ป้ายกำกับ: อังกฤษ
ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี
ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้อีกแมตช์เมื่อพวกเขาจัดหนักใส่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้ “หงส์แดง” ตีปีกบินแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงลีกอีกครั้ง
ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้อีกแมตช์เมื่อพวกเขาจัดหนักใส่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้ “หงส์แดง” ตีปีกบินแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงลีกอีกครั้ง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นให้กับเจ้าบ้าน และยิงประตูสุดสวยให้กับต้นสังกัด ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ ยังคงทำผลงานได้อย่างร้อนแรง เมื่อจัดการปลดล็อกด้วยการโหม่งประตูให้ทีมขึ้นนำ หลังจากที่ครึ่งแรกเสมอกันแบบไร้สกอร์
นอกจากนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ยังได้ค้นพบ 3 กองกลางที่น่าจะลงสนามเป็นตัวจริงในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะ ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นกันได้อย่างเข้าขารู้ใจ ซึ่งสามารถจัดการแผงมิดฟิลด์ “สิงห์บลูส์” อยู่หมัด
1. ซาลาห์ องค์ลง
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำผลงานเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายในฤดูกาลหน้า แต่สำหรับฟอร์มของเขาในแมตช์ที่รับมือกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัด ต้องบอกเลยว่าความเก่งฉกาจของเจ้าตัวมาถูกที่ถูกเวลาพอดีเป๊ะ เพราะ “บังโม” โชว์ของป่วนเกมรับผู้มาเยือนได้ตลอด
สตาร์ลูกหนังชาวอียิปต์ มีส่วนกับการเล่นเกมรุกของ “หงส์แดง” อย่างมาก โดยเขาสามารถสร้างความระส่ำระส่ายบริเวณริมเส้นได้อย่างต่อเนื่อง ชนิดที่เกมรับของ เชลซี ตั้งกระบวนยุทธไม่ถูก โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ซาลาห์ ฉายแสงความเป็นสุดยอดแข้งระดับโลก

จังหวะที่ทีมได้ประตูที่สอง ซาลาห์ ลากบอลจากริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะตัดเข้าใน และตะบันเต็มข้อบอลพุ่งแหวกอากาศผ่านมือ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า นายทวารค่าตัวแพงระยับ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งนั่นเป็นประตูที่ช่วยทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
ก่อนหน้าหน้ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของ อดีตดาวเตะ โรม่า และ เชลซี แต่แมตช์นี้เจ้าตัวได้ตอบทุกข้อสงสัยได้แล้วว่าเขายังคงสุดยอดมากแค่ไหนในการไล่ล่าตาข่ายคู่แข่ง แม้อาจจะมีฟอร์มหลุดไปบ้าง 2-3 แมตช์ แต่ก็สามารถกลับมาโชว์ศักยภาพได้อีกครั้งเมื่อถึงช่วยเวลาสำคัญ
2) กองกลางมีความสมดุล
เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเจอกับเรื่องเครียดในการจัดแผงกองกลางในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้พบกับสมดุลในแผงมิดฟิลด์แล้ว
กุนซือชาวเยอรมัน ตัดสินใจดร็อป จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม เป็นตัวสำรอง และเลือกใช้ ฟาบินโญ่ ลงเล่นตัวจริงเคียงข้าง นาบี เกอิต้า กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งถูกจับให้ขึ้นไปเล่นสูงและมักจะทะลุเข้าไปบริเวณกรอบเขตโทษ เชลซี หลายต่อหลังครั้ง แถมยังมีจังหวะตัดบอล และแอสซิสต์ให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูแรกให้ทีมด้วย

