ผลการจับสลาก UCL รอบแบ่งกลุ่ม 2020/21 แมนยูฯเจอของแข็ง ลิเวอร์พูลไม่ง่าย

ผลการจับสลากศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2020/2021 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่หนักมาก ส่วน “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอแข็งโป๊ก

ผลการจับสลากศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2020/2021 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่หนักมาก ส่วน “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอแข็งโป๊ก

กลุ่มเอ

บาเยิร์น มิวนิก

แอตเลติโก มาดริด

เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก

โลโคโมทีฟ มอสโก

กลุ่มอี

เซบีญา

เชลซี

กราสโนดาร์

แรนส์

กลุ่มบี

เรอัล มาดริด

ชัคตาร์ โดเนตส์ค

อินเตอร์ มิลาน

โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค

กลุ่มเอฟ

เซนิตฯ

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ลาซิโอ

คลับ บรูซ

กลุ่มซี
เอฟซี ปอร์โต

แมนเชสเตอร์ซิตี้

โอลิมเปียกอส

โอลิมปิก มาร์กเซย

กลุ่มจี

ยูเวนตุส

บาร์เซโลนา

ดินาโม เคียฟ

เฟเรนซ์วารอส

กลุ่มดี

ลิเวอร์พูล

อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม

อตาลันตา

มิดทิลลันด์

กลุ่มเอช

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แอร์เบ ไลป์ซิก

อิสตันบูล เบซัคเซเฮียร์

เปิดรายชื่อนักเตะหงส์ที่เตรียมโละในปีนี้ เป้าหมาย 100 ล้านปอนด์ !!

มีพบก็ต้องมีจากเป็นธรรมดา แต่การจากกันแล้วช่วยให้ทีมได้ผลมากประโยชน์มากที่สุด น่าจะเป็นการทิ้งความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้ สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในปีนี้พวกเขามีแข้งดังหลายคนที่อาจจะต้องเก็บกระเป๋าจากกันไป หลังร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บ้างก็อยู่ในชุดปัจจุบัน บ้างก็ปล่อยยืมตัวออกไป จะมีใครกันบ้างไปดูกัน

มีพบก็ต้องมีจากเป็นธรรมดา แต่การจากกันแล้วช่วยให้ทีมได้ผลมากประโยชน์มากที่สุด น่าจะเป็นการทิ้งความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้ สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในปีนี้พวกเขามีแข้งดังหลายคนที่อาจจะต้องเก็บกระเป๋าจากกันไป หลังร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บ้างก็อยู่ในชุดปัจจุบัน บ้างก็ปล่อยยืมตัวออกไป จะมีใครกันบ้างไปดูกัน

นาธาเนียล ไคลน์ (เป้าหมาย ปล่อยฟรี)

โอกาสดาวรุ่ง ! หงส์ งานงอก "ไคลน์" เจ็บ ส่อพลาดลงเกม เปิดสนาม ...

คนแรกหลายคนอาจจะลืมไปบ้างแล้วว่าเขายังเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล และไม่ได้ถูกยืมตัวไปไหนไกลอีกด้วย ยังคงอยู่ที่สโมสร ทว่าปัญหาอาการบาดเจ็บที่เล่นงานจนไม่มีโอกาสได้ลงเล่นแม้แต่หนเดียว แม้ว่าบ้างช่วงในปีก่อนที่เขากลับมาสู่ทีม แต่ต้องยอมรับว่าตอนนี้เขาเบียดรุ่นน้อง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่กำลังก้าวขึ้นไปเป็นอันดับโลกไม่ไหวแล้ว ด้วยวัย 29 ปี แถมสโมสรแบกภาระจ่ายเงินเดือนทุกเดือน ที่จำนวน 70,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ ทำให้เขาจะต้องเก็บกระเป๋าออกไป แม้ทางทีมจะไม่ได้อะไรจากดีลนี้เลยก็ตาม

อดัม ลัลลาน่า (เป้าหมาย ปล่อยฟรี)

ลัลลานา ชี้ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องใช้งานผู้เล่นทุกคนในทีม หากหวัง ...

เป็นอีกคนที่ขออยู่กับทีมจนหมดสัญญา และน่าเคารพในการตัดสินใจของเขา แม้ว่าตัวเขาเองสามารถไปอยู่ในทีมใหญ่ๆ และเล่นในระดับสูงกับสโมสรอื่นแบบเป็นตัวจริงก็ย่อมได้ แต่ทั้ง หงส์แดง และตัวนักเตะอยากจบภารกิจแบบบรรลุข้อตกลงตามสัญญาทำให้ ลัลลาน่า จะเดินจากออกไปแบบไร้ค่าตัวแน่นอน โดยมีบรรดาทีมใหญ่ๆ ทั้ง เลสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่พร้อมจะดึงตัวไปร่วมทีม ทั้งนี้จะทำให้ ลิเวอร์พูล ลดค่าเหนื่อยของแข้งอังกฤษรายนี้ไปถึง 110,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์

ลอริส คาริอุส (เป้าหมาย 8 ล้านปอนด์)

อู๊ดขอบาย! 'คาริอุส' ปัดคำชวนหงส์แดงเข้าชมนัดชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ต้องยอมรับว่า หลังจากอาการบาดเจ็บที่เขาต้องเจอ บวกกับการพลาดในเกม นัดชิงชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่น 2017-18 ที่เจ้าตัวมีส่วนทำให้ทีม แพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ส่งผลถึงฟอร์มการเล่น รวมถึงสภาพจิตใจ ทำเอาความมั่นใจของเขาหลุดลอยไป แม้จะย้ายไปเล่นกับ เบซิคตัส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี แน่นอนว่าการมาเติมเต็มของ อาเดรียน ทำให้ หงส์แดง ไม่มีแผนจะดึงเจ้าตัวกลับมาเป็นแบ็คอัพให้กับ แบ็คเกรอ์ และดูเหมือนทีมดังจากไก่งวงอาจจะลองเสี่ยงจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อดึงมือกาววัย 26 ปี ไปเล่นแบบถาวร

มาร์โก กรูยิช (เป้าหมาย 18 ล้านปอนด์)

โตริโน่ติดต่อลิเวอร์พูลหวังยืมกรูยิชก่อนเส้นตาย

นี่คือนักเตะคนแรกที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญาหลังจากตกปากรับคำคุมทีม หงส์แดง ในช่วงเดือนตุลาคม 2016 และเขาได้ดึง แข้ง เร้ดสตาร์ เบลเกรด ในตลาดหน้าหนาว อย่าง มาร์โก กรูยิช มาร่วมทีม หวังให้เป็นแข้งแห่งอนาคตในแดนกลาง ทว่า มิดฟิลด์เลือดเซิร์บ กลับต้องถูกปล่อยยืมตัวเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ยืมใช้งานในช่วงซีซั่น 2017/18 ต่อมาในปีก่อน แฮธ่า เบอร์ลิน ก็ยืมตัวเขาไปอีกยาวๆ แถมยังทำผลงานได้ดี จนทางทีมดังจาก เยอรมนีเห็นความสำคัญ และมอบให้เป็นนักเตะตัวหลัก และหวังจากมอบเงินจำนวนไม่น้อยทีเดียว ให้ลิเวอร์พูล ปล่อยตัวแข้งวัย 24 ออกมาจากทีม

เดยัน ลอฟเรน (เป้าหมาย 18 ล้านปอนด์)

ทิ้ง ซาลาห์ ได้ไง? ยูเวนตุส ส่งทีมเจรจา ลิเวอร์พูล หวังฉก

นี่คือกองหลังระดับสูงคนหนึ่งในยุโรป เขาเป็นทั้ง รองแชมป์โลก และหลายรายการกับ ลิเวอร์พูล ถึงอย่างไรการเบียดเป็นตัวหลักคงจะยากไปแล้วสำหรับ กองหลังชาวโครแอต หลังต้องตกเป็นตัวเลือกที่ 4 ต่อจาก เฟอร์จิล ฟานไดค์, โจโกเมซ และ โฌแอล มาติป และในปีนี้เพิ่งลงเล่นช่วยทีมไป 2 เกม แม้จะมีข่าวว่าเจ้าตัวอยากออกจากทีมตั้งแต่ช่วงเดือน มกราคม ทว่า คล็อปป์ อยากรั้งให้เขาช่วยทีมก่อนจนสุดทาง โดยมี ลาซิโอ, โอลิมปิก ลียง, โรม่า และ เอซี มิลาน ติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ โดยคาดว่าเขาจะทิ้งเงินจำนวนไม่น้อยให้ทีมก่อนจากกัน

แฮร์รี่ วิลสัน (เป้าหมาย 20 ล้านปอนด์)

แฮร์รี วิลสัน ย้ายไปบอร์นมัธแบบยืมตัว - Liverpool FC

เจ้าพ่อลูกนิ่ง แก้มแดงๆ ถือว่าเป็นขวัญใจคนหนึ่งของแฟนหงส์บางกลุ่มที่ชื่นชอบสไตล์การเล่นในตัวเขา แต่ต้องยอมรับว่าด้วยตำแหน่ง และวิธีการเล่น เขาไม่สามารถเบียดชุดใหญ่ในทีมได้ แม้กระทั่งตัวสำรองก็ตาม ทำให้ถูกส่งออกไปยืมตัวอยู่บ่อยครั้ง และในปีนี้เขาก็ถูก ปล่อยให้ บอร์นมัธ ยืมใช้งานทั้งฤดูกาล โดยถือว่าทำผลงานได้ดีกับทีมระดับกลางๆ ด้วยการ ลงเล่น 23 เกมในลีก และยิงไป 7 ประตู ทั้งนี้ลูกหากินยิงไกล ยังถือว่าใช้งานได้ผล แถมด้วยอายุเพียง 23 ปี ยังดูดีมีอนาคต การขายได้ราคางามๆ ณ ตอนนี้ถือว่าเหมาะสมที่สุด

เซอร์ดาน ชากิรี่ (เป้าหมาย 26 ล้านปอนด์)

ชากิรี”แย้มพร้อมกลับลงสนามช่วยหงส์แดงสัปดาห์นี้ – innnews

เหมือนจะไปได้ดีในถิ่น แอนฟิลด์ แต่ต้องยอมรับว่า อาการบาดเจ็บมาพรากเขาจากฟอร์มอันสุดยอดไปหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เขาช่วยทีมไปได้เพียงแค่ 10 เกมในทุกรายการทั้งซีซั่นนี้ กับการเข้ามาของ ทาคูมิ มินามิโนะ ปีกชาวญี่ปุ่นมาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของเขาในช่วงที่จะหายจากอาการบาดเจ็บ ที่น่าจะหมดโอกาสในการเป็นตัวเลือกในแนวรุก เพราะความมั่นใจ บวกกับฟอร์มการเล่นที่ไม่ต่อเนื่อง อาจจะทำให้ทีมปล่อยเขาไปในวัย 28 ปี ที่ราคากำลังขายได้ ทั้งนี้ดีลดังกล่าวอาจจะสร้างกำไรให้กับลิเวอร์พูล พอสมควร เพราะเขาย้ายมาจาก สโต๊ค ซิตี้ ใน ปี 2018 ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ และกำลังจะจากไปด้วยมูลค่าเพิ่มถึงเท่าตัว

ไม่ต้องพึ่งเงินเยียวยา! 6 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ขาดทุนยับ ในตลาดซื้อ-ขาย

เรื่องการซื้ออ กับการขาย แน่นอนว่าจะต้องคิดถึงเรื่องของธุรกิจ การทำการค้า ซึ่งการจะอยู่ได้ การซื้อนั้นจำเป็นต้องมีตัวเลขที่น้อยกว่าการขายออกไป ไม่นั้นเท่ากับการบริหารของคุณนั้นล้มเหลว ทว่าในโลกของฟุตบอลแตกต่างออกไป ซึ่งเมื่อมามองดูตัวเลข การซื้อและขายนักเตะ ไม่สามารถบอกได้ว่า สโมสรแห่งนั้น ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวในการบริหารทีม

วะนนี้เราจะไปย้อนดูในช่วง 20 ปีหลังสุดกันว่า 6 ทีมจากลีกสูงสุดในอังกฤษ ทีมไหนบ้างที่ขาดทุนย่อยยับกับการซื้อ-ขายนักเตะ แต่พวกเขายังยืนหยัดอยู่ในหัวแถวของทีมทำเงินในระดับโลก ณ ปัจจุบัน

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พบ นอริช ซิตี้ พร้อมลิ้ง ...

ถูกยกให้เป็นทีมลุ้นแชมป์ในช่วง 5 ปีหลังสุดสำหรับทีมไก่เดือยทอง ที่ยกระดับขึ้นมามากในยุค 2000 ทว่าการซื้อ-ขายของพวกเขาในยุคปี 2000 เพิ่งจะเฟื่องฟุูในช่วง 10 ปีหลังมานี้เอง หลายคนอาจจะมองว่าพวกเขาได้ขายนักเตะได้ราคาเหลือเกินจากการปั้นขึ้นมา แล้วขายออกไปโดย ลูก้า โมดริช และ แกเร็ธ เบล คือ 2 ตัวอย่างที่ทำให้เห็นเด่นชัด หลัง เรอัล มาดริดทุ่มซื้อด้วยมูลค่าหลายล้านปอนด์ โดยกองกลางชาวโครเอเชีย จากไปด้วยมูลค่า 31 ล้านปอนด์ ส่วนปีกพญาวานรชาวเวร ก้มีสถิติอยู่ที่ 90 ล้านปอนด์ นี่ยังไม่นับรวม ดิมิทาร์ เบอร์บาทอฟ (แมนฯ ยูไนเต็ด – 34 ล้านปอนด์) และ ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนฯ ซิตี้ – 47 ล้านปอนด์) ฯลฯ ดูแล้วพวกเขาน่าจะเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในตลาดซื้อขาย

ทว่าความจริงคือพวกเขานั้นขาดทุนมากถึง 350 ล้านปอนด์ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาหากเอาตัวเลขมาบวกลบกันแล้ว เพราะช่วงหลังทีมสีขาวจากลอนดอนซื้อนักเตะอยู่ในเรทราคาที่ไม่เบาเลยทีเดียวทั้ง สตีเฟน เบิร์กไวน์ (พีเอสวี – 27 ล้านปอนด์) , มุสซา ซิสโซโก้ (นิวคาสเซิล – 31 ล้านปอนด์) , ดาบินซอน ซานเชซ (อาแจ็กซ์ – 36 ล้านปอนด์) , จิโอวานี โล เซลโซ (เรอัล เบติส – 52 ล้านปอนด์) และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล (54 ล้านปอนด์) ซึ่งนักเตะพวกนี้อยู่ในทีมปัจจุบันทั้งสิ้น

อาร์เซนอล

อาร์เซนอลอาจหั่นค่าเหนื่อยนักเตะ หากชวดตั๋ว ชปล.ซีซั่นหน้า

อีกหนึ่งทีมดังจากลอนดอน ที่เคยเฟื่องฟูสุดๆ ในยุคต้น 2000 ทั้งแชมป์ไร้พ่าย และการได้ไปโลดแล่นในเวทียุโรปอยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากนั้นพวกเขาร้างความสำเร็จในโทรฟี่ใหญ่ๆ มาโดยตลอด แถมอันดับหลุดท็อป 6 ให้เห็นบ่อยครั้ง ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือการซื้อ-ขายของพวกเขาทำได้ไม่บาลานซ์สักท่าไหร แม้ทีมอื่นๆ จะขายนักเตะได้ราคาที่เกิน 50 ล้านปอนด์ขึ้นไปเป็นอย่างน้อยแต่ ไอ้ปืนใหญ่ ยังมีสถิติการขายนักเตะแพงที่สุดนั้นก็คือ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (บาร์เซโลนา – 36 ล้านปอนด์) โดยมันเกิดขึ้นเมื่อปี 2000 พอดิบพอดี

ส่วนการซื้อนั้นต้องบอกว่าจัดหนักไม่เบา กรานิท ชาก้า (กลัดบัค – 40 ล้านปอนด์) , เมซุต เออซิล (เรอัล มาดริด – 42 ล้านปอนด์) , อเล็กซองดร์ ลากาเซ็ตต์ (ลียง – 47 ล้านปอนด์) , ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 57 ล้านปอนด์) และ นิโกลาส์ เปเป้ (ลีลล์ – 72 ล้านปอนด์) นี่คือสถิติ 1 ถึง 5 แน่นอนว่าทุกคนคือทีมชุดปัจจุบัน ทว่าตัวเลขดังกล่าวทำให้พวกเขาขาดทุนในตลอดซื้อขายไปถึง 410 ล้านปอนด์ เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 5

ลิเวอร์พูล

This Is Liverpool : ก้าวแรก ลิเวอร์พูล สู่แชมป์พรีเมียร์ลีก

โคตรทีมแห่งยุคในตอนนี้อย่างแท้จริงสำหรับ หงส์แดง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีสถิติการซื้อนักเตะที่ขำๆ ไม่หนักแน่นเหมือนทีมใหญ่ๆ ทีมอื่น ทว่าตั้งแต่ยุค เยอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขาอัดวงเงินแบบไม่อั้น และดูเหมือนมันจะประสบความสำเร็จดีทีเดียวอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้สัก 4 ปี พวกเขายังอยู่ในระดับเท่าทุน ถึงกับกำไรด้วยซื้อในตลาดซื้อขาย เพราะทำสถิติการขายได้ดีกว่าใครเพื่อน ทั้ง เฟร์นันโด ตอร์เรส (เชลซี – 52 ล้านปอนด์) , ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้ – 57 ล้านปอนด์) , หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลนา – 73 ล้านปอนด์) และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ (บาร์เซโลนา – 130 ล้านปอนด์) จะเห็ฯ ได้ว่าพวกเขาขายนักเตะด้วยมูลค่าสูงกว่า ครึ่งร้อยลานปอนด์ไปหลายคน และมี ฟิลิปเป้ คูตินโญ ที่เป็นเพชรเม็ดงานที่ขายได้ราคาเกิน 100 ล้านปอนด์เข้าไปอีก

ทว่าช่วง 4 ปีหลังจากกำไร พวกเขายอมขาดทุนในตลาดนักเตะ เพื่อแลกกับความสำเร็จ โดยการดึง ซาดิโอ มาเน (เซาแธมป์ตัน – 37 ล้านปอนด์) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (โรมา – 37 ล้านปอนด์) , ฟาบินโญ (โมนาโก – 40 ล้านปอนด์) , นาบี เกอิต้า (แอร์เบ ไลป์ซิก – 54 ล้านปอนด์) , อลิสซอน เบ็คเกอร์ (โรมา – 56 ล้านปอนด์) และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (เซาแธมป์ตัน – 76 ล้านปอนด์) แน่นอนว่ามันได้ผลเกินคาด เพราะแข้งแต่ล่ะคนที่เข้ามานั้นยกระดับทีมได้จริง ทว่าพวกเขาต้องยอมรับที่ติดลบไปมากถึง 446 ล้านปอนด์

เชลซี

รอชมได้เลย! สิงห์ ยัน มีเกมอุ่นเครื่องกับ บาร์ซ่า ที่ญี่ปุ่น | Buaksib

ไม่มีทีมไหนในลีกอังกฤษอีกแล้วที่ขายนักเตะเกิน 1,000 ล้านปอนด์ใน 20 ปีหลัง แล้วจะขาดทุนย่อยยับ แต่ เชลซี ทำได้ หากไปดูการขายของพวกเขาต้องซูฮกว่าทำได้ดีทีเดียว ขายหนัก ขายเยอะ และขายได้ราคาทั้ง ออสการ์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี – 54 ล้านปอนด์) , ดิเอโก้ คอสต้า (แอตเลติโก มาดริด – 59 ล้านปอนด์) และล่าสุดกับการขายซุปตาร์อย่าง เอเด็น อาซาร์ (เรอัล มาดริด – 90 ล้านปอนด์) เมื่อรวมตัวเลขการขายใน 20 ปีหลังพวกเขาทำไปได้ถึง 1,030 ล้านปอนด์ มากที่สุดแล้ว ณ ปัจจุบัน

ทว่านั้นไม่ใช่ตัวชี้วัด เมื่อการซื้อของพวกเขากลับถีบตัวถึง 1,860 ล้านปอนด์ ก็แน่นอนว่าขนาดเจ้าบุญทุ่มแห่งเมือง แมนเชสเตอร์ ทั้ง ยูไนเต็ด และ ซิตี้ ยังคงต้องเป็นรองในเรื่องนี้ ทว่าการซื้อแต่ล่ะตัวของพวกเขามักจะไม่สนใจว่าราคาเท่าไหร หากเสี่ยหมีต้องการ คือไปเอามาให้ได้ ยกตัวอย่าง จอร์จินโญ (นาโปลี – 51 ล้านปอนด์) , คริสเตียน พูลิซิช (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 57 ล้านปอนด์) และ เคปา อาร์ริซาบาลากา (แอธเลติก บิลเบา – 72 ล้านปอนด์) เป็นทีมเดียวที่มีนายทวารเป็นสถิติการซื้อขายของสโมสรอีกด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนยู 5-0 คลับ บรูช: ไฮไลท์ฟุตบอล ยูโรป้าลีก (คลิป)

ยูไนเต้ด เป็นอีกทีมที่ขายนักเตะได้ราคามาตลอดทุกช่วงใน 20 ปีหลัง โดยพวกเขาถือว่าเป็นทีมที่มูลค่ามากที่สุดในเกาะอังกฤษมาตลอดเช่นกัน ทั้งการขาย อังเคล ดิ มาเรีย (เปแอสเช – 56 ล้านปอนด์) , โรเมลู ลูกากู (อินเตอร์ มิลาน – 58 ล้านปอนด์ และตัวทีเด็ดตลอดการ ยังไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด – 84 ล้านปอนด์) ทว่าด้วยการเป็นทีมที่มีเงินเยอะ และเจ้าบุญทุ่มมาแต่ไหนแต่ไร พวกเขาสะสมการขายไปได้เพียง 629 ล้านปอนด์ แต่กลับมีตัวเลขการซื้อที่พุ่งไปถึง 1,600 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ในช่วงหลังๆ ในทีมของยูไนเต็ดนั้นประกอบไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี และต้องแลกมาด้วยเรื่องของการโดนโก่งค่าตัว ทว่ามันเป็นแบบนั้นทุกตลาดการซื้อขายทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ – 49 ล้านปอนด์) , บรูโน เฟร์นันเดส (สปอร์ติง ลิสบอน – 49 ล้านปอนด์) , เฟร็ด (ชัคตาร์ – 53 ล้านปอนด์) , อองโตนี มาร์กซิยาล (โมนาโก – 54 ล้านปอนด์) , แฮร์รี แม็คไกวร์ (เลสเตอร์ ซิตี้ – 78 ล้านปอนด์) และ ปอล ป็อกบา (ยูเวนตุส – 94 ล้านปอนด์) ถึงอย่างไรการติดลบมากมายในตลาดนักเตะ ส่งผลน้อยเหลือเกินหากเปรียบเทียบรายได้รวมของสโมสรได้ทุกๆ ด้าน

แมนฯ ซิตี้

อย่าเพิ่งรีบสรุป "สโตนส์" ลั่นแมนฯ ซิตี้ยังไม่หมดลุ้นแชมป์ลีก

ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้วว่าอันดับ 1 ต้องเป็นพวกเขาสำหรับ ทีมสีฟ้า แห่งแมนเชสเตอร์ ความสำเร็จต้องแลกด้วยเงิน ที่นี่คือคำตอบ หากเปรียบเทียบใน 6 ทีมทั้งหมดที่กล่าวมาพวกเขาคือทีมที่ขายนักเตะได้เงินน้อยมากที่สุด 539 ล้านปอนด์ ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นทีมที่ซื้อนักเตะสูงถึง 1,840 ล้านปอนด์ เป็นรอง เชลซี ไม่กี่ล้านปอนด์เท่านั้น โดยการขาดแล้วได้ราคามากที่สุด ยังน้อยกว่า มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (บาร์เซโลนา – 36 ล้านปอนด์) ของไอ้ปืนใหญ่ นั้นก็คือ ดานิโล (ยูเวนตุส – 33 ล้านปอนด์) ถือว่าหากมาพูดกันในเรื่องของการ ซื้อ-ขายนักเตะเพียงอย่างเดียว ฝ่ายบริหารคงโดนไล่ออกยกชุด

ทว่าการซื้อของพวกเขาอาจจะไม่ใช่ทีมที่ซื้อแบบ 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป แต่ซื้อแบบเรื่อยๆ และตัวเลขไม่หนีกันมากทั้ง ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้ – 61 ล้านปอนด์) , โรดรี (แอตเลติโก มาดริด – 63 ล้านปอนด์) และสถิติอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ (โวล์ฟสบวร์ก – 68 ล้านปอนด์) แต่ก็เข้าใจได้ว่าทีมระดับเจ้าของที่รวยล้นฟ้า ตัวเลขที่ขาดทุนไปเพียงแค่ 1,298 ล้านปอนด์ ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงได้แน่นอน และพวกเขาจะยังคงทำสถิติขาดทุนในตลาดนักเตะไปเรื่อยๆ หากไม่โดนแบนไปซะก่อน

ใครเหมาะสมเป็นแบ็คตัวจริง สิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ

มาในยุคที่ทีมชาติอังกฤษมี 3 เซ็นเตอร์แบ็คในฝั่งขวาที่ผลงานโดดเด่นขึ้นมาอย่างร้อนแรง โดยประกอบไปด้วย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จาก ลิเวอร์พูล, อารอน วาน-บาสซาก้า จาก แมนฯ ยูไนเต็ด และ รีซ เจมส์ จาก เชลซี ทั้ง 3 คนยังมีอายุที่มากนัก บวกกับผลงานในนามสโมสรขึ้นมาเป็นตัวจริงที่ทีมจะขาดไม่ได้ แถมสัญชาติอังกฤษทั้งหมด

แน่นอนว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต คงต้องดูสถิติและผลงานในเรื่องของตัวเลขเป็นหลัก ว่าใครจะเหมาะสมในการยึดตำแหน่งตัวจริง

เกมรับ

ของจริง! อดีตแนวรับผีชี้ วาน-บิสซาก้า เหนือกว่า อเล็ก

ต้องบอกว่าเลยว่าฝั่งของ หงส์แดง แพ้ราบคาบ นักเตะอย่าง เทรนท์ เป็นรองทุกคน โดยในปีนี้ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019/20 เจ้าตัวสามารถปะทะบอลสำเร็จเพียงแค่ 1.6 ครั้ง/เกม เท่านั้น และมีเปอร์เซ็นชนะในการปะทะเกินครึ่งมานิดหน่อยที่ 53.3 เปอร์เซ็น ส่วนทาง รีซ เจมส์ ดีกว่านิดหน่อย ปะทะ 1.9 ครั้ง/เกม แถมชนะมากถึง 65.5 เปอร์เซ็น ถึงอย่างไรทั้ง 2 คนต้องสิโรราบให้กับ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่มาเหนือกว่าทุกคนด้วยการ ปะทะบอกมากถึง 3.8 ครั้ง/เกม และชนะมาอีกด้วยถึง 82.6 เปอร์เซ็น

กุนซือเชลซีเชื่อรีซ เจมส์อนาคตรุ่งโรจน์

จริงอยู่ที่ตัวเลขเกมรับจะออกมาจากทีมที่โดนบุกจะแสดงตัวเลขในการเข้าปะทะมากหน่อย เพราะหงส์แดงปีนี้พวกเขาแข็งแกร่งมา ส่วนใหญ่จะทำเกมบุกใส่คู่แข่ง แต่เมื่อมามองค่าของ เปอร์เซ็น ต้องยอมรับว่าทาง วาน-บิสซาก้า ดีกว่าทุกคนจริงๆ เขาเข้าบอลทุกครั้ง แทบจะมีความผิดพลาดน้อยมากๆ

เกมรุก

ริโอ' ปลื้ม TAA ชมเก่งเหมือนคาฟู-ดีกว่าเนฟ-เหนือ AWB ติดธงสิงโต

ถือว่าจุดเด่นของ เทรนท์ ค่อนข้างมาดีในด้านเกมรุก เพราะเจ้าตัวสามารถ จ่ายบอลให้เพื่อนได้มากถึง 7.5 ครั้ง/เกม นี่ยังไม่รวมลูกเตะมุมที่เขาเป็นคนรับผิดชอบอีกด้วย ส่วนที่ตามมาก็คือ เจสว์ 5.8 ครั้ง/เกม ด้าน วาน-บิสซาก้า ที่เด่นเกมรับผ่านบอลน้อยมากเพียงแค่ 2.86 ครั้ง/เกม แถมตัวเลขที่บกย่องว่า แข้งของหงส์แดงเล่นเกมบุกได้เมามันส์คือ สร้างโอกาสให้เพื่อนได้มากถึง 2.6 ครั้ง/เกม ชนะที่ เจมส์ 1.3 ครั้ง/เกม และ วาน-บิสซาก้า 0.7/เกม แข้งผีแดงสร้างโอกาสเกมล่ะไม่ถึง 1 ครั้งด้วยซ้ำ

ผลงานแจ่ม เชลซีไม่รีรอ จับ "รีซ เจมส์" ต่อสัญญาเพิ่มถึงปี 2025

ทว่ามามองเรื่องการจ่ายแม่น ผ่านบอลสำเร็จ ต้องยกให้นักเตะอายุน้อยที่สุดใน 3 คนนี้อย่าง เจมส์ ที่จ่ายสำเร็จมากถึง 87.0 เปอร์เซ็น รองลงมา วาน-บิสซาก้า 79.9 เปอร์เซ็น และ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 75.8 เปอร์เซ็น แถมกรเลี้ยงบอล เจมส์ เหนือกว่าใครเพื่อน 2.3 ครั้ง/เกม และสำเร็จถึง 79.3 เปอร์เซ็น วาน-บิสซาก้า 1.7 ครั้ง/เกม 68.0 เปอร์เซ็น และ เทรนท์ รั้งท้าย 0.6 ครั้ง/เกม

มีส่วนกับประตู

เคลียร์ ! จอห์นสัน วิเคราะห์ เทรนท์ & บิสซาก้า & รีซ เจมส์ ใครเป็น ...

ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า นักเตะเกมรับ ยิ่งเป็นแบ็คทั้ง 2 ข้างจะมีหน้าที่หลักรับผิดชอบแค่เกมรับอย่างเดียว เพราะเรามักจะเห็น แบ็คเติมเกมรุก และมีส่วนกับประตูบ่อยครั้งขึ้น เพราะฉะนั้นในกรณีนี้เราจะนำมานับเป็นคะแนนด้วยว่าแข้งคนไหนที่มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตู แม้จะต้องเล่นในเกมรับเป็นหลัก

Roy Hodgson ready to advise Gareth Southgate on Aaron Wan-Bissaka ...

คนแรกที่มาเหนือทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่นคงต้องเป็น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เจ้าตัวยิงประตูในเกมลีกไป 2 ประตู แถมทำได้ถึง 12 แอสซิสต์ มีค่าเฉลี่ยทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ทุกๆ 182.1 นาที ส่วนคนที่ตามมาคือ เจมส์ ที่แม้จะยิงไม่ได้ แต่ 2 แอสซิสต์ของเขา ก็มีส่วน ร่วมกับประตูทุกๆ 534 นาที ด้าน วาน-บิสซาก้า ทำประตูไม่ได้เช่นกัน และทำแอสซิสต์เท่ากับ เจมส์ อยู่ที่ 2 ครั้ง ทว่าเจ้าตัวลงเล่นมากกว่า เมื่อเฉลี่ยแล้ว มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงทุกๆ 1,180.5 นาที

สรุปใครกันล่ะที่ควรเป็นตัวจริง

เช็คขุมกำลัง “สิงโตคำราม” จริงหรือ ว่านี่คือ "ยุคทอง"? - TheMacho

หากจะฟันธงตรงๆ คงยาก เพราะมันมีองค์ประกอบอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับ 3 คนนี้ที่ทางโค้ชจะต้องเป็นคนตัดสินใจ แต่หากให้เลือกมาต้องบอกว่า สูสีจริงๆ เกมรับต้องยกให้ วาน-บิสซาก้า เขาชนะทุกคน เกมรุก เทรนท์ และ เจมส์ ทำได้ดีพอๆ กัน แต่ความเก๋าเกม และการมีส่วนร่วมกับประตู อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คือคนที่ทำได้ดีที่สุด แถมประสบการณ์ของเจ้าตัวความนิ่งกับสถานการณ์กดดันน่าจะผ่านมาเยอะกว่าใครเพื่อน เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า หากทีมเน้นเกมรับ วาน-บิสซาก้า เหมาะเป็นตัวจริง หากเน้นเกมรุก อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เหมาะเป็นตัวจริง ส่วนดาวรุ่งอย่าง เจมส์ รอแค่เก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกนิด เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงที่สมน้ำสมเนื้อมากกว่านี้

2 เงื่อนไข ที่พอจะทำให้หงส์ตัดใจ ปล่อย “มาเน่”

จากกระแสในช่วงที่ผ่านมา ความร้อนแรงเรื่องการซื้อ-ขาย เริ่มกลับมาสะพัดขึ้นอีกครั้ง โดยรอบนี้เป็น 2 ทีมใหญ่ ที่ได้เจ้ายุโรปมา ใน 2 หนหลังอย่าง เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน และ ลิเวอร์พูล แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ต้องมางัดข้อกันอีกครั้ง เมื่อข่าวว่า ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ มาดริด พยายามอย่างที่สุดที่จะได้ตัว ซาดิโอ มาเน่ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติเซเนกัล มาร่วมทัพในซีซํ่นหน้า ทว่าดูเหมือน หงส์แดง อาจจะต้องขอ 2 เงื่อนไข ที่น่าจะมีน้ำหนักพอที่จะปล่อยแข้งหมายเลข 1 ของทีม ณ เวลานี้ออกจากรัง

ค่าตัว สมน้ำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ มาเน่ เรอัล มาดริด

ระดับ ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวกลั่นของ ลิเวอร์พูล เข้าขั้นเป็นแข้งระดับโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งการเป็นเจ้ายุโรปในปีก่อน พร้อมทั้งพาหงส์แดงเข้าใกล้แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่ติดไวรัส โคโรน่า-19 คงจะได้เฮไปแล้ว อีกทั้ง กองหน้าวัย 27 ปียังคงมีสัญญากับ ลิเวอร์พูล อยู่ถึงปี 2023 เรียกได้ว่าเหลือเฟือมากๆ ที่หงส์แดง จะต่อกรกับดีลนี้ แถมในสัญญาตามแบบฉบับเจ้าของทีมอย่าง FSG ที่ไม่ต้องการใส่ค่าฉีกสัญญากับนักเตะแม้แต่คนเดียวในทีม นั่นทำให้พวกเขาถือไพ่เหนือทีมอื่นๆ ที่ต้องการดึงตัวนักเตะรายนี้

ทว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่ทั้งตัวนักเตะต้องการย้ายทีม บวกกับเม็ดเงินที่ได้จากคู่ค้านั้นสมเหตุสมผล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็อาจจะลองคุยและเจรจาในดีลนี้ ทว่าหลายสื่อเชื่อเหลือเกินว่าตัวเลขในใจของทีมจาก เมอร์ซี่ไซด์ นั้นจะอยู่ราวๆ 140 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,400 ล้านบาท โดยมากกว่าครั้งแรกที่ เรอัล มาดริด อยากได้ตัว ซาดิโอ มาเน่ ตั้งแต่ช่วง 2-3 ซีซั่นที่แล้ว เกินครึ่ง แต่ต้องยอมรับว่า ณ นาทีนี้ มาเน่ พัฒนาตัวเองจนอยู่ในช่วงที่พีคสุดๆ ไปแล้ว

ตัวแทน สมเนื้อ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ติโม่ แวร์เนอร์

ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกริมเส้นทีมชาติเซเนกัล ของ ลิเวอร์พูล ทำประตูไปแล้ว 18 ลูก กับอีก 12 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 38 เกมในฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่าดีที่สุดแล้วตั้งแต่เขาย้ายมายัง ลิเวอร์พูล ทั้งการยิง และ การจ่าย รวมถึงอิทธิพลที่มีต่อทีม ปีนี้ มาเน่ รอบจัดสุดๆ การจะหาตัวแทนของเขา นอกจากจะเก่งแบบนี้ สถิติต้องมีให้เห็นว่าเป็นของดีจริง ค่าตัวเกินร้อยล้านหาก หงส์แดง ตกลงใจจะขาย เมาเน่ พวกเขาสามารถเจียดเงินครึ่งเดียวไปซื้อนักเตะอย่าง ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน มาได้แบบสบายๆ แถมสถิติของเจ้าตัว เฉพาะในฤดูกาลนี้ที่ทำไปแล้ว 27 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์ เรียกได้ว่า ดูดีกว่า มาเน่ แต่ติดเพียงแค่สิ่งที่เขาทำยังอยู่ในลีกที่ไม่เข้มข้นเท่า พรีเมียร์ลีก

แต่แน่นอนว่าจากสายตาของกูรูทั้งหลาย เชื่อว่า ยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี รวมถึง เรอัล มาดริด ที่มั่นใจในฝีเท้าของเขาถึงกระโดดมาร่วมแจมในดีลนี้ นั้นคือคำตอบว่า ติโม แวร์เนอร์ จะเป็นดาวยิงคนสำคัญในอนาคต ไม่ว่าเขาจะอยู่ทีมไหนก็ตาม

3 ตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูลต้องปรับ เมื่อคู่แข่งจับทางได้

3 ตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูลต้องปรับ เมื่อคู่แข่งจับทาง อาวุธใหม่ของหงส์แดงได้!!

การเป็นแชมป์ถือว่ายากแล้ว แต่การรักษา และป้องกันแชมป์นั้น โคตะระยากกว่า เชื่อเถอะครับว่าเด็กหงส์แดงเห็นสัจธรรมนั้นแบบเต็ม 2 ลูกกะตา การแพ้ ตราหมี ในฐานะแชมป์เก่า ยูซีแอล ถัดมาอีกนิด กับ วัตฟอร์ด ที่เล่นเอาว่าที่แชมป์ลีกไปไม่เป็น หมดลุ้นถ้วยทอง แพ้ 3-0 ไล่มาโดน เชลซี ถีบร่วง เอฟเอ คัพ แม้จะใช้ชุดผสม แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง

เห็นอะไรบางอย่างแล้วหรือยัง จริงๆ 3 เกมที่แพ้ จาก 4 เกมหลังนี่ ไม่ใช่สัญญาณเตือนอะไรหรอก เพียงแต่ทีมเคยตกอยู่ในสถานการณ์ “เกือบตาย”มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังมี “พี่ดวง” ที่ช่วยให้โชค ชนะในเกมที่ควรจะเสมอ หรือแพ้ แต่สำหรับเดือนแห่งความรัก พัดข้ามมาเดือน มีนาคม เราเห็นแล้วใช่ไหมว่า คู่แข่งเริ่มรู้ว่าจะเล่นกับทีม ลิเวอร์พูล ผู้เกรียงไกรเยี่ยงไร

ชื่อกุนซือ ไม่มีใครสงสัย คล็อปป์ ระดับโลก ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว ผู้รักษาประตูโคตรจะเพอร์เฟ็ค นี่ก็ระดับโลกเช่นกัน แต่วันนี้เราจะมาปรับ และปลี่ยนตัวผู้เล่นเอ้าฟิวด์ อย่างล่ะ 1 ตำแหน่ง ที่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าเข้ามาจะเปลี่ยน ลิเวอร์พูล ได้แบบดีดนิ้วเดียวของธานอสได้เลย

ควรจะต้องกราบหลายๆ ทีกับ ฟานไดค์ ในช่วง 1-2 ปีหลังที่เจ้าตัวเข้ามายกระดับทีม แต่อย่าลืมว่าเขาก็คือคน เพราะฉะนั้นจะให้แบกมันทุกเกมคงไม่ไหว ต้องมีเหนื่อยล้าบ้าง แต่หงส์แดง จำเป็นต้องมีแข้งระดับเดียวกันกับเขา ที่เรียกว่า ศีล บารมี เสมอกัน

ชักลาร์ โซยุนชู – เลสเตอร์ ซิตี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โซยุนชู ฟานไดค

หงส์แดงมีบทเรียนมาแล้ว ถือว่าราคาแพงกับการ จ่ายน้อยแต่จ่ายถี่ ซื้อมาทีต้องลุ้นว่าจะใช้งานได้ไหม แต่กับ ฟานไดค์ จ่ายหนักจัดเต็ม และรู้เรื่องเปลี่ยนแปลงได้ทันที ในครั้งนี้ก็ควรจะทำเช่นนั้น สำหรับแนวรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกไม่นานเขาจะเป็นระดับโลกแน่ๆ และมีทีมใหญ่อีกแน่ๆ ที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม 1 ในนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีกของหงส์แดง ที่ดูเชิงด้วยการยื่น 38 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,520 ล้านบาท) ก่อนจะโดน จิ้งจอก ปัดทันควัน แน่นอนว่าการยื่นไปด้วยราคานั้นไม่ได้เป็นการหวังจะได้ตัว เพราะมูลค่าของเจ้าตัวน่าจะถูกประเมินไว้ถึง 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,280 ล้านบาท) แต่การลองเชิงยื่นไปเป็นเหมือนกันประกาศว่า หน้าร้อนเดี่ยวเฮียกลับมาใหม่

ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานะที่ดีจริงๆ เมื่อตอนนี้ ซิตี้ ถูกผลกระทบกับ ฟีฟ่า เรื่องเงินๆ ทองๆ และหากหงส์แดงอยากจะลดภาระของ ฟานไดค์ และ อลิสัน กองหลังเลือดไก่งวงวัย 23 ปี เหมาะสมเหลือเกิน ณ เวลานี้

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – นอริช ซิตี้

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์

เจ้าหนูร่างผอมบาง แต่พิษสงร้ายกาจนักน่ะ คือแข้งแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ในปีหน้า ลิเวอร์พูล จะไม่มี อดัม ลัลลานา ที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความสามารถ แต่ด้วยอายุ บวกกับความฟิต และอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถจะอยู่ช่วยทีมยามที่ทีมต้องการ แน่นอนว่าเขามีชื่อในม้านั่งตัวสำรองแทบจะทุกเกม เพราะฉะนั้นเขาสำคัญ และต้องมีคนมาแทนแน่ๆ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ชื่อนี้ดีเหลือเกินนอกจากอายุยังน้อย ฝีเท้าไม่ต่างกับ ลัลลาน่า ในช่วงพีคๆ บอลติดเท้าดีแท้ ไปกับบอลได้ดี สร้างโอกาสปั่นป่วน พละกำลังดี ปรับเรื่องร่างกายอีกนิด วิ่งฉิวแน่นอน

ที่สำคัญตอนนี้ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองเรื่องราคาได้มากนัก เพราะทีมกำลังจะกระเด็นตกชั้น การขายได้ราคาที่น่าพอใจยังไงก็ต้องปล่อย เพราะเด็กคนนี้มีอนาคตเหลือเกิน แน่นอนว่าค่าตัวของเขาหากไม่มีคู่แข่งอื่นที่จะใจกล้าบ้าทุ่ม มันจะอยู่ราวๆ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)

ติโม่ แวร์เนอร์ – แอร์เบ ไลป์ซิก

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ติโม่ แวร์เนอร์

ไม่มีกั๊กแล้ว ชั่วโมงนี้ 3 ประสานยังไงก็สำคัญกับ หงส์แดง ที่มนุษย์มักจะชอบแข่งขัน หากทั้ง 3 คนรู้ดีว่าถึงเกมถัดไปยังไงพวกเขาก็มีชื่อแน่ๆ เนื่องจากไม่มีคู่แข่งคนไหนจะมาชิงที่ 11 ตัวจริงไปได้ แต่หาก ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าคนบ้านเดียวกัน มองตากันก็เข้าใจอยู่ ของ คล็อปป์ ย้ายเข้ามาตาทุกสื่อที่เทคะแนนเสียงว่า “เสร็จหงส์แน่” 3 ผสานในแดนหน้า ปีหน้าอาจจะไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว เมื่อหากใครพลาด แวเนอร์ จะเสียบต่อทันที และดีกรีระดับนี้ พูดเลย สามารถเป็นตัวหลักได้ทุกทีมบนโลกใบนี้

บางทีดีลนี้อาจจะจบไปแล้ว ทั้ง 2 ทีมตกลงกันอะไรทำนองนี้ แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัด ที่รู้ๆ คือเจ้าตัวมีใจให้หงส์แบบสุดลิ่มทิ่มประตู หลังเลือก อันฟอล์ ทวิตเตอร์ของ ไลป์ซิก หลังโพสรูปตัวเขาตะลึงกับการที่ หงส์แดง แพ้ วัตฟอร์ด 3-0 โดยเจ้าตัวมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 58 ล้านยูโร (ประมาณ 1,972 ล้านบาท) และอาจจะแพงกว่านี้สักเล็กน้อย ไม่มีปัญหาสำหรับว่าทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก แน่นอน

ผลจับสลาก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019-2020

การจับสลากแบ่งกลุ่ม ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย มีขึ้นอย่างเป็นทางการ ที่สำนักงานใหญ่ของ ยูฟ่า ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

โดยการแข่งขันในรอบนี้จะใช้ระบบ เหย้า-เยือน โดยจะทำการแข่งขันนัดแรกในช่วงระหว่างวันที่ 18, 19, 25 และ 26 กุมภาพันธ์ 2020 ขณะที่เลกสองจะมีขึ้นช่วงระหว่างวันที่ 10, 11, 17 และ 18 มีนาคม 2020 เข้าไป

Screenshot (189)

เชียเรอร์ชี้ทางเดียวแมนซิตี้จะไล่ลิเวอร์พูลทัน

“ฮอตชอต” อลัน เชียเรอร์ ชี้มีทางเดียวที่จะทำให้ แมนฯ ซิตี้ ไล่ ลิเวอร์พูล ทัน หลัง “เรือใบสีฟ้า” ตามอยู่ 8 แต้ม และต้องเจอโปรแกรมหนักในเดือนนี้

20191205_9od1hl9l0a1vu6o0nzmy.jpg

อลัน เชียเรอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ชี้ว่าหนทางเดียวที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะแซง ลิเวอร์พูล กลับไปคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ คือต้องเก็บชัยชนะในเดือนธันวาคมที่มีโปรแกรมหนักให้ได้ทุกนัดเท่านั้น

ลูกทีมของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งบุกไปชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ตาม “หงส์แดง” เหลือ 8 คะแนน แต่ก็มีโอกาสโดนทิ้งไปเป็น 11 แต้มเหมือนเดิม หาก ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ ชนะ เอฟเวอร์ตัน ในคืนวันพุธนี้

นอกจากนั้น แมนฯ ซิตี้ ยังต้องเจอโปรแกรมหนักในเดือนส่งท้ายปี เพราะต้องดวลกับทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, เลสเตอร์ ซิตี้, วูล์ฟแฮมป์ตัน และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อีกด้วย ทำให้ เชียเรอร์ มองว่า หาก “เรือใบสีฟ้า” เก็บ 3 แต้มได้ทุกนัดก็ยังมีโอกาสที่จะลุ้นแชมป์กับ ลิเวอร์พูล

เชียเรอร์ เผยผ่าน อเมซอน ไพรม์ ทีวี ว่า “แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้าไปเล่นรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้ว ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรื่องนี้จะช่วยพวกเขา หากคุณมองดูเกมลีกนัดต่อๆ ไปของ ซิตี้ พวกเขาจะเปิดบ้านรับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วไปเยือน อาร์เซน่อล ต่อด้วยเจอ เลสเตอร์ และ วูล์ฟส์ พวกเขาจำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทุกนัด”

ด้าน ไนเจล เดอ ยอง อดีตกองกลาง “เรือใบสีฟ้า” เสริมว่า “มันเป็นโปรแกรมที่หนักมากๆ และพวกเขาก็ต้องเอาชนะให้ได้ทุกเกม โดยไม่สามารถพลาดได้เลย พวกเขาคงรู้ว่า จะต้องเจอโปรแกรมหนักแค่ไหนในเดือนธันวาคม แต่ ซิตี้ ก็ยังคงเป็น ซิตี้ เสมอ พวกเขาจะพยายามเอาชนะให้ได้เสมอ แน่นอนเมื่อเปรียบเทียบกันโปรแกรมของ แมนฯ ซิตี้ หนักกว่า ลิเวอร์พูล พวกเขาต้องไล่ล่าและเอาชนะให้ได้ทุกเกม คุณไม่สามารถพลาดได้อีกแล้ว”

มากกว่าเกมฟุตบอล !! สิ่งที่ไม่ควรพลาดในเกม “คล็อปป์ VS เป็ป”

ลิเวอร์พูล-แมนฯ-ซิตี้-600x314.jpgยุคนี้ต้อง แดง – ฟ้า

หลายคนคงมีความคิดว่าในยุคสมัยใกล้ปี 2020 เกมแดงเดือดอย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือไว้เพียงแค่บิ๊กแมตซ์ทีมีแต่ชื่อ แต่หาไร้ความหมายในเกม 90 นาที ที่ฟาดฟันและต่อสู้กันแบบถวายหัวอย่างที่เราเคยเห็นกันเมื่อ 10 ปีก่อน ทว่าทีมที่ทำให้เกมฟุตบอลเดือดดาลกลับกลายเป็นทีมบ้านพี่เมืองน้องของพวกเขาอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ดูจะทำให้ พรีเมียร์ลีก ปีนี้ อาจจะมีสถิติใหม่ 2 สิ่งที่ถูกคาดเดาได้ไม่ยาก 1. แชมป์สมัยแรกในรอบ 30 ปีหรือ 2. แชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน (ทีมแรกที่ทำได้)

ข่าว ลิเวอร์พูล

จริงอยู่ที่ 2 ตัวเลือกข้างต้นอาจจะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเกมสุดมันส์ ที่สนามแอนฟิลด์ในค่ำคืนนี้ แต่หากมองไปยังตารางคะแนนที่สามารถสะท้อนความห่างของทีมที่ดีที่สุดว่าจะเปลี่ยนจาก 3 6 หรือ 9 คะแนน ล้วนแล้วแต่จะมีความหมายกับเส้นทางใน 20 กว่าเกมที่เหลือต่อจากนี้ไป 11 นัด มี 31 คะแนน ทิ้ง “เรือใบสีฟ้า” 6 แต้ม คือสิ่งที่ “หงส์แดง” เคยทำให้เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน แต่ยังดีไม่พอสำหรับขุมกำลังของ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บดขยี้จนสามารถปาดคว้าแชมป์ได้อย่างหน้าตาเฉย กับผลต่าง 1 คะแนน

มากกว่า ชนะ มากกว่าแค่ 3 คะแนน

แต่เราจะพูดถึงเฉพาะแค่เกมในนัดนี้นัดเดียว ที่หลายคนยกให้เป็น “แต้มแห่งแชมป์” ปีก่อนลิเวอร์พูล พลาด 3 คะแนนในเกมนี้ หากหลับตาบวกลบดูดีๆ ซิตี้หายไป 2 แต้ม ลิเวอร์พูล บวกเพิ่ม 2 คะแนน ในปี 2019 รถแห่งเตรียมสแตนด์บายวิ่งกันจนน้ำมันหมดโดยทันที แต่เมื่อมันไม่เกิดขึ้น แต้มแห่งประวัติศาสตร์ในค่ำคืนนี้สุดสำคัญจริงๆ และดูเหมือนเจ้าบ้านเองควรจะเป็นฝ่ายที่ทำได้สักที ด้วยขุมกำลังผู้เล่น มันสมองของกุนซือ ไทม์มิ่งจังหวะที่ดีสุดๆ 90 นาทีต่อจากนี้ไปทั้ง กวาร์ดิโอล่า และ คล็อปป์ ต้องตะโกนใส่ลูกทีมว่า “ลงไปทำสงคราม เกมนี้ไม่ใช่ฟุตบอลที่ธรรมดา หากแลกด้วยชีวิตได้ก็ต้องทำ”

ข่าว ลิเวอร์พูล

6 เกมที่ทั้ง คล็อปป์ กับ เป็ป ลงดวลกันในพรีเมียร์ลีก ทุกอย่างเท่ากันหมด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 2 ความเจ็บปวด ความสุขปะปนกันไป แต่หากเทียบกุนซือที่เป็ปต้องก้มหน้ายอมแพ้มากที่สุดในโลกใบนี้ ชายที่ชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำมันมากกว่าใครเพื่อนถึง 8 ครั้ง แต่แล้วยังไงล่ะ ใน 50 เกมลีกที่หงส์แดงไม่แพ้ใครถึง 49 เกม จุดด่างพล้อยเดียวที่พวกเขาต้องเจอ ก็เป็น แมนฯ ซิตี้ ของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า นั้นแหละที่เป็นฝ่ายมอบให้

ข่าว ลิเวอร์พูล

เห็นแล้วว่าไม่มีใครยิ้มกว้างมากกว่ากัน ต่างฝ่ายต่างมีสถิติที่ดี ในมุมของตัวเอง และเมื่อเผชิญหน้ากันก็เจ็บและดีใจเท่าๆ กัน นี่คือการเจอกันของ 2 ทีมที่สูสีที่สุด แม้แต่บ่อนการพนันที่ถูกกฏหมายยังคงให้ทั้งคู่น่าจะจบกันไปด้วยผลเสมอ แต่ด้วยปีนี้มีดราม่าจาก VAR ความชัดเจนในเกมๆ นี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของทั้ง 2 ฝ่าย สีแดงเข้าเส้นชัย แทบจะทำให้โลกไม่สงบสุข (แฟนบอลบางทีมว่าไว้) แต่หากฝ่ายสีฟ้าปาดชนะในการเล่นนอกบ้าน นี่คือ 3 คะแนนที่ใหญ่ที่สุด ลบล้างความผิดในหลายๆ เกมของพวกเขาในปีนี้ และจะทำให้น้ำตาแห่งแอนฟิลด์ไหลนองอาบสองแก้วเป็นเกมแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง

 

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “ลิเวอร์พูล” คว่ำอาร์เซนอลสุดมัน

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฝ่าด่านอาร์เซนอล เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายคาราบาวคัพ และนี่คือ 4 ประเด็นที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมสนุกเร้าใจแฟนบอล
เรียกได้ว่าใครที่ได้อยู่ในสนามแอนฟิลด์ค่ำคืนที่ผ่านมาจะต้องกลับไปพร้อมกับความสุขอย่างแน่นอน เพราะได้รับความบันเทิงอย่างเต็มที่จากการที่ทั้งสองทีมยิงไปถึง 10 ประตูใน 90 นาที แถมยังได้เห็นการดวลจุดโทษอีก 9 ประตู รวมแล้ว 19 ประตู คุ้มค่าบัตรที่เสียไปแน่นอน และต้องชื่นชมทั้งสองทีมด้วยที่เล่นกันอย่างเต็มที่ เปิดเกมแลกกันสนุกมาก


2.แข้งเด่นของ 2 ทีม
นัดนี้ทางฝั่งของลิเวอร์พูลขอยกให้ ดิวอค โอริกี เพราะยิงประตูสำคัญทั้งนั้น ทั้งประตูตีเสมอ 4-4 และประตูตีเสมอ 5-5 ในช่วงทดเจ็บ มีสมาธิกับเกมสูงมาก พึ่งพาได้เสมอในยามคับขัน ส่วนทางฝั่ง อาร์เซนอลต้องยกให้เจ้าหนู กาเบรียล มาร์ติเนลซี เพราะเฉียบขาดเหลือเกินยามอยู่ในกรอบเขตโทษ นัดนี้จัดไป 2 ประตู

3.ดาวรุ่งแห่งอนาคต
เกมนี้เราได้เห็นดาวรุ่งผีเท้าดีจากทั้งฝั่งของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ของลิเวอร์พูลก็มี เนโก วิลเลียมส์ แบ็กขวาที่ทำได้ 1 แอสซิสต์ ส่วนฝั่งอาร์เซนอลก็มี กาเบรียล มาร์ติเนลลี กับ โจเซป วิลลอค ที่น่าจับตามอง

4.เกมรับอาการหนักทั้งสองทีม
แฟนหงส์น่าจะไม่โอเคแน่นอนกับฟอร์มเกมรับของทีม โดยเฉพาะการจับคู่ระหว่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กับ โจ โกเมซ ที่เสียประตูง่ายเหลือเกิน ปล่อยให้อาร์เซนอลมาป่วนในเขตโทษได้หลายครั้ง และโดนกระทุ้งไป 5 ประตูเป็นบทเรียน ส่วนฝั่งอาร์เซนอลก็ไม่แพ้กัน ซโคดราน มุสตาฟี เล่นไม่ดีแถมยิงประตูตัวเองอีก ส่วน ร็อบ โฮลดิง ก็จ่ายบอลพลาดบ่อย ยืนตำแหน่งไม่ค่อยดี