11 นักเตะยอดเยี่ยม & โค้ชยอดเยี่ยม ไทยลีกนัดที่ 5 (ฤดูกาล 2020-21)

หลังพักเบรกหนีโควิด-19 ไปนานกว่า 6 เดือน ศึกไทยลีก กลับมาลงสนามกันต่อในนัดที่ 5 ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นักเตะคนไหนจะโชว์ฟอร์มเข้าตา จนติดโผทีมยอดเยี่ยมบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย กับ 11 นักเตะ & โค้ช ยอดเยี่ยม ไทยลีกนัดที่ 5 (ฤดูกาล 2020-21)

หลังพักเบรกหนีโควิด-19 ไปนานกว่า 6 เดือน ศึกไทยลีก กลับมาลงสนามกันต่อในนัดที่ 5 ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นักเตะคนไหนจะโชว์ฟอร์มเข้าตา จนติดโผทีมยอดเยี่ยมบ้างนั้น ไปเช็คกันได้เลย

11 นักเตะ & โค้ช ยอดเยี่ยม ไทยลีกนัดที่ 5 (ฤดูกาล 2020-21)

ผู้รักษาประตู

พีระพงษ์ เรือนนินทร์

พีระพงษ์ เรือนนินทร์  : สุโขทัย เอฟซี

ในสัปดาห์นี้มีผู้รักษาประตูที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมหลายราย แต่ที่ต้องยกให้มีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าชัยคงต้องเป็น พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ที่ออกแรงเซฟช่วยทีมไว้ได้หลายครั้ง จนนำมาซึ่งชัยชนะเหนือกิเลนผยองครั้งแรก

 

กองหลัง

นุกูลกิจ ครุฑใหญ่

สุริยา สิงห์มุ้ย : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้า 3 แต้มในนัดนี้ นอกจากเกมรุกที่คอยเติมและเปิดบอลให้เพื่อนลุ้นทำประตูได้หลายจังหวะแล้ว เกมรับก็เล่นงานแข้งประจวบได้ดีเช่นกัน

ควอน แด ฮี : โปลิศ เทโร เอฟซี

ถึงแม้จะเสียไป 1 ประตูในเกมนี้ แต่โดยภาพรวม ควอน แด ฮี กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยป้องกันในจังหวะอันตรายๆ ไว้ได้หลายครั้ง ก่อนที่ไฟสนามจะตัดจบไว้เพียงแค่นาทีที่ 88

นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ : สุโขทัย เอฟซี

นุกูลกิจ เป็นแนวรับที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมากๆในเกมที่ สุโขทัย เปิดรังรับ เมืองทอง หลังจากคอยตามประกบ แดร์เลย์ จนไม่สามารถทำผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอัน ช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตไปได้ในนัดนี้

 

กองกลาง

ปาณเดชา เงินประเสริฐ

โชติภัทร พุ่มแก้ว : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

มีส่วนสำคัญช่วยให้ สิงห์ เชียงรายฯ ประเดิม 3 แต้มแรก ในแมตช์รีสตาร์ท หลังจากที่คอยป้องกันเกมรับ และยังสร้างความอันตรายในเกมรุก ก่อนซัดประตูช่วยทีมเก็บชัยได้สำเร็จ

ยูโตะ โอโนะ : สมุทปราการ ซิตี้

แข้งชาวญี่ปุ่นใช้โอกาสได้ไม่เปลือง หลังมีจังหวะเพียงน้อยนิด ก็ซัด 1 ประตูช่วยทีมและเป็นประตูชัยในเกมสุมทรปราการ เปิดรังรับ ระยอง โดยปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมไปอย่างสวยงาม

ปาณเดชา เงินประเสริฐ : สุพรรณบุรี เอฟซี

เป็นนักเตะที่โดดเด่นมากที่สุดในเกมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเกมรับที่คอยป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ในส่วนของเกมรุกก็สร้างความอันตรายได้หลายจังหวะ ก่อนเบิกสกอร์แรกให้กับทีมในเกมนี้ด้วย

กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ : สุพรรณบุรี เอฟซี

แม้พักเบรกหนีโควิด-19 ไปนานหลายเดือน แต่แข้งรายนี้ก็ยังรักษาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดย กษิดิ์เดช สร้างความอันตรายในเกมรุกได้หลายครั้ง ก่อนที่จะโยกหลอกแนวรับ โคราช ซัดเต็มข้อช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2-0 และเก็บคลีนชีตได้