ขณะที่ เกอิต้า กับ ฟาบินโญ่ ซึ่งค่อยทำหน้าที่เป็นกำลังหนุนให้ “เฮนโด้” ประสานงานได้อย่างลงตัว โดยเขาสามารถตัดเกมแดนกลางของ “สิงโตน้ำเงินคราม” และยังจัดการไม่ให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค มีโอกาสทำเกมได้ถนัด
ทั้งนี้ คล็อปป์ ได้ค้นพบสูตรสำเร็จในแผงกองกลางที่ลงตัวแล้ว และน่าจะใช้ทั้ง 3 คนนี้ลงเล่นในทุกๆ แมตช์ที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้
3. พละกำลัง, คุมเกม และความแน่นอน
บางครั้งทีมที่เล่นไดีกว่าก็อาจไม่ชนะ บางครั้งทีมที่เล่นเกมรับอาจได้ชัยชนะ หรือบางครั้งทีมที่เล่นเกมรุกก็อาจจะได้ 3 คะแนน สำหรับเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “เดอะ เร้ดส์” แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่สมบูรณ์แบบทั้งคุมเกมได้ตลอด และยังเล่นเกมรับได้เหนียวแน่นเมื่อได้ประตูขึ้นนำ 2-0
ตั้งแต่เริ่มเกม ลิเวอร์พูล พยายามเปิดเกมบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะได้ประตูขึ้นนำ แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในช่วงครึ่งหลังจาก ซาดิโอ มาเน่ และ โม ซาลาห์ หลังจากนั้น “สิงห์บลูส์” เหมือนตื่นจากภวังค์ พยายามโหมกระหน่ำหวังจะยิงประตูตีไข่แตกให้ได้เร็วๆ

จะว่าไปแล้วพวกเขาก็มีโอกาสจาก เอแด็น อาซาร์ ถึงสองครั้งแต่ ลิเวอร์พูล มีทั้งความเก่งบวกความเฮง ขณะเดียวกันแผงแบ็กโฟร์ของพวกเขาก็สามารถคุมเกมบุกของ เชลซี ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็อาจจะเจอสถานการณ์กดดันอยู่บ้างในการรับมือกับ อาซาร์ ส่วนแนวรุกคนอื่นๆ ของผู้มาเยือนแทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย
หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ผ่านช่วงเวลาวิกฤติที่โดน เชลซี โหมบุกใส่ไปได้ จากนั้นพวกเขาก็สามารถกลับมาคุมเกมได้อีกครั้ง และโชว์ให้เห็นถึงการเล่นที่มั่นใจ สุดท้ายก็สามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้ง
4. ลิเวอร์พูล เฉียบคมกว่า
สำหรับเกมนี้ช่วงครึ่งแรก ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์เกม และทำประตูแต่ก็ไม่ได้มากนัก ขณะที่ เชลซี ตอบโต้ได้บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้แผงแบ็กโฟร์ และ อลิสซง เบ็คเกอร์ ต้องออกแรงเหนื่อยอะไรเลย ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ครึ่งแรกสกอร์จะจบลง 0-0
ในส่วนของครึ่งหลัง “เดอะ เร้ดส์” เร่งเครื่องเกมบุกมากขึ้นและพยายามที่จะใช้ทุกๆ โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน เปิดบอลบริเวณริมเส้นหลังให้ มาเน่ ขึ้นโขกเป็นประตู รวมไปถึงจังหวะยิงไกลสุดสวยของ ซาลาห์ แสดงให้เห็นว่าลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ฉกฉวยโอกาสสำคัญและเปลี่ยนเป็นประตูได้สำเร็จ

สวนทางกลับ เชลซี ที่ดูเหมือนว่าจะขาดความเฉียบคมในแดนหน้า เห็นได้ชัดจากจังหวะของ อาซาร์ ที่วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าและจับบอลเชื่องเท้าแต่ดันยิงไปชนเสา รวมไปถึงจังหวะที่ยิงจ่อๆ หน้าประตูแต่ติดเซฟของ อลีสซง ขณะที่ในรายของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรกับทีมเลย
ฉะนั้นต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล มีความเฉียบคมผสมกับดวงมากกว่า เชลซี ในแมตช์นี้
5. ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอย
เมื่อ 5 ปีก่อน ลิเวอร์พูล มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และต้องดวลกับ เชลซี ในแอนฟิลด์ แต่เรื่องสุดช็อกก็เกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เนื่องจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลื่น และทำให้ทีมโดน เดมบ้า บา ลากบอลกว่าครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูในแมตช์ดังกล่าว
ก่อนเกมนี้มีหลายคนมักจะนำเรื่องราว “เจอร์ลื่น” มาล้อเลียนสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างเมามัน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์สยองดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในแมตช์นี้ และชัยชนะของพวกเขาช่วยตอกย้ำบรรดากองแช่งให้หุบปากไปได้ชั่วขณะได้ดีเลยทีเดียว

