เจาะทีมเลสเตอร์ แนวรับแกร่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณชั่วโมงนี้

ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้
ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

leicester-600x333.jpg

 

เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากบุกไปเอาชนะสโมสร ไบรท์ตัน คว้าสามแต้มสำคัญได้ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 13 ด้วยสกอร์ 0-2 ณ. สนาม แอแม็กซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งกุนซือใหญ่ เลสเตอร์ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เองยังต้องยกย่องให้เป็นสถานที่หนึ่งที่ยากต่อการมาคว้าชัยชนะกันเลยทีเดียว

   “สนามแห่งนี้เป็นสนามที่ยากต่อการมาเยือน​ คุณได้เห็นสถิติของไบรท์ตันแล้วว่าเป็นอย่างไร​ และเอาชนะใครได้บ้าง​​” กุนซือชาวไอร์แลนด์กล่าว

เกมเมื่อคืน เรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยนะครับ จากที่ได้รับชมเกมการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเยือน นกนางนวล ไบรท์ตัน ถึงถิ่น ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เซียนหรือกูรูของต่างประเทศทั้งหลายยอมรับว่ามีเกมรับที่แข็งแกร่งเหนียวแน่นอย่างมากยามที่ได้เล่นในบ้านของตัวเอง ยากที่จะเจาะไข่แดงในรังของนกนางนวล

แม้แต่ยอดทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  ยังโดน ไบรท์ตัน ถล่มมาแล้ว 3-0 เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา แต่จะมีเกมรับดีขนาดไหน จิ้กจอกสยาม ก็บุกไปเอาชนะมาได้ถึง 0-2 โดยต้องยกความดีความชอบให้แก่ความทุ่มเท่อย่างหนักของเหล่านักเตะทุกคน ทั้งในและนอกสนาม เกมแมตช์นี้แข้ง เลสเตอร์ โดนเล่นเอาเบาะซ้ำหลายราย

⇒ ทีเด็ด หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน

ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอนนี่ อีแวนส์ รับบทเป็นตัวแท็งค์ให้แก่ทีม หากใครได้ดูเกมเมื่อคืนต้องยอมรับว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงอายุย่างเลข 3 แต่มีการอ่านเกมที่ดีพร้อมบวกกับประสบการณ์มากมาย และมีความเก๋าอยู่พอตัว ทำเอากองหน้าไบรท์ตันไปไม่เป็นเหมือนกัน

จอนนี่ อีแวนส์ เกิดมีอาการบาดเจ็บ เล่นไม่จบ 90 นาที โดย ร็อดเจอร์ส ต้องเปลี่ยนตัวออก ส่งกองหลังร่างยักษ์ เวส มอร์แกน ลงไปแทนในนาทีที่ 62 ดูเหมือนว่า มอร์แกน ยังจูนไม่ลงตัวสักเท่าไหร่ สกัดบอลพลาดหลายจังหวะเหมือนกับจะลงมาปั้นดาวเตะตุรกี คากลาร์ โซยุนคู อย่างเดียวเลย

คากลาร์ โซยุนคู กองหลังทีมชาติตุรกี ได้พิสูจน์ตัวเองให้นายใหญ่ของเขาประจักษ์ในฝีเท้าตัวเองพร้อมแสดงความเป็นผู้นำออกมาด้วย โดยเวลาที่เหลือเขาไร้ อีแวนส์ ต้องมายืนเซนเตอร์คู่กับ มอร์แกน โดยไร้ปัญหา ถือว่ามีฟอร์มที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆในทุกๆนัด และช่วยให้ต้นสังกัดเก็บคลีนซีทติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ของเกมในลีกผู้ดี

โซยุนคู

ส่วนกองหลังค่าตัวระดับโลกทั้งสองคนอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ เวอร์กิล ฟานไดจ์ค จะไม่พูดถึงก็กระไรอยู่ ทั้งคู่ผมยอมรับว่าเป็นนักเตะที่เล่นตำแหน่งกองหลังจัดว่าอยู่อันดับต้นๆของโลก แม็คไกวร์ ของแมนเสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่นเหมือนตอนที่อยู่กับทีมเก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ต้องให้เวลาเขาปรับตัวเข้าทีม ปีศาจแดง สักหน่อยและให้โอกาสโค้ชน้าลูกอมสักพัก

ส่วน ฟานไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล ผมให้เขายังยืนหนึ่งอยู่ในใจ แต่…ด้วยคิวการเตะที่เยอะของ หงส์แดง ในซีซั่นนี้ผมกล้าคาดเดาได้เลยว่าเขาเล่นไม่จบฤดูกาลนี้แน่นอน (จากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

  ประเด็นที่น่าสนใจของ เลสเตอร์ ซิตี้

ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ จึงมีกองหลังที่เจาะยากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ จากสถิติที่เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เพิ่งเสียกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปเมื่อซัมเมอร์นี้เอง

สรุป

จากการวิเคราะห์ดูแล้ว ปัจจัยอันดับต้นๆเลย คือแผนการทำทีมหรือรูปแบบการเล่นของ ร็อดเจอร์ส ครับ ที่ทำให้นักเตะทุกคน 11 ตัวจริง ช่วยกันหมด ไม่มีใครอู้เลยสักคน สาเหตุนี้จึงทำให้ เลสเตอร์ ไม่ว่าจะเปลี่ยนใครลงมาเล่นแทนตำแหน่งไหนก็ตาม จะไม่มีผลกระทบจนทำให้ทีมถึงกับรวน

หนังสือพิมพ์ สปอร์ตพูล ประจำวัน

หนังสือพิมพ์ สปอร์ตพูล ประจำวัน

74475397_730568417421741_5139811556673978368_o.jpg

via หนังสือพิมพ์ สปอร์ตพูล ประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

รวมนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลเชื่อว่าฟอร์มดีกว่ารุ่นน้องล้านเท่า!

