Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisGlobalOptionsFeature.php on line 707

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisGlobalOptionsCustomHtmlTool.php on line 67

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisFollowButtonsToolParent.php on line 81

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisFollowButtonsHeaderTool.php on line 132

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 852

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 853

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 924

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 925

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 948

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFeature.php on line 987

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsFloatingTool.php on line 146

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsInlineTool.php on line 132

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisSharingButtonsMobileToolbarTool.php on line 96

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisRecommendedContentFooterTool.php on line 92

Deprecated: Non-canonical cast (boolean) is deprecated, use the (bool) cast instead in /home/ballste1/public_html/wp-content/plugins/addthis-all/backend/AddThisRecommendedContentWhatsNextTool.php on line 105
ลิเวอร์พูล – หน้า 3 – Ball2StEP

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังเหล็กหงส์แดง

เวอร์จิล ฟาน ไดร์จ เกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ เคยเล่นสโมสรเยาวชนกับสโมสรวิลเลิมตเว และสโมสรโกรนิงเก้น เริ่มต้นนักเตะอาชีพกับสโมสร โกรนิงเก้น ในลีกสูงสุดของประเทศฮอลแลนด์ในปี 2011-2013 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม เชลติก สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศสกอตแลนด์ ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 3 ล้านปอนด์

53-600x314.jpg

เวอร์จิล ฟาน ไดร์จ เกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ เคยเล่นสโมสรเยาวชนกับสโมสรวิลเลิมตเว และสโมสรโกรนิงเก้น เริ่มต้นนักเตะอาชีพกับสโมสร โกรนิงเก้น ในลีกสูงสุดของประเทศฮอลแลนด์ในปี 2011-2013 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม เชลติก สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศสกอตแลนด์ ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 3 ล้านปอนด์

ฟาน ไดจ์ค ก็ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นไปเตะตาทีมในพรีเมียร์ลีกอย่างเซาแธมป์ตัน และซื้อมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ เคยได้รับฉายาว่า “นิว ยาป สตัม” ซึ่งบอกได้เลยว่าจะหากองหลังคนไหนที่จะมาเปรียบเทียบกับ ยาป สตัม นั้น บอกเลยว่าหายากมาก แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง ความแข็งแกร่ง ความดุดันเกรี้ยวกราด การเล่นลูกกลางอากาศ การเข้าปะทะ ความเป็นผู้นำและหัวใจนักสู้ของเขานั้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฟาน ไดร์จ มีคุณสมบัติของนักเตะระดับท็อปที่ทุกคนจะต้องมี

และด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องกับ เซาแธมป์ตัน จึงทำให้ลิเวอร์พูล ยอมไม่ซื้อนักเตะคนอื่นจนสุดท้ายก็ได้ ฟาน ไดร์จ มาร่วมทีมจนได้ด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ ถึงแม้ว่าราคา 75 ล้านปอนด์กับกองหลังหนึ่งคนจะดูว่าเป็นราคาที่สูงมาก แต่ถึงตอนนี้แล้วบอกได้เลยว่าคุ้มราคามาก ๆ 

5 นักเตะ ที่มีโอกาสย้ายมาลงเล่นในถิ่น “แอนฟิลด์” ฤดูกาลหน้า

เผยชื่อ 5 นักเตะ ที่มีโอกาสย้ายมาร่วมทีม “หงส์แดง” ฤดูกาลหน้า

เผยชื่อ 5 นักเตะ ที่มีโอกาสย้ายมาร่วมทีม “หงส์แดง” ฤดูกาลหน้า

     บ่อนรับพนันอย่างถูกกฎหมายในเมืองผู้ดี เผยอัตราต่อรอง 5 แข้งชื่อดังที่มีโอกาสย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ช่วงซัมเมอร์นี้