กระนั้นหากใครได้ชมเกมนี้จะเห็นว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายตัวเก่งของทีม ดันลื่นล้มบริเวณเกือบกลางสนาม แต่เดชะบุญที่เขาล้มต่อหน้า อิกวาอิน ทำให้ทีมไม่ต้องเจอกับสถานการณ์กดดัน นี่หากล้มต่อหน้า อาซาร์ ไม่อยากคิดเลยว่าจะสยองขนาดไหน
Cr : siamsport
ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก เริ่มแล้ว [Betway][Pro.]


| วันที่ 29 ธ.ค. 2018 |

| วันที่ 30 ธ.ค. 2018 |

| ห้ามพลาด! โปรโมชั่นอีกมากมายรอคุณอยู่ สอบถามฝ่ายบริการลูกค้า แชทออนไลน์ หรือ อีเมล cs.thai@betway88.com ติดตามเราได้ที่ Betway90TH ขอให้คุณโชคดี ทีมงาน Betway |
| กีฬารายการสดคาสิโนสดเกมส์บล็อกโปรโมชั่น |
ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 19 หงส์,ไก่ มา 3 !!
ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 19 หงส์,ไก่ มา 3 !!
ผู้รักษาประตู – ดาบิด เด เคอา (แมนฯยูไนเต็ด)
เซฟลูกเหลือเชื่อให้เห็นแบบชัดเจน ทำให้ทีมรอดพ้นการโดนตีเสมอ สุดท้ายในค่ำคืนนั้นผีแดงคว้า 3 แต้ม

#Betway เว็ปตรงสัญชาติอังกฤษ?คุณได้ลองแล้วรึยัง?
? สมาชิกใหม่จะได้รับ?คูปองโบนัส 300 บาท
⚽ โบนัสฝากครั้งแรก(กีฬา) 200% เทิร์น 15 เท่า
? คืนเงินทุกวัน 1% จากยอดเล่น สูงสุดในไทย?
? เข้าร่วมเป็นสมาชิก คลิก https://bit.ly/2K2oT9D
?️ สิทธิประโยชน์อีกมากมายรอคุณอยู่?
? ติดต่อเจ้าหน้าที่แชทสด (ตลอด 24 ชม.)
? https://goo.gl/MGGYCW
กองหลัง – ไคล์ วอร์คเกอร์-ปีเตอร์ส (สเปอร์ส)
มีคนติดโผเพียบ แต่ต้องยกให้ตัวเขาเพราะทำได้ดีแม้จะเป็นเกมแรกในปีนี้ แถมมีส่วนกับ 3 ใน 5 ประตูของทีมอีกด้วย

กองหลัง – เดยัน ลอฟเรน (ลิเวอร์พูล)
สุดยอด เกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟานไดค์ ทั้งเกมรับที่เล่นได้แน่น และเหนียว บวกกับยิงประตูแรกให้ทีมอย่างกับกองหน้า

กองหลัง – เยอร์รี่ มีน่า (เอฟเวอร์ตัน)
คล้ายๆกับรายของ ลอฟเรน วันนี้เจ้าตัวคึกคักสุดๆ แถมท็อปฟอร์ม ยิงให้ทีมตั้งแต่นาทีแรก

กองหลัง – เทรน-อาโนล์ (ลิเวอร์พูล)
เกมรุกขึ้นทางฝั่งขวาในเกมนี้ แถมมีลูกคลอสงามๆหลายหน นับว่าท็อปฟอร์มเลยทีเดียว แม้จะกลับมาจากอาการบาดเจ็บก็ตาม

กองกลาง – ปอล ป็อกบา (แมนฯยูไนเต็ด)
ต้องบอกว่าหากเขาเล่นด้วยความสุข และฟอร์มเข้าฝักก็ระดับโลกแบบไม่ต้องสงสัย ฝนเกมนี้ทั้งเกมรุก และการดูแลในแดนกลางของผีแดงเอาอยู่หมด แถมบวก 2 ตุงในบ้านตัวเอง สุดจริงป็อกเอ้ย

