เปิดเหตุผลที่หงส์ เสียสถิติ ในถิ่น”ปีศาจแดง”

ข่าว-บอลสเต็ป-14-768x401.jpgไม่ว่าจะออกไปฟังกูรูคนไหน หรือเกจิชื่อดังก็กวาดสายตาไปทาง ลิเวอร์พูล แทบทั้งสิ้น ในศึก วันทรงชัย เย้ย! ศึกแดงเดือด ในครั้งนี้ ที่จะโม่แข้งนัดแรกของฤดูกาล 2019/20 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่มีใครเชื่อว่าลูกทีมของ ป๋าโอเล่ จะมีเฮ หยุดสถิติชนะรวดของลิเวอร์พูล ลงได้

แต่วันนี้เราจะไปขุดคุ้ย ตะลุยหา เพื่อที่จะได้มาซึ้งเหตุผลบางประการที่จะปลอบใจ… ไม่ใช่ซิ เพื่อจะมาวิเคราะห์ว่า ทำไมเกมแดงเดือดในปีนี้ ที่เด็กหงส์ทั่วพระนคร มั่นใจกันหนักกันหนา จะรถผ้าป่าคว่ำ หน้าคะมำหงายกันเป็นทิวแถว

✔ ป๋าคล็อปป์ คงไม่ได้มองว่า โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นรีสอร์ท หรือสปา อย่างที่ใครหลายๆ คนคิด ถึงขั้นออกมาเปรยเบรกกองเชียร์ที่มีความมั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่า “มีหลายคนให้เครดิตเราโดยการ ยกให้ลูกเด็กผมได้ 3 แต้มแน่นอน แม้เกมยังไม่ทันเริ่ม แต่ฟังผมไว้น่ะ มันไม่มีผลกับผมเลย ผมตระหนักถึงความแข่งแกร่งของแมน ยูไนเต็ดเต็มร้อยเปอร์เซนต์” คล็อปป์ อาจจะพูดติดหล่อ แต่ในความหมายนั้นมันมีจุดเริ่มต้นมาจากตรงนี้

ข่าวฟุตบอล ลิเวอร์พูล แมนยู

จริงอยู่ที่ในยุคของกุนซือมาดเฟี้ยว หูเกี่ยวแว่น เคยพาหงส์แดงดวลกับ ยูไนเต็ด 10 ครั้ง และพวกเขาชนะไปถึง 3 เกม แพ้ 2 ที่เหลือเจ๊ามาหมด แต่หากเจาะลึกดีๆ แล้ว 3 เกมที่คว้าชัย 1. เกิดขึ้นในเกมลีก ที่แอนฟิลด์ 2. เกิดขึ้นในบอลถ้วยหูเล็ก ที่แอนฟิลด์ 3. เกิดขึ้นที่แดนมะกัน ในเกมกระชับมิตร แสดงให้เห็นว่าหากมาเยือน รีสอร์ท แอนด์ สปา .. ถุ้ยย!! เยือนถิ่นผีแดงแห่งนี้ ต่อให้ฟอร์มดีแค่ไหน เขาก็ยังไม่เคยบุกมาชนะได้แม้แต่หนเดียว

✔ และหากจะต่อว่า พี่ท่านจะย้อนอดีตเจาะเวลาหาจิ๋นซีทำซากอะไร นี่มันปัจจุบัน ยูไนเต็ด ไม่ได้เปรียบเหมือนพิตบลูกระหายฮอทด็อก แต่ตอนนี้สถานะเหมือนขี้เรื้อนตาม 4 แยกถนนตก ที่พร้อมจะถูกรถสิบล้อขนเดอะดั๊ก พุ่งชนเข้าเมื่อไหรก็ได้ ในตรงนี้เองกระผมไม่เถียง ใช่ครับ ลิเวอร์พูล เป็นต่อทุกท่วงท่า แต่จะบอกว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกน่ะขอรับ ไม่ใช่จะมาฟื้นฝอยพูดเอาใจแฟนผีแต่อย่างใด

ข่าวฟุตบอล ลิเวอร์พูล แมนยู

อย่างที่กล่าวไปหากจะให้พูดข้อดีในซีซั่นนี้ของผีแดง ที่ชนะเพียง 2 เกม และที่เหลือไม่วายปวง ก็พอเอาตัวรอด 2 เกมที่พวกเขาชนะ เชลซี 4-0 และ เลสเตอร์ฯ 1-0 เป็นเกมที่พวกเขาเป็นรองคู่แข่งทั้ง โอกาสการยิง, การครองบอล, การส่งบอล เตะมุมก็น้อยกว่า รวมถึง ความแม่นยำในการส่งบอล แม้ 2 เกมที่ผ่านมาจะเล่นในบ้านของตัวเองก็ตาม

ตรงนี้เองที่ผมพบเจอแล้วกับเหตุผลที่จะบอกให้แฟนหงส์ จงสำเหนียกตัวเองให้ดีน่ะ พวกคุณอาจจะเป็นต่อทุกอย่าง เก่งกว่า ดีกว่า ดวงเทพกว่า แต่หากเกมนี้เล่นกันไม่ละเอียด หรือต่อให้ทำดีทุกอย่างผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นดั่งใจ เผลอๆ อาจจะโดนลงโทษแบบเดียวกับ สิงห์บลู และ จิ้งจอกสยาม ที่แม้จะทำดีแทบตาย สุดท้ายก็พ่ายแพ้

–  โก๋แก้ว  –

3 ปี 5 ศพ !! รวมรายชื่อกุนซือที่โดนตะเพิด จากน้ำมือของ.. เจอร์เก้น คล็อปป์

น่าจะเป็นเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกเกมหนึ่ง สำหรับ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้ เนื่องจากลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทั้งนี้ต้องรับมือจ่าฝูง ที่ชนะมา 8 เกมติดต่อกัน สวนทางกับผลงานของพวกเขาที่ เก็บได้เพียง 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัด

น่าจะเป็นเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกเกมหนึ่ง สำหรับ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้ เนื่องจากลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทั้งนี้ต้องรับมือจ่าฝูง ที่ชนะมา 8 เกมติดต่อกัน สวนทางกับผลงานของพวกเขาที่ เก็บได้เพียง 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัด

ทั้งนี้เพชฌฆาต หน้าทารกต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อจะดวลกับกุนซือจอมกินโค้ชอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่หลังย่างกรายเข้ามาสู่ทีมหงส์แดง เขาเคยพาทีมชนะคู่แข่งและนายใหญ่ของทีมเหล่านั้นต้องตกงานไปมากถึง 5 ครั้ง 4 คน มีใครที่ตกเป็นเหยื่อบ้างเราจะพาย้อนไปดู

? ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน – สวอนซี ซิตี้

ย้อนกลับไปหลังจากที่กุนซือชาวอิตาเลียน เข้ามาคุมบังเหียน “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ณ เวลานั้น) และเจ้าตัวกลายเป็นผู้ปลุกความหวังให้กับแฟนบอลหลังเข้ามาคุมช่วงเลกหลังในซีซั่น 2016/17 แต่เมื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่เขากลับพาทีมจมดิ่งแบบกู่ไม่กลับ โดยผลงานของพวกเขาคือการชนะหนเดียว ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลที่บุกชนะเบิร์นลีย์ 1-0 และแพ้ถึง 5 จาก 7 เกมแรก ทำให้อยู่เหนื่อโซนตกชั้นแค่คะแนนดียว

ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่าตัวเขาจะถูกไล่ออกแบบฟ้าผ่า เนื่องจากหลังเกมในเดือนตุลาคม หลังพา “หงส์ขาว” แพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้าน 1-2 มันตรงกับวันคล้ายวันเกิดของเขาพอดี แต่กลับได้ของขวัญเป็นการว่างงาน หลังทางหงส์ขาวยื่นซองขาวทันที และถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมา 3 ปีพอดิบพอดี แต่สถานะของเขาในตอนนี้ก็ยังคง “ว่างงาน” เช่นเดิม

? สลาเวน บิลิช – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ข่าวฟุตบอล คล็อปป์

ข้ามมาอีก 1 ปีนิดๆ คล็อปป์ก็หางานให้กับกุนซืออีกคนหนึ่ง นั้นก็คือ สลาเวน บิลิช กุนซือชาว โครแอต ถูกวิจารณ์อย่างมากก่อนหน้านั้น หลังพาทีมออกสตาร์ทซีซั่น 2017/18 ได้อย่างทุลักทุเล ชนะแค่ 2 เกมจาก 11 นัด แต่ที่น่าแปลกใจคือบอร์ดบริหารเพิ่งจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้โอกาสเจ้าตัว ได้แก้ไขกับสิ่งที่ผิดพลาด แม้ตัวเขาเองเข้ามาคุมทีม ขุนค้อน ตั้งแต่ปี 2015 พาทีมมีเปอร์เซ็นต์การชนะเพียงแค่ 37.84 % เท่านั้น

ถึงอย่างไรฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นทันทีเมื่อ เวสต์แฮม แพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้าน 1-4 และสโมสรขุนค้อนอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงแค่แต้มเดียว สโมสรที่ไม่มีท่าทีจะปลดฟ้าผ่า กับตัดสินใจแถลงการณ์หลังเกมนั้นแบบไม่รอฟ้าสาง “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืนยันว่า สลาเวน บิลิช พ้นออกจากตำแหน่งของเขากับทางสโมสรวันนี้แล้ว”

? สลาวิซ่า โยคาโนวิช – ฟูแล่ม

ข่าวฟุตบอล คล็อปป์

อดีตกุนซือเมืองทองฯ ทีมชั้นนำในไทย ได้โอกาสเข้าไปคุมทีม “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเจ้าตัวก็แจ้งเกิดใหม่อีกครั้ง ในวัย 50 ปี ด้วยการ นำฟูแลมเลื่อนชั้นจากลีกแชมเปียนชิพสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2018/19 และเจ้าตัวได้รับโอกาสมากมายทั้งการได้ทุนมาเสริมทัพแบบจัดเต็ม ทั้งสตาร์หน้าใหม่ บวกกับแข้งหน้าเก่า ทำให้ทีมถูกยกว่ามีโอกาสติด ท็อป 10 ในลีกสูงสุดได้แบบสบายๆ

แต่ไม่เป็ฯ เช่นนั้น เมื่อ ผ่านมาแล้ว 12 นัด ทีมเพิ่งเก็บได้แค่ 5 คะแนน จมบ๊วยของตาราง ตอนนี้เขาก็กำลังกินบุญเก่าของตัวเอง จนสุดท้ายมันได้หมดลงหลังจาก โยคาโนวิช พา ฟูแล่ม บุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 ทำให้ในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คล็อปป์ มีส่วนทำให้โค้ชสัญชาติ เซอร์เบีย โดนไล่ออกทันทีหลังพาทีมแพ้หงส์แดงถึง 2 ราย แบบที่ตัวเขาเองก็คงไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

? โชเซ่ มูรินโญ่ – แมนฯ ยูไนเต็ด

ข่าวฟุตบอล คล็อปป์

หลังจากใช้เวลา 3 ปี ในการกินโค้ชไปถึง 3 คน แต่รอบนี้กุนซือเมืองเบียร์ทิ้งห่างระยะเวลาแค่เดือนเดียว ธันวาคม 2018 แดงเดือดที่ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยเดือด ก็ทำให้กุนซือชาวฝอยทองต้องโดนตะเพิดตามคาด เมื่อ ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสุดยอดเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ผลการแข่งขันว่ารับไม่ได้แล้ว แต่ทรงบอลของปีศาจแดง นั้นน่าเวทนายิ่งนัก พวกเขาโดนคู่ปรับตลอดกาลไล่บด ไล่บี้ ขยี้จนเละ หงส์แดง มีโอกาสยิงในเกมนี้ถึง 36 ครั้ง ผิดกับทางฝั่งทีมเยือนมีโอกาส 1 ใน 6 ของพวกเขาเท่านั้น