     หลังจากรูดม่านปิดฉาก ศึกพรีเมียร์ลีก 2018/19 ไปเป็นที่เรียบร้อย ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ จะกลับมาร้อนแรงกันอีกครั้ง ซึ่งบรรดาทีมใหญ่หลายทีม ก็ต้องการดึงตัวนักเตะชื่อดังเข้ามาเสริมทัพ โดยทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็หวังที่จะทุ่มซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา เพื่อลุ้นแย่งแชมป์ลีกกับแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลหน้า

     ซึ่ง 5 นักเตะที่ “หงส์แดง” มีโอกาสได้ตัวมาร่วมทีมมากที่สุด ตามอัตราต่อรองที่ เบต วิคเตอร์ ร้านรับพนันของอังกฤษ ตั้งเอาไว้ มีดังนี้

1. ติโม แวร์เนอร์ – แอร์เบ ไลป์ซิก, ราคา 2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)

     กองหน้า วัย 23 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไปแล้ว 16 ประตูจาก 29 เกมในลีก มีข่าวอย่างหนักกับ “หงส์แดง” ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

2. เปาโล ดิบาล่า – ยูเวนตุส, ราคา 3/1 (แทง 1 จ่าย 3 ไม่รวมทุน)

     ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ วัย 25 ปี เป็นอีกคนที่ตกเป็นข่าวกับ ลิเวอร์พูล หลังจากการย้ายมาร่วมทีม “ม้าลาย” ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้เจ้าตัวถูกบทบาทลดลง โดยได้ลงเล่นไปเพียง 27 เกม แบ่งเป็นสำรอง 6 เกม ในลีกเท่านั้น

3. มักซี่ โกเมส – เซลต้า บีโก้, ราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน)

     กองหน้าชาวอุรุกวัย เจ้าของฉายา “นิว ซัวเรซ” ตกเป็นข่าวอย่างหนักในการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ดาวยิงวัย 22 ปี มีความเร็ว และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ซึ่งน่าจะมาเพิ่มมิติในแนวรุกให้กับลิเวอร์พูลได้เป็นอย่างดี โดยทำไปแล้ว 13 ประตูจาก 33 เกมในลีก ฤดูกาลนี้

4. ดาวิด เนเรส – อาแจ็กซ์ , ราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน)

     ดาวยิง วัย 22 ปี เป็นแนวรุกคนสำคัญที่ช่วยให้ อาแจ็กซ์ ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในซีซั่นนี้ ตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมใหญ่ ที่ต้องการคว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

5. ฮุสเซม อูอาร์ – ลียง, ราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน)

     ซัมเมอร์ที่แล้ว ลิเวอร์พูล พลาดได้ตัว นาบิล เฟคีร์ กองกลางจากลียง มาร่วมทีม แต่ในซัมเมอร์นี้ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปหานักเตะอีกคนของ ลียง คือ อูอาร์ ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส วัย 20 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น วันเดอร์คิด หลังโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับต้นสังกัด

แบบนี้ก็ได้หรา! เดอะ ค็อป เซ็ง เมสซี่ ตุกติกก่อนยิงฟรีคิกในชปล.

แทคติกระดับมาสเตอร์พีซ! สาวก เดอะ ค็อป เม้าท์สนั่นหลัง ลิโอเนล เมสซี่ แอบตุกติกในการยิงฟรีคิกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

แทคติกระดับมาสเตอร์พีซ! สาวก เดอะ ค็อป เม้าท์สนั่นหลัง ลิโอเนล เมสซี่ แอบตุกติกในการยิงฟรีคิกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

 

3105311248fc8019286080631b4cbc51.jpeg

ลิโอเนล เมสซี่ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์คลาสของเขา เมื่อจงใจเลื่อนบอลให้มาอยู่ตรงกรอบประตูลิเวอร์พูลมากขึ้นอีกนิดก่อนยิงฟรีคิกสุดงดงามให้บาร์เซโลน่าขึ้นนำลิเวอร์พูล 3-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

