หมวดหมู่: Football
สื่อนอกตีข่าว เอเอฟซี เผยรูปแบบการแข่งขันใหม่ศึก ACL 2020
รอลุ้น! สื่อนอกตีข่าว เอเอฟซี เผยรูปแบบการแข่งขันใหม่ศึก ACL 2020
@import url(https://ball2step.com/wp-content/plugins/siteorigin-panels/css/front-legacy.css); #pgc-17655-0-0 { width:100% } #pg-17655-0 , #pl-17655 .so-panel { margin-bottom:30px } #pg-17655-0 { margin-left:-15px;margin-right:-15px } #pg-17655-0 > .panel-grid-cell , #pg-17655-0 > .panel-row-style > .panel-grid-cell { padding-left:15px;padding-right:15px } #pl-17655 .so-panel:last-child { margin-bottom:0px } @media (max-width:780px){ #pl-17655 .panel-grid-cell { float:none;width:auto } #pl-17655 .panel-grid { margin-left:0;margin-right:0 } #pl-17655 .panel-grid-cell { padding:0 } #pl-17655 .panel-grid .panel-grid-cell-empty { display:none } #pl-17655 .panel-grid .panel-grid-cell-mobile-last , #pg-17655-0 > .panel-grid-cell , #pg-17655-0 > .panel-row-style > .panel-grid-cell:last-child { margin-bottom:0px } #pg-17655-0 > .panel-grid-cell , #pg-17655-0 > .panel-row-style > .panel-grid-cell { margin-bottom:30px } }
ไม่ต้องพึ่งเงินเยียวยา! 6 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ขาดทุนยับ ในตลาดซื้อ-ขาย

เรื่องการซื้ออ กับการขาย แน่นอนว่าจะต้องคิดถึงเรื่องของธุรกิจ การทำการค้า ซึ่งการจะอยู่ได้ การซื้อนั้นจำเป็นต้องมีตัวเลขที่น้อยกว่าการขายออกไป ไม่นั้นเท่ากับการบริหารของคุณนั้นล้มเหลว ทว่าในโลกของฟุตบอลแตกต่างออกไป ซึ่งเมื่อมามองดูตัวเลข การซื้อและขายนักเตะ ไม่สามารถบอกได้ว่า สโมสรแห่งนั้น ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวในการบริหารทีม
วะนนี้เราจะไปย้อนดูในช่วง 20 ปีหลังสุดกันว่า 6 ทีมจากลีกสูงสุดในอังกฤษ ทีมไหนบ้างที่ขาดทุนย่อยยับกับการซื้อ-ขายนักเตะ แต่พวกเขายังยืนหยัดอยู่ในหัวแถวของทีมทำเงินในระดับโลก ณ ปัจจุบัน
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์
ถูกยกให้เป็นทีมลุ้นแชมป์ในช่วง 5 ปีหลังสุดสำหรับทีมไก่เดือยทอง ที่ยกระดับขึ้นมามากในยุค 2000 ทว่าการซื้อ-ขายของพวกเขาในยุคปี 2000 เพิ่งจะเฟื่องฟุูในช่วง 10 ปีหลังมานี้เอง หลายคนอาจจะมองว่าพวกเขาได้ขายนักเตะได้ราคาเหลือเกินจากการปั้นขึ้นมา แล้วขายออกไปโดย ลูก้า โมดริช และ แกเร็ธ เบล คือ 2 ตัวอย่างที่ทำให้เห็นเด่นชัด หลัง เรอัล มาดริดทุ่มซื้อด้วยมูลค่าหลายล้านปอนด์ โดยกองกลางชาวโครเอเชีย จากไปด้วยมูลค่า 31 ล้านปอนด์ ส่วนปีกพญาวานรชาวเวร ก้มีสถิติอยู่ที่ 90 ล้านปอนด์ นี่ยังไม่นับรวม ดิมิทาร์ เบอร์บาทอฟ (แมนฯ ยูไนเต็ด – 34 ล้านปอนด์) และ ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนฯ ซิตี้ – 47 ล้านปอนด์) ฯลฯ ดูแล้วพวกเขาน่าจะเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในตลาดซื้อขาย
ทว่าความจริงคือพวกเขานั้นขาดทุนมากถึง 350 ล้านปอนด์ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาหากเอาตัวเลขมาบวกลบกันแล้ว เพราะช่วงหลังทีมสีขาวจากลอนดอนซื้อนักเตะอยู่ในเรทราคาที่ไม่เบาเลยทีเดียวทั้ง สตีเฟน เบิร์กไวน์ (พีเอสวี – 27 ล้านปอนด์) , มุสซา ซิสโซโก้ (นิวคาสเซิล – 31 ล้านปอนด์) , ดาบินซอน ซานเชซ (อาแจ็กซ์ – 36 ล้านปอนด์) , จิโอวานี โล เซลโซ (เรอัล เบติส – 52 ล้านปอนด์) และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล (54 ล้านปอนด์) ซึ่งนักเตะพวกนี้อยู่ในทีมปัจจุบันทั้งสิ้น
อาร์เซนอล

อีกหนึ่งทีมดังจากลอนดอน ที่เคยเฟื่องฟูสุดๆ ในยุคต้น 2000 ทั้งแชมป์ไร้พ่าย และการได้ไปโลดแล่นในเวทียุโรปอยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากนั้นพวกเขาร้างความสำเร็จในโทรฟี่ใหญ่ๆ มาโดยตลอด แถมอันดับหลุดท็อป 6 ให้เห็นบ่อยครั้ง ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือการซื้อ-ขายของพวกเขาทำได้ไม่บาลานซ์สักท่าไหร แม้ทีมอื่นๆ จะขายนักเตะได้ราคาที่เกิน 50 ล้านปอนด์ขึ้นไปเป็นอย่างน้อยแต่ ไอ้ปืนใหญ่ ยังมีสถิติการขายนักเตะแพงที่สุดนั้นก็คือ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (บาร์เซโลนา – 36 ล้านปอนด์) โดยมันเกิดขึ้นเมื่อปี 2000 พอดิบพอดี
ส่วนการซื้อนั้นต้องบอกว่าจัดหนักไม่เบา กรานิท ชาก้า (กลัดบัค – 40 ล้านปอนด์) , เมซุต เออซิล (เรอัล มาดริด – 42 ล้านปอนด์) , อเล็กซองดร์ ลากาเซ็ตต์ (ลียง – 47 ล้านปอนด์) , ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 57 ล้านปอนด์) และ นิโกลาส์ เปเป้ (ลีลล์ – 72 ล้านปอนด์) นี่คือสถิติ 1 ถึง 5 แน่นอนว่าทุกคนคือทีมชุดปัจจุบัน ทว่าตัวเลขดังกล่าวทำให้พวกเขาขาดทุนในตลอดซื้อขายไปถึง 410 ล้านปอนด์ เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 5
ลิเวอร์พูล