รวมนักเตะแมนฯ ยูฯ ที่แฟนบอลเชื่อว่าฟอร์มดีกว่ารุ่นน้องล้านเท่า!
“กูทนไม่ไหวล้าววววว!” อดิสรณ์ ถึงกับยอมพูดไม่สุภาพลงโซเชี่ยล เมื่อเห็นฟอร์มของทีมขวัญใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นออกมาได้บรมห่วย! อดิสรณ์ เป็นบรรณาธิการข่าวแห่งสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งย่านวิภาวดีรังสิต เขาตามเชียร์แมนฯ ยูฯ มาตั้งแต่ราวๆ ปี 1992 สมัยที่ใครๆ ก็รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งเพียงใด โดยเฉพาะลูกยิงของ เอริค คันโตน่า ที่ขยับตัวถอยๆๆๆๆ แล้วซัดประตูดับทีม เอ่อม ทีมลิเวอร์พูล จนหงายเก๋ง ในรอบชิงชนะเลิศบอล เอฟเอ คัพ ปี 1996 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปอย่างสะใจฝุดๆ

“มึงมันหลงอดีต!” สันทัด เพื่อนสนิทของอดิสรณ์ ตอกย้ำเพื่อนของเขา ว่าให้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักที แต่โทษทีเถอะ สันทัดคนนี้  อาชีพนักเขียนไส้แห้ง แถมไส้ติ่งก็เตรียมจะอักเสบ เรื่องของเรื่องเพราะเครียด! ดูแมนฯ ยูฯ เตะเมื่อไรแล้วปวดตับปวดม้าม ลามไปยันไส้ติ่ง อีตาคนนี้ก็เป็นติ่งแมนฯ ยูฯ มา 20 กว่าปีพอๆ กัน ตอนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ของแมนฯ ยูฯ วางมือในปี 2013 สันทัดยังเชื่อว่า แมนฯ ยูฯ จะไม่ตกต่ำ ที่ไหนได้ ทุกวันนี้อย่าใช้คำว่า ตกต่ำ ใช้คำว่า ห่วย ยังไม่สาแก่ใจ!

ผ่านมา 5-6 ปี หลังป๋าเฟอร์กี้ลงจากตำแหน่งเฮดโค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนคนผีเข้าผีออก ไม่อยู่กับร่องรอย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อยากจับนักเตะไปอาบน้ำมนต์ทั้งทีม ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา เล่นได้น่าเบิร์ดกบาลเรียงตัว เอ้า! ไหนๆ ก็หลงอดีต ติดกับความยิ่งใหญ่อยู่แล้ว 2 เพื่อนซี้ อดิสรณ์ & สันทัด เลยออกมาไหว้เจ้าที่หน้าบ้าน โอมเพี้ยง! ถ้าองค์นักเตะแมนฯ ยูฯ ในอดีตจะกลับมาชาติมาเกิดในทีมนี้ได้ พวกผมขอละ เอาไอ้พวกนี้กลับมาเล่นหน่อยได้ไหม เผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น!

 

รอย คีน:อดีตกองกลางผู้เกรียงไกร เป็นกัปตันทีมจอมเดือด นี่คือนักเตะที่เป็นลายเซ็นคนหนึ่งของแมนฯ ยูฯ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีดีเอ็นเอ เดินหน้า ถอยไม่เป็น และสู้ยิบตาจนนาทีสุดท้าย ในอดีต รอย คีน คือศูนย์กลางของทีมที่ไม่เคยยอมแพ้ บอกตรงๆ ว่า ถ้ากลับชาติมาเกิดในทีมนี้ รับรองว่า เฮียได้ไล่ตบกบาลนักเตะติดแอ็กชุดนี้เรียงตัว พวกมรึงโดนแน่! 

 

เอริค คันโตน่า:อีกหนึ่งกัปตันผู้เกรียงไกร และมีคาแรกเตอร์ โหด มัน ไม่มีฮา ถ้ารอย คีนเป็นนักรบผู้ดุเดือด นักเตะผู้มีนิกเนมว่า ก็องโต้ ก็ไม่ต่างอะไรจากจอมทัพผู้ไม่เคยกลัวใคร ในอดีตเคยกระโดดถีบแฟนบอลคู่แข่งข้างสนามมาแล้ว คันโตน่าคือจอมทักษะ และมีพรสวรรค์ในการพลิกเกมสูง ซึ่ง! นักเตะชุดนี้ไม่มีอะไรแบบนี้เล้ยยยยย!

 

 

พาร์ค จีซอง:ทำไมถึงอยากให้นักเตะสัญชาติเกาหลีคนแรกของสโมสรกลับชาติมาเกิด? เพราะนี่คือนักเตะกองกลางที่วิ่ง วิ่ง และวิ่ง! วิ่งยิ่งกว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอแมนฯ ยูฯ ซะอีก ฮึ่ยย! พาร์คขยันโคตรๆ ซึ่งการวิ่งพล่านไล่บอลของพาร์ค ไม่ได้เลื่อนลอยเหมือนใครบางคน (จะใครบางคนทำไม ก็บอกไปเลยว่า ไม่ได้วิ่งเลื่อนลอยเหมือน เจสซี่ ลินการ์ด) คือพาร์คมีดีกว่านั้น เพราะเมื่อไรที่คู่แข่งเสียบอล เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสต่อจากนั้นได้ทันที ไม่ยิงเอง ก็ส่งให้เพื่อนยิง เฮ้อ! ไม่เหมือนใครบางคน

 

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ & รุด ฟาน นิสเตลรอย:ขอมัด 2 กองหน้านี้รวมกันไปเลย ขอร้องละ!  เพราะนักเตะแมนฯ ยูฯ ชุดนี้ ต้องถามว่า กองหน้าคืออะไร? อองโตนี่ มาร์กซิยาล ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? มาร์คัส แรซฟอร์ด ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? แต่แฟนผีผู้หลงอดีตทั้งหลายจะรู้ดีว่า ชื่อ รุด ฟาน นิสเตลรอย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 2 คนนี้การันตีว่าโหดจริงไรจริง ยิงได้ทุกสเต็ป ไม่มีโยกๆ สับๆ บอลให้เวียนหัว เรียกว่าของจริงไม่ต้องท่ามาก ได้บอลแล้วยิงเลย เข้าใจป่ะ?!

 

เดวิด เบ็คแฮม:ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดวิด เบ็คแฮม ชื่อนี้การันตีเรื่องการเปิดบอลที่โคตะระแม่นยำ สมัยรุ่งๆ กับแมนฯ ยูฯ บอลจากด้านขวาของทีมมีประสิทธิภาพเอามากๆ นับไม่ได้ว่าได้ประตูจากลูกโยนในลักษณะนี้มาเท่าไร เอาว่านับไม่ถ้วน! นี่คือเทพแห่งการเปิดบอลที่ยังมีลมหายใจ และยังหานักเตะคนไหนในทีมแมนฯ ยูฯ วันนี้ทำได้เสมอเหมือน ลองไปเชิญเบ็คกลับมาช่วยเปิดบอลไหม เชื่อดิว่าแม่นกว่านักเตะชุดนี้ทั้งทีมชัวร์!