หลุยส์ ซัวเรซ เป็นคนทำประตูแรกและเป็นการยิงทีมเก่าในช่วงครึ่แรก ก่อนที่เมสซี่จะมาทำคนเดียว 2 ประตูในครึ่งหลัง และโดยเฉพาะในลูกที่ 2 ที่เป็นประตูที่ 600 กับบาร์เซโลน่าของเขานั้นเป็นการยิงฟรีคิกระยะ 35 หลาในนาทีที่ 82

01294eff64b648d26a64896dfac4d42d.jpeg

เมสซี่ และ บาร์ซ่า สร้างความได้เปรียบในเกมแรกนี้ได้อีกมหาศาล ทั้งๆ ที่ตอนที่ยิง ฟรีคิกระยะ 35 หลา นั้น ไม่มีใครคิดว่าเขาจะสามารถยิงประตูผ่าน อลิสซอน นายทวารค่าตัวแพงของลิเวอร์พูลไปได้ แต่มีนักข่าวคนนึงได้สังเกตเห็นว่า เมสซี่ แอบทำอะไรบางอย่างก่อนจะเตะฟรีคิก โดยหลังจากโดน ฟาบินโญ่ ทำฟาล์ว บาร์ซ่าก็ได้ลูกตั้งเตะ โดยที่ฟาบินโญ๋โดนใบเหลือง ท่ามกลางสถานการณ์ตอนนั้นที่มีนักเตะเจ้าบ้านหลายรายเข้าไปรุมล้อมกรรมการบียอร์น คูเปอร์ส ด้วยความไม่พอใจที่ดาวเตะคนสำคัญของเขาโดนฟาล์วแบบนั้น ซึ่งงานนี้ก็ทำให้ซัวเรซได้ใบเหลืองจากการไปประท้วงครั้งนี้Screenshot (71).png

แต่ในขณะเดียวกัน เมสซี่ก็แอบตุกติกด้วยการเอาบอลมาวางในตำแหน่งที่ใกล้กับประตูและอยู่ในตำแหน่งตรงกลางกว่าตำแหน่งเดิมอีกนิดหน่อย แม้ว่าจะเป็นระยะไม่มาก แต่มันก็สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยโลกออนไลน์จับกลุ่มวิจารณ์เรื่องนี้ บางรายยังชี้ว่าลูกฟรีคิกลูกนั้นใกล้กับประตูมากกว่าจุดที่เกิดการฟาล์วแต่แรกเกือบ 5 หลาเลยทีเดียว และบางรายก็มองว่าเมสซี่ได้เลื่อนบอลให้มาอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา แถมยังตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเขายิงฟรีคิกในระยะที่เกิดการฟาล์วนั้น ซุป’ตาร์จากดาวดวงอื่นจะยิงเข้าหรือไม่????

5e4d77a2c7978db028f1ad484975d9a6.jpeg

8 นักเตะ ดาวยิง ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคเก่ายันปัจจุบัน

8 นักเตะ ดาวยิง ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นสโมสรที่แทบไม่ได้ขาดหัวหอกจอมถล่มประตูเลย ถึงแม้จะมีบ้างในบางช่วงที่มีตัวความหวัง เข้ามาสู่ทีมก่อนที่จะดับไปแบบหมดสภาพไม่ว่าจะเป็น ดาวิด เอ็นก็อก, แอนดี้ คาร์โรลล์ หรือมาริโอ บาโลเตลลี่

8 นักเตะ ดาวยิง ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นสโมสรที่แทบไม่ได้ขาดหัวหอกจอมถล่มประตูเลย ถึงแม้จะมีบ้างในบางช่วงที่มีตัวความหวัง เข้ามาสู่ทีมก่อนที่จะดับไปแบบหมดสภาพไม่ว่าจะเป็น ดาวิด เอ็นก็อก, แอนดี้ คาร์โรลล์ หรือมาริโอ บาโลเตลลี่

แต่กับในยุคพรีเมียร์ลีก ยี่ห้อ “หงส์แดง” ได้สร้างยอดดาวยิงมาแล้วหลายคนพลัดเปลี่ยนกันมาล่าประตูในถิ่นแอนฟิลด์