โคตรทีมแห่งยุคในตอนนี้อย่างแท้จริงสำหรับ หงส์แดง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีสถิติการซื้อนักเตะที่ขำๆ ไม่หนักแน่นเหมือนทีมใหญ่ๆ ทีมอื่น ทว่าตั้งแต่ยุค เยอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขาอัดวงเงินแบบไม่อั้น และดูเหมือนมันจะประสบความสำเร็จดีทีเดียวอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้สัก 4 ปี พวกเขายังอยู่ในระดับเท่าทุน ถึงกับกำไรด้วยซื้อในตลาดซื้อขาย เพราะทำสถิติการขายได้ดีกว่าใครเพื่อน ทั้ง เฟร์นันโด ตอร์เรส (เชลซี – 52 ล้านปอนด์) , ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้ – 57 ล้านปอนด์) , หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลนา – 73 ล้านปอนด์) และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ (บาร์เซโลนา – 130 ล้านปอนด์) จะเห็ฯ ได้ว่าพวกเขาขายนักเตะด้วยมูลค่าสูงกว่า ครึ่งร้อยลานปอนด์ไปหลายคน และมี ฟิลิปเป้ คูตินโญ ที่เป็นเพชรเม็ดงานที่ขายได้ราคาเกิน 100 ล้านปอนด์เข้าไปอีก
ทว่าช่วง 4 ปีหลังจากกำไร พวกเขายอมขาดทุนในตลาดนักเตะ เพื่อแลกกับความสำเร็จ โดยการดึง ซาดิโอ มาเน (เซาแธมป์ตัน – 37 ล้านปอนด์) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (โรมา – 37 ล้านปอนด์) , ฟาบินโญ (โมนาโก – 40 ล้านปอนด์) , นาบี เกอิต้า (แอร์เบ ไลป์ซิก – 54 ล้านปอนด์) , อลิสซอน เบ็คเกอร์ (โรมา – 56 ล้านปอนด์) และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (เซาแธมป์ตัน – 76 ล้านปอนด์) แน่นอนว่ามันได้ผลเกินคาด เพราะแข้งแต่ล่ะคนที่เข้ามานั้นยกระดับทีมได้จริง ทว่าพวกเขาต้องยอมรับที่ติดลบไปมากถึง 446 ล้านปอนด์
เชลซี

ไม่มีทีมไหนในลีกอังกฤษอีกแล้วที่ขายนักเตะเกิน 1,000 ล้านปอนด์ใน 20 ปีหลัง แล้วจะขาดทุนย่อยยับ แต่ เชลซี ทำได้ หากไปดูการขายของพวกเขาต้องซูฮกว่าทำได้ดีทีเดียว ขายหนัก ขายเยอะ และขายได้ราคาทั้ง ออสการ์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี – 54 ล้านปอนด์) , ดิเอโก้ คอสต้า (แอตเลติโก มาดริด – 59 ล้านปอนด์) และล่าสุดกับการขายซุปตาร์อย่าง เอเด็น อาซาร์ (เรอัล มาดริด – 90 ล้านปอนด์) เมื่อรวมตัวเลขการขายใน 20 ปีหลังพวกเขาทำไปได้ถึง 1,030 ล้านปอนด์ มากที่สุดแล้ว ณ ปัจจุบัน
ทว่านั้นไม่ใช่ตัวชี้วัด เมื่อการซื้อของพวกเขากลับถีบตัวถึง 1,860 ล้านปอนด์ ก็แน่นอนว่าขนาดเจ้าบุญทุ่มแห่งเมือง แมนเชสเตอร์ ทั้ง ยูไนเต็ด และ ซิตี้ ยังคงต้องเป็นรองในเรื่องนี้ ทว่าการซื้อแต่ล่ะตัวของพวกเขามักจะไม่สนใจว่าราคาเท่าไหร หากเสี่ยหมีต้องการ คือไปเอามาให้ได้ ยกตัวอย่าง จอร์จินโญ (นาโปลี – 51 ล้านปอนด์) , คริสเตียน พูลิซิช (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 57 ล้านปอนด์) และ เคปา อาร์ริซาบาลากา (แอธเลติก บิลเบา – 72 ล้านปอนด์) เป็นทีมเดียวที่มีนายทวารเป็นสถิติการซื้อขายของสโมสรอีกด้วย
แมนฯ ยูไนเต็ด

ยูไนเต้ด เป็นอีกทีมที่ขายนักเตะได้ราคามาตลอดทุกช่วงใน 20 ปีหลัง โดยพวกเขาถือว่าเป็นทีมที่มูลค่ามากที่สุดในเกาะอังกฤษมาตลอดเช่นกัน ทั้งการขาย อังเคล ดิ มาเรีย (เปแอสเช – 56 ล้านปอนด์) , โรเมลู ลูกากู (อินเตอร์ มิลาน – 58 ล้านปอนด์ และตัวทีเด็ดตลอดการ ยังไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด – 84 ล้านปอนด์) ทว่าด้วยการเป็นทีมที่มีเงินเยอะ และเจ้าบุญทุ่มมาแต่ไหนแต่ไร พวกเขาสะสมการขายไปได้เพียง 629 ล้านปอนด์ แต่กลับมีตัวเลขการซื้อที่พุ่งไปถึง 1,600 ล้านปอนด์
ทั้งนี้ในช่วงหลังๆ ในทีมของยูไนเต็ดนั้นประกอบไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี และต้องแลกมาด้วยเรื่องของการโดนโก่งค่าตัว ทว่ามันเป็นแบบนั้นทุกตลาดการซื้อขายทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ – 49 ล้านปอนด์) , บรูโน เฟร์นันเดส (สปอร์ติง ลิสบอน – 49 ล้านปอนด์) , เฟร็ด (ชัคตาร์ – 53 ล้านปอนด์) , อองโตนี มาร์กซิยาล (โมนาโก – 54 ล้านปอนด์) , แฮร์รี แม็คไกวร์ (เลสเตอร์ ซิตี้ – 78 ล้านปอนด์) และ ปอล ป็อกบา (ยูเวนตุส – 94 ล้านปอนด์) ถึงอย่างไรการติดลบมากมายในตลาดนักเตะ ส่งผลน้อยเหลือเกินหากเปรียบเทียบรายได้รวมของสโมสรได้ทุกๆ ด้าน
แมนฯ ซิตี้

ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้วว่าอันดับ 1 ต้องเป็นพวกเขาสำหรับ ทีมสีฟ้า แห่งแมนเชสเตอร์ ความสำเร็จต้องแลกด้วยเงิน ที่นี่คือคำตอบ หากเปรียบเทียบใน 6 ทีมทั้งหมดที่กล่าวมาพวกเขาคือทีมที่ขายนักเตะได้เงินน้อยมากที่สุด 539 ล้านปอนด์ ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นทีมที่ซื้อนักเตะสูงถึง 1,840 ล้านปอนด์ เป็นรอง เชลซี ไม่กี่ล้านปอนด์เท่านั้น โดยการขาดแล้วได้ราคามากที่สุด ยังน้อยกว่า มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (บาร์เซโลนา – 36 ล้านปอนด์) ของไอ้ปืนใหญ่ นั้นก็คือ ดานิโล (ยูเวนตุส – 33 ล้านปอนด์) ถือว่าหากมาพูดกันในเรื่องของการ ซื้อ-ขายนักเตะเพียงอย่างเดียว ฝ่ายบริหารคงโดนไล่ออกยกชุด
ทว่าการซื้อของพวกเขาอาจจะไม่ใช่ทีมที่ซื้อแบบ 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป แต่ซื้อแบบเรื่อยๆ และตัวเลขไม่หนีกันมากทั้ง ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้ – 61 ล้านปอนด์) , โรดรี (แอตเลติโก มาดริด – 63 ล้านปอนด์) และสถิติอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ (โวล์ฟสบวร์ก – 68 ล้านปอนด์) แต่ก็เข้าใจได้ว่าทีมระดับเจ้าของที่รวยล้นฟ้า ตัวเลขที่ขาดทุนไปเพียงแค่ 1,298 ล้านปอนด์ ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงได้แน่นอน และพวกเขาจะยังคงทำสถิติขาดทุนในตลาดนักเตะไปเรื่อยๆ หากไม่โดนแบนไปซะก่อน
เป้าหมายผีแดง ! วิลเชียร์ เผยชื่อดาวรุ่งที่เก่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน
แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์เชิงสูงของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืนยันว่าแข้งเป้าหมายของปีศาจแดงอย่าง ดีแคลน ไรซ์ คือดาวรุ่งที่เก่งสุดบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ณ ปัจจุบัน
“สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากสุดในวงการฟุตบอลตอนนี้ก็คือ พรีเมียร์ลีกของเรามีนักเตะดาวรุ่งเก่ง ๆ กำลังทำผลงานโดดเด่นอยู่หลายคนจนนับไม่ถ้วน” หนูแจ็ค เปิดประเด็นหลังแฟน ๆ ถามผ่าน IG
“แต่ถ้าถามว่าใครเก่งสุดในบรรดาพวกเขาเหล่านั้น ? คำตอบชัดเจนสุด ๆ ว่าเป็น ดีแคลน ไรซ์ ซึ่งพวกเราซ้อมร่วมกันทุกวันจนผมแน่ใจว่าไม่มีดาวรุ่งคนไหนเก่งได้เท่านี้อีกแล้ว”
“ผมมั่นใจว่า ดีแคลน จะเติบโตขึ้นไปเป็นยอดนักเตะได้ตามแนวทางของตัวเอง พรสวรรค์ที่เขามีอยู่นั้นสูงจนน่าเหลือเชื่อ มีเท้าซ้าย-เท้าขวาที่ทรงประสิทธิภาพ แถมยังนิสัยดีมากอีกด้วย ฉันรักนายนะเจ้าหนู !”
เป้าหมายผีแดง ! วิลเชียร์ เผยชื่อดาวรุ่งที่เก่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน
U-23 ที่ดีที่สุด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ในยุคนี้นักเตะดาวดังเริ่มแจ้งเกิดตั้งแต่อายุน้อยๆ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็เช่นกันพวกเขาสามารถสร้างแข้งที่มีคุณภาพ ถึงแม้อายุยังไม่แตะ 23 ปี วันนี้เราจะรวบรวมสุดยอดในทุกตำแหน่ง สำหรับ THE BEST U-23
ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน

สโมสรปัจจุบันคือ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่สโมสรที่แท้จริงคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครสามารถจะรับไม้ต่อจาก เด เคอา ในถิ่นผีแดง เจ้าตัวแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสุดในรุ่น เก็บคลีนชีตใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 10 นัด โดยมีรุ่นใหญ่ที่ทำได้เท่าเขาคือ อลีสซง เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล) และ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (เลสเตอร์ ซิตี้) โดยอันดับ 1 เป็น นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์)
เซ็นเตอร์ : ชักลาร์ โซยุนชู

ไม่มีนี่แปลกจริงๆ สำหรับ แนวรับหุ่นหนา เขาถูกซื้อตัวมาแทนที่ของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ จัดการขายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยราคาค่าตัว 80 ลป. ทว่าดาวเตะเลือดไก่งวงเข้ามารับหน้าที่แทนและทำได้ดีจนพาทีมติด ท็อป 3 ของลีก ณ ปัจจุบัน เข้าจับคู่กับรุ่นน้าอย่าง จอห์นนี่ อีแวนส์ ช่วยทีมเสียไปเพียงแค่ 28 ประตู จาก 28 เกม
เซ็นเตอร์ : โจ โกเมซ
ได้รับโอกาสมากขึ้นหลังจากรุ่นพี่ในทีมได้รับบาดเจ็บ ไปคน สองคน กราฟชีวิตเขาขึ้นๆ ลงๆ จากอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวเอง แต่ทว่าการลงเล่นในปีนี้ดีขึ้น 19 เกมในลีกที่เขาลงช่วยทีม เสียไปเพียงแค่ 5 ประตู แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคือ คู่หูสุดแกร่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่เมื่อได้จับคู่กันแล้วเหมือนเพิ่มเลเวลให้ตัวเขาเอง
แบ็กขวา : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

ยังอยู่ที่พลพรรคหงส์แดง ที่ติดแน่นอนไม่ต้องคิดมากสำหรับเจ้าพ่อลูกนิ่ง ดีกรีแชมป์สโมสรโลก ถึงแม้จะมีคู่แข่งสำคัญอย่าง อาร์รอน วาน-บิสซาก้า จาก แมนฯ ยูไนเต็ด และ รีช เจมส์ ของ เชลซี 2 ดาวดังจากชาติบ้านเกิเดียวกัน ประเทศอังกฤษ แต่เมื่อมากางสถิติซีมีส่วนร่วมนี้ เจ้าตัว ยิงไป 2 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ในลีก ถือว่าถวายพานให้เพื่อนน้อยกว่าเพียงแค่ เควิน เดอ บรอยน์ จาก แมนฯ ซิตี้ เท่านั้น
แบ็กซ้าย : บูกาโย่ ซาก้า

ถูกยกให้เป็นแข้งของอนาคตกันเลยทีเดียวสำหรับ นักเตะผิวดำชาวอังกฤษ ที่ในปีนี้ อาร์เซน่อล ให้โอกาสนักเตะลงเล่นชุดใหญ่ ด้วยแข้งอายุน้อยกันเยอะ หลังจากการเข้ามาทำทีมของ มิเกล อาเตต้า มีทั้ง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, รีส เนลสัน, โจ วิลล็อค และ กาเบรียล มาร์ติเนล ทว่า บูกาโย่ ซาก้า โดดเด่นจริงๆ ทั้งเกมรับ เกมรุก
มิดฟิลด์ : วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้

อาจจะตกใจเล็กน้อยว่าเจ้าตัวอายุยังไม่ถึง 23 ปี แน่นอนครับ นี่คือแข้งดาวรุ่งจริงๆ แม้จะมีการเล่นเหมือนคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้วก็ตาม เจ้าตัวทำผลงานได้ดีจริงๆ ในปีนี้ หลังถูกดึงมาแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ การพัฒนามีขึ้นทุกๆ ปี การพาจิ้งจอกสยามคั่วแชมป์ในปีนี้ รวมถึงน่าจะได้ไปเล่นในเวทียุโรปปีหน้าถือว่าสอบผ่าน
มิดฟิลด์ : รูเบน เนเวส