กองกลาง – คริสเตียน เอริคเซ่น (สเปอร์ส)
มาแรงแซงหน้าหลายคน ด้วยฟอร์มอันโดดเด่น บวกกับการยิง 1 จ่าย 1 ช่วยให้ทีมอัดคู่แข่งแบบราบคาบ เป็นฟอร์มที่เพอร์เฟ็คที่สุดนัดหนึ่งในปีนี้

กองหน้า – ซน ฮึง-มิน (สเปอร์ส)
ดีสุดๆ ถูกยกไปเปรียบกับรุ่นพี่อย่าง ปาร์ค เขามีความโดดเด่นทั้งร่างกาย ทักษะฟุตบอล มีแค่หน้าตาเท่านั้นที่เป็นเอเชีย 9 เกมหลัง มีส่วนร่วมกับประตูถึง 9 ลูก ยิง 6 จ่าย 3

กองหน้า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)
กลับมาฟิตพร้อม สมบูรณ์ ทั้งเรื่องความเร็ว และความแกร่งในเกมรุก มีทั้ง ยิง+แอสซิส

กองหน้า – เอแด็น อาซาร์ (เชลซี)
กองหน้าไม่ยิง แต่กรูยิง ทำทุกอย่างให้เธอจริงๆ เมื่อทีมเกือบจะสะดุดอีกเกม แต่ อาซาร์ จัดให้ ซัด 2 ตุงช่วยทีมซิวชัย 2-1

กองหน้า – เจอร์เก้น โลคาเดีย (เวสต์แฮม)
ลูกยิงของเขานับว่านิ่งสุดๆ ทั้งการจับบอลแรก และการยิงประตู บวกกับเป็นประตูที่เปลี่ยนเป็น 1 แต้ม ช่างล้ำค่าจริงๆ

โปรโมชั่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอ็กซ์เพรส ลุ้นรับรางวัลใหญ่ต้อนรับวันปีใหม่! เงินเดิมพันฟรี![Betway]
เพียงเดิมพันในฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
10 แมตช์ขึ้นไป รับทันทีเงินเดิมพันฟรี 888 บาท
เฮดโฟน Beats Solo3 Wireless On-Ear
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว
พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่ต้อนรับวันปีใหม่!

เดิมพันในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 10 แมตช์ขึ้นไป รับทันทีเงินเดิมพันฟรี 888 บาท พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่ต้อนรับวันปีใหม่!
วิธีการเข้าร่วมโปรโมชั่น
1.สมาชิกที่ต้องการจะเข้าร่วมโปรโมชั่นนี้ ต้องใส่ [รหัสมาชิก]