มาดู 8 นักเตะ ดาวยิง ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคเก่ายันปัจจุบัน

โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ลงสนาม : 89 นัด
ยิง : 64 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาจจะพึ่งเข้ามาสวมชุด ‘หงส์แดง’ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ด้วยค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์ แต่ต้องยอมรับว่าเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักสำคัญของสโมสรอย่างรวดเร็ว ความเร็ว, การจบสกอร์ คือสิ่งที่ทำให้ ซาลาห์ เป็นตัวอันตรายต่อคู่ต่อสู้เสมอ และแน่นอนสถิติการยิงประตูของเขาจะไม่หยุดอยู่แค่เพียงเท่านี้อย่างแน่นอน

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์
ลงสนาม : 104 นัด
ยิง : 51 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ด้วยอาการบาดเจ็บและความต่อเนื่องในการยิงประตูจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ สเตอร์ริดจ์ ไม่ได้รับการยอมรับในหมู่ ‘เดอะ ค็อป’ เสียเท่าไหร่ หัวหอกชาวอังกฤษย้ายมาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงฤดูกาล 2012-13 และถ้าจะถามหาช่วงที่พีคที่สุดก็คือซีซั่น 2013-14 ที่ลงสนามในลีกไป 29 นัด ซัดกระจาน 22 ประตู พ่วงด้วย 9 แอสซิสต์
และในซีซั่นนี้ถึงแม้จะเป็นเพียงกองหน้าสำรอง แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อไหร่ที่ได้โอกาส เขาพร้อมจะตอบแทนความไว้ใจด้วยการพังประตูในทันที

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่
ลงสนาม : 180 นัด
ยิง : 61 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หัวหอกชาวแซมบ้า ย้ายมาสวมเครื่องแบบ “หงส์แดง” เมื่อฤดูกาล 2015-16 ในช่วงแรกอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก แต่แล้วการเปลี่ยนตัวกุนซือมาเป็น เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้เขาสามารถรีดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ และเป็น 1 ในสามประสานที่ยอดเยี่ยมของทีมในตอนนี้ และมันคงไม่แปลกที่เขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ยอดเยี่ยมของทีมในยุคนี้

เดิร์ค เค้าท์
ลงสนาม : 208 นัด
ยิง : 51 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ตลอดระยะเวลา 6 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ เดิร์ค เค้าท์ อาจจะไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหัวหอกเบอร์ต้นๆ ของสโมสรแต่เขาก็สร้างประโยชน์ให้กับทีมอยู่ไม่น้อย จากการสไตล์การเล่นที่วิ่งสู้ฟัด ขยัน จึงทำให้เข้าไปอยู่ในใจของแฟนบอล ลิเวอร์พูล ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่แล้วการเข้ามาของ แบรนเดน ร็อดเจอร์ ก็ทำได้โล๊ะ เค้าท์ ออกจากทีม ถามกลางคำถามจากแฟนบอลว่า เร็วเกินไปไหมที่จะปล่อยนักเตะที่มีคุณสมบัติแบบนี้ออกจากทีมไป

ไมเคิ่ล โอเว่น
ลงสนาม : 216 นัด
ยิง : 118 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เด็กที่เติบโตมาจากอคาเดมี่ของสโมสร ก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมระบบการทำลายร้างประตูคู่ต่อสู้แบบโคตรโหด เรียกได้ว่าซื้อใจแฟนบอล ลิเวอร์พูล ได้แบบรวดเร็วในช่วงเวลานั้น แต่แล้วนิยมของเขาก็เริ่มลดลงเมื่อเขาสะบัดตูดไปเซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2014 และจุดแตกหักอย่างแท้จริงมันอยู่ช่วงซัมเมอร์ 2009 ที่ ชายที่ชื่อ ไมเคิ่ล โอเว่น ปรากฏกายในสีเสื้อของอริตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เฟร์นานโด ตอร์เรส
ลงสนาม : 102 นัด
ยิง : 75 ประตู