 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา:นักเตะผู้เป็นเฮดโค้ชของทีมในปัจจุบัน แต่ในอดีต โซลชาคือเทพเจ้าตัวสำรองของทีม สามารถลงมาเสกประตูให้ทีมครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นตัวสำรองที่บันดาลให้เกมของแมนฯ ยูฯ พลิกไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า ใครที่ยังจำนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลแชมเปี้ยนลีก ปี 1999 ได้ ก็เป็นโซลชานี่แหละ ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ยิงประตูชัยคว้าถ้วยแชมป์ให้กับทีม ภาพตัดฉับมาดูทีมชุดนี้ อะไรคือตัวสำรองแห่งความหวัง ไม่มี๊! มีแต่ตัวจริงที่น่าจับไปนั่งเป็นตัวสำรองทุกตัว! เฮ้อ! ต้องทำบุญ แก้กรรม หรืออาบน้ำมนต์วัดไหน  ผีถึงจะกลับมาไฉไลได้สักที สาธุ!


ดูข่าวต้นฉบับ

 

หนึ่งคำถาม ล้านคำตอบ !! เพราะเหตุใดแฟนผีแดงต้องรู้จัก “เจ้าชายซาอุฯ”

เพราะเหตุใดแฟนผีแดงต้องรู้จัก “เจ้าชายซาอุฯ”

ข่าว-บอลสเต็ป-768x403เหมือนว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลับมานอนเลียแผลอีกครั้ง หลังบุกไปแพ้ บอร์นมัธ 0-1 ที่สนาม ไวตาลิตี้ สเตเดี้ยม 1-0 โดยรูปเกมของพวกเขาอาจจะดูเหนือกว่านิดหน่อย แต่เกมรุกที่ยังคงเป็นปัญหา ยังถูกแก้ไม่หายทำให้ในตอนนี้ แพ้เป็นเกมที่ 4 จาก 11 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นที่เรียบร้อย

เจ้าของทีม แมนยู

ถึงอย่างไรยังมีข่าวที่เด็กผีแดงควรตื่นมาให้ความสนใจกันหน่อย เนื่องจากนี่อาจจะเป็นความหวังครั้งใหม่ของพลพรรคเร้ดอาร์มี่ทุกท่าน สำหรับชื่อของ โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่จะขอมาฮุบกิจกรรมแบบ 100% จาก ครอบครัวเกลเซอร์ที่เข้ามาเป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่ปี 2005 และดูเหมือนว่าผลงานจะถอยหลังเข้าคลองลงทุกปีๆ

เจ้าของทีม แมนยู

ทั้งนี้เป็นที่ยืนยันจาก โมอาด มาห์ชู๊บ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลและเครือราชวงศ์ของซาอุดิอาระเบีย ว่าแท้จริงแล้วเมื่อช่วงปีก่อน จนมาถึงปัจจุบันเจ้าชายก็คอยมองความเป็นไปได้ในการเทคโอเวอร์สโมสรแห่งนี้ ถึงขั้นเคยยื่นตัวเลขมา 2 ครั้ง แต่เจ้าของปัจจุบันชาวมะกันไม่สนใจใยดี เนื่องจาก ยูไนเต็ด ยังคงเป็นสโมสรที่ทำกำไรได้มากที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก แม้ผลงานจะสวนทางกันก็ตาม

เจ้าของทีม แมนยู

แต่ถึงอย่างไรในปี 2019 น่าจะเป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุด เมื่อพระองค์เองทรงออกมาโพสต์ถึง แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม โดยมีใจความว่า “ทำไมพวกคุณทุกคน (แฟนบอล) ต้องการให้ผมเข้าไปทำงานที่ยูไนเต็ด ได้โปรดช่วยบอกให้กระจ่างเสียที? “ เจ้าชายผู้มีทรัพสินอยู่มากกว่า 1 ล้านล้านปอนด์ (ประมาณ 42,690,800 ล้านบาท) กล่าวเจ้าของทีม แมนยู

เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่ถูกเรียกว่าเจ้าชายลงมายืนยันข่าวดังกล่าวด้วยตัวเอง มันก็มีทางเป็นไปได้สูงมาก เพราะหากตัวเขาต้องการอะไรมักจะไม่ค่อยพลาด แถมการดึงดีลของ ครอบครัวเกลเซอร์ ก็น่าจะมาจากการรอเงินค่าตัวสโมสรให้ได้สูงที่สุดตามที่พวกเขาต้องการ และมันคงจะใกล้ถึงเวลาที่ประวัติศาสตร์ต้องจาลึกการซื้อทีมที่ใช้เม็ดเงินมูลค่ามากที่สุด เอาะ! อาจจะไม่ใช่แค่วงการฟุตบอล แต่นี่น่าจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกีฬาโลกเลยทีเดียว

ส่องความรวยกันหน่อย…

เจ้าของทีม แมนยู

เจ้าของคฤหาสน์แพงที่สุดในโลก มูลค่าไม่มากไม่น้อยแค่ 230 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,820 ล้านบาท) แพงกว่าค่าตัว เนย์มาร์ นิดหน่อย แถมอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

เจ้าของทีม แมนยู

เรือยอร์ชใหญ่ติดอันดับโลก คนมีกะตังกับเรือยอร์ชมักเป็นของคู่กัน แต่หากมีเงินมากมายระดับนี้เรือที่มีต้องไม่ธรรมดา เข้าใช้ 380 ล้านปอนด์ (ประมาณ 16,225 ล้านบาท) ซื้อเรือยอชต์ขนาดใหญ่ 439 ฟุต จาก ยูริ ชีฟเลอร์ มหาเศรษฐีผู้ผลิตว้อดก้าของรัสเซีย เมื่อปี 2015

เจ้าของทีม แมนยู

ครอบครองรูปของ ดาวินชี ไแม้จะไม่มีการยืนยัน แต่หลายคนเชื่อว่า เจ้าชาย บิล ซัลมาน เป็นคนทุ่มเงินราว 340 ล้านปอนด์ (ประมาณ 14,540 ล้านบาท)  ประมูลภาพวาดของ ซัลวาตอร์ มุนดี ผลงานระดับ แรร์ ไอเท็ม ที่วาดโดย ลีโอนาร์โด ดาวินชี จิตรกรเอกของโลก เอาไปไว้ครอบครอง

เจ้าของทีม แมนยู

เจ้าของทีม แมนยู

เพื่อนๆที่คบไม่ธรรมดา ไปลองดูรูปกันแล้วกันว่าเขามีเส้นสายอยู่แทบทุกวงการ โดยการทุ่มซื้อผีแดงในครั้งนี้ หลายคนมั่นใจว่าเขาต้องการแข่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากกลุ่มทุน อาบูดาบี ยูเออี และ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง โดยเจ้าของ กาตาร์ สปอร์ตส์ อินเวสต์เมนท์

บทสรุปไทยลีก 2019

 

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

10 การเซ็นต์สัญญายอดแย่ของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ต้องบอกเลยว่าเสียดายเงินที่จ่ายไปจริงๆ

หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นทีมระดับโลกที่เต็มประด้วยประวัติศาสตร์ลูกหนังอย่างมากมายนั่นจึงทำให้สโมสรแห่งนี้สามารถดึงดูดให้นักฟุตบอลย้ายมาค้าแข้งกับพวกเขาได้ไม่ยากซึ่งก็มีทั้งนักเตะที่ฝีเท้าระดับโลกและนักเตะที่ฝีเท้าธรรมดาแวะเวียนกันมาค้าแข้งกับทีม หงส์แดง ไม่ขาดสาย แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้นักเตะดีๆมาร่วมทีมเสมอเพราะบางครั้งพวกเขาก็พลาดซื้อนักเตะที่เป็นการเว็นต์สัยญาที่ผิดพลาดอย่างแรงของพวกเขาด้วยเหมือนกัน

_______________________________________________________________________________________

10. Fernando Morientes

■ย้ายมาจากทีม : เรอัล มาดริด (6.3 ล้านปอนด์) / ปี 2005–2006

“เฟอร์นันโด มอริเอนเตส” อดีตหัวหอกผมสลวยสวยเก๋ชาว สเปน เขาย้ายจากทีม ราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2005 ด้วยค่าตัว 6.3 ล้านปอนด์

มอริเอนเตส โชว์ฟอร์มได้ดีพอสมควรสมัยที่อยู่กับ ราชันย์ชุดขาว ยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึงตัวเขามาร่วมทีมเพราะหวังว่า ฟอร์มการยิงประตูที่โดดเด่นของเขาไม่ว่าจะเป็นลูกโหม่งหรือการเข้าฮอสที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขานั้นจะช่วยผลิตสกอร์ให้ ลิเวอร์พูล ได้เป็นกอบเป็นกำเพื่อนำพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง แถมแฟนบอลยังความหวังว่าเขาจะเข้ามาสืบทอดตำแหน่งกอหน้าเบอร์ 9 แทนที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตำนานของทีม หงส์แดง ที่อำลาทีมไป แต่แล้วแฟนบอล หงส์แดง กลับต้องผิดหวังและเซ็งสุดๆเมื่อ มอริเอนเตส ลืมพกฟอร์มเก่งในการลั่นสกอร์เหมือนสมัยที่อยู่กับ เรอัล มาดริด มาด้วยทำให้เขายิงประตูในทุกรายการให้กับ หงส์แดง ได้เพียง 12 ประตูตลอดการค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ 2 ปี ก่อนที่จะถูกเลหลังขายทิ้งไปให้กับ บาเลนเซีย ด้วยราคาที่ขาดทุนอีกต่างหาก เรียกได้ว่าซื้อมาใช้ไม่คุ้มไม่พอยังขาดทุนจากการขายทิ้งออกไปจากทีม ไม่มีอะไรดีจริงๆสำหรับการดึงตัว มอริเอนเตส มาร่วมทีมของ หงส์แดง

 

_______________________________________________________________________________________

9. Robbie Keane

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Robbie Keane

■ย้ายมาจากทีม : ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (19 ล้านปอนด์) / ปี 2008–2009

“ร็อบบี้ คีน” หัวหอกฝีเท้าดีชาว ไอร์แลนด์ เขาย้ายจากทีม ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2008 ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์

ร็อบบี้ คีน จัดว่าเป็นกองหน้าที่มีฝีเท้าระดับต้นๆของพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียวเพราะสมัยที่เขาอยู่กับทีม ไก่เดือยทอง เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงยิงประตูได้เป็นกอบเป็นชนิดที่ว่าถ้าได้ง้างเท้าเตรียมใส่สกอร์ได้เลย ทำให้ ลิเวอร์พูล จัดการคว้าตัวเขามาร่วมทีมเพื่อหวังให้เขาจับคู่กับ เฟอร์นันโด ตอเรส ช่วยกันถล่มประตูให้กับทีม หงส์แดง แต่ความจริงช่างเจ็บปวดยิ่งหนักสำหนับแฟนบอล หงส์แดง เพราะ ร็อบบี้ คีน ไม่เคยเล่นได้เฉียดใกล้กับฟอร์มอันร้อนแรงสมัยที่อยู่กับ สเปอร์ส เลยแม้แต่นัดเดียว แถมยังเล่นไม่เขาขากับ ตอเรส อีกต่างหาก ทำให้เขาได้ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล ไปทั้งหมด 28 นัด ยิงประตูได้เพียงน้อยนิดแค่ 7 ประตู ตลอดการค้าแข้งกับที หงส์แดง และเขาค้าแข้งอยู่กับ หงส์แดง เพียงแค่ฤดุกาลเดียวก็โดยถีบหัวส่งขายกลับไปให้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ด้วยราคาที่ขาดทุนย่อยยับ ทั้งๆที่เพิ่งซื้อมาใช้งานได้ปีเดียวด้วยราคาสูงถึง 19 ล้านปอนด์ เป็นการเซ็นต์สัญญาที่แย่ของ หงส์แดง จริงๆ

 

_______________________________________________________________________________________

8. Bruno Cheyrou

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Bruno Cheyrou

■ย้ายมาจากทีม : ลีลล์ (5.53 ล้านปอนด์) / ปี 2002–2006

“บรูโน่ เชย์รู” อดีตมิดฟิลด์ฉายา นิวซีดาน ชาว ฝรั่งเศส เขาย้ายจากทีม ลีลล์ มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2002 ด้วยค่าตัว 5.53 ล้านปอนด์

เชย์รู ฉายแววว่าจะเป็นยอดมิดฟิลด์ออกมาสมัยอยู่กับ ลีลล์ เขาเล่นได้โดดเด่นเป็นอย่างมากในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น นิวซีดาน ลิเวอร์พูล จึงไม่รอช้าจัดการคว้าตัวเขามาร่วมทีมเพื่อหวังว่าจะให้มาคอยบัญชาเกมให้ หงส์แดง และเพียงเกมแรกที่เขาลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดอุ่นเครื่องพบกับ เรอัล มาดริด เขาก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีจนแฟนบอลต่างก็พากันคิดไปว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกเหมือนกับ ซีดาน รุ่นพี่ของเขาในทีมชาติได้แน่ๆ แต่ดูเหมือนว่าฟอร์มอันโดดเด่นของเขาในเกมพบกัน เรอัล มาดริด นั้นเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้นเพราะหลังจากนั้นเขาก็เหมือนกับเป็นคนละคนไปเลยโชว์ฟอร์มได้ไม่เอาไหน จนตกเป็นตัวสำรองและไม่ค่อยได้ลงสนาม โดยตลอดเวลาที่เขาค้าแข้งกับทีม หงส์แดง 2 ปี เขายิงประตูให้ทีมได้เพียง 5 ประตูเท่านั้น ก่อนที่จะถูกส่งตัวให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งาน กลายเป็นว่าฉายา นิวซีดาน ที่เขาเคยได้รับการยกย่องนั้น เขาเป็นได้แค่ของปลอมทำเหมือนเท่านั้น

