5 เหตุผล ทีมชาติไทย ชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์

เราไปดูกันว่า 5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ เป็นเพราะอะไรบ้าง ? ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่งของผู้เขียนเท่านั้น หากเพื่อน ๆ มีความเห็นแตกต่างก็สามารถคอมเม้นต์หรือแนะนำไว้ด้านล่างได้เลย

จากเกมที่ ทัพช้างศึก ทีมชาติไทย เจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 เพื่อคว้าตั๋วไปโอลิมปิก เอาชนะทางด้าน บาห์เรน ไปได้แบบสุดเซอร์ไพรส์ด้วยสกอร์ 5-0 ถือว่าเป็นการเรียกศรัทธาแฟนบอลไทย กลับมาอีกครั้งได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ | The Thaiger

หลังจากที่ อากิระ นิชิโนะ นำลูกทีมชุดยู 23 ไปตกรอบจากศึก ซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แบบไร้ทรง เขาสามารถนำทีมกลับมาสู่เส้นทางที่ดูเหมือนจะสดใสได้อีกครั้ง จากเกมกับ บาห์เรนแน่นอนว่าเพียงเกมเดียว เรายังไม่สามารถตัดสินอะไรได้ในทันที แต่มันก็มีอยู่หลายอย่างเช่นกัน ที่บอกถึงความเปลี่ยนแปลงของ ทีมชาติไทย ชุดยู 23 ทีมนี้ที่แตกต่างจากชุดที่เล่นใน ซีเกมส์ อย่างสิ้นเชิง แม้จะเป็นผู้เล่นตัวหลัก ๆ จากชุดเดิม

ดังนั้นเราไปดูกันว่า 5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ เป็นเพราะอะไรบ้าง ? ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่งของผู้เขียนเท่านั้น หากเพื่อน ๆ มีความเห็นแตกต่างก็สามารถคอมเม้นต์หรือแนะนำไว้ด้านล่างได้เลย


1. ที่ซีเกมส์ อะไร ๆ ก็ห่วย !

5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ | News by The Thaiger

ที่เรากำลังจะพูดถึงนั้น ไม่ได้หมายถึงว่า ทีมชาติไทย ที่ผลงานห่วยนะ โอเคว่าน้อง ๆ อาจจะผลงานต่ำกวามาตรฐานจริง ๆ แต่ถ้าจะให้บอกว่าถึงขั้นห่วยเลยมั้ย ผู้เขียนคิดว่าไม่ใช่

สิ่งที่เรากำลังจะบอกนั่นคือ ซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ต่างหาก ที่มันห่วยสุด ๆ ไปเลยเริ่มตั้งแต่ระบบการจัดการต่าง ๆ ที่ดูแล้วแทบจะไม่มีกีฬาชนิดไหนเลยที่พร้อม (ยกเว้นแต่ บาสเก็ตบอล) ถึงขนาดที่ว่าฟุตบอลจะเริ่มแข่งในวันถัดไป สนามยังทาสีไม่เสร็จ

หรือจะเป็นการที่ต้องลงเตะในสนามหญ้าเทียม ซึ่งนี่ถือว่าเป็นปัจจัยที่แย่สุด ๆ อีกทั้งสนามที่ใช้ซ้อม ยังต้องหาเองด้วย รวมไปถึงเรื่องอาหาร เครื่องดื่มการกินก็เช่นกัน จึงไม่ต้องแปลกใจนัก หากจะทำให้นักเตะขาดคความมั่นใจ และไม่สามารถงั้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาได้


2. การเป็นเจ้าภาพ มีส่วนสำคัญยิ่ง

5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ | News by The Thaiger

เห็นด้วยกับทางยอดกุนซือจากญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทาง นิชิโนะ ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยว่า การเป็นเจ้าภาพในศึกชิงแชมป์เอเชียหนนี้ ช่วยให้ไทยได้เปรียบหลายเรื่องด้วยกัน

ทั้งในเรื่องปัจจัยของ การเดินทาง, อาหาร, ความเป็นอยู่, สภาพอากาศ, สนาม, บรรยากาศ, ความกดดันต่าง ๆ ฯลฯ มันช่วยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายกับ บาห์เรน

และที่สำคัญเลยหากใครได้เขาไปรับชมถึงสนาม ธรรมศาสตร์ รังสิต ก็จะสัมผัสได้ถึงความดุดันของกองเชียร์และแฟนบอลทีมชาติไทย ที่ตลอด 90 นาทีแทบไม่มีการหยุดร้องเพลงเชียร์เลยด้วยซ้ำ

โดยเครดิตส่วนหนึ่งนอกจากให้กับแฟนบอลแล้ว ก้ต้องยกความดีความชอบให้กับทาง สมาคมฟุตบอลไทยฯ ที่สามารถจัดการและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเป็นเจ้าภาพครั้งแรก และโอกาสที่จะทำให้ ทีมชาติไทย ได้ไป โอลิมปิก มากขึ้น


3. เพราะ นิชิโนะ มีเวลามากพอ…

5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ | News by The Thaiger

ข้อนี้อาจทำหลายคนสงสัยว่า เวลาในการทำอะไรกันแน่ ผู้เขียนอยากจะขอเท้าความไปถึง ซีเกมส์ อีกสักเล็กน้อยว่าในศึกที่ฟิลิปปินส์นั้น นิชิโนะ มีเวลาเตรียมทีมเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ขอย้ำว่าเพียง 3 วัน ซึ่งมันช่างน้อยนิดสำหรับโลกฟุตบอลเสียจริง ๆ

อย่างไรแล้วสำหรับการเตรียมตัว เพื่อศึกชิงแชมป์เอเชีย คราวนี้ของ นิชิโนะ ที่เริ่มจะจบต้นชนปลายถูก รวมถึงยังไม่สนเรื่องของโลกโซเชียลที่ต่างออกมาเล่นประเด็นที่ กุนซือชาวญี่ปุ่น ปล่อยให้ลูกทีมได้พักยาวในช่วงปีใหม่ ไม่เรียกเก็บตัวเพื่อลงซ้อม

โดย นิชิโนะ เองก็กังวลว่าหากนักเตะบาดเจ็บ ก็อาจจะเป็นปัญหาใหญกับทีมเสียมากกว่า จึงปล่อยให้นักเตะไปพักผ่อนและกลับมาสู๋แคมป์ทีมชาติด้วยความกระปี้กระเปร่า ซึ่งนั่นก็ดูได้จากการวิ่งไล่ฟัดของนักเตะไทยจากเกมกับ บาห์เรน เห็นได้ชัดว่าน้อง ๆ ดูมีความแข็งแกร่งและดุดันดีจริง ๆ

ส่วนเรื่องของแท็คติกและแผนการเล่นต่าง ๆ นั้นแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนอะไรจากเดิมมากนัก ระบบก็ยังเป็น 4-2-3-1 มีแค่สลับผู้เล่นหน้าใหม่ลงมาบ้าง และทีเด็ดจากตัวสำรองของ นิชิโนะ ก็เป็นอาวุธชั้นดีอยู่เสมอ ๆ


4. ชัยชนะนัดแรก คือความกระหาย !