ค่าตัว 20 ล้านปอนด์ที่ ลิเวอร์พูล จ่ายให้กับ แอต.มาดริด เมื่อปี 2007 ย้ายเป็นถูกเหมือนได้ฟรีจากฟอร์มที่ถล่มประตูเป็นว่าเล่นของหัวหอกชาวสเปนผู้นี้ ช่วงเวลาตลอด 4 ปีกับ “หงส์แดง” เจ้าของฉายา ‘เอล นินโญ่’ ประสานงานร่วมกับ สตีเว่น เจอราร์ด ได้แบบลงตัว และไม่แปลกที่ ตอร์เรส จะเข้าไปครองหัวใจของแฟนบอลแบบไม่มีข้อสงสัย และการจากไป เชลซี ของเขาก็ถือว่าเป็นเข้าใจได้ของ เดอะ ค็อป ทั้งหลาย

หลุยส์ ซัวเรซ
ลงสนาม : 110 นัด
ยิง : 69 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แน่นอนว่าหัวหอกผู้นี้ต้องเข้ามาอยู่ในทำเนียบยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ซัวเรซ เข้ามาในถิ่นแอยฟิลด์พร้อมกับ แอนดี้ คาร์โรลล์ แต่กลายเป็นฟอร์มคนละเรื่องอย่างหน้ากับหลังมือ ดาวเตะจากละตินอเมริกาสามารถดลบารดาลทุกท่วงท่าการยิงหาคนที่จะมาหยุดยากเสียเหลือเกิน และฤดูกาลที่เป็นจุดพีคของศูนย์หน้าฟันเฉาะคือ 2013-14 ที่ลงเล่นในลีกไป 33 ประตู ซัด 31 ลูก เป็นการอำลาก่อนชายไปสวมเครื่องแบบ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นถัดมา

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
รอบแรก
ลงสนาม : 236 นัด
ยิง : 120 ประตู
รอบสอง
ลงสนาม : 30 นัด
ยิง : 8 ประตู

8 ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฉายา ‘เดอะ ก็อต’ ไม่ได้มาเพราะจับฉลาก เพราะนี่คือศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 1993 ฟาวเลอร์ เข้ามาแทนที่ของ เอียน รัช ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และการกลับมาในรอบที่ 2 ถึงแม้อายุจะเริ่มเยอะแล้วแต่ด้วยยี่ห้อ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็ยังครองใจแฟนบอลทุกรุ่นของแฟน ลิเวอร์พูล อยู่ดี ถึงแม้ประโยชน์ในการใช้สอยจะน้อยลงไป แต่คำว่า ตำนาน ยังคงอยู่ในตัวของ เดอะ ก็อต ผู้นี้ตลอดไป

หงส์แดง ยังมีนักเตะดีๆ อีกมากมายที่เคยมาฟาดแข้งให้กับสโมสร นี่เราแค่ยกมาแค่ 8 นักเตะ ดาวยิง ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เท่านั้น จริงๆยังมีผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ ที่สามารถพาทีมลงแข่งได้รับชัยชนะมาอีกมากมายหลายคน

ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี

ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้อีกแมตช์เมื่อพวกเขาจัดหนักใส่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้ “หงส์แดง” ตีปีกบินแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงลีกอีกครั้ง

ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้อีกแมตช์เมื่อพวกเขาจัดหนักใส่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้ “หงส์แดง” ตีปีกบินแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงลีกอีกครั้ง

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นให้กับเจ้าบ้าน และยิงประตูสุดสวยให้กับต้นสังกัด ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ ยังคงทำผลงานได้อย่างร้อนแรง เมื่อจัดการปลดล็อกด้วยการโหม่งประตูให้ทีมขึ้นนำ หลังจากที่ครึ่งแรกเสมอกันแบบไร้สกอร์

    นอกจากนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ยังได้ค้นพบ 3 กองกลางที่น่าจะลงสนามเป็นตัวจริงในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะ ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นกันได้อย่างเข้าขารู้ใจ ซึ่งสามารถจัดการแผงมิดฟิลด์ “สิงห์บลูส์” อยู่หมัด

1. ซาลาห์ องค์ลง
    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำผลงานเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายในฤดูกาลหน้า แต่สำหรับฟอร์มของเขาในแมตช์ที่รับมือกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัด ต้องบอกเลยว่าความเก่งฉกาจของเจ้าตัวมาถูกที่ถูกเวลาพอดีเป๊ะ เพราะ “บังโม” โชว์ของป่วนเกมรับผู้มาเยือนได้ตลอด

    สตาร์ลูกหนังชาวอียิปต์ มีส่วนกับการเล่นเกมรุกของ “หงส์แดง” อย่างมาก โดยเขาสามารถสร้างความระส่ำระส่ายบริเวณริมเส้นได้อย่างต่อเนื่อง ชนิดที่เกมรับของ เชลซี ตั้งกระบวนยุทธไม่ถูก โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ซาลาห์ ฉายแสงความเป็นสุดยอดแข้งระดับโลก

ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี

    จังหวะที่ทีมได้ประตูที่สอง ซาลาห์ ลากบอลจากริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะตัดเข้าใน และตะบันเต็มข้อบอลพุ่งแหวกอากาศผ่านมือ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า นายทวารค่าตัวแพงระยับ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งนั่นเป็นประตูที่ช่วยทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

    ก่อนหน้าหน้ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของ อดีตดาวเตะ โรม่า และ เชลซี แต่แมตช์นี้เจ้าตัวได้ตอบทุกข้อสงสัยได้แล้วว่าเขายังคงสุดยอดมากแค่ไหนในการไล่ล่าตาข่ายคู่แข่ง แม้อาจจะมีฟอร์มหลุดไปบ้าง 2-3 แมตช์ แต่ก็สามารถกลับมาโชว์ศักยภาพได้อีกครั้งเมื่อถึงช่วยเวลาสำคัญ


    
2) กองกลางมีความสมดุล
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเจอกับเรื่องเครียดในการจัดแผงกองกลางในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้พบกับสมดุลในแผงมิดฟิลด์แล้ว

    กุนซือชาวเยอรมัน ตัดสินใจดร็อป จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม เป็นตัวสำรอง และเลือกใช้ ฟาบินโญ่ ลงเล่นตัวจริงเคียงข้าง นาบี เกอิต้า กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งถูกจับให้ขึ้นไปเล่นสูงและมักจะทะลุเข้าไปบริเวณกรอบเขตโทษ เชลซี หลายต่อหลังครั้ง แถมยังมีจังหวะตัดบอล และแอสซิสต์ให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูแรกให้ทีมด้วย

ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี

    ขณะที่ เกอิต้า กับ ฟาบินโญ่ ซึ่งค่อยทำหน้าที่เป็นกำลังหนุนให้ “เฮนโด้” ประสานงานได้อย่างลงตัว โดยเขาสามารถตัดเกมแดนกลางของ “สิงโตน้ำเงินคราม” และยังจัดการไม่ให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค มีโอกาสทำเกมได้ถนัด

    ทั้งนี้ คล็อปป์ ได้ค้นพบสูตรสำเร็จในแผงกองกลางที่ลงตัวแล้ว และน่าจะใช้ทั้ง 3 คนนี้ลงเล่นในทุกๆ แมตช์ที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้
 


3. พละกำลัง, คุมเกม และความแน่นอน  
    บางครั้งทีมที่เล่นไดีกว่าก็อาจไม่ชนะ บางครั้งทีมที่เล่นเกมรับอาจได้ชัยชนะ หรือบางครั้งทีมที่เล่นเกมรุกก็อาจจะได้ 3 คะแนน สำหรับเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “เดอะ เร้ดส์” แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่สมบูรณ์แบบทั้งคุมเกมได้ตลอด และยังเล่นเกมรับได้เหนียวแน่นเมื่อได้ประตูขึ้นนำ 2-0

