รวมแข้งปฏิเสธขึ้นย่านแม่ ใครบ้างที่ทำอย่างนี้กับทีมต่างดาว

เพิ่งมีข่าวสารของ มาร์ค ฆูราโด้ ตัวบุกปีกขวาจากทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ที่จัดแจงจะปัดเซ็นสัญญาอาชีพกับทีม และก็ไปร่วมงานกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทว่าเขาไม่ใช่แค่ผู้เดียวที่กล้าตัดสินใจแบบงี้ วันนี้พวกเราจะพาไปดูว่าในขณะที่ผ่านมายาวนานหลายปีข้างหลัง มีสตาร์ใครกันแน่บ้างที่ทำอย่างนี้กับทีมต่างดาว

เพิ่งมีข่าวสารของ มาร์ค ฆูราโด้ ตัวบุกปีกขวาจากทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ที่จัดแจงจะปัดเซ็นสัญญาอาชีพกับทีม และก็ไปร่วมงานกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทว่าเขาไม่ใช่แค่ผู้เดียวที่กล้าตัดสินใจแบบงี้ วันนี้พวกเราจะพาไปดูว่าในขณะที่ผ่านมายาวนานหลายปีข้างหลัง มีสตาร์ใครกันแน่บ้างที่ทำอย่างนี้กับทีมต่างดาว

 

มาร์โก อเซนซิโอ

จำเป็นต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนตัวนักฟุตบอลจะตกลงใส่ชุดพระราชาชุดขาว อเซนซิโอ ยุคที่เขาอยู่กับ เรอัล มายอร์ก้า เจ้าตัวนับว่าเป็นดาวรุ่งน่าเฝ้าดู และไม่แปลกที่สังกัดเดิมจะตั้งค่าตัวเอาไว้ที่โดยประมาณ 4 ล้านปอนด์ แต่ บาร์เซโลน่า เป็นทีมแรกๆที่ตัดต่อเข้าไปที่จะยื่นซื้อโดยมอบเงินเยอะที่สุดเพียง 2.2 ล้านปอนด์แค่นั้น แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้ว เรอัล มายอร์ก้า ตัดสินใจเขาปล่อยให้ เรอัล มาดริด

“เป็นความจริงที่ บาร์เซโลน่า มาก่อน จงรัก มาดริด ในเรื่องของเนื้อหาค่าจ้างผมไม่เคยรู้น่ะ แม้กระนั้นถ้าเกิดถามผมในขณะนั้นคุณจะไปแทรกแย่งตัวจริงในบาซ่า ช่องทางเกือบจะเป็นศูนย์ เพราะว่าสภาพทีมมันพอดีกันหมดแล้ว แน่ๆว่าผมเลือก มาดริด พวกเขาเป็นทีมใหญ่เหมือนๆกันก็จริง แต่ว่าพวกเขาเปิดโอกาสนักฟุตบอลมากยิ่งกว่า”

 

ราฟาเอล เกร์เรยโร่

สำหรับแข้งที่มีส่วนช่วยให้ ประเทศโปรตุเกส ครองแชมป์ฟุตบอลยูโรปี 2016 นับว่าเนื้อหอมสุดๆเนื่องจากตอนนั้นเขาเล่นให้กับ ลอริยองต์ ในลีกเอิง แล้วก็ยักษ์ใหญ่หลายทีมจ้องมองเขาตาเป็นเงา แข้งชาวฝอยทองมีทางเลือก 2 ทางใหญ่ๆเป็น เยอรมนี และก็ ประเทศสเปน แต่ในที่สุดเขาตกลงใจย้ายไปเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ ซึ่งก็นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกเพราะว่าเดี๋ยวนี้เขาพาทีม ลุ้นแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค จากการลงเล่น 29 นัดในทุกรายการ ซัด 5 ประตู

“เป็นการตัดสินใจที่ยากจริงๆบาร์เซโลน่า อยากได้ตัวคุณ แน่ๆว่าคุณจำต้องมานั่งลงรวมทั้งจินตนาการสักนิดน่ะ ว่าแม้คุณย้ายไปแล้วคุณจะอยู่ในจุดไหน แน่ๆว่า ดอร์ทมุนด์ โน้มน้าวจิตใจผมได้มากกว่า พวกเขามีโปรเจ็คที่น่าดึงดูด และก็ผมคงจะมีส่วนช่วยพวกเขาได้จริงๆ“

 

ดาวิด ลุยซ์

อดีตแข้ง เชลซี เคยมีทางแยก 2 ทาง กับการเลือกที่สับสนที่สุดในชีวิต ทั้งนี้ในรอบแรกที่เขาอยู่กับ เชลซี ถือได้ว่าตอนที่ยอดเยี่ยมในทางอาชีพของเขา ทั้งยังเรื่องของอายุ ฟอร์มการเล่น แล้วก็มีมากยิ่งกว่า 1 สโมสรอยากได้ดึงตัวเขาออกมาจาก เชลซี แต่ว่าท้ายที่สุดเปลี่ยนเป็น กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ยอดจ่าย ค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ในปี 2011 ก่อนที่จะเขาจะย้ายกลับมา เชลซี แล้วก็ไปถึงเป้าหมายอีกรอบด้วยการ ครองแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ แล้วก็ยูโรปา ลีก โดยปัจจุบันนี้ เขาเล่นกับ อาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมเมืองของอดีตต้นสังกัด โดยในตอนรอบแรกที่เขาย้ายออกจาก เชลซี บารเซโลน่า อยากได้ตัดเขาแบบมุ่งมั่นอีกด้วย

“มากกว่า 2 ครั้งน่ะเท่าที่ผมทราบ บาร์เซโลน่า อยากตัวผมแบบจริงจังมากๆก็คือในตอนที่ผมย้ายไป เปแอสเช แน่ๆว่ามันก็เสมือนพวกเขาจะพึงพอใจ แต่ว่าความรู้สึกของผมทีมแท้จริงจังสูงที่สุด แล้วก็ดูราวกับว่าอยากได้พาผมไปร่วมทีมจริงๆเป็น เปแอสเช ผมก็เลยเลือกย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส”

 

เควิน กาไมโร่

กองหน้าแดนน้ำหอมีช่วงเวลาดีๆสุดๆในถิ่น เซบิย่า หลังเจ้าตัวพาทีม ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แล้วก็กลายเป็นที่ต้องการตัวจากทีมยักษ์ใหญ่ในตอนซัมเมอร์ปี 2016 โดยมี 2 ทีมที่อยากได้ตัวเขาคือ บาร์เซโลน่า ละ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาเลือกทีมจาก มาดริด ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ แต่ปัจจุบันนี้เขาย้ายมาเล่นให้กับ บาเลนเซีย รวมทั้งดูเหมือนกับว่าฟอร์มที่พีคที่สุดของเขาได้ทิ้งไว้ที่ เซบิย่า ทั้งหมด เนื่องจากลงเล่นให้ทีมค้างคาวไป 84 นัดในทุกรายการ ซัดเพียงแค่ 19 ประตู

“บาร์เซโลน่า“ยอดนักเตะ ที่เป็นประสาน พอดีสุดๆอีกทั้งเนย์มาร์, เมสซี่ รวมทั้งซัวเรซ แน่ๆคุณได้เป็นเพียงแค่สำรองพวกเขา อย่างเก่งเลยน่ะคุณก็ลงได้เพียงแต่ 10 หรือ 5 นาทีท้ายที่สุด ขนาดนักฟุตบอลระดับ อิบราฮิโมวิช ยังจบอย่างงั้นเลย ด้วยเหตุดังกล่าวการไม่ยอมรับเป็นอะไรที่ผมไม่ต้องทบทวนยาวนานมากนัก”

 