และแน่นอนว่าบอร์ดบริหารไม่ทนอีกต่อไป ไล่น้ามูออกแบบเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะแทบจะแน่ชัดแล้วว่า ผีแดง หมดลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวแม้จะยังไม่จบเลกแรกดีนัก ทว่า 3 ครั้งหลังสุดที่น้ามูคุมทีม คล็อปป์ มีส่วนทำให้เขาตกงาน ตั้งแต่สมัยที่คุม ดอร์ทมุนด์ ถล่ม เรอัล มาดริด 4-1 ในยูซีแอล และ ในปี 2015 พาหงส์แดง อัด เชลซี 3-1 ส่งผลให้ มูรินโญ่ โดนทางสิงห์บลูเชิญออกเป็นหนที่ 2

รองแค่โด้-เมสซี่ !! เพราะเหตุใด”ฟาเบรกาส”ถึงมองว่า มาเน่ คือท็อป3ของโลก

หากพูดถึงนักเตะระดับโลก หลายคนคงมองว่าทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ คงหนีไม่พ้นตัวเลือกแรกๆ และยังถกเถียงกันอยู่ทุกๆ วันว่าใครคือที่สุด ทว่านักเตะที่ถูกมองว่าจะขึ้นไปทัดเทียมบารมีของ 2 คนที่กล่าวมานั้นก็ยังยากที่จะมองว่าใครเหมาะสม เนื่องจากมีหลายคนที่ก้าวขึ้นไปแต่ยืนระยะความสุดยอดได้ไม่นานนัก แถมการจะไปอยู่ในจุดๆนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ใช่ว่าจะเก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีออร่าของความเป็นสตาร์เฉิดฉายออกมา

หากพูดถึงนักเตะระดับโลก หลายคนคงมองว่าทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ คงหนีไม่พ้นตัวเลือกแรกๆ และยังถกเถียงกันอยู่ทุกๆ วันว่าใครคือที่สุด ทว่านักเตะที่ถูกมองว่าจะขึ้นไปทัดเทียมบารมีของ 2 คนที่กล่าวมานั้นก็ยังยากที่จะมองว่าใครเหมาะสม เนื่องจากมีหลายคนที่ก้าวขึ้นไปแต่ยืนระยะความสุดยอดได้ไม่นานนัก แถมการจะไปอยู่ในจุดๆนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ใช่ว่าจะเก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีออร่าของความเป็นสตาร์เฉิดฉายออกมา

รองแค่โด้-เมสซี่ !! เพราะเหตุใด"ฟาเบรกาส"ถึงมองว่า มาเน่ คือท็อป3ของโลก

ทั้งนี้จากสายตาของ เชส ฟาเบรกาส ตำนานกองกลาง เชลซี และ อาร์เซน่อล แม้ตัวเขาเองจะเล่นในตำแหน่งกองกลาง และมีหลายคนที่น่าจะเข้าตา และเข้าจริตกับเขา ทั้ง โมดริช, เดอบรอยด์, ซิลบา ฯลฯ แต่ตัวเขาเองกลับมาเห็นปีความเร็วสูงของ ลิเวอร์พูล ที่ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ปีแล้วปีเล่า พิสูจน์ตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีแชมป์มาประดับบารมี

เพราะเหตุใดกองกลางเท้าช่างทองจึงมองว่า ซาดิโอ คือนักเตะที่เป็นรองแค่ 2 แข้งแห่งยุคในปัจจุบัน มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัว หรือเป็นเพราะเกมๆ เดียวที่เขานั่งชมอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดสอง ที่ทัพ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนชนะ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก จากออสเตรีย 4-3 ทว่าจากสถิติที่บ่งบอกมาเป็นตัวเลขกลับตอกย้ำคำพูดของ ฟาเบรกาส ได้เป็นอย่างดี

“สำหรับผมแล้ว มาเน่ เป็นนักเตะระดับท็อป 3 ของโลกมาสักพักแล้ว ระดับท็อปจริงๆ “ เชส ฟาเบรกาส ทวีตไว้เมื่อ วันพุธที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา

รองแค่โด้-เมสซี่ !! เพราะเหตุใด"ฟาเบรกาส"ถึงมองว่า มาเน่ คือท็อป3ของโลก

อย่างแรกเลยตำแหน่งแนวรุกที่สำคัญสุดๆ คือการยิงประตู รองลงมาคือการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู มาเน่ มีค่าเฉลี่ยทำประตูหรือแอสซิสต์ได้อยู่ที่ทุกๆ 98.6 นาที หรือเอาง่ายๆ คือ ทุกๆ 1 เกมที่เขาลงเล่นจะการันตี 1 ประตูให้ทีมได้อย่างแน่นอน และแม้เขาจะเล่นเป็นปีซะส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนที่ 3 ที่ทำประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เกิน 15 ลูก ต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เท่านั้น

รองแค่โด้-เมสซี่ !! เพราะเหตุใด"ฟาเบรกาส"ถึงมองว่า มาเน่ คือท็อป3ของโลก

และในปฏิทินในปี 2019 มีแค่ดาวยิงของเรือใบสีฟ้า เซร์คิโอ อเกวโร่ (20) เท่านั้นที่ยิงใน พรีเมียร์ลีก ปี 2019 มากกว่า มาเน่ (18) ทั้งนี้หากนับตั้งแต่เขาเดบิ้วเล่นในเกมลีกอาชีพ ทุกๆ ฤดูกาล เจ้าตัวจะซัลโวให้ทีม ได้ถึงตัวเลข 2 หลักตลอด และในปีนี้ก็เช่นกัน มันขาดแค่ 3 ประตู ทั้งๆ ที่ลงเล่นไปเพียง 3 นัดเท่านั้น

รองแค่โด้-เมสซี่ !! เพราะเหตุใด"ฟาเบรกาส"ถึงมองว่า มาเน่ คือท็อป3ของโลก

และไม่ใช่แค่ ฟาเบรกาส เท่านั้นที่มองว่า ซาดิโอ คือนักเตะที่สุดของโลก เนื่องจากผลโหวตล่าสุดของ ลิโอเนล เมสซี่ โหวตให้ มาเน่ เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของ ฟีฟ่า ประจำปี 2019 เหนือทั้งเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง และคู่ปรับตลอดกาลอย่าง โรนัลโด้

ผิดใจจริงหรือ !? ซาลาห์-มาเน่ ปมอะไรที่เด็กหงส์ต้องรู้

ข่าว-บอลสเต็ป-14-600x314.jpg

มีประเด็นว่า ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อาจจะยังระหองระแหงกันอยู่ สืบเนื่องมาจากประเด็น ในเกม ที่ ลิเวอร์พูล ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 3-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน แข้งชาวเซเนกัล ถูกเปลี่ยนตัวออกมาด้วยอาการฉุนเฉี่ยวอย่างรุนแรง ก่อนหลายฝ่ายคาดกันว่า ชนวนเหตุนั้นเกิดจากที่ ปีกมัมมี่ มักจะไม่ค่อยส่งบอลให้ มาเน่ ทั้งๆ ที่บางจังหวะ เพื่อนร่วมทีม อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า

ผิดใจจริงหรือ !? ซาลาห์-มาเน่ ปมอะไรที่เด็กหงส์ต้องรู้

แต่เมื่อมามองกันจริงๆ 3 ผสานของหงส์แดงถือว่าเป็นอะไรที่ลงตัวกลมกล่อมสุดๆ ในช่วงที่ผ่านมา การแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาล 2018-19 โดย “หงส์แดง” จบอันดับ 2 เป็นรองเพียงแค่ลูกทีมของ กวาดิโอล่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้นทว่าสถิติการทำประตู ซาลาห์ กับ มาเน่ ซัดไปคนล่ะ 22 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวร่วมโดยมี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ที่ยังเท่ากัน

ผิดใจจริงหรือ !? ซาลาห์-มาเน่ ปมอะไรที่เด็กหงส์ต้องรู้

ทว่าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นับว่าเป็นนักเตะที่อยู่เป็นใจกลางของแนวรุกหงส์แดงทั้ง 2 คน เขาอาจจะยิงประตูไม่มากเท่ากับ 2 แข้งจากแอฟริกา ทว่ามีส่วนอื่นที่ทดแทนมาได้ ส่วนประเด็นของ “คิง ออฟ อียิปต์” เจ้าตัว ผ่านบอลให้กับสองคู่หูแดนหน้ามากกว่า มาเน่ เนื่องจาก ซาลาห์ ผ่านบอล 258 ครั้ง ส่วน มาเน่ 210 ครั้ง แต่หลายครั้งที่เราอาจจะมองไม่เห็นเนื่องจากจังหวะสำคัญ บังโม มักจะดื้อไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วจากสถิติทำประตู 3 คนนี้มองตาก็รู้ใจกันสุดๆ

ผิดใจจริงหรือ !? ซาลาห์-มาเน่ ปมอะไรที่เด็กหงส์ต้องรู้

ถึงอย่างไรความเป็นมืออาชีพของนักเตะทั้ง 3 คนมีค่อนข้างสูง เมื่อพวกเขาผ่านอะไรด้วยกันมามาก จริงอยู่ที่บางคนต้องมีสิ่งที่ปรับปรุง และเราจะเอาภาพแค่ไม่กี่วินาทีมาตัดสินไม่ได้ว่า ทั้ง มาเน่ และ ซาลาห์ นั่นผิดใจกันจริงๆ เนื่องจากอารมณ์ร่วมในเกมที่หงส์แดงมีอยู่ในทุกๆ เกมนั่นเต็มที่ทุกนัด เห็นได้คำสัมภาษณ์จากกุนซือ คล็อปป์ ที่ไม่มีความกังวลใดๆ กับเรื่องนี้ รวมถึงกาวใจอย่าง ฟีร์มิโน่ ที่ยังคงชิวๆ ตรงนี้เองกับบรรยากาศภายในทีมที่ไม่มีคำว่ารอยร้าวใดๆ เกมกับนิวคาสเซิ่ล แฟนบอลทั่วโลกน่าจะได้คำตอบว่าสปิริตในทีมของหงส์แดงนั่นมีมากแค่ไหน

อัลดริดจ์ เผยแข้ง ลิเวอร์พูล แตกกันถือเป็นเรื่องดีของทีม

อตีดหัวหอก ลิเวอร์พูล “จอห์น อัลดริดจ์” เผยเรื่อง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ แข้งแดนหน้าแย่งกันยิงประตูจนเป็นความบาดหมางนั้นมันเป็นเรื่องดีต่อทีม ระบุตอนสมัยตัวเองยังต้องการทำประตูเยอะๆ เช่นกัน

อตีดหัวหอก ลิเวอร์พูล “จอห์น อัลดริดจ์” เผยเรื่อง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ แข้งแดนหน้าแย่งกันยิงประตูจนเป็นความบาดหมางนั้นมันเป็นเรื่องดีต่อทีม ระบุตอนสมัยตัวเองยังต้องการทำประตูเยอะๆ เช่นกัน
ซาลาห์-ทะเลาะ-มาเน่.jpg
 
จากเหตุการณ์ในนัด ลิเวอร์พูล มีชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 4 เรื่องมันเกิดจากจังหวะ ซาลาห์ ลากเลื้อยเข้าหน้ากรอบเขตโทษและยิงเอง โดยไม่ได้ส่งให้ มาเน่ ที่ยืนรอว่างๆ ถึง 2 ครั้ง ในช่วงกุนซือ หงส์แดง เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวเพื่อเปลี่ยนแทคติกเอาดาวเตะเซเนกัลออก เจ้าตัวมีอาการไม่พอใจต่อ ซาลาห์ จนเป็นประเด็นดังขึ้นมา อัลดริดจ์ ระบุว่า
“ผมโชคดีมากพอที่ตัวเองได้รางวัลดาวซัลโวสูงสุดและมันก็ทำให้คุณมีความมุ่งมั่นที่จะคว้ารางวัลนั้นมาครองให้ได้ทุกฤดูกาล การที่คนจากทีมเดียวกันแข่งกันทำประตูมันไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลย แนวรุกทั้ง 3 คนของ ลิเวอร์พูลอย่าง ซาลาห์, มาเน่ และ โรแบร์โต้ (ฟีร์มีโน่) ต่างก็เก่งกันทั้งนั้น และใครจะสนใจกันล่ะว่าพวกเขาผิดใจกันในเรื่องแปลกๆ ไปบ้างรึเปล่า”

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

เมื่อมองไปยัง 4 ทีมดังทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือว่าประสบการณ์ในปีก่อน รวมถึงชื่อชั้นนั้นยกระดับให้ทีมจากอังกฤษดูมีภาษีขึ้นมามากโข ทั้ง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ รวมถึง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เจ้าของแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ล้วนแล้วแต่มีของพร้อมปล่อยใส่ทุกทีมทั่วยุโรป ทว่าเราต้องมาดูคู่แข่งของพวกเขาว่าจะมีทีมไหนบ้าง

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โถ 1: ลิเวอร์พูล (แชมป์เก่า) , เชลซี (แชมป์ยูโรปา ลีก) , บาร์เซโลน่า, แมนฯ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

โถ 2: เรอัล มาดริด, แอต.มาดริด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, อาแจ็กซ์/อาโปเอล, เบนฟิก้า

โถ 3: โอลิมปิก ลียง, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ซัลซ์บวร์ก, โอลิมเปียกอส/คราสโนดาร์, คลับ บรูช/แอลเอเอสเค ลินซ์, บาเลนเซีย, อินเตอร์ มิลาน,ดินาโม ซาเกร็บ/โรเซนบอร์ก

โถ 4: โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก , ยัง บอยส์ / เรดสตาร์ เบลเกรด , เกงค์ , กาลาตาซาราย ,ไลป์ซิก , สลาเวีย ปราก , อตาลันตา , ลีลล์

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โดยเงื่อนไขแรกที่ต้องรู้คือ ทั้ง 4 ทีม จะไม่เจอกันเองภายใต้เงื่อนไขสโมสรจากประเทศเดียวกัน จะไม่พบกันเองในรอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก โดยหากมองแบบนี้มีเพียงแค่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมเดียวที่หลุดโถแรก เพราะฉะนั้นพวกเขามีโอกาสสุงมากที่จะเจอ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4 ทีมแชมป์จาก 4ลีกใหญ่ เว้นแต่คนจับจะมือพาเฮง พวกเขาก็จะได้โถ1 เป็น เซนิตฯ

ส่วนอีก 3 ทีมที่อยู่ในโถแรก ก็ใช่ว่าจะยินดีปรีดาได้มากนัก เพราะหากมามองดูสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ทีมใดทีมหนึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี จะต้องประสบพบเจอก็คือพวกเขาจะอยู่ร่วมกลุ่ม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน และ ไลป์ซิก

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

ทว่าหากมองให้ดี โถ2 ใช่จะมีแต่ เจ้าของโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” 13 สมัย เพียงเท่านั้นที่พอจะเป็นฝันร้ายให้ 3 ทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เพราะนอกจากนั้นแล้วยังมีทั้ง แอต.มาดริด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และยังต้องรอลุ้นทีมม้ามืดอย่าง อาแจ็กซ์ อีกทีม

กระชากมิตร !! รวมแข้งทีมดัง โดนสังเวยช่วงโปรแกรมปรีซีซั่น

ก่อนจะเปิดฤดูกาลหลายทีมมักมีโปรแกรมกระชับมิตร(pre season)ด้วยกันทุกทีม ยิ่งเป็นทีมใหญ่ๆ ก็จะออกทัวร์ไกลในต่างแดน ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนเอเชียจะมี ญี่ปุ่น, จีน, สิงคโปร์ฯ ส่วนที่ทวีปอเมริกา แดนลุงแซมมักจะดึงดูดทีมใหญ่ๆในรายการ ICC CUP เพราะจะเชิญทีมใหญ่ๆเข้ามา และในรายการนี้ยังใส่เงื่อนไขให้แต่ล่ะทีมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ใน 11 ตัวจริง เพื่อดึงดูดผู้ชมทั้งในสนาม และการดูถ่ายทอดสด

บทความฟุตบอล – กระชากมิตร !! รวมแข้งทีมดังสังเวยช่วงโปรแกรมปรีซีซั่น

ปรีซีซั่น

ก่อนจะเปิดฤดูกาลหลายทีมมักมีโปรแกรมกระชับมิตร(pre season)ด้วยกันทุกทีม ยิ่งเป็นทีมใหญ่ๆ ก็จะออกทัวร์ไกลในต่างแดน ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนเอเชียจะมี ญี่ปุ่น, จีน, สิงคโปร์ฯ ส่วนที่ทวีปอเมริกา แดนลุงแซมมักจะดึงดูดทีมใหญ่ๆในรายการ ICC CUP เพราะจะเชิญทีมใหญ่ๆเข้ามา และในรายการนี้ยังใส่เงื่อนไขให้แต่ล่ะทีมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ใน 11 ตัวจริง เพื่อดึงดูดผู้ชมทั้งในสนาม และการดูถ่ายทอดสด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pre season injuries madrid

นอกจากนี้การที่มีโปรแกรมก่อนจะเริ่มสู้ศึกจริง ทำให้นักเตะหลายคนพยายามที่จะงัดฟอร์มการเล่นให้เข้าตากุนซือ เพื่อจะยึดตัวจริงหลังเปิดซีซั่น รวมถึงแข้งนักเตะรายใหม่ ที่จะใช้โอกาสนี้ในการปรับตัวของเพื่อนร่วมทีม และเรามักจะเห็ฯนักเตะอายุน้อยได้รับโอกาสให้เล่นเคียงข้างรุ่นพี่ในทีม ตรงนี้เองที่ทำให้นักเตะหลายคนค่อนข้างจริงจังเกมที่เราเรียกว่า”กระชับมิตร”

ทว่าความเป็นจริงมักจะมีอีกมุมหนึ่งเสมอ นั่นก็คือมุมมืดของเกมปรีซีซํ่น กับอาการบาดเจ็บที่หากมาตอนนี้ ใครเจอเขาก็ยากที่จะทำใจไหว หากเจ็บแค่ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก ก็คงไม่เป็นปัญหามากนัก แต่หากบาดเจ็บหนักจนส่งผลกระทบต่อการลงเล่นในช่วงเกมการแข่งขันจริง เหมือนกับที่เราเห็น มาร์โก้ อเซนซิโอ ต้องผ่าตัดเข่า เพราะบาดเจ็บจากจังหวะที่พยายามแย่งบอล จาก โอบาเมยัง ในเกมกระชับมิตรที่อเมริกา โดยคาดกันว่าเจ้าตัวจะต้องพักยาวถึง 9 เดือน ทั้งนี้ในเกมดังกล่าวเจ้าตัวเล่นได้อย่างโดดเด่นและคาดว่าจะเป็นตัวหลักของทีมในปีนี้ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pre season injuries

เรายังอยู่กับนักเตะลาลีกา ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งอย่าง ชูเอา เฟลิกซ์ กองหน้าแอตเลติโก มาดริด  ที่เพิ่งย้ายเข้ามาด้วยค่าตัว 120 ล้านยูโร ทว่าอดีตแข้งของเบนฟิก้า ประเดิมสนามนัดแรกในเกมอุ่นเครื่องได้เพียง 27 นาทีเท่านั้น และต้องถูกเปลี่ยนตัวออกหลังได้รับอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ทางฝั่งแชมป์ยุโรป ลิเวอร์พูล แม้จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันรายการใหญ่ แต่นักเตะของพวกเขาก็ยังถูกสังเวยไป 2 ราย คนแรกคือดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดในหลายเกมหลังอย่าง ยาสเซอร์ ลารูซี ที่เจ้าตัวโดนทางนักเตะ เซบีย่า โชริส ญาญง วิ่งตามมาหวดขาจนกระเด็นลงไปกอง เล่นต่อไม่ไหว และตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะพักมากน้อยแค่ไหน ส่วนอีกรายอย่าง นาธาเนียล ไคลน์ แบ็กขวาลิเวอร์พูล ก็ดวงแตก ประสบปัญหาบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าต้องพักนานถึง 6 เดือน ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่ารายต่อไปโชคจะตกเป็นของแข้งดังไหนที่ต้องบาดใจในเกมกระชับมิตร

เสือ หรือ หงส์ !! เจาะลึกหัวหอกฟอร์มแรง”แวร์เนอร์” ควรไปอยู่กับทีมไหน

เสือ หรือ หงส์ !! เจาะลึกหัวหอกฟอร์มแรง”แวร์เนอร์” ควรไปอยู่กับทีมไหน

ข่าว-บอลสเต็ป-12-600x314

ลิเวอร์พูล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ liverpool salah mane firmino

พรีเมียร์ลีก


งานยากสำหรับ ลิเวอร์พูล ในการต้องรีดศักยภาพ แวร์เนอร์ คือเจ้าตัวไม่เคยออกจากโซนปลอดภัย(ลีกในประเทศตัวเอง) เพราะฉะนั้นเขาจะต้องปรับตัว และต้องใช้เวลาพอสมควร แน่นอนว่า 115 ประตู จากการลงเล่นในทุกรายการของแนวรุกหงส์แดงที่ประกอบไปด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นั่นถือว่าดูดี แต่ทว่ามามองภาพโดยรวม ลิเวอร์พูลยังขาดอะไรบางอย่าง นั่นก็คือการหมุนเวียนนักเตะผู้เล่นใน 3 ผสาน เพราะหากคนใดคนหนึ่งเกิดไม่สามารถลงช่วยทีมได้ นั่นจะเป็นปัญหาทันที หากแข้ง 1 อาทิตย์ต่อ 1 เกมคงไม่หนักมาก 
แต่ในซีซั่นหน้านั้นไม่ใช่

 

ถึงอย่าไง แวร์เนอร์ เหมาะมากกับสไตล์หงส์แดง เขาทั้งสามารถยิงเองได้ และผ่านบอลให้เพื่อนยิงก็ได้ แถมความเฉียบคมคงจะเข้ามาเป็นอันดับต้นของ 4 ผสานแน่นอนหากเขาก้าวเขามาสู่ทีมของ คล็อปป์ กุนซือคนบ้านเดียวกัน แน่นอนว่าเขาอาจจะขึ้นมายึดเป็นตัวหลักของทีม เบียดใครบางคนตกไป ทว่าไม่สามารถเข้ามายึดตัวจริงได้ การหมุนเวียนเปลี่ยนในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ก็นับว่ามีประโยชน์มากกับทีมเหลือเกิน

บาเยิร์น มิวนิค

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ bayern munich lewandowski

บุนเดสลีกา


แน่นอนว่าทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และทาง ติโม แวร์เนอร์ ได้รับข้อดีเต็มๆหากดีลนี้เกิดขึ้นคือ ทั้งตัวนักเตะเองก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก เพราะเขาเล่นฟุตบอลสไตล์เยอรมนีมาตั้งแต่เกิด แถมสโมสรก็ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องรอเวลาในการปรับตัว และว่าทางเสือใต้จะคว่า 2 แชมป์ทั้ง แชมป์ลีก และ เดเอฟเบ-โพคาล ทว่าฟอร์มการเล่นของพวกเขาลุ้นเหนื่อยทั้งซีซั่น ทั้งฟอร์มการเล่นของนักเตะ รวมถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่รับหน้าที่เป็นคนผลิตสกอร์อยู่เพียงผู้เดียว เขาซัดไปถึง 22 ประตู ทว่าอันดับ 2 ที่ตามมากลับทำได้ไม่ถึงครึ่งของเจ้าตัว อย่าง แซร์จ นาบรี้ ดาวรุ่ง ที่ทำได้ 10 ประตู นั่นจึงเป็นคำตอบว่าพวกเขาจำเป็นต้องดึงนักเตะที่สามารถเป็นคนจบสกอร์ และคอยช่วยเหลือกองหน้าหมายเลข 9 ของทีมไปพร้อมๆกัน

 

ทว่าขอเสียที่เสือใต้อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์การเล่นของ เวร์เนอร์ได้ก็คือพวกเขาเล่นระบบกองหน้าตัวเป้า ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่นักเตะรายนี่ถนัด แต่ผิดกับทางหงส์แดงที่ คล็อปป์ ยึดถือ 4-3-3 มาโดยตลอด จนพาทีมแกร่งที่สุดในโลกในแผนการเล่นนี้

เพื่อลุ้นแชมป์ต่อ! วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล สมควรทุ่มเงินช็อปแข้งดังซัมเมอร์นี้หรือไม่

ในฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ใน พรีเมียร์ลีก ก็มีลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบฉิวเฉียดแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดทั้งซีซั่นพวกเขายังแพ้ในลีกแค่นัดเดียวด้วย

เพื่อลุ้นแชมป์ต่อ! วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล สมควรทุ่มเงินช็อปแข้งดังซัมเมอร์นี้หรือไม่
by siamsport

ในฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ใน พรีเมียร์ลีก ก็มีลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบฉิวเฉียดแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดทั้งซีซั่นพวกเขายังแพ้ในลีกแค่นัดเดียวด้วย

เรื่องดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่าขุมกำลังชุดนี้ของ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากๆ และต่อให้ไม่ซื้อแข้งดังมาร่วมทีมก็น่าจะแข็งแกร่งพอสำหรับการไล่ล่าความสำเร็จมากกว่าเดิมแล้ว แต่บางคนก็แสดงความเห็นว่าพวกเขายังจำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะฝีเท้าดีแบบที่พร้อมใช้งานทันทีมาร่วมทีมอยู่

ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะเสริมทัพด้วยแข้งดังหรือไม่มีโอกาสสูงที่จะส่งผลกับฤดูกาล 2019-20 ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งวันนี้เราจะมาลองวิเคราะห์กันว่าในแต่ละตำแหน่งนั้น ลิเวอร์พูล ควรจะต้องซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพรึเปล่า

– ผู้รักษาประตู
เรียกได้ว่านี่เป็นตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล ไม่จำเป็นต้องเครียดมากนัก อลีสซง เบ็คเกอร์ มีฝีมือดีระดับต้นๆ ในตำแหน่งนี้จนสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้อยู่แล้ว ส่วนตัวสำรองอย่าง ซิมง มิโญเล่ต์ ก็มีประสบการณ์สูงจนพอจะเป็นมือ 2 ของทีมได้ และต่อให้เขาจะย้ายออกจากทีม “หงส์แดง” ก็แค่ไปซื้อคนที่พอจะเป็นมือสองของทีมได้มาร่วมทัพก็พอ ซึ่งมันก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องเสียเงินมากมายอะไร หรือถ้าจะดันดาวรุ่งขึ้นมาก็ยังได้

– กองหลัง
เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเซนเตอร์แบ็กระดับโลกแบบไร้ข้อกังขา และถ้าจะยกให้เขาเป็นกองหลังตัวกลางที่เก่งที่สุดของโลกในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลยอะไร นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ก็ยังมีตัวเลือกอย่าง โจ โกเมซ ที่ฤดูกาลก่อนทำผลงานได้ดีก่อนที่จะเจ็บหนักด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังมีตัวเลือกอย่าง โฌแอล มาติป กับ เดยัน ลอฟเรน อีกต่างหาก แถมพวกเขาก็เพิ่งได้เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก มาร่วมทีมด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้เซนเตอร์แบ็กแทบจะล้นทีมแล้ว แถมต่อให้ไม่นับ ฟาน ไดค์ แต่ทั้ง โกเมซ, มาติป และ ลอฟเรน ก็ยังมีฝีเท้าในระดับที่พอจะเป็นตัวจริงได้ทั้งหมดเหมือนกัน

ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองข้างนั้น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาชาวอังกฤษ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายชาวสกอตต์ต่างก็มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมจนไม่จำเป็นต้องไปหานักเตะระดับ 5 ดาวในตำแหน่งนี้มาร่วมทีม ถ้าจะมีสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการหาคนที่พอจะเป็นแบ็กอัพให้ทั้งคู่ได้ เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีแบ็กซ้ายตามธรรมชาติคนอื่นนอกจาก โรเบิร์ตสัน เลย ส่วนแบ็กขวาก็มีแค่ นาธาเนียล ไคลน์ ที่ส่อแววไม่มีอนาคตกับทีมอยู่แล้ว

– กองกลาง
ขุมกำลังชุดปัจจุบันของ คล็อปป์ มีพวกมิดฟิลด์ประเภทตัวรับ และคนคอยคุมจังหวะตรงกลางสนามที่เก่งๆ หลายคน อย่างเช่น ฟาบินโญ่, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ เจมส์ มิลเนอร์ ในทางกลับกัน เกือบตลอดทั้งฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูล ขาดประเภท “กองกลางตัวรุก” ที่ดี

กว่าที่ คล็อปป์ จะพอมีนักเตะในตำแหน่งนั้นที่ทำผลงานได้น่าพอใจก็ต้องรอถึงช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล จากการที่ นาบี เกอิต้า ดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวกับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ดีขึ้น ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเมื่อถูกดันขึ้นหน้ามากกว่าเดิม

ถ้าเกิด เกอิต้า และ เฮนเดอร์สัน รักษาระดับการเล่นแบบนั้น หรือพัฒนาฟอร์มขึ้นมาได้ ลิเวอร์พูล ก็จะมีตัวเลือกในตำแหน่งกองกลางตัวรุกที่มากพอ เพราะพวกเขาจะได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางและปีกกลับมาใช้งานด้วย แต่คำถามก็คตือ คล็อปป์ พร้อมที่จะเสี่ยงกับปัจจัยที่ว่านั้นมากแค่ไหน

แน่นอน ถ้าเกิดทั้ง 3 คนที่ว่าทำผลงานได้ดีมันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้มันก็อาจจะส่งผลกับทีมได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเกิด ลิเวอร์พูล จะดึงกองกลางตัวรุกชื่อดังที่สร้างสรรค์เกมเก่งๆ มาร่วมทีมสักคนมันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีพอตัว

– กองหน้า
คล็อปป์ ฝากฝังความหวังในการทำประตูเอาไว้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ มาตั้งแต่ฤดูกาล 2017-18 แล้ว ซึ่งทั้งคู่ก็ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา จากการยิงประตูได้เยอะสุดๆ ในฐานะปีกกึ่งกองหน้าตัวริมเส้น โดยในตำแหน่งนี้ว ลิเวอร์พูล ยังมีอะไหล่ชั้นยอดอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ ด้วย

การที่ทั้ง ซาลาห์ และ มาเน่ ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำส่งผลให้ คล็อปป์ ไม่ค่อยกังวลมากนักกับการหา “กองหน้าตัวเป้าอาชีพ” โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ ดิว็อค โอริกี้ อาจจะถูกระบุเป็นกองหน้าตัวกลางตามเว็บไซต์ต่างๆ แต่เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้เป็นหัวหอกตัวเป้าตามธรรมชาติ ถึงกระนั้น รายของ ฟีร์มีโน่ ก็ยังทำผลงานได้ดีพอตัวจนทำให้ คล็อปป์ ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตในการซื้อกองหน้าตัวเป้าเท่าไหร่ ส่วน โอริกี้ ก็เล่นได้โดดเด่นในช่วงท้ายซีซั่นล่าสุด จนดูเหมือนพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญให้ทีม

นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังมี ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าตัวเป้าดาวรุ่งที่กำลังรอโอกาสของเขาอย่างใจจดใจจ่ออยู่เช่นกัน ทำให้ดูแล้วการเสริมทัพในตำแหน่งแนวรุกจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเท่าไหร่

สรุป : จุดเดียวที่ ลิเวอร์พูล อาจจะสมควรทุ่มเงินซื้อแข้งดังมาร่วมทีมคือมิดฟิลด์ตัวรุก ยกเว้นว่า คล็อปป์ พร้อมที่จะเชื่อใจในตัว เกอิต้า, เฮนเดอร์สัน และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ส่วนที่เหลือแค่หาฟูลแบ็กตัวสำรองมาร่วมทีมสัก 2 คนก็น่าจะเพียงพอต่อการปิดตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว หรือถ้าเกิดสถานการณ์ที่ มิโญเล่ต์ บอกลาทีม ก็แค่หานายทวารระดับแค่เป็นอะไหล่มาร่วมทีมก็พอ

อยู่ไปก็ไร้แชมป์! สเตอร์ลิง ยอมรับชิ่งหงส์ซบเรือเพราะถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ล้วนๆ

ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » อยู่ไปก็ไร้แชมป์! สเตอร์ลิง ยอมรับชิ่งหงส์ซบเรือเพราะถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ล้วนๆ

อยู่ไปก็ไร้แชมป์! สเตอร์ลิง ยอมรับชิ่งหงส์ซบเรือเพราะถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ล้วนๆ  by mthai

พรีเมียร  พาร์ค แมนเชสเตอร์ ราฮีม สเตอร์ลิง สเตอร์ลิง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

ราฮีม สเตอร์ลิง ยอมรับสาเหตุที่เขาตัดสินใจย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เพราะเรื่องถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ล้วนๆ

ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกตัวจี๊ดชาวอังกฤษ เปิดเผยผ่านนิตยสาร GQ ว่าสาเหตุที่เขาตัดสินใจหันหลังให้กับ ลิเวอร์พูล มาร่วมหอลงโรงกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2015 ด้วยค่าตัว 49 ล้านปอนด์ เป็นเพราะหงส์แดงไม่สามารถเนรมิตถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ให้กับเขาได้

“ตอนที่ผมย้ายมา ลิเวอร์พูล ผมบอกกับตัวเองว่าถ้ายังไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ ลีก ก่อนอายุ 21 ปี ผมต้องเลือกว่าจะทำอย่างไรต่อไป จากนั้นผมย้ายมาไป แมนฯ ซิตี้ และคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ครั้งแรกที่นั่น” สเตอร์ลิงกล่าว

โดย สเตอร์ลิง ถือว่าพัฒนาการเล่นอย่างต่อเนื่องภายใต้การทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเป็นกำลังสำคัญพาเรือใบสีฟ้ากวาดทริปเปิลแชมป์ในประเทสฤดูกาลนี้

เกร็ดน่ารู้
สเตอร์ลิง ถูก ลิเวอร์พูล ดึงตัวมาจากทีมเยาวชนของ ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ในปี 2010 และประเดิมสนามในปี 2012 พร้อมกับเป็นกำลังหลักภายใต้การทำทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จนเฉียดแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2013/14 ก่อนจะย้ายมาเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2015