โดยคลิกไปที่หน้าโปรโมชั่น แล้วคลิกเลือกโปรโมชั่นนี้ จากนั้นให้ใส่[รหัสมาชิก] ลงในช่อง”บันทึก”
2.สมาชิกต้องมียอดฝากขั้นต่ำ 200 บาทในช่วงระยะเวลาโปรโมชั่น
3.สมาชิกต้องเดิมพันในรายการ [ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ] รายการใดก็ได้ และ มียอดวางเดิมพันสะสมในเกมส์พรีเมียร์ลีกรวมกันขั้นต่ำ 50,000 บาท ในช่วงระยะเวลาโปรโมชั่น
4.สมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับเงินเดิมพันฟรี 888 บาท และยังได้สิทธิ์ลุ้นรับโชคจากการสุ่มแจก ของรางวัลใหญ่ จาก Betway
5.เงินโบนัส จำนวน 888 บาท จะถูกปรับให้ใน[บัญชีกีฬา] หลังจากที่สมาชิกได้รับการติดต่อจากฝ่ายบริการลูกค้า
6.Betway จะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับเงินโบนัส และรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 28 ธันวาคม 2561
7.หากสมาชิกท่านใดมีคุณสมบัติได้รับโบนัสนี้ ฝ่ายบริการลูกค้าจะติดต่อคุณกลับไป หลังจากโปรโมชั่นสิ้นสุดลง (โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบอร์โทรศัพท์ที่คุณให้ถูกต้อง)
8.โปรโมชั่นนี้ สมาชิกต้องทำยอดวางเดิมพันสะสม 3 เท่าในบัญชีกีฬา จึงจะสามารถถอนเงินโบนัสได้
| จำนวนแมทช์ที่เดิมพัน | ยอดวางเดิมพันสะสม | เงินเดิมพันฟรีที่จะได้รับ |
| 10 แมทช์ขึ้นไป | รวมกัน เท่ากับ หรือมากกว่า 50,000 บาท | 888 บาท |
ของรางวัลใหญ่จากการสุ่มแจก
| รางวัล | จำนวน |
| iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว | 5 รางวัล |
| เฮดโฟน Beats Solo3 Wireless On-Ear สีดำ | 10 รางวัล |
*Betway จะทำการสุ่ม และ ประกาสผลผู้โชคดี ที่ได้รับของรางวัลในวันที่ 28 ธันวาคม 2561
หมายเหตุ: ผู้โชคดีที่ได้รับของรางวัลจากโปรโมชั่นนี้ จะได้รับการติดต่อจากฝ่ายบริการลูกค้า หลังจากการประกาศผลอย่างเป็นทางการ
นายใหญ่คนไหนแจ่ม !! ตัดเกรด 6 กุนซือพี่บิ๊กพรีเมียร์ลีก
ดีแน่ไม่แย่หรอก !! เพราะอะไร’หงส์แดง’ ควรไปจัด”เด็มเบเล่”เข้ารัง
โชเซ่ มูรินโญ่ (แมนฯยูไนเต็ด)

เกรด D
นี่เป็น การออกสตาร์ทแย่ที่สุดในรอบประวัติศาสตร์ของการเล่นพรีเมียร์ลีก เพราะเมื่อผ่านมาถึงตอนนี้พวกเขามีคะแนนตามหลังจ่าฝูง ถึง 12 คะแนน เพราะในเกมล่สุดทีมคู่รักคู่แค้นเปิดบ้านอัดพวกเขาไป 3-1 ทำให้โอกาสการลุ้นแชมป์ค่อนข้างเลื่อนลางลงไปทุกที แถมเป็นปีที่พวกเขาโดนปัญหาเข้ามาทุกด้าน ไม่ว่าจะในสนาม รวมถึงประเด็นนักเตะดังอย่าง ป็อกบา, อเล็กซิส ซานเชซ, โรเมลู ลูกากู ที่มีปัญหาทั้งพฤติกรรม รวมถึงฟอร์มการเล่นที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การแบกค่าเหนื่อยนักเตะขนาดนี้คุณภาพจำเป็น ต้องดีกว่าที่ทีมลงทุนไป
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (สเปอร์ส)

เกรด C
คำถามที่ถูกตั้งมาตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น เกี่ยวกับการไม่เสริมทัพแม้แต่คนเดียวของ ไก่เดือยทอง ทำให้ผลงานทั้งในลีก และบอลถ้วยยุโรปนับว่าไม่ดี แถมแย่กว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉนั้นสิ่งที่ต้องรีบแก้ของกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ต้องเสริมผู้เล่นอย่างน้อย 3-4 คนเพื่อเติมเต็มและเพื่อให้เกิดการแข่งขันภายในทีม เพราะในตอนนี้นักเตะที่สามารถลงมาเปลี่ยนเกม แทบจะไม่มีแรงจูงใจในการเล่น แม้ว่าแผนการเล่นที่มีตัวจบสกอร์เป็น แฮรี่ เคน จะเป็นไม้เด็ดแต่หากคู่ต่อสู้จับทางได้ ก็นับว่าปิดประตูคว้าชัยไปได้เลย
อูไน เอเมรี่ (อาร์เซน่อล)

