บทสรุปปิดฉากไทยลีก 2019

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

4db1bce0cf67097cfd66a5270180a5f0รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

คอมเมนท์แฟนบอลเอเชีย! ทีมชาติไทย เปิดบ้านคว่ำ ยูเออี 2-1

“ทัพช้างศึก”  ทีมชาติไทย สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มจี แต่นอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้ว สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ทั่วเอเชีย ต้องแปลกใจก็คือรูปแบบการเล่นในเกมนี้ที่ อากิระ นิชิโนะ บรรจงรังสรรค์การเล่นที่สุดยอด เราลองไปฟังความเห็นของบรรดาเพื่อนบ้านจากเอเชียกัน

คอมเมนท์แฟนบอลเอเชีย! ทีมชาติไทย เปิดบ้านคว่ำ ยูเออี 2-1

“ทัพช้างศึก”  ทีมชาติไทย สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มจี แต่นอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้ว สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ทั่วเอเชีย ต้องแปลกใจก็คือรูปแบบการเล่นในเกมนี้ที่ อากิระ นิชิโนะ บรรจงรังสรรค์การเล่นที่สุดยอด เราลองไปฟังความเห็นของบรรดาเพื่อนบ้านจากเอเชียกัน

คอมเมนท์ที่ 1 (เวียดนาม)
มันเหลือเชื่อมากๆ ทีมไทย เล่นกับ ยูเออี ได้ขนาดนี้ แถมเอาชนะการแข่งขันได้ด้วยฟอร์มสุดยอด ผู้เล่นของไทยเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เหนืออื่นใดโค้ชของเขาน่าทึ่งมากๆ

คอมเมนท์ที่ 2 (อิรัก)
ฉันมีความสุขกับผลการแข่งขันนี้ ในกลุ่มนี้ยังต้องลุ้นว่าใครจะเป็นที่ 1

คอมเมนท์ที่ 3 (กัมพูชา)
ทีมชาติไทย พวกคุณคือความภูมิใจของชาวอาเซียน

comment22
คอมเมนท์ที่ 4 (เวียดนาม)
ถึงตอนนี้ ยูเออี คงรับรู้แล้วว่าทีมจากอาเซียนไม่ใช่กระจอกอีกต่อไป หยุดดูถูกพวกเราได้แล้ว

คอมเมนท์ที่ 5 (ฟิลิปปินส์)
ฉันขอชื่นชมทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก วันนี้พวกเขาเล่นได้ดีจริงๆ

คอมเมนท์ที่ 6 (เวียดนาม)
ธีรศิลป์ แดงดา เล่นได้น่าทึ่งมากๆ โค้ชของเขาก็ยอดเยี่ยม หวังว่า เวียดนาม จะทำได้แบบนี้ในเกมเจอกับ ยูเออี นัดหน้า

comment24
คอมเมนท์ที่ 7 (อินโดนีเซีย)
ขอแสดงความยินดีกับพี่ใหญ่แห่งอาเซียน
ดูเหมือนพวกคุณจะมีความสุขกับเกมนัดนี้ ซึ่งมันสมควรมากๆ ฉันสนับสนุนประเทศไทย และอินโดนีเซีย

คอมเมนท์ที่ 8 (เวียดนาม)
ยินดีกับทีมชาติไทย แต่อยากจะบอกว่ายังไง เวียดนาม ก็ยังเป็นเบอร์ 1 อาเซียน เหมือนเดิม

คอมเมนท์ที่ 9 (มาเลเซีย)
บางทีในกลุ่มนี้ เวียดนาม และ ไทย อาจจะขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งแชมป์กลุ่มกัน

comment25
คอมเมนท์ที่ 10 (ญี่ปุ่น)
อากิระ นิชิโนะ สุดยอดมากๆ

คอมเมนท์ที่ 11
ถ้าคุณได้ดูเกมนี้แบบเต็มๆ คุณจะรู้ว่า ทีมชาติไทย เล่นได้เหนือกว่า ยูเออี มาก
และสกอร์น่าจะจบที่ 5-1 ด้วยซ้ำ

