ทีมไหนดี ทีมไหนดับ… เปิดชุดแข่งใหม่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21

​เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วที่ทาง เว็บไซต์ดังที่เกี่ยวกับชุดการแข่งขัน ซึ่งพวกเขาเปิดประเด็นทีมไหน มักไม่ทำให้ผิดหวัง พูดง่ายๆ คือ 90% นั้นค่อนข้างจะแม่นยำกับการคาดการณ์ และข่าวหลุดจากเว็บไซต์ดังกล่าว โดยในปีหน้า หรือฤดูกาล 2020/21 ทีมดังหลายทีมต่างโดนเว็บไซต์นี้เอาภาพไปเผยแพร่เกี่ยวกับชุดแข่งใหม่ของพวกเขา 

วันนี้เราจะคัดเฉพาะ 6 ทีมชั้นนำ ของศึกพรีเมียร์ลีก ไปดูกันว่าทีมไหนโฉมเสื้อจะสวยโดนใจแฟนบอลกันบ้าง

ลิเวอร์พูล

ทีมตัวเต็งแชมปืในปีนี้ ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ กับการได้ ไนกี้ เข้ามาเป็น สปอนเซอร์ชุดแข่งรายใหม่ต่อจาก นิวบาลานซ์ ที่หมดสัญญาลงในปีนี้ แน่นอนว่ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้นมากมายในดีลนี้ เนื่องจาก หงส์แดง ยุคนี้กลายเป็นทีมทำเงินไปเรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับชุดการแข่งขัน ซึ่งล่าสุดทาง ไนกี้ ดูเหมือนจะเป็นแบรนด์กีฬาที่ปิดไม่ค่อยอยู่ ทางเว็บไซต์ได้เผยทั้ง 3 ชุด เหย้า 1 และ เยือน 2 โดยมีสีแดงเป็นหลัก และชุดเยือนที่ 1 เป็นสีเขียวสว่าง ลวดลายค่อนข้างจะเยอะ และชุดเยือนที่ 2 เป็นสีดำตารางหมากรุก โดยมีฟ้อนส์โลโก้ เป็นสีชมพูเข้ม จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกัน

เหย้า

Image) Trent Alexander-Arnold in new Nike 2020/21 kit makes it ...

Liverpool 2020/21 home kit pictures​

เยือน 1

​

​

เยือน 2

Trent Alexander-Arnold photoshopped onto Liverpool's leaked 2020 ...​

​

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งผู้สนับสนุน และสปอร์นเซอร์ใดๆ เพิ่ม เติม แต่ลายเสื้อจะดูแปลกตานิดนึง เป็นแพทเทิร์นโมเสคในชุดหลัก ยังคงคอนเซ็ปสีฟ้าเช่นเดิม โดยชุดเยือนที่ 2 ค่อนข้างจะแปลกใหม่ เพราะเป็นลายดอกไม้ และชุดเยือนที่ 1 ค่อนข้างจะดุดัน เป็นสีน้ำเงินเข้ม ออกไปทางโทนดำซะด้วยซ้ำ

เหย้า

​

​

เยือน 1

Man City Xtra's tweet - "? Based on the latest leaked information ...

​

เยือน2

​

​

เชลซี

นี่ก็เป็นอีกทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจน สำหรับสปอร์นเซอร์คาดหน้าอก โดยจะได้ธุรกิจเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่าง THREE เข้ามาแทน แต่ทว่า เชลซี ยังมีภาพหลุดของเสื้อออกมาไม่ชัดเจน ทั้งนี้ทางเว็บไซต์ชื่อดัง เผยแค่แบบคร่าวๆ เท่านั้น โดยจะมีแค่ชุดเยือนที่ 2 ที่ดุจะออกมามากที่สุด จะเผยให้เห็นโลโก้ตรงกลางหน้าอกเป็นเลข 3

เหย้า

​

เยือน 1

​

เยือน 2

​

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

น่าจะเป็นอีกปีที่ลายเสื้อของ ยูไนเต็ดนั้นมีลวดลายค่อนข้างจะเยอะ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยชุดเหย้าของพวกเขานับว่าพีคมากที่ทาง อดิดาส ได้ทำเหมือนเป็น เส้นลายตั้ง สลับสีเหลือง ดำ บนลงเสื้อสีแดงสด และมีคาดที่คอสีขาว กับตรงแขนเสื้อ ทั้งนี้ที่ดูจะพีคที่สุดคงเป็นชุดเยือนที่ 2 ที่เป็นลายเส้นสลับไปมาสีดำและขาว โดยมีขลิบที่คอและเเขนเป็นสีแดง

เหย้า

Manchester United 2020/21 home and away kits apparently leaked ...

