สถิติก่อนเกม มาเลเซีย vs ไทย

สถิติก่อนเกม มาเลเซีย vs ไทย

ก่อนจะเริ่มฟาดแข้งกันคู่ระหว่าง “เสือเหลือง” ทีมชาติมาเลเซีย ที่จะเปิดรังพบกับ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 4 ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ เรามาดูสถิติก่อนเกมเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ของคู่นี้กัน

0c9fe8c968840d5bd6aa6f8fcb8060b1.jpg

 

เสือเหลือง vs ช้างศึก

สถิติไทย มาเลเซีย

สถิติการพบกันทั้งหมดรวมทุกรายการระหว่าง ทีมชาติมาเลเซีย พบกับ ทีมชาติไทย ที่พบกันทั้งหมดรวม 110 นัด แบ่งเป็น มาเลเซีย ชนะ 40 นัด เสมอ 35 นัด ส่วน ไทย ชนะ 35 นัด ในขณะที่ มาเลเซีย ยิงได้ถึง 158 ประตู ส่วน ไทย ยิงได้ 149 ประตู

 

อันดับโลก

สถิติไทย มาเลเซีย

ทีมชาติมาเลเซีย รั้งอันดับ 158 ของโลก (อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 62) ส่วนอันดับที่ดีที่สุดของ ทีมชาติมาเลเซีย เคยรั้งอันดับ 75 ของโลก (เดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1993) ขณะที่อันดับโลกที่ต่ำที่สุดของ ทีมชาติมาเลเซีย คือ 178 ของโลก (เดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2018)

ทีมชาติไทย รั้งอันดับ 109 ของโลก (อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 62) ส่วนอันดับที่ดีที่สุดของ ทีมชาติไทย เคยรั้งอันดับ 43 ของโลก (เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1998) ขณะที่อันดับโลกที่ต่ำที่สุดของ ทีมชาติไทย คือ 165 ของโลก (เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2014)

 

พบกันล่าสุด

มาเลเซีย ไทย ซูซูกิ คัพ

ศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก มาเลเซีย เปิดรังเสมอ ไทย 0-0 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2018 จากนั้นในเกมนัดที่สอง ไทย เปิดรังเสมอ มาเลเซีย 2-2 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2018 (ผลรวมสองนัดเสมอ 2-2  แต่ มาเลเซีย ผ่านเข้ารอบชิงฯ ด้วยกฎประตูทีมเยือน)

 

“ช้างศึก” ขาดตัวหลัก

ศศลักษณ์ กรกช

ในเกมนี้ ทีมชาติไทย จะไม่มี ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งจากสโมสร โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เนื่องจากติดโทษแบนจากใบเหลืองสะสมครบ 2 ใบ โดยเป็นไปได้ว่าผู้ที่เข้ามาทดแทนในตำแหน่งของ “บุญจัง” อาจจะเป็น ศศลักษณ์ ไหประโคน หรือ กรกช วิริยอุดมศิริ สองดาวเตะจากบุรีรัมยฯ ซึ่งถือเป็นการคาดเดาที่ค่อนข้างลำบากเพราะ อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชมักจะมีแผนที่เซอร์ไพรส์แฟนบอลชาวไทยในการจัดตัวผู้เล่นอยู่เสมอ

 

6 แข้ง “ช้างศึก” จาก 5 ปีก่อน

ทีมชาติไทย แชมป์ซูซูกิ คัพ 2014

ผู้เล่นของ ทีมชาติไทย ชุดคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2014 ที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล ในยุคของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ยังคงเหลืออยู่ถึงชุดปัจจุบันจากวันนั้นถึงวันนี้ประกอบด้วย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , อดิศร พรหมรักษ์ , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ สารัช อยู่เย็น

สำหรับโปรแกรมแข่งของ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะออกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 4 วันที่ 14 พ.ย. 62 เวลา 19.45 น. (เวลาไทย) ณ สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย *ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32

เก็บตก 4 ประเด็นร้อนหลังศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก : อินโดนิเซีย 0-3 ไทย

