นักกีฬาอี-สปอร์ต สร้างรายได้และชื่อเสียง แต่ต้องแลกมากับความเจ็บปวดในระยะยาว

“อี-สปอร์ต” ฟีเวอร์หนัก! จากความชื่นชอบการเล่นเกมธรรมดา กระโจนสู่สนามแข่งขัน ทุ่มฝึกซ้อม หวังโลดแล่นในเส้นทาง “นักกีฬาอี-สปอร์ต” สร้างรายได้และชื่อเสียง แต่หารู้ไม่ว่า “ต้องแลกมากับความเจ็บปวดในระยะยาว”

“อี-สปอร์ต” ฟีเวอร์หนัก! จากความชื่นชอบการเล่นเกมธรรมดา กระโจนสู่สนามแข่งขัน ทุ่มฝึกซ้อม หวังโลดแล่นในเส้นทาง “นักกีฬาอี-สปอร์ต” สร้างรายได้และชื่อเสียง แต่หารู้ไม่ว่า “ต้องแลกมากับความเจ็บปวดในระยะยาว”

นักกีฬาอี-สปอร์ต

การเป็น “นักกีฬาอี-สปอร์ต” ไม่ใช่ง่ายๆ นอกจากต้องสลัดภาพจำ “เด็กติดเกม” แล้ว ยังต้องฝึกซ้อมอย่างหนักแลกกับอาการเจ็บป่วยที่ส่งผลในระยะยาว แต่ละคนต้องใช้เวลาในการ “เล่นเกม” เพื่อฝึกซ้อม 3-10 ชั่วโมงอย่างต่ำ ช่วงที่มีการแข่งขันทุ่มเต็มที่ 12-14 ชั่วโมงก็มี หากในส่วนของ “นักกีฬามืออาชีพ” คงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ อย่างน้อยๆ ก็มีโค้ชทีมคอยดูแล แต่ “นักกีฬาสมัครเล่น” นี่สิที่น่าเป็นห่วง

อาการหลักๆ ของเหล่านักกีฬาทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นที่พบเจอมากที่สุดกว่า 56% หนีไม่พ้น “ตาล้า” หรืออาการเมื่อยล้าของดวงตา ที่เกิดจากการจ้องหน้าจอนานๆ ตามมาด้วยอาการปวดข้อมือ-มือ คอ และหลัง อันสืบเนื่องจากการขยับเมาส์และนั่งอยู่กับที่เป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งนอกจากภาวะทางด้านร่างกายแล้ว ในช่วงการแข่งขันหรือเล่นเกมติดกันนานๆ ยังส่งผลให้เกิด “ภาวะเครียด” อีกด้วย

หากมาดูจากผลการศึกษาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า ปี 2560 ไทยมีผู้เล่น “อี-สปอร์ต” ประมาณ 18.3 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากร และปี 2561 มีผู้ชม “อี-สปอร์ต” ประมาณ 2.6 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 ในช่วงปี 2560-2564 ซึ่งการเล่นเกมของคนไทยในวันธรรมดาเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 20 นาที ส่วนในวันหยุดเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 15 นาที หลายคนล้วนมีผลกระทบทางด้านสุขภาพ อารมณ์ รวมถึงพฤติกรรมแทบทั้งสิ้น

| นั่งเล่นเกมนาน เจ็บปวดไปทั้งกาย
“นั่งนาน” เสี่ยง “โรคร้าย”

อี-สปอร์ต

โรคร้ายที่ว่านั้นคืออะไร?

หัวใจ : นั่งนาน เลือดไหลเวียนช้าลง กล้ามเนื้อเผาผลาญไขมันน้อยลง กรดไขมันอุดตันง่าย
ตับอ่อน : นั่งนาน มีผลต่อการผลิตอินซูลิน เสี่ยง “โรคเบาหวาน”
สมอง : นั่งนาน ได้รับเลือดและออกซิเจนน้อยลง มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีที่กระตุ้นการทำงานสมอง
กล้ามเนื้อ : นั่งนาน กล้ามเนื้อสะโพกตึงและขยับองศาได้จำกัด
เส้นเลือดและกระดูกที่ขา : นั่งนาน เลือดไม่ไหลเวียน เกิดปัญหาที่ข้อเท้า เล้นเลือด ลิ่มเลือดอุดตัน
ระบบย่อย : นั่งนาน การย่อยอาหารช้าลง ท้องอืด จุกเสียด
ไม่เพียงเท่านี้ จากผลการวิจัยยังเผยให้เห็นอีกว่า การ “นั่งนาน” มีความเสี่ยงที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไปจนถึงโรคมะเร็ง ดังนั้น เหล่านักกีฬาอี-สปอร์ตทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม!!
“ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้นยืดสายทุก 30-45 นาที”

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ ให้คำแนะนำว่า การนั่งนานๆ บวกกับความตึงเครียดจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังเกิดการเกร็งจะยิ่งทำให้ปวดหลังมากขึ้น จึงต้องมีวิธีการนั่งที่ถูกต้อง ดังนี้

1.นั่งหลังตรง เพื่อลดอาการตึงที่ช่วงหลัง

2.วางเท้าให้ราบไปกับพื้นทั้ง 2 ข้าง ถ้านั่งไขว่ห้างหรือวางขาไว้ข้างเดียวจะส่งผลในเรื่องความดันที่ส่งลงไปที่ขา ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

3.ปรับระดับหน้าจอให้อยู่ตรงพอดี ให้สายตามองตรงไปด้านหน้า ไม่เงย ไม่ก้ม จะช่วยลดอาการตึงหรือเมื่อยล้าบริเวณกล้ามเนื้อช่วงคอและไหล่ได้

4.แขนช่วงที่ใช้งานพิมพ์คีย์บอร์ดให้เก็บศอกใกล้ตัว เพื่อช่วยผ่อนคลายหัวไหล่และแขน ลดอาการตึงและเมื่อยล้า

นอกจากนี้ ควรพักสายตาอย่างน้อย 5 นาที หลังจากที่จ้องดูหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เพราะแสงจากหน้าจอจะทำให้ดวงตาเมื่อยล้า อาจจะใช้วิธีการหลับตาหรือมองไปรอบๆ เป็นระยะๆ

| “อี-สปอร์ต” ส่งผลดีต่อสมอง?
ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยเผยแพร่ออกมาว่า การเล่น “อี-สปอร์ต” เป็นระยะเวลานานๆ ไม่ได้ส่งผลลบซะทีเดียว แต่มี “ผลดีต่อสมอง” ด้วย อ้างการเล่น 5-10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะช่วยกระตุ้นสมองในเรื่องการจดจำ การวางแผนกลยุทธ์ รวมถึงการแยกประสาทในการมองจุดต่างๆ บนหน้าจอเกม รวมถึงบอกว่า ทีมฟุตบอลดังๆ ก็ใช้ “อี-สปอร์ต” หรือ “เกม” เป็นตัวช่วยในการฝึกซ้อมเพื่อจำลองสถานการณ์ก่อนลงสนามจริง จนทำให้บางคนคิดว่า การเล่นเกมจะส่งผลดีต่อสมองจริงๆ เล่นจนติด และกลายเป็น “โรคติดเกม”

พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล ได้หยิบยกข้อมูลมาอธิบายให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า “เกม” มีผลต่อสมองของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะสมองส่วนที่เป็นคันเบรกยังสร้างไม่เต็มที่ และยังมีข้อกังวลด้วยว่า เด็กๆ จะติดเกมมากขึ้น ในทางการแพทย์มีการวินิจฉัยแล้วว่า สมองที่ได้รับผลกระทบจากเกมเป็นสมองส่วนเดียวกันกับที่ติดสารเสพติด ซึ่งตอนนี้มีการสังเกตการณ์อยู่ว่า พฤติกรรมการเล่นเกมเมื่อเทียบเท่ากับสารเสพติดจะมีขนาดหรือปริมาณเท่าไร เพื่อที่จะบอกว่า “เกมนี้เป็นเกมอันตรายสำหรับเด็ก” เช่น บางเกมอาจอันตรายถึงขั้นเป็นเฮโรอีน เล่นนิดเดียวก็ติดไ???้

“องค์การอนามัยโลก ระบุว่า การติดเกมเป็นโรคๆ หนึ่ง”

“จากการสแกนสมองของเด็กติดเกมมีปัญหาในการพัฒนาสมองในเรื่องของการยับยั้งชั่งใจ เห็นได้ว่า เด็กติดเกมจะมีอาการลงแดงเหมือนยาเสพติด ถ้าไม่ได้เล่นเกมจะมีการเพิ่มระยะเวลาการเล่นเกม”

“เด็กที่เล่นเกมไม่ได้ติดเกมทุกคน”

พญ.มธุรดา ขยายความประโยคข้างต้นว่า การเล่นเกมสามารถเล่นได้ปกติถ้ามีวินัยการเล่น แต่ประเทศไทยก็มีอยู่ 10% ที่จะเป็น “โรคติดเกม” กลไกการติดเกมเหมือนกับการติดโรคทางสารเสพติด องค์การอนามัยโลกจึงจัดให้ “โรคติดเกม” อยู่ในประเภทเดียวกับการติดสารเสพติด ในตอนนี้เรียกได้ว่า ไทยอยู่อันดับต้นๆ ขณะเดียวกันประเทศอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงในวงการ “อี-สปอร์ต” และผู้ผลิตเกม อย่าง สิงคโปร์ จีน และเกาหลีใต้ กลับมีอัตราการติดเกมไม่ถึงร้อยละ 5
“ถ้าให้เด็กๆ เล่นเกม คงต้องมีการควบคุมดูแล ไทยเป็นผู้บริโภคและตลาดเสรีเรื่องเกมเยอะมาก เกมออนไลน์มาจากทุกที่ บริษัทต่างๆ มีการผลิตและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่การรักษากฎระเบียบหรือวินัยการเล่นเกมยังขาด”

คำแนะนำทิ้งท้ายจาก พญ.มธุรดา ฝากไว้ว่า การเล่นเกมควรจำกัดเวลา เล่นพอขำๆ เพราะเมื่อเริ่มคลั่งไคล้ย่อมมีความเสี่ยง ถ้าเป็นเด็กติดเกมแล้ว จะมีโรคสมาธิสั้นตามมาอีก ผู้ปกครองต้องพูดคุยกำหนดเป้าหมาย … ดังนั้น การรักษา คือ “การลด”

เห็นได้ว่า การเป็นนักกีฬา “อี-สปอร์ต” นั้นไม่ได้เป็นง่ายๆ อย่าคิดว่าแค่ “เล่นเกม” ก็เป็นได้ ต้องควบคุมตัวเอง ฝึกฝน รู้ลิมิต มิใช่เสพติดเกินขนาด จนร่างกายต้องเจ็บปวด และป่วยจิตเวชเป็น “โรคติดเกม”.

รู้จัก 4 ทีมคู่แข่งของ “ช้างศึก” เกมคัดบอลโลก 2022

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่นำโดยทีมชาติไทย , ยูเออี , เวียดนาม , มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยวันนี้เราจะมาส่องขุมกำลังของ 4 ทีมคู่แข่งของไทยว่าพวกเขามีประวัติ อันดับโลกล่าสุด และนักเตะตัวเก่งเป็นใครบ้างมาดูกันเลย…

ฟุตบอลไทย รู้จัก 4 ทีมคู่แข่งของ "ช้างศึก" เกมคัดบอลโลก 2022

รู้จัก 4 ทีมคู่แข่งของ “ช้างศึก” เกมคัดบอลโลก 2022

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่นำโดยทีมชาติไทย , ยูเออี , เวียดนาม , มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยวันนี้เราจะมาส่องขุมกำลังของ 4 ทีมคู่แข่งของไทยว่าพวกเขามีประวัติ อันดับโลกล่าสุด และนักเตะตัวเก่งเป็นใครบ้างมาดูกันเลย…
 

ยูเออี

ชื่อ : ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates national football team)
ฉายา : The Whites , Sons of Zayed
เฮดโค้ช : เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือใหญ่ชาวดัตช์ วัย 67 ปี ที่ในอดีตเคยคุมสโมสรชั้นนำของยุโรปมาแล้วทั้ง เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม , โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ , ฮัมบูร์ก , ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย , ออสเตรเลีย และ ทีมชาติฮอลแลนด์ ที่พาทีมคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 มาแล้วด้วย
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 65 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 40 ของโลก (เมื่อเดือน ธ.ค. 1998) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 138 ของโลก (เมื่อเดือน ม.ค. 2012)
เกียรติประวัติ : แชมป์อาราเบียน กัลฟ์ คัพ 2 สมัย (แชมป์ภูมิภาคอาหรับ) , รองแชมป์เอเชียน คัพ 1996 , แชมป์คิริน คัพ 1 สมัย
กัปตันทีม : อาลี มับคุต กองหน้า วัย 28 ปี จากสโมสร อัล จาซีร่า โดยเจ้าตัวเป็นดาวยิงที่มีเทคนิคแพรวพราวหาช่องทำประตูได้อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงการวิ่งดึงแนวรับฝั่งตรงข้ามเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูได้อีกด้วย โดยลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้วกว่า 66 นัด ยิง 52 ประตู
อาห์เหม็ด คาริล โอมาร์ อับดุลราห์มาน อาลี มับคุต
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– อาห์เหม็ด คาริล กองหน้า วัย 28 ปี จากสโมสร ชาบับ อัล อาห์ลี ที่ติดทีมชาติไปแล้วกว่า 101 นัด ยิง 51 ประตู
– โอมาร์ อับดุลราห์มาน แนวรุก วัย 27 ปี จากสโมสร อัล จาซีร่า เจ้าตัวไม่ได้เล่นในศึกเอเชียน คัพ 2019 ที่เป็นเจ้าภาพเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แต่ถ้าฟิตสมบูรณ์เมื่อไหร่ จะเป็นอาวุธที่อันตรายของทีมได้อย่างแน่นอน โดยลงเล่นไปแล้วกับทีมชาติ 71 นัด ยิง 11 ประตู
*โปรแกรมแข่งของ ยูเออี จะออกไปเยือน ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 3 วันที่ 15 ต.ค. 62
 