คอมเมนท์ที่ 12 (เวียดนาม)
ฉันพูดได้เต็มปากเลยว่า ทีมชาติไทย กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจาก นิชิโนะ เข้ามาทำทีม
หวังว่า เวียดนาม และ ไทย จะจูงมือกันผ่านเข้ารอบสาม ต่อไป

คอมเมนท์ที่ 13 (เมียนมา)
เกมนี้พวกเขาเล่นได้ดี มันเป็นการประสานงานกันในทีมที่ยอดเยี่ยม

comment26
คอมเมนท์ที่ 14
หลังจากที่ อิหร่าน ถล่ม กัมพูชา 14-0 ชาติจากอาเซียนก็กลายเป็นตัวตลก
แต่กับเกมนี้ ทีมไทย แสดงให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

คอมเมนท์ที่ 15 (ซาอุดีอาระเบีย)
ทีมชาติไทย กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นานมันน่าเหลือเชื่อมาก

คอมเมนท์ที่ 16 (ญี่ปุ่น)
มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ทีมชาติไทย
เดินหน้าต่อไปในเส้นทางของฟุตบอลโลก

comment22
คอมเมนท์ที่ 17 (เวียดนาม)
ว้าว! มันยอดเยี่ยมมาก แม้พวกเขาจะไม่มี ชนาธิป แต่ก็ยังสามารถเอาชนะได้แบบสบายๆ ดูรูปเกมแล้วฉันนึกว่า ทีมญี่ปุ่น กำลังลงสนาม
เกมต่อไป เวียดนาม ต้องเอาชนะ ยูเออี เพื่อเขี่ยพวกเขาออกจากเส้นทาง หวังว่า ทีมจากอาเซียน จะผ่านเข้ารอบสามต่อไป

คอมเมนท์ที่ 18 (มาเลเซีย)
ฉันขอเดาว่าจบหมดทุกนัด ตารางจะออกมาแบบนี้ แต่ก็แบบอยากให้อีกทีมจากอาเซียนเข้าเป็นที่ 2
1.ไทย
2.ยูเออี
3.เวียดนาม
4.มาเลเซีย
5.อินโดนีเซีย

S! Sport

ทำความรู้จัก “คองโก” ก่อนดวลช้างศึกในเกมอุ่นเครื่อง 10 ต.ค.นี้

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทีมอันดับที่ 114 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น เตรียมพาทีมลงดวล ทีมชาติคองโก ทีมอันดับที่ 90 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ วาลโด้ ฟิลโญ่ ในฟุตบอลอุ่นเครื่องกระชับมิตรตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 19.00 น. 

ทำความรู้จัก “คองโก” ก่อนดวลช้างศึกในเกมอุ่นเครื่อง 10 ต.ค.นี้

 

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทีมอันดับที่ 114 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น เตรียมพาทีมลงดวล ทีมชาติคองโก ทีมอันดับที่ 90 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ วาลโด้ ฟิลโญ่ ในฟุตบอลอุ่นเครื่องกระชับมิตรตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 19.00 น.

แฟนบอลหลายคนอาจจะไม่คุ้นหู หรือรู้จักทีมชาติคองโก กันมากนัก เราขอพามาทำความรู้จักกับคองโก คู่แข่งของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ แบบคร่าวๆ กันหน่อยไปติดตามกันได้เลย

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องคองโก

คองโก

ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกกลาง ที่กำลังจะพูดถึงคือ สาธารณรัฐคองโก ที่มีเมืองหลวงคือบราซาวีล เป็นประเทศที่แบ่งแยกมาจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่มีเมืองหลวงชื่อ กินชาซา โดยทั้งสองประเทศถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่งมายาวนานจนถึงปัจจุบัน สองประเทศนี้คือสถานที่เดียวในโลกที่มีเมืองหลวงอยู่ใกล้กัน ซึ่งสามารถมองเห็นกันได้ ห่างกันเพียงมีแม่น้ำแบ่งแยกเท่านั้น หลายคนอาจจะจำสลับกัน แต่ทั้งสองประเทศไม่ใช่ประเทศเดียวกัน