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ยังคงสร้างความอันตรายในแดนกลาง มีบทบาททั้งในเกมรับและเกมรุก พยายามหาจังหวะสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม และจัดไปได้ 1 แอสซิสต์ ช่วยทีมประเดิมเก็บชัยหลังโควิด-19

 

กองหน้า

แฮร์ริสัน ไคออน

ฮิบสัน เมโล่ : สุโขทัย เอฟซี

คอยสร้างความอันตรายให้กับแนวรับของเมืองทองอยู่หลายจังหวะ มีบทบาทกับเกมตลอด 90 นาทีในสนาม ก่อนจะโซโล่เดี่ยวจากกลางสนามแหวกผู้เล่นเมืองทองมาซัดประตูชัยให้กับทีม

แฮร์ริสัน ไคออน : ชลบุรี เอฟซี

ถือเป็นผู้เล่นที่สร้างความอันตรายมากที่สุดในเกมรุกของ ชลบุรี ในเกมนี้ นอกจากจะเป็นคนที่มีส่วนกับ 3 ประตูที่เกิดขึ้นแล้ว ไคออน ยังจัดการซัดคนเดียวไปถึง 2 ประตู ช่วยให้ ชลบุรี เปิดรังเอาชนะ ตราด ไปได้ 3-2

 

หัวหน้าผู้ฝึกสอน

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค : โปลิศ เทโร เอฟซี

สัปดาห์นี้มีกุนซือทำผลงานได้ดีหลายราย แต่ต้องขอยกตำแหน่งยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ให้กับ “โค้ชอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค แม้ผู้เล่นในทีมจะดูเป็นรองกว่า การท่าเรือ เอฟซี อยู่หลายขุม แต่ก็สามารถรับมือได้อย่างยอดเยี่ยม

บทสรุปไทยลีก 2019

 

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

ที่นี่อินโด “นักเตะมาเล” ยืนเรียงแถวขึ้นรถหุ้มเกราะออกจากสนาม

ชมคลิป “นักเตะมาเล” กำลังยืนเรียงแถวเพื่อขึ้นรถหุ้มเกราะที่ทาง อินโดนีเซีย จัดหามาให้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่เสือเหลืองบุกมาเก็บ 3 แต้มถึงถิ่น เกโรล่า บุงกาโน่

ควันหลงหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 อินโดนีเซีย เปิดบ้านพ่ายให้กับ มาเลเซีย 2-3 ซึ่งเกมนี้ “นักเตะมาเล” ได้นั่ง???ถหุ้นเกราะออกจากสนามหลังจบเกมอีกด้วย

5 ผู้เล่นตัวจริงชุดลุย Dota2 SEA Games 2019 ของไทย

Dota2

หลายคนที่ติดตามข่าวคราววงการโดต้าในประเทศไทย น่าจะทราบดีว่า ก่อนนี้บ้านเราเพิ่งมีการประกาศรายชื่อ 5 ผู้เล่นตัวจริงชุดลุย SEA Games 2019 ที่มาจากการโหวตและการคัดตัวผ่านเกมรอบคัดเลือกที่จัดโดยคณะกรรมการของสมาคมอีสปอร์ตฯ ใครที่จำไม่ได้ “ผู้เล่นตัวจริง” ทั้ง 5 คนได้แก่

Mid: Jabz
Carry: 23Savage
Offlane: Seri
Support 4: tnt
Support 5: Boombell

และไม่นานมานี้ หลังจบศึกชิงแชมป์โลก Dota 2 The International 2019 ทางฝั่ง ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพซีเกมส์ก็เตรียมตัวเรียกตัวนักแข่งของพวกเขาเข้าแคมป์เตรียมสู้ศึกชิงแชมป์กีฬาอาเซียน โดยผู้เล่นทั้ง 10 คน มีรายชื่อดังนี้

– Carlo “Kuku” Palad

– Timothy John “Tims” Randrup

– Kim “Gabbi” Santos

– Armel “Armel” Tabios

– Nico “Eyyou” Barcelon

– Djardel Jicko B. “DJ” Mampusti

– Marc Polo Luis “Raven” Fausto

– Abed Azel “Abed” Yusop

– Michael “ninjaboogie” Ross Jr.