5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ | News by The Thaiger

แน่นอนว่าความผิดหวังจากการตกรอบแรกของ ซีเกมส์ กลายเป็นทั้งแรงกดดันและผลักดัน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าจะกลายเป็นแรงจูงใจทำให้ ทีมชาติไทย ชุดยู 23 ของ นิชิโนะ ชุดนี้กระหายชัยชนะและการทำประตูมากขึ้นไปอีก

นั่นก็คือ ชัยชนะนัดแรก ของรายการ ชิงแชมป์เอเชีย ที่ทัพช้างศึกไม่สามารถเก็บสามคะแนนได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แถมยังตกรอบและเป็นบ๊วยกลุ่มอยู่เป็นประจำอีกด้วย

โดยผลงานของทั้งสองปีที่ผ่านมานั้น ถือว่าสาหัสสากันอยู่ทีเดียว โดยปี 2016 จบด้วยบ๊วยกลุ่ม มี 2 แต้ม และยิงได้ 3 ประตู เสีย 7 ประตู ส่วนในปี 2018 แพ้ 3 นัด และยิงได้แค่ 1 ประตู แถมเสียไปถึง 7 ลูก ไม่มีคะแนนเลยแม้แต่คะแนนเดียว

ดังนั้น มันกลายเป็นความกระหายชั้นดี เมื่อบวกกับปัจจัยต่าง ๆ และโอกาสที่เราได้เป็นเจ้าภาพหนนี้ ทำให้น้อง ๆ ทีมชาติไทยชุดนี้ความสามคะแนนแรกได้สำเร็จ แถมมาพร้อมกับ 5 ประตู และคลีนชีตแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย


5. บาห์เรน เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานจริง ๆ

5 เหตุผลที่ ช้างศึก เกมชนะ บาห์เรน 5-0 กลายเป็นคนละทีมจากชุด ซีเกมส์ | News by The Thaiger

หากเราลองย้อนสถิติไปดูช่วงหลังของ บาห์เรน จะเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้วทีมจากตะวันออกกลาง มีฟอร์มที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว โดย ซามีร์ ชามมัม กุนซือชาวตูนีเซีย พาทีมเก็บชัยชนะ 3 เกมรวดในรอบคัดเลือก กลุ่ม B เป็นการชนะ บังคลาเทศ 1-0 และชนะ ศรีลังกา 9-0 และชนะ ปาเลสไตน์ 3-0 เก็บ 9 คะแนนเต็ม ยิงไปทั้งหมด 13 ลูกและไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

อย่างไรก็ตามเกมที่ บาห์เรน แพ้ให้กับ ทีมชาติไทย เราจะเห็นได้ว่าช่องโหว่ของลูกทีม ซามีร์ ชามมัม มีค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ทั้งในเรื่องของการสื่อสารในเกมรับ รวมไปถึงการเข้าทำประตูด้วย ทั้งที่โอกาสมากมายหลายจังหวะ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน ก็คงจะเป็นเรื่องของสภาพร่างกาย เพราะเมื่อเกมเดินไปสู่ช่วงนาทีที่ 80 นักเตะบาห์เรน ต่างดูเหนื่อยล้า และแทบจะทิ้งเกมรับไปเลย แถมยังโดน นิชิโนะ ส่งสำรองมาเผาเกมรับในช่วงท้ายอีก ยิ่งทำให้เละเทะไปกันใหญ่

นอกจากมาตรฐานของ บาห์เรน ที่ต่ำไป ก็ต้องกล่าวขอบคุณ นิชิโนะ ด้วยเช่นกันที่ทำการบ้านในการเผชิญหน้ากับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาจากเกมการแข่งขัน หรือสไตล์การเล่นของ ซาอุดิอาระเบีย ที่มีความคล้ายคลึง ถือว่าเยี่ยมไปเลย

ภาพจาก: changsuek

TTL Transfers : เกาะติดตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2020 เลกแรก

รวบรวมตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2020 หลายทีมขยับเสริมทัพกันสนุก สามารถเช็คทั้งหมดได้ที่นี่

รวบรวมตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2020 หลายทีมขยับเสริมทัพกันสนุก สามารถเช็คทั้งหมดได้ที่นี่ttl-transfers-2020-_1qfprkf3oobks1iyo97gcm4xc8.jpg

CRUTD

#1 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เข้า

ธัชนนท์ นคราวงศ์ (ตราด เอฟซี)
สุชานนท์ มะลิซ้อน (ไทยฮอนด้า เอฟซี)
โชติภัทร พุ่มแก้ว (เชียงใหม่ เอฟซี) * กลับจากสัญญายืมตัว
จอนาตา แวร์ซูรา (เชียงใหม่ เอฟซี) * กลับจากสัญญายืมตัว
ถิรายุ บรรหาร (พีทีที ระยอง)
มาอิลซอน ฟรานซิสโก เด ฟาเรียส (วิลา โนวา)
ชุติพันธ์ นบนอม (อาร์มี่ ยูไนเต็ด)
ศนุกรานต์ ถิ่นจอม (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ออก

วิลเลียม เอ็นริเก (พีที ประจวบ เอฟซี)
กฤษณะ เกษมกุลวิไล (หนองบัว พิชญ เอฟซี)
พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
นนท์ ม่วงงาม (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
ธวัชชัย คำมุงคุณ
วงศพัทธ์ ศิลาหิรัญรัตน์ (เชียงใหม่ เอฟซี)

 

อ่านเพิ่มเติม “TTL Transfers : เกาะติดตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2020 เลกแรก”

เบลเยียมครองเบอร์ 1 โลก ไทยขยับขึ้นที่113

เบลเยียม ยังคงยอดเยี่ยมเมื่อคว้าอันดับ 1 จากการจัดอันดับโลกขององค์กรลูกหนังโลก ประจำเดือนธันวาคม 2019 ขณะที่ ไทย ขยับขึ้นจากเดิม 5 อันดับรั้งอยู่ที่ 113 แซงหน้า ฟิลิปปินส์ที่หล่นไปอยู่อันดับ 124 แต่ยังเป็นรอง เวียดนาม ที่ขึ้นไปอยู่อันดับ 94 ของโลก

ทีมชาติเบลเยียม รั้งที่ 1 ในการจัดอันดับโลกทีมชาติของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ครั้งล่าสุด ประจำเดือนธันวาคม 2019 (พ.ศ. 2562)  โดยที่ ฝรั่งเศส เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ยังคงรั้งอันดับ 2 ต่อไป จากการจัดอันดับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ซึ่งคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ประเทศรัสเซีย ทำผลงานคว้าชัยชนะทั้งหมด 10 เกมจากโปรแกรมที่พวกเขาลงแข่งในปี 2019 ส่วนอันดับ 2 เป็นของ ฝรั่งเศส ขณะที่ทีมชาติอังกฤษ รั้งอันดับ 4 เป็นรองทีมชาติบราซิล ส่วน อุรุกวัย ติดอันดับ 5