4 ประเด็นร้อนหลังศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก : อินโดนิเซีย 0-3 ไทย

thai-300x170

การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2
วันแข่งขัน วันอังคารที่ 10 กันยายน 2019
เวลาแข่งขัน 19:30 น.
ผลแข่งขัน อินโดนิเซีย 0-3 ไทย
สนาม เกลอรา บังการ์โน สเตเดียม

ประเด็นร้อนหลังเกม


1. ครึ่งแรก-ครึ่งหลัง หนังคนละม้วน

ต้องชมการแก้เกมของผู้จัดการทีมอย่าง อากิระ นิชิโนะ ที่แก้เกมรวมถึงกระตุ้นขุนพลช้างศึกให้กลับมาในครึ่งหลังพร้อมความกระหาย กล้าได้กล้าเสียที่มากกว่าเดิม จากที่ครึ่งแรกเน้นการครองบอล ไม่กล้าที่จะเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างเต็มตัวเท่าใดนัก ซึ่งการเปลี่ยนแนวทางการเล่นนี้ เป็นที่มาของประตูแรก ในนาทีที่ 56 และหลังจากนั้นความมั่นใจของนักเตะไทยก็ดูเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสวนทางกับเจ้าถิ่นที่ดูจะเสียรูปขบวนไปหลังจากเสียประตูแรก และเมื่อโดนลูกที่สอง ไทย ก็ครองเกมได้แทบจะ 100% จนกระทั่งจบด้วยชัยชนะอย่างขาดลอยในที่สุด

FBL-WC-2022-THA-VIE

2. แบ็คทั้ง 2 ข้างยังมีช่องโหว่

แม้เกมนี้จะจบด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้น 3-0 แถมยังไม่เสียประตูให้ใครเลยตลอด 2 เกมที่ผ่านมา แต่หากมองดีดีจะเห็นได้ว่า พื้นที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง เป็นจุดที่เราถูกโจมตีมากที่สุด ซึ่งต้องว่ากันตรงๆว่าทั้ง โด และ ธีราทร จุดเด่นของทั้ง 2 คนนี้อยู่ที่การเล่นเกมรุกที่ดุดัน ซึ่งมันย่อมทำให้เกมรับด้อยลงไปเมื่อแบ็คทั้งสองข้างเติมขึ้นสูง เห็นได้จากวันนี้ ผู้เล่นริมเส้นทั้ง 2 ด้านของ อินโดนิเซีย สามารถสร้างปัญหาให้เกมรับของไทยได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่มาก แต่ต้องดูว่านี่คือ อินโดฯ หากต้องเจอทีมที่มีเกมรุกที่รวดเร็ว แข็งแกร่ง และ เฉียมคม กว่านี้ล่ะ รูปเกมคงไม่ออกมาในลักษณะนี้แน่ ดังนั้น ตรงนี้จึงเป็นอีกจุดที่ นิชิโนะ ควรจะรีบแก้ไขให้ได้เป็นสิ่งแรกๆ

Tristan Do,Nguyen Phong Hong Duy

3. สุภโชค สารชาติ แจ้งเกิดในนามทีมชาติอย่างเต็มตัว

ดาวรุ่งวัย 21 ปี จากสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รายนี้ โดดเด่นมาตั้งแต่เกมแรกกับเวียดนาม ถึงแม้จะพลาดลูกยิงในช่วงท้ายเกม แต่แค่นี้ก็เพียงพอจะให้เขาเป็น แมน ออฟ เดอะ แมทช์ ในเกมวันนั้น ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยม ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม รวมถึงการเล่นอย่างชาญฉลาด ทำให้เขาโดดเด่นขึ้นมา ทั้งที่ก่อนเกมทุกคนคิดแค่ว่า เจ ชนาธิป จะโชว์ฟอร์มแบกทีมได้มากน้อยขนาดไหน แต่เมื่อได้ชมเกมกลับเป็นเจ้าหนูเบอร์ 7 ที่เปล่งประกาย จนได้รับคำสรรเสริญมากมายทั้งจากทีมงาน สื่อต่างๆ รวมไปถึงแฟนบอลทั่วทั้งประเทศ