 

_______________________________________________________________________________________

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Andriy Voronin

■ย้ายมาจากทีม : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (ฟรี) / ปี 2007–2010

“อังเดร โวโรนิน” อดีตหัวหอกไอ้หนุ่มผมยาวชาว ยูเครน เขาย้ายจากทีม ห้างขายยา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2007 แบบไร้ค่าตัว

โวโรนิน จัดว่าเป็นกองหน้าที่เทคนิคดีคนหนึ่งเลยทีเดียว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่กองหน้าประเภทที่ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ แต่สถิติการยิงประตูของเขากับ เลเวอร์คูเซ่น ก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไรเลย ทำให้เมื่อเขาหมดสัญญากับห้างขายยา ลิเวอร์พูล จึงจัดการคว้าตัวเขามาร่วมทีมเพื่อเสริมแนวรุกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งการที่เขาเป็นถึงกองหน้าตัวจริงของทีมชาติ ยูเครน ก็น่าจะการันตีถึงคุณภาพฝีเท้าของเขาได้เป็นอย่างดี แต่อนิจจา โวโรนิน ประสบความล้มเหลวอย่างจังในการมาค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล เพราะเขาไม่สามารถปรับตัวในการเล่นพรีเมียร์ลีกได้ แถมยังมีสถิติการยิงประตูให้กับทีม หงส์แดง แบบน่ารักน่าชังมากๆด้วยจำนวน 6 จากการลงสนาม 38 นัดในระกว่าง 3 ปีที่อยู่กับทีม

แถมยังถูกส่งไปให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานในปี 2008 อีกด้วย และถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะไม่เสียเงินซื้อตัวเขาซักบาท

แต่ค่าเหนื่อยที่จ่ายให้กับเขาตลอด 3 ปีที่เขาอยู่กับทีม หงส์แดง ต้องบอกเลยว่าไม่คุ้มค่ากับค่าเหนื่อยที่เสียไปจริงๆ

 

_______________________________________________________________________________________

6. Salif Diao

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Salif Diao

■ย้ายมาจากทีม : เซอด็อง (4.7 ล้านปอนด์) / ปี 2002–2005

“ซาลีฟ ดิเยา” อดีตมิดฟิลด์ตัวรับชาว เซเนกัล เขาย้ายจากทีม เซอด็อง มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2002 ด้วยค่าตัว 4.7 ล้านปอนด์

ดิเยา โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในศึกฟุตบอลโลก 2002 ซึ่ง เซเนกัล เพิ่งจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ทำให้ ลิเวอร์พูล เกิดอาการปิ้งเข้าอย่างจัง ไม่เช็คฟอร์มการเล่นย้อนหลังของเขาซะก่อนจัดการดึงตัวเขามาร่วมทีมหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2002 หลังจากที่เขามาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลแรกเขาได้รับโอกาสลงสนามบ่อยมากๆ แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นให้ดีได้เหมือนที่เคยทำในฟุตบอลโลก 2002 ออกมาได้เลย ทำให้ในช่วงปีหลังๆ เขาไม่ค่อยได้ลงสนามให้กับ หงส์แดง มากเท่าไหร่ จนถูกส่งให้ไปทีม เบอร์มิ่งแฮม ยืมตัวไปใช้งานในปี 2004 ช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และยังถูกส่งไปให้ทีม พอร์ทสมัธ ยืมตัวไปใช้งานอีกในปี 2005 ก่อนที่ หงส์แดง จะเลหลังปล่อยเขาออกจากทีมไปอยู่กับ สโต๊ค ซิตี๊ ในปี 2006 นับได้ว่าเป็นการซื้อตัวที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งเพราะการที่ซื้อตัวนักเตะที่เล่นดีแค่ในช่วงทัวร์นาเม้นท์ระดับชาติซึ่งเป็นรายการระยะสั้นนั้นนับว่าเสี่ยงเป็นอย่างมาก

 

_______________________________________________________________________________________

5. El Hadji Diouf

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ El Hadji Diouf

■ย้ายมาจากทีม : ล็องส์ (10 ล้านปอนด์) / ปี 2002–2005

“เอล ฮัดจิ ดิยุฟ” อดีตหัวหอกแบดบอยชาว เซเนกัล เขาย้ายจากทีม ล็องส์ มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2002 ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์

ดิยุฟ เป็นนักเตะที่มีทักษาะดีคนหนึ่งเลยทีเดียว โดดเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในศึกฟุตบอลโลลก 2002 นักที่ เซเนกัล พลิกล้อค เอาชนะ ฝรั่งเศส ทำให้แมวมองจากทีมชั้นนำในตอนนั้นต่างก็จับตาดูฟอร์มเขาเพื่อหวังจะดึงตัวมาร่วมทีมหลังจบรายการฟุตบอลโลก 2002 แต่กลายเป็นทีม ลิเวอร์พูล ที่หน้ามืดกลัวทีมอื่นมาแย่งตัว ดิยุฟ จึงควักเงิน 10 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัว ดิยุฟ มาร่วมทีม และเพียงแค่นัดแรกของเขากับทีม หงส์แดง เขาก็เปิดตัวได้อย่างสวยงาม ลั่นไปได้ถึง 2 ประตู แต่มันก้เหมือนการจุดพลุขึ้นฟ้ายังไงยังงั้นเพราะหลังจากนั้นฟอร์มของเขาก็ค่อยๆถอยหลังลงคลองเหมือนกลับพลุที่จุดขึ้นไปบนฟ้าแล้วค่อยๆดับลง และภาพที่แฟนบอลเห็นจนชินตาก็คือภาพที่ ดิยุฟ เอาแต่เลี้ยงบอลไม่ยอมส่ง เล่นบอลคนเดียว จน ลิเวอร์พูล หมดความอดทน ส่งเขาไปให้ โบลตัน ยืมตัวไปใช้งานในปี 2004 ก่อนที่จะถูกขายทิ้งออกจากทีมไปให้กับ โบลตัน อย่างถาวร ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เขาทำผลงานได้ไม่คุ้มค่าเงิน 10 ล้านปอนด์ที่ ลิเวอร์พูล ลงทุนเป็นค่าตัวของเขาแม้แต่นิดเดียวเลยจริงๆ

 

_______________________________________________________________________________________

4. Alberto Aquilani

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Alberto Aquilani

■ย้ายมาจากทีม : โรม่า (17.1 ล้านปอนด์) / ปี 2009–2012

“อัลแบร์โต้ อาควีลานี่” มิดฟิลด์หน้าหยกชาว อิตาลี่ เขาย้ายจากทีม หมาป่ากรุงโรม โรม่า มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2009 ด้วยค่าตัว 17.1 ล้านปอนด์

อาควีลานี่ เป็นมิดฟิลด์ที่มีทักษะจัดว่าดีเลยทีเดียว ในสมัยที่เขาลงเล่นให้กับทีม โรม่า เขาโชว์ฟอร์มได้ดีมากๆ

เบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางของทีมได้มาทั้งๆที่ในทีม โรม่า ตอนนั้นมีทั้ง ต๊อดติ และ เด รอสซี่ ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดกองกลางทั้งคู่ ทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจคว้าเขามาร่วมทีมเพราะเห็นว่าฟอร์มการเล่นของเขาน่าจะเข้ามาช่วยยกระดับการเล่นของทีมให้ดีขึ้นได้แน่นอน แต่ความเป็นจริงมันไม่เป็นแบบที่หวังไว้เลยซักนิดเมื่อ อาควีลานี่ ปรับตัวเขากับระบบของทีมไม่ได้เลย แม้จะถูกส่งลงสนามอยู่บ่อยๆเพื่อให้เรียกความมั่นใจในการเล่นกลับมาฟอร์มของเขาก็ยังแย่อยู่เช่นเดิมแถมยังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยๆอีกต่างหาก ทำให้ในปี 2010 ลิวเอร์พูล ส่งเขาให้ ยูเวนตุส ยืมตัวไปใช้งาน ซึ่งเขาทำผลงานให้ทีม ยูเวนตุส ได้เป็นอย่างดีเหมือนสมัยที่อยู่กับ โรม่า และก็ย้ายไปเล่นแบบยืมตัวต่อในปี 2011 กับทีม เอซี มิลาน ก่อนที่จะถูก ลิเวอร์พูล ขายทิ้งแบบขาดทุนให้กับทีม ฟิออเรนติน่า ไปในปี 2012 สรุปแล้วเขาได้ลงสนามเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น แถมยังไม่ได้โชว์ฟอร์มให้สมกับค่าตัว 17.1 ล้านปอนด์ แม้แต่ซักนิด

 

_______________________________________________________________________________________

3. Christian Benteke

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Alberto Aquilani

■ย้ายมาจากทีม : แอสตัน วิลล่า (32.5 ล้านปอนด์) / ปี 2015-ปัจจุบัน

“คริสติย็อง เบนเตเก้” “คริสติย็อง เบนเตเก้” หัวหอกผิวสีชาว เบลเยี่ยม เขาย้ายจากทีม แอสตัน วิลล่า มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2015 ด้วยค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์

เบนเตเก้ แจ้งเกิดในเวลทีพรีเมียร์ลีกกับทีม แอสตัน วิลล่า ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มร้อนแรงยิงประตูให้กับ แอสตัน วิลล่าได้อย่างมากมาย แถมเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องเลยทีเดียวเพราะทั้งยิงทั้งโหม่งพี่แกทำได้ดีทั้งหมด ทำให้ในปี 2015 ลิเวอร์พูล ยอมวอดวายเงินจำนวนมหาศาลถึง 32.5 ล้านปอนด์ เพื่อไปดึงตัวเขามาร่วมทีม ซึ่งในช่วงแรกๆที่เขามาอยู่กับทีม ลิเวอร์พูล เขาก็โชว์ฟอร์มได้ดีเลย แต่พอเข้าสู่ครึ่งฤดูกาลหลังเขากลับโชว์ฟอร์มไม่ออก เหมือนกลายเป็นคนละคนกับเมื่อตอนต้นฤดูกาล แถมยังพลาดโอกาสยิงประตูง่ายๆอย่างน่าเกลียดหลายๆครั้งด้วย ทำให้ช่วงหลังๆของฤดูกาล 2015 เขาตกเป็นตัวสำรองอันดับสุดท้ายในตำแหน่งกองหน้าของทีม หงส์แดง แถมยังมีข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีม หงส์แดง เตรียมขายเขาพ้นทีมเพราะมองว่าไม่อยู่ในแผนการทำทีมเพราะเล่นไม่เข้ากับระบบของทีม หงส์แดง ซึ่งถ้านับจากผลงานในสนามเทียบกับค่าตัวอันมหาศาลของเขาแล้วบอกได้เลยว่า เสียดายเงินค่าตัวของเขาจริงๆ เพราะพี่แกเพิ่งยิงให้ลิเวอร์พูลได้แค่ 10 ประตูรวมทุกรายการเท่านั้นเอง

 

_______________________________________________________________________________________

2. Mario Balotelli

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

■ย้ายมาจากทีม : เอซี มิลาน (16 ล้านปอนด์) / ปี 2014-ปัจจุบัน

“มาริโอ บาโลเตลี่” หัวหอกแบดบอยพรสวรรค์สูงชาว อิตาลี่ เขาย้ายจากทีม ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2015 ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์

บาโลเตลี่ ชื่อของเขานั้นการันตีความเกรียนมากกว่าฝีเท้าของเขาอย่างแน่นอนเพราะไม่ว่าเขาจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน เขามักจะก่อเรื่องปวดหัวให้กับต้นสังกัดอยู่เสมอ และไม่รู้ว่า ลิเวอร์พูล เกิดอาการหน้ามืดหรือมีอะไรดลใจก็มิอาจทราบได้ ถึงได้ไปคว้าตัว บาโลเตลี่ มาร่วมทีมในปี 2014 ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ แน่นอนว่าฝีเท้าของเขานั้นไม่ธรรมดาและชื่อเสียของเขานั้นก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเพราะมักจะโดนวิจารณ์อยู่บ่อยๆว่าชอบเล่นฟุตบอลตามใจตัวเองมากกว่าทุ่มเทเพื่อทีมซึ่ง ลิเวอร์พูล ซาบซึ้งถึงทรวงเลยเมื่อ บาโลเตลี่ ไม่ได้ทำผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้กับทีม หงส์แดง ให้สมกับค่าตัว 16 ล้านปอนด์ที่ ลิเวอร์พูล จ่ายไปเลยแม้แต่น้อยจน ลิเวอร์พูล หมดความอดทนส่งเขากลับไปอยู่กับ เอซี มิลาน ทีมเก่าของเขาด้วยสัญญายืมตัว แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้อยู่ดี และแม้ว่าตอนนี้เขาจะกลับมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แต่เขาก็ไม่รู้อนาคตของตัวเองเลยเพราะว่าเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีม ลิเวอร์พูล อีกต่อไปแล้ว แถมยังไม่มีทีมไหนที่จะมาขอเซ้งเขาไปใช้งานต่อเพราะนิสัยที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพของเขานั่นเอง เรียกได้ว่า การคว้าตัว บาโลเตลี่ มาร่วมทีมของ ลิเวอร์พูล นั้นเป็นหายนะอย่างแท้จริง