​

เยือน 1

Manchester United 2020/21 home and away kits apparently leaked ...

​

เยือน 2

Manchester United, Free shipping to USA and Europe | cheap soccer ...​

​

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

เหมือนจะมาเล่นแม่สีเลยก็ว่าได้ในปีนี้สำหรับ ไก่เดือยทอง แน่นอนว่าชุดเหย้ายังเป็นสีขาว แต่ไม่ใช่สีขาวเรียบๆ เหมือนปีก่อนๆ ปีนี้ไนกี้ มีขลิบน้ำเงิน-เหลืองเพิ่มเข้ามา โดยมีลายทั่วตัว เป็นกราฟฟิคสีเทา ส่วนชุดเยือน 2 ตัวค่อนข้างจะสดใส ทั้งสีเขียวขี้ม้า มีลายทหารตรงข้างในปกคอเสื้อ และสีเหลืองสดบาดตาสุดๆ

เหย้า

​

​

เยือน 1

​

​

เยือน 2

​

​

อาร์เซน่อล

ไอ้ปืนใหญ่ ดูเหมือนสีแดงในชุดเหย้าของพวกเขาในปีนี้ จะดูเป็นสีแดงที่สดเข้มมืดๆ หน่อย โดยยังมีเอกลักษณ์ที่คอเสื้อ หลักๆ แล้วตัวเสื้อเล่นแค่ 2 สี คือ ขาว และ แดง ส่วนเสือเยือนที่ 1 ได้แรงบันดาลใจมากชุดเยือนเมื่อปี 2008/09 และชุดเยือนสุดท้ายเป็นสีกรมท่า มีโลโก้ และขลิบส้มอ่อนๆ

Which is your favourite Arsenal 20-21 leaked kit? - Just Arsenal News​

​

เยือน 1

Leaked' Arsenal 2020/21 Adidas Kits – Independent Newspapers Nigeria​

​

เยือน 2

Arsenal Third Kit​

รัฐบาล UK เริ่มหาทางออกวงการกีฬาในประเทศ สัปดาห์หน้า

บีบีซี เผย รัฐบาลสหราชอาณาจักร เตรียมจัดการประชุมหารือ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการกลับมาแข่งขันอีกครั้งในวงการกีฬา ซึ่งรวมถึงศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ยังไม่มีความชัดเจนในเวลานี้

บีบีซี สื่อชั้นนำในอังกฤษ รายงานว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร เตรียมจัดการประชุมหารือที่มีผู้อำนวยการอาวุโสด้านการแพทย์ในวงการกีฬาเข้าร่วม เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการกลับมาแข่งขันอีกครั้งในวงการกีฬา ซึ่งรวมถึงศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ยังไม่มีความชัดเจนในเวลานี้ หลังประกาศระงับการแข่งขันออกไปแบบไม่มีกำหนด

รายงานระบุว่า การหารือในครั้งนี้จะมีข้อสรุปภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยผู้อำนวยการอาวุโสด้านการแพทย์จะทำการสรุปต่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรถึงความคืบหน้าของสภานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในแต่ละสัปดาห์ของการประชุม ซึ่งข้อมูลเฉพาะของแต่ละชนิดกีฬาในสหราชอาณาจักรจะถูกตรวจสอบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยทำให้วงการกีฬาในประเทศกลับมาแข่งขันกันได้อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่ออีกแห่งในอังกฤษ รายงานว่า พรีเมียร์ลีก กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในเดือนมิถุนายน โดยพวกเขากำลังเจรจากับผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเพื่อจะต้องให้ถ่ายทอดเกมการแข่งขันต่อไป แม้จะต้องเป็นการแข่งที่ไร้คนดู และเล่นแบบปิดสนามในโปรแกรมที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้

ไม่ต้องพึ่งเงินเยียวยา! 6 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ขาดทุนยับ ในตลาดซื้อ-ขาย

เรื่องการซื้ออ กับการขาย แน่นอนว่าจะต้องคิดถึงเรื่องของธุรกิจ การทำการค้า ซึ่งการจะอยู่ได้ การซื้อนั้นจำเป็นต้องมีตัวเลขที่น้อยกว่าการขายออกไป ไม่นั้นเท่ากับการบริหารของคุณนั้นล้มเหลว ทว่าในโลกของฟุตบอลแตกต่างออกไป ซึ่งเมื่อมามองดูตัวเลข การซื้อและขายนักเตะ ไม่สามารถบอกได้ว่า สโมสรแห่งนั้น ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวในการบริหารทีม

วะนนี้เราจะไปย้อนดูในช่วง 20 ปีหลังสุดกันว่า 6 ทีมจากลีกสูงสุดในอังกฤษ ทีมไหนบ้างที่ขาดทุนย่อยยับกับการซื้อ-ขายนักเตะ แต่พวกเขายังยืนหยัดอยู่ในหัวแถวของทีมทำเงินในระดับโลก ณ ปัจจุบัน

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พบ นอริช ซิตี้ พร้อมลิ้ง ...

ถูกยกให้เป็นทีมลุ้นแชมป์ในช่วง 5 ปีหลังสุดสำหรับทีมไก่เดือยทอง ที่ยกระดับขึ้นมามากในยุค 2000 ทว่าการซื้อ-ขายของพวกเขาในยุคปี 2000 เพิ่งจะเฟื่องฟุูในช่วง 10 ปีหลังมานี้เอง หลายคนอาจจะมองว่าพวกเขาได้ขายนักเตะได้ราคาเหลือเกินจากการปั้นขึ้นมา แล้วขายออกไปโดย ลูก้า โมดริช และ แกเร็ธ เบล คือ 2 ตัวอย่างที่ทำให้เห็นเด่นชัด หลัง เรอัล มาดริดทุ่มซื้อด้วยมูลค่าหลายล้านปอนด์ โดยกองกลางชาวโครเอเชีย จากไปด้วยมูลค่า 31 ล้านปอนด์ ส่วนปีกพญาวานรชาวเวร ก้มีสถิติอยู่ที่ 90 ล้านปอนด์ นี่ยังไม่นับรวม ดิมิทาร์ เบอร์บาทอฟ (แมนฯ ยูไนเต็ด – 34 ล้านปอนด์) และ ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนฯ ซิตี้ – 47 ล้านปอนด์) ฯลฯ ดูแล้วพวกเขาน่าจะเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในตลาดซื้อขาย

ทว่าความจริงคือพวกเขานั้นขาดทุนมากถึง 350 ล้านปอนด์ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาหากเอาตัวเลขมาบวกลบกันแล้ว เพราะช่วงหลังทีมสีขาวจากลอนดอนซื้อนักเตะอยู่ในเรทราคาที่ไม่เบาเลยทีเดียวทั้ง สตีเฟน เบิร์กไวน์ (พีเอสวี – 27 ล้านปอนด์) , มุสซา ซิสโซโก้ (นิวคาสเซิล – 31 ล้านปอนด์) , ดาบินซอน ซานเชซ (อาแจ็กซ์ – 36 ล้านปอนด์) , จิโอวานี โล เซลโซ (เรอัล เบติส – 52 ล้านปอนด์) และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล (54 ล้านปอนด์) ซึ่งนักเตะพวกนี้อยู่ในทีมปัจจุบันทั้งสิ้น

อาร์เซนอล

อาร์เซนอลอาจหั่นค่าเหนื่อยนักเตะ หากชวดตั๋ว ชปล.ซีซั่นหน้า

อีกหนึ่งทีมดังจากลอนดอน ที่เคยเฟื่องฟูสุดๆ ในยุคต้น 2000 ทั้งแชมป์ไร้พ่าย และการได้ไปโลดแล่นในเวทียุโรปอยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากนั้นพวกเขาร้างความสำเร็จในโทรฟี่ใหญ่ๆ มาโดยตลอด แถมอันดับหลุดท็อป 6 ให้เห็นบ่อยครั้ง ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือการซื้อ-ขายของพวกเขาทำได้ไม่บาลานซ์สักท่าไหร แม้ทีมอื่นๆ จะขายนักเตะได้ราคาที่เกิน 50 ล้านปอนด์ขึ้นไปเป็นอย่างน้อยแต่ ไอ้ปืนใหญ่ ยังมีสถิติการขายนักเตะแพงที่สุดนั้นก็คือ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (บาร์เซโลนา – 36 ล้านปอนด์) โดยมันเกิดขึ้นเมื่อปี 2000 พอดิบพอดี

ส่วนการซื้อนั้นต้องบอกว่าจัดหนักไม่เบา กรานิท ชาก้า (กลัดบัค – 40 ล้านปอนด์) , เมซุต เออซิล (เรอัล มาดริด – 42 ล้านปอนด์) , อเล็กซองดร์ ลากาเซ็ตต์ (ลียง – 47 ล้านปอนด์) , ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 57 ล้านปอนด์) และ นิโกลาส์ เปเป้ (ลีลล์ – 72 ล้านปอนด์) นี่คือสถิติ 1 ถึง 5 แน่นอนว่าทุกคนคือทีมชุดปัจจุบัน ทว่าตัวเลขดังกล่าวทำให้พวกเขาขาดทุนในตลอดซื้อขายไปถึง 410 ล้านปอนด์ เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 5

ลิเวอร์พูล

This Is Liverpool : ก้าวแรก ลิเวอร์พูล สู่แชมป์พรีเมียร์ลีก

โคตรทีมแห่งยุคในตอนนี้อย่างแท้จริงสำหรับ หงส์แดง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีสถิติการซื้อนักเตะที่ขำๆ ไม่หนักแน่นเหมือนทีมใหญ่ๆ ทีมอื่น ทว่าตั้งแต่ยุค เยอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขาอัดวงเงินแบบไม่อั้น และดูเหมือนมันจะประสบความสำเร็จดีทีเดียวอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้สัก 4 ปี พวกเขายังอยู่ในระดับเท่าทุน ถึงกับกำไรด้วยซื้อในตลาดซื้อขาย เพราะทำสถิติการขายได้ดีกว่าใครเพื่อน ทั้ง เฟร์นันโด ตอร์เรส (เชลซี – 52 ล้านปอนด์) , ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้ – 57 ล้านปอนด์) , หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลนา – 73 ล้านปอนด์) และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ (บาร์เซโลนา – 130 ล้านปอนด์) จะเห็ฯ ได้ว่าพวกเขาขายนักเตะด้วยมูลค่าสูงกว่า ครึ่งร้อยลานปอนด์ไปหลายคน และมี ฟิลิปเป้ คูตินโญ ที่เป็นเพชรเม็ดงานที่ขายได้ราคาเกิน 100 ล้านปอนด์เข้าไปอีก

ทว่าช่วง 4 ปีหลังจากกำไร พวกเขายอมขาดทุนในตลาดนักเตะ เพื่อแลกกับความสำเร็จ โดยการดึง ซาดิโอ มาเน (เซาแธมป์ตัน – 37 ล้านปอนด์) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (โรมา – 37 ล้านปอนด์) , ฟาบินโญ (โมนาโก – 40 ล้านปอนด์) , นาบี เกอิต้า (แอร์เบ ไลป์ซิก – 54 ล้านปอนด์) , อลิสซอน เบ็คเกอร์ (โรมา – 56 ล้านปอนด์) และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (เซาแธมป์ตัน – 76 ล้านปอนด์) แน่นอนว่ามันได้ผลเกินคาด เพราะแข้งแต่ล่ะคนที่เข้ามานั้นยกระดับทีมได้จริง ทว่าพวกเขาต้องยอมรับที่ติดลบไปมากถึง 446 ล้านปอนด์

เชลซี

รอชมได้เลย! สิงห์ ยัน มีเกมอุ่นเครื่องกับ บาร์ซ่า ที่ญี่ปุ่น | Buaksib

ไม่มีทีมไหนในลีกอังกฤษอีกแล้วที่ขายนักเตะเกิน 1,000 ล้านปอนด์ใน 20 ปีหลัง แล้วจะขาดทุนย่อยยับ แต่ เชลซี ทำได้ หากไปดูการขายของพวกเขาต้องซูฮกว่าทำได้ดีทีเดียว ขายหนัก ขายเยอะ และขายได้ราคาทั้ง ออสการ์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี – 54 ล้านปอนด์) , ดิเอโก้ คอสต้า (แอตเลติโก มาดริด – 59 ล้านปอนด์) และล่าสุดกับการขายซุปตาร์อย่าง เอเด็น อาซาร์ (เรอัล มาดริด – 90 ล้านปอนด์) เมื่อรวมตัวเลขการขายใน 20 ปีหลังพวกเขาทำไปได้ถึง 1,030 ล้านปอนด์ มากที่สุดแล้ว ณ ปัจจุบัน