พอมาเกมในวันนี้ เจ้าตัวพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า เขาเก่งจริง ไม่ได้ฟลุกแต่อย่างใด ด้วยการยังระเบิดฟอร์ม ยิง 2 ประตู กับอีก 1 จุดโทษ เฉิดฉายกว่าเกมแรกเสียอีก พาทีมชาติไทยเก็บ 3 คะแนนแรกในฟุตบอลโลกหนนี้ได้สำเร็จ

Supachok Sarachart

4. เจ ชนาธิป กับฟอร์มที่ไม่โดดเด่นสมความคาดหวัง

2 เกมที่ผ่านมา ต้องยอมรับจริงๆว่า เจ เล่นได้ผิดฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นมาก หากมองเผินๆอาจจะคิดได้ว่าเป็นเพราะถูกทีมคู่แข่งประกบติดจนทำอะไรยากไปหมด แต่ในความจริงนั้น จังหวะที่ควรทำได้ดี ก็กลับพลาดเสียบอลง่ายๆอยู่หลายครั้ง ทำให้หลายๆคนเกิดคำถามขึ้นมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เดอะแบก รายนี้กันแน่

เหตุผลที่ฟอร์มของ เจ ยังไม่เข้าที่ก็มองได้หลายปัจจัย เช่น การพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นาน อาจส่งผลให้เจ้าตัวยังเล่นได้ไม่เต็ม 100 หรือจะเป็นเพราะ แผนการเล่นที่ต้องหุบไปยืนตรงกลาง ท่ามกลางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำให้จะทำอะไรมันก็จะติดๆขัดๆไปหมด แต่ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม ถ้าเป็น เจ คนเดิม เรื่องแค่นี้ก็ไม่น่าจะมาหยุดเขาได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะไม่ว่าจะยังไง คุณก็ยังคงเป็นแข้งเบอร์ 1 ของประเทศในสายตาแฟนบอลชาวไทยทุกคนเสมอ เพราะงั้นพวกเราทุกคนจะรอคอยการกลับมาเป็น เจ คนเดิมอีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม

Chanathip Songkrasin

รู้จัก 4 ทีมคู่แข่งของ “ช้างศึก” เกมคัดบอลโลก 2022

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่นำโดยทีมชาติไทย , ยูเออี , เวียดนาม , มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยวันนี้เราจะมาส่องขุมกำลังของ 4 ทีมคู่แข่งของไทยว่าพวกเขามีประวัติ อันดับโลกล่าสุด และนักเตะตัวเก่งเป็นใครบ้างมาดูกันเลย…

ฟุตบอลไทย รู้จัก 4 ทีมคู่แข่งของ "ช้างศึก" เกมคัดบอลโลก 2022

รู้จัก 4 ทีมคู่แข่งของ “ช้างศึก” เกมคัดบอลโลก 2022

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่นำโดยทีมชาติไทย , ยูเออี , เวียดนาม , มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยวันนี้เราจะมาส่องขุมกำลังของ 4 ทีมคู่แข่งของไทยว่าพวกเขามีประวัติ อันดับโลกล่าสุด และนักเตะตัวเก่งเป็นใครบ้างมาดูกันเลย…
 

