
แจกทีเด็ดวิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล บอลเต็งบอลชุดสเต็ป จัดให้ แจก ทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล ทีเด็ดบอลเต็ง ทีเด็ดบอลชุดสเต็ป ทีเด็ดบอ สปอร์ตพูลวันนี้ จัดให้จัดเต็ม แจกกันทุกวันที่เราได้… ที่มา: หนังสือพิมพ์
สเต็ปของคนเล่นบอล

แจกทีเด็ดวิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล บอลเต็งบอลชุดสเต็ป จัดให้ แจก ทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล ทีเด็ดบอลเต็ง ทีเด็ดบอลชุดสเต็ป ทีเด็ดบอ สปอร์ตพูลวันนี้ จัดให้จัดเต็ม แจกกันทุกวันที่เราได้… ที่มา: หนังสือพิมพ์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองการณ์ไกลในการขยายฐานแฟนบอลที่ประเทศจีน ด้วยการทำสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์กับ อาลีบาบา กรุ๊ป เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้นอกจากจะทำให้ “ผีแดง” เพิ่มฐานแฟนบอลในดินแดนมังกรมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเปิดช่องทางในการสร้างพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคเอเชียด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกลงร่วมเป็นพันธมิตรกับ อาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่วงการอีคอมเมิร์ซของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ “ปีศาจแดง” มีโอกาสกลายเป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ในแดนมังกร
แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ถือได้ว่าเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงยุค 90 จนถึงกลางยุค 2000 แม้ปัจจุบันผลงานในสนามอาจจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์ แต่ชื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นที่ต้องการของบริษัทชั้นนำทั่วโลกอยู่เสมอ
สำหรับการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรร่วมกับ อาลีบาบา กรุ๊ป จะทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถกระจายข่าวสารในเชิงลึกในสิ่งที่พวกเขาต้องการจะแจ้งให้กับฐานลูกค้ามากกว่า 700 ล้านคนที่กระจายอยู่ตามแพลตฟอร์มต่างๆในเครือของอาลีบาบา ได้อย่างง่ายดาย
ริชาร์ด อาร์โนลด์ กรรมการผู้จัดการแมนฯ ยูไนเต็ด เปิดใจเกี่ยวกับการร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ครั้งสำคัญนี้ว่า “เราภูมิใจที่มีแฟนบอลทั่วโลกเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และจงรักภักดีกับสโมสร รวมทั้งแฟนบอลชาวจีนของเราที่มีจำนวนมาก เรามองหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อผูกสัมพันธ์กับแฟนบอลที่นั่นเสมอ”
“การร่วมพันธมิตรกับ อาลีบาบา ซึ่งสามารถทำให้พวกเขาเชื่อมโยงกับสโมสรได้โดยตรงผ่านไปยังหนึ่งในวีดิโอสตรีมมิ่งซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดฮิตของประเทศจีน เราตั้งตาคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับ อาลีบาบา เพื่อที่จะขยายฐานแฟนบอลในประเทศจีนให้เติบโตมากยิ่งขึ้น และเป็นการขยายโอกาสในการสร้างพันธมิตรอื่นๆ ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย” อาร์โนลด์ ระบุ
แจกทีเด็ดวิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล บอลเต็งบอลชุดสเต็ป จัดให้ แจก ทีเด็ดบอล
วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล ทีเด็ดบอลเต็ง ทีเด็ดบอลชุดสเต็ป ทีเด็ดบอ สปอร์ตพูลวันนี้
จัดให้จัดเต็ม แจกกันทุกวันที่เราได้ทีเด็ดมา ทั้งจากวงในสายตรง จากสถิติที่เราเฝ้าดูอย่างมืออาชีพจากราคาบอลไหลราคาพลู ที่ขึ้นและลงอย่างน่าสนใจสุดๆ อีกทั้งจากเซียนๆทั้งหลาย ผู้อยู่ในวงการหนังสือพิม เล่มต่างๆ จัดกันไปเต็มๆ จัดกันไปด้วยใจ จัดให้แล้วนะครับ หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน ชั้นนำของประเทศไทย ทีเด็ด ทรรศนะฟุตบอล สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน อ่านฟรี
ทีเด็ด หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี ทรรศนะฟุตบอล หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน

“มึงมันหลงอดีต!” สันทัด เพื่อนสนิทของอดิสรณ์ ตอกย้ำเพื่อนของเขา ว่าให้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักที แต่โทษทีเถอะ สันทัดคนนี้ อาชีพนักเขียนไส้แห้ง แถมไส้ติ่งก็เตรียมจะอักเสบ เรื่องของเรื่องเพราะเครียด! ดูแมนฯ ยูฯ เตะเมื่อไรแล้วปวดตับปวดม้าม ลามไปยันไส้ติ่ง อีตาคนนี้ก็เป็นติ่งแมนฯ ยูฯ มา 20 กว่าปีพอๆ กัน ตอนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ของแมนฯ ยูฯ วางมือในปี 2013 สันทัดยังเชื่อว่า แมนฯ ยูฯ จะไม่ตกต่ำ ที่ไหนได้ ทุกวันนี้อย่าใช้คำว่า ตกต่ำ ใช้คำว่า ห่วย ยังไม่สาแก่ใจ!
ผ่านมา 5-6 ปี หลังป๋าเฟอร์กี้ลงจากตำแหน่งเฮดโค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนคนผีเข้าผีออก ไม่อยู่กับร่องรอย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อยากจับนักเตะไปอาบน้ำมนต์ทั้งทีม ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา เล่นได้น่าเบิร์ดกบาลเรียงตัว เอ้า! ไหนๆ ก็หลงอดีต ติดกับความยิ่งใหญ่อยู่แล้ว 2 เพื่อนซี้ อดิสรณ์ & สันทัด เลยออกมาไหว้เจ้าที่หน้าบ้าน โอมเพี้ยง! ถ้าองค์นักเตะแมนฯ ยูฯ ในอดีตจะกลับมาชาติมาเกิดในทีมนี้ได้ พวกผมขอละ เอาไอ้พวกนี้กลับมาเล่นหน่อยได้ไหม เผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น!
พาร์ค จีซอง:ทำไมถึงอยากให้นักเตะสัญชาติเกาหลีคนแรกของสโมสรกลับชาติมาเกิด? เพราะนี่คือนักเตะกองกลางที่วิ่ง วิ่ง และวิ่ง! วิ่งยิ่งกว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอแมนฯ ยูฯ ซะอีก ฮึ่ยย! พาร์คขยันโคตรๆ ซึ่งการวิ่งพล่านไล่บอลของพาร์ค ไม่ได้เลื่อนลอยเหมือนใครบางคน (จะใครบางคนทำไม ก็บอกไปเลยว่า ไม่ได้วิ่งเลื่อนลอยเหมือน เจสซี่ ลินการ์ด) คือพาร์คมีดีกว่านั้น เพราะเมื่อไรที่คู่แข่งเสียบอล เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสต่อจากนั้นได้ทันที ไม่ยิงเอง ก็ส่งให้เพื่อนยิง เฮ้อ! ไม่เหมือนใครบางคน
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ & รุด ฟาน นิสเตลรอย:ขอมัด 2 กองหน้านี้รวมกันไปเลย ขอร้องละ! เพราะนักเตะแมนฯ ยูฯ ชุดนี้ ต้องถามว่า กองหน้าคืออะไร? อองโตนี่ มาร์กซิยาล ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? มาร์คัส แรซฟอร์ด ใช่ศูนย์หน้าเหรอ? แต่แฟนผีผู้หลงอดีตทั้งหลายจะรู้ดีว่า ชื่อ รุด ฟาน นิสเตลรอย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 2 คนนี้การันตีว่าโหดจริงไรจริง ยิงได้ทุกสเต็ป ไม่มีโยกๆ สับๆ บอลให้เวียนหัว เรียกว่าของจริงไม่ต้องท่ามาก ได้บอลแล้วยิงเลย เข้าใจป่ะ?!
เดวิด เบ็คแฮม:ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดวิด เบ็คแฮม ชื่อนี้การันตีเรื่องการเปิดบอลที่โคตะระแม่นยำ สมัยรุ่งๆ กับแมนฯ ยูฯ บอลจากด้านขวาของทีมมีประสิทธิภาพเอามากๆ นับไม่ได้ว่าได้ประตูจากลูกโยนในลักษณะนี้มาเท่าไร เอาว่านับไม่ถ้วน! นี่คือเทพแห่งการเปิดบอลที่ยังมีลมหายใจ และยังหานักเตะคนไหนในทีมแมนฯ ยูฯ วันนี้ทำได้เสมอเหมือน ลองไปเชิญเบ็คกลับมาช่วยเปิดบอลไหม เชื่อดิว่าแม่นกว่านักเตะชุดนี้ทั้งทีมชัวร์!
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา:นักเตะผู้เป็นเฮดโค้ชของทีมในปัจจุบัน แต่ในอดีต โซลชาคือเทพเจ้าตัวสำรองของทีม สามารถลงมาเสกประตูให้ทีมครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นตัวสำรองที่บันดาลให้เกมของแมนฯ ยูฯ พลิกไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า ใครที่ยังจำนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลแชมเปี้ยนลีก ปี 1999 ได้ ก็เป็นโซลชานี่แหละ ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ยิงประตูชัยคว้าถ้วยแชมป์ให้กับทีม ภาพตัดฉับมาดูทีมชุดนี้ อะไรคือตัวสำรองแห่งความหวัง ไม่มี๊! มีแต่ตัวจริงที่น่าจับไปนั่งเป็นตัวสำรองทุกตัว! เฮ้อ! ต้องทำบุญ แก้กรรม หรืออาบน้ำมนต์วัดไหน ผีถึงจะกลับมาไฉไลได้สักที สาธุ!
เพราะเหตุใดแฟนผีแดงต้องรู้จัก “เจ้าชายซาอุฯ”
เหมือนว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลับมานอนเลียแผลอีกครั้ง หลังบุกไปแพ้ บอร์นมัธ 0-1 ที่สนาม ไวตาลิตี้ สเตเดี้ยม 1-0 โดยรูปเกมของพวกเขาอาจจะดูเหนือกว่านิดหน่อย แต่เกมรุกที่ยังคงเป็นปัญหา ยังถูกแก้ไม่หายทำให้ในตอนนี้ แพ้เป็นเกมที่ 4 จาก 11 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นที่เรียบร้อย

ถึงอย่างไรยังมีข่าวที่เด็กผีแดงควรตื่นมาให้ความสนใจกันหน่อย เนื่องจากนี่อาจจะเป็นความหวังครั้งใหม่ของพลพรรคเร้ดอาร์มี่ทุกท่าน สำหรับชื่อของ โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่จะขอมาฮุบกิจกรรมแบบ 100% จาก ครอบครัวเกลเซอร์ที่เข้ามาเป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่ปี 2005 และดูเหมือนว่าผลงานจะถอยหลังเข้าคลองลงทุกปีๆ

ทั้งนี้เป็นที่ยืนยันจาก โมอาด มาห์ชู๊บ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลและเครือราชวงศ์ของซาอุดิอาระเบีย ว่าแท้จริงแล้วเมื่อช่วงปีก่อน จนมาถึงปัจจุบันเจ้าชายก็คอยมองความเป็นไปได้ในการเทคโอเวอร์สโมสรแห่งนี้ ถึงขั้นเคยยื่นตัวเลขมา 2 ครั้ง แต่เจ้าของปัจจุบันชาวมะกันไม่สนใจใยดี เนื่องจาก ยูไนเต็ด ยังคงเป็นสโมสรที่ทำกำไรได้มากที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก แม้ผลงานจะสวนทางกันก็ตาม

แต่ถึงอย่างไรในปี 2019 น่าจะเป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุด เมื่อพระองค์เองทรงออกมาโพสต์ถึง แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม โดยมีใจความว่า “ทำไมพวกคุณทุกคน (แฟนบอล) ต้องการให้ผมเข้าไปทำงานที่ยูไนเต็ด ได้โปรดช่วยบอกให้กระจ่างเสียที? “ เจ้าชายผู้มีทรัพสินอยู่มากกว่า 1 ล้านล้านปอนด์ (ประมาณ 42,690,800 ล้านบาท) กล่าว
เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่ถูกเรียกว่าเจ้าชายลงมายืนยันข่าวดังกล่าวด้วยตัวเอง มันก็มีทางเป็นไปได้สูงมาก เพราะหากตัวเขาต้องการอะไรมักจะไม่ค่อยพลาด แถมการดึงดีลของ ครอบครัวเกลเซอร์ ก็น่าจะมาจากการรอเงินค่าตัวสโมสรให้ได้สูงที่สุดตามที่พวกเขาต้องการ และมันคงจะใกล้ถึงเวลาที่ประวัติศาสตร์ต้องจาลึกการซื้อทีมที่ใช้เม็ดเงินมูลค่ามากที่สุด เอาะ! อาจจะไม่ใช่แค่วงการฟุตบอล แต่นี่น่าจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกีฬาโลกเลยทีเดียว

เจ้าของคฤหาสน์แพงที่สุดในโลก มูลค่าไม่มากไม่น้อยแค่ 230 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,820 ล้านบาท) แพงกว่าค่าตัว เนย์มาร์ นิดหน่อย แถมอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

เรือยอร์ชใหญ่ติดอันดับโลก คนมีกะตังกับเรือยอร์ชมักเป็นของคู่กัน แต่หากมีเงินมากมายระดับนี้เรือที่มีต้องไม่ธรรมดา เข้าใช้ 380 ล้านปอนด์ (ประมาณ 16,225 ล้านบาท) ซื้อเรือยอชต์ขนาดใหญ่ 439 ฟุต จาก ยูริ ชีฟเลอร์ มหาเศรษฐีผู้ผลิตว้อดก้าของรัสเซีย เมื่อปี 2015

ครอบครองรูปของ ดาวินชี ไแม้จะไม่มีการยืนยัน แต่หลายคนเชื่อว่า เจ้าชาย บิล ซัลมาน เป็นคนทุ่มเงินราว 340 ล้านปอนด์ (ประมาณ 14,540 ล้านบาท) ประมูลภาพวาดของ ซัลวาตอร์ มุนดี ผลงานระดับ แรร์ ไอเท็ม ที่วาดโดย ลีโอนาร์โด ดาวินชี จิตรกรเอกของโลก เอาไปไว้ครอบครอง


เพื่อนๆที่คบไม่ธรรมดา ไปลองดูรูปกันแล้วกันว่าเขามีเส้นสายอยู่แทบทุกวงการ โดยการทุ่มซื้อผีแดงในครั้งนี้ หลายคนมั่นใจว่าเขาต้องการแข่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากกลุ่มทุน อาบูดาบี ยูเออี และ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง โดยเจ้าของ กาตาร์ สปอร์ตส์ อินเวสต์เมนท์
ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ทีมแชมป์คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้มาแล้วจากการคว้า 3 แชมป์บอลถ้วยเมื่อปีก่อน และวันนี้เราจะมาจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2019 ที่ทำผลงานได้ดีซึ่งจะมีใครบ้างมาดูกันเลย…
ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ทีมแชมป์คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้มาแล้วจากการคว้า 3 แชมป์บอลถ้วยเมื่อปีก่อน และวันนี้เราจะมาจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2019 ที่ทำผลงานได้ดีซึ่งจะมีใครบ้างมาดูกันเลย…ระบบแผน 4-3-3
ผู้รักษาประตู
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นายทวารมากประสบการณ์ วัย 35 ปี ถือเป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอมากที่สุดในฤดูกาลนี้ทั้งในลีกและบอลถ้วย ถึงแม้จบฤดูกาล 2019 จะไม่มีถ้วยรางวัลติดมือเลยสักรายการ แต่เมื่อดูจากผลงานการลงเฝ้าเสาและการโชว์ฟอร์มซุปเปอร์เซฟถือว่า “พี่แชมป์” คือนายทวารเบอร์ต้นๆ ของไทยลีกเลยก็ว่าได้ โดยได้ลงเฝ้าเสาครบทั้ง 30 นัดในลีก
เซนเตอร์
บรินเนอร์ เฮนริเก้ (สิงห์ เชียงรายฯ)
ปราการหลังชาวบราซิล วัย 32 ปี ที่ปีก่อนยังอยู่กับ อุบล ยูไนเต็ด ทีมที่ร่วงตกชั้นไปแล้วอยู่เลย ก่อนที่ปี 2019 จะได้รับโอกาสเข้ามาทดแทนการหายไปของ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าตัวก็สามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาบัญชาเกมรับได้อย่างไม่มีที่ติ ทำให้ทัพ “กว่างโซ้ง” ในฤดูกาลนี้แพ้แค่ 4 นัดเท่านั้น ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ที่เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยตั้งแต่ปี 2011 เลยทีเดียว โดยลงเล่นในลีกไปครบ 30 นัด ยิง 2 ประตู
เซนเตอร์
อันเดรส ตูเญซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ปราการหลังชาวเวเนซูเอล่า วัย 32 ปี ที่เป็นทุกอย่างในเกมรับของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง ซึ่งถ้าวันไหนไม่มีเจ้าตัวลงสนามพวกเขามักจะเจองานที่ยากเสมอจากการโจมตีของทีมคู่แข่ง แต่เมื่อยามใดที่ ตูเญซ ลงบัญชาเกมรับก็หายห่วงได้เลย ถึงแม้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือในปีนี้ แต่โดยรวมถือว่า ตูเญซ เหมาะสมสำหรับติดทีมยอดเยี่ยมของไทยลีกในปีนี้จริงๆ โดยลงเล่นในลีกไป 27 นัด ยิง 6 ประตู
แบ็คขวา
นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)
แบ็คขวาจอมลุย วัย 26 ปี ที่ปีนี้เปรียบเป็นปีทองของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถพัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองได้มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ทำให้มีชื่อติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ เรียบร้อยแล้วด้วย รวมถึงการมีส่วนช่วย การท่าเรือ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ 2019 ที่จะเตรียมฟาดแข้งกับ ราชบุรี มิตรผลฯ ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ด้วย โดยลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 1 ประตู
แบ็คซ้าย
สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงรายฯ)
แบ็คซ้ายตัวเก่งสารพัดประโยชน์ วัย 24 ปี ที่สามารถเล่นได้ทั้ง แบ็คซ้าย , ปราการหลังตัวด้านซ้าย และ วิงแบ็คซ้าย ถือเป็นปีที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะยังไม่มีชื่อติดทัพ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ก็ตาม แต่คิดว่าอนาคตหากเจ้าตัวพัฒนาฝีเท้ายกระดับไปอีกขั้นก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยลงเล่นในลีกไป 23 นัด ยิง 1 ประตู
กองกลาง
พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล (สิงห์ เชียงรายฯ)
กองกลางตัวรับ วัย 24 ปี ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่พีคสุดๆ ในปีนี้ ทั้งในสโมสรและ ทีมชาติไทย สามารถยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมรับปลอกแขนกัปตันทีม เชียงราย อีกด้วย ซึ่งในตำแหน่งนี้ เจ้าเต้ เหมาะสมสุดๆ แล้วที่จะติดทีมยอดเยี่ยมของไทยลีกเข้ามาในฤดูกาลนี้ โดยลงเล่นในลีกไปครบ 30 นัด ยิง 4 ประตู
กองกลาง
ศิวกร จักขุประสาท (การท่าเรือ เอฟซี)
กองกลางจอมทุ่มเท วัย 27 ปี ที่มีสไตล์วิ่งไล่ขยันและได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอให้กับ การท่าเรือ ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ไทยลีก แต่ก็ยังมีลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ 2019 รวมถึงการไว้ใจจากโค้ชให้เขาสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมอีกด้วย โดยลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 2 ประตู
กองกลาง
ศิวกรณ์ เตียตระกูล (สิงห์ เชียงรายฯ)
กองกลางเชิงเทคนิค วัย 25 ปี ที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่งทั้ง เพลย์เมกเกอร์ , ตัวริมเส้น หรือ มิดฟิล์ดตัวกลาง โดยในฤดูกาลนี้ “เจ้าเฟย” ลงเล่นในลีกไปทั้งสิ้น 28 นัด ยิง 6 ประตู และมีส่วนสำคัญกับการคว้าแชมป์ไทยลีกครั้งแรกของ เชียงราย อย่างไม่ต้องสงสัย
กองหน้า / ซ้าย
สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ตัวรุกดาวรุ่ง วัย 21 ปี ที่ปีนี้พัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองได้ขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว พร้อมรับบทเป็น “เดอะ แบก” ของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในยามที่ทีมไร้เงา ดิโอโก้ ดาวยิงระดับตำนานของทีมที่ย้ายออกไป สำหรับ เจ้าเช็ค ถือเป็นนักเตะแกนหลักของทีมในฤดูกาลนี้ รวมถึงการติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ด้วยเช่นกัน โดยลงเล่นในลีกไป 29 นัด ยิง 9 ประตู
กองหน้า / ขวา
เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส (เอสซีจี เมืองทองฯ)
กองหน้าชาวบราซิล วัย 31 ปี ที่ยังเป็นแกนหลักในแนวรุกของทีมอีกฤดูกาล แม้ช่วงแรกทีมจะอยู่ในโซนตกชั้น แต่เมื่อทีมเปลี่ยนโค้ชเป็น อเล็กซานเดร กาม่า ก็สามารถเข้ามาปลุกจิตวิญญาณนักสู้ของ เฮแบร์ตี้ และผู้เล่นคนอื่นๆ ออกมาด้วย ทำให้ผลงานของทีมดีขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมจบอันดับ 5 ของตาราง ส่วนผลงานของ เฮแบร์ตี้ ลงเล่นในลีกครบทุกเกม 30 นัด ยิง 14 ประตู
กองหน้า
ลอนซาน่า ดุมบูญ่า (ตราด เอฟซี)
กองหน้าร่างโย่งชาวกินี วัย 29 ปี ที่เพิ่งย้ายมาเล่นให้ ตราด เอฟซี ในฤดูกาลแรก ก็สามารถผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดของไทยได้สำเร็จในปีนี้ด้วย จากการลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 20 ประตู พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวไปครองด้วยเช่นกัน
โค้ชยอดเยี่ยมของฤดูกาล 2019
ไอล์ตัน ซิลวา (สิงห์ เชียงรายฯ)
กุนซือใหญ่ชาวบราซิล วัย 53 ปี ที่เข้ามารับไม้ต่อจาก โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ที่แยกทางกับทีมไปตั้งแต่ก่อนเริ่มเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในทีมงานของ บอร์จีส ที่ได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาทำหน้าที่โค้ชใหญ่ทัพ กว่างโซ้ง ก่อนจะสามารถสร้างผลงานได้น่าประทับใจด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร แม้จะผิดหวังตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ ก็ตาม
เครดิตรูป : เพจเมืองทอง , บุรีรัมย์ , เชียงราย , การท่าเรือ
รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…
รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน
“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง
“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง
เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่
ไม่ว่าจะออกไปฟังกูรูคนไหน หรือเกจิชื่อดังก็กวาดสายตาไปทาง ลิเวอร์พูล แทบทั้งสิ้น ในศึก วันทรงชัย เย้ย! ศึกแดงเดือด ในครั้งนี้ ที่จะโม่แข้งนัดแรกของฤดูกาล 2019/20 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่มีใครเชื่อว่าลูกทีมของ ป๋าโอเล่ จะมีเฮ หยุดสถิติชนะรวดของลิเวอร์พูล ลงได้แต่วันนี้เราจะไปขุดคุ้ย ตะลุยหา เพื่อที่จะได้มาซึ้งเหตุผลบางประการที่จะปลอบใจ… ไม่ใช่ซิ เพื่อจะมาวิเคราะห์ว่า ทำไมเกมแดงเดือดในปีนี้ ที่เด็กหงส์ทั่วพระนคร มั่นใจกันหนักกันหนา จะรถผ้าป่าคว่ำ หน้าคะมำหงายกันเป็นทิวแถว

จริงอยู่ที่ในยุคของกุนซือมาดเฟี้ยว หูเกี่ยวแว่น เคยพาหงส์แดงดวลกับ ยูไนเต็ด 10 ครั้ง และพวกเขาชนะไปถึง 3 เกม แพ้ 2 ที่เหลือเจ๊ามาหมด แต่หากเจาะลึกดีๆ แล้ว 3 เกมที่คว้าชัย 1. เกิดขึ้นในเกมลีก ที่แอนฟิลด์ 2. เกิดขึ้นในบอลถ้วยหูเล็ก ที่แอนฟิลด์ 3. เกิดขึ้นที่แดนมะกัน ในเกมกระชับมิตร แสดงให้เห็นว่าหากมาเยือน รีสอร์ท แอนด์ สปา .. ถุ้ยย!! เยือนถิ่นผีแดงแห่งนี้ ต่อให้ฟอร์มดีแค่ไหน เขาก็ยังไม่เคยบุกมาชนะได้แม้แต่หนเดียว

อย่างที่กล่าวไปหากจะให้พูดข้อดีในซีซั่นนี้ของผีแดง ที่ชนะเพียง 2 เกม และที่เหลือไม่วายปวง ก็พอเอาตัวรอด 2 เกมที่พวกเขาชนะ เชลซี 4-0 และ เลสเตอร์ฯ 1-0 เป็นเกมที่พวกเขาเป็นรองคู่แข่งทั้ง โอกาสการยิง, การครองบอล, การส่งบอล เตะมุมก็น้อยกว่า รวมถึง ความแม่นยำในการส่งบอล แม้ 2 เกมที่ผ่านมาจะเล่นในบ้านของตัวเองก็ตาม
ตรงนี้เองที่ผมพบเจอแล้วกับเหตุผลที่จะบอกให้แฟนหงส์ จงสำเหนียกตัวเองให้ดีน่ะ พวกคุณอาจจะเป็นต่อทุกอย่าง เก่งกว่า ดีกว่า ดวงเทพกว่า แต่หากเกมนี้เล่นกันไม่ละเอียด หรือต่อให้ทำดีทุกอย่างผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นดั่งใจ เผลอๆ อาจจะโดนลงโทษแบบเดียวกับ สิงห์บลู และ จิ้งจอกสยาม ที่แม้จะทำดีแทบตาย สุดท้ายก็พ่ายแพ้
– โก๋แก้ว –
หากพูดถึงนักเตะระดับโลก หลายคนคงมองว่าทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ คงหนีไม่พ้นตัวเลือกแรกๆ และยังถกเถียงกันอยู่ทุกๆ วันว่าใครคือที่สุด ทว่านักเตะที่ถูกมองว่าจะขึ้นไปทัดเทียมบารมีของ 2 คนที่กล่าวมานั้นก็ยังยากที่จะมองว่าใครเหมาะสม เนื่องจากมีหลายคนที่ก้าวขึ้นไปแต่ยืนระยะความสุดยอดได้ไม่นานนัก แถมการจะไปอยู่ในจุดๆนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ใช่ว่าจะเก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีออร่าของความเป็นสตาร์เฉิดฉายออกมา
หากพูดถึงนักเตะระดับโลก หลายคนคงมองว่าทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ คงหนีไม่พ้นตัวเลือกแรกๆ และยังถกเถียงกันอยู่ทุกๆ วันว่าใครคือที่สุด ทว่านักเตะที่ถูกมองว่าจะขึ้นไปทัดเทียมบารมีของ 2 คนที่กล่าวมานั้นก็ยังยากที่จะมองว่าใครเหมาะสม เนื่องจากมีหลายคนที่ก้าวขึ้นไปแต่ยืนระยะความสุดยอดได้ไม่นานนัก แถมการจะไปอยู่ในจุดๆนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ใช่ว่าจะเก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีออร่าของความเป็นสตาร์เฉิดฉายออกมา

ทั้งนี้จากสายตาของ เชส ฟาเบรกาส ตำนานกองกลาง เชลซี และ อาร์เซน่อล แม้ตัวเขาเองจะเล่นในตำแหน่งกองกลาง และมีหลายคนที่น่าจะเข้าตา และเข้าจริตกับเขา ทั้ง โมดริช, เดอบรอยด์, ซิลบา ฯลฯ แต่ตัวเขาเองกลับมาเห็นปีความเร็วสูงของ ลิเวอร์พูล ที่ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ปีแล้วปีเล่า พิสูจน์ตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีแชมป์มาประดับบารมี
เพราะเหตุใดกองกลางเท้าช่างทองจึงมองว่า ซาดิโอ คือนักเตะที่เป็นรองแค่ 2 แข้งแห่งยุคในปัจจุบัน มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัว หรือเป็นเพราะเกมๆ เดียวที่เขานั่งชมอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดสอง ที่ทัพ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนชนะ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก จากออสเตรีย 4-3 ทว่าจากสถิติที่บ่งบอกมาเป็นตัวเลขกลับตอกย้ำคำพูดของ ฟาเบรกาส ได้เป็นอย่างดี
![]()
อย่างแรกเลยตำแหน่งแนวรุกที่สำคัญสุดๆ คือการยิงประตู รองลงมาคือการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู มาเน่ มีค่าเฉลี่ยทำประตูหรือแอสซิสต์ได้อยู่ที่ทุกๆ 98.6 นาที หรือเอาง่ายๆ คือ ทุกๆ 1 เกมที่เขาลงเล่นจะการันตี 1 ประตูให้ทีมได้อย่างแน่นอน และแม้เขาจะเล่นเป็นปีซะส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนที่ 3 ที่ทำประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เกิน 15 ลูก ต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เท่านั้น

และในปฏิทินในปี 2019 มีแค่ดาวยิงของเรือใบสีฟ้า เซร์คิโอ อเกวโร่ (20) เท่านั้นที่ยิงใน พรีเมียร์ลีก ปี 2019 มากกว่า มาเน่ (18) ทั้งนี้หากนับตั้งแต่เขาเดบิ้วเล่นในเกมลีกอาชีพ ทุกๆ ฤดูกาล เจ้าตัวจะซัลโวให้ทีม ได้ถึงตัวเลข 2 หลักตลอด และในปีนี้ก็เช่นกัน มันขาดแค่ 3 ประตู ทั้งๆ ที่ลงเล่นไปเพียง 3 นัดเท่านั้น

และไม่ใช่แค่ ฟาเบรกาส เท่านั้นที่มองว่า ซาดิโอ คือนักเตะที่สุดของโลก เนื่องจากผลโหวตล่าสุดของ ลิโอเนล เมสซี่ โหวตให้ มาเน่ เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของ ฟีฟ่า ประจำปี 2019 เหนือทั้งเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง และคู่ปรับตลอดกาลอย่าง โรนัลโด้
ชนาธิป พลังมากสุดของนักเตะไทยที่เล่นในลีก J1 จากเกม FIFA 20…

ค่ายเกมส์ระดับโลกอย่าง EA SPORTS ผู้ผลิตเกมฟุตบอลชื่อดังอย่าง FIFA 20 ได้มีทีมงานคอยรวบรวมสถิติจากการแข่งขันจริงในโลกปัจจุบัน ก่อนนำมาแปลงค่าลงในเกมดังกล่าว โดยมีการใส่ค่าพลังของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกขวัญใจชาวไทยจากสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร มาเป็นอันดับ 1 ของนักเตะไทยที่ค้าแข้งใน J1 ลีกของญี่ปุ่น ตามด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มิดฟิลด์พลังไดนาโมที่ บีจี ปทุมฯ ปล่อยยืมให้ โออิตะ ทรินิตะ ไปใช้งานในฤดูกาล 2019 มีค่าพลังเป็นอันดับ 2 และ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายชาวไทยที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ปล่อยยืมตัวให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในฤดูกาล 2019 เช่นเดียวกัน มีค่าพลังเป็นอันดับ 3
ส่วนนักเตะที่ค้าแข้งใน J1 ลีกของญี่ปุ่นที่มีค่าพลังเยอะสุดเป็น อันเดรส อิเนียสต้า ยอดมิดฟิลด์ชาวสเปนจากสโมสร วิสเซล โกเบ (ค่าพลัง 83)