เกรด B+
ปีแรกกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เหมือนจะเป็นการรับน้องที่เจ็บปวด เมื่อทีมต้องออกสตาร์ทด้วยการแพ้ 2 เกมติด แต่หลังจากนั้นทุกถ้วยทุกรายการ เขาพา อาร์เซน่อล ไร้พ่ายมารวด การเปลี่ยนสไตล์การเล่นที่กล้าเล่น กล้าลุย รวมถึงการจับนักเตะทั้งเก่า และใหม่มาผสมผสานกันอย่างลงตัว แก้ปัญหาเฉพาะจุดนับว่าทำได้อย่างเนียนตา แน่นอนว่าระยะเวลาพิสูจน์ตัวเองของนายใหญ่ชาวน้ำหอมยังมีเหลือเฟือ แม้แต่ในตอนนี้ก็มาดีกว่าเกินที่ใครหลายคนได้คาดหวังเอาไว้ ก็อยู่ที่ว่าพวกเขาจะยืนระยะได้ยาวแค่ไหน ถึงกระนั้นการเสริมผู้เล่นดีๆ สักคน สองคนก็น่าจะจำเป็นกับซีซั่นที่ยาวนานต่อแต่นี้ไป
เมาริซิโอ ซาร์รี่ (เชลซี)
เกรด B+
อีกหนึ่งกุนซือหน้าใหม่ แต่มากด้วยความเก๋าเกมอย่าง ซาร์รี่ทำทีมไม่แพ้ใครแม้แต่เกมเดียวในซีํซั่นนี้นับเป็นทีมเดียวหากนับใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป หลายคนเชื่อว่ากุนซือสิงห์บลูหากเข้ามาทำทีมปีแรกมักจะไปได้สวยและประสบความสำเร็จ และหากว่าเป็นแบบนั้นปีนี้เขาก็มาถูกทางสุดๆ ทั้งวิธีการเล่นที่นักเตะทุกคนสามารถลงมาทดแทนกันได้ดี เล่นเป็นแบบแผนของตัวตามคำสั่งของโค้ช แต่ถึงอย่างไร การพึ่งพา อาร์ซาร์ ที่นับเป็นฟันเฟืองหลักก็น่ากังวลว่าพวกเขาสามารถจะรั้งสตาร์รายนี้ให้อยู่กับทีมได้หรือไม่ นอกจากนั้นต้องแก้ไขปัญหากองหน้าที่มักจะตกม้าตายตอนจบ เพิ่มความเฉียบคมสักนิด จะยิ่งโหดมากกว่านี้ไปอีก
เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)

เกรด B+
ก้าวขึ้นมาเป็น ทีมลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว ด้วยการใช้มันสมองของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทีมในชุดปัจจุบันน่าจะเป็นทีมที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาในหลายปีหลัง คล็อปป์ยังพาทีมไร้พ่ายในลีกและตามหลังแมนซิตี้ สองคะแนน เพราะฉะนั้นพวกเขายังอยู่ในเส้นทางอีกยาวๆ เพราะนี่คือการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ยกระดับทีมของพวกเขาให้บินสูงถึงขนาดนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาแนวรับแบบเด็ดขาด ด้วยการใช้เงินจำนวนมหาศาลไปกับ ฟานไดค์ และ อลิสง นับเป็นการลงทุนที่เราไม่ได้เห็นมานานแล้วกับทีมใหญ่อย่างหงส์แดง แต่นอกเหนือจากนั้นเกมรุกต้องเข้าฟอร์มให้มากกว่านี้ หากหวังไปไกลทีมแชมป์ลีกสมัยแรก
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯซิตี้)

เกรด A
หาจุดอ่อนจากทีมของ เป็ป ยากมากเพราะพวกเขาทำสถิติยังไม่แพ้ใคร อีกทั้งเก็บคะแนนได้ถึง 10 จาก 12 แต้ม มีเพียงเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 เท่านั้นที่พลาดบุกไปเสมอ 0-0 ถือเป็น เกมเดียวที่สะดุด และทำประตูไม่ได้ นั่นเป็นการบอกว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรเลย เพราะพวกเขาถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ และทีมที่น่าจะป้องกันแชมป์ได้อีกปี แต่กระนั้นก็จะประมาทไม่ได้ เพราะคะแนนก็ไม่ได้ห่างกับที่มีอันดับ 2-6 จนขาดลอย หากพวกเขาอยากจะฉีกคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นการมีนักเตะกองกลางดีๆ อีกสักคนจะยิ่งการันตีว่า ปีนี้ยังไงพรีเมียร์ลีกก็เป็นสีฟ้าอีกปี