3 ปีแล้วที่เจ้าตัวย้ายมาเล่นให้ทีมหมาป่า และดูเหมือนว่าจะเล่นได้ดี โดดเด่นขึ้นเรื่อย เทคนิกฟุตบอลถือว่าสุดยอด จุดเด่นทั้งเกมรุกเกมรับ และยังมีทีเด็ดจากลูกยิงฟรีคิก, ลูกยิงไกล ถือว่าครบ จบหมดในคนเดียว ทว่าปีนี้อาจจะยิงน้อยไปหน่อยแค่ 2 ประตู แต่ดูโดยรวมแล้ว มีส่วนร่วมกับเกมถือว่าน่าพอใจกับฟอร์มการเล่น
มิดฟิลด์ : เจมส์ แมดดิสัน

จำชื่อนี้ไว้ เพราะเขาจะอยู่ในรายชื่อนักเตะที่มีทีมใหญ่ๆ ต้องการตัวไปร่วมทีม เพราะฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ไปกับบอลได้ดี เปิดพอใช้ แต่ทีเด็ดคือการจบสกอร์ ที่สร้างโอกาสให้ตัวเองเยอะมาก แม้จะมีคุ่แข่งในตำแหน่งเดียวกันเพียบทั้ง แจ็ค กรีลิช หรือ ฟิล โฟเด้น แต่ปีนี้ต้องยกให้เขากับการ ยิง 6 กับ 3 แอสซิสต์ จาก 25 เกมที่ลงช่วยทีม
กองหน้า : ริชาร์ลิซอน

แข้งดังชาวแซมบ้า เขาสารพัดประโยชน์มากๆ ในตำแหน่งแนวรุก เพราะสามารถเล่นได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปีก, หน้าต่ำ หรือกองหน้าตัวเป้า และปีนี้เขาเล่นครบหมดแล้วกับการลงไป 27 เกมในลีก ยิงไปแล้ว 10 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ ช่วยให้ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ยังมีลุ้นเวทียุโรป แถมผลงานส่วนตัวที่ร้อนแรงยังคงทำให้เขาติดทีมชาติ บราซิล อย่างต่อเนื่อง
กองหน้า : มาคัส แรชฟอร์ด

ยังเป็นความหวังสูงสุดในแนวรุกของ ยูไนเต็ด ในปีนี้จริงๆ เพราะหากเขาลงเล่นเมื่อไหร ทีมมักจะทำผลงานได้ดี และเจ้าตัวถือเป็นเดอะแบกในหลายๆ เกมของทีม น่าเสียดายที่ช่วงหลายเกมหลังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้เราไม่ได้เห็นชุดที่ดีที่สุดของ ผีแดง แต่ถึงอย่างไรสถิติบอกชัดว่าเขาทำได้ดีแค่ไหนกับการ ยิงทุกๆ 1 ประตู ใน 104 นาที
กองหน้า : แทมมี่ อับราฮัม

แจ้งเกิดได้เต็มตัวไปเลยสำหรับปีนี้ เจ้าตัวเข้ามาเป็นส่วนผสมในการทำทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด และทำได้ดีเกินคาด ลงเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าและยิงไปถึง 13 ประตู แถมผลงานในฟอร์มการเล่น ถือว่าพัฒนาแบบก้าวกระโดด จนขึ้นไปติดธงทีมชาติชุดใหญ่ มีลุ้นไปลุยยูโร ทว่าปัญหาอาการบาดเจ็บยังคอยกวนใจเขาอยู่บ้าง
ซาอูล ดีพอจะแทน ป็อกบา จริงหรือ?
แฟนแมนยูฯ อาจจะต้องเบื่อกันหน่อยในช่วงนี้ เพราะพวกเขามีข่าวกับนักเตะมากหน้าหลายตา ทั้งจะเอามายกระดับทีม เอามาเสริมความแข็งแกร่ง รวมถึงเอามาแทนนักเตะบางคน มาในวันนี้ถึงคิวของนักเตะมากปัญหา สำหรับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็เนื้อหอมพอตัว เพราะมีทีมยักษ์ใหญ่จากทั้ง อิตาลี และ สเปน อย่าง เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส พร้อมจะรับหน้าที่ดูแลต่อ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ และ ผีแดง ได้เงินมาก้อนใหญ่ ก็จะมีคำถามมากมายตามมาว่าใครจะเข้ามาแทนที่เขา โดยวันนี้เราจะเสนอชื่อ ซาอูล ญีเกซ มิดฟิลด์ แอตเลติโก มาดริด ที่มีข่าวว่า แมนยูพร้อมเปย์ 135 ล้านปอนด์เลย เพื่อเป็นค่าฉีกสัญญาให้ ตรา หมีพิจารณา หากเสีย ป็อกบา ไปจริงๆ
การจ่ายบอล
![]()
ถือว่าเป็นจุดเด่นของ ป็อกบา อย่างแท้จริงสำหรับการจ่ายบอล การผ่านบอล หรือการตักบอลอะไรก็ตามแต่ หากวันไหนที่ ป็อกบา องค์ลงไม่มีใครเอาเขาอยู่จริงๆ เพราะการจ่ายแต่ล่ะครั้งของเขานอกจากความแม่นแล้วทั้งน้ำหนักและการคาดเดานั้นล้วนแล้วมีคุณภาพจริงๆ อย่างตอนที่ทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก จุดตรงนี้เองที่เขางัดออกมาใช้บ่อยมากๆ

ส่วนทางด้าน ซาอูล ก็มีให้เห็นบ้างสำหรับการผ่านบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีม แต่ก็ต้องยอมรับว่าหากเขาเข้ามาแทน ป็อกบา จริงๆ ตำแหน่งที่ต้องแย่งกันโดยตรงก็คือ เฟร็ด, สกอกตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช ซึ่งน่าจะเป็นการยืนคู่ด้านหน้าแผงหลัง ทั้งนี้จะมีหน้าที่สนับสนุนการทำเกมของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในการเดินเกมบุก เพราะฉะนั้น เปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้าถึง 78 เปอร์เซ็นต์ จากสถิติของเจ้าตัวก็ถือว่าไม่เลว อยู่ในขั้นที่พอรับได้ และส่วนใหญ่การจ่ายบอลของเขามักจะจ่ายแบบเพลเซฟ คือถ่ายบอลไปทางด้านที่ตัวเองคุมเกมอยู่
1 ต่อ 1

อีกหนึ่งจุดเด่นของแข้งชาวน้ำหอม และมันก็เป็นอ่อนเช่นเดียวกัน นั้นคือการดวลตัวต่อตัว ป็อกบา สามารถใช้เทคนิกของตัวเองหลบหลีกคู่ต่อสู้ได้ ในวัยที่เขาท็อปฟอร์ม เช่นเดียวกับ ซาอูล ที่ดูเหมือนข้อกีจะเป็นข้อที่เขาถนัดมากที่สุดกับการเอาตัวรอด เราจะเห็นได้จากรูปแบบการเล่นของ ตรา หมีที่จะเน้นครองบอลเหนียวแน่นและเสียบอลยาก นักเตะทุกคนจำเป็นต้องเคลื่อนที่ได้ดี และครองบอลให้รัดกุมที่สุด