– Ryan Jay “Bimbo” Qui

ดูจากรายชื่อแล้วมีแต่ตัวดังๆ ที่หลายคนรู้จัก สมแล้วที่หลายคนยกให้เป็นเต็งแชมป์ SEA Games จริงๆ

ม.รังสิต คว้าแชมป์โลกอีสปอร์ตระดับอุดมศึกษา

ม.รังสิต

ม.รังสิต คว้าแชมป์โลกอีสปอร์ตระดับอุดมศึกษา รายการ PUBG Survival Series 2019 UNIVERSITY GLOBAL

การแข่งขันเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา Synnex Gaming & E-Sport 2019 ณ เชียงใหม่
ม.รังสิต
ม.รังสิต

จบไปแล้วสำหรับการแข่งขัน PUBG Survival Series 2019 UNIVERSITY GLOBAL ซึ่งเป็นการแข่งขัน PUBG ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นทีมตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิเช่น จีน,ญี่ปุ่น ซึ่งมหาวิทยาลัยตัวแทนประเทศไทยที่ได้สิทธิ์เข้าไปร่วมแข่งขันนั่นก็คือ มหาวิทยาลัยรังสิต และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นี่เอง ที่ เป็นทั้งอันดับ 1,2 ของการแข่งขัน Synnex Gaming & E-Sport 2019

ม.รังสิต

ม.รังสิต

 

Cr. gg.myarenaonline

“อี-สปอร์ต” กีฬาที่คนยังไม่ยอมรับ ผูกติดภาพจำ “เด็กติดเกม”

อี-สปอร์ต

อีกไม่นานจะได้เห็นการแข่งขัน “อี-สปอร์ต” (E-Sport) ที่ไม่ใช่การแข่งขันเกมแบบทัวร์นาเมนต์ทั่วไป แต่เป็นการแข่งขันในรูปแบบ “กีฬา” อย่างเป็นทางการใน “ซีเกมส์” (SEA GAMES 2019) เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่แห่งวงการกีฬา ที่ฉีกแปลกแหวกแนวการแข่งขันกีฬาทั่วไปแบบที่คนไทยคุ้นชิน … พร้อมหรือยังที่จะเชียร์ไปด้วยกัน?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สำหรับคนไทยแล้ว “อี-สปอร์ต” ก็ไม่ต่างจากการเล่นเกมทั่วไป และ “เกม” ในภาพจำคนไทยก็มีแต่ด้านลบ เมื่อในวันนี้ “อี-สปอร์ต” กำลังก้าวมาเป็นเกมการแข่งขันในรูปแบบ “กีฬา” ก็คงหนีไม่พ้นการคัดค้าน และมองว่า “อี-สปอร์ต” ไม่ใช่กีฬา เพราะไม่มีการออกกำลังแขนขาในการแข่งขัน และไม่ได้ช่วยให้ผู้เล่นมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

อีกประการ คือ การตั้งข้อกังวลว่า “อี-สปอร์ต” จะทำให้เด็กไทยติดเกมกันมากขึ้น
อี-สปอร์ต

ประเทศไทยพร้อมหรือยังกับ “อี-สปอร์ต”
ฝ่ายเห็นด้วย มองว่า อี-สปอร์ต เป็นกีฬา ใช้ทักษะ มีการวางกลยุทธ์ มีโอกาสในการพัฒนาเป็นตัวแทนประเทศไทยสร้างชื่อเสียง
ฝ่ายไม่เห็นด้วย มองว่า อี-สปอร์ต ไม่ถือเป็นกีฬา เด็กและเยาวชนจำนวนมากต้องติดเกม เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
“อี-สปอร์ต ไม่ต่างจากกีฬาทั่วไป”

นี่คือ มุมมองของสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยที่ยืนยันว่า นักกีฬา อี-สปอร์ต มีการฝึกฝนอย่างเคร่งครัดเหมือนนักกีฬาอื่นๆ และมีการฝึกซ้อมร่างกายเฉกเช่นเดียวกัน ขณะที่การแข่ง???ันแบบทัวร์นาเมนต์ก็คล้ายกับการแข่งขันแบบลีกส์ของกีฬาอาชีพอื่นๆ แม้ในตอนนี้ยังมีข้อเป็นห่วงว่า “อี-สปอร์ต” จะทำให้เด็กติดเกมและเสียอนาคต แต่มั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนความเชื่อนั้นได้ เพราะการเล่นเกมไม่ทำร้ายใคร และสามารถเป็นประโยชน์กับตัวผู้เล่นได้ หากมีการฝึกฝนและตั้งใจ รวมถึงในอนาคตอุตสาหกรรม “อี-สปอร์ต” จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล

ด้าน มุมมองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. เห็นว่า อี-สปอร์ต ตรงกับเกณฑ์ของการกีฬาทั้งหมด ติดเพียงแค่ผลกระทบที่ตามมาเท่านั้น ซึ่งได้มีการหาข้อมูล แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้อย่างแน่ชัดว่า ถ้า อี-สปอร์ต เป็นกีฬา เด็กจะติดเกมมากขึ้นไหม ซึ่งฝั่งสนับสนุนบอกว่า อี-สปอร์ต ต่างจากเด็กติดเกม อี-สปอร์ต เป็นนักกีฬา

ดังนั้น จึงมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักกีฬา ที่มีการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง มีการวางแผนเล่นเป็นระบบ 2.กลุ่มที่เล่นเกมเพื่อการผ่อนคลาย 3.กลุ่มเล่นจนติด คำถาม คือ แม้ไม่ประกาศว่า อี-สปอร์ต เป็นกีฬา กลุ่มเด็กติดเกมยังติดเกมอยู่ไหม กลุ่มกีฬายังเล่นอยู่ไหม สรุป การประกาศหรือไม่ประกาศ ทุกคนยังเล่นอยู่ เรื่องปัญหาเด็กติดเกมต้องแก้ไข แต่การเอาปัญหามาปิดกั้นกลุ่มที่ไปต่อได้ มีโอกาสพัฒนาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรม จะตอบคำถามอย่างไร ดังนั้น ต้องแยกเป็นส่วนๆ

อี-สปอร์ต

“เกมติดง่ายกว่าสารเสพติด”

แต่ในมุมมองของ พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เห็นว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะไปสนับสนุน อี-สปอร์ต ในเด็ก โดยเฉพาะการที่มีโรดโชว์เข้าไปในโรงเรียนต่างๆ แต่ถ้าเด็กๆ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแล้วก็สามารถเล่นได้ เพราะมีวุฒิภาวะพอสมควร ฉะนั้น ถ้าสนับสนุน ขอให้สนับสนุนในเด็กที่อยู่ในช่วงชั้นมหาวิทยาลัย อย่าสนับสนุนในช่วงชั้นที่อยู่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยลงมา แล้วต้องมีการค้านบริษัทหรือธุรกิจต่างๆ ที่เข้าไปโรดโชว์ด้วย

“สำหรับ “อี-สปอร์ต” นั้น ประเทศไทยเป็น 1 ใน 2 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับรองให้เป็นกีฬาที่ถูกต้อง ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่ยอมรับ แม้แต่คณะกรรมการโอลิมปิกยังบอกว่า “อี-สปอร์ต” ไม่ได้เป็นสปอร์ต (กีฬา) จริงๆ เพียงแต่มีการใช้คำว่า E-Sport (อี-สปอร์ต) คือ E (อี) ย่อมาจาก Electronic (อิเล็กทรอนิกส์) แล้วต่อด้วย Sport (สปอร์ต) แปลตรงตัวว่า “กีฬาอิเล็กทรอนิกส์” แล้วการมี “อี-สปอร์ต” ทำให้หลายๆ คนอยากเป็นยูทูบเบอร์ (YouTuber) เป็นเพลย์เยอร์ (Player) ที่มีชื่อเสียง บางคนแลกกับการที่จะต้องทิ้งการเรียน แต่จะเห็นว่า “นักกีฬา อี-สปอร์ต” จริงๆ หรือแม้กระทั่งนักกีฬาอื่นๆ ของประเทศไทย สามารถเรียนหนังสือ มีวินัยการเล่น ฉะนั้น อยากจะบอกว่า ถ้าประเทศไทยมีการใช้ “อี-สปอร์ต” เป็นกีฬา ต้องสอนให้เด็กมีวินัยเหมือนนักกีฬาอื่นด้วย แล้วต้องไม่ให้เด็กๆ ทิ้งการเรียน สามารถเล่นหรือดูพี่ๆ ได้อย่างมีความสุขด้วย”

ทำไมถึงห่วงว่า “อี-สปอร์ต” จะทำ “เด็กติดเกม” มากขึ้น?
“เกมเป็นสารเสพติดสำหรับเด็ก”

จากผลการสำรวจล่าสุดในประเทศไทย พบว่า มีเด็กที่ติดเกมถึงขั้นเป็น “โรคติดเกม” ถึง 10% หรือพูดง่ายๆ ว่า ใน 10 คน จะมีเด็ก 1 คนที่เป็นโรคติดเกม และในนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า โ???คติดเกม เป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่งและนับเป็นโรคทางจิตเวชด้วย หากเทียบในภูมิภาคเอเชีย ต้องบอกว่า ประเทศไทยอยู่อันดับต้นๆ 1 ใน 5 ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีอัตราการติดเกมอยู่ไม่ถึง 5% เท่านั้น

พญ.มธุรดา ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า เกมในเด็กและเยาวชนมีผลเกี่ยวกับเรื่องสมอง โดยเฉพาะเด็กที่เล่นเกมก่อน 18 ปี ยิ่งเล่นเกมอายุน้อยเท่าไหร่ก็จะเจอว่าเด็กๆ จะติดเกมมากขึ้น มีการถูกจับกุมมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในส่วนนี้มีผลจากการติดเกมเข้ามาด้วย

ขณะที่ กรมสุขภาพจิต ให้มุมมองว่า ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากยังไม่มีระบบการควบคุม อีกทั้งลิขสิทธิ์ต่างๆ ยังเป็นของเอกชน และจากผลวิจัยของสหรัฐฯ พบว่า มีผู้เล่น 1 ในล้านเท่านั้น ที่จะมีรายได้ แต่ 8 หมื่นคนต้องกลายเป็นคนติดเกม โดยจากข้อมูลสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น พบว่า ในช่วง 6 เดือน หลังประกาศสนับสนุน “อี-สปอร์ต” และตั้งสมาคมฯ ขึ้นมา มีเด็กเข้ารับการบำบัดภาวะติดเกมแล้วถึง 60 คน

“อี-สปอร์ต” มีโอกาสถูกครอบงำจากธุรกิจสูง
แม้ขณะนี้ อี-สปอร์ต จะยังไม่ตกผลึกทางความคิดหรือการยอมรับจากสังคมอย่างเต็มตัวว่าเป็น “กีฬา” แต่ในแง่อุตสาหกรรมธุรกิจแล้วนั้น มีการเติบโตที่เรียกได้ว่าก้าวกระโดดมหาศาล ซึ่งจากผลการศึกษาของบริษัทสำรวจตลาดเกม NewZoo เผยให้เห็นว่า ตลาด “อี-สปอร์ต” ทั่วโลก มีแววว่าจะเติบโตทะลุ 1.1 พันล้านดอลลาร์ฯ ภายในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 26.7% คาดว่าในปี 2565 อาจมีมูลค่าสูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือหาก อี-สปอร์ต ยังมีทิศทางที่เติบโตดีอย่างนี้เรื่อยๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะสูงถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ฯ ทีเดียว

ขณะที่ ยอมผู้ชมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ทั่วโลก ก็มีมากถึง 454 ล้าน ???พิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 15% และคาดว่าในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นเป็น 645 ล้าน ซึ่งในจำนวนยอดผู้ชม “อี-สปอร์ต” กว่า 57% มาจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

จากจำนวนผู้ชมที่มหาศาลนี้เอง ทำให้รายได้หลักของตลาด “อี-สปอร์ต” จึงมาจาก “สปอนเซอร์” ราวๆ 457 ล้านดอลลาร์ฯ แบรนด์ดังต่างๆ กระโดดเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ เพราะหวังใช้เป็นเวทีโปรโมทแบรนด์ของตัวเอง ทั้ง Intel, Benq, Coca-Cola หรือแม้แต่ American Express

นี่จึงเป็นข้อกังวลว่า “อี-สปอร์ต” อาจจะถูกครอบงำจากธุรกิจได้สูง เพราะมูลค่าตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับมีการสร้างฐานแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น จากแฟนขาประจำที่เข้ามารับชม 173 ล้านในปีที่แล้ว ปีนี้ยังไม่ถึงสิ้นปีมีเพิ่มมากขึ้นถึง 201 ล้าน และอาจมากถึง 297 ล้านในปี 2565 ด้วย
สุดท้าย แม้ยังมีความขมุกขมัวในการหาคำนิยามให้ “อี-สปอร์ต” ก็ไม่ได้ทำให้ตลาดซบเซาลง เพราะต่อให้เป็น “กีฬา” หรือไม่เป็นกีฬา มูลค่าตลาดก็มีแต่จะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยเองเกมออนไลน์ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ดี และอาจจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ.

Cr. thairath