โกเก้

กลายเป็นมิสเตอร์ตราหมี ถึงแม้เขาจะเป็นส่วนน้อยของนักฟุตบอลที่จงรักภักดิ์ดีข้างหลังพาทีมครอบครองแชมป์ลาลีกากับเข้าชิงแชมป์ ชปล. ปี 2014 โดยแข้งในชุดนั้นต่างก็ย้ายออกจากกลุ่มอีกทั้ง ฟิลิปกระเป๋า ฝ่าซ์, ดีเอโก คอสต้า และก็ ติเตียนโบต์ กูร์กตัวส์ (เชลซี) , เจา มิรานด้า (อินเตอร์ มิลาน) แต่ว่าเจ้าตัวกลับเลือกอยู่กับทีมต่อ พร้อมรับข้อเสนอใหม่ ในขณะที่ตอนนั้น บาร์เซโลน่า จะติดต่อไปถึงสโมสรเพื่อจะดึงตัวเขาไปร่วมทีม

“แอต.มาดริด เป็นบ้านของผม ด้วยเหตุดังกล่าวผมต้องการจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด แน่ๆการได้รับการติดต่อจาก บาร์เซโลน่า มันทำให้ท่านหัวใจพองโต พวกเขาเป็นทีมสุดยอด แน่ๆว่าผมนับถือพวกเขา รวมทั้งชี้ให้เห็นว่านักฟุตบอลแบบผมสามารถก้าวไปในอีกขั้น ถึงจะอย่างไรในที่สุด แอต.มาดริด ยังต้องการผม มันสำคัญน่ะ ส่วนผมก็ต้องการอยู่กับพวกเขา ด้วยเหตุว่านี่คือบ้าน”

 

ติอาโก้ ซิลวา

นักเตะบราซิล กับ ทีมจากประเทศสเปนเป็นของคู่กันจริงๆแล้วก็แน่ๆ ซิลวา ยุคอยู่กับ เอซี มิลาน เขาถูกเดาว่ายังๆยังไงก็จำต้องย้ายไป ลา ลีกา รวมทั้ง บาซ่า อยากได้ตัวเขาแบบขวานผ่าซาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่กัปตันทีมชาติบราซิลเอ่ยขอ แต่ว่าไม่ได้รับคำตอบกลับมาจากทีมต่างดาว ทำให้เขาตัดสินใจบินไปประเทศฝรั่งเศสแทน

“ซานโดร โรเซลล์ ประธานสโมสรของบาร์ซ่า นิ่งเงียบเมื่อผมขอบางสิ่งบางอย่าง แลกเปลี่ยนกับการไปเล่นให้พวกเขา แน่ๆ บาร์เซโลน่า ต้องการตัวผม และก็มันอยู่ในกระบวนการเจรจา ตัวผมเองสามารถจะตัดสินใจได้เลย ถ้าเกิดพวกเขาโอเคกับข้อเสนอที่ผมเอ่ยขอ แต่ว่ามันตรงข้ามพวกเขาไม่สามารถทำให้ผมได้ และแน่นอนเหตุการณ์เปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนนั้น”

ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา ยังถูกเมิน”มาร์ค ฆูราโด้” ปัดยานแม่มุ่งสู่หลุมผี

ไม่ได้มีมากสักเท่าไรนักสำหรับนักฟุตบอลที่ปฏิเสธที่จะอยู่กับ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ที่แวดวง ลา ลีกา ประเทศสเปน เพื่อจะหาความท้าทายใหม่ๆยังต่างประเทศ ถึงแม้ทีมดังจากดินแดนประเทศสเปนจำเป็นต้องการให้เขาอยู่กับทีมต่อ แต่ว่าในดีลนี้ขึ้นอยู่กับนักฟุตบอลเองล้วนๆแล้วเขาก็พร้อมจะตกลงใจ ภายหลังที่เจ้าตัวพึ่งมีอายุครบ 16 ปี ทำให้สามารถหาทีมอื่นๆสำหรับในการลงเล่นระดับอาชีพได้ในทันที แต่ทว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักเขา สำหรับเด็กน้อยผู้ยอมสละยาม แล้วเดินทางมายังหลุมผี

ไม่ได้มีมากสักเท่าไรนักสำหรับนักฟุตบอลที่ปฏิเสธที่จะอยู่กับ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ที่แวดวง ลา ลีกา ประเทศสเปน เพื่อจะหาความท้าทายใหม่ๆยังต่างประเทศ ถึงแม้ทีมดังจากดินแดนประเทศสเปนจำเป็นต้องการให้เขาอยู่กับทีมต่อ แต่ว่าในดีลนี้ขึ้นอยู่กับนักฟุตบอลเองล้วนๆแล้วเขาก็พร้อมจะตกลงใจ ภายหลังที่เจ้าตัวพึ่งมีอายุครบ 16 ปี ทำให้สามารถหาทีมอื่นๆสำหรับในการลงเล่นระดับอาชีพได้ในทันที แต่ทว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักเขา สำหรับเด็กน้อยผู้ยอมสละยาม แล้วเดินทางมายังหลุมผี

 

เด็กจากแคว้นคาตาลุนย่า

คาตาลุนย้า ดินแดนดังที่กล่าวมาข้างต้นมีทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติอย่าง บาร์เซโลน่า รวมทั้ง มาร์ค ฆูราโด้ โกเมซ ก็เกิดที่แค้วนนี้ ในเมืองซาบาเดลล์ เมืองที่ใหญ่เป็นลำดับ 5 ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองบาร์เซโลน่า แค่เพียง 20 กิโลเมตรเพียงแค่นั้น

 

เก่งจนติด ลา มาเซีย

ศูนย์ฝึกหัดที่แฟนบอลคุ้นหูอย่าง ลา มาเซีย เด็กทั่วโลกต่างเฝ้าใฝ่ฝันที่จะไปอยู่ในสถานที่ดังที่กล่าวมาข้างต้น เสมือนเป็นการยืนยันว่าคุณมาจากบ้านที่มีคุณภาพ ถ้ากล่าวให้เห็นภาพราวกับคุณมีนามสกุลของ เดอะ สตาร์, บ้านเอเอฟ, เดอะ วอยซ์ อื่นๆอีกมากมาย แม้กระนั้นสำหรับแวดวงฟุตบอลแม้คุณได้เข้าที่นี่ คุณไม่ธรรมดา และก็ ฆูราโด้ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับ ซีเอฟยู กาน รูลล์ ทีมในท้องถิ่น ก่อนที่จะ ลา มาเซีย อะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า ดึงตัวเขาไปร่วมทีมด้วยอายุเพียง 7 ปี ฟอร์มการเล่นที่เด่น เหนือกว่าลำแข้งรุ่นเดียวกัน โดยในช่วงเวลานั้นมีสตาร์น่าเฝ้าดูคือตัวเขากับ อันซู ฟาติ ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ตำแหน่งการเล่น

ฆูราโด้ เป็นนักฟุตบอลที่ถนัดการเล่นแบ็คขวา ถึงแม้ว่าเขาจะมีดีทางด้านเกมรุก แต่ว่าเกมรับเขาก็เด่น ซึ่งจริงๆด้วยอายุเพียงแค่ 16 ปี เขาสามารถตัดสินใจในอนาคตว่าจะเล่นอย่างไรในทางทางด้านขวา ซึ่งสไตล์การเล่นถ้าเกิดให้เปรียบก็จะต้องเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย สมัยก่อนกัปตันผีแดง ที่มีทั้งยังความเร็ว, แข็งแกร่ง สามารถเล่นเกมสวนกลับได้ดิบได้ดี รวมทั้งด้วยความเร็วทำให้สามารถต่อกรกับตัวรุกที่แคล่วคล่องว่องไวได้

 

ฉายแววความเป็นสตาร์

จริงๆชื่อของ ฆูราโด้ เคยถูกกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่งตั้งแต่ตัวเขาอายุไม่ถึง 10 ขวบที่เป็นคลิปการกระชากตั้งแต่กลางสนาม ในเกมที่ ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 10 ปีของ บาร์เซโลน่า พบกับ บิลาเดคานส์ ที่อีกฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่น แต่ทว่า ฆูราโด้ ที่มีความเร็วเป็นทุนเดิม ตัดบอลก่อนที่จะหลอก 2 นักฟุตบอลของคู่ต่อสู้ แล้วก็ทำประตูอย่างเลือดเย็น ชี้ให้เห็นว่าเขามีของมาตั้งแต่ยังเด็ก และก็ในขณะนั้นก็สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม

 

เพราะเหตุใด แมนฯยู ถึงควรจะรับไว้ดูแล

สิ่งแรกคือตัวนักเตะเองต้องการมาเล่นที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มันต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาตกลงใจอย่างนั้น จะเป็นเรื่องของความชอบส่วนตัว หรืออนาคตที่ดูดีดว่าการอยู่กับบาซ่า แต่ด้วยวัย 6 ปี บวกกับโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา “ปีศาจแดง” จะเสียค่าชดเชยแค่นิดเดียวกับการดึงตัวเขามาร่วมทีม และก็ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เพียงพอจะมองเห็นว่าเด็กคนนี้สามารถเป็นอนาคตของทีมได้ ด้วยการเล่นในตำแหน่งทางด้านขวา ทั้งยังรุกและก็ยอมรับได้ดี ก็สามารถมาทดแทน อารอน วาน–บิสซาก้า ฟูลแบ็กในอนาคตได้ แม้ว่าบางทีก็อาจจะต้องรออีก 2-3 ปี ก็ตาม แต่ถ้าโชคดีอาจจะเห็นเขาก้าวขึ้นมาติดชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว

ตัดเกรดแข้งราคาสูง ฤดูกาล 2019/20 …คืนทุนแล้วยัง ?

การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ด้วยเหตุผลดังกล่าวทีมที่จ่ายไปเยอะๆ ย่อมปรารถนาการันตีด้วยผลงานของยอดแข้งที่พวกเขาได้เสียเงินซื้อมาหลายร้อย หลายพันล้านบาท วันนี้พวกเราจะพาไปดู นักฟุตบอลราคาสุดแพง ว่าใครทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหนกัน

การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ด้วยเหตุผลดังกล่าวทีมที่จ่ายไปเยอะๆ ย่อมปรารถนาการันตีด้วยผลงานของยอดแข้งที่พวกเขาได้เสียเงินซื้อมาหลายร้อย หลายพันล้านบาท วันนี้พวกเราจะพาไปดู นักฟุตบอลราคาสุดแพง ว่าใครทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหนกัน

( 100 ล้านยูโร ) เอแด็น อาซาร์ : เชลซี > เรอัล มาดริด

บิ๊กดีลที่ทุกคนจับตาดู คือ อาซาร์ ได้ย้ายไป มาดริด จากที่เจ้าตัวปรารถนา แม้กระนั้นด้วยการกินแหลก ระยะแรกหุ่นพังทลายชัดเจน บวกกับการบาดเจ็บอีก ทำให้เจ้าตัวลงสู่สนามไปเพียงแค่เลขตัวเดียว 9 เกม แล้วก็ยิงได้เพียง 1 ประตู ฟอร์มอันยอดเยี่ยม ทิ้งเอาไว้ที่ เชลซี หมดไป

คะแนน : 4 เต็ม 10

 

( 87 ล้านยูโร ) แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : เลสเตอร์ ซิตี้ > แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คงจะเป็นนักฟุตบอลที่เข้ามายกระดับ ยูไนเต็ดขึ้นไปอีกขั้น ในขั้นตอนของแนวรับ เริ่มต้นเขามาเปลี่ยนแปลงการเล่นเกมรับให้เหนียวแน่นขึ้นด้วยความสามารถเกี่ยวกับด้านฟุตบอล ลูกกลางอากาศ, การเข้าปะทะ, การบล็อค รวมทั้งการตัดบอล ทำได้ดีท้ังหมด รวมทั้งเดี๋ยวนี้เข้ากำลังจะเปลี่ยนแปลง ผีแดง ด้วยกัารเป็นกัปตันทีมแบบเต็มตัว

คะแนน : 9 เต็ม 10

 

( 85 ล้านยูโร ) มัตไตจ์ส เดอ ลิกต์ : อาแจ็กซ์ > ยูเวนตุส

ในตำแหน่งเดียวกันกับ แม็กไวร์ แต่ว่าผลลัพธ์ยังออกมาคนล่ะเรื่อง แน่ๆว่าเขามีความเข้าใจมากมายในเรื่องของเกมรับ แสดงออกให้เห็นในตัวเลข กลางอากาศแล้วก็ผ่านบอลสำเร็จ ดีเยี่ยมที่สุดในตำแหน่งแนวรับของทีม แต่ว่ายังคงจะต้องทำงานหนักต่อไป เพราะเหตุว่าการปรับกับระบบฟุตบอลอิตาลียังไม่ดีสักเท่าไหร่

คะแนน : 6 เต็ม 10

 

( 75 ล้านยูโร ) แฟรงกี้ เดอ ยอง : อาแจ็กซ์ > บาร์เซโลน่า

ไอ่ชายหนุ่มสวยหวาน ย้ายมาจากที่เดียวกับ เดลิกต์ แต่ว่าปีนี้จำเป็นต้องสารภาพว่าเขาปรับพฤติกรรมในฟุตบอลประเทศสเปนได้เร็วกว่าสมัยก่อนเพื่อนร่วมทีม โดยเจ้าตัวเข้ามาแล้วยึดตัวจริงในแดนกลางได้ในทันที ความรู้ความเข้าใจไม่ต้องเอ๋ยถึง ทำเป็นดีอยู่แล้ว ขยัน และก็ดูเหมือนตั้งอกตั้งใจเล่น จนกระทั่งถึงบัดนี้ สร้างสรรค์โอกาส 24 ครั้ง เยอะที่สุดในกองกลางของทีมทุกคน

คะแนน : 8 เต็ม 10

 

( 80 ล้านยูโร ) ลูก้าส์ เอร์นานเดซ : แอตฯ มาดริด > บาเยิร์น มิวนิค

นี่เป็นดีลประวัติศาสตร์ของสโมสร พี่เสือยอมทุ่มทุบสถิติด้วยการดึงมิดฟิลด์ชาววัวกระทิงดุรายนี้เข้ามา และเขาตอบแทนด้วยอาการบาดเจ็บยาวๆซึ่งแน่นอนปีนี้รูดม่านไปแล้วจากอาบาดเจ็บที่ข้อเท้าขั้นร้ายแรง จำเป็นต้องพักถึง 4-6 เดือน นำมาซึ่งการทำให้ลงช่วยทีมได้เพียงแค่ 9 เกม

คะแนน : 4 เต็ม 10

 

( 120 ล้านยูโร ) อ็องตวน กรีซมันน์ : แอตฯ มาดริด > บาร์เซโลน่า

ไม่รู้ทำกรรมทำเวรอะไรไว้สำหรับทีมที่ซื้อนักฟุตบอลจากพี่หมี ปีให้หลังไม่ค่อยดีเลย รวมทั้งรายสุดแพงเกิน 100 ล้านยูโร อย่างกรีซมันน์ แน่ๆว่าแฟนบอลรอคอยการปรับตัวของเขาเข้ากับทีม แต่ว่ามันนานเหลือเกิน แถมการเล่นก็ยังอยู่ในประเทศสเปนเช่นเดิม เจ้าตัวโชว์ฟอร์มออกมาไม่เจิดจ้าแบบที่เล่นให้กับ แอต.มาดริด แถมตัวเลขสถิติฟ้องว่ายังเป็นรองในเรื่องของจำนวน แม้ว่าจะย้ายมาสู่ทีมที่ซุปตาร์รอบข้าง 8 ประตู 4 แอสซิสต์