    ตั้งแต่เริ่มเกม ลิเวอร์พูล พยายามเปิดเกมบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะได้ประตูขึ้นนำ แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในช่วงครึ่งหลังจาก ซาดิโอ มาเน่ และ โม ซาลาห์ หลังจากนั้น “สิงห์บลูส์” เหมือนตื่นจากภวังค์ พยายามโหมกระหน่ำหวังจะยิงประตูตีไข่แตกให้ได้เร็วๆ

ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี

    จะว่าไปแล้วพวกเขาก็มีโอกาสจาก เอแด็น อาซาร์ ถึงสองครั้งแต่ ลิเวอร์พูล มีทั้งความเก่งบวกความเฮง ขณะเดียวกันแผงแบ็กโฟร์ของพวกเขาก็สามารถคุมเกมบุกของ เชลซี ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็อาจจะเจอสถานการณ์กดดันอยู่บ้างในการรับมือกับ อาซาร์ ส่วนแนวรุกคนอื่นๆ ของผู้มาเยือนแทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย

    หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ผ่านช่วงเวลาวิกฤติที่โดน เชลซี โหมบุกใส่ไปได้ จากนั้นพวกเขาก็สามารถกลับมาคุมเกมได้อีกครั้ง และโชว์ให้เห็นถึงการเล่นที่มั่นใจ สุดท้ายก็สามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้ง

4. ลิเวอร์พูล เฉียบคมกว่า
    สำหรับเกมนี้ช่วงครึ่งแรก ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์เกม และทำประตูแต่ก็ไม่ได้มากนัก ขณะที่ เชลซี ตอบโต้ได้บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้แผงแบ็กโฟร์ และ อลิสซง เบ็คเกอร์ ต้องออกแรงเหนื่อยอะไรเลย ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ครึ่งแรกสกอร์จะจบลง 0-0

    ในส่วนของครึ่งหลัง “เดอะ เร้ดส์” เร่งเครื่องเกมบุกมากขึ้นและพยายามที่จะใช้ทุกๆ โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน เปิดบอลบริเวณริมเส้นหลังให้ มาเน่ ขึ้นโขกเป็นประตู รวมไปถึงจังหวะยิงไกลสุดสวยของ ซาลาห์ แสดงให้เห็นว่าลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ฉกฉวยโอกาสสำคัญและเปลี่ยนเป็นประตูได้สำเร็จ

ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี

    สวนทางกลับ เชลซี ที่ดูเหมือนว่าจะขาดความเฉียบคมในแดนหน้า เห็นได้ชัดจากจังหวะของ อาซาร์ ที่วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าและจับบอลเชื่องเท้าแต่ดันยิงไปชนเสา รวมไปถึงจังหวะที่ยิงจ่อๆ หน้าประตูแต่ติดเซฟของ อลีสซง ขณะที่ในรายของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรกับทีมเลย

    ฉะนั้นต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล มีความเฉียบคมผสมกับดวงมากกว่า เชลซี ในแมตช์นี้

5. ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอย  
    เมื่อ 5 ปีก่อน ลิเวอร์พูล มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และต้องดวลกับ เชลซี ในแอนฟิลด์ แต่เรื่องสุดช็อกก็เกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เนื่องจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลื่น และทำให้ทีมโดน เดมบ้า บา ลากบอลกว่าครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูในแมตช์ดังกล่าว

    ก่อนเกมนี้มีหลายคนมักจะนำเรื่องราว “เจอร์ลื่น” มาล้อเลียนสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างเมามัน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์สยองดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในแมตช์นี้ และชัยชนะของพวกเขาช่วยตอกย้ำบรรดากองแช่งให้หุบปากไปได้ชั่วขณะได้ดีเลยทีเดียว

ประตูสุดโหดซาลาห์ : ชำแหละ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล โชว์หรูทุบ เชลซี