ทั้งนี้จากสถิติของเจ้าตัวก็ถือว่าระดับ ท็อป 10 ของลีก ทั้ง ชนะการดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งใน ลา ลีกา เขาอยู่ในลำดับที่ 5 ชนะได้มากถึง 207 ครั้ง นอกจากนี้บอลสไตล์อังกฤษจะเน้นลูกกลางอากาศมากกว่าลีกอื่นๆ ส่วนตัวของ ซาอูล แม้จะไม่ใช่กองหลังโดยตรง แต่เขาก็สามารถ ชนะการดวลลูกกลางอากาศ 102 หน เข้ามาเป็นอันดับที่ 8 ในลีกอีกด้วย
สกัดกั้น

แอตเลติโก มาดริด คือทีมที่เน้นเกมรับเป็นหลักอยู่แล้ว และแผนของ ซิมิโอเน่ คือการแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุด หลังจากเสียบอลออกไป ทุกคนในทีมรู้ดีว่าต้องมีความสามารถในด้านนี้ ยิ่งเป็นกองกลางด่านสุดท้ายจำเป็นจะต้องสอบผ่าน ซาอูล เป็นนักเตะที่แย่งบอลเก่งระดับต้นๆ ในลีกอยู่แล้ว เขาไม่ใช่คนที่แย่งบอลแบบดุดัน แต่เล่นสไตล์ฉลาด ลา ลีกา ในฤดูกาล 2019-20 ซาอูล สกัดบอลได้มากถึง 64 ครั้ง ขึ้นไปเป็นอันดับ 3 ของลีก

ทั้งนี้อย่างที่บอกว่าเขามักจะใช้สมองมากกว่ากำลัง ทำให้ลดความเสี่ยงในการโดนคาดโทษมันบ่งบอกได้ดีเพราะสถิติของเขา เข้าสกัดบอลชนะ แบบไม่ต้องเสียบสกัดสูงถึง 40 ครั้ง มากเป็นอันดับ 8 ของลีก นี่คือมิดฟิลด์จอมทำลายเกมโดยแท้จริง แถมเป็นการทำลายเกมแบบสะอาดปราศจากความรุนแรงอีกด้วย
สรุป
ซาอูล คือนักเตะที่เล่นในแดนกลางค่อนไปทางรับ และสามารถขยับไปช่วยเกมรุกได้บ้าง ทว่าจุดเด่นหลักๆ ของเขาก็คือการครองบอล ไหวพริบ และการสกัดกั้นแนวรุกของคู่ต่อสู้ อาจจะมีบางข้อที่เขาด้อยกว่า ป็อกบา แต่มีข้อนึงแน่ๆ ที่นักเตะคนนี้ การันตี ได้แน่นอนว่ามันน่าจะไม่เกิดขึ้น คือนิสัยอีโก้สูงของเขาแทบจะไม่มีเลย จากการขัดเกลาของ ซิมิโอเน่ เขาเป็นนักเตะประเภท รับคำสั่ง และปฏิบัติตามเท่านั้น และตรงนี้เองอาจจะเป็นจุดสังเกตเพราะภาพลักษณ์ของเขากับ ป็อกบา ต่างกันแน่นอน การจะฉายแววเป็นสตาร์ เน้นขายเสื้อ ทำการตลาด ซาอูล อาจจะยังไม่ถึงขั้นตรงนั้น แต่ถ้าเน้นเรื่องฟุตบอล ชั่วโมงนี้เขาคืออันดับต้นๆ ของ ลา ลีกา ไปแล้ว
2 ปีในรังผี เกิดอะไรขึ้นกับ… “บราซิล เซิ่นเจิ้น”
ย้อนกลับไปในปี 2018 ชื่อของ “เฟร็ด” ห้องเครื่องระดับท็อปของลีกยูเครน ที่สามารถต่อกรกับทีมใหญ่ๆได้แบบสบายในเวทียุโรป ฉายแววขึ้นมาจะสามารถ ติดเป็น 11 ตัวจริงแทบยจะการันตีได้ทักนัดในนามทีมชาติบราซิล โดยการคุมทีมของ ติเต้ หลังจบซีซั่นนั้นกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ เจ้าตัวเหมือนเป็ฯดาราชายแถวหน้า สามารถเลือกช่อลงได้หมด อยู่ที่ว่าทีมไหนจะติด่อมาและให้ค่าสัญญาที่โดนใจ ทว่าก็เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมทุ่มด้วยค่าตัวถึง 52 ล้านปอนด์ ในช่วงตลาดซัมเมอร์ปี 2018 และเป็ฯผู้ชนะในดีลนั้น และนั้นก็เป้ฯถนนสายใหม่ที่แข้งรายนี้ต้องพบเจอ เขาผ่านอะไรมาบ้างกว่ารอบ 2 ปีในรังผีแดง
พังไม่เป็นท่า

ใช้คำนี้ได้เลยกับการเริ่มต้นในเกาะอังกฤษ อย่างท่ีบอกว่าก่อนจะย้ายมาเจ้าตัวตัวฮอตเหลือเกิน ความสามารถ ฝีเท้า เจิดจรหัส ตอนนั้น โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังกุมบังเหียนผีแดง แต่ขนาดนั้นคนที่ต้องการตัวเขายังเอาตัวไม่รอด น้ามู โดนปลดในเวลาต่อมา สถิติของ เฟร็ด กับเจ้านายชาวโปรตุกีสคือ ลงสนามในลีกเพียงแค่ 8 จาก 17 เกม ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่เอาไหน จับบอลลั่นอย่างกับเป็นนักเตะบราซิลที่โดนย้อนแมว ความมั่นใจไม่มี ยิงไกลไม่ได้ แถมส่งบอลสั้นๆง่ายๆ ก็ไมไ่ด้เรื่อง พูดง่ายๆคือเขาไม่ใช่ เฟร็ด คนเก่า อย่าพูดถึงเรื่องการปรับตัวเลย เพราะเบสิคฟุตบอลเขายังมีไม่พอ
แซมบ้า ไม่มาตามนัด

เมื่อเล่นไม่ดี ผลงานในสโมสรไม่เอาไหน เป็ฯตัวสำรองมากกว่าตัวจริง จากการการันตีเป็น 11 ตัวจริงในทีมชาติ บราซิล เขาหลุดยิ่งกว่านั้น เมื่อไม่มีชื่อเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะเปลี่ยนผ่านมาในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะเข้ามาคุมทัพต่อชั่วคราว กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน ก็ยังเค้นฟอร์มเก่งไม่ได้เช่นเคย แต่ก็ต้องขอชมเชยโค้ชชาว นอร์วิเจี้ยน รายนี้ที่เริ่มจะกลับมาปลุกปีศาจจากนักเตะหลายคนที่ไม่เอาไหน ให้กลับมาได้บ้าง
ทั้งนี้มีบางเกมที่เหมือนจะมีแสงสว่างให้ เฟร็ด ได้เดินตามนั้นก็คือเกม บุกชนะ เปแอสเช จนเข้ารอบ ชปล. 8 ทีมสุดท้าย ที่เขาลงเล่นโดยอยุ่ในสนามครบทุกนาที ทว่าสุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน แถมในเกมลีกก็น่าเจ็บปวด ฤดูกาล 2018/19 เฟร็ดลงเล่นให้ แมนยู ในช่วงโค้งสุดท้าย 5 เกม ทีมแพ้ไปถึง 4 เกม และเกมที่ทำให้เขาต้องกลับมาคิดกับชีวิตต่อจากนี้ไปก็คือ เกมที่ โดน เอฟเวอร์ตัน ยิงใส่แบบยับเยิน 4-0 เกมนั้นเขาเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยการโดนเปลี่ยนตัวในช่วงพักครึ่ง
โอกาสสุดท้าย