คะแนน 5 เต็ม 10

 

( 70 ล้านยูโร ) โรดรี้ : แอตฯ มาดริด > แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นี่เป็นทีมที่ทุ่มซื้อแล้วประสบผลสำเร็จ จาก แอต.มาดริด สำหรับ โรดี้ เป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องแบบไม่มีที่ติ เข้ามาปุ้ป ลงเล่นแทนในตำแหน่งของ แฟร์นันดินโญ่ ที่พักหลังจะต้องถอยต่ำไปเล่นเกมรับเต็มกำลัง เขาช่วยได้มากจริง ตัวเลขทั้งหมดทุกอย่างบอกว่าเขาเป็นคนสำคัญ ฯ ในตอนนั้น ผ่านบอลไปทั้งสิ้น 1,996 ครั้ง โดยมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จถึง 92% แย่งบอลคืนกลับมาได้อีก 181 ครั้ง ดีเยี่ยมที่สุดแล้วในทีมกับตำแหน่งมิดฟิลด์

คะแนน 9 เต็ม 10

 

( 126 ล้านยูโร ) ชูเอา เฟลิกซ์ : เบนฟิก้า > แอตฯ มาดริด

แน่ๆว่าการมาของเขาเป็นการมาเป็นตัวแน่นอนแทนของ อ็องตวน กรีซมันน์ แต่ว่าจำเป็นต้องสารภาพว่าเจ้าตัวยังคงคงต้องปรับตัวกับฟุตบอล ประเทศสเปน รวมทั้งทีมอีกพอสมควร เมื่อเอาเข้าจริงๆยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน วันไหนเล่นดีก็โอเค เล่นห่วยก็หายไปเลย สถิติในตอนนี้ ทำประตูได้เพียงแค่ 6 ลูกจากการลงสนาม 28 เกมเท่านั้น

คะแนน 6 เต็ม 10

 

( 65 ล้านยูโร ) โรเมลู ลูกากู : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด > อินเตอร์ มิลาน

ลบคำสมประมาท พี่ตู้เย็น ทิ้งไปที่เกาะอังกฤษเรียบร้อย นิวลูกากู คนใหม่เกิดขึ้นที่ทัพงูใหญ่ เจ้าตัวจับคุ่กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ แล้วก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ช่วยทำให้อินเตอร์คั่วแชมป์กับ ยูเวนตุส สุดสนุกในปีนี้ แล้วก็ผลงานส่วนตัว 3 ผ่านไปเลย 17 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ในเซเรีย อา นับว่าเริ่มคุ่มค่าทุกเม็ดแล้วสำหรับทีมจากแดนมะกะโรนี

คะแนน 8 เต็ม 10

5 แข้ง เซ็นสัญญาล่วงหน้ากับทีมดัง

ช่วงหลายปีหลัง เราเริ่มจะเห็นการเซ็นสัญญานักเตะล่วงหน้า อาจจะไม่แปลกถ้าคุณเซ็นสัญญาผู้เล่นล่วงหน้าแค่ 1-2 เดือน ก่อนจะย้ายทีม แต่หากเซ็นสัญญาล่วงหน้า 1 ปี และปล่อยให้ทีมเก่ายืมตัว เราก็เริ่มจะเห็นกันเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลังนี่เอง โดยดีลรูปแบบนี้เรายกตัวอย่าง ลิเวอร์พูล ซื้อ นาบี เกอิต้า จาก ไลป์ซิก พวกเขาปล่อยให้ต้นสังกัดเก่าใช้งานไปเลย 1 ปี และจ่าค่าตัวเรียบร้อยล่วงหน้าอีกด้วย ฝั่ง เชลซี สดๆ ร้อนๆ กับ คริสเตียน พูลิซิช จากดอร์ทมุนด์ ก็ทำแบบนั้นเช่นกัน แต่ของพวกเขาทำสัญญาล่วงหน้า ครึ่งปี วันนี้เราจะพาไปดู 5 นักเตะ ที่มีทีมใหญ่จับจองตัวไว้ก่อนแล้ว และจะย้ายทีมในช่วงตลาดรอบหน้า

ฮาคิม ซิเยค : อาแจกซ์ ไป เชลซี

ทำความรู้จัก! ฮาคิม ซีเยค เพลย์เมกเกอร์ตัวใหม่ของ

สงสัยจะติดใจกับการทำสัญญาล่วงหน้า เพราะนี่เป็นรายที่ 2 ต่อจาก คริสเตียน พูลิซิช ที่พวกเขาเดินหน้าเซ็นสัญญาก่อนครึ่งปี และค่อยได้ใช้งาน สำหรับแข้งรายนี้ไม่ต้องบรรยายมากนักหลายคนรู้จักเขาดี ยิ่งในปีก่อนที่พาทางด้าน อัศวินแดงดำ กรุยทางไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายศึก ชปล. โดยระหว่างทางพวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด และเป็นตัว ซิเยค เองที่แจ้งเกิดแบบเต็มตัว

เชลซี ไม่ต้องคิดอะไรมากในดีลนี้พวกเขา แม้ว่าสตาร์ชาวโมรอคโก เนื้อหอมสุด ๆ แถมถูกคาดหมายเอาไว้ว่าจะมีค่าตัวสูงถึง 60 ล้านปอนด์ ทว่าสุดท้ายแล้วทีมดังจากลอนดอนได้ตัวเขามาเพียงแค่ 37 ล้านปอนด์เท่านั้น ทว่าก็ต้องแลกกับการรอคอยสักนิดกว่าจะได้เห็นฟอร์ม

อันโตนี : เซาเปาโล ไป อาแจกซ์

São Paulo FC: Who shone and who should rise in the São Tricolor ...

ได้ชื่อว่าเป็นทีมจอมปั้นนักเตะอยู่แล้วสำหรับ อาแจกซ์ ทีมดังจากลีกแดนกังหันลม พวกเขาไม่เคยไม่มีสุดยอดนักเตะอยู่ในทีม และสามารถซื้อในราคาที่ถูกๆ แต่ขายออกไประดับหมื่นล้าน ล่าสุดหลังต้องเสียตัว ซิเยค ไปให้ เชลซี แบบล่วงหน้า แน่นอนว่าพวกเขาก็ทำการเซ็นล่วงหน้าเช่นกัน นักเตะคนนั้นคือ อันโตนี แนวรุกเนื้อหอมจาก เซาเปาโล ที่จะได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวแน่นอนในปีหน้า

สำหรับแข้งวัยเพียงแค่ 20 ปี ยิงให้ต้นสังกัดได้ 10 ประตู ไม่ใช่คนที่ยิงแบบถล่มทลาย แต่จุดเด่นของเขาคือการสร้างสรรค์เกมรุก และให้โอกาสแก่เพื่อนๆ ในการยิงประตู ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของ เซาเปาโล เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เช่นเคย อาแจกซ์ ได้ตัวเขามาเพียงแค่ 18 ล้านปอนด์ และถ้าเข้ามาซึมซับกับทีม และปรับตัวเข้ากับลีกยุโรปได้ ยังไงๆ แข้งรายนี้ก็คือกำไรของสโมสรต่อไป

อเล็กซานเดอร์ นูเบล : ชาลเก้ 04 ไป บาเยิร์น มิวนิค

ไม่มีชื่อ

ไม่ช้าก็เร็ว ยุคของ มานูเอล นอยเออร์ กำลังจะหมดไปแล้ว และเจ้าตัวเองก็ทราบจุดนั้นดี และสำหรับดีลนี้ นอยเออร์ เองก็เป็นคนออกมากล่าวชมสโมสรที่ดึงตัวมือกาวรายนี้มา เพราะเขาบอกว่าจะสามารถขึ้นมายึดความยิ่งใหญ่ได้หมดทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ และตัวเขาเองจะมอบทุกอย่างที่มีให้น้องชายผู้นี้

