สถิติก่อนเกม มาเลเซีย vs ไทย

สถิติก่อนเกม มาเลเซีย vs ไทย

ก่อนจะเริ่มฟาดแข้งกันคู่ระหว่าง “เสือเหลือง” ทีมชาติมาเลเซีย ที่จะเปิดรังพบกับ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 4 ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ เรามาดูสถิติก่อนเกมเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ของคู่นี้กัน

0c9fe8c968840d5bd6aa6f8fcb8060b1.jpg

 

เสือเหลือง vs ช้างศึก

สถิติไทย มาเลเซีย

สถิติการพบกันทั้งหมดรวมทุกรายการระหว่าง ทีมชาติมาเลเซีย พบกับ ทีมชาติไทย ที่พบกันทั้งหมดรวม 110 นัด แบ่งเป็น มาเลเซีย ชนะ 40 นัด เสมอ 35 นัด ส่วน ไทย ชนะ 35 นัด ในขณะที่ มาเลเซีย ยิงได้ถึง 158 ประตู ส่วน ไทย ยิงได้ 149 ประตู

 

อันดับโลก

สถิติไทย มาเลเซีย

ทีมชาติมาเลเซีย รั้งอันดับ 158 ของโลก (อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 62) ส่วนอันดับที่ดีที่สุดของ ทีมชาติมาเลเซีย เคยรั้งอันดับ 75 ของโลก (เดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1993) ขณะที่อันดับโลกที่ต่ำที่สุดของ ทีมชาติมาเลเซีย คือ 178 ของโลก (เดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2018)

ทีมชาติไทย รั้งอันดับ 109 ของโลก (อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 62) ส่วนอันดับที่ดีที่สุดของ ทีมชาติไทย เคยรั้งอันดับ 43 ของโลก (เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1998) ขณะที่อันดับโลกที่ต่ำที่สุดของ ทีมชาติไทย คือ 165 ของโลก (เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2014)

 

พบกันล่าสุด

มาเลเซีย ไทย ซูซูกิ คัพ

ศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก มาเลเซีย เปิดรังเสมอ ไทย 0-0 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2018 จากนั้นในเกมนัดที่สอง ไทย เปิดรังเสมอ มาเลเซีย 2-2 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2018 (ผลรวมสองนัดเสมอ 2-2  แต่ มาเลเซีย ผ่านเข้ารอบชิงฯ ด้วยกฎประตูทีมเยือน)

 

“ช้างศึก” ขาดตัวหลัก

ศศลักษณ์ กรกช

ในเกมนี้ ทีมชาติไทย จะไม่มี ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งจากสโมสร โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เนื่องจากติดโทษแบนจากใบเหลืองสะสมครบ 2 ใบ โดยเป็นไปได้ว่าผู้ที่เข้ามาทดแทนในตำแหน่งของ “บุญจัง” อาจจะเป็น ศศลักษณ์ ไหประโคน หรือ กรกช วิริยอุดมศิริ สองดาวเตะจากบุรีรัมยฯ ซึ่งถือเป็นการคาดเดาที่ค่อนข้างลำบากเพราะ อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชมักจะมีแผนที่เซอร์ไพรส์แฟนบอลชาวไทยในการจัดตัวผู้เล่นอยู่เสมอ

 

6 แข้ง “ช้างศึก” จาก 5 ปีก่อน

ทีมชาติไทย แชมป์ซูซูกิ คัพ 2014

ผู้เล่นของ ทีมชาติไทย ชุดคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2014 ที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล ในยุคของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ยังคงเหลืออยู่ถึงชุดปัจจุบันจากวันนั้นถึงวันนี้ประกอบด้วย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , อดิศร พรหมรักษ์ , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ สารัช อยู่เย็น

สำหรับโปรแกรมแข่งของ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะออกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 4 วันที่ 14 พ.ย. 62 เวลา 19.45 น. (เวลาไทย) ณ สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย *ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32

ส่องคอมเม้นท์แฟนบอลชาวมาเลเซีย ก่อนดวล ทัพช้างศึก

คอมเม้นท์ของชาวมาเลเซีย ก่อนเกมที่ ทีมชาติไทย ต้องไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

d87c0039a193ad3865f3d2ee83317265.jpg

โดยคอมเม้นท์ไม่ได้มีเพียงแค่แฟนบอลมาเลเซียเท่านั้นแต่ยังมีคอมเม้นท์จากแฟนบอลเวียดนามอีกด้วย

“ขอให้โชคดีนะมาเลเซีย จากเวียดนาม”

“พวกเราชนะได้ มาเลเซีย 2-0 ไทย”

“เป็นเกมที่น่าสนใจเลยทีเดียว”

“เราจะเชียร์พวกนายนะมาเลเซีย โชคดี จากเวียดนาม”

“มาเลเซียเจ๋งสุด”

“มาเลเซีย 4 – 0 ไทย”

“ได้กลิ่นชัยชนะคืนพรุ่งนี้”

“ฉันเป็นคนเวียดนามฉันเคยไปมาเลเซียฉันรักประเทศและชาวมาเลเซียฉันหวังว่าการแข่งขันพรุ่งนี้มาเลเซียจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”

“3 แต้ม 3 แต้ม 3 แต้ม 3 แต้ม 3 แต้ม เท่านั้นเกมนี้”

หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน ชั้นนำของประเทศไทย ทีเด็ด ทรรศนะฟุตบอล สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน อ่านฟรี

แจกทีเด็ดวิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล บอลเต็งบอลชุดสเต็ป จัดให้ แจก ทีเด็ดบอล
วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล ทีเด็ดบอลเต็ง ทีเด็ดบอลชุดสเต็ป ทีเด็ดบอ สปอร์ตพูลวันนี้
จัดให้จัดเต็ม แจกกันทุกวันที่เราได้ทีเด็ดมา ทั้งจากวงในสายตรง จากสถิติที่เราเฝ้าดูอย่างมืออาชีพจากราคาบอลไหลราคาพลู ที่ขึ้นและลงอย่างน่าสนใจสุดๆ อีกทั้งจากเซียนๆทั้งหลาย ผู้อยู่ในวงการหนังสือพิม เล่มต่างๆ จัดกันไปเต็มๆ จัดกันไปด้วยใจ จัดให้แล้วนะครับ หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน ชั้นนำของประเทศไทย ทีเด็ด ทรรศนะฟุตบอล สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน อ่านฟรี

หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน ชั้นนำของประเทศไทย สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน

ทีเด็ด หนังสือพิมพ์ อ่านฟรี ทรรศนะฟุตบอล หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน
อ่านฟรี สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน ดาวน์โหลดโพยบอล โพยบอล แจกโพยฟุตบอล ฟรี100%

อ่านสปอร์ตพูล ฟรีทุกวัน

หนังสือพิมพ์กีฬา บริการที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการแทงบอลผ่านทางระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น

ทีเด็ด ฉบับวันนี้ วิเคราะห์บอลวันนี้ อ่านที่ BALL2STEP เรานำหนังสือพิมพ์กีฬา ตลาดลูกหนัง ฉบับวันนี้ ให้คุณได้อ่านวิเคราะห์บอลวันนี้กับหนังสือพิมส์กีฬาแนวหน้าของเมืองไทยอย่างตลาดลูกหนัง ทีเด็ดสตลาดลูกหนัง เช็คราคาบอล คอลัมภ์วิเคราะห์บอลต่างประเทศ แม่นยำ หากสนใจเล่มจริง อุดหนุนหนังสือพิมพ์สปอร์ตแมนฉบับเต็ม ได้ที่เซเว่นทุกสาขาและแผงหนังสือทั้งชั้นนำและไม่ชั้นนำทั่วไป | ทีเด็ดสปอร์ตพูล | ทีเด็ดตลาดลูกหนัง | ทีเด็ดสปอร์ตแมน |เพราะฉะนั้นจึงทำให้การสร้างและการแทงบอลออนไลน์จริงๆ เป็นสิ่งที่ดีและใกล้ตัวคุณมากที่สุดและเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างที่จะเปิดโอกาสหรือตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างดีเยี่ยมเป็นอย่างมาก จึงทำให้ไม่แปลกใจเลยที่ในปัจจุบันนี้นั้นในลักษณะนี้จึงเป็นเกมส์การเดิมพันที่ค่อนข้างที่จะตอบสนองความต้องการหรือตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างดีที่สุด และเป็นทางเลือกที่ค่อนข้าง ที่จะรองรับความต้องการให้กับคุณได้อย่างดีที่สุดและเป็นทางเลือกที่ ดูบอลสด จะไม่ทำให้คุณผิดหวังและเป็นโอกาสที่ดี ในการสร้างรายได้กับการแข่งขันหรือ ทำการแทงบอลได้อย่างดีเยี่ยมจึงทำให้การทายผลฟุตบอลเป็นเรื่องที่ดีและมีคุณภาพมากที่สุดอีกด้วย

w88

แจกทีเด็ดวิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล บอลเต็งบอลชุดสเต็ป จัดให้ แจก ทีเด็ดบอล
วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพูล ทีเด็ดบอลเต็ง ทีเด็ดบอลชุดสเต็ป ทีเด็ดบอ สปอร์ตพูลวันนี้
จัดให้จัดเต็ม แจกกันทุกวันที่เราได้ทีเด็ดมา ทั้งจากวงในสายตรง จากสถิติที่เราเฝ้าดูอย่างมืออาชีพจากราคาบอลไหลราคาพลู ที่ขึ้นและลงอย่างน่าสนใจสุดๆ อีกทั้งจากเซียนๆทั้งหลาย ผู้อยู่ในวงการหนังสือพิม เล่มต่างๆ จัดกันไปเต็มๆ จัดกันไปด้วยใจ จัดให้แล้วนะครับ

ทีมยอดเยี่ยมศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019

ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ทีมแชมป์คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้มาแล้วจากการคว้า 3 แชมป์บอลถ้วยเมื่อปีก่อน และวันนี้เราจะมาจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2019 ที่ทำผลงานได้ดีซึ่งจะมีใครบ้างมาดูกันเลย…

a370adee26cc772a8b9620761a362136.jpgปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ทีมแชมป์คือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้มาแล้วจากการคว้า 3 แชมป์บอลถ้วยเมื่อปีก่อน และวันนี้เราจะมาจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2019 ที่ทำผลงานได้ดีซึ่งจะมีใครบ้างมาดูกันเลย…

ระบบแผน 4-3-3

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน บุรีรัมย์ผู้รักษาประตู
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

นายทวารมากประสบการณ์ วัย 35 ปี ถือเป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอมากที่สุดในฤดูกาลนี้ทั้งในลีกและบอลถ้วย ถึงแม้จบฤดูกาล 2019 จะไม่มีถ้วยรางวัลติดมือเลยสักรายการ แต่เมื่อดูจากผลงานการลงเฝ้าเสาและการโชว์ฟอร์มซุปเปอร์เซฟถือว่า “พี่แชมป์” คือนายทวารเบอร์ต้นๆ ของไทยลีกเลยก็ว่าได้ โดยได้ลงเฝ้าเสาครบทั้ง 30 นัดในลีก

บรินเนอร์ เฮนริเก้ เชียงรายเซนเตอร์
บรินเนอร์ เฮนริเก้ (สิงห์ เชียงรายฯ)

ปราการหลังชาวบราซิล วัย 32 ปี ที่ปีก่อนยังอยู่กับ อุบล ยูไนเต็ด ทีมที่ร่วงตกชั้นไปแล้วอยู่เลย ก่อนที่ปี 2019 จะได้รับโอกาสเข้ามาทดแทนการหายไปของ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าตัวก็สามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาบัญชาเกมรับได้อย่างไม่มีที่ติ ทำให้ทัพ “กว่างโซ้ง” ในฤดูกาลนี้แพ้แค่ 4 นัดเท่านั้น ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ที่เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยตั้งแต่ปี 2011 เลยทีเดียว โดยลงเล่นในลีกไปครบ 30 นัด ยิง 2 ประตู

อันเดรส ตูเญซ บุรีรัมย์เซนเตอร์
อันเดรส ตูเญซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ปราการหลังชาวเวเนซูเอล่า วัย 32 ปี ที่เป็นทุกอย่างในเกมรับของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง ซึ่งถ้าวันไหนไม่มีเจ้าตัวลงสนามพวกเขามักจะเจองานที่ยากเสมอจากการโจมตีของทีมคู่แข่ง แต่เมื่อยามใดที่ ตูเญซ ลงบัญชาเกมรับก็หายห่วงได้เลย ถึงแม้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือในปีนี้ แต่โดยรวมถือว่า ตูเญซ เหมาะสมสำหรับติดทีมยอดเยี่ยมของไทยลีกในปีนี้จริงๆ โดยลงเล่นในลีกไป 27 นัด ยิง 6 ประตู

นิติพงษ์ เสลานนท์ การท่าเรือแบ็คขวา
นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)

แบ็คขวาจอมลุย วัย 26 ปี ที่ปีนี้เปรียบเป็นปีทองของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถพัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองได้มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ทำให้มีชื่อติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ เรียบร้อยแล้วด้วย รวมถึงการมีส่วนช่วย การท่าเรือ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ 2019 ที่จะเตรียมฟาดแข้งกับ ราชบุรี มิตรผลฯ ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ด้วย โดยลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 1 ประตู

สุริยา สิงห์มุ้ย เชียงรายแบ็คซ้าย
สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงรายฯ)

แบ็คซ้ายตัวเก่งสารพัดประโยชน์ วัย 24 ปี ที่สามารถเล่นได้ทั้ง แบ็คซ้าย , ปราการหลังตัวด้านซ้าย และ วิงแบ็คซ้าย ถือเป็นปีที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะยังไม่มีชื่อติดทัพ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ก็ตาม แต่คิดว่าอนาคตหากเจ้าตัวพัฒนาฝีเท้ายกระดับไปอีกขั้นก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยลงเล่นในลีกไป 23 นัด ยิง 1 ประตู

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล เชียงรายกองกลาง
พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล (สิงห์ เชียงรายฯ)

กองกลางตัวรับ วัย 24 ปี ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่พีคสุดๆ ในปีนี้ ทั้งในสโมสรและ ทีมชาติไทย สามารถยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมรับปลอกแขนกัปตันทีม เชียงราย อีกด้วย ซึ่งในตำแหน่งนี้ เจ้าเต้ เหมาะสมสุดๆ แล้วที่จะติดทีมยอดเยี่ยมของไทยลีกเข้ามาในฤดูกาลนี้ โดยลงเล่นในลีกไปครบ 30 นัด ยิง 4 ประตู

ศิวกร จักขุประสาท การท่าเรือกองกลาง
ศิวกร จักขุประสาท (การท่าเรือ เอฟซี)

กองกลางจอมทุ่มเท วัย 27 ปี ที่มีสไตล์วิ่งไล่ขยันและได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอให้กับ การท่าเรือ ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ไทยลีก แต่ก็ยังมีลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ 2019 รวมถึงการไว้ใจจากโค้ชให้เขาสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมอีกด้วย โดยลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 2 ประตู

ศิวกรณ์ เตียตระกูล เชียงรายกองกลาง
ศิวกรณ์ เตียตระกูล (สิงห์ เชียงรายฯ)

กองกลางเชิงเทคนิค วัย 25 ปี ที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่งทั้ง เพลย์เมกเกอร์ , ตัวริมเส้น หรือ มิดฟิล์ดตัวกลาง โดยในฤดูกาลนี้ “เจ้าเฟย” ลงเล่นในลีกไปทั้งสิ้น 28 นัด ยิง 6 ประตู และมีส่วนสำคัญกับการคว้าแชมป์ไทยลีกครั้งแรกของ เชียงราย อย่างไม่ต้องสงสัย

สุภโชค สารชาติ บุรีรัมย์กองหน้า / ซ้าย
สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ตัวรุกดาวรุ่ง วัย 21 ปี ที่ปีนี้พัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองได้ขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว พร้อมรับบทเป็น “เดอะ แบก” ของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในยามที่ทีมไร้เงา ดิโอโก้ ดาวยิงระดับตำนานของทีมที่ย้ายออกไป สำหรับ เจ้าเช็ค ถือเป็นนักเตะแกนหลักของทีมในฤดูกาลนี้ รวมถึงการติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ด้วยเช่นกัน โดยลงเล่นในลีกไป 29 นัด ยิง 9 ประตู

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส เอสซีจี เมืองทองกองหน้า / ขวา
เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส (เอสซีจี เมืองทองฯ)

กองหน้าชาวบราซิล วัย 31 ปี ที่ยังเป็นแกนหลักในแนวรุกของทีมอีกฤดูกาล แม้ช่วงแรกทีมจะอยู่ในโซนตกชั้น แต่เมื่อทีมเปลี่ยนโค้ชเป็น อเล็กซานเดร กาม่า ก็สามารถเข้ามาปลุกจิตวิญญาณนักสู้ของ เฮแบร์ตี้ และผู้เล่นคนอื่นๆ ออกมาด้วย ทำให้ผลงานของทีมดีขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมจบอันดับ 5 ของตาราง ส่วนผลงานของ เฮแบร์ตี้ ลงเล่นในลีกครบทุกเกม 30 นัด ยิง 14 ประตู

ลอนซาน่า ดุมบูญ่า ตราดกองหน้า
ลอนซาน่า ดุมบูญ่า (ตราด เอฟซี)

กองหน้าร่างโย่งชาวกินี วัย 29 ปี ที่เพิ่งย้ายมาเล่นให้ ตราด เอฟซี ในฤดูกาลแรก ก็สามารถผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดของไทยได้สำเร็จในปีนี้ด้วย จากการลงเล่นในลีกไป 28 นัด ยิง 20 ประตู พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวไปครองด้วยเช่นกัน

ไอล์ตัน ซิลวา เชียงรายโค้ชยอดเยี่ยมของฤดูกาล 2019
ไอล์ตัน ซิลวา (สิงห์ เชียงรายฯ)

กุนซือใหญ่ชาวบราซิล วัย 53 ปี ที่เข้ามารับไม้ต่อจาก โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ที่แยกทางกับทีมไปตั้งแต่ก่อนเริ่มเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในทีมงานของ บอร์จีส ที่ได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาทำหน้าที่โค้ชใหญ่ทัพ กว่างโซ้ง ก่อนจะสามารถสร้างผลงานได้น่าประทับใจด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร แม้จะผิดหวังตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ ก็ตาม

เครดิตรูป : เพจเมืองทอง , บุรีรัมย์ , เชียงราย , การท่าเรือ

มีแนวโน้มสูง! นิชิโนะรับหลายทีมเจลีกสนใจแข้งช้างศึก

อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่ามีหลายสโมสรในศึกเจลีก ญี่ปุ่น แสดงความสนใจนักเตะช้างศึก หลังมีผลงานยอดเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 สามนัดที่ผ่านมา

กุนซือวัย 64 ปี นำลูกทีมประเดิมฝึกซ้อมครั้งแรกก่อนบุกเยือน มาเลเซีย และ เวียดนาม โดยวางโปรแกรมการเก็บตัวฝึกซ้อมออกเป็น 2 ช่วง เริ่มจากในรูปแบบ มินิแคมป์ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน

ก่อนปล่อยผู้เล่นพักผ่อน 4 วัน จากนั้น เข้ามาเก็บตัวยาวพร้อมกันอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ส่วน 4 แข้งต่างแดนอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ธีราทร บุญมาทัน , ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จะตามเข้ามาสมทบ วันที่ 11 พฤศจิกายน

“หลังจากนี้ยังมีช่วงทับซ้อนของทีมชาติชุดใหญ่กับทีมชุด U23 และอีกเรื่องคือเราเพิ่งจบไทยลีกมาหมาด ๆ จึงไม่อยากให้เกิดเวลาเว้นว่างนานเกินไปจนสภาพร่างกายนักเตะไม่เหมือนเดิม จึงมีการจัดมินิแคมป์ขึ้น แล้วเดี๋ยวจะวางแผนอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อ”

“จากที่ไทยลีกได้สิ้นสุดลงไป และกว่าจะมีการแข่งขันอีกทีก็คือวันที่ 14 พ.ย. ที่จะไปเยือนมาเลเซีย ช่วงระหว่างนั้นมันมีเวลานานพอสมควร จึงมีไอเดีย 2 อย่างคือตอนแรกจะให้นักเตะพักยาวและมาเรียกใกล้ ๆ ก่อนจะไปมาเลเซียแล้วค่อยซ้อมหนักทีเดียว แต่มาเปลี่ยนใจที่จะมารักษาสภาพความฟิตนักเตะ จึงจัดมินิแคมป์ขึ้นมา เพื่อให้ได้ทั้งพักและซ้อมไปในตัว”

“ตอนนี้ค่อนข้างที่จะได้ทำความรู้จักนักเตะที่มีแนวโน้มจะเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมในอนาคต แต่ก็ยังต้องหาเพชรเม็ดงามใหม่ ๆ เข้ามา ก็เลยพยายามที่จะเรียกนักเตะที่มีแววที่จะทำผลงานได้ มาทดลองไปในตัว ก็ต้องพิจารณาในตอนซ้อมอีกที เพราะช่วงที่ผ่านมาใน 2 นัดหลังสุด ในไทยลีกแต่ละคนก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม”

“ชนาธิป (สรงกระสินธ์) น่าจะกลับมาเป็นกำลังหลักของเราได้เหมือนเดิม แต่ฐิติพันธ์ (พ่วงจันทร์) ต้องดูสภาพร่างกายของนักเตะอีกที แม้จะกลับมาลงสนามได้แล้วก็ตาม ก็ได้รับข่าวมาตลอดว่าสภาพร่างกายเขาเป็นอย่างไรบ้างจากญี่ปุ่น”

“จากที่ผ่านมา เราโฟกัสทีละนัด ตั้งแต่เวียดนาม, ยูเออี รวมไปถึงแมตช์อุ่นเครื่องกับคองโก ตอนนี้เราสามารถรวมพลังแสดงความสามารถออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ของเดือนหน้าก็จะมีสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป นั่นคือการที่เราต้องออกไปเยือนทั้งสองนัด แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องพยายามรวมนักเตะให้เป็นหนึ่งเดียว และต่อยอดที่เราทำมาให้ดีขึ้นต่อไป”

นอกจากนี้ได้เปิดเผยว่ามีสโมสรในเจลีก ญี่ปุ่น ให้ความสนใจนักเตะทีมชาติไทย และมีแนวโน้มได้ค้าแข้งในแดนซามูไร ตามรอย ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ธีราทร บุญมาทัน โดยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

ทีมชาติไทย 2019

“เนื่องจากเรามีนักเตะที่ไปค้าแข้งที่เจลีกเป็นทุนเดิม ทำให้ญี่ปุ่นสนใจนักเตะไทยเป็นพิเศษและยิ่งเราทำผลงานได้ค่อนข้างดี มีนักเตะอายุน้อยหลายคนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ทำให้ได้รับความสนใจยิ่งขึ้น แต่ยังไม่ขอพูดอะไรมากกว่านี้ แต่คิดว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ที่เจลีกจะให้ความสนใจนักเตะของเรา”

“จริง ๆ วันนี้ที่เจอกับนักเตะก็ยังไม่ได้คุยอะไรมาก ก็แสดงความยินดีกับทีมสิงห์ เชียงราย และทีมอื่น ๆ ก็ขอบคุณทุกคนที่เหนื่อยกันมาทั้งฤดูกาลซึ่งมันจบลงแล้ว และได้ขอบคุณพวกเขาอีกอย่างนั่นคือการแข่งขันในฤดูกาลนี้จบลงแล้ว จะได้พักแล้วแต่พวกเขาก็ยังสละเวลามาช่วยทีมชาติอยู่ ก็ตั้งเป้าหมายในมินิแคมป์ไปว่าจะเน้นรักษาสภาพร่างกายเป็นหลัก” อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่น ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย เตรียมบุกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 4 กลุ่ม จี วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ต่อด้วย บุกไปเยือน ทีมชาติเวียดนาม ในเกมนัดที่ 5 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี

บทสรุปไทยลีก 2019

 

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

บทสรุปปิดฉากไทยลีก 2019

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้เว็บไซต์ ballthai.com ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

4db1bce0cf67097cfd66a5270180a5f0รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหากาพย์การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เนื่องจากสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี นั้นแข่งจบไปก่อนแล้ว ทีมแชมป์ลีกปีนี้เป็นหน้าใหม่อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ที่ประกาศให้ทุกคนเห็นว่าแม้ทีมจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีหัวใจที่เป็นนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้ขอเสนอบทสรุปไทยลีก 1 ทั้งหมดที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลมาให้อ่านกันครับ…

“กว่าง” แชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี

เชียงราย แชมป์ไทยลีก 2019

หากเป็นการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถยืดหยัดยืนระยะได้นานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลัดสลับกันคว้าแชมป์ลีกไปครอง ทำให้ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ลีกกันเลย โดยตลอด 10 ปีมานี้ บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ส่วน เมืองทอง ได้ไป 4 สมัย ก่อนที่ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคใหม่ คือมันมีเค้าเริ่มมาแล้วว่าปีนี้ บุรีรัมย์ฯ อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งเหมือนปีก่อนๆ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าปีไหนพวกเขาคว้าแชมป์ลีกมักจะได้ก่อนจบฤดูกาลแทบทุกครั้ง แต่สำหรับปีนี้ไม่ใช่เลย ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ หรือ การท่าเรือ เอฟซี ที่เคยมีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งขึ้นมาท้าทายตำแหน่งบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วทีมที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่าง สิงห์ เชียงรายฯ ก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มแข่งของ “กว่าง”

ไอล์ตัน ซิลวา บอร์จีส เชียงราย

เชื่อว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่จำเหตุการณ์นี้ได้คือหลังจากจบศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่ สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นทัพ “กว่างโซ้ง” ก็ได้แยกทางกับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เฮดโค้ชชาวบราซิลที่คุมทีมได้เพียงแค่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแต่งตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา ผู้ช่วยของ บอร์จีส เข้ามาสานต่อการทำงานในฤดูกาล 2019 ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสออกมาว่าทีมจะไปรอดหรือไม่ ตั้งโค้ชโนเนมไม่มีใครรู้จักขึ้นมาจะทำทีมไปได้สักแค่ไหน กระทั่งเมื่อเวลาผ่านมา ไอล์ตัน ได้พิสูจน์กึ๋นของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาก็ทำได้เหมือนกัน แม้ช่วงแรกจะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ภายในสัปดาห์เดียว แต่เป้าหมายสูงสุดของสโมสรยังคงเป็นแชมป์ไทยลีก ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กระทั่งนัดสุดท้ายก็ยังไว้ลายบุกไปถล่ม สุพรรณบุรี 5-2 ก่อนที่ผลอีกคู่ระหว่าง เชียงใหม่ กับ บุรีรัมย์ จะเป็นใจด้วย

“เอกนิษฐ์” มาได้ถูกเวลา

เอกนิษฐ์ ปัญญา เชียงราย

การที่ทีมยังไม่เรียก เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาเล่นให้ทีมตั้งแต่ช่วงเลกแรก ของฤดูกาล 2019 นั่นเป็นเพราะช่วงนั้น “เจ้าบุ๊ค” ยังคงหาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตำแหน่งตัวจริงในทีม เชียงราย ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสที่จะลงเป็น 11 ตัวจริงก็น้อยเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ต่อไป หลังจากฤดูกาล 2018 ก็มีส่วนช่วยทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของไทยได้เป็นครั้งแรก โดยผลงานเลกแรก เจ้าตัวก็ช่วยยิงประตูให้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ทีมจะอยู่ท้ายตารางแต่ผลงานส่วนตัวถือว่าสอบผ่าน ก่อนที่เลกสองจะได้รับโอกาสจากทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เชียงราย เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อจากการโซโล่เดี่ยวหลุดไปยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ในเกมลีกที่เปิดรังชนะ 4-0 ก่อนจะไปต่อยอดติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กระทั่งสามารถยิงประตูชัยให้ “ช้างศึก” ดับ ยูเออี 2-1 ในเกมคัดบอลโลก 2022 ได้อีกด้วย ก่อนที่เกมนัดสุดท้ายในลีกจะมายิง 1 จ่าย 1 และเรียก 1 จุดโทษได้อีก เรียกได้ว่านี่คืออีกหนึ่ง “เพชรเม็ดงามของเชียงราย” ที่ทีมจะต้องคอยประคบประหงมให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“กิเลนผยอง” กับปีที่ผกผัน

เมืองทอง 2019

เรามาพูดถึงทีมอื่นๆ กันบ้าง สำหรับผลงานในปีนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อดีตทีมแชมป์ไทยลีก 4 สมัย อย่างที่ทุกๆ คนรู้ว่าพวกเขาช่วงต้นฤดูกาล 2019 เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากและตกต่ำสุดๆ จากผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทีมตกไปอยู่ในโซนตกชั้นอยู่เป็นเดือนๆ จากการที่ทีมมีการเปลี่ยงแปลงเรื่องโค้ชทั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่คุมทีมได้แค่ 5 เกมแรกก็แยกทางกับทีมไป ก่อนที่ทีมจะเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งเป็น ยุน จอง ฮวาน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ที่พกดีกรีแชมป์บอลถ้วยของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย ทว่าทีมก็ยังไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนระบบการเล่นได้ ทำให้สโมสรต้องเร่งหาตัวโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่หวยจะไปตกที่ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชาวบราซิลผู้ที่เคยพาทีมในไทยลีกคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม และแล้วก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิดคือทัพ กิเลนผยอง ดีขึ้นชนะต่อเนื่องหลายนัดทำอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า กาม่า เข้ามาปลุกผีกิเลนผยอง กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง

“ปราสาทสายฟ้า” ปีหน้ากลับมาแน่

บุรีรัมย์ ไทยลีก 2019

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมาประดับตู้โชว์ที่สโมสร สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปีนี้พวกเขาต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแง่ของ นักเตะที่เป็นเหมือนหัวใจของทีมอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต อีกหนึ่งดาวยิงระดับตำนานแถวหน้าของศึกไทยลีกที่ถูกปล่อยไปเล่นในลีกของมาเลเซีย ทำให้ทัพ ปราสาทสายฟ้า ต้องสร้างระบบทีมใหม่เมื่อไร้เงาของดาวยิงชาวบราซิลนั่นเอง รวมถึงการขาดไปของ จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งหัวใจในเกมแดนกลางก็มีส่วนไม่ใช่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่ตลอด อีกทั้งการกรำศึกหนักจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีส่วนเช่นเดียวกัน หลังนักเตะตัวต่างชาติที่ทีมเสริมเข้ามาอย่าง เปโดร จูเนียร์ , โมดิโบ ไมก้า และ ฮาจิเมะ โฮโซไก ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทีมไม่ส่งชื่อลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้โควต้านักเตะเอเชียตกไปอยู่กับ เลือง ซวน เชือง ดาวเตะชาวเวียดนามนั่นเอง ขณะที่ในเลกสองทีมก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไปคว้า นาเซอร์ บาราซิต และ ราสมุส ยอนห์สัน เข้ามาแก้ไขเกมรุก แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทีมต้องการและคาดหวังได้ ทำให้ปีนี้เราได้เห็นทีม 11 ตัวจริงที่มี สุภโชค สารชาติ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าหากทีมได้นักเตะตัวต่างชาติที่มีฝีเท้าใกล้เคียง ดิโอโก้ เข้ามา บวกกับบรรดานักเตะไทยที่กล่าวมาที่กำลังสุกงอมแล้ว เชื่อเถอะว่าฤดูกาล 2020 บุรีรัมย์ฯ ยังคงเป็นทีมที่ทึมอื่นๆ ยังต้องเกรงขามอยู่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

“ขงเบ๊” มิสเตอร์หนีตกชั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก สุโขทัย

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2019 “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังคุมทีมลุ้นแชมป์อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่เลย ทว่าเจ้าตัวได้คุมทีมไปแค่ 5 นัดเท่านั้นในลีกก่อนจะแยกทางกันหลังทำผลงานได้ไม่ดี จากนั้นผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็คัมแบ็คสู่การคุมทีมอีกครั้งด้วยการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ต่อจาก ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่ทำทีมอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น โดยสถิติของ “โค้ชเบ๊” ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมที่กำลังหนีตกชั้น เริ่มจากปี 2015 คุม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2016 คุม ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ รอดตกชั้น , ปี 2017 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น , ปี 2018 คุม สุพรรณบุรี เอฟซี รอดตกชั้น และล่าสุด ปี 2019 คุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้น เรียกได้ว่าเป็นมิสเตอร์ผู้พาทีมรอดตกชั้นตัวจริงเสียงจริง

“พยัคฆ์ล้านนา” ทีมตกชั้นที่น่าจดจำ

เชียงใหม่ เอฟซี 2019

วีรกรรมของทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี คงเป็นที่พูดถึงของแฟนบอลชาวไทยไปอีกนานเลยทีเดียวหลังพวกเขาสามารถหยุดยั้งทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองนับหมื่นคนที่สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้อานิสงส์ตกไปเป็นของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านพี่เมืองน้องกันที่ต้องการให้ บุรีรัมย์ สะดุดในเกมนัดสุดท้าย เพื่อที่จะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองนั่นเอง ถึงแม้ เชียงใหม่ จะตกชั้นไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแบบทีมไม่มีอนาคต พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่กำลังมีลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้นด้วยซ้ำไป มีเท่าไรใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะเจ็บหรือโดนใบแดงแต่อย่างใด แต่พวกเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในการเป็นที่จดจำของแฟนบอลว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการหยุด บุรีรัมย์ พลาดแชมป์ไทยลีกมาแล้วนั่นเอง

เครดิตรูป : เพจบุรีรัมย์ , เชียงราย , เมืองทอง , สุโขทัย , เชียงใหม่

คอมเมนท์แฟนบอลเอเชีย! ทีมชาติไทย เปิดบ้านคว่ำ ยูเออี 2-1

“ทัพช้างศึก”  ทีมชาติไทย สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มจี แต่นอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้ว สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ทั่วเอเชีย ต้องแปลกใจก็คือรูปแบบการเล่นในเกมนี้ที่ อากิระ นิชิโนะ บรรจงรังสรรค์การเล่นที่สุดยอด เราลองไปฟังความเห็นของบรรดาเพื่อนบ้านจากเอเชียกัน

คอมเมนท์แฟนบอลเอเชีย! ทีมชาติไทย เปิดบ้านคว่ำ ยูเออี 2-1

“ทัพช้างศึก”  ทีมชาติไทย สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มจี แต่นอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้ว สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ทั่วเอเชีย ต้องแปลกใจก็คือรูปแบบการเล่นในเกมนี้ที่ อากิระ นิชิโนะ บรรจงรังสรรค์การเล่นที่สุดยอด เราลองไปฟังความเห็นของบรรดาเพื่อนบ้านจากเอเชียกัน

คอมเมนท์ที่ 1 (เวียดนาม)
มันเหลือเชื่อมากๆ ทีมไทย เล่นกับ ยูเออี ได้ขนาดนี้ แถมเอาชนะการแข่งขันได้ด้วยฟอร์มสุดยอด ผู้เล่นของไทยเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เหนืออื่นใดโค้ชของเขาน่าทึ่งมากๆ

คอมเมนท์ที่ 2 (อิรัก)
ฉันมีความสุขกับผลการแข่งขันนี้ ในกลุ่มนี้ยังต้องลุ้นว่าใครจะเป็นที่ 1

คอมเมนท์ที่ 3 (กัมพูชา)
ทีมชาติไทย พวกคุณคือความภูมิใจของชาวอาเซียน

comment22
คอมเมนท์ที่ 4 (เวียดนาม)
ถึงตอนนี้ ยูเออี คงรับรู้แล้วว่าทีมจากอาเซียนไม่ใช่กระจอกอีกต่อไป หยุดดูถูกพวกเราได้แล้ว

คอมเมนท์ที่ 5 (ฟิลิปปินส์)
ฉันขอชื่นชมทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก วันนี้พวกเขาเล่นได้ดีจริงๆ

คอมเมนท์ที่ 6 (เวียดนาม)
ธีรศิลป์ แดงดา เล่นได้น่าทึ่งมากๆ โค้ชของเขาก็ยอดเยี่ยม หวังว่า เวียดนาม จะทำได้แบบนี้ในเกมเจอกับ ยูเออี นัดหน้า

comment24
คอมเมนท์ที่ 7 (อินโดนีเซีย)
ขอแสดงความยินดีกับพี่ใหญ่แห่งอาเซียน
ดูเหมือนพวกคุณจะมีความสุขกับเกมนัดนี้ ซึ่งมันสมควรมากๆ ฉันสนับสนุนประเทศไทย และอินโดนีเซีย

คอมเมนท์ที่ 8 (เวียดนาม)
ยินดีกับทีมชาติไทย แต่อยากจะบอกว่ายังไง เวียดนาม ก็ยังเป็นเบอร์ 1 อาเซียน เหมือนเดิม

คอมเมนท์ที่ 9 (มาเลเซีย)
บางทีในกลุ่มนี้ เวียดนาม และ ไทย อาจจะขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งแชมป์กลุ่มกัน

comment25
คอมเมนท์ที่ 10 (ญี่ปุ่น)
อากิระ นิชิโนะ สุดยอดมากๆ

คอมเมนท์ที่ 11
ถ้าคุณได้ดูเกมนี้แบบเต็มๆ คุณจะรู้ว่า ทีมชาติไทย เล่นได้เหนือกว่า ยูเออี มาก
และสกอร์น่าจะจบที่ 5-1 ด้วยซ้ำ

คอมเมนท์ที่ 12 (เวียดนาม)
ฉันพูดได้เต็มปากเลยว่า ทีมชาติไทย กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจาก นิชิโนะ เข้ามาทำทีม
หวังว่า เวียดนาม และ ไทย จะจูงมือกันผ่านเข้ารอบสาม ต่อไป

คอมเมนท์ที่ 13 (เมียนมา)
เกมนี้พวกเขาเล่นได้ดี มันเป็นการประสานงานกันในทีมที่ยอดเยี่ยม

comment26
คอมเมนท์ที่ 14
หลังจากที่ อิหร่าน ถล่ม กัมพูชา 14-0 ชาติจากอาเซียนก็กลายเป็นตัวตลก
แต่กับเกมนี้ ทีมไทย แสดงให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

คอมเมนท์ที่ 15 (ซาอุดีอาระเบีย)
ทีมชาติไทย กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นานมันน่าเหลือเชื่อมาก

คอมเมนท์ที่ 16 (ญี่ปุ่น)
มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ทีมชาติไทย
เดินหน้าต่อไปในเส้นทางของฟุตบอลโลก

comment22
คอมเมนท์ที่ 17 (เวียดนาม)
ว้าว! มันยอดเยี่ยมมาก แม้พวกเขาจะไม่มี ชนาธิป แต่ก็ยังสามารถเอาชนะได้แบบสบายๆ ดูรูปเกมแล้วฉันนึกว่า ทีมญี่ปุ่น กำลังลงสนาม
เกมต่อไป เวียดนาม ต้องเอาชนะ ยูเออี เพื่อเขี่ยพวกเขาออกจากเส้นทาง หวังว่า ทีมจากอาเซียน จะผ่านเข้ารอบสามต่อไป

คอมเมนท์ที่ 18 (มาเลเซีย)
ฉันขอเดาว่าจบหมดทุกนัด ตารางจะออกมาแบบนี้ แต่ก็แบบอยากให้อีกทีมจากอาเซียนเข้าเป็นที่ 2
1.ไทย
2.ยูเออี
3.เวียดนาม
4.มาเลเซีย
5.อินโดนีเซีย

S! Sport

ส่องคอมเมนต์แฟนฟุตบอลทีมชาติคองโก หลังจากที่บุกมาเสมอกับทีมชาติไทย 1-1 ในเกมอุ่นเครื่อง

ความเคลื่อนไหวหลังเกมที่ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เสมอกับ ทีมชาติคองโก 1-1 ในฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง ที่สนาม บีจี ปทุมสเตเดียม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่แข่งขันกันไปตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจบเกมแฟนบอลคองโกในโลกโซเชียล ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเกมนี้กันมากมาย

“มันเป็นสิ่งที่ดีแล้วสำหรับผู้เล่นเยาวชนของเรา”

“แม้แต่ทีมไทยก็ยังไม่ชนะ”

“ช่วงท้ายเกมตื่นเต้นดี เกมสนุกสุดๆ”

“คองโกเล่นกันได้ยอดเยี่ยมเลย สามารถต้านทีมเก่งอย่างไทยได้ด้วย”

“วันนี้ทั้งสองทีมโอกาสยิงเยอะ แต่จบกันไม่คมเอง”

“ทีมไทยเป็นทีมที่ดี มีผู้เล่นมากความสามารถหลายคน”

“เกมครึ่งแรกของเราไม่ดีเท่าไรนัก แต่ครึ่งสองเราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

“ผู้เล่นไทยไม่เห็นจะเก่ง และเราก็เอาชนะพวกเขาไม่ได้”

“สมาคมควรไล่โค้ชเราออกได้แล้ว”

“ถ้าเราเจอกับทีมเซเนกัลจะโดนกี่ลูกดี 5-0 ดีไหม”

“ผมดูถ่ายทอดสดตลอดทั้งเกม บอกเลยว่าจุดอ่อนของเรายังมีเยอะมาก โค้ชต้องกลับไปรีบแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่จะพบกับเซเนกัล”

ทำความรู้จัก “คองโก” ก่อนดวลช้างศึกในเกมอุ่นเครื่อง 10 ต.ค.นี้

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทีมอันดับที่ 114 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น เตรียมพาทีมลงดวล ทีมชาติคองโก ทีมอันดับที่ 90 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ วาลโด้ ฟิลโญ่ ในฟุตบอลอุ่นเครื่องกระชับมิตรตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 19.00 น. 

ทำความรู้จัก “คองโก” ก่อนดวลช้างศึกในเกมอุ่นเครื่อง 10 ต.ค.นี้

 

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทีมอันดับที่ 114 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น เตรียมพาทีมลงดวล ทีมชาติคองโก ทีมอันดับที่ 90 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ วาลโด้ ฟิลโญ่ ในฟุตบอลอุ่นเครื่องกระชับมิตรตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 19.00 น.

แฟนบอลหลายคนอาจจะไม่คุ้นหู หรือรู้จักทีมชาติคองโก กันมากนัก เราขอพามาทำความรู้จักกับคองโก คู่แข่งของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ แบบคร่าวๆ กันหน่อยไปติดตามกันได้เลย

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องคองโก

คองโก

ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกกลาง ที่กำลังจะพูดถึงคือ สาธารณรัฐคองโก ที่มีเมืองหลวงคือบราซาวีล เป็นประเทศที่แบ่งแยกมาจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่มีเมืองหลวงชื่อ กินชาซา โดยทั้งสองประเทศถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่งมายาวนานจนถึงปัจจุบัน สองประเทศนี้คือสถานที่เดียวในโลกที่มีเมืองหลวงอยู่ใกล้กัน ซึ่งสามารถมองเห็นกันได้ ห่างกันเพียงมีแม่น้ำแบ่งแยกเท่านั้น หลายคนอาจจะจำสลับกัน แต่ทั้งสองประเทศไม่ใช่ประเทศเดียวกัน

ด้านทีมชาติคองโก ที่จะมาอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลคองโก และยังไม่เคยผ่านการคัดเลือกไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่เคยคว้ารางวัลชนะเลิศ แอฟริกาคัพออฟเนชันส์เมื่อปี 1972 และยังเคยคว้าแชมป์ ออลแอฟริกาเกมส์ ในปี 1965

ทีมชาติคองโกกำลังอยู่ในช่วงเตรียมทีมเพื่อเข้าแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปแอฟริกา 2021 รอบคัดเลือก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 ทางด้าน วาลโด้ ฟิลโญ่ กุนซือชาวบราซิล ก็ได้ประกาศรายชื่อนักเตะทั้ง 19 คนที่เตรียมเดินทางมายังประเทศไทยไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีชื่อของ ตีเยวี บาฟูมา กองหน้าตัวเก่ง อดีตผู้เล่นของ สโมสรเอสปัญญอล,เวสบรอมวิชฯ รวมไปถึง อัลเมเรีย ในศึกลาลีกาสเปน ปี 2014-2015 ซึ่งเคยค้าแข้งกับ “กัปตันมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา  นักเตะทีมชาติไทย โดยทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันมาแล้วที่สเปน เนื่องจาก ตีเยวี บาฟูมา ได้รับอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบจากเกมลีกในตุรกีกับต้นสังกัดอย่าง เยนี มารัตสปอร์   ส่วนอีกรายอย่าง แพร็งซ์ อนย็องเก นักเตะจากลีกรองฝรั่งเศสก็ไม่มีชื่อดวลช้างศึกในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน แต่มีชื่อของ แมร์แวย์ เอ็นด็อกคิท มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากเฆษาเฟ่ ต้นสังกัดในศึกลาลีกา สเปน ที่ปล่อยให้ โอซิเย็ค ทีมในลีกสูงสุดของโครเอเชียยืมตัว ส่วนในซีซั่นที่ผ่านมา เคยไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่า แบบยืมตัวอีกด้วย

สำหรับผู้เล่นของทีมชาติคองโกที่จะบุกมาเยือนทีมชาติไทย จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด โดยกลุ่มแรกจะแบ่งเป็นนักเตะที่กำลังค้าแข้งอยู่ในประเทศคองโก ซึ่งมี 8 คนด้วยกัน

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องคองโ

พาเวล เอ็นดีซิล่า

โดยมีรายชื่อดังนี้

ผู้รักษาประตู

พาเวล เอ็นดีซิล่า  (อิตอย/ คองโก)

โจ โอแบมดีซา (คารา บาเซวิลลี /คองโก)

กองหลัง

ดิมิทรี บิสซิกี (AS โอโตโย/คองโก)

ดอร์เวล ดิบิเคา(อิตอย/คองโก)

กองกลาง

ชานเดล มาสเซนกา(คารา บาเซวิลลี /คองโก)

ปรินซ์ โอบอนโกไดเบิล/คองโก)

ฮาวี โอเซียเต(ไดเบิล/คองโก)

กองหน้า

เบวิค โอโค(บาเซวิลลี /คองโก)

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องคองโ

แมร์แวย์ เอ็นด็อกคิท

ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นนักเตะที่เล่นอยู่ต่างแดน โดยจะรวมตัวกันที่กรุงปารีส ประเทLฝรั่งเศส ก่อนเดินทางมายังประเทศไทย

รายชื่อกลุ่มที่ 2 มีดังนี้

กองหลัง

ฮูโก โคนอนโก(เซฟซี่ OSK/ โรมาเนีย)

แรนดี เอ็นโคทีนี(ดันเคิร์ค/ฝรั่งเศส)

เรวี ทีซัวกา(วาสเทราส/สวีเดน)

กองกลาง

ดูเรล เอวูนู(กอง/ฝรั่งเศส)

อามูร์ ลูซูกู(สตาเด ตูนีเซียน/ตูนีเซีย)

ไกอุส มาคูตา(บรากา บี/โปรตุเกส)

แมร์แวย์ เอ็นด็อกคิท(โอซิเย็ค/โครเอเชีย)

อาแล็กซ็องดร์ โอบ็องโบต(สโมสรฟุตบอลเซนต์ พรีวี่/เบลเยียม)

กองหน้า

ปรินซ์ ไอบารา(เบียชอต/เบลเยียม)

ฌูนิออร์ มากีแอ็ส(ทาทูอิน/ตูนีเซีย)

มาวิส ชิโบตา(ลูโดโกเรต์ส รัซกราด/บัลแกเรีย)

สำหรับทีมชาติคองโก จะเดินทางมาอุ่นเครื่องกระชับมิตร กับทีมชาติไทย ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 19.00 น. ที่สนามลีโอ สเตเดียม