 

_______________________________________________________________________________________

1. Andy Carroll

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

■ย้ายมาจากทีม : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (35 ล้านปอนด์) / ปี 2011–2013

“แอนดี้ แคร์โรล” หัวหอกร่างโย่งชาว อังกฤษ เขาย้ายจากทีม สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2011 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

แคร์โรล โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงให้กับ นิวคาสเซิ่ล เขายิงประตูได้อย่างถล่มทลายทั้งๆยังเป็นดาวรุ่ง แถมยังเป็นกองหน้าที่ยิงคมและโหม่งดีมากๆ ทำให้ในปี 2011 ลิเวอร์พูล หอบเงิน 35 ล้านปอนด์ไปกระชากตัวเขามาร่วมทีม เพราะหวังจะให้เขาเข้ามาช่วยผลิตสกอร์ให้กับทีม หงส์แดง อย่างที่เขาเคยทำได้สมัยที่อยู่กับ นิวคาสเซิ่ล แต่เขากลับไม่เคยเล่นได้ใกล้เคียงกับฟอร์มเดิมที่เคยทำได้สมัยที่อยู่กับ นิวคาสเซิ่ล แม้แต่ซักนิดเดียว เขาอยู่กับ หงส์แดง 3 ฤดูกาล ยิงให้ทีมได้แค่ 11 ประตูเท่านั้น นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าตัวอันมหาศาลของเขา ถ้าหากเจาะลึกลงไปกว่านั้นเท่ากับว่า ลิเวอร์พูล จ้างเขามายิงประตูให้ทีม ตกลูกละประมาณ 3 ล้านปอนด์กว่าๆ แบบนี้ถ้าไม่ยกให้เป็นการเซ็นต์สัญญาที่แย่ที่สุดของพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรแล้วล่ะครับ

บทสรุปปิดฉากไทยลีก 2019

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

4db1bce0cf67097cfd66a5270180a5f0รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

หดหู่เกินทน !! ตามหา “โจ๊กเกอร์” ตัวใหม่ ที่น่าจะ “ใช่” สำหรับผี

คงจะเป็นการให้เวลามาพอสมควรแล้วสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ในตอนนี้พวกเขาทำลายทุกสถิติ (แย่ๆ) และดูเหมือนกำลังก้าวถอยหลังไปทีล่ะนิดๆ แม้กระแสข่าวจะโหมกระหน่ำย้ำหัวใจแฟนบอลว่า ผู้บริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่คิดจะพิจารณา ปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเร็ววันนี้ แต่ทว่าสวนทางกับสื่อ และเว็ปพนันถูกกฏหมาย ที่ยกให้กุนซือหน้าทารกเป็นเต็ง 2 ที่จะตกงาน ถึงขั้นบอกอีกว่า หาก 1 ใน 4 แคนดิเดตต่อจากนี้ตกปากรับคำ เราอาจจะเห็นโจ๊กเกอร์ คนใหม่ที่เข้ามารับบทบาทนี้แทนทันที

คงจะเป็นการให้เวลามาพอสมควรแล้วสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ในตอนนี้พวกเขาทำลายทุกสถิติ (แย่ๆ) และดูเหมือนกำลังก้าวถอยหลังไปทีล่ะนิดๆ แม้กระแสข่าวจะโหมกระหน่ำย้ำหัวใจแฟนบอลว่า ผู้บริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่คิดจะพิจารณา ปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเร็ววันนี้ แต่ทว่าสวนทางกับสื่อ และเว็ปพนันถูกกฏหมาย ที่ยกให้กุนซือหน้าทารกเป็นเต็ง 2 ที่จะตกงาน ถึงขั้นบอกอีกว่า หาก 1 ใน 4 แคนดิเดตต่อจากนี้ตกปากรับคำ เราอาจจะเห็นโจ๊กเกอร์ คนใหม่ที่เข้ามารับบทบาทนี้แทนทันที

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

หดหู่เกินทน !! ตามหา "โจ๊กเกอร์" ตัวใหม่ ที่น่าจะ "ใช่" สำหรับผี

เอาง่ายๆ เลย หากต้องปลดเดี่ยวนี้ และไม่ต้องพะวงเรื่องของการไม่รับงานชื่อนี้น่าจะปิดจ็อบเร็วสุดๆ เพราะ นายใหญ่ชาวอิตาเลียนนั่งว่างานอยู่บ้าน หลังเจ้าตัวตัดสินใจแยกทางกับ ยูเวนตุส ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และหากพูดถึงในเรื่องของประสบการณ์ กุนซือวัย 52 ปี มีครบ ทั้งการพาทีมคว้าแชมป์ การผ่านร้อน ผ่านหนาว และตอนนี้เจ้าตัวเข้าคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมมาหาประสบการณ์ใหม่บนเกาะอังกฤษ ซึ่งชื่อชั้นระดับนี้ ยังไงก็ต้องเป็นทีม บิ๊ก 6 เท่านั้น

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

หดหู่เกินทน !! ตามหา "โจ๊กเกอร์" ตัวใหม่ ที่น่าจะ "ใช่" สำหรับผี

คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับแฟนบอลทั้งไทย และเทศ เนื่องจากเจ้าตัวถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ในการเข้ามารับงานแทน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพราะด้วยผลงานที่ร้อนแรงเกินห้ามใจในปีก่อน กับการพาทีมติด ท็อป 4 หลายปีติดต่อกัน แถมไปได้ไกลถึงรองแชมป์ถ้วยหูใหญ่ ทว่าในปีนี้กลับกลายเป็นหนังคนล่ะม้วน เจ้าตัวทำผลงานได้แป้กสุดๆ ทว่าหลายคนมองถึงเรื่องทุนทรัพย์ที่ทีมจากลอนดอน มักจะไม่ค่อยซัปพอร์ตเขามากนัก หากโยกมาคุมผีแดง และได้ลองใช้สมอง บวกกับปัจจัยที่เหมาะสม ก็น่าจะเสี่ยงลองดู