นูเบล มือกาววัย 23 ปีจาก ชาลเก้ 04 คือผู้ที่มีฉายาว่า นิว นอยเออร์ โดยในดีลนี้ทางเสือใต้ไม่ต้องออกสตางค์สักบาทเดียว เพราะในกรณีของ นูเบล เข้ากฎบอสแมน (นักเตะทุกๆ คนสามารถตัดสินใจได้ว่าเมื่อหมดสัญญาปัจจุบันกับสโมสร จะต่อสัญญากับสโมสรเดิมหรือเลือกเซ็นสัญญากับสโมสรใหม่) นั้นทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะคุ้มไปก่อนที่นักเตะจะย้ายมาอีกด้วยซ้ำ

มัทเธอุส เฟอร์นันเดส : พัลไมรัส ไป บาร์เซโลนา

OFFICIAL: Matheus Fernandes joins Barca - BeSoccer

เจ้าหนูรายนี้อยู่ในความสนใจของทีมดังจาก ลา ลีกา มาตลอด พวกเขาให้แมงมองตามดูพัฒนาการตลอดตั้งแต่อยู่กับ โบตาโฟโก และ พัลไมรัส อีกทั้งการทำให้สิ่งที่ตัดสินใจง่ายเข้าไปอีก คือนักเตะ ย้ายมาเล่นในรูปแบบการยืมตัวกับ เรอัล บายาโดลิด ทีมลีกสูงสุดของ สเปน ตรงนี้เองที่บอร์ดบริหารของ บาซ่า ตัดสินใจทันทีว่าจะเซ็นสัญญากับเจ้าตัว มิดฟิลด์วัย 21 ปีคนนี้แจ้งเกิดเต็มตัวที่ ลา ลีกา และเขาก็พร้อมแล้วกับการเดินทางจากบ้านเกิดแบบถาวร

ค่าตัว 5.8 ล้านปอนด์ และอาจจะมีเพิ่มเติมในอนาคตอีกประมาณ 3 ล้านปอนด์ อยู่ที่ผลงาน ถือว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีมากๆ ในยุคนี้กับการได้นักเตะดีๆ มาเพียงแค่ไม่ถึง 10 ล้านปอนด์ เพราะเจ้าตัวพิสูจน์ตัวเองมาแล้วทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติตั้งแต่ชุด U-17 ไล่มาเรื่อยจนถึงชุด U-20

ตรินเกา : บรากา ไป บาร์เซโลนา

OFFICIAL:BARCELONA SIGN FRANCISCO TRINCAO FROM BRAGA. | 433sports

รอบนี้จัดการเซ็นสัญญาถาวรล่วงหน้าถึง 2 ดีล โดยแข้งชาวฝอยทอง โชว์เพลงแข้งจนทำให้ บาซ่า อดรนทนไม่ไหว การเล่นของเขากับ บรากา คือความน่าสนใจมากๆ 3 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์ กับการได้รับฉายายาว่า “นิวคริสเตียโน โรนัลโด้” นักเตะรายนี้คือแข้งในอนาคตและ บาร์เซโลน่า ต้องออกแรงเหนื่อยกว่าดีลก่อนสำหรับการแย่งตัวมา เพราะมีหลายทีมให้ความสนใจ

แต่การทำงานที่เด็ดขาดของพวกเขาก็ต้องย่อมใช้ทุนทรัพย์สักเล็กน้อย โดยพวกเขายอมจ่าย 26 ล้านยูโร เพื่อแลกกับพรสวรรค์อันสูงส่งที่จะได้มาในอนาคต และหากเจ้าตัวเข้ามาปรับการเล่นได้รวดเร็ว เราอาจจะไม่ต้องรอกันนานสำหรับ 11 ตัวจริงในทีมชุดใหญ่

3 ผสานใน(ฝัน)ซีซั่นหน้า ของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า

ในโลกแห่งฟุตบอล มันคือวัฏจักร ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่ และรอวันดับไป เช่นเดียวกับนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน ในทุกๆ ปีเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ยิ่งกับทีมใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน ที่มักจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ทีมตัวเองเสมอ และแน่นอนว่าตั้งแต่ยุคเก่าแก่ จนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของพวกเขาคือเกมรุก ที่มักจะประกอบไปด้วย 3 ผสาน ในปีนี้พวกเขามี เมสซี่ ที่เป็นกำลังหลัก แต่ต้องยอมรับว่าอีก 2 คนอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตอนนี้อายุอานามมากขึ้น รวมถึง อองตวน กรีซมันน์ ที่ต้องบอกว่าตัวเขาเองทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และดูจะไม่มีท่าทีจะดีขึ้นมากกว่านี้แต่อย่างใด ทว่ามีบางประโยคที่หลุดออกมาจากปากของ เมสซี่ เมื่อถูกถามว่า ในซีซั่นหน้า 3 ผสานของทีมจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร

ผสานแรก เมสซี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เมสซี

ลิโอเนล เมสซี ดาวยิงของบาร์เซโลนา แม้ในปัจจุบันเจ้าตัวจะหมดสัญญากับบาร์ซาในปี 2021 แต่เราก็เห็นแล้วว่าทางสโมสรต้องการให้ตัวเขาอยู่กับทีมต่อไป โดยยอมทุกอย่างขอเมสซี่ร้องขอ เพราะแม้อายุของเจ้าตัวจะเข้า 32 ปี แต่ศักยภาพ และความเป็นสตาร์ ยังแสดงออกมาให้เห็นอยู่เสมอ โดยทาง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พร้อมจรดปากกาต่อสัญญา ด้วยการยื่นข้อเสนอสัญญาให้เขาถึงเดือนมิถุนายนปี 2023 รับค่าเหนื่อย 865,000 ปอนด์/สัปดาห์ แน่นอนว่า เมสซี่ ที่รักสโมสรแห่งนี้คงไม่มีทางปฏิเสธ และเจ้าตัวคงจะแขวนสตั๊ดกับทีมในท้ายที่สุด

ในปีหน้า 1 ที่สำหรับยังไงก็ต้องให้แน่ๆ เพราะยังถือว่าสามารถเล่นในระดับสูงได้ ในปีนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า จาก 3 ผสานทั้งหมดที่มีเขาเป็นคนเดียวที่สอบผ่าน และทำได้ดีที่สุด อยู่ที่ว่าคนที่มาเติมเต็มเขานั้นจะช่วยแบ่งเบาภาระให้เจ้าตัวได้มากแค่ไหน

ผสานที่ 2 เนย์มาร์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เมสซีหวัง 'เนย์มาร์

หากจะถามถึงคนที่ เมสซี่ เอ่ยถึงมากที่สุด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่นักเตะของทีมตัวเองแล้ว ก็ต้องยกให้ เนย์มาร์ น้องชายสุดที่รักที่เจ้าตัวมักจะบอกเสมอๆ ว่านี้คือสุดยอดนักเตะ เช่นเดียวกันเมื่อโดนยิงคำถามถึงเนย์มาร์ กับการคัมแบ็คร่วมงานอีกครั้ง หลัง ย้ายถิ่นปาร์ค เด แพร็งซ์ เมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัวสถิติโลกถึง 198 ล้านปอนด์ “เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ผมบอกแบบนี้ได้เลย และเป็นเรื่องจริงที่เขาอยากจะกลับมาเล่นที่นี่ แน่นอนเขาอาจจะเคยทำสิ่งที่ผิด แต่ใครล่ะที่ไม่เคยพลาด หากเขากลับมาผมก็พร้อมจะต้อนรับน้องชายคนนี้เสมอ” คงไม่ต้องมโนแล้วว่าข่าวที่ เนย์มาร์ ต้องการย้ายกลับมาซบ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังลาลีกา สเปน อีกครั้งนั้นเป็นข่าวลือ