    กระนั้นหากใครได้ชมเกมนี้จะเห็นว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายตัวเก่งของทีม ดันลื่นล้มบริเวณเกือบกลางสนาม แต่เดชะบุญที่เขาล้มต่อหน้า อิกวาอิน ทำให้ทีมไม่ต้องเจอกับสถานการณ์กดดัน นี่หากล้มต่อหน้า อาซาร์ ไม่อยากคิดเลยว่าจะสยองขนาดไหน

Cr : siamsport

ฟอร์มฮอตเป็นบ้า !! ดาวิด เนเรส ไอ้เด็กมีของ ที่หงส์แดงอยากขอจอง

บทความฟุตบอล – ฟอร์มฮอตเป็นบ้า !! ดาวิด เนเรส ไอ้เด็กมีของ ที่หงส์แดงอยากขอจอง

บทความฟุตบอล – ฟอร์มฮอตเป็นบ้า !! ดาวิด เนเรส ไอ้เด็กมีของ ที่หงส์แดงอยากขอจอง

สื่อโหมรุนแรง

ล่าสุดมีการเปิดเผยค่าตัว

มีข่าวมาสักพักแล้วสำหรับแข้งคนนี้กับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยที่หนักๆเลยคือตั้งแต่ที่ ดาวิด เนเรส ปีกชาวบราซิเลียนของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ช่วยให้ต้นสังกัด หักด่าน เรอัล มาดริด แชมป์เก่า 3 สมัย ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยโชว์ฟอร์มเด่นกระโดดตา ล่าสุด ตามรายงานของ เลอ 10 สปอร์ต สื่อกีฬาของประเทศฝรั่งเศส อ้างว่า “หงส์แดง” ที่ยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด สนใจจะหอบเงินตามที่ อาหยักซ์ ต้องการ โดยจะมีมูลค่าถึง 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,440 ล้านบาท) หรืออาจจะมากกว่านี้หากฟอร์มของเขาเปรี้ยงขึ้นมาอีกครั้ง

ผลงานเด่นจริง

ตัวหลักสโมสร อนาคตทีมชาติ


เนเรส เป็นชาวบราซิลเลี่ยนโดยกำเนิด แน่นอนว่าจุดเด่นของเจ้าตัวคือเป็นปีกที่เล่นได้สะแด่ว โดยความฮอตของเจ้าตัวไม่แพ้เพื่อนร่วมทีมอย่าง มัทไธค์ เดอ ลิกต์, ฮาคีม ซีเย็ค หรือ นิโกลัส ตาญาฟีโก้ แถมในปีนี้ เนเรส ทำผลงานโดดเด่นกับ อาแจ็กซ์ ด้วยการยิง 11 ประตูและ 15 แอสซิสต์ในซีซั่นนี้  และในนามทีมบ้านเกิด เขาถูก ตีตี้ เรียกตัวติดทีมชาติบราซิลในเกมอุ่นเครื่องช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยตอนนี้เจ้าตัวอายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น

เพิ่งยิงอัพค่าตัว

ซัดใส่ม้าลายอย่างงาม


หลังจากมีข่าวอย่างหนักไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พุล แต่รวมถึง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เอฟเวอร์ตัน และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ฯลฯ ที่ต่างสนใจ จนตอนนี้ค่าตัวอาจจะไม่ใช่อย่างที่บอกไปในข้างต้น ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าตัวก็เพิ่งทำประตูได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ต้นสังกัดเสมอกับ ยูเวนตุส 1-1 ยิ่งเป็น การตอกย้ำว่าเขาพร้อมไปสู่ทีมที่ใหญ่กว่ายอดสโมสรในถิ่นกังหันลมแล้ว และเชื่อเหลือเกินว่าตลอดช่วงตลาดนักเตะในรอบหน้าเปิดขึ้น เราจะเห็นชื่อ เนเรส วนเวียนให้สื่อได้เล่นไม่เว้นวันแน่นอน

Cr : ballstep