ทว่านั้นไม่ใช่ตัวชี้วัด เมื่อการซื้อของพวกเขากลับถีบตัวถึง 1,860 ล้านปอนด์ ก็แน่นอนว่าขนาดเจ้าบุญทุ่มแห่งเมือง แมนเชสเตอร์ ทั้ง ยูไนเต็ด และ ซิตี้ ยังคงต้องเป็นรองในเรื่องนี้ ทว่าการซื้อแต่ล่ะตัวของพวกเขามักจะไม่สนใจว่าราคาเท่าไหร หากเสี่ยหมีต้องการ คือไปเอามาให้ได้ ยกตัวอย่าง จอร์จินโญ (นาโปลี – 51 ล้านปอนด์) , คริสเตียน พูลิซิช (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 57 ล้านปอนด์) และ เคปา อาร์ริซาบาลากา (แอธเลติก บิลเบา – 72 ล้านปอนด์) เป็นทีมเดียวที่มีนายทวารเป็นสถิติการซื้อขายของสโมสรอีกด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนยู 5-0 คลับ บรูช: ไฮไลท์ฟุตบอล ยูโรป้าลีก (คลิป)

ยูไนเต้ด เป็นอีกทีมที่ขายนักเตะได้ราคามาตลอดทุกช่วงใน 20 ปีหลัง โดยพวกเขาถือว่าเป็นทีมที่มูลค่ามากที่สุดในเกาะอังกฤษมาตลอดเช่นกัน ทั้งการขาย อังเคล ดิ มาเรีย (เปแอสเช – 56 ล้านปอนด์) , โรเมลู ลูกากู (อินเตอร์ มิลาน – 58 ล้านปอนด์ และตัวทีเด็ดตลอดการ ยังไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด – 84 ล้านปอนด์) ทว่าด้วยการเป็นทีมที่มีเงินเยอะ และเจ้าบุญทุ่มมาแต่ไหนแต่ไร พวกเขาสะสมการขายไปได้เพียง 629 ล้านปอนด์ แต่กลับมีตัวเลขการซื้อที่พุ่งไปถึง 1,600 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ในช่วงหลังๆ ในทีมของยูไนเต็ดนั้นประกอบไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี และต้องแลกมาด้วยเรื่องของการโดนโก่งค่าตัว ทว่ามันเป็นแบบนั้นทุกตลาดการซื้อขายทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ – 49 ล้านปอนด์) , บรูโน เฟร์นันเดส (สปอร์ติง ลิสบอน – 49 ล้านปอนด์) , เฟร็ด (ชัคตาร์ – 53 ล้านปอนด์) , อองโตนี มาร์กซิยาล (โมนาโก – 54 ล้านปอนด์) , แฮร์รี แม็คไกวร์ (เลสเตอร์ ซิตี้ – 78 ล้านปอนด์) และ ปอล ป็อกบา (ยูเวนตุส – 94 ล้านปอนด์) ถึงอย่างไรการติดลบมากมายในตลาดนักเตะ ส่งผลน้อยเหลือเกินหากเปรียบเทียบรายได้รวมของสโมสรได้ทุกๆ ด้าน

แมนฯ ซิตี้

อย่าเพิ่งรีบสรุป "สโตนส์" ลั่นแมนฯ ซิตี้ยังไม่หมดลุ้นแชมป์ลีก

ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้วว่าอันดับ 1 ต้องเป็นพวกเขาสำหรับ ทีมสีฟ้า แห่งแมนเชสเตอร์ ความสำเร็จต้องแลกด้วยเงิน ที่นี่คือคำตอบ หากเปรียบเทียบใน 6 ทีมทั้งหมดที่กล่าวมาพวกเขาคือทีมที่ขายนักเตะได้เงินน้อยมากที่สุด 539 ล้านปอนด์ ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นทีมที่ซื้อนักเตะสูงถึง 1,840 ล้านปอนด์ เป็นรอง เชลซี ไม่กี่ล้านปอนด์เท่านั้น โดยการขาดแล้วได้ราคามากที่สุด ยังน้อยกว่า มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (บาร์เซโลนา – 36 ล้านปอนด์) ของไอ้ปืนใหญ่ นั้นก็คือ ดานิโล (ยูเวนตุส – 33 ล้านปอนด์) ถือว่าหากมาพูดกันในเรื่องของการ ซื้อ-ขายนักเตะเพียงอย่างเดียว ฝ่ายบริหารคงโดนไล่ออกยกชุด

ทว่าการซื้อของพวกเขาอาจจะไม่ใช่ทีมที่ซื้อแบบ 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป แต่ซื้อแบบเรื่อยๆ และตัวเลขไม่หนีกันมากทั้ง ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้ – 61 ล้านปอนด์) , โรดรี (แอตเลติโก มาดริด – 63 ล้านปอนด์) และสถิติอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ (โวล์ฟสบวร์ก – 68 ล้านปอนด์) แต่ก็เข้าใจได้ว่าทีมระดับเจ้าของที่รวยล้นฟ้า ตัวเลขที่ขาดทุนไปเพียงแค่ 1,298 ล้านปอนด์ ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงได้แน่นอน และพวกเขาจะยังคงทำสถิติขาดทุนในตลาดนักเตะไปเรื่อยๆ หากไม่โดนแบนไปซะก่อน

‘เรือ’ คืนฝูง! รัว 2 เม็ดครึ่งหลังบุกอัด แมนยู คารัง

แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เลรอย ซาเน่ ยิงคนละ 1 ประตูช่วงครึ่งหลัง พา แมนฯ ซิตี้ บุกเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แซงกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เลรอย ซาเน่ ยิงคนละ 1 ประตูช่วงครึ่งหลัง พา แมนฯ ซิตี้ บุกเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แซงกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/19 คืนวันพุธที่ 24 เมษายน 2562 เป็นเกมคู่บิ๊กแมตช์ของเมืองแมนเชสเตอร์ ระหว่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังเหย้าสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ครึ่งเวลาแรกยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้นเสมอกันอยู่ 0-0 โดยสถิติน่าสนใจช่วง 45 นาทีแรก ทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า 69 ต่อ 31 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโอกาสทำประตูเจ้าบ้าน แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่า ทำได้ 6 ครั้ง ส่วน ซิตี้ 5 ครั้ง ยิงตรงกรอบ “ปีศาจแดง” ครั้งเดียว ส่วน “เรือใบสีฟ้า” 3 ครั้ง

GOAL นาทีที่ 54 ทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 อิลคาย กุนโดกัน จ่ายบอลออกมาทางขวาให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลากจี้ใส่ ลุค ชอว์ เข้ามาในกรอบเขตโทษ แต่งบอลเข้าเท้าซ้าย ก่อนจะยิงเลียดเบียดเสาแรกเข้าประตูไป

GOAL นาทีที่ 66 ทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะโต้กลับเร็ว ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลากบอลจากแดนตัว ก่อนจ่าบบอลออกมาทางซ้ายให้ ลีรอย ซาเน่ ตัวสำรองในเกมนี้ จับบอลหนึ่งจังหวะและยิงด้วยเท้าซ้ายในกรอบเขตโทษไปโดนขา ดาบิด เด เคอา แฉลบเข้าประตูไป

จบเกม 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 0-2 ทำให้ทีม “เรือใบสีฟ้า” แซง ลิเวอร์พูล กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง มีคะแนนมากกว่าทีม “หงส์แดง” อยู่ 1 แต้ม และเหลือโปรแกรมอีกเพียง 3 นัดเท่านั้น

ส่วนทีม “ปีศาจแดง” หลังจากแพ้เกมนี้ ยังคงอยู่อันดับที่ 6 เหมือนเดิม ตามหลังพื้่นที่ท็อปโฟร์ อันดับที่ 4 อย่าง เชลซี เพื่อแย่งตั๋วไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า อยู่ 3 แต้ม และเหลือโปรแกรมอีกเพียง 3 นัดเท่ากัน