ว่ากันว่าคนเราจะมีช่วงขาขึ้นและขาลง ใหากเปรียบกับ เฟร็ด ในตอนนั้น เขาอยู่ในช่วงขาลงแบบรถไฟตีลังกา และแน่นอนมีข่าวมากมายว่าเขายอมแพ้ ขอย้าย แต่ไม่มีข่าวไหนในทำนองนี้ที่หลุดจากปากเจ้าตัวจริงๆ เปิดฤดูกาลมา เขายังมีชื่อกับทีม เริ่มฤดูกาล 2019/20 ดูเหมือนเขาจะหายไปจากทีมถึง 4 เกมแรก แต่หลังจากนั้นทุกอย่างเริ่มเข้าทางกองกลางรายนี้บ้างแล้ว เดือนตุลาคม เฟร็ด ได้ลงเล่นตัวจริงในลีกเป็นเกมแรกของซีซั่น ที่อาการบาดจเ็บ ของ ป็อกบา และหลังจากนั้นเขาลงเล่นให้ทีมมาโดยตลอด ผลงานอาจจะมีตะกุกตะกักในช่วงแรก แต่มันดีขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะเกมที่เสมอกับจ่าฝูง ลิเวอร์พูล และ่าจะเป็ฯผีแดงที่ชนะด้วยซ้ำ สถิติของเจ้าตัวคือ แย่งบอลได้ 4 ครั้ง จ่ายบอลแม่นยำถึง 91% แท็กเกิ้ลอีก 2 ครั้ง
ไม่มีอะไรมาหยุดเขาได้อีก

จากนักเตะที่เกือบหมดอนาคต ในตอนนี้เขาลงเล่นให้ทีมมากที่สุดเป็ฯอันกับ 2 รองจากกัปตัน แฮร์รี่ แม็กไกวร์เท่านั้น “มีสมาธิ, เล่นให้ดี และลดข้อผิดพลาดให้น้อยลง คือ 3 สิ่งที่โค้ชบอกผม และผมก็พยายามทำตาม นั้นแหละคือเคล็ดลับ” ไม่มีอะไรซับซ้อน โซลชา คนที่เคยเป็ฯนักเตะ และใช้เวลาข้างสนามมากกว่าในสนาม บอกนักเตะบราซิลเพียงแค่ 3 ข้อ เขานำมันไปปรับใช้
ทว่าการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิ่งทำให้งานของเขาง่ายขึ้นไปอีก ทั้ง 2 คนคอยสอประสานสร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาต่อเนื่อง พัฒนาการของเขาในฤดูกาลนี้เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม ยิ่งกับ บรูโน่ด้วยแล้ว พวกเขาลงเล่นด้วยกัน 9 เกม เฟร็ด ก็มีส่วนร่วมกับประตูถึง 5 ลูก ยิง 2 จ่าย 3 ทว่าก่อนหน้านี้ถึง 55 เกม เขายิงได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น หากจะบอกว่าสิ่งเดียวที่หยุดความร้อนยแรงของเจ้าตัวในตอนนี้ก็คือ ไวรัสโควิด-19 ก็คงไม่ผิดนัก
2 เงื่อนไข ที่พอจะทำให้หงส์ตัดใจ ปล่อย “มาเน่”
จากกระแสในช่วงที่ผ่านมา ความร้อนแรงเรื่องการซื้อ-ขาย เริ่มกลับมาสะพัดขึ้นอีกครั้ง โดยรอบนี้เป็น 2 ทีมใหญ่ ที่ได้เจ้ายุโรปมา ใน 2 หนหลังอย่าง เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน และ ลิเวอร์พูล แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ต้องมางัดข้อกันอีกครั้ง เมื่อข่าวว่า ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ มาดริด พยายามอย่างที่สุดที่จะได้ตัว ซาดิโอ มาเน่ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติเซเนกัล มาร่วมทัพในซีซํ่นหน้า ทว่าดูเหมือน หงส์แดง อาจจะต้องขอ 2 เงื่อนไข ที่น่าจะมีน้ำหนักพอที่จะปล่อยแข้งหมายเลข 1 ของทีม ณ เวลานี้ออกจากรัง
ค่าตัว สมน้ำ

ระดับ ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวกลั่นของ ลิเวอร์พูล เข้าขั้นเป็นแข้งระดับโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งการเป็นเจ้ายุโรปในปีก่อน พร้อมทั้งพาหงส์แดงเข้าใกล้แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่ติดไวรัส โคโรน่า-19 คงจะได้เฮไปแล้ว อีกทั้ง กองหน้าวัย 27 ปียังคงมีสัญญากับ ลิเวอร์พูล อยู่ถึงปี 2023 เรียกได้ว่าเหลือเฟือมากๆ ที่หงส์แดง จะต่อกรกับดีลนี้ แถมในสัญญาตามแบบฉบับเจ้าของทีมอย่าง FSG ที่ไม่ต้องการใส่ค่าฉีกสัญญากับนักเตะแม้แต่คนเดียวในทีม นั่นทำให้พวกเขาถือไพ่เหนือทีมอื่นๆ ที่ต้องการดึงตัวนักเตะรายนี้
ทว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่ทั้งตัวนักเตะต้องการย้ายทีม บวกกับเม็ดเงินที่ได้จากคู่ค้านั้นสมเหตุสมผล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็อาจจะลองคุยและเจรจาในดีลนี้ ทว่าหลายสื่อเชื่อเหลือเกินว่าตัวเลขในใจของทีมจาก เมอร์ซี่ไซด์ นั้นจะอยู่ราวๆ 140 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,400 ล้านบาท โดยมากกว่าครั้งแรกที่ เรอัล มาดริด อยากได้ตัว ซาดิโอ มาเน่ ตั้งแต่ช่วง 2-3 ซีซั่นที่แล้ว เกินครึ่ง แต่ต้องยอมรับว่า ณ นาทีนี้ มาเน่ พัฒนาตัวเองจนอยู่ในช่วงที่พีคสุดๆ ไปแล้ว
ตัวแทน สมเนื้อ

ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกริมเส้นทีมชาติเซเนกัล ของ ลิเวอร์พูล ทำประตูไปแล้ว 18 ลูก กับอีก 12 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 38 เกมในฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่าดีที่สุดแล้วตั้งแต่เขาย้ายมายัง ลิเวอร์พูล ทั้งการยิง และ การจ่าย รวมถึงอิทธิพลที่มีต่อทีม ปีนี้ มาเน่ รอบจัดสุดๆ การจะหาตัวแทนของเขา นอกจากจะเก่งแบบนี้ สถิติต้องมีให้เห็นว่าเป็นของดีจริง ค่าตัวเกินร้อยล้านหาก หงส์แดง ตกลงใจจะขาย เมาเน่ พวกเขาสามารถเจียดเงินครึ่งเดียวไปซื้อนักเตะอย่าง ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน มาได้แบบสบายๆ แถมสถิติของเจ้าตัว เฉพาะในฤดูกาลนี้ที่ทำไปแล้ว 27 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์ เรียกได้ว่า ดูดีกว่า มาเน่ แต่ติดเพียงแค่สิ่งที่เขาทำยังอยู่ในลีกที่ไม่เข้มข้นเท่า พรีเมียร์ลีก
แต่แน่นอนว่าจากสายตาของกูรูทั้งหลาย เชื่อว่า ยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี รวมถึง เรอัล มาดริด ที่มั่นใจในฝีเท้าของเขาถึงกระโดดมาร่วมแจมในดีลนี้ นั้นคือคำตอบว่า ติโม แวร์เนอร์ จะเป็นดาวยิงคนสำคัญในอนาคต ไม่ว่าเขาจะอยู่ทีมไหนก็ตาม
แข้ง “ปืนใหญ่” ที่น่าจะจากไป ในซัมเมอร์นี้
ผ่าตัดครั้งใหญ่ … ประโยคข้างต้นคงใช้กับ อาร์เซน่อล ได้เป็นอย่างดี หลัง กุนซือที่เพิ่งติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 เข้ามาคุมทีม มิเกล อาร์เตต้า พร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงสโมสรที่ครั้งหนึ่งเข้าเคยเป็นผู้เล่น ด้วยการหั่นนักเตะออกจากทีม และนำเข้านักเตะที่ตนเองต้องการ โดยโจทย์ใหญ่ที่สุดในซีซั่นหน้าคือ พา อาร์เซน่อล กลับเข้าสู่ TOP4 ให้ได้อีกครั้ง เนื่องจากการลุ้นแชมป์อาจจะยังเร็วไปในตอนนี้ แน่นอนในยุคนี้ยากยิ่งหนักที่จะคว้าตั๋วไป ชปล. เนื่องจากทีมเล็กๆ ก็เริ่มมีศักยภาพมากขึ้น
วันนี้เราจะพาไปดู นักเตะ ที่น่าจะไม่ได้ไปต่อกับ อาร์เซน่อล ในยุค มิเกล อาร์เตต้า
เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส

จากดาวรุ่งผู้ที่ถูกยกย่องให้เป็น อนาคตของทีม แต่แล้วทุกอย่างต้องพลิกผัน เมื่อเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมกับกุนซือใหม่อย่าง มิเกล อาร์เตต้า โดยนายใหญ่คนใหม่แสดงออกแบบชัดเจนจริงๆ แม้ทาง เมตแลนด์-ไนล์ส จะไม่ใช่ดาวรุ่งโนเนมอีกแล้ว เมื่อปี 2020 คือฤดูกาลที่ 5 ที่เจ้าตัวได้วาดลวดลายบนลีกสูงสุด ทว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนเลยที่จะการันตีตำแหน่งตัวจริงของเจ้าตัวเกินกว่า 10 เกม ในปีนี้ก็เช่นเดียวกันเจ้าตัวลงเล่นช่วยทีมไปแค่ 24 นัด แถมยังไม่แน่ไม่นอนกับการเกิดใหม่ในยุคปัจจุบัน
และด้วยอายุที่ล่วงเลยไปถึง 22 ปี เมตแลนด์-ไนล์ส เริ่มคิดถึงอนาคตตัวเอง หากยังลูกผีลูกคนในถิ่นปืนโต อนาคตการก้าวหน้าในอาชีพฟุตบอลจะเท่ากับ 0 โดยเกมที่ชัดเจนว่าอนาคตของเขาน่าจะยุติคือการส่ง โซคราติส ไปยืนในตำแหน่งแบ็คขวาแทนที่ของ เอคตอร์ เบเยริน ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ แทนที่จะใช้ตัวเขาลงเล่นแม้จะเป็นตำแหน่งธรรมชาติ แต่ มิเกล อาร์เตต้า กลับไม่ทำอย่างนั้น ให้เจ้าหนูรายนี่นั่งกัดฟันและคงมีคำถามในใจเป็นล้านคำว่า “ทำไม? “
เมซุต โอซิล

ไม่น่าจะแปลกใจ หาก เมซุต โอซิล จะอำลาถิ่นปืนโต เพราะจริงๆ กลิ่นไม่ดีมาหลายซีซํ่นแล้วกับการหมดแพชชั่นในการเล่นฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษของเจ้าตัว นอกจากสไตล์เฉยชาจะเป็นจุดเด่น มันส่งผลทั้ง หน้าตา และ ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวที่ดูไม่มีชีวิตชีวา จนโดนทั้ง สื่อ, ตำนานของทีม รวมถึงกูรูทั้งหลายมองว่า เขาไม่เหมาะกับ อาร์เซสังเกต อีกต่อไปแล้ว บางเกมในปีนี้ดีก็ดีใจหาย หากนัดไหนเล่นไม่ออกลืมไปเลยว่ามีเขาอยู่ในทีม 1 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 18 เกมในลีก เป็นคำตอบที่ดีว่า มิเกล อาร์เตต้า หาคนที่ดีกว่านี้ได้แน่ หากได้ราคางามๆ จากแข้งวัย 31 ปี ที่มีดีกรีแชมป์โลกติดตัว
นอกจากนี้ มิเกล อาร์เตต้า อาจจะคำนึงถึง ค่าเหนื่อยสูงถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ที่ถือว่าติดระดับท็อปในลีก การปรับค่าเหนื่อยที่เพดานของ โอซิล นั้นทำไว้พ้นหลังคาเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง

ขัดใจแฟนปืนส่วนใหญ่เป็นแน่แท้ หากจะบอกว่า โอบา ก็เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตที่น่าจะไม่ได้ไปต่อ แม้ว่าฟอร์มการเล่นของเขาจะเข้าขั้นเป็น เดอะ แบก ก็ตามที แต่ในรายนี้ไม่ได้เกิดจากการไม่เข้าระบบ, อายุมากเกินไป เพราะแค่ 30 ปี ถือว่ายังใช้งานได้อีกหลายเดือน หลายปี, หมดแพชชั่น ก็ไม่ใช่ใหญ่ เจ้าตัวมีความมุ่งมั่น สังเกตได้จากเกมที่ตกรอบ ยูโรป้า ที่พลาดในจังหวะสุดท้าย แทบจะลงไปนอนกองร้องไห้กับพื้น แต่ปัจจัยที่ทำให้เขาไม่ละม้ายด้ไปต่อคือ “เก่งเกินไป” จนอาจจะทำให้หลายทีมใหญ่ดึงตัวไปร่วมทีม โดยทีมที่มาแรงอย่าง บาร์เซโลน่า กำลังรอดูสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด
แน่นอนว่าเรื่องนี้อาจจะมีคดีพลิกก็เป็นได้เพราะอย่าลืมว่า มิเกล อาร์เตต้า กำลังจะเข้ามาเปลี่ยน อาร์เซน่อล และหากเข้ากล้าที่จะให้ค่าเหนื่อย โอบา ที่อาจจะเอามาจากการปล่อย โอซิล มันก็น่าจะคุ้มแน่นอน เพราะเจ้าตัวมีสถิติการยิงดีทุกปี ในปีนี้เช่นกัน ซัดไปแล้ว 17 ประตูครองดาวซัลโวในลีกร่วมกับ เจมี่ วาร์ดี้ ของจิ้งจอกสยาม แถมปีก่อนก็คว้ารองเท้าทองคำร่วมกับ 2 แอฟริกัน อย่าง มาเน่ และ ซาลาห์ จากหงส์แดง
เฮนริค มคิทาร์ยาน

จะเป็นเรื่องที่ตกตะลึงแน่ๆ หาก มาคิฯ จะกลับมาเล่นที่แดนผู้ดีอีกครั้ง ในปัจจุบันเขายังคงเป็นนักเตะของ อาร์เซน่อล แต่ตอนนี้ถูกยืมตัวให้ โรม่า ใช้งาน และที่บอกว่าคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะกลับมา ก็เนื่องจาก เจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีความสุขกับการเล่นที่อังกฤษ จะเป็นเพราะอากาศ สไตล์การเล่น หรืออะไรก็ตามแต่ ที่แน่ๆ เขาจะเป็นคนแรกๆ ที่ถูกปล่อยออกไปแบบถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน พูดไปแล้วเขาก็มีชีวิตละม้ายคล้ายกับ อเล็กซิส ซานเชซ โดยทั้งสองเป็นการสลับขั้วกันระหว่าง ปืนใหญ่ และ ผีแดง ส่วนจุดจบก็ยืมตัวไปเล่นที่ อิตาลี และดูท่าทีจะไม่ได้คัมแบ็คกลับมาเหมือนๆ กัน
สิ้นสุดปีสุดท้ายที่สวมเสื้อปืนใหญ่คือ ฤดูกาล 2018-19 เจ้าตัวลงเล่น 38 เกมทุกรายการทำได้ 6 ประตู ด้วยวัยเข้าเลข 3 ไปแล้ว แน่นอนว่า มิเกล อาร์เตต้า คงไม่เก็บไว้ต่อแน่ๆ สู้เอาค่าเหนื่อย ไปมอบให้แข้งคนใหม่ที่มีใจอยากจะเล่นให้กับทีมจะดีกว่า
3 ผสานใน(ฝัน)ซีซั่นหน้า ของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า
ในโลกแห่งฟุตบอล มันคือวัฏจักร ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่ และรอวันดับไป เช่นเดียวกับนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน ในทุกๆ ปีเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ยิ่งกับทีมใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน ที่มักจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ทีมตัวเองเสมอ และแน่นอนว่าตั้งแต่ยุคเก่าแก่ จนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของพวกเขาคือเกมรุก ที่มักจะประกอบไปด้วย 3 ผสาน ในปีนี้พวกเขามี เมสซี่ ที่เป็นกำลังหลัก แต่ต้องยอมรับว่าอีก 2 คนอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตอนนี้อายุอานามมากขึ้น รวมถึง อองตวน กรีซมันน์ ที่ต้องบอกว่าตัวเขาเองทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และดูจะไม่มีท่าทีจะดีขึ้นมากกว่านี้แต่อย่างใด ทว่ามีบางประโยคที่หลุดออกมาจากปากของ เมสซี่ เมื่อถูกถามว่า ในซีซั่นหน้า 3 ผสานของทีมจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร
ผสานแรก เมสซี่
![]()
ลิโอเนล เมสซี ดาวยิงของบาร์เซโลนา แม้ในปัจจุบันเจ้าตัวจะหมดสัญญากับบาร์ซาในปี 2021 แต่เราก็เห็นแล้วว่าทางสโมสรต้องการให้ตัวเขาอยู่กับทีมต่อไป โดยยอมทุกอย่างขอเมสซี่ร้องขอ เพราะแม้อายุของเจ้าตัวจะเข้า 32 ปี แต่ศักยภาพ และความเป็นสตาร์ ยังแสดงออกมาให้เห็นอยู่เสมอ โดยทาง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พร้อมจรดปากกาต่อสัญญา ด้วยการยื่นข้อเสนอสัญญาให้เขาถึงเดือนมิถุนายนปี 2023 รับค่าเหนื่อย 865,000 ปอนด์/สัปดาห์ แน่นอนว่า เมสซี่ ที่รักสโมสรแห่งนี้คงไม่มีทางปฏิเสธ และเจ้าตัวคงจะแขวนสตั๊ดกับทีมในท้ายที่สุด
ในปีหน้า 1 ที่สำหรับยังไงก็ต้องให้แน่ๆ เพราะยังถือว่าสามารถเล่นในระดับสูงได้ ในปีนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า จาก 3 ผสานทั้งหมดที่มีเขาเป็นคนเดียวที่สอบผ่าน และทำได้ดีที่สุด อยู่ที่ว่าคนที่มาเติมเต็มเขานั้นจะช่วยแบ่งเบาภาระให้เจ้าตัวได้มากแค่ไหน
ผสานที่ 2 เนย์มาร์

หากจะถามถึงคนที่ เมสซี่ เอ่ยถึงมากที่สุด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่นักเตะของทีมตัวเองแล้ว ก็ต้องยกให้ เนย์มาร์ น้องชายสุดที่รักที่เจ้าตัวมักจะบอกเสมอๆ ว่านี้คือสุดยอดนักเตะ เช่นเดียวกันเมื่อโดนยิงคำถามถึงเนย์มาร์ กับการคัมแบ็คร่วมงานอีกครั้ง หลัง ย้ายถิ่นปาร์ค เด แพร็งซ์ เมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัวสถิติโลกถึง 198 ล้านปอนด์ “เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ผมบอกแบบนี้ได้เลย และเป็นเรื่องจริงที่เขาอยากจะกลับมาเล่นที่นี่ แน่นอนเขาอาจจะเคยทำสิ่งที่ผิด แต่ใครล่ะที่ไม่เคยพลาด หากเขากลับมาผมก็พร้อมจะต้อนรับน้องชายคนนี้เสมอ” คงไม่ต้องมโนแล้วว่าข่าวที่ เนย์มาร์ ต้องการย้ายกลับมาซบ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังลาลีกา สเปน อีกครั้งนั้นเป็นข่าวลือ
แน่นอนว่าด้วยวัยเพียงแค่ 28 ปี “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะอยากทำเงินกับดีลนี้หลังเคยซื้อเขามาด้วยราคาที่แสนแพง แต่ทาง บาร์เซโลน่า เตรียมแผนการเอาไว้แล้ว โดยการ เสนอ อองตวน กรีซมันน์ และ อุสมาน เด็มเบเล 2 แข้งดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ให้ย้ายกลับไปเล่นยังบ้านเกิดตัวเอง และถือว่าดีลนี้วัดใจฝั่งทีมเมืองหลวงน้ำหอม ว่าจะตัดสินใจเช่นไร
ผสานที่ 3 เลาตาโร่ มาร์ติเนซ
![]()