แน่นอนว่าด้วยวัยเพียงแค่ 28 ปี “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะอยากทำเงินกับดีลนี้หลังเคยซื้อเขามาด้วยราคาที่แสนแพง แต่ทาง บาร์เซโลน่า เตรียมแผนการเอาไว้แล้ว โดยการ เสนอ อองตวน กรีซมันน์ และ อุสมาน เด็มเบเล 2 แข้งดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ให้ย้ายกลับไปเล่นยังบ้านเกิดตัวเอง และถือว่าดีลนี้วัดใจฝั่งทีมเมืองหลวงน้ำหอม ว่าจะตัดสินใจเช่นไร

ผสานที่ 3 เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

จะดีแค่ไหนถ้า เมสซี่มีมือขวาเป็นอดีตน้องรักอย่าง เนยมาร์ ส่วนอีกฝั่งเป็น น้องร่วมชาติสายเลือดเดียวกันอย่าง “เลาตาโร่ มาร์ติเนซ” ศูนย์หน้าอนาคตไกลชาวอาร์เจนไตน์ของ อินเตอร์ มิลาน ที่ถูกสถาปนากลายเป็นแข้งมาแรงที่สุดของ กัลโช่ เพราะด้วยความเป็นเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษ รวมถึงความแพรวพราวจากสายเลือดอเมริกาใต้ คือส่วนผสมลงตัวสุดๆ ที่ทำให้ ดาวเตะรุ่นน้องวัย 22 ปีรายนี้ ถูกคาดหวังว่าจะรับไม้ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี่ ในการขึ้นไปเป็นผู้นำของทัพฟ้าขาว

แน่นอนว่า เมสซี่ เป็นไอดอลของเจ้าตัวอยู่แล้ว รวมถึงทางฝั่ง เมสซี่ เองก็ยอมรับว่านี่คือสุดยอดแข้งแห่งอนาคต “เขาสมบูรณ์แบบมาก ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง เขาสู้กับกองหลังในโลกได้ทุกคน นี่คือของจริง หากเจอกับเขาตัวต่อตัว แน่นอนว่านั้นคือฝันร้ายชัดๆ ถ้าเขาย้ายมาเล่นกับเราหรอ แน่นอนมีนักเตะหลายคนช่วยให้เขาปรับตัวได้แน่ แต่เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็เท่านั้น”

สองยักษ์ใหญ่ถูกโค่น ตกรอบ “โกปาเดล สเปน”

สองยักษ์ใหญ่ เรอัล มาดริด , บาร์เซโลน่า ถูกโค่น ตกรอบ “โกปาเดล สเปน”

ผลการแข่งขันฟุตบอล เมื่อคืนที่ผ่านมา ในศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ สเปน ฤดูกาลที่2019/20 รอบแปดทีมสุดท้าย

ทำให้แฟนบอลต้องช็อคไปตามๆกัน ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้

เมื่อสองราชัน ทีมยักษ์อย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด

และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ต้องถูกโค่น และตกรอบกลับบ้านไป

หมดโอกาส ครองถ้วยโกปา สเปน ปีนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผลการแข่งขัน คู่แรกระหว่าง “เรอัล มาดริด” เปิดบ้านต้อนรับ  “เรอัล โซเซียดาด”

entaplay-3

ในการแข่งขัน จบครึ่งแรก ทีมเยือน เป็นฝ่ายได้นำไปก่อน 1 – 0

และการแข่งขันยิ่งเข้มข้น ขึ้นมากในครึ่งหลัง

นาที่ที่ 54 ทีมเยือน เรอัล โซเซียดาด เป็นผู้ทำประตูทิ้งห่าง จากการยิงของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค ยิงเข้าไปเป็น 2 – 0

ผ่านมาอีก 2 นาที ในนาที่ 56 จากการยิงของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค อีกครั้ง ทำให้ยิ้งเป็นประตูทิ้งห่างไป 3 – 0

พอโดนนำขาดลอย เรอัล มาดริด จึงมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น และแก้เกมใหม่

จนนาทีที่ 59 สามารถทำประตูตีไข่แตก จากการยิงของ มาร์เซโล่ ไล่ตามขึ้นมาเป็น 1 – 3

ผ่านมานาทีที่ 69  เรอัล โซเซียดาด ทีมเยือน ทำเอาเจ้าบ้านเงียบทั้งสนาม เมือ มิเคล เมริโน่ ยิงประตูให้ทีมอีกครั้ง นำไกลออกไปเป็น 4 – 1

เกมยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก เมื่อนาทีที่ 81 สามารถทำประตูไล่ตาม จากการยิงของ โรดรีโก้ ทำประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 2 – 4

จนหมดเวลา 90 นาที มาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คาริม เบนเซม่า เป็นผู้ยิงประตูสุดท้ายให้ เรอัล มาดริด ขยับขึ้นมา 3 – 4

แต่นั่นก็ไม่ทัน เมือหมดเวลาการแข่งขัน

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ต้องแพ้ในบ้านไป 3 – 4 และหมดสิทธิ์ชิงถ้วย โกปาเดล เรย์ สเปน ปีนี้

entaplay-2

ส่งผลให้ เรอัล โซเซียดาด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หรือรอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป

มาดูผลการแข่งขันอีกคู่ของเมื่อคืน

ระหว่าง “แอธเลติก บิลเบา” เปิดสนาม ซาน มาเส บาร์เรีย

ต้อนรับการมาของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า

คู่นี้การแข่งขัน จบครึ่งแรกจบลงด้วยผลเสมอ 0 – 0

และเมือจบ 90 นาที ยังไม่มีทีมใดทำประตูได้ จบเกือบจะจบเกมด้วยสกอร์นี้

แถม ลิโอเนล เมสซี ยังโดนใบเหลืองไปด้วยอีก 1 ใบ

entaplay-1

แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที แอธเลติก บิลเบา ได้ประตูขึ้นนำ และเป็นประตูชัยให้กับทีม

จากจังหวะการยิงของ อินากิ วิลเลียมส์ เป็นผู้โหม่งเสียบเสาเข้าไป อย่างสวยงาม

ทำให้ “แอธเลติก บิลเบา” เอาชนะ “บาเซโลน่า” เจ้าบ้านไป 1 – 0

และกลายเป็น แอธเลติก บิลเบา ที่โค่นราชัน เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และไปลุ้นชิงถ้วย “โกปา เดล เรย์ สเปน” 2019/20 ปีนี้แทน

พยายามแล้ว “ซัวเรซ” ลั่น เนย์มาร์ หวังจะกลับมา บาร์เซโลน่า อีกครั้ง

หลุยส์ ซัวเรซ

หลุยส์ ซัวเรซ ให้ความเห็นถึง เนย์มาร์ พยายามทำทุกอย่างสุดความสามารถเพื่อหวังจะย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อได้กลับไป บาร์เซโลน่า อีกครั้ง

เนย์มาร์ ต้องการย้ายออกจากยักษ์ใหญ่ฝรั่งเศส โดยมีเป้าหมายคือกลับ คัมป์ นู ถิ่นที่เขาโบกมือลาเมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัวสถิติตโลก 222 ล้านยูโร

ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายที่ผ่านมา ทีม “ต่างดาว” พยายามเจรจาอย่างถึงที่สุดแต่สุดท้ายดีลไม่เกิดขึ้นเพราะข้อเสนอไม่โดนใจ “เปแอสเช”

หลังจากดราม่าจบชั่วคราว ซัวเรซ ออกมาพูดถึงความสัมพันธ์กับอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ตอนนี้ยังคุยกันผ่าน WhatsApp ว่า “เราคุยกันในกลุ่มอยู่เรื่อยๆ แต่ช่วงหลังไม่ได้คุยกันมากเท่าไหร่”

“ตอนนี้คุยกันมากขึ้นเพราะสถานการณ์มันซาลงแล้ว มันเป็นช่วงที่ยากลำบากนะ เนย์ต้องผ่านช่วงเวลาที่ซับซ้อน เพราะงั้นเราเลยต้องให้พื้นที่และเวลากับเขา”

พูดถึงเรื่องการย้ายทีมของสตาร์ชาวบราซิลเมื่อสองปีที่แล้ว “เราคุยกับเนย์มาร์นะตอนที่เขาต้องการย้าย ทุกคนรู้ว่าเขาต้องการย้าย เรา(ซัวเรซกับเมสซี่)บอกไปว่าไม่มีสโมสรไหนที่จะทำให้เขามีโอกาสคว้ารางวัลต่างๆได้มากไปกว่าที่นี่”

“แต่เขาก็ตัดสินใจย้าย ตอนนั้นเขาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา ตอนนี้เขาพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อกลับมา”

เผยสถิติ!ทีมยุโรปทีมไหนจ่ายเงินช็อปเยอะสุดช่วง10ปีที่ผ่านมา

ตัวเลขจาก ทรานเฟอร์สมาร์เก็ต เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลข่าวสารของวงการฟุตบอลแสดงให้เห็นว่าตลอดช่วง 10 ปีหลังสุด แมนฯ ซิตี้ คือทีมที่ใช้เงินไปกับการซื้อนักเตะมากที่สุด โดยที่ บาร์เซโลน่า ตามมาเป็นอันดับ 2

ตัวเลขจาก ทรานเฟอร์สมาร์เก็ต เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลข่าวสารของวงการฟุตบอลแสดงให้เห็นว่าตลอดช่วง 10 ปีหลังสุด แมนฯ ซิตี้ คือทีมที่ใช้เงินไปกับการซื้อนักเตะมากที่สุด โดยที่ บาร์เซโลน่า ตามมาเป็นอันดับ 2

เผยสถิติทีมยุโรปทีมไหนจ่ายเงินช็อปเยอะสุดช่วง10ปีที่ผ่านมา.jpg

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นทีมที่จ่ายเงินไปกับการเสริมทัพมากที่สุดในทวีปยุโรปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนรวม 1.52 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 57,760 ล้านบาท) ตามตัวเลขจาก ทรานเฟอร์สมาร์เก็ต เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลข่าวสารของวงการฟุตบอล

กลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นำโดย ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน เข้ามาเทคโอเวอร์ แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2008 ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา “เรือใบสีฟ้า” ก็ใช้เงินไปกับการเสริมทัพจำนวนมากเพื่อดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีมหลายราย และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมากตลอดช่วงที่ผ่านมา

กระทั่งล่าสุด มันก็มีการเปิดเผยว่าในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น แมนฯ ซิตี้ คือทีมในทวีปยุโรปที่ใช้เงินไปกับการเสริมทัพมากที่สุด โดยเงิน 1.52 พันล้านปอนด์ของพวกเขานั้น ทำให้ทีมดังแห่งถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ได้นักเตะมาร่วมทีม 278 คน ขณะเดียวกันพวกเขาก็ขายนักเตะได้เงินเข้าสโมสรมา 452.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 17,191.2 ล้านบาท)

สำหรับทีมที่ใช้เงินเสริมทัพเยอะที่สุดเป็นอันดับสองของทวีปยุโรปใน 10 ปีหลังสุดได้แก่ บาร์เซโลน่า ที่จ่ายเงินไป 1.33 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 50,540 ล้านบาท) ไปกับการได้นักเตะมาร่วมทีม 131 คน ส่วน เรอัล มาดริด ตามมาเป็นที่ 3 ด้วยจำนวน 1.24 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 47,120 ล้านบาท)

ทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับ 7 ของชาร์ตนี้ หลังจากใช้เงินไปกับการซื้อนักเตะ 1.12 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 42,560 ล้านบาท) ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตามมาเป็นอันดับ 8 ด้วยจำนวนเงิน 946.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 35,982.2 ล้านบาท)

จากฝันหวานสู่ฝันร้าย! เจาะสาเหตุทำไม คูตินโญ่ ถึงล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า

ตอนที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงแรกๆ เมื่อเดือนมกราคม ปีก่อน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ดีใจจนแทบจะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด เพราะเขาบอกว่าชื่นชอบ บาร์เซโลน่า อย่างมาก และใฝ่ฝันที่จะได้เล่นให้ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู มานานแล้ว ซึ่งมันก็คงไม่แปลกถ้าเขาจะวาดฝันถึงการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามไปด้วย ในตอนที่ได้เป็นนักเตะของ บาร์เซโลน่า

ตอนที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงแรกๆ เมื่อเดือนมกราคม ปีก่อน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ดีใจจนแทบจะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด เพราะเขาบอกว่าชื่นชอบ บาร์เซโลน่า อย่างมาก และใฝ่ฝันที่จะได้เล่นให้ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู มานานแล้ว ซึ่งมันก็คงไม่แปลกถ้าเขาจะวาดฝันถึงการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามไปด้วย ในตอนที่ได้เป็นนักเตะของ บาร์เซโลน่าnews201905101315158.jpg

น่าเศร้าที่ความจริงมันโหดร้ายกว่าความฝัน สถานการณ์ของ คูตินโญ่ กับ บาร์เซโลน่า ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ โดยล่าสุด อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลกถึงขั้นตีข่าวว่า “อาซูลกราน่า” หมดความอดทนในตัวเขาแล้ว และจะปล่อยเจ้าตัวออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ที่จริงกระแสข่าวการย้ายทีมของ คูตินโญ่ มีออกมาโดยตลอด จากการที่ฤดูกาลนี้เขาทำผลงานได้น่าผิดหวังจนแฟนบอล บาร์เซโลน่า บางคนถึงขั้นโห่ใส่เขาแล้ว ก่อนที่ฟางเส้นสุดท้ายของบอร์ดบริหารจะขาดสะบั้นหลังจากที่ทีมตกรอบรองชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยในรอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่แพ้ ลิเวอร์พูล 0-4 คูตินโญ่ ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดของ บาร์เซโลน่า ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็นำไปสู่ประเด็นที่น่าสนใจว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ คูตินโญ่ ล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า ทั้งที่เขาเคยเป็นยอดนักเตะในตอนที่สวมเสื้อของ “หงส์แดง”

 – พ่ายแพ้ต่อความคาดหวังและแรงกดดัน

จากฝันหวานสู่ฝันร้าย! เจาะสาเหตุทำไม คูตินโญ่ ถึงล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า

  ตอนที่ย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล คูตินโญ่ เป็นเพียงนักเตะที่ได้รับการจับตามองมากคนหนึ่งเท่านั้น นั่นหมายความว่าเขาไม่เจอกับแรงกดดันมากนัก และค่อยๆ ใช้เวลาปรับตัวเข้ากับ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างเต็มที่ ก่อนที่จะกลายเป็นยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของลีก

ในทางกลับกัน เขาไปสวมเสื้อของ บาร์เซโลน่า โดยที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าเขาจะไปเป็นทายาทของ อันเดรส อิเนียสต้า ซึ่งนั่นทำให้เขาเจอกับความกดดันอย่างมาก พอเล่นพลาดสัก 2-3 เกมติดต่อกันเขาก็จะโดนด่าอย่างหนักแล้ว และนั่นก็ไม่เป็นผลดีต่อการปรับตัวเข้ากับการเล่นใน ลา ลีกา ของเจ้าตัวเลย

นอกจากนี้ การที่ตอนนี้แฟนบอล บาร์เซโลน่า บางส่วนโห่ใส่ คูตินโญ่ อย่างหนักมันก็ทำให้สภาพจิตใจของเจ้าตัวย่ำแย่ลงไปอีก โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมานักเตะบางคนของ บาร์เซโลน่า พยายามออกมาเรียกร้องให้แฟนบอลเลิกทำอย่างนั้นได้แล้ว แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

 – สไตล์ไม่เข้ากับดีเอ็นเอของ บาร์เซโลน่า

จากฝันหวานสู่ฝันร้าย! เจาะสาเหตุทำไม คูตินโญ่ ถึงล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า

  เมื่อพูดถึง บาร์เซโลน่า แล้วนั้น หลายคนก็จะนึกถึงการขึ้นเกมที่รวดเร็วเหมือนจรวดจนคู่แข่งปิดช่องว่างไม่ทัน ซึ่งรูปแบบดังกล่าวกลายเป็นเหมือนดีเอ็นเอของ บาร์เซโลน่า ที่ไม่ว่ากุนซือคนไหนก็ห้ามทิ้งไปแล้ว และมันก็เคยทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างเป็นกอบเป็นกำ

อย่างไรก็ตาม ในหลายนัดที่ คูตินโญ่ ได้รับโอกาสลงสนามนั้น เขากลับเลือกที่จะแตะบอลมากเกินไป และพยายามที่จะเลี้ยงผ่านกองหลังให้ได้จนกลายเป็นการดื้อรั้นเกินความจำเป็น ซึ่งนั่นทำให้จังหวะการเล่นของ บาร์เซโลน่า เสียหายทันที และทำให้ทีมมีผลงานที่ย่ำแย่ตามไปด้วย

เรียกได้ว่าทายาทของ อิเนียสต้า กลับไม่สามารถเล่นตามแบบฉบับดั้งเดิมของ อิเนียสต้า ได้ซะอย่างนั้น

 – แผนของ บัลเบร์เด้

จากฝันหวานสู่ฝันร้าย! เจาะสาเหตุทำไม คูตินโญ่ ถึงล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า

  นอกจากเรื่องสไตล์การเล่นส่วนตัวของ คูตินโญ่ ที่ไม่เข้ากับ บาร์เซโลน่า แล้วนั้น แผนการเล่นของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า มันก็มีส่วนทำให้ คูตินโญ่ กำลังเจอกับฝันร้ายกับการเล่นให้ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู เหมือนกัน

ลิเวอร์พูล แทบจะสร้างบทบาทพิเศษขึ้นมาให้ คูตินโญ่ โดยเฉพาะ ในตอนที่เจ้าตัวยังสวมเสื้อ “หงส์แดง” โดยเฉพาะในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ดาวเตะเลือดแซมบ้าได้รับอิสระในการเล่นสุดๆ จนส่งผลให้เขาผ่านบอลได้แม่นยำ และทำประตูจากการยิงไกลได้หลายครั้ง

จากฝันหวานสู่ฝันร้าย! เจาะสาเหตุทำไม คูตินโญ่ ถึงล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า

  ขณะที่ตอนเล่นให้ทีมชาติบราซิลนั้น คูตินโญ่ ก็ได้รับบทบาทแบบเดียวกับตอนที่ลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ด้วย นอกจากนี้ คูตินโย่ ยังสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง และปีกอีกต่างหาก ดูยังไงแล้วเขาก็ไม่น่าจะล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า ได้เลย

จากฝันหวานสู่ฝันร้าย! เจาะสาเหตุทำไม คูตินโญ่ ถึงล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า

  ถึงกระนั้น ความสามารถทั้งหมดทั้งมวลของ คูตินโญ่ ก็ถูกจำกัดเอาไว้ด้วยแผนการเล่นของ บัลเบร์เด้ เพราะถึงแม้กุนซือชาวสแปนิชจะยังให้ทีมเล่นเกมบุกอย่างรวดเร็วตามเอกลักษณ์ของสโมสรอยู่ แต่เขาก็ยังใส่รูปแบบการเล่นเกมรับที่รัดกุมเข้าไปด้วย อย่างเช่นการใช้แผน 4-4-2 หรือ 4-3-3 ที่มีการดัดแปลงให้นักเตะให้ความสำคัญกับเกมรับมากกว่าปกติ

ในระบบดังกล่าวของ บัลเบร์เด้ มันมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถเล่นแบบอิสระตามใจชอบได้ และนั่นคือ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งแน่นอนว่าการให้ เมสซี่ รับบทบาทนั้นมันสมเหตุสมผล เพราะดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มีความสามารถที่ยอดเยี่ยม และมีความสร้างสรรค์ในการเล่นที่น่าทึ่ง ดีกรีการเป็นหนึ่งใน 2 นักเตะที่เก่งที่สุดของโลกในยุคปัจจุบันคือเครื่องการันตีถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม จากการที่บทบาทที่ คูตินโญ่ เคยถนัดและทำผลงานได้ดีต้องตกเป็นของ เมสซี่ มันก็ทำให้ คูตินโญ่ ต้องหันมาเล่นในบทบาทที่ไม่เข้ากับสไตล์ของเขา จนทำให้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก และมันก็มีโอกาสน้อยมากที่ บัลเบร์เด้ จะยอมให้ คูตินโญ่ เป็นตัวอิสระคนที่สอง เพราะมันจะทำให้ระบบโดยรวมที่วางเอาไว้พังทลายลงได้

  และนั่นก็มีส่วนทำให้ คูตินโญ่ ต้องทนอยู่กับฝันร้ายมาจนถึงทุกวันนี้

“ปีศาจแดง” มีลุ้นคว้าตัว มัทไธจส์ เดอ ลิกต์ มาร่วมทัพในเร็วๆ นี้

“ปีศาจแดง”  แมนเขสเตอร์  ยูไนเต็ด  กำลังมีลุ้นคว้าตัว
มัทไธจส์  เดอ  ลิกต์กองหลังดาวรุ่งของ  อาแจ็กซ์  อัมสเตอร์
ดัมมาร่วมทีม แทนที่บาร์เซโลน่า

“ปีศาจแดง”  แมนเขสเตอร์  ยูไนเต็ด  กำลังมีลุ้นคว้าตัว
มัทไธจส์  เดอ  ลิกต์กองหลังดาวรุ่งของ  อาแจ็กซ์  อัมสเตอร์
ดัมมาร่วมทีม แทนที่บาร์เซโลน่า

56_1556768126.jpg

เมื่อวันที่  1  พฤษภาคมที่ผ่านมาสื่อต่างประเทศได้รายงานว่า  “ปีศาจแดง”  แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด  กำลังมีโอกาสที่จะสามารถคว้าตัว  มัทไธจส์  เดอ  ลิกต์  กองหลังดาวรุ่งของ  อาแจ็กซ์   อัมสเตอร์ดัม  มาร่วมทีม
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือมาว่า  มัทไธจส์  เดอ  ลิกต์  กำลังเป็นที่สนใจของบาร์เซโลน่า  จนกระทั่งล่าสุดได้มีรายงานเผยว่า  มิโน  ไวโอลา  เอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะได้แนะนำ  เดอ  ลิกต์  ให้ย้ายไปเล่นให้กับ  “ปีศาจแดง”  แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด  ภายในช่วงซัมเมอร์นี้แทน
ในตอนนี้  มัทไธจส์  เดอ  ลิกต์  กำลังเป็นที่สนใจของหลายๆ  ทีมที่อยากคว้าไปเสริมแกร่ง  เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเขาสามารถช่วยต้นสังกัดให้สามารถเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า  แชมเปี้ยนลีกฤดูกาลนี้  ได้สำเร็จ  ในขณะที่ตัวนักเตะวัย  19  ปีเคยให้สัมภาษณ์ว่า  ความฝันในอาชีพนักเตะของเขาคือ  การได้ลงสนามเคียงข้างกับ  ลีโอเนล  เมสซี  กองหน้าของบาร์เซโลน่า  สักครั้ง