ขณะที่ทีมชาติไทย รั้งอันดับ 113 โดยมี 1,178 คะแนนเป็นรอง เวียดนาม ที่อยู่ในอันดับ 94 ของโลก มี 1,258 คะแนน แต่แซงหน้า ฟิลิปปินส์ ที่อยู่ในอันดับ 124 มี 1,136 คะแนน

ในส่วนชาติชั้นนำในทวีปเอเชียนั้น  ญี่ปุ่น ยังคงรั้งเบอร์ 1 ในทวีปเอเชีย มี 1,503 คะแนน หลังจากอันดับโลกอยู่ที่ 28 สำหรับ อิหร่าน รั้งอันดับ 33 มี 1,489คะแนน  ขณะที่ เกาหลีใต้ อันดับที่ 40 มี 1,461สำหรับ กาตาร์ ประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 รั้งอันดับ 55 มี 1,396

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยยอดเงินสนับสนุน FA Development 2019 ทีมไหนใช้ปรับปรุงอะไรบ้าง?

ส.บอลไทยฯ เผยยอดเงินสนับสนุน FA Development 2019 ทีมไหนใช้ปรับปรุงอะไรบ้าง?

สโมสรในศึก โตโยต้า ไทยลีก รับเงินพิเศษจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อพัฒนาทีม ตามโครงการ FA Development Program ประจำปี 2019

จุดมุ่งหมายของโครงการ FA Development Program คือ การยกระดับสโมสร การจัดการแข่งขัน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ การต่อเติมสนามแข่งขัน, การติดตั้งไฟส่องสว่าง, การปรับปรุงห้องแต่งตัวนักกีฬา, ห้องสำหรับสื่อมวลชน ตามมาตรฐานของเอเอฟซี

โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานให้แก่สโมสรสมาชิกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน​ รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น​ 395​ ล้านบาท

สโมสรใน โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา ได้มีการนำเงินสนับสนุนพิเศษ 5 ล้านบาท ไปพัฒนาในด้านต่างๆ ที่นอกเหนือจากเงินสนับสนุนประจำปี (ทีมละ 20 ล้านบาท) รวมจำนวนเงินสนับสนุนทั้งสิ้น​ 395​ ล้านบาท ประกอบไปด้วย

สุโขทัย เอฟซี – ฤดูกาลนี้ได้นำงบประมาณไปก่อสร้างสนามหญ้าเทียม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับนักเตะเยาวชน สำหรับศูนย์ฝึกเยาวชนสโมสร สุโขทัย เอฟซี นั้นตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

พีที ประจวบ เอฟซี – นำงบประมาณไปปรับปรุงสนามสามอ่าว สเตเดี้ยม ทั้งการติดตั้งอัฒจันทร์แบบถอดประกอบได้ชนิดไม่มีเก้าอี้ จำนวน 2,125 ที่นั่ง และติดตั้งเก้าอี้ภายในสนาม จำนวน 2,500 ที่นั่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แฟนบอล

ชัยนาท ฮอร์นบิล – ใช้งบประมาณ 5 ล้านไปปรับปรุงก่อสร้างต่อเติมที่พักนักกีฬา พร้อมทั้งปรับปรุงพื้นสนามหญ้าจริงภายในสนามซ้อม และติดตั้งรั้วตาข่ายรอบๆ สนามซ้อม นอกจากนี้ยังนำงบไปปรับปรุงติดตั้งเก้าอี้ที่มีพนักพิงฝั่งทีมเยือนภายในสนามเขาพลอง สเตเดี้ยม

ตราด เอฟซี – น้องใหม่ไทยลีกที่ฤดูกาล 2019 โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการจบในอันดับที่ 10 นำงบประมาณ 5 ล้านบาท ไปปรับปรุงไฟส่องสว่างรังเหย้าสนามกีฬากลางจังหวัดตราดให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี – ใช้งบในส่วนนี้ปรับปรุงไฟฟ้าและระบบส่องสว่าง งานโครงติดป้ายต่างๆ ที่นั่งสำรองและที่นั่งผู้เข้าชม เสาประตูพร้อมตาข่าย ปรับปรุงห้องทำงานผู้ควบคุมการแข่งขัน ปูหญ้าเทียมทางเดินนักกีฬา ร่มที่นั่งพยาบาล ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ

ชลบุรี เอฟซี – ติดตั้งโครงหลังคา มุงหลังคา METAL SHEET และปรับปรุงอัฒจันทร์สนามซ้อม และอาคารที่พักนักกีฬา รวมทั้งติดตั้งเสาเหล็กดึงโครงหลังอัฒจันทร์สนามซ้อม ภายในศูนย์ฝึกฟุตบอลช้าง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

สุพรรณบุรี เอฟซี – ทำการซ่อมบำรุงและปรับปรุงสนามหญ้าภายในสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี และสนามฝึกซ้อม รวมทั้งจัดซื้อเครื่อง SPORT SCIENCE EQUIPMENT และทำการติดตั้งเสาไฟพร้อมติดหลอดไฟ LED บริเวณสนามซ้อมของสโมสร และติดตั้งโต๊ะเหล็ก VAR ปรับปรุงโครงป้าย

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – แชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุด นำงบประมาณในส่วนนี้ไปจัดซื้อรถตัดหญ้า และทำการก่อสร้างห้องซาวน่าสำหรับนักกีฬา ภายในสโมสรสิงห์ สเตเดี้ยม

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี – ปรับปรุงสนามมิตรผล สเตเดี้ยม ติดตั้งจอโฆษณาบริเวณขอบสนาม และติดตั้งสกอร์บอร์ดใหม่ภายในสนามแข่งขัน

สมุทรปราการ ซิตี้ – ปรับปรุงเก้าอี้ที่นั่งบนอัฒจันทร์ ปรับปรุงห้องน้ำ และปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในสนามแข่งขัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ปรับปรุงห้องพักนักกีฬาภายในสนามช้าง อารีน่า และปรับปรุงสนามฝึกซ้อม ภายในแคมป์เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ไฟส่องสว่าง และสนามฝึกซ้อมภายในแคมป์บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

เชียงใหม่ เอฟซี – จัดซื้อรถตัดหญ้า และซื้ออุปกรณ์จับระยะวิ่ง-จับคลื่นหัวใจสำหรับนักกีฬา และอุปกรณ์ต่างๆ ใช้ในการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมของนักกีฬา

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด – ปรับปรุงทัศนียภาพในสนามแข่งขันและบริเวณโดยรอบ ปรับปรุงห้องต่างๆ ภายในสนามแข่งขัน งานก่อสร้างบ่อน้ำร้อน-เย็น ปรับปรุงระบบระบายน้ำใต้สนามซ้อม บำรุงรักษาสนามแข่งขัน+สนามซ้อม 1 และ 2 ภายในสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสนามฝึกซ้อม