ด้านทีมชาติคองโก ที่จะมาอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลคองโก และยังไม่เคยผ่านการคัดเลือกไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่เคยคว้ารางวัลชนะเลิศ แอฟริกาคัพออฟเนชันส์เมื่อปี 1972 และยังเคยคว้าแชมป์ ออลแอฟริกาเกมส์ ในปี 1965

ทีมชาติคองโกกำลังอยู่ในช่วงเตรียมทีมเพื่อเข้าแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปแอฟริกา 2021 รอบคัดเลือก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 ทางด้าน วาลโด้ ฟิลโญ่ กุนซือชาวบราซิล ก็ได้ประกาศรายชื่อนักเตะทั้ง 19 คนที่เตรียมเดินทางมายังประเทศไทยไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีชื่อของ ตีเยวี บาฟูมา กองหน้าตัวเก่ง อดีตผู้เล่นของ สโมสรเอสปัญญอล,เวสบรอมวิชฯ รวมไปถึง อัลเมเรีย ในศึกลาลีกาสเปน ปี 2014-2015 ซึ่งเคยค้าแข้งกับ “กัปตันมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา  นักเตะทีมชาติไทย โดยทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันมาแล้วที่สเปน เนื่องจาก ตีเยวี บาฟูมา ได้รับอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบจากเกมลีกในตุรกีกับต้นสังกัดอย่าง เยนี มารัตสปอร์   ส่วนอีกรายอย่าง แพร็งซ์ อนย็องเก นักเตะจากลีกรองฝรั่งเศสก็ไม่มีชื่อดวลช้างศึกในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน แต่มีชื่อของ แมร์แวย์ เอ็นด็อกคิท มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากเฆษาเฟ่ ต้นสังกัดในศึกลาลีกา สเปน ที่ปล่อยให้ โอซิเย็ค ทีมในลีกสูงสุดของโครเอเชียยืมตัว ส่วนในซีซั่นที่ผ่านมา เคยไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่า แบบยืมตัวอีกด้วย

สำหรับผู้เล่นของทีมชาติคองโกที่จะบุกมาเยือนทีมชาติไทย จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด โดยกลุ่มแรกจะแบ่งเป็นนักเตะที่กำลังค้าแข้งอยู่ในประเทศคองโก ซึ่งมี 8 คนด้วยกัน

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องคองโ

พาเวล เอ็นดีซิล่า

โดยมีรายชื่อดังนี้

ผู้รักษาประตู

พาเวล เอ็นดีซิล่า  (อิตอย/ คองโก)

โจ โอแบมดีซา (คารา บาเซวิลลี /คองโก)

กองหลัง

ดิมิทรี บิสซิกี (AS โอโตโย/คองโก)

ดอร์เวล ดิบิเคา(อิตอย/คองโก)

กองกลาง

ชานเดล มาสเซนกา(คารา บาเซวิลลี /คองโก)

ปรินซ์ โอบอนโกไดเบิล/คองโก)

ฮาวี โอเซียเต(ไดเบิล/คองโก)

กองหน้า

เบวิค โอโค(บาเซวิลลี /คองโก)

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องคองโ

แมร์แวย์ เอ็นด็อกคิท

ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นนักเตะที่เล่นอยู่ต่างแดน โดยจะรวมตัวกันที่กรุงปารีส ประเทLฝรั่งเศส ก่อนเดินทางมายังประเทศไทย

รายชื่อกลุ่มที่ 2 มีดังนี้

กองหลัง

ฮูโก โคนอนโก(เซฟซี่ OSK/ โรมาเนีย)

แรนดี เอ็นโคทีนี(ดันเคิร์ค/ฝรั่งเศส)

เรวี ทีซัวกา(วาสเทราส/สวีเดน)

กองกลาง

ดูเรล เอวูนู(กอง/ฝรั่งเศส)

อามูร์ ลูซูกู(สตาเด ตูนีเซียน/ตูนีเซีย)

ไกอุส มาคูตา(บรากา บี/โปรตุเกส)

แมร์แวย์ เอ็นด็อกคิท(โอซิเย็ค/โครเอเชีย)

อาแล็กซ็องดร์ โอบ็องโบต(สโมสรฟุตบอลเซนต์ พรีวี่/เบลเยียม)

กองหน้า

ปรินซ์ ไอบารา(เบียชอต/เบลเยียม)

ฌูนิออร์ มากีแอ็ส(ทาทูอิน/ตูนีเซีย)

มาวิส ชิโบตา(ลูโดโกเรต์ส รัซกราด/บัลแกเรีย)

สำหรับทีมชาติคองโก จะเดินทางมาอุ่นเครื่องกระชับมิตร กับทีมชาติไทย ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 19.00 น. ที่สนามลีโอ สเตเดียม

ถูกโฉลก! คอนเฟิร์ม “ช้างศึก” สวมชุดสีน้ำเงิน ดวล “การูด้า” พรุ่งนี้

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดที่ 2 ทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย โดยจะใช้ชุดสีน้ำเงินลงทำการแข่งขัน ในเกมดังกล่าว ส่วนทีมชาติอินโดนีเซียใช้ชุดสีแดง

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดที่ 2 ทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย โดยจะใช้ชุดสีน้ำเงินลงทำการแข่งขัน ในเกมดังกล่าว ส่วนทีมชาติอินโดนีเซียใช้ชุดสีแดง

ข่าวบอลไทย ถูกโฉลก! คอนเฟิร์ม "ช้างศึก" สวมชุดสีน้ำเงิน ดวล "การูด้า" พรุ่งนี้

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวได้รายงานว่า ทีมชาติไทย จะใช้ชุดสีขาวลงทำการแข่งขันกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย แต่หลังจากได้ประชุมทางเจ้าหน้าที่ของทีมชาติไทย ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะใช้ชุดสีน้ำเงินแทน ในการบุกไปเยือนอินโดนีเซีย เนื่องจากสีขาวไม่ค่อยถูกโฉลกกับทีมชาติไทยนักยามที่ต้องออกไปเยือน

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 2 วันที่ 10 กันยายน 2562 เวลา 19.30 น. ที่สนามเกโลรา บุง การ์โน (เสนายัน)

ทำความรู้จัก 3 แข้งหน้าใหม่ของทัพช้างศึก ลุยคัดบอลโลก

หลังการประกาศรายชื่อ 23 แข้งทีมชาติไทย ชุดลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง โดยนัดแรกจะพบกับทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต จากการประกาศรายชื่อ 23 แข้งในครั้งนี้ มีนักเตะหน้าใหม่ที่เข้ามาติดทัพเป็นครั้งแรก จำนวน 3 ราบด้วยกัน ได้แก่ ชินภัทร์ ลีเอาะ , เอกนิษฐ์ ปัญญา และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล วันนี้จะพามาทำความรู้จักนักเตะทั้งสามรายกัน

4a00f956e8aed436ed002571f87f8610
 
หลังการประกาศรายชื่อ 23 แข้งทีมชาติไทย ชุดลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง โดยนัดแรกจะพบกับทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต จากการประกาศรายชื่อ 23 แข้งในครั้งนี้ มีนักเตะหน้าใหม่ที่เข้ามาติดทัพเป็นครั้งแรก จำนวน 3 ราบด้วยกัน ได้แก่ ชินภัทร์ ลีเอาะ , เอกนิษฐ์ ปัญญา และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล วันนี้จะพามาทำความรู้จักนักเตะทั้งสามรายกัน
 

ชินภัทร์ ลีเอาะ

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ฟุตบอลไทย ชินภัทร์ ลีเอาะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช ทุกครั้งที่มีการเรียกนักเตะทีมชาติไทย ชื่อของนักเตะรายนี้มักจะมีร่วมด้วยอยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่เคยมาจนถึงการตัดตัวรอบสุดท้ายเลยซักครั้ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของแข้งวัยวัย 22 ปี ที่มีชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการ ส่วนเส้นทางฟุตบอลของ ชินภัทร์ ลีเอาะ เริ่มต้นจากการคัดตัวที่ อัสสัมชัญ ธนบุรี และผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย ด้วยฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของแข้งรายนี้ ทำให้ถูกโยกไปเล่นข้ามรุ่นอยู่บ่อยครั้ง พร้อมทั้งสร้างความสำเร็จมากมายกับทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์รายการ 7 สี หรือจะเป็นฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา รุ่น 18 ปี หลังจากนั้นก็มีชื่อติดเยาวชนทีมชาติไทย ก่อนที่จะถูกเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เซ็นสัญญาเป็นนักเตะในอะคาเดมีของทีม ต่อมาในปี 2016 ถูกเมืองทอง ปล่อยให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด (สมุทรปราการ ซิตี้ ในปัจจุบัน) ยืมตัวไปใช้งาน แต่ก็ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 2 นัด ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในปี 2017 เขาพยายามพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นกำลังสำคัญของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พร้อมพาทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์บอลถ้วยหลายรายการมาครอง ส่วนผลงานโดดเด่นในระดับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชินภัทร์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่พาทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย
 

เอกนิษฐ์ ปัญญา

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
ฟุตบอลไทย เอกนิษฐ์ ปัญญา  สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
นาทีนี้คงจะไม่มีใคร ไม่รู้จัก แข้งวัย 19 ปี ชื่อ เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ แข้งดาวรุ่ง จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เริ่มเส้นทางฟุตบอลกับ เชียงราย ยูไนเต็ด และสร้างสถิติเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นในลีกสูงสุด ด้วยวัยเพียง 15 ปี 11 เดือน 5 วัน เอกนิษฐ์ แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น แต่ต่อมา ทางเชียงรายก็ได้ ส่ง เอกนิษฐ์ ไปฝึกฝีเท้ากับ เชียงราย ซิตี้ ทีมในลีกโซนภาคเหนือ เพื่อโอกาสลงสนามที่เพิ่มขึ้น ก่อนที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก และเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 หลังจากนั้นในปี 2018 เอกนิษฐ์ ถูก เชียงราย ปล่อยให้ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานเพื่อเป้าหมายเลื่อนชั้น ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ พาทีมทะยานขึ้นมาลีกสูงสุด ในปี 2019 ช่วงเลกแรก ก็ลงเล่นให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในศึกไทยลีก ก่อนจะแผลงฤทธิ์ ยิงไปได้ถึง 5 ประตู ทำให้เลกสอง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้ากลับมาร่วมทีมทันที ส่วนผลงานในระดับทีมชาติ ลงเล่นมาแล้วกับรุ่น ยู19 ลงสนาม 12 นัด ยิงไป 5 ประตู , ยู21 ลงสนาม 5 นัด ยิงไป 1 ประตู และ ยู23 ลงสนามไป6 นัด ยิไป 3 ประตู
 

พิธิวัต สุขจิตธรรม

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
ฟุตบอลไทย พิธิวัต สุขจิตธรรม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
แข้งวัย 24 ปี เพิ่งมีชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการ ครั้งแรก ส่วนเส้นทางฟุตบอลที่ผ่านมานั้น พิธิวัต สุขจิตธรรม เริ่มต้นจากการเป็นเด็กในสังกัด อะคาเดมี่ เจเอ็มจี ก่อนที่จะฟอร์มจะมาเข้าตา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และย้ายมาร่วมทีม ในปี 2013 ซึ่งก็ได้ลงเล่นให้กับทีมชุด B ต่อมาก็ย้ายไปร่วมทีม บีอีซี เทโร ศาสน ในปี 2016 และทำผลงานได้ดี ในปี 2017 พิธิวัต ถูก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าตัวมาร่วมทัพ และมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยหลายรายการเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งพาทีมอยู่ในโซนลุ้นแชมป์ไทยลีกอยู่ในตอนนี้ ส่วนผลงานในระดับทีมชาติ พิธิวัต มีชื่อติดทีมชาติไทย ทั้งรุ่นยู19 และ ยู23 มาแล้ว และเป็น 1 ในนักเตะชุดคว้าแชมป์ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย

เข้าตาสื่อญี่ปุ่น! “ธีราทร” ติดทีมยอดเยี่ยมเจลีก 2019 สัปดาห์ที่ 25

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3NwLzAvdWQvMTk5Lzk5NzEyNi90ZWVycnJ6YXouanBn.jpg

“อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทย ที่จัดการประเดิมประตูแรกได้สำเร็จในการเล่นให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ต้นสังกัดในเจลีก ญี่ปุ่น นัดที่เปิดบ้านเอาชนะ กัมบะ โอซาก้า 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด DAZN ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ ศึกลูกหนังเจลีก ได้จัดทีม 11 นักเตะยอดเยี่้ยมประจำสัปดาห์ที่ 25 ของการแข่งขันฤดูกาล 2019 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย
ปรากฎว่า แข้งทีมชาติไทยวัย 29 ปี ได้รับการคัดเลือกให้ติดทีมในตำแหน่งแบ็กซ้าย จากผลงานที่โดดเด่นในสนาม แถมยังทำ 1 ประตูได้ในเกมนัดล่าสุด จนคว้ารางวัล “แมน ออฟ เดอะแมตช์” ไปครองได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งที่สี่ของเจ้าตัวนับตั้งแต่ย้ายไปค้าแข้งที่เกาะญี่ปุ่น
จากชัยชนะเกมล่าสุดทำให้ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เก็บแต้มเพิ่มเป็น 45 คะแนน อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง มีผลงานชนะ 14 เสมอ 3 และแพ้ 8 หลังผ่านการแข่งขันมา 25 นัด

s__138985475.jpg

10 ตำนานนักเตะช้างศึกทีมชาติไทยตลอดกาล! – Ball2StEP

ไม่ว่าจะยุคสมัยใดความฝันสูงสุดของนักฟุตบอลชาวไทยคือการลงสนามรับใช้ทีมชาติ โชว์ผลงานสร้างความประทับใจให้แฟนบอลชาวไทย มาดูกันว่าใครคือตำนานนักเตะทีมชาติไทยกั

ที่มา: 10 ตำนานนักเตะช้างศึกทีมชาติไทยตลอดกาล! – Ball2StEP

ไทยขึ้น 3 อันดับ! สรุปฟีฟ่าแรงกิ้ง (FIFA Ranking) หลังจบศึกเอเชียนคัพ

สรุปการจัดอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง FIFA Ranking หลังจบศึกเอเชียนคัพ2019 โดยทีมชาติไทยขยับขึ้นจากเดิม 3 อันดับ รั้งที่ 115 ของโลก

หลังจากที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกเอเชียนคัพ2019 ล่าสุดเว็ปไซต์ footyrankings.com ได้ทำการจัดอันดับแรงกิ้งล่าสุดออกมาเป็นที่เรียบร้อย

ปรากฎว่าทีมชาติไทย ได้เพิ่มไป 9 คะแนน รวมเป็น 1,169 คะแนน ขยับขึ้นไป 3 อันดับ รั้งที่ 115 ของโลก และอยู่อันดับที่20 ของเอเชีย

ขณะที่ทีมชาติเวียดนาม ติดลบ 2 คะแนน เหลือ 1,229 คะแนน แต่อันดับก็ยังขยับขึ้นไปที่ 99 ของโลก เนื่องจาก ทีมชาติอินเดีย ติดลบไปถึง 21 คะแนน ส่งผลให้อันดับหล่นจากเดิมที่100 ลงมาอยู่อันดับที่ 103 ของโลก

ทางฝั่ง ฟิลิปปินส์ ที่ทำผลงานแพ้รวด 3 นัด ติดลบไปถึง 36 คะแนน อันดับหล่นฮวบลงไปรั้งที่ 124 ของโลก ส่วนทีมแชมป์เอเชียนคัพ2019 อย่าง ทีมชาติกาตาร์ ทะยานขึ้นไป 38 อันดับ รั้งที่ 55 ของโลก ส่วนทีมชาติญี่ปุ่น รองแชมป์ ขยับขึ้นไป23อันดับ รั้้งที่ 27 ของโลก

ทางด้าน เกาหลีใต้ ขยับขึ้น 12 อันดับ อยู่ที่ 39 ของโลก และ ทีมชาติจอร์แดนขยับขึ้น 13 อันดับ อยู่ที่ 97 ของโลก ส่วนทางฝั่งเกาหลีเหนือ ร่วงลงไป 12 อันดับ หล่นไปอยู่ที่ 121 ของโลก

5 ประเด็นที่ถูกพูดถึง! กับการเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพของUAE

ค่ำคืนนี้แฟนฟุตบอลเอเชียคงจะได้บทสรุปการแข่งขันศึกเอเชียนคัพ2019 ว่าชาติใดจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ ระหว่าง ทีมชาติญี่ปุ่น หรือ ทีมชาติกาตาร์

ต้องบอกว่าเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่ดูสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด เพราะจากผลงานของทั้งสองชาติในรอบที่ผ่านมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อให้ใครจะได้ตำแหน่งแชมป์ก็ต้องบอกว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

เราจะไม่พูดถึงการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ แต่จะมาประเมินผลงานการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่ามีประเด็นไหนน่าสนใจ และยังเป็นที่จดจำของแฟนบอลกันบ้าง

– สนามแข่งขันที่สวยงาม พื้นเนียบกริบ
ข้อแรกถือเป็นสิิ่งดีๆที่ต้องขอชื่นชมกับความทันสมัยในเรื่องสนามแข่งขันที่นี่ ทุกสนามที่เราได้ติดตามจากการถ่ายทอดสดล้วนแต่เป็นสนามที่มีคุณภาพระดับโลก ทั้งเรื่องของผืนหญ้า ที่ปูแบบเนียนกริบ ไร้ที่ติ ทำให้การถ่ายทอดสดในแต่ละเกม ภาพที่ออกมามันดูเนียนตาดีซะเหลือเกิน

แม้การแข่งขันจะผ่านไปสู่รอบลึกๆแล้ว แต่การดูแลพื้นสนามก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย บวกกับความที่เป็นประเทศมหาเศรษฐี ทำให้งบประมาณในเรื่องการดูแลสภาพสนามไม่ใช่ปัญหาของประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้สนามจะผ่านการใช้งานมาหนักขนาดไหน เจ้าภาพก็ยังคงเอาอยู่ ขอปรบมือดังๆให้กับความเอาใจใส่ในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้

– แฟนบอลดูหนาตาแทบทุกสนาม
เป็นศึกชิงแชมป์เอเชียที่มีค่าเฉลี่ยแฟนบอลที่เข้าชมเกมในแต่ละนัดค่อนข้างสูง จะเห็นจากการถ่ายทอดสดในหลายๆเกม แฟนบอลแต่ละชาติต่างหลั่งไหลกันเข้ามาชมเกมอย่างหนาตา ผิดกับในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่แฟนบอลจะหนักไปในยามที่เจ้าภาพลงสนามซะมากกว่า

อย่างคราวนี้ที่ทีมชาติไทยหลุดเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็มีแฟนบอลช้างศึกแห่เข้าไปชมเกมในสนามถึงหลักพันคน ถือเป็นปรากฎการณ์การชมฟุตบอลของคนเอเชีย ที่ยกระดับขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม และแฟนบอลส่วนใหญ่ที่เข้าไปเชียร์ต่างก็ประทับใจกับบรรยากาศในสนาม

– เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของเจ้าภาพ
แน่นอนว่าการเป็นเจ้าภาพ ย่อมทำทุกวิถีทางให้ทีมชาติของตัวเองได้เปรียบคู่แข่งมากที่สุด คราวนี้ก็เช่นกันที่ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกแฟนบอลแซวตั้งแต่การจับสลากแบ่งสาย โดยพวกเขาถือเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มที่ว่ากันว่าเบาที่สุด ประกอบไปด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ไทย, บาห์เรน, อินเดีย ก่อนจะจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มตามคาด

เท่านั้นยังไม่พอการเป็นแชมป์กลุ่มของUAE จะต้องไขว้ไปเจอกับทีมที่จบอันดับ3ที่ดีที่สุดของกลุ่มซี ที่ประกอบไปด้วย เกาหลีใต้, จีน, คีร์กีซสถาน และ ฟิลิปปินส์ และปรากฎว่าชาติที่จบอันดับ3ของกลุ่มซี ก็คือ ทีมชาติคีร์กีซสถาน

– กรรมการตัดสินเข้าข้างเจ้าภาพ
ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกสำหรับประเด็นเรื่องผู้ตัดสินที่มักจะเอนเอียงไปทางเจ้าภาพ คราวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่นัดเปิดสนาม ในเกมที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จุดโทษแบบค้านสายตาในช่วงท้ายเกม ช่วยให้พวกเขาไล่ตามตีเสมอ บาห์เรน 1-1

เท่านั้นยังไม่พอ การเล่นในรอบ16ทีมสุดท้ายกับ ทีมชาติคีร์กีซสถาน เจ้าภาพก็มาได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษจากจุดโทษปัญหา ที่ ฟู หมิง ผู้ตัดสินชาวจีนจัดให้แบบงามหน้า ซึ่งก็ยากที่จะมีใครปฎิเสธ เพราะทัวร์นาเมนต์นี้จะใช้VARตัดสินในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไหนๆก็จะใช้แล้ว ทำไมไม่เอามาใช้ตั้งแต่รอบ16ทีม หรือรอบแรกไปเลย

– แฟนบอลหัวรุนแรง
ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำผลงานทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ พบกับ ทีมชาติกาตาร์ ที่เต็มไปด้วยบรรดานักเตะโอนสัญชาติ และพวกเขาก็ต้องอกหักจอดป้ายไว้เพียงแค่รอบนี้ หลังโดน กาตาร์ ไล่ถลุงไปด้วยสกอร์ 4-0

โดยระหว่างที่กาตาร์กำลังฉลองประตูอยู่นั้น บรรดาแฟนบอลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในฐานะเจ้าภาพต่างแสดงความไม่พอใจด้วยการขว้างปารองเท้าลงไปใส่นักเตะกาตาร์ เดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่สนามที่ต้องคอยห้ามปราม แต่สายฝนรองเท้าก็ยังคงตกลงมาจากอัฒจันทร์แบบไม่หยุดยั้ง

น่าเสียดายที่ภาพบรรยากาศการเชียร์ที่น่าชื่นชมของแฟนบอลเจ้าถิ่น ต้องมาติดภาพลบเอาในเกมสุดท้ายของพวกเขา เพราะจากเหตุการณ์ขว้างรองเท้าในเกมนัดนั้น ต่างถูกแฟนฟุตบอลทั่วโลกประณามการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติคู่แข่ง และเป็นการแสดงออกของความไม่รู้แพ้รู้ชนะในเกมกีฬา

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้วการแข่งขันเอเชียนคัพ2019 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่มีหลากหลายเรื่องราวให้น่าจดจำ ทั้งเรื่องของความสมบูรณ์แบบในการจัดการแข่งขัน รวมถึงผลงานการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของทีมชาติไทย

ถ้าไม่มองเรื่องที่เจ้าภาพใช้ความได้เปรียบในทางที่ไม่ค่อยเหมาะสม ดีไม่มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียหนนี้ อาจจะเป็นครั้งที่จัดได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านมาก็เป็นได้ แล้วพบกันใหม่ในเอเชียนคัพ2023

Cr. ”’Biggy”’