ยูเออี

ชื่อ : ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates national football team)
ฉายา : The Whites , Sons of Zayed
เฮดโค้ช : เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือใหญ่ชาวดัตช์ วัย 67 ปี ที่ในอดีตเคยคุมสโมสรชั้นนำของยุโรปมาแล้วทั้ง เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม , โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ , ฮัมบูร์ก , ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย , ออสเตรเลีย และ ทีมชาติฮอลแลนด์ ที่พาทีมคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 มาแล้วด้วย
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 65 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 40 ของโลก (เมื่อเดือน ธ.ค. 1998) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 138 ของโลก (เมื่อเดือน ม.ค. 2012)
เกียรติประวัติ : แชมป์อาราเบียน กัลฟ์ คัพ 2 สมัย (แชมป์ภูมิภาคอาหรับ) , รองแชมป์เอเชียน คัพ 1996 , แชมป์คิริน คัพ 1 สมัย
กัปตันทีม : อาลี มับคุต กองหน้า วัย 28 ปี จากสโมสร อัล จาซีร่า โดยเจ้าตัวเป็นดาวยิงที่มีเทคนิคแพรวพราวหาช่องทำประตูได้อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงการวิ่งดึงแนวรับฝั่งตรงข้ามเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูได้อีกด้วย โดยลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้วกว่า 66 นัด ยิง 52 ประตู
อาห์เหม็ด คาริล โอมาร์ อับดุลราห์มาน อาลี มับคุต
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– อาห์เหม็ด คาริล กองหน้า วัย 28 ปี จากสโมสร ชาบับ อัล อาห์ลี ที่ติดทีมชาติไปแล้วกว่า 101 นัด ยิง 51 ประตู
– โอมาร์ อับดุลราห์มาน แนวรุก วัย 27 ปี จากสโมสร อัล จาซีร่า เจ้าตัวไม่ได้เล่นในศึกเอเชียน คัพ 2019 ที่เป็นเจ้าภาพเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แต่ถ้าฟิตสมบูรณ์เมื่อไหร่ จะเป็นอาวุธที่อันตรายของทีมได้อย่างแน่นอน โดยลงเล่นไปแล้วกับทีมชาติ 71 นัด ยิง 11 ประตู
*โปรแกรมแข่งของ ยูเออี จะออกไปเยือน ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 3 วันที่ 15 ต.ค. 62
 

เวียดนาม

ชื่อ : ทีมชาติเวียดนาม (Vietnam national football team)
ฉายา : ดาวทอง , Golden Dragons
เฮดโค้ช : ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือใหญ่ชาวเกาหลีใต้ วัย 60 ปี ที่ในอดีตเคยเป็นนักเตะเพื่อนร่วมทีมกับ “เดอะ ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน แข้งตำนานของ ทีมชาติไทย สมัยค้าแข้งกับสโมสร ลัคกี้ โกลด์สตาร์ เอฟซี ระหว่างปี 1984-1988 ส่วนการคุมทีมก็เคยผ่านการคุมสโมสรมาแล้วทั้ง กย็องนัม เอฟซี , ชุนนัม ดราก้อนส์ , ซังจู ซังมู , ชางวอน เอฟซี และ ทีมชาติเกาหลีใต้ U23
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 97 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 84 ของโลก (เมื่อเดือน ก.ย. 1998) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 172 ของโลก (เมื่อเดือน ธ.ค. 2006)
เกียรติประวัติ : แชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัย , รองแชมป์ U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 , อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2018 , เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019
กัปตันทีม : เกว๊ ง็อก หาย ปราการหลัง วัย 26 ปี จากสโมสร เดอะ คอง เอฟซี โดยเจ้าตัวเป็นกองหลังที่มีความดุดัน กล้าเล่น กล้าชน มีความโดดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศ และติดทีมชาติไปแล้วกว่า 44 นัด ยิง 2 ประตู
เหงียน คอง เฟือง เหงียน กวง ไฮ ดวน วาน เฮา
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– เหงียน คอง เฟือง กองหน้า วัย 24 ปี จากสโมสร แซงต์-ทรุยด็อง ทีมในลีกสูงสุดของเบลเยี่ยม ที่ติดทีมชาติไปแล้วกว่า 33 นัด ยิง 8 ประตู
– เหงียน กวง ไฮ แนวรุก วัย 22 ปี จากสโมสร ฮานอย เอฟซี ที่มีข่าวเคยไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสร อลาเบส ทีมในศึกลา ลีก้า ของสเปนมาแล้วด้วย โดยติดทีมชาติไป 19 นัด ยิง 5 ประตู
– ดวน วาน เฮา แบ็คซ้าย วัย 20 ปี จากสโมสร เอสซี ฮีเรนวีน ทีมในลีกสูงสุดของลีกฮอลแลนด์ ที่เคยตกเป็นที่ต้องการของทีมในไทยลีกมาแล้วด้วย โดยลงเล่นนามทีมชาติไป 18 นัด
*โปรแกรมแข่งของ ทีมชาติเวียดนาม จะออกไปเยือน ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดแรก วันที่ 5 ก.ย. 62 เวลา 19.00 น. ณ สนามกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
 

มาเลเซีย

ชื่อ : ทีมชาติมาเลเซีย (Malaysia national football team)
ฉายา : เสือเหลือง
เฮดโค้ช : ตัน เชง โฮ กุนซือใหญ่ วัย 51 ปี ที่ในอดีตเคยผ่านการคุม ทีมชาติมาเลเซีย ชุดเยาวชนมาแล้วในรุ่น U19 และ U23 รวมถึงยังคุมทีมสโมสรอย่าง เคดาห์ เอฟเอ ที่เคยพาทีมคว้าแชมป์มาเลเซียน ซุปเปอร์ ลีก ในปี 2015 และแชมป์ฟุตบอลถ้วยมาเลเซียน คัพ ปี 2016 ก่อนจะเริ่มคุม ทีมชาติมาเลเซีย ชุดใหญ่ ในปี 2017 – ปัจจุบัน
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 159 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 75 ของโลก (เมื่อเดือน ส.ค. 1993) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 178 ของโลก (เมื่อเดือน มี.ค. 2018)
เกียรติประวัติ : แชมป์ซูซูกิ คัพ 1 สมัย (2010) , เหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ 6 สมัย
กัปตันทีม : นอร์ชาห์รูล อิดลาน ดาวยิงมากประสบการณ์ วัย 33 ปี จากสโมสร ปาฮัง เอฟเอ โดยเจ้าตัวเป็นคนที่ยิงประตูใส่ ทีมชาติไทย ในรอบรองฯ ศึกซูซูกิ คัพ 2018 ทำให้ ไทย ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย โดยติดทีมชาติไปแล้วกว่า 72 นัด ยิง 13 ประตู
นอร์ชาห์รูล อิดลาน ฟาริซาล มาร์ลิอาส ซาฟาวี ราชิด
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– ฟาริซาล มาร์ลิอาส นายทวารจอมเก๋า วัย 33 ปี จากสโมสร ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ทีมยักษ์ใหญ่ในลีกสูงสุดของมาเลเซีย โดยติดทีมชาติไปแล้วกว่า 39 นัด
– ซาฟาวี ราชิด แนวรุก วัย 22 ปี จากสโมสร ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ที่มีทักษะความเร็วและการจบสกอร์ที่คมเลยทีเดียว สามารถเปลี่ยนเกมจากรับกลายเป็นรุกได้อย่างน่ากลัว โดยติดทีมชาติไปแล้ว 19 นัด ยิง 7 ประตู
*โปรแกรมแข่งของ ทีมชาติมาเลเซีย จะเปิดรังพบกับ ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 วันที่ 14 พ.ย. 62
 

อินโดนีเซีย

ชื่อ : ทีมชาติอินโดนีเซีย (Indonesia national football team)
ฉายา : เดอะ การูด้า
เฮดโค้ช : ไซม่อน แม็คเมเนมี่ กุนซือใหญ่ชาวสกอตแลนด์ วัย 41 ปี ที่ในอดีตเมื่อปี 2010 เคยคุม ทีมชาติฟิลิปินส์ มาแล้วด้วย รวมถึงการคุมทีมสโมสรทั้งในลีกของเวียดนาม และ อินโดนีเซีย ด้วยเช่นกัน ก่อนที่ปี 2019 จะรับคุมทีมชาติอินโดนีเซีย ชุดใหญ่
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 160 ของโลก (อัพเดทเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2019) โดยอันดับโลกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้คือ 76 ของโลก (เมื่อเดือน ก.ย. 1998) ส่วนอันดับโลกที่เคยต่ำที่สุดคือ 191 ของโลก (เมื่อเดือน ส.ค. 2016)
เกียรติประวัติ : รองแชมป์ซูซูกิ คัพ 5 สมัย , เหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ 2 สมัย
กัปตันทีม : อันดรีตานี อาร์ดียาซา นายทวาร วัย 27 ปี จากสโมสร เปอร์ซิจา จาการ์ต้า ที่ติดทีมชาติไปแล้ว 16 นัด
วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ่ อิรฟาน บัชดิม อิวาน ดิมาส
ซุปตาร์ประจำทีม : 
– วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ่ แนวรับ วัย 32 ปี จากสโมสร พีทีที ระยอง ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก โดยติดทีมชาติไปแล้ว 10 นัด
– อิรฟาน บัชดิม กองหน้า วัย 31 ปี จากสโมสร บาหลี ยูไนเต็ด เป็นนักเตะที่รูปร่างไม่ใหญ่ แต่มีความเร็วและทักษะในการจบสกอร์ที่หวังผลได้ทั้งในกรอบและนอกกรอบก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยติดทีมชาติไปแล้ว 36 นัด ยิง 11 ประตู
– อิวาน ดิมาส กองกลางที่เล่นได้ทั้งตำแหน่ง CM , AM และ DM วัย 24 ปี ที่เคยเป็นที่ต้องการจากทีมในไทยลีกมาแล้วด้วย โดยปัจจุบันค้าแข้งกับสโมสร บาริโต ปูเตร่า ทีมในลีกอินโดฯ โดยติดทีมชาติไปแล้ว 21 นัด ยิง 4 ประตู
*โปรแกรมแข่งของ ทีมชาติอินโดนีเซีย จะเปิดรังพบกับ ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 2 วันที่ 10 ก.ย. 62 เวลา 19.30 น. ณ สนามเกลอรา บังการ์โน สเตเดี้ยม (เสนายันเดิม)

ทีมชาติไทย vs ทีมชาติเวียดนาม : พรีวิว ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

 

thailand-vietnam-300x169.png

ข้อมูลการแข่งขัน


การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2
วันแข่งขัน วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2019
เวลาแข่งขัน 19:00 น.
คู่แข่งขัน ​ทีมชาติไทย vs ทีมชาติเวียดนาม
สนาม สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต
ถ่ายทอดสด ไทยรัฐ ทีวี

ความพร้อมทั้ง 2 ทีม


ทีมชาติไทย
ทัพช้างศึก ภายใต้กุนซือคนใหม่อย่าง อากิระ นิชิโนะ จะไม่มี ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมลีกในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่นักเตะทั้ง 33 คนแรกที่เรียกมาเก็บตัวรวมไปถึง 23 แข้งหลังการตัดตัวไม่มีใครที่มีปัญหาอาการเดี้ยงรบกวนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามดาวเตะขาประจำอย่าง สรรวัชญ์ เดชมิตร และ ชนานันท์ ป้อมบุปผา ในตำแหน่งกองหน้าธรรมชาติไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุด 23 คนสุดท้ายทำให้ นิชิโนะ จะมี ศุภชัย ใจเด็ด เป็นศูนย์หน้าธรรมชาติแค่เพียงรายเดียว
ทั้งนี้ ชินภัทร์ ลีเอาะ, เอกนิษฐ์ ปัญญา และ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล มีชื่อถูกรวมอยู่ในทีมชุดใหญ่ซึ่งจะเป็นการประเดิมสนามให้กับ ทีมชาติไทย เป็นเกมแรกหากถูกส่งลงสนามเช่นเดียวกับ นิติพงษ์ เสลานนท์

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู ศิวรักษ์
กองหลัง นฤบดินทร์, เบียห์ร, พรรษา, ธีราทร
กองกลาง ธนบูรณ์, พิธิวัต
ฐิติพันธ์, ชนาธิป, บดินทร์
กองหน้า สุภโชค

 
​​ทีมชาติเวียดนาม

แข้งตัวหลักของพวกเขาที่คุ้นหน้าคุ้นตาติดทีมชุดนี้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ดัง วาน ลัม นายทวารจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, เกว ง็อค ไฮ กองหลังกัปตันทีม, ดวน วาน เฮา เซ็นเตอร์/แบ็คซ้าย ที่เพิ่งบรรลุข้อตกลงอย่างไปเล่นให้กับ ฮีเรนวีน ด้วยสัญญายืมตัว, เลือง ซวน เจือง อดีตมิดฟิลด์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เหงียน ควง ไฮ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง และ เหงียน คง เฟือง ที่เพิ่งถูก แซงต์ ทรุยดองส์ แห่งลีก เบลเยียม คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 5-4-1

ผู้รักษาประตู วาน ลัม
กองหลัง ตรอง ฮวง, ดุย มานห์, ง็อค ไฮ, เตียน ดุง, วาน เฮา
กองกลาง ง็อค ไฮ, ซวน เจือง, ฮุง ดุง, ตวน อันห์
กองหน้า คง เฟือง

ผลงาน 5 นัดหลังสุด


ทีมชาติไทย (ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 4)

8 พฤษภาคม คิงส์ คัพ อินเดีย 1 : 0 ไทย แพ้
5 พฤษภาคม คิงส์ คัพ ไทย 0 : 1 เวียดนาม แพ้
25 มีนาคม ไชนา คัพ ไทย 0 : 4 อุรุกวัย แพ้
21 มีนาคม ไชนา คัพ จีน 0 : 1 ไทย ชนะ
20 มกราคม เอเชียน คัพ ไทย 1 : 2 จีน แพ้

ทีมชาติเวียดนาม (ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 2)

8 พฤษภาคม คิงส์ คัพ คูราเซา 2 : 1(1 : 1) เวียดนาม แพ้
5 พฤษภาคม คิงส์ คัพ ไทย 0 : 1 เวียดนาม ชนะ
24 มกราคม เอเชียน คัพ เวียดนาม 0 : 1 ญี่ปุ่น แพ้
20 มกราคม เอเชียน คัพ จอร์แดน 1 : 2(1 : 1) เวียดนาม ชนะ
17 มกราคม เอเชียน คัพ เวียดนาม 2 : 0 เยเมน ชนะ

เฮดทูเฮด (ไทย ชนะ 4 เสมอ 0 เวียดนาม ชนะ 1)

5 พฤษภาคม 2019 คิงส์ คัพ ไทย 0 : 1 เวียดนาม
13 ตุลาคม 2015 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เวียดนาม 0 : 3 ไทย
24 พฤษภาคม 2015 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ไทย 1 : 0 เวียดนาม
30 พฤศจิกายน 2012 ซูซูกิ คัพ ไทย 3 : 1 เวียดนาม
6 ธันวาคม 2008 กระชับมิตร ไทย 2 : 0 เวียดนาม

ไทยร่วมโถฟิลิปปินส์! เอเอฟซี เผยโถจับสลากคัดบอลโลก 2022

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้เปิดเผยโถการจับสลากแบ่งสายในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สอง ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

fa9fcf21e55bb78dd17e65a5b0e20856.jpg

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้เปิดเผยโถการจับสลากแบ่งสายในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สอง ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยผลปรากฏว่าทีมชาติไทย รั้งโถ 3 ร่วมกับฟิลิปปินส์ ส่วนทีมชาติเวียดนาม รั้งโถ 2 ส่วนบรรดาทีมท็อปไฟว์ ยังคงรั้งโถ 1 เช่นเดิม

การจับสลากฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย จะแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม ซึ่งทั้งหมดจะมี 40 ทีม ระบบการเล่นจะเป็นแบบ เหย่า-เยือน ซึ่งจะเอาแชมป์กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม รวมถึงอันดับ 3 ดีที่สุด 4 ทีม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 3 ต่อไป 

ส่วนโถการจับสลากจะมีจำนวน 5 โถ 

    โถ 1 : อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, จีน
โถ 2 : อิรัก, อุซเบกิสถาน, ซีเรีย, โอมาน, เลบานอน, คีร์กีซสถาน, เวียดนาม, จอร์แดน
โถ 3 : ปาเลสไตน์, อินเดีย, บาห์เรน, ทาจิกิสถาน, เกาหลีเหนือ, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, ไทย
โถ 4 : เติร์กเมนิสถาน, เมียนมา, ฮ่องกง, เยเมน, อัฟกานิสถาน, มัลดีฟส์, คูเวต, มาเลเซีย
โถ 5 : อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เนปาล, กัมพูชา, บังกลาเทศ, มองโกเลีย, กวม, ศรีลังกา

สำหรับพิธีจับสลากแบ่งสาย รอบคัดเลือก รอบที่ 2 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย และ เอเชียนคัพ 2023 จะจัดขึ้นที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 17 ก.ค. 62