เวียดนาม

ชื่อ : ทีมชาติเวียดนาม (Vietnam national football team)
ฉายา : ดาวทอง , Golden Dragons
เฮดโค้ช : ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือใหญ่ชาวเกาหลีใต้ วัย 60 ปี ที่ในอดีตเคยเป็นนักเตะเพื่อนร่วมทีมกับ “เดอะ ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน แข้งตำนานของ ทีมชาติไทย สมัยค้าแข้งกับสโมสร ลัคกี้ โกลด์สตาร์ เอฟซี ระหว่างปี 1984-1988 ส่วนการคุมทีมก็เคยผ่านการคุมสโมสรมาแล้วทั้ง กย็องนัม เอฟซี , ชุนนัม ดราก้อนส์ , ซังจู ซังมู , ชางวอน เอฟซี และ ทีมชาติเกาหลีใต้ U23
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 97 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 84 ของโลก (เมื่อเดือน ก.ย. 1998) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 172 ของโลก (เมื่อเดือน ธ.ค. 2006)
เกียรติประวัติ : แชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัย , รองแชมป์ U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 , อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2018 , เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019
กัปตันทีม : เกว๊ ง็อก หาย ปราการหลัง วัย 26 ปี จากสโมสร เดอะ คอง เอฟซี โดยเจ้าตัวเป็นกองหลังที่มีความดุดัน กล้าเล่น กล้าชน มีความโดดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศ และติดทีมชาติไปแล้วกว่า 44 นัด ยิง 2 ประตู
เหงียน คอง เฟือง เหงียน กวง ไฮ ดวน วาน เฮา
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– เหงียน คอง เฟือง กองหน้า วัย 24 ปี จากสโมสร แซงต์-ทรุยด็อง ทีมในลีกสูงสุดของเบลเยี่ยม ที่ติดทีมชาติไปแล้วกว่า 33 นัด ยิง 8 ประตู
– เหงียน กวง ไฮ แนวรุก วัย 22 ปี จากสโมสร ฮานอย เอฟซี ที่มีข่าวเคยไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสร อลาเบส ทีมในศึกลา ลีก้า ของสเปนมาแล้วด้วย โดยติดทีมชาติไป 19 นัด ยิง 5 ประตู
– ดวน วาน เฮา แบ็คซ้าย วัย 20 ปี จากสโมสร เอสซี ฮีเรนวีน ทีมในลีกสูงสุดของลีกฮอลแลนด์ ที่เคยตกเป็นที่ต้องการของทีมในไทยลีกมาแล้วด้วย โดยลงเล่นนามทีมชาติไป 18 นัด
*โปรแกรมแข่งของ ทีมชาติเวียดนาม จะออกไปเยือน ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดแรก วันที่ 5 ก.ย. 62 เวลา 19.00 น. ณ สนามกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
 

มาเลเซีย

ชื่อ : ทีมชาติมาเลเซีย (Malaysia national football team)
ฉายา : เสือเหลือง
เฮดโค้ช : ตัน เชง โฮ กุนซือใหญ่ วัย 51 ปี ที่ในอดีตเคยผ่านการคุม ทีมชาติมาเลเซีย ชุดเยาวชนมาแล้วในรุ่น U19 และ U23 รวมถึงยังคุมทีมสโมสรอย่าง เคดาห์ เอฟเอ ที่เคยพาทีมคว้าแชมป์มาเลเซียน ซุปเปอร์ ลีก ในปี 2015 และแชมป์ฟุตบอลถ้วยมาเลเซียน คัพ ปี 2016 ก่อนจะเริ่มคุม ทีมชาติมาเลเซีย ชุดใหญ่ ในปี 2017 – ปัจจุบัน
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 159 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 75 ของโลก (เมื่อเดือน ส.ค. 1993) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 178 ของโลก (เมื่อเดือน มี.ค. 2018)
เกียรติประวัติ : แชมป์ซูซูกิ คัพ 1 สมัย (2010) , เหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ 6 สมัย
กัปตันทีม : นอร์ชาห์รูล อิดลาน ดาวยิงมากประสบการณ์ วัย 33 ปี จากสโมสร ปาฮัง เอฟเอ โดยเจ้าตัวเป็นคนที่ยิงประตูใส่ ทีมชาติไทย ในรอบรองฯ ศึกซูซูกิ คัพ 2018 ทำให้ ไทย ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย โดยติดทีมชาติไปแล้วกว่า 72 นัด ยิง 13 ประตู
นอร์ชาห์รูล อิดลาน ฟาริซาล มาร์ลิอาส ซาฟาวี ราชิด
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– ฟาริซาล มาร์ลิอาส นายทวารจอมเก๋า วัย 33 ปี จากสโมสร ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ทีมยักษ์ใหญ่ในลีกสูงสุดของมาเลเซีย โดยติดทีมชาติไปแล้วกว่า 39 นัด
– ซาฟาวี ราชิด แนวรุก วัย 22 ปี จากสโมสร ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ที่มีทักษะความเร็วและการจบสกอร์ที่คมเลยทีเดียว สามารถเปลี่ยนเกมจากรับกลายเป็นรุกได้อย่างน่ากลัว โดยติดทีมชาติไปแล้ว 19 นัด ยิง 7 ประตู
*โปรแกรมแข่งของ ทีมชาติมาเลเซีย จะเปิดรังพบกับ ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 วันที่ 14 พ.ย. 62
 

อินโดนีเซีย

ชื่อ : ทีมชาติอินโดนีเซีย (Indonesia national football team)
ฉายา : เดอะ การูด้า
เฮดโค้ช : ไซม่อน แม็คเมเนมี่ กุนซือใหญ่ชาวสกอตแลนด์ วัย 41 ปี ที่ในอดีตเมื่อปี 2010 เคยคุม ทีมชาติฟิลิปินส์ มาแล้วด้วย รวมถึงการคุมทีมสโมสรทั้งในลีกของเวียดนาม และ อินโดนีเซีย ด้วยเช่นกัน ก่อนที่ปี 2019 จะรับคุมทีมชาติอินโดนีเซีย ชุดใหญ่
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 160 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 76 ของโลก (เมื่อเดือน ก.ย. 1998) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 191 ของโลก (เมื่อเดือน ส.ค. 2016)
เกียรติประวัติ : รองแชมป์ซูซูกิ คัพ 5 สมัย , เหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ 2 สมัย
กัปตันทีม : อันดรีตานี อาร์ดียาซา นายทวาร วัย 27 ปี จากสโมสร เปอร์ซิจา จาการ์ต้า ที่ติดทีมชาติไปแล้ว 16 นัด
วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ่ อิรฟาน บัชดิม อิวาน ดิมาส
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ่ แนวรับ วัย 32 ปี จากสโมสร พีทีที ระยอง ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก โดยติดทีมชาติไปแล้ว 10 นัด
– อิรฟาน บัชดิม กองหน้า วัย 31 ปี จากสโมสร บาหลี ยูไนเต็ด เป็นนักเตะที่รูปร่างไม่ใหญ่ แต่มีความเร็วและทักษะในการจบสกอร์ที่หวังผลได้ทั้งในกรอบและนอกกรอบก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยติดทีมชาติไปแล้ว 36 นัด ยิง 11 ประตู
– อิวาน ดิมาส กองกลางที่เล่นได้ทั้งตำแหน่ง CM , AM และ DM วัย 24 ปี ที่เคยเป็นที่ต้องการจากทีมในไทยลีกมาแล้วด้วย โดยปัจจุบันค้าแข้งกับสโมสร บาริโต ปูเตร่า ทีมในลีกอินโดฯ โดยติดทีมชาติไปแล้ว 21 นัด ยิง 4 ประตู
*โปรแกรมแข่งของ ทีมชาติอินโดนีเซีย จะเปิดรังพบกับ ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 2 วันที่ 10 ก.ย. 62 เวลา 19.30 น. ณ สนามเกลอรา บังการ์โน สเตเดี้ยม (เสนายันเดิม)

ประกาศรายชื่อ 23 แข้ง “ช้างศึก” ทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

อากิระ นิชิโนะ กุนซือใหญ่ “ช้างศึก” ???ีมชาติไทย ประกาศตัดตัวผู้เล่นให้เหลือ 23 ราย เป็นที่เรียบร้อย ในชุดที่เตรียมพบกับ ทีมชาติเวียดนาม และ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2

กุนซือวัย 64 ปี เรียกผู้เล่นมาทั้งหมด 33 คน จากนั้นเริ่มต้นเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อม ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา และ ลงเล่นเกมกระชับมิตรแบบปิด 1 นัด ก่อนที่ล่าสุด จะตัดให้เหลือ 23 รายเป็นที่เรียบร้อย โดยมี 3 ราย ที่ติดทัพช้างศึกชุดใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรก ประกอบด้วย ชินภัทร์ ลีเอาะ , เอกนิษฐ์ ปัญญา และ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล
นอกจากนี้ 4 ผู้เล่นที่ไม่มีรายชื่อใน 23 คนสุดท้ายอย่าง กรพัฒน์ นารีจันทร์ , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , พัชรพล อินทนี และ ศฤงคาร พรหมสุภะ ทางด้าน อากิระ นิชิโนะ ยังตัดสินใจให้เดินทางไปกับทีมด้วย หลังอยู่ในข่ายของกลุ่มผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ในการเตรียมความพร้อม ก่อนลุยศึกซีเกมส์ 2019 และ ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบสุดท้าย
ผู้รักษาประตู
นายศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นายฉัตรชัย บุตรพรม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
นายกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (โอเอช ลูเวิน)
กองหลัง
นายธีราทร บุญมาทัน (โยโกฮามา เอฟ มารินอส)
นายศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นายพรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นายนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นายทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
นายมานูเอล ทอม เบียรห์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
นายนิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)
นายชินภัทร์ ลีเอาะ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
นายอดิศร พรหมรักษ์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
กองกลาง
นายชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล ซัปโปโร)
นายฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (โออิตะ ทรินิตะ)
นายสารัช อยู่เย็น (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
นายสุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นายเอกนิษฐ์ ปัญญา (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
นายศิวกรณ์ เตียตระกูล (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
นายพิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
นายบดินทร์ ผาลา (การท่าเรือ เอฟซี)
นายธนบูรณ์ เกษารัตน์ (การท่าเรือ เอฟซี)
นายพีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (สมุทรปราการ ซิตี้)
กองหน้า
นายศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

เมื่อมองไปยัง 4 ทีมดังทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือว่าประสบการณ์ในปีก่อน รวมถึงชื่อชั้นนั้นยกระดับให้ทีมจากอังกฤษดูมีภาษีขึ้นมามากโข ทั้ง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ รวมถึง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เจ้าของแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ล้วนแล้วแต่มีของพร้อมปล่อยใส่ทุกทีมทั่วยุโรป ทว่าเราต้องมาดูคู่แข่งของพวกเขาว่าจะมีทีมไหนบ้าง

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โถ 1: ลิเวอร์พูล (แชมป์เก่า) , เชลซี (แชมป์ยูโรปา ลีก) , บาร์เซโลน่า, แมนฯ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

โถ 2: เรอัล มาดริด, แอต.มาดริด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, อาแจ็กซ์/อาโปเอล, เบนฟิก้า

โถ 3: โอลิมปิก ลียง, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ซัลซ์บวร์ก, โอลิมเปียกอส/คราสโนดาร์, คลับ บรูช/แอลเอเอสเค ลินซ์, บาเลนเซีย, อินเตอร์ มิลาน,ดินาโม ซาเกร็บ/โรเซนบอร์ก

โถ 4: โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก , ยัง บอยส์ / เรดสตาร์ เบลเกรด , เกงค์ , กาลาตาซาราย ,ไลป์ซิก , สลาเวีย ปราก , อตาลันตา , ลีลล์

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

โดยเงื่อนไขแรกที่ต้องรู้คือ ทั้ง 4 ทีม จะไม่เจอกันเองภายใต้เงื่อนไขสโมสรจากประเทศเดียวกัน จะไม่พบกันเองในรอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก โดยหากมองแบบนี้มีเพียงแค่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมเดียวที่หลุดโถแรก เพราะฉะนั้นพวกเขามีโอกาสสุงมากที่จะเจอ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4 ทีมแชมป์จาก 4ลีกใหญ่ เว้นแต่คนจับจะมือพาเฮง พวกเขาก็จะได้โถ1 เป็น เซนิตฯ

ส่วนอีก 3 ทีมที่อยู่ในโถแรก ก็ใช่ว่าจะยินดีปรีดาได้มากนัก เพราะหากมามองดูสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ทีมใดทีมหนึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี จะต้องประสบพบเจอก็คือพวกเขาจะอยู่ร่วมกลุ่ม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน และ ไลป์ซิก

กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL ลิเวอร์พูล

ทว่าหากมองให้ดี โถ2 ใช่จะมีแต่ เจ้าของโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” 13 สมัย เพียงเท่านั้นที่พอจะเป็นฝันร้ายให้ 3 ทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เพราะนอกจากนั้นแล้วยังมีทั้ง แอต.มาดริด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และยังต้องรอลุ้นทีมม้ามืดอย่าง อาแจ็กซ์ อีกทีม

สายฟ้า-ราชบุรี! แชมป์ยอดผู้เข้าชมเกม T1 นัดที่ 24 ส่วนบ๊วยตกเป็นของคู่ “เชียงใหม่-ตราด”

สายฟ้า-ราชบุรี! แชมป์ยอดผู้เข้าชมเกม T1 นัดที่ 24 ส่วนบ๊วยตกเป็นของคู่ "เชียงใหม่-ตราด"

สถิติผู้เข้าชมเกมโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 24

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 สัปดาห์ที่ 24 มีแข่งขันทั้งหมด 8 คู่ ระหว่างวันที่ 17 – 18 ส.ค. 62 เรามาดูกันว่าในแต่ละสนามมีสถิติจำนวนยอดผู้เข้าชมเกมกี่คน…

วันที่ 17 ส.ค. 62

พีที ประจวบ 1-0 ทรู แบงค็อกฯ มีผู้เข้าชมเกม 3,819 คน (สามอ่าว สเตเดี้ยม)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 6-0 ราชบุรี มิตรผลฯ มีผู้เข้าชมเกม 10,755 คน (ช้าง อารีน่า)

ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-3 สมุทรปราการ ซิตี้ มีผู้เข้าชมเกม 3,520 คน (เขาพลอง สเตเดี้ยม)

สิงห์ เชียงรายฯ 1-1 สุโขทัย เอฟซี มีผู้เข้าชมเกม 2,765 คน (สิงห์ สเตเดี้ยม)

 

วันที่ 18 ส.ค. 62

สุพรรณบุรี เอฟซี 1-3 การท่าเรือ เอฟซี มีผู้เข้าชมเกม 8,626 คน (สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี)

เอสซีจี เมืองทองฯ 2-2 พีทีที ระยอง มีผู้เข้าชมเกม 8,592 คน (เอสซีจี สเตเดี้ยม)

ชลบุรี เอฟซี 2-1 นครราชสีมา มาสด้า มีผู้เข้าชมเกม 5,507 คน (ชลบุรี สเตเดี้ยม)

เชียงใหม่ เอฟซี 1-3 ตราด เอฟซี มีผู้เข้าชมเกม 443 คน (สิงห์ สเตเดี้ยม)

*รวมยอดผู้เข้าชมเกมทั้ง 8 สนามในศึก T1 ฤดูกาล 2019 นัดที่ 24 (44,027 คน) เฉลี่ยสนามละ 5,503 คน โดยประมาณ

เครดิตรูป : BURIRAM UNITED , Chiangmai  FC

เว็บไซต์ดังญี่ปุ่นตัดเกรดฟอร์มการเล่น “ชนาธิป” เกมบุกพ่าย ซานเกรซเช่ฯ

เกมนี้ ชนาธิ ปสรงกระสินธ์ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 90 นาที ส่วนฟอร์มการเล่นในเกมนี้ โอกาสช่วงต้นเกมของ ชนาธิป นั้นมีไม่มาก กว่าจะเริ่มเร่งเครื่องช่วยทีมได้นั้น ก็ช่วงครึ่งหลังแล้ว ส่วนจังหวะที่กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้ายนั้นน่าเสียดายที่ไม่ตรงกรอบ ช่วงหลังก็พยายามสร้างสรรค์โอกาสช่วยทีม แต่ก็ทำไม่ได้

384f97eebedbb9e55837e65691b587e3.jpg

เว็บไซต์ชื่อดังของญี่ปุ่น  soccerdigestweb ได้ตัดเกรดฟอร์มการเล่นของ ชนาธิป สรงกระสินธ์  ในเกมเจลีกนัดที่ 21 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยในเกมดังกล่าว คอนซาโดเล่ ซัปโปโร บุกไปพ่าย ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า 1-0

เกมนี้ ชนาธิ ปสรงกระสินธ์ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 90 นาที ส่วนฟอร์มการเล่นในเกมนี้ โอกาสช่วงต้นเกมของ ชนาธิป นั้นมีไม่มาก กว่าจะเริ่มเร่งเครื่องช่วยทีมได้นั้น ก็ช่วงครึ่งหลังแล้ว ส่วนจังหวะที่กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้ายนั้นน่าเสียดายที่ไม่ตรงกรอบ ช่วงหลังก็พยายามสร้างสรรค์โอกาสช่วยทีม แต่ก็ทำไม่ได้

หลังจบเกมการแข่งขันเว็บไซต์ชื่อดังได้ให้คะแนน ชนาธิป สรงกระสินธ์ อยู่ที่ 5.5 คะแนน เป็นอันดับ 2 ของทีม

Photo : JLeague

พรีเมียร์ลีก ประกาศเพิ่มเงื่อนไขจัดอันดับซีซั่น 2019-2020

ประกาศเพิ่มเงื่อนไขจัดอันดับซีซั่น 2019-2020

20190716_k_nfom8x95nziwz2c8p9.jpg

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าพวกเขาจะเอากฎ “เฮด-ทู-เฮด” มาใช้เป็นเงื่อนไขในการจัดอันดับ โดยมันจะเป็นเงื่อนไขท้ายๆ ส่วนผลต่างประตู-ได้เสีย ยังถูกใช้เป็นเงื่อนไขแรกหลังจากที่คะแนนเท่ากันเหมือนเดิม

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าในฤดูกาล 2019-20 พวกเขาจะเพิ่มกฎ “เฮด-ทู-เฮด” หรือผลงานการเจอกันเองระหว่างทั้งสองทีม มาเป็นเงื่อนไขลำดับท้ายๆ ในการจัดอันดับ

ในการแข่ง พรีเมียร์ลีก หลายฤดูกาลก่อนหน้านี้นั้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำการตัดสินแชมป์, โควตาสำหรับเล่นฟุตบอลทวีปยุโรป และการตกชั้น แต่มีทีมในกลุ่มดังกล่าวมีคะแนนเท่ากัน 2 ทีมขึ้นไป มันก็จะมาวัดกันที่ผลต่างประตูได้-เสีย และถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเท่ากันมันก็จะมาดูที่จำนวนประตูที่ทำได้ ซึ่งถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเท่ากันอีกมันก็จะจัดให้มีการแข่งเกมพิเศษเพื่อจัดอันดับกัน

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ซีซั่น 2019-20 เป็นต้นไป มันจะมีการใส่เงื่อนไขเฮด-ทู-เฮดเข้ามาเป็นลำดับถัดจากจำนวนประตูที่ทำได้ และถ้าเฮด-ทู-เฮดยังเท่ากันอีก มันก็จะมาดูกันว่าทีมในกลุ่มดังกล่าวทีมไหนที่ทำประตูในเกมเยือนของการเจอกันเองได้มากกว่า ซึ่งถ้าเงื่อนไขนี้ยังเท่ากันอีกมันถึงจะมีการเล่นเกมเพลย์ออฟที่สนามเป็นกลาง โดยที่ พรีเมียร์ลีก จะเป็นคนตัดสินถึงเรื่องรูปแบบการแข่ง, วันเวลา และสถานที่เอง

สรุปเงื่อนไขการจัดอันดับ (จะใช้เงื่อนไขถัดไปก็ต่อเมื่อผลงานในเงื่อนไขในลำดับก่อนหน้านั้นเท่ากัน)
1. คะแนนรวม
2. ผลต่างประตูได้-เสีย
3. จำนวนประตูที่ทำได้
4. ผลงานการเจอกันเอง (เฮด-ทู-เฮด)
5. ทีมที่ยิงประตูในเกมเยือนในนัดที่เจอกันเองได้มากกว่า จะอยู่ในอันดับที่ดีกว่า
6. เล่นเกมเพลย์ออฟ

 

เพื่อลุ้นแชมป์ต่อ! วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล สมควรทุ่มเงินช็อปแข้งดังซัมเมอร์นี้หรือไม่

ในฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ใน พรีเมียร์ลีก ก็มีลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบฉิวเฉียดแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดทั้งซีซั่นพวกเขายังแพ้ในลีกแค่นัดเดียวด้วย

เพื่อลุ้นแชมป์ต่อ! วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล สมควรทุ่มเงินช็อปแข้งดังซัมเมอร์นี้หรือไม่
by siamsport

ในฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ขณะที่ใน พรีเมียร์ลีก ก็มีลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบฉิวเฉียดแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดทั้งซีซั่นพวกเขายังแพ้ในลีกแค่นัดเดียวด้วย

เรื่องดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่าขุมกำลังชุดนี้ของ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากๆ และต่อให้ไม่ซื้อแข้งดังมาร่วมทีมก็น่าจะแข็งแกร่งพอสำหรับการไล่ล่าความสำเร็จมากกว่าเดิมแล้ว แต่บางคนก็แสดงความเห็นว่าพวกเขายังจำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะฝีเท้าดีแบบที่พร้อมใช้งานทันทีมาร่วมทีมอยู่

ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะเสริมทัพด้วยแข้งดังหรือไม่มีโอกาสสูงที่จะส่งผลกับฤดูกาล 2019-20 ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งวันนี้เราจะมาลองวิเคราะห์กันว่าในแต่ละตำแหน่งนั้น ลิเวอร์พูล ควรจะต้องซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพรึเปล่า

– ผู้รักษาประตู
เรียกได้ว่านี่เป็นตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล ไม่จำเป็นต้องเครียดมากนัก อลีสซง เบ็คเกอร์ มีฝีมือดีระดับต้นๆ ในตำแหน่งนี้จนสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้อยู่แล้ว ส่วนตัวสำรองอย่าง ซิมง มิโญเล่ต์ ก็มีประสบการณ์สูงจนพอจะเป็นมือ 2 ของทีมได้ และต่อให้เขาจะย้ายออกจากทีม “หงส์แดง” ก็แค่ไปซื้อคนที่พอจะเป็นมือสองของทีมได้มาร่วมทัพก็พอ ซึ่งมันก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องเสียเงินมากมายอะไร หรือถ้าจะดันดาวรุ่งขึ้นมาก็ยังได้

– กองหลัง
เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเซนเตอร์แบ็กระดับโลกแบบไร้ข้อกังขา และถ้าจะยกให้เขาเป็นกองหลังตัวกลางที่เก่งที่สุดของโลกในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลยอะไร นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ก็ยังมีตัวเลือกอย่าง โจ โกเมซ ที่ฤดูกาลก่อนทำผลงานได้ดีก่อนที่จะเจ็บหนักด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังมีตัวเลือกอย่าง โฌแอล มาติป กับ เดยัน ลอฟเรน อีกต่างหาก แถมพวกเขาก็เพิ่งได้เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก มาร่วมทีมด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้เซนเตอร์แบ็กแทบจะล้นทีมแล้ว แถมต่อให้ไม่นับ ฟาน ไดค์ แต่ทั้ง โกเมซ, มาติป และ ลอฟเรน ก็ยังมีฝีเท้าในระดับที่พอจะเป็นตัวจริงได้ทั้งหมดเหมือนกัน

ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองข้างนั้น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาชาวอังกฤษ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายชาวสกอตต์ต่างก็มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมจนไม่จำเป็นต้องไปหานักเตะระดับ 5 ดาวในตำแหน่งนี้มาร่วมทีม ถ้าจะมีสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการหาคนที่พอจะเป็นแบ็กอัพให้ทั้งคู่ได้ เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีแบ็กซ้ายตามธรรมชาติคนอื่นนอกจาก โรเบิร์ตสัน เลย ส่วนแบ็กขวาก็มีแค่ นาธาเนียล ไคลน์ ที่ส่อแววไม่มีอนาคตกับทีมอยู่แล้ว

– กองกลาง
ขุมกำลังชุดปัจจุบันของ คล็อปป์ มีพวกมิดฟิลด์ประเภทตัวรับ และคนคอยคุมจังหวะตรงกลางสนามที่เก่งๆ หลายคน อย่างเช่น ฟาบินโญ่, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ เจมส์ มิลเนอร์ ในทางกลับกัน เกือบตลอดทั้งฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูล ขาดประเภท “กองกลางตัวรุก” ที่ดี

กว่าที่ คล็อปป์ จะพอมีนักเตะในตำแหน่งนั้นที่ทำผลงานได้น่าพอใจก็ต้องรอถึงช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล จากการที่ นาบี เกอิต้า ดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวกับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ดีขึ้น ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเมื่อถูกดันขึ้นหน้ามากกว่าเดิม

ถ้าเกิด เกอิต้า และ เฮนเดอร์สัน รักษาระดับการเล่นแบบนั้น หรือพัฒนาฟอร์มขึ้นมาได้ ลิเวอร์พูล ก็จะมีตัวเลือกในตำแหน่งกองกลางตัวรุกที่มากพอ เพราะพวกเขาจะได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางและปีกกลับมาใช้งานด้วย แต่คำถามก็คตือ คล็อปป์ พร้อมที่จะเสี่ยงกับปัจจัยที่ว่านั้นมากแค่ไหน

แน่นอน ถ้าเกิดทั้ง 3 คนที่ว่าทำผลงานได้ดีมันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้มันก็อาจจะส่งผลกับทีมได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเกิด ลิเวอร์พูล จะดึงกองกลางตัวรุกชื่อดังที่สร้างสรรค์เกมเก่งๆ มาร่วมทีมสักคนมันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีพอตัว

– กองหน้า
คล็อปป์ ฝากฝังความหวังในการทำประตูเอาไว้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ มาตั้งแต่ฤดูกาล 2017-18 แล้ว ซึ่งทั้งคู่ก็ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา จากการยิงประตูได้เยอะสุดๆ ในฐานะปีกกึ่งกองหน้าตัวริมเส้น โดยในตำแหน่งนี้ว ลิเวอร์พูล ยังมีอะไหล่ชั้นยอดอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ ด้วย

การที่ทั้ง ซาลาห์ และ มาเน่ ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำส่งผลให้ คล็อปป์ ไม่ค่อยกังวลมากนักกับการหา “กองหน้าตัวเป้าอาชีพ” โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ ดิว็อค โอริกี้ อาจจะถูกระบุเป็นกองหน้าตัวกลางตามเว็บไซต์ต่างๆ แต่เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้เป็นหัวหอกตัวเป้าตามธรรมชาติ ถึงกระนั้น รายของ ฟีร์มีโน่ ก็ยังทำผลงานได้ดีพอตัวจนทำให้ คล็อปป์ ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตในการซื้อกองหน้าตัวเป้าเท่าไหร่ ส่วน โอริกี้ ก็เล่นได้โดดเด่นในช่วงท้ายซีซั่นล่าสุด จนดูเหมือนพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญให้ทีม

นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังมี ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าตัวเป้าดาวรุ่งที่กำลังรอโอกาสของเขาอย่างใจจดใจจ่ออยู่เช่นกัน ทำให้ดูแล้วการเสริมทัพในตำแหน่งแนวรุกจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเท่าไหร่

สรุป : จุดเดียวที่ ลิเวอร์พูล อาจจะสมควรทุ่มเงินซื้อแข้งดังมาร่วมทีมคือมิดฟิลด์ตัวรุก ยกเว้นว่า คล็อปป์ พร้อมที่จะเชื่อใจในตัว เกอิต้า, เฮนเดอร์สัน และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ส่วนที่เหลือแค่หาฟูลแบ็กตัวสำรองมาร่วมทีมสัก 2 คนก็น่าจะเพียงพอต่อการปิดตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว หรือถ้าเกิดสถานการณ์ที่ มิโญเล่ต์ บอกลาทีม ก็แค่หานายทวารระดับแค่เป็นอะไหล่มาร่วมทีมก็พอ

รีวิว ข้อคิดดีๆจาก Next88 Thailand

รีวิว ข้อคิดดีๆ จากแร็พเปอร์ดีกรีแชมป์ Rap Is Now
[Stage-N] แบรนด์แอมฯ Next88 Thailand
“ถ้าเราเล่น เราอย่าเดือดร้อนคนอื่น”
“อยากได้อะไร เก็บเงินซื้อเอง”
“การเล่นการพนันสามารถเสพติดได้โปรดเล่นอย่างรับผิดชอบ”

รีวิว  “แทงบอล” การเล่นการพนันสามารถเสพติดได้โปรดเล่นอย่างรับผิดชอบ

Next88 Thailand ร่วมสนุกสุดมันไปกับเกมกีฬาสดกว่า 50 ชนิด มากกว่า 20000 แมตซ์ต่อเดือน ทั้งรูปแบบเอเชียและยุโรป ตลอด 24 ชม. ผ่านแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูง ได้รับรางวัลชนะเลิศ Award-Winning In-Play Software เสนอราคายุติธรรมที่ยอมรับทั่วโลก พร้อมเกมไลฟ์คาสิโนมากกว่า 10 ชนิด ทุกราคา จากบริษัทชั้นนำ ด้วยดีลเลอร์มืออาชีพ  นำเสนอด้วยสุดยอดเทคโนโลยีวิดีโอสตรีมมิ่งที่ดีที่สุดแบบเรียลไทม์ ทำให้การเล่นของคุณไม่สะดุด   สร้างสรรค์ประสบการณ์การเล่นสมจริง ผ่านเว็บและมือถือ คุณเองก็สามารถร่วมเป็นสมาชิกกับเราได้ง่ายๆ โดยติดต่อผ่านกับเจ้าหน้าที่บริการได้ตลอด 24 ชั่งโมง

  • สนุกกับเกมกีฬาสดทั้งรูปแบบเอเชียและยุโรป ตลอด 24 ชม.

  • มีเกมส์ใหม่อัพเดตให้เล่นอยู่เสมอ

  • มีเกมล๊อตเตอรี่ที่หลากหลาย จากทั่วทุกมุมโลก

  • สนุกสนานไปกับเกมแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี Interactive P2P

บริการทั้งหมด

  • GAMES

  • LOTTERY

  • SLOTS

  • LIVE CASINO

  • SPORTSBOOK

รองรับทั้งระบบ Android, IOS หรือเล่นผ่านเว็บ ด้วยเทคโนโลยี ความปลอดภัย SSL 256 Bit Encryption

สิทธิพิเศษและโปรโมชั่น

  • รับเครดิตเพิ่มฟรี 50% จากยอดฝากครั้งแรก สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

  • คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน

  • โบนัสวันเกิด 500บาท

  • ฟรีโบนัส 500 บาท สำหรับยูสเซอร์ตรง 2 ตัวท้าย รางวัลที่1

  • สมาชิกใหม่ฝากครั้งแรกขั้นต่ำ 100 บาท ฝากครั้งต่อไปไม่จำกัดจำนวน

  • สมาชิกถอนขั้นต่ำ 250 บาท สามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • คำตัดสินของทางทีมงานถือว่าเป็นที่สิ้น โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เว็บคาสิโนออนไลน์ พนันกีฬาออนไลน์มาใหม่ เว็บดังจากต่างประเทศ เปิดให้ผู้เล่นร่วมเดิมพันเกมคาสิโนสดผ่านหน้าจอ ซึ่งมีการตั้งกล้องวีดีโอสดให้รับชม สำหรับท่านที่ต้องการลองเล่น Next88 Thailand สมัครสมาชิกที่นี่ รับโบนัสต้อนรับฟรี 100% สูงสุด 8,000 บาท พร้อมเงินคืน 0.88% NEXT88 THAILAND เว็บคาสิโนสด กีฬา บาคาร่า สล็อต ยอดเยี่ยม ฝาก-ถอน ทำได้ง่าย ว่องไว มีทีมงานคอยให้บริการเป็นอย่างดีทุก 24 ชม.

  • โปรโมชั่นหลากหลาย เลือกได้ตามความต้องการของแต่ละคน

  • ระบบเกมร์ทันสมัยที่สุดในตอนนี้

  • ภาพคมชัด HD ไหลลื่นไม่กระตุก

  • มีทางเข้าสำรองเยอะ หาง่าย

  • บริการฉับไว ประทับใจมาก

บอกเลยเว็บไซต์ที่เป็นเว็บพนันออนไลน์ เว็บเดิมพันออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ระบบที่ดีที่สุดตอนนี้คือ Next88 Thailand ที่นี่มีหลากหลายบริการให้คุณเลือกเล่นพนันออนไลน์ เว็บไซต์พนันออนไลน์ที่หลายๆคนเริ่มตามหาเพราะ โบนัสสล็อตแตกง่ายที่สุด ณ เวลานี้ และพบกับโปรโมชั่นที่จะมาสนับสนุนให้คุณสนุกไปกับการเดิมพันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ บางทีเจอเกมซ้ำๆคุณก็อาจจะเบื่อกับการเล่นพนันไปวันๆโดยที่ไม่มีเป้าหมายอะไร บางทีก็อาจจะต้องเบื่อที่จะออกบ้านเดินทางไกลๆเพื่อไปเล่นคาสิโน หรือพนันเพียงอย่างเดียวที่ต่างประเทศ จริงๆแล้วมันก็ไม่ค่อยสนุกละล่ะสำหรับคาสิโนแบบเดิมๆ แต่คุณจะได้พบกับความสนุกแปลกใหม่ของการเล่นพนัน Next88 เปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดพักผ่อนเรามีทีมงานที่พร้อมจะต้อนรับความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โบนัสปุ๊บ ถอนปั๊บ ได้เงินจริง ทันที ไม่มีกั๊ก ไม่มีถามใดๆทั้งสิ้น

Next88 Thailand ไม่มีโกง 100%

ช่องทางในการเข้ามาใช้บริการเว็บ พนันออนไลน์ Next88 มีหลากหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าผ่านมือถือของท่าน หรือเข้าผ่าน PC หรือเข้าเล่น Next88 Thailand ทางแทปเล็ต Tablet ของท่านก็ทำได้อย่างง่ายดาย ในการเข้าสู่เว็บไซต์ Next88 นั้นไม่ว่าจะเข้าผ่านอุปกรณ์ใดก็ตามจะมีช่องสำหรับ Next88 Login เพื่อให้เข้าสู่ระบบได้ง่ายและระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย USERNAME และ PASSWORD แต่ก่อนที่ท่านจะได้ username กับ password ของ Next88 นั้น ท่านจะต้องเข้ามาสมัครผ่านทางมือถือ หรือสมัครผ่านทาง PC ก็เลือกได้ตามใจชอบเลย

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ จาดอน ซานโช่ จิอันลุย ดอนนารุมมา มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์ มาร์คัส แรชฟอร์ดลูก้า โยวิช วินิเชียส จูเนียร์ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แฟรงกี้ เดอ ยอง ไค ฮาแวร์ทซ์


10-อันดับยอดเยี่ยม-300x157.jpg

อันดับที่ 10 ลูก้า โยวิช

 “ลูก้า โยวิช” กองหน้า ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต สัญชาติเซอร์เบีย

มูลค่าทางการตลาด 55 ล้านปอนด์
เขามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมมากใน บุนเดสลีกา มีส่วนสำคัญพา ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึก ยูโรปา ลีค “โยวิช” วัย 21 ปี เป็นหนึ่งในสามประสานในแดนหน้า เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นอายุน้อยที่สามารถทำประตูได้เป็นจำนวนมากในลีค ท็อป 5 ของยุโรป “โยวิช” ไม่ได้แข็งแกร่งหรือมีความเร็ว แต่เขามีสัญชาตญาณที่ดีในกรอบเขตโทษ และมีการจบสกอร์ที่เยือกเย็นแม่นยำ นอกจากนี้เขายังวิ่งลงมาช่วยแนวรับในการสกัดบอล ณ ปัจจุบันนี้ “โยวิช” ได้ย้ายไปเป็นนักเตะของ ริลมาดริดแลด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร หรือประมาณ 57 ล้านปอนด์

 

อันดับที่ 9 มาร์คัส แรชฟอร์ด

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

“มาร์คัส แรชฟอร์ด” กองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมชาติอังกฤษ อายุ 21 ปี

มูลค่าทางการตลาด 100 ล้านปอนด์
“มาร์คัส แรชฟอร์ด” ได้รับการยอมรับในฐานะตัวเลือกแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดตัวด้วยวัยเพียง 18 ปี จากการเป็นฮีโร่ทำไป 2 ประตู ในเกมพบ อาร์เซน่อล ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 และอีกซัดไป 1 ประตู ในเกมที่ อังกฤษ พบ ออสเตรเลีย ช่วงเดือน พฤษภาคม 2016 เขาเป็นผลผลิตจาก อะคาเดมี่ ยูไนเต็ด “แรชฟอร์ด” นั้นมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

 

อันดับที่ 8 จิอันลุย ดอนนารุมมา

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

“จิอันลุย ดอนนารุมมา” นายประตู เอซีมิลาน ทีมชาติ อิตาลี อายุ 20 ปี

มูลค่าทางการตลาด : นายประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก
เป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้รักษาประตูวัย 20 ปี เขาอยู่มา 4 ฤดูกาลกับ เอซี มิลาน ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นผุ้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นครบ 100 นัดในลีก กัลโช่ เซเรียอา

อันดับที่ 7 แฟรงกี้ เดอ ยอง

10 นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เก่งสุดในโลก!

“แฟรงกี้ เดอ ยอง” กองกลาง อาแจ็กซ์ ทีมชาติ ฮอลแลนด์ อายุ 21 ปี

มูลค่าทางการตลาด 66 ล้านปอนด์
“เดอ ยอง” เป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้ตื่นเต้นที่สุดวงการฟุตบอล เขาสามารถเล่นบอลด้วยความสนุกสนาน และชอบเล่นในพื้นที่แคบๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นคนพิเศษกว่าใคร คือ การเลี้ยงบอลติดเท้ากับมีความเร็ว โดย “เดอ ยอง” โด่งดังมาจากการเลี้ยงบอลหลบ “ลูก้า โมดริช” ได้สำเร็จ ช่วงเดือน เมษายน ที่ผ่านมา

อันดับที่ 6 วินิเชียส จูเนียร์

เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับเรอัลมาดริด

“วินิเชียส จูเนียร์” กองหน้ากึ่งปีก เรอัล มาดริด ทีมชาติ บราซิล อายุ 18 ปี

มูลค่าทางการตลาด ประมาณ 124 ล้านปอนด์
เป็นนักเตะที่มีความสามารถหลากหลาย มีทั้งครองบอลที่ดี มีพลังมีความสมดุลที่ยอดเยี่ยมเสมือน “โรนัลโด้” (บราซิล) ตำแหน่งที่เขาถนัดนั้นคือ หน้าซ้าย

 

อันดับที่ 5 ไค ฮาแวร์ทซ์

 เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมัน ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับไบเออร์เลเวอร์คูเซิน และทีมชาติเยอรมนี

“ไค ฮาแวร์ทซ์” กองกลาง เลเวอร์คูเซ่น ทีมชาติ เยอรมัน อายุ 19 ปี

มูลค่าทางการตลาด 89 ล้านปอนด์
เป็นกองกลางแบบคลาสสิค(ดั้งเดิม) เป็นนักเตะที่พาบอลจากแดนกลางจ่ายไปให้ยังตัวรุกแบบจ่ายคิลเลอร์พาส เขาทำให้เกมแดนกลางมีความลื่นไหล สามารถเอาชนะแดนกลางของคู่แข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีการจ่ายบอลแบบเยือกเย็น มีวิสัยทัศน์

 

อันดับที่ 4 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษในตำแหน่งแบ็กขวา แต่สามารถเล่นตำแหน่งปีกและกองกลางตัวกลางได้ ปัจจุบันลงเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูล

“อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ทีมชาติ อังกฤษ อายุ 20 ปี

มูลค่าทางการตลาด 62 ล้านปอนด์
แบ็คขวา ลิเวอร์พูล รายนี้เกิดและโตที่เมืองแห่งนี้ เขาอยู่ชุดเยาวชนของสโมสร พบโดยแมวมองตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ในฐานะผู้เล่นที่มีพรสวรรค์มาก ตำนวนของลิเวอร์พูล สตีวี่จี ได้อธิบายว่า นักเตะหนุ่มรายนี้จะเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลอย่างแน่นอน ด้วยความรวดเร็ว ว่องไว ความแข็งแกร่ง เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ การพัฒนาในช่วงสองปีที่ผ่านมาทำให้เขาติดทีมชาติ

อันดับที่ 3 มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์

เดอ ลิคต์ เป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังคนแรกและคนเดียวที่คว้ารางวัลโกลเดินบอยมาครอง

“มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์”กองหลัง อาแจ็กซ์ ทีมชาติ ฮอลแลนด์ อายุ 19 ปี

มูลค่าทางการตลาด 71 ล้านปอนด์
การที่ “เดอ ลิกท์” สามารถนำทีม อาแจ็กซ์ เอาชนะ ยูเวนตุส ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมา เขาอายุเพียงแค่ 19 ปี แต่ได้เป็นกัปตันของทีม เขามีร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง โดยจะเห็นได้การกระทำทุกอย่างที่ผ่านมา เมื่อตอนเป็นเด็กนั้น เดอ ลิกท์ เก่งทั้งเทนนิสและฮ็อกกี้ เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน และมีความสามารถการเป็นผู้นำ แทบจะนึกชื่อไม่ออกเลยว่าใครกันเป็นกองหลังที่มีทั้งความสามารถและภาวะผู้นำเทียบเท่ากับเขาได้อีก

อันดับที่ 2 จาดอน ซานโช่

เจดอน มาลิก แซนโช เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งปีก ให้กับโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ และทีมชาติอังกฤษ

“จาดอน ซานโช” กองกลาง โบรุสเซีย ดอร์ทมุน ทีมชาติ อังกฤษ อายุ 19 ปี

มูลค่าทางการตลาด 100 ล้านปอนด์
นักเตะชาวอังกฤษวัย 19 ปี เริ่มต้นกับ วัตฟอร์ด เซ็นเขามาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนที่จะเสียเขาให้กับ แมนฯ ซิตี้ เมื่ออายุ 14 ปี แต่เนื่องจากขาดโอกาสการลงเล่นทำให้เขาย้ายออกจาก เรือใบสีฟ้า ไปยัง ดอร์ทมุน ช่วงซัมเมอร์ 2017 เขาได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมจนยึดตัวจริงได้ ด้วยฟอร์มทั้งในทีมชาติและสโมสรมันสุดยอดมาก และเขาเป็นหนึ่งดาวรุ่งที่หลายๆสโมสรต้องการมากที่สุดในยุโรป

อันดับที่ 1 คิลิยัน เอ็มบัปเป้

เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าให้กับสโมสรฟุตบอลปารีส

“คิลิยัน เอ็มบัปเป้” กองหน้า PSG ทีมชาติ ฝรั่งเศส อายุ 20 ปี

มูลค่าทางการตลาด 222 ล้านปอนด์
เขาสร้างชื่อตอนอยู่ทีม โมนาโก เมื่อ 2 ปี ที่แล้วซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016-17 เขาเข้าร่วมทีม PSG ตอนซัมเมอร์ ปี 2017 พร้อมกับ “เนย์มาร์” เป็นหนึ่งในดาวเด่นในฟุตบอลโลกปี 2018 กับฝรั่งเศส มีฟอร์มที่สุดยอดใน ลีกเอิง มีฝีเท้าที่น่ากลัว ทักษะช่างน่าเหลือเชื่อทั้งสกิลการเลี้ยงบอลและการจบสกอร์ หัวหอกปารีส ถนัดที่จะเล่นในตำแหน่งหน้าซ้ายมากกว่าที่จะเล่นในตำแหน่งหน้าเป้า