เอ็ดดี้ ฮาว

หดหู่เกินทน !! ตามหา "โจ๊กเกอร์" ตัวใหม่ ที่น่าจะ "ใช่" สำหรับผี

ยังอยู่ในเกาะอังกฤษ หากจะบอกว่าโค้ชโนเนมยังไม่เข็ดที่จะดึงตัวเข้ามา ชื่อนี้น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะเมื่อครั้งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือโปรตุกีส โดนตะเพิดพ้นจากทีม ฮาว คือตัวเต็งที่จะเข้ามาหาความท้าทายใหม่ในรังผีแดง เนื่องจากมีสไตล์การทำทีมที่เน้นเกมรุกที่มีความสนุกเร้าใจ เอนเตอร์เทนแฟนบอล สร้างความแตกต่างในระบบการเล่นได้แน่ๆ แต่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะเจ้าตัวคือกุนซือที่อายุเพียงแค่ 41 ปี แถมโปรไฟล์ที่ดีที่สุดคือพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุด 4 ซีซั่น เพราะหากเลือกช้อยนี้ คุณต้องให้เวลากับเขาสร้างทีม หากใจร้อนเร่งรีบ คงต้องผ่านไปสำหรับดีลนี้

ซีเนดีน ซีดาน

หดหู่เกินทน !! ตามหา "โจ๊กเกอร์" ตัวใหม่ ที่น่าจะ "ใช่" สำหรับผี

อาจจะยากที่สุดในตัวเลือกทุกๆ อันที่กล่าวมา แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้ กุนซือเลือดน้ำหอมพา เรอัล มาดริด เดินหน้าเต็มกำลังแบบครั้งแรกที่คุมทัพไม่ได้อีกแล้ว อาจจะด้วยขุมกำลังที่อยุ่ในการถ่ายเลือดใหม่ ทำให้ผลงาน 3 วันดี 4 วันไข้ อาจจะไม่ถูกใจท่านประธาน และทีมอย่าง ราชัน หากไม่ชอบใจใคร ที่ทำดีมาไม่เคยอยู่ในสายตาอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ฟอลเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรหมายที่ต้องการกลับมาทวงบัลลังก์โดยเร็ว อาจจะตัดสินใจทำอะไรที่หลายคนคาดไม่ถึง และเมื่อถึงเวลานั้นการที่ ซีดาน จะโยกมาดวลกับ เป็ป ในลีกอังกฤษ อย่างที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้น ก็อาจจะเป็นจริงได้ในอนาคต

เจ๋งสุดในไทย! เจ ชนาธิป มีค่าพลังสูงสุดของแข้งไทยใน FIFA 20

ชนาธิป พลังมากสุดของนักเตะไทยที่เล่นในลีก J1 จากเกม FIFA 20…

ค่ายเกมส์ระดับโลกอย่าง EA SPORTS ผู้ผลิตเกมฟุตบอลชื่อดังอย่าง FIFA 20 ได้มีทีมงานคอยรวบรวมสถิติจากการแข่งขันจริงในโลกปัจจุบัน ก่อนนำมาแปลงค่าลงในเกมดังกล่าว โดยมีการใส่ค่าพลังของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกขวัญใจชาวไทยจากสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร มาเป็นอันดับ 1 ของนักเตะไทยที่ค้าแข้งใน J1 ลีกของญี่ปุ่น ตามด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มิดฟิลด์พลังไดนาโมที่ บีจี ปทุมฯ ปล่อยยืมให้ โออิตะ ทรินิตะ ไปใช้งานในฤดูกาล 2019 มีค่าพลังเป็นอันดับ 2 และ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายชาวไทยที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ปล่อยยืมตัวให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในฤดูกาล 2019 เช่นเดียวกัน มีค่าพลังเป็นอันดับ 3

ส่วนนักเตะที่ค้าแข้งใน J1 ลีกของญี่ปุ่นที่มีค่าพลังเยอะสุดเป็น อันเดรส อิเนียสต้า ยอดมิดฟิลด์ชาวสเปนจากสโมสร วิสเซล โกเบ (ค่าพลัง 83)

โดยค่าพลังของนักเตะไทยทั้ง 3 คนมีดังต่อไปนี้…

มุสตาฟี่ บอก ไม่เริ่มสงครามกับ อาร์เซนอล แน่แม้พลาดโอกาสย้าย-ลงสนาม

ชโคดราน มุสตาฟี่ ปราการหลังจอมเหวอของ ‘ไอ้ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล เปิดเผยผ่านสื่อ เขาจะไม่เปิดสงครามกับต้นสังกัดของตนแน่นอน แม้เจ้าตัวจะพลาดโอกาสย้ายออกไปเล่นกับสโมสรอื่นๆ ในช่วงตลาดซื้อขายหน้าร้อนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ อูไน เอเมรี่ กุนซือหน้าโลกิ ของ ‘เดอะ กันเนอร์ส’ แจ้งทั้ง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ และ ชโคดราน มุสตาฟี่ ให้ย้ายออกไปหาเวลาลงสนามกับสโมสรอื่นๆ ได้ ซึ่ง ‘บังโม’ ตัดสินใจหนีไปร่วมทีม เบซิคตัส ในลีกสูงสุดประเทศตุรกี ในขณะที่ ‘บังมุส’ ยังคงลงซ้อมกับ อาร์เซนอล ต่อไป

แต่หลังจากเกมบุกไปเสมอกับ วัตฟอร์ด 2-2 นายใหญ่ชาวสแปนิช ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า มุสตาฟี่ ยังคงมีอนาคตในกรุงลอนดอนเหนือ แถมเจ้าตัวยังเป็นคนตัดสินใจที่จะอยู่โยงกับสโมสรต่อไป ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับโอกาสลงสนาม 90 นาทีเต็มกับ แฟร้งค์เฟิร์ต ใน ยูโรป้าลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

gettyimages-1175782442-2048x2048.jpg

มุสตาฟี่ ให้สัมภาษณ์หลังเกมเอาชนะ 3-0 ดังกล่าวว่า “ผมไม่เคยเป็นคนประเภทที่จะ ‘เปิดศึก’ เวลาที่อะไรบางอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ – ผมพูดอยู่เสมอว่า ‘ถ้าเป็นไปได้ ผมพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า แต่ถ้าไม่ ผมก็จะขอเล่นฟุตบอลในแบบของผมต่อไป‘”

“พ่อของผม ซึ่งรับหน้าที่เป็นเอเย่นต์ด้วยนั้น มีโอกาสคุยกับสโมสรไปแล้ว ผมเป็นผู้เล่นของ อาร์เซนอล และยังเหลือสัญญากับทีมอีกตั้ง 2 ปี – ผู้จัดการทีมมองผมในแบบเดียวกับที่เขามองผู้เล่นคนอื่นๆ ในสโมสร นั่นคือเหตุผลที่ผมได้ลงสนามในวันนี้ มันก็แค่นั้นแหละ”

“เราค่อยมาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต” มุสตาฟี่ ทิ้งท้าย