที่สุดแสนมโหฬารนี้ เฟรงกี้ เดอ ยอง ห้องเครื่องวัย 21 ปี เปิดตัวกัลบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวจำนวน 75 ล้านยูโร แถมมีออฟชั่นเพิ่มเติมให้อีก 11 ล้านยูโรตามผลงาน

ซึ่งสัญญาฉบับดังกล่าวเป็นการเซ็นล่วงหน้าสำหรับซีซั่นที่จะถึง ตอนนี้ เฟรงกี้ ยังคงอยู่ช่วยอาร์แจ็กซ์ ในพรีเมียร์ดัตช์ ต่อไป 

#Betway เว็ปตรงสัญชาติอังกฤษ?คุณได้ลองแล้วรึยัง?
? สมาชิกใหม่จะได้รับ?คูปองโบนัส 300 บาท
⚽ โบนัสฝากครั้งแรก(กีฬา) 200% เทิร์น 15 เท่า
? คืนเงินทุกวัน 1% จากยอดเล่น สูงสุดในไทย?
? เข้าร่วมเป็นสมาชิก คลิก https://bit.ly/2K2oT9D
?️ สิทธิประโยชน์อีกมากมายรอคุณอยู่?
? ติดต่อเจ้าหน้าที่แชทสด (ตลอด 24 ชม.)
? https://goo.gl/MGGYCW

ฤดูกาบหน้า สาวกทีมต่างดาว จะได้เห็นเขาในเสื้อสีเลือดหมูแน่นอน แต่ก่อนหน้าจะถึงตรงนี้ ทีมงาน Ballstep จะมาวิเคราะห์ให้ท่านได้เห็นภาพว่า คุ้มค่าแค่ไหน ที่บาร์เซโลน่าจะได้ เฟรงกี้ เดอ ยอง มาเติมเต็มในแดนกลาง กับ 5 เหตุผล เดอ ยอง จะปัง กับบาร์เซโลน่า

1.ศักยภาพของเจ้าตัว

สื่อจากหลายสำนักคาดการณ์กันว่า นี่คือนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ที่ฉลาดที่สุด หากวัดกันในช่วงอายุ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ เป๊ป กวาดิโอล่า เรอัล มาดริด รวมถึง มหาเศรษฐีอย่าง ปารีส แซงต์แชกแมง จึงรุมแย่งกันเอาเป็นเอาตาย

สไตล์การเล่นที่เน้นการอ่านเกมเป็นหลัก เดอ ยอง เป็นศูนย์กลางในการคุมจังหวะของ อาร์แจ็กซ์ เขาสามารถพลิกแพลงบอลสั้นยาวได้อย่างใจนึก

ทุกๆการจ่ายบอล จะผ่านการคิดไว้ก่อนล่วงหน้าเสมอ !!! 

2.เคมี…ที่ตรงกัน

อังเดร โกเมส , เดนิส ซัวเรซ คือหนึ่งในหลายๆรายชื่อมิดฟิดล์ที่มาล้มเหลวกับบาร์เซโลน่า ไม่ใช่ว่าพวกเขาหลายๆคน ไม่เก่งพอ หรือ ศักยภาพไม่ถึง แต่บาร์เซโลน่า เป็นฟุตบอลที่เน้นหนักในเรื่องระบบ และความเข้าใจ มันจึงกลายเป็นว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ สติปัญญารวมถึงความเข้าใจเกม เป็นสิ่งที่นักเตะในตำแหน่งกองกลางของบาร์เซโลน่าต้องมี

และในวัย 21 ปี เฟรงกี้ เดอ ยอง คือนักเตะที่ตรงสเป็คกับทีมมากที่สุด เพราะเขาเก่งกาจเรื่องการมองเกม ความเข้าใจ และระบบการเล่นของ อาร์แจ็กซ์ ก็มีความคล้ายคลึงกับบาร์เซโลน่า

3.ทักษะการทำประตู

นอกจากความสามารถในการคุมเกม การวางบอลแล้ว หนึ่งสิ่งที่ ห้องเครื่องทีมชาติเนเธอร์แลนด์ทำได้ดี คือ การหาโอกาสขึ้นมาจบสกอร์ ในฤดูกาลนี้ เดอยอง ทำไปแล้ว 4 ประตู จากการลงเล่น 15 เกม ซึ่งหากมองแค่ตัวเลข ก็ดูดีกว่าแดนกลางของบาร์ซ่า ณ เวลานี้ และจุดนี้อาจจะเป็นทีเด็ด ที่บัลเบเด้ มองว่า คือออฟชั่นเสริมในยามคับขัน

นอกจากนั้น ทักษะการครองบอล การเอาตัวรอด ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม อาจจะต้องอาศัยการสร้างกล้ามเนื้ออีกสักหน่อย หากต้องการจะแกร่งเหมือน เซร์คิโอ บุสเก็ตส์

4.การันตี ตำแหน่ง

จากการคาดการณ์ของสื่อสายกาตาลัน หลายๆสำนัก ซีซั่นนี้ อาจจะเป็น ซีซั่นสุดท้ายแล้วสำหรับห้องเครื่องทีมชาติโครเอเชียอย่าง อิวาน ราคิติช ด้วยวัยที่ย่างเข้าสู่เลข 3 พละกำลังรวมถึงความสดของราคิติช ลดน้อยถ่อยลงไปพอสมควร ซึ่งนี่คือสิ่งที่เป็นแรงผลักดันอย่างแรก ให้บาร์เซโลน่า ต้องมองหา ตัวแทน และมาจบที่ เฟรงกี้ เดอ ยอง

ทั้งคู่มีสไตล์และความเข้าใจในเกมการเล่นที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่บาร์เซโลน่าจึงยอมจ่ายถึง 75+11 ล้านยูโร เพื่อความเขามาจากฮอลแลนด์

5.แรงผลักดันและความใฝ่ฝัน

นักเตะหลายๆคน ต่างมีความฝันที่อยากจะลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่า เช่นเดียวกับ เฟรงกี้ เดอ ยอง เขาจึงตัดสินใจที่จะเลือกทีมดังแห่งแคว้นกาตาลัน มากกว่าทีมเงินหนาอื่นๆ

ตอนมีข้อเสนอมากมายเข้ามานั่น โจเซฟ มาเรีย บาร์โตมิว ประธานสโมสรบาร์เซโลน่า เป็นคนต่อสายตรงถึงเดอยองด้วยตนเอง โดยสิ่งที่บาร์โตมิวพูดนั่น ได้รับการเปิดเผยจากสายข่าวที่อยู่ในการเจรจา

” เราอยากให้นายตัดสินใจดีๆ นายมีข้อเสนอให้เลือกมากมาย แต่เรารู้ว่านายอยากเล่นให้กับทีมไหน ถ้านายมาเล่นให้กับบาร์เซโลน่า ทีมที่มากด้วยประวัติศาสตร์เรื่องราว นายจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน” 

และนี่คือการปิดดีลอย่างสมบูรณ์แบบของ บาร์โตมิว !!! 

Cr. Ballstep

5 ประเด็นร้อน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 23 มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกัน

ในวันที่สเปอร์สไร้เคนและซน
เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อยเลยสำหรับเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ต้องเสียหนึ่งกองหน้าที่ยิงมากที่สุดในลีกอย่าง แฮร์รี่ เคน จากอาการบาดเจ็บ กับอีกหนึ่งผู้เล่นแนวรุกที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงอย่าง ซน ฮึง-มิน ที่ต้องไปรับใช้ชาติในศึกเอเชี่ยน คัพ
น่าสนใจว่าพอช จะเลือกใช้ใครเป็นลงเล่นแทน จะดันเดเล่ อัลลี หรือ ลูคัส มูร่า ขึ้นไปเล่นตำแหน่งกองหน้า หรือเลือกใช้เฟร์นานโด ยอเรนเต้ กองหน้าชาวสแปนิช ที่ซัดแฮตทริกในเกมเอฟเอ คัพ นัดถล่มทรานเมียร์ โรเวอร์ส
นอกจากนี้ยังมีทรอย แพร์รอต กองหน้า ดาวรุ่งไอริชวัย 16 ปี ที่เพิ่งขึ้นมาทีมชุดใหญ่ แต่ไม่ว่าโปเช็ตติโน่ จะเลือกใช้ใครก็ตาม ย่อมเป็นงานหนักของฟูแล่ม ที่เพิ่งโชคร้ายเสียสองประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองแล้วต้องแพ้ต่อเบิร์นลี่ย์ แน่นอน
โอกาสของลินเดอเลิฟ
หนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มพุ่งขึ้นมาในยุคของโอเล่า กุนนาร์ โซลชา คือ วิตเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ได้ลงสนามเต็มเวลาตลอด 5 นัดหลังสุดในลีก และเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ไม่แพ้ปอล ป็อกบา หรือมาร์คัส แรชฟอร์ดเลย
แนวรับสวีดิช คุมเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งเรื่องของการสั่งการ การดวลลูกกลางอากาศ รวมถึงการเข้าปะทะ ซึ่งทำให้แฟนๆปีศาจแดงเห็นภาพของเนมันย่า วิดิช ขึ้นมาทันใด
จริงอยู่เกมนี้กับไบรท์ตัน อาจไม่ใช่บททดสอบที่ดีนักเพราะทีมนกนางนวล เพิ่งยิงประตูนอกบ้านได้เพียง 9 ลูกเท่านั้น ไม่เหมือนกับเกมนัดที่แล้วที่ต้องรับมือกับแนวรุกระดับพระกาฬของสเปอร์ส แต่มันก็เป็นเหมือนเกมที่ได้แก้ตัวจากนัดแรกที่พบกัน ที่แมนยูบุกไปแพ้ 2-3 เมื่อเดือนสิงหาคม
บททดสอบแนวรับหงส์แดงเมื่อต้องรับมือซาฮาแม้วิลฟรีด ซาฮา จะมีฟอร์มการเล่นในช่วงเดือนที่ผ่านมาขึ้นๆลงๆ แต่ยามใดที่คริสตัล พาเลซ มีเขาในสนามแล้วก็ย่อมสร้างความอันตรายแก่ฝ่ายตรงข้ามได้เสมอ
ยิ่งด้วยเกมนี้ลิเวอร์พูล จะขาดผู้เล่นแนวรับที่ต้องรับมือกับปีกรายนี้ไปถึง 3 คน ทั้งโจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน และล่าสุด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ต้องสังเวยไปอีกคน ทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจต้องถอยเจมส์ มิลเนอร์ มายืนประจำการแบ็กขวาแทน หรือาจะใช้ฟาบินโญ่ มาเล่นตำแหน่งนี้ก็เป็นได้
ขยับมาที่แผงกลาง เชอร์ดาน ชากิรี่ อาจได้รับโอกาสยืนเป็นตัวจริง เพราะหากต้องถอยมิลเนอร์ หรือ ฟาบินโญ่ ลงไปเล่นกองหลังจะทำให้ตำแหน่งมิดฟิลด์ มีที่ว่างสำหรับแข้งสวิส
เกมนี้มีความหมายสำหรับหงส์แดงมาก เพราะหากเก็บสามคะแนนได้ จะทำให้ช่องว่างกับแมนฯซิตี้ ฉีกไปเป็น 7 คะแนนอีกครั้ง เพราะแมนฯซิตี้ มีโปรแกรมเตะหลังพวกเขาหนึ่งวัน
ชิรูด์ดวลทีมเก่า
น่าสนใจว่าเมาริซิโอ ซาร์รี่ จะเลือกใช้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในการลงเจอทีมเก่าหรือไม่ ดาวเตะแชมป์โลกมองหาโอกาสลงเป็นตัวจริงครั้งแรกในปี 2019
ไม่เพียงแต่จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองให้แฟนๆได้เห็น แต่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาในสีเสื้อเชลซี หลังมีข่าวการย้ายเข้ามาของกอนซาโล่ อิกวาอิน รวมถึง บาร์เซโลน่า ที่ให้ความสนใจตัวเขา
อย่างไรก็ตามเปอร์เซ็นต์ที่ซาร์รี่ จะเลือกใช้เขามีน้อยมาก เพราะกุนซือสิงห์อมควันอาจใช้เอแด็น อาซาร์ ลงเป็น False 9 ในตำแหน่งกองหน้าตัวหลอกแทน
กุนซือขัดตาทัพรับมือแมนฯซิตี้
หลังการแยกทางระหว่างเดวิด ว้ากเนอร์ และฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทำให้มาร์ค ฮัดสัน กุนซือชุดยู-23 ก้าวขึ้นมือรับหน้าที่แทน ซึ่งเกมแรกของของเขาต้องรับมือกับแมนฯซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่กำลังเร่งทำแต้มไล่จี้ลิเวอร์พูล
ไม่รู้ว่า การจากกันครั้งนี้ จะทำให้แฟนๆของฮัดเดอร์สฟิลด์ ใจชื้นขึ้นมารึเปล่า เพราะผู้มาเยือนอย่างเรือใบสีฟ้า ก็ย่อมมีเป้าหมายคือชัยชนะเท่านั้น