การท่าเรือ เอฟซี – ปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสนามแพท เตเดี้ยม อาทิเช่น งานเครื่องเสียง อัฒจันทร์ ที่นั่งในจุดต่างๆ ปรับปรุงสนามเหย้า ห้องน้ำ และติดกล้องวงจรปิด

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด – ปรับปรุงสนามหญ้าเทียม และระบบไฟส่องสว่างในสนามฝึกซ้อมด้านหน้าสนามแข่งขัน

พีทีที ระยอง – ไม่รับเงินสนับสนุนตามโครงการ FA Development Program และมีการประกาศพักทีม

สำหรับ เงินสนับสนุนในโครงการ FA Development Program นั้นทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะให้การสนับสนุนแก่สโมสรสมาชิกที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพในแต่ละระดับ มีจำนวนดังนี้ สโมสรในโตโยต้า ไทยลีก (T1) ทีมละ 5 ล้านบาท, สโมสรใน M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) ทีมละ 1 ล้านบาท, สโมสรในออมสิน ลีก โปร (T3) ทีมละ 1 ล้านบาท, สโมสรใน รายการ ออมสิน ลีก (T4) ทีมละ 1 ล้านบาท

 

ไทยติด 3 ราย! สื่อดังเอเชียเผย 11 นักเตะยอดเยี่ยมอาเซียน 2019

ฟ็อกซ์สปอร์ต เอเชีย เลือก 11 นักเตะอาเซียนยอดเยี่ยม ประจำฤดูกาล 2019 ซึ่งมีแข้งชาวไทยติดโผในครั้งนี้จำนวน 3 ราย ด้วยกัน

a147fcbb8f561ffa9236c0d6e7521b25.jpg

ฟ็อกซ์สปอร์ต เอเชีย เลือก 11 นักเตะอาเซียนยอดเยี่ยม ประจำฤดูกาล 2019 ซึ่งมีแข้งชาวไทยติดโผในครั้งนี้จำนวน 3 ราย ด้วยกัน

สื่อดังเอเชีย ฟ็อกซ์สปอร์ต ได้เผยบทความ 11 นักเตะอาเซียนยอดเยี่ยม ประจำฤดูกาล 2019 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยชื่อของ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายจากทัพช้างศึกของ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่คว้าแชมป์เจลีก รวมไปถึง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ผู้รักษาประตู จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางจากคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ติดโผในครั้งนี้ด้วย

โดยนักเตะทั้งสามรายกลายเป็นกำลังสำคัญของทัพช้างศึกตั้งแต่ยุคของ มิโลวาน ราเยวัช มาจนถึง อากิระ นิชิโนะ และเป็นกำลังหลักในนามสโมสร

โดยรายชื่อ 11 นักเตะยอดเยี่ยม 2019 จากการจัดของ ฟ็อกซ์สปอร์ต เอเชีย มีดังนี้ 

ผู้รักษาประตู: ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ทีมชาติไทย)

กองหลัง: กัว หง็อก ไฮ (เวียดนาม), ดวน วาน เฮา (เวียดนาม), ธีราทร บุญมาทัน (ทีมชาติไทย)

กองกลาง: สเตฟาน ชาร็อค (ฟิลิปปินส์), ฮเลียง โบ โบ (เมียนมา), โด ฮุง ดุง (เวียดนาม), ชนาธิป สรงกระสินธ์ (ทีมชาติไทย)

กองหน้า: เหงียน กวาง ไฮ (เวียดนาม), ซาฟาวี ราซิด. (มาเลเซีย), อิคห์ซาน ฟานดี้: (สิงคโปร์)

ASEAN Best 11 of 2019: Top Southeast Asian footballers of the year |…

 

 

Photo : foxsportsasia

คัดตัวเด็ดยู 23 มาให้ เปิดเมนูแข้งดาวโรจน์ทั่วฟ้าเมืองไทย นิชิโนะสนใจไหม

ศึกลูกหนังชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 8-26 ม.ค. 63 โดยมี 15 ทีมที่ผ่านมาจากรอบคัดเลือกบวกไทย เจ้าภาพเป็น 16 ทีม จะลงฟาดแข้งเพื่อแย่งตั๋ว 3 ใบไปแข่งขันรายการโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-8 ส.ค.63 สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียทางสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียกำหนดให้ส่งผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปี ร่วมทำการแข่งขันในทั้งหมด 23 รายชื่อในรอบสุดท้าย โดยผู้เล่นทั้งหมดต้องเกิดหลังวันที่ 1 ม.ค.2540

 

ในรอบสุดท้ายเอเชีย ไทย ใช้ 4 สนามทำการแข่งขันประกอบไปด้วย ราชมังคลากีฬาสถาน,ช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์ ,ธรรมศาสตร์ รังสิต จ.ปทุมธานี  และ ติณสูลานนท์ จ.สงขลา  16 ทีมในรายการนี้ประกอบไปด้วย  กลุ่ม เอ  ไทย(เจ้าภาพ),อิรัก,ออสเตรเลีย,บาห์เรน , กลุ่ม บี  ญี่ปุ่น,กาตาร์,ซาอุดิอาระเบีย,ซีเรีย, กลุ่ม ซี เกาหลีใต้,อุซเบกิสถาน,จีน,อิหร่าน และ กลุ่ม ดี  เวียดนาม,เกาหลี,จอร์แดน,ยูเออี  ซึ่งนอกเหนือจากการลงเล่นเพื่อแย่งตั๋วอลป.จำนวน 3 โควตาแล้ว ทุกๆครั้งของการแข่งขันรอบสุดท้ายในการชิงแชมป์เอเชียในฟุตบอลระดับเยาวชน จะใช้เวทีรอบสุดท้ายเป็นตัวกำหนดทีมในโถต่างๆหากผลงานดีการแข่งขันครั้งต่อไป เมื่อผ่านการเล่นรอบคัดเลือก ก็จะถูกจัดวางในกลุ่มที่คู่ต่อกรไม่แกร่งมาก

สำหรับทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ที่ผ่านมามีโอกาสได้ทดลองผู้เล่นในการแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 2019 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ล่าสุด  1 เดือน  หลังจากนี้คือการซักซ้อมทีมทั้งเรื่องของการฟื้นฟูสภาพร่างกาย การหาแมตซ์อุ่นเครื่องเพื่อสร้างทีมเวิร์ค รวมไปถึงการส่งรายชื่อนักกีฬาในรอบสุดท้ายจำนวน 23 ราย  คงต้องเดาใจ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นพร้อมทีมงานสต๊าฟโค้ช ว่าจะเลือกผู้เล่นคนไหน? เข้ามาใช้งานกันบ้าง? ในทัวร์นาเมนต์สำคัญที่วัดผลได้แบบนี้  ที่แน่ๆรายของ เอกนิษฐ์ ปัญญา ดาวรุ่งวัย 19 ของเชียงราย ,มาโก บัลลินี จะหมดโอกาสรับใช้ทีมชาติไทยอย่างแน่นอนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ

ก่อนจะเชียร์ทีมชาติไทยในรายการ ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ระหว่างวันที่ 8-26 ม.ค.63 ลองไปดูกันว่าในลีกของไทยรุ่นนี้ใครบ้างที่มีชื่อกับทีมระดับลีกสูงสุดของเมืองไทยกันบ้าง? ในลิสต์รายชื่อทั้งหมดที่นำเสนออาจจะมีบางรายที่ถูกโยกย้ายถ่ายเทสโมสรรวมไปถึงเกิดอาการบาดเจ็บเล่นงานไปบ้างแล้วรายละเอียดคงเป็นหน้าที่ของสต๊าฟโค้ชชุดนี้    ท้ายที่สุด 23 คนหน้าตาจะออกมาอย่างไร?แฟนบอลควรเคารพการตัดสินใจของทีมงานเพราะสุดท้ายเราก็ต้องให้กำลังใจทีมชาติอย่างเต็มที่เหมือนเดิม

รายชื่อกลุ่มนักเตะอายุไม่เกิน 23 ปี

ศุภชัย ใจเด็ด |20 ปี|บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด|กองหน้า| ยู-19,ยู-21,ยู-23,ชุดใหญ่

สุภโชค สารชาติ |20 ปี|บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด|กองกลาง|ยู-19,ยู-23,ชุดใหญ่

รัตนากร ใหม่คามิ |21 ปี|บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด|กองกลาง|ยู-21,ยู-23

กฤษณะ ดาวกระจาย |17 ปี|บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด|กองหลัง|ยู-17,ยู-19

ศุภณัฐ เหมือนตา | 17 ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด |กองหน้า| ยู -16,ยู-19,ชุดใหญ่

พงษ์ชนะ ก้องกิริต |20ปี| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด |กองหน้า –

คีรอน อ้อนชัยภูมิ | 19ปี| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด| กองหลัง |ยู-19

อิรฟาน ดอเลาะ |18ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด| กองหลัง| ยู-19

ธีรภักดิ์ เปรื่องนา | 17 ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด| กองกลาง| ยู-19

ธนดล แก้วสะอาด | 17 ปี| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด |กองกลาง –

พีรวัฒน์ อัครธรรม |20 ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(ประจวบ)|กองหลัง |ยู-21,ยู-23

อภิชาต เด็นหมาน |21ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(ประจวบ)|กองหน้า –

พีรพัฒน์ ขมิ้นทอง |18ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(เกษตร-ยืม) |กองหน้า |ยู-19

เมธี สารคำ |20ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(ลำปาง) |กองหน้า| ยู-19

ศรายุทธ สมพิมพ์ |21ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(ปตท.-ยืม)| กองหลัง |ยู-19 ,ยู-1,ยู-23

ยุทธพิชัย เลิศล้ำ |19ปี |บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(ลำปาง-ยืม) |กองกลาง |ยู-18

สุเมธี โคกโพธิ์ |20 ปี |แบงค็อก ยูไนเต็ด| ผู้รักษาประตู |ยู-19

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ |21ปี แบงค็อก ยูไนเต็ด| กองกลาง |ยู-19,ยู-21,ยู-23,ชุดใหญ่

วิศรุต อิ่มอุระ |21ปี |แบงค็อก ยูไนเต็ด |กองกลาง| ยู-23

วรวุฒิ สถาพร | 21ปี |แบงค็อก ยูไนเต็ด |กองหลัง –

สันติภาพ แย้มแสน |19ปี |แบงค็อก ยูไนเต็ด |กองหลัง |ยู-16

กฤษฎา นนทรัตน์ |18ปี| แบงค็อก ยูไนเต็ด| กองหลัง –

เจษฎากร ขาวงาม |21ปี| แบงค็อก ยูไนเต็ด(อาร์มี่-ยืม)| กองกลาง |ยู-23

นาคิน วิเศษชาติ |19 ปี| แบงค็อก ยูไนเต็ด(อาร์มี่-ยืม) |กองกลาง|ยู-19

ออสการ์ คาร์ล |21 ปี |แบงค็อก ยูไนเต็ด(แอร์ฟอร์ซ-ยืม)| กองกลาง |ยู-21

จักรกริช เวชภิรมย์ |22 ปี |แบงค็อก ยูไนเต็ด(สมุทรปราการ-ยืม)|กองกลาง|ยู-19,ยู-21,ยู-23

ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม |21 ปี| แบงค็อก ยูไนเต็ด(เอฟซี โตเกียว ยู23-ยืม) |กองหน้า |ยู-21,ยู-23

จตุรภัทร ศรัทธรรม |19ปี |ชัยนาท |กองหลัง| ยู-19

ฉัตรมงคล ทองคีรี |22ปี |ชัยนาท| กองกลาง |ยู-22

มาร์โก บัลลินี |20ปี |เมืองทองฯ| กองหลัง| ยู-21,ยู-23

ณราธร พรกิตติชัย |19ปี| ชัยนาท| กองกลาง –

นรินทร์ ชาญณรงค์ |20ปี |ชัยนาท |กองหน้า –

ภูมิภัทร กัณฑเนตร | 21ปี |ชัยนาท| กองหน้า –

วรุฒ บุญสุข |21ปี |บีจี(เชียงใหม่-ยืม) |กองหน้า|ยู19,ยู21

นนท์ ม่วงงาม |21ปี |เชียงราย(เชียงใหม่-ยืม)| ผู้รักษาประตู |ยู 21,ยู23

โชติพัฒน์ พุ่มแก้ว | 20ปี| เชียงราย(เชียงใหม่-ยืม)| กองหลัง |ยู 19

เควิน สังสมานันท์ |21ปี |เชียงราย(เชียงใหม่-ยืม) |ผู้รักษาประตู –

เอกนิษฐ์ ปัญญา | 19ปี |เชียงราย|กองกลาง |ยู19,ยู21,ยู23

นราชัย อินทนาคา |19ปี |เชียงราย(เชียงใหม่-ยืม)| กองกลาง –

ธวัชชัย คำมุงคุณ |21ปี |เชียงราย |กองหลัง| ยู21,ยู23

ชินภัทร ลีเอาะ |22ปี |เชียงราย |กองหลัง| ยู16,ยู19,ยู21,ยู23,ชุดใหญ่

กฤษฎา กาแมน |19ปี| ชลบุรี |กองหลัง| ยู16,ยู19,ยู21

วรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ |21ปี |ชลบุรี |กองกลาง| ยู19,ยู21,ยู23

สิทธิโชค ภาโส |20ปี| ชลบุรี |กองกลาง| ยู16,ยู19,ยู23

สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ |21ปี |ชลบุรี |กองกลาง| ยู16,ยู19,ยู21

ณัฐวุฒิ แสงศรี |21ปี |ชลบุรี |กองกลาง |ยู-23

เสฏฐวุฒิ วงศ์สาย |21ปี |ชลบุรี |กองหน้า| ยู21,ยู23

กรวิชญ์ ทะสา |18ปี |เมืองทอง |กองหน้า| ยู16,ยู19,ยู21,ยู23

ซันดี วงศ์เดอรี | 20ปี |เมืองทอง |กองกลาง –

สรวิชญ์ พานทอง| 22ปี |เมืองทอง |กองกลาง |ยู 19,ยู21,ยู23

ปรเมศ อาจวิไล |20ปี| เมืองทอง| กองกลาง| ยู21,ยู23

สกุลชัย แสงโทโพธิ์ |19ปี| เมืองทอง |กองกลาง| ยู19,ยู23

พัชรพล อินทนี |20ปี |เมืองทอง| กองหลัง| ยู21,ยู23

หัสวรรษ นพเนตร | 19ปี| เมืองทอง| กองกลาง| ยู16,ยู19,ยู

พีรพงษ์ ปัญญานุมาพร |21ปี |เมืองทอง |กองกลาง –

พิชิตชัย ลิ้มรักษา |21ปี |เมืองทอง |กองหลัง –

ชาติชาย แสงดาว |22ปี |เมืองทอง |กองหลัง| ยู-23

ศฤงคาร พรหมสุภะ |21ปี |เมืองทอง |กองหลัง| ยู19,ยู21,ยู23

สุขสันต์ มุ่งเป้า |21ปี |เมืองทอง |กองกลาง| ยู19,ยู21,ยู23

อนุวัฒน์ เพียรแก้ว |20ปี| เมืองทอง(ศรีสะเกษ-ยืม)| กองกลาง –

เรืองยศ จันทร์ชัยชิต |20ปี |เมืองทอง(อุดร-ยืม)| กองหลัง |ยู 21,ยู23

สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ |21ปี |การท่าเรือ |กองกลาง| ยู19,ยู23

อานนท์ สมการ |20ปี |การท่าเรือ| กองกลาง| ยู23

เควิน ดีรมย์รัมย์ | 21ปี |การท่าเรือ |กองหลัง| ยู23,ชุดใหญ่

ณัฐชนน สร้อยจิตร |21ปี |การท่าเรือ |กองหลัง –

ชนายุทธ เจเจือ |20ปี| การท่าเรือ |กองกลาง –

นพพล เกิดแก้ว |17ปี |นครราชสีมา |กองหลัง –

ราชันย์ ประสิทธิ์ทอง| 19ปี |นครราชสีมา |กองหลัง –

มุริทัต เกษี |19ปี |ตราด |กองกลาง –

จิรวัฒน์ ทองแสงพราว |20ปี |ราชบุรี |กองหลัง –

กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ |21ปี| ราชบุรี(ศรีสะเกษ-ยืม)| กองกลาง |ยู19,ยู21,ยู23

เจริญศักดิ์ วงษ์กร |21ปี| สมุทรปราการ| กองกลาง |ยู19,ยู21,ยู23

ประสิทธิชัย เพิ่ม |19ปี |สมุทรปราการ| กองหลัง| ยู19

แจ๊ค เคราซ์ |21ปี |สุโขทัย |ผู้รักษาประตู| ยู-22

มีโชค มหาสรานุกูล |21ปี| สุพรรณบุรี |กองหลัง| ยู19,ยู21

ศิริมงคล จิตบรรจง |21ปี| สุพรรณบุรี| กองหน้า |ยู 19,ยู21,ยู23

“ช้างศึก” ตกรอบแรก หลังเสมอเวียดนาม 2-2 ในซีเกมส์ 2019

บทความบอลไทย – เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมเสมอเวียดนาม 2-2 ในซีเกมส์ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B

การแข่งขันฟุตบอลชาย ซีเกมส์ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B นัดที่ 5 ลงสนามไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยทีมชาติไทยนั้นตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย หลังทำได้เพียงเสมอกับทีมชาติเวียดนาม 2-2 ส่วนทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ประกอบไปด้วย ทีมชาติเวียดนาม, ทีมชาติอินโดนีเซีย, ทีมชาติเมียนมา และ ทีมชาติกัมพูชา วันนี้ทีมงาน Ballthai.com ขอให้คะแนนเหล่าขุนพล “ช้างศึก” ซีเกมส์ ที่เพิ่งลงสนาม แต่ละคนจะทำผลงานออกมาเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

ทีมชาติไทย ซีเกมส์ 2019

 

ผู้รักษาประตู

นนท์ ม่วงงาม

คะแนน 6.5

เกมนี้ถือว่าทำได้ดีมากๆ นนท์ ตัดสินใจเด็ดขาด ทั้งออกมาตัดบอลกลางอากาศและบนพื้น ทำได้ดีแทบทั้งหมด ส่วนประตูแรกที่เสียไปก็เกินที่จะต้านได้ ส่วนประตูที่ 2 จากลูกจุดโทษ ก็เดาทางถูกและปัดออกไปได้ แต่หลังจากเป่าให้ยิงใหม่อีกครั้ง ก็ไม่น่าแปลกใจที่ นนท์ จะเซฟไม่ได้ เพราะมันยากที่จะรับไว้ได้อีกครั้ง

กองหลัง

พีฬาวัช อรรคธรรม

คะแนน 5

ลงสนามเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวา แต่ก็ทำได้ไม่ดีเลย จับบอลลั่นให้เห็นอยู่บ้าง และมีจังหวะที่พลาดจนผู้เล่นเวียดนามผ่านบอลเข้ามาอย่างง่ายดาย จนเสียประตูแรก

ชาติชาย แสงดาว

คะแนน 4.5

โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเลยในเกมนี้ โดนทีมชาติเวียดนามเล่นงานเอาหลายครั้ง นอกจากนี้ยังสกัดพลาดจนเวียดนามได้จุดโทษ ตามตีเสมอ 2-2

ศฤงคาร พรมสุภะ

คะแนน 5.5

ไม่มีความผิดพลาดให้เห็นเด่นชัด แต่ก็ยังมีบางจังหวะที่สื่อสารกับเพื่อนไม่เข้าใจ โดยรวมถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

ทิตาธร อักษรศรี

คะแนน 4.5

เป็นอีกคนที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังในเกมนี้ มีการจ่ายบอลเสีย มีจังหวะที่ดันขึ้นสูง แต่ลงมารับไม่ทันก็มี ปล่อยให้เวียดนามผ่านไปแบบง่ายดาย

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ซีเกมส์ 2019

กองกลาง

กฤษดา กาแมน

คะแนน 5

พยายามวิ่งไล่บี้คู่แข่งแต่ก็โดนเวียดนามเล่นงานด้วยความเร็วเอาหลายครั้ง พอโดนสวนกลับ ก็เล่นยากและช่วยทีมไม่ได้มากนัก

วิศรุต อิ่มอุระ

คะแนน 5

พยายามวิ่งไล่บอลช่วยทีม แต่ก็ทำไรไม่ได้มาก เพราะโดนความเร็วของเวียดนามเล่นงาน จนไม่สามารถทำได้เป็นชิ้นเป็นอัน จนถูกเปลี่ยนตัวออก

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์

คะแนน 6

คอยสร้างสรรค์เกมรุกช่วยทีม โดดเด่นในช่วง15 นาทีแรก พยายามวิ่งไล่บอลตลอดเวลาที่มีโอกาส มีส่วนกับประตูที่เกิดขึ้น

สุภโชค สารชาติ

คะแนน 6

ช่วงแรกถือว่าทำได้ดี แต่ต่อมาโดนเวียดนามตามประกบจนเล่นไม่ออก นอกจากนี้ หาจังหวะเข้าทำไม่ได้ หลังจากนั้นโดนบีบจนหายไปจากเกมเลย

กองหน้า

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

คะแนน 6.5

ทำประตูให้ทีมชาติไทยออกนำไป 2-0 โชว์ฟอร์มได้ดี มีจังหวะได้ยิงอีกหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ทำได้ไม่สำเร็จ ขยัน ถือเป็นแนวรุกที่โชว์ฟอร์ฟอร์มได้ดีที่สุดในเกมนี้เลย

ศุภชัย ใจเด็ด

คะแนน 6

ทำประตูให้ทีมชาติไทย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 หลังผู้รักษาประตูเวียดนามเตะบอลเด้งออกมาโดนหน้าอก มีความขยัน พยายามวิ่งไล่บอล ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออก

สิทธิโชค ภาโส

สำรอง

ศรายุธ สมพิมพ์

คะแนน 5

ลงมาแทนที่ พีฬาวัช แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเกมมากนัก

สิทธิโชค ภาโส

คะแนน 5

ลงมาแทนที่ ศุภชัย มีโอกาสยิงแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ที่เหลือก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเกม

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

ลงมาช่วงท้ายเกม มีเวลาน้อยเกินไป

วิเคราะห์ฟอร์มทีมชาติไทย เกมบุกเจ๊า เหงียน 0-0

วิเคราะห์ฟอร์มแข้งช้างศึก เกมบุกเจ๊า เหงียน 0-0

วิเคราะห์ฟอร์มแข้งช้างศึก เกมบุกเจ๊า เหงียน 0-0

หลายคนคงทราบผลเป็นไปที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 ที่ ไทย บุกไปเสมอกับ เวียดนาม 0-0 ทำให้เก็บเพิ่มเป็น 8 แต้มจาก 5 นัด รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม และวันนี้เว็บไซต์ Ballthai.com จะมาวิเคราะห์ฟอร์มขุนพลช้างศึกในเกมนี้กัน

ผู้รักษาประตู

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

นายทวารวัย 29 ปี ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้เนื่องจาก ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารมือหนึ่งมีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้อดีตนายทวารกิเลนฯ ได้รับโอกาสครั้งสำคัญอีกครั้งหลังเคยได้ลงสนามในเกมกับ คองโก มาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็น รวมถึงการออกมาตัดบอลนอกกรอบก็ทำได้เด็ดขาดไม่แพ้กัน

คะแนน 7

แบ็คขวา

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

แบ็คขวาวัย 25 ปี ได้รับโอกาสลงสนามเป็น 11 ตัวจริงก่อน ทริสตอง โด และ นิติพงษ์ เสลานนท์ สำหรับเกมนี้ หมวดต้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวเล่นได้ตามมาตราฐานเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ดี มีประสบการณ์ในการเล่นเกมเยือนสามารถรับแรงกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่นได้ บวกกับการต้องปะทะกับ ดวน วาน เฮา แบ็คซ้ายของเวียดนามจนไม่สามารถเปิดครอสบอลที่ถนัดของตัวเองได้เลย

คะแนน 7

เซนเตอร์ฮาร์ฟ

มานูเอล ทอม เบียรห์

ปราการหลังลูกครึ่งไทย-เยอรมนีวัย 26 ปี ยังคงเป็นแกนหลักในแผงเกมรับของทัพ ช้างศึก ชุดนี้ โดยเจ้าตัวสามารถปัดกวาดเก็บรุกของ เวียดนาม ได้แทบทุกจังหวะ ทำให้ทีมเจ้าบ้านไม่สามารถเจาะประตูได้เลย ทั้งการเอาชนะลูกกลางอากาศและลูกภาคพื้นก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

คะแนน 8

เซนเตอร์ฮาร์ฟ

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

นักเตะสารพัดประโยชน์ที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งกองหลังอีกครั้ง หลังเคยทำได้ดีมาแล้วในเกมเปิดรังชนะ ยูเออี 2-1 เกมนี้ เจ้าตั้ม อาจมีจังหวะโหม่งพลาดไปบ้างแต่ภาพรวมการออกบอลจากเท้าก็ยังคงไว้ใจได้อยู่เสมอ ไม่มีข้อผิดพลาดบ่อยนักยังคงเป็นตัวหลักที่ควรได้ลงสนามต่อไป

คะแนน 7

แบ็คซ้าย

ธีราทร บุญมาทัน

ธีราทร บุญมาทัน

เกมนี้ โก๋อุ้ม ถือว่าภาพรวมทำได้ดีทั้งเกมรับและเกมรุกสร้างความสมดุลให้กับทัพ ช้างศึก เป็นอย่างมาก มีความนิ่งและเด็ดขาดในการเล่นเกมสวนกลับ แม้จะพลาดจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย แต่โดยรวม ทีมชาติไทย ยังขาดเจ้าตัวไม่ได้เหมือนเดิม

คะแนน 7

กองกลาง

สารัช อยู่เย็น

มิดฟิลด์วัย 27 ปี ที่เกมนี้ไม่โดดเด่นเหมือนนัดเจอ ยูเออี มีจังหวะออกบอลช้า โดนผู้เล่นเวียดนามไล่กวดบีบจนเล่นไม่ออก ทำให้เกมแดนกลางของไทยขึ้นเกมไม่ได้เลย แต่ สารัช ก็เกือบยิงประตูได้ในช่วงท้าย ทว่าโดน ดัง วาน ลัม นายทวารของเวียดนามเพื่อนร่วมทีมเมืองทองฯ พุ่งปัดออกไปได้หวุดหวิด

คะแนน 6

กองกลาง

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล

ได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องสำหรับ เจ้าเต้ แต่เกมนี้เจ้าตัวเล่นได้ไม่เหมือนกับที่เจอ ยูเออี และเหมือนตอนเล่นให้สโมสรอย่าง สิงห์ เชียงรายฯ มีจังหวะตัดเสียฟาวล์บ่อยครั้ง เพราะโดนผู้เล่นเวียดนามเพลสซิ่งเร็ว ทำให้เจ้าตัวเล่นได้ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติมากนัก

คะแนน 6

กองกลางตัวรุก

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าทำไม เจ ถึงเล่นได้ไม่เหมือนตอนเล่นให้สโมสร คอนซะ ในเจลีก เกมนี้ เจ ถูกผู้เล่นเวียดนามคอยตามไล่กวดเหมือนเงาตามตัว แทบไม่มีโอกาสได้เล่นเกมที่ตัวเองถนัดเลย เหมือนกับนัดแรกที่ ไทย เปิดรังเสมอ เวียดนาม 0-0 และโอกาสได้ยิงก็มีช่วงท้ายแต่เบามาก

คะแนน 6

ตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้าย

สุภโชค สารชาติ

ดาวเตะวัย 21 ปี ยังคงหายไปจากเกมเหมือนเดิมแบบในเกมบุกพ่าย มาเลเซีย 1-2 แม้เกมนี้จะมีช่วงที่ได้บอลพยายามเลี้ยงกินตัวแล้วตัดเข้าขวาแต่ก็โดนผู้เล่นของเวียดนามดักทางได้จนเล่นไม่ออก มีโอกาสได้ยิงในกรอบแต่ก็ไปติดเซฟของ ดัง วาน ลัม และลูกยิงข้ามคานออกไปไกล

คะแนน 5

ตัวรุกริมเส้นฝั่งขวา

เอกนิษฐ์ ปัญญา

แนวรุกวัย 20 ปี มีโอกาสได้ตวัดยิงในกรอบเขตโทษ ทว่ายิงไม่โดนบอลทำให้พลาดการทำประตูไปอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งยังโดน ดวน วาน เฮา แบ็คซ้ายคอยเล่นงานซะอยู่หมัดจนเล่นไม่ออกเช่นเดียวกัน

คะแนน 5

กองหน้า

ธีรศิลป์ แดงดา

ธีรศิลป์ แดงดา

ดาวยิงจอมเก๋าวัย 31 ปี ยังคงเป็นนักเตะที่ ทีมชาติไทย จะขาดไม่ได้เลย เจ้าตัวมีประโยชน์ในการพักบอลและดึงผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเพื่อเปิดทางให้เพื่อนวิ่งสอดไปที่ว่างนั่นเอง อีกทั้งยังลงมาช่วยล้วงบอลแดนกลางอยู่หลายจังหวะ เพราะไม่สามารถยืนเล่นในแดนหน้าได้ โดนผู้เล่นเวียดนามดักทางได้หมด อีกทั้งยังโดนใบเหลืองคาดโทษรวมกับของเดิมเป็น 2 ใบทำให้เจ้าตัวจะพลาดการลงเล่นในเกมเปิดรังพบกับ อินโดนีเซีย ช่วงปีหน้า

คะแนน 6.5

ตัวสำรอง

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

เจ้าเฟย ลงมาแทนที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา ในนาทีที่ 86 เวลาในการลงสนามน้อยเกินไปไม่สามารถประเมิณผลคะแนนได้

 

บดินทร์ ผาลา

เจ้าโดม ลงมาแทนที่ สุภโชค สารชาติ ในนาทีที่ 90+1 เวลาในการลงสนามน้อยเกินไปไม่สามารถประเมิณผลคะแนนได้

ตารางคะแนนคัดบอลโลก 2022 รอบสอง (อัพเดทวันที่ 19 พ.ย. 62)

ตารางคะแนนคัดบอลโลก 2022 รอบสอง

*สำหรับโปรแกรมแข่งนัดต่อไปของ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะเปิดรังพบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 6 วันที่ 26 มี.ค. 63 *ส่วนเวลาการแข่งขันและสนามรอการยืนยันจากทางสมาคมฯ อีกครั้ง

เครดิตรูป : ช้างศึก

แบรนด์วอริกซ์ เตรียมเปิดตัวชุดแข่งใหม่ของทัพช้างศึก 19 พ.ย.นี้

วอริกซ์ เตรียมเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ของทัพช้างศึก เกมบุกเยือนทีมชาติเวียดนาม
แบรนด์วอริกซ์ ผู้ได้สิทธิในการผลิตชุดแข่งขันของ ทีมชาติไทย เตรียมเปิดตัวเสื้อแข่งขันใหม่ที่จะใช้ในปีหน้าและเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 ที่จะบุกไปเยือนทีมชาติเวียดนาม

b8e90841b4c3d1c6031a2321e5a3b679.jpg

วอริกซ์ เตรียมเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ของทัพช้างศึก เกมบุกเยือนทีมชาติเวียดนาม

แบรนด์วอริกซ์ ผู้ได้สิทธิในการผลิตชุดแข่งขันของ ทีมชาติไทย เตรียมเปิดตัวเสื้อแข่งขันใหม่ที่จะใช้ในปีหน้าและเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 ที่จะบุกไปเยือนทีมชาติเวียดนาม

ล่าสุดทาง แบรนด์วอริกซ์ ได้โพสต์ภาพเตรียมเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ จะเป็นชุดแข่งขันที่ 3  (ThirdJersey) ซึ่งใช้โทนสีเหลืองโดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในเกมบุกเยือนทีมชาติเวียดนาม ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 วันที่ 19 พฤศจิกายนนี

เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมแพ้มาเลเซีย 1-2 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมแพ้มาเลเซีย 1-2 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก 

147e74889a66a04a97e3bd4cf04b9d91.jpg

เช็คคะแนน “ช้างศึก” เกมแพ้มาเลเซีย 1-2 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 4 ที่ทีมชาติไทย บุกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ลงสนามกันไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าทัพช้างศึกบุกไปพ่ายมา 1-2 ทำให้ ร่วงจากตำแหน่งจ่าฝูงมารั้งอยู่ที่อันดับ 2 เรียบร้อยแล้ว

วันนี้ทีมงาน ขอให้คะแนนเหล่าขุนพล “ช้างศึก” ที่ลงสนามไปในเกมที่ผ่านมา ว่าแต่ละคนทำผลงานกันออกมาเป็นอย่างไรกันบ้าง และทำได้กี่คะแนน ไปติดตามกันได้เลย

ทีมชาติไทย

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

คะแนน 6.5

เกมนี้สองประตูที่เสียไปต้องยอมรับว่าสุดที่จะเซฟไว้ได้จริงๆ ส่วนจังหวะอื่นๆ ศิวรักษ์ ช่วยทีมชาติไทย ไว้ได้หลายครั้ง ไม่ทำให้ทีมเสียประตูเพิ่ม ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

มานูเอล ทอมเบียรห์

คะแนน 6

เกมนี้เจ้าตัวถือเป็นหัวใจสำคัญของเกมรับ มีโอกาสโหม่งช่วยเคลียจังหวะอันตรายอยู่หลายครั้ง แต่ก็มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้างเหมือนกัน

เอเลียส ดอเลาะ

คะแนน 5

ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกให้กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ แต่ไม่ใช่เกมที่น่าประทับใจมากนัก ช่วงแรกถือว่าทำได้ดี แต่หลังจากนั้นต้องปรับปรุง สองประตูที่เสียไป มีส่วนต้องรับผิดชอบ

กรกช วิริยอุดมศิริ

คะแนน 5

เกมนี้เรื่องของการเปิดบอลยังทำได้ดี แต่สิ่งที่ผิดพลาดคงต้องยกให้เป็นเรื่องของเกมรับ ที่เห็นได้ชัดเจน สองประตูที่เสียไปนั้น มีส่วนต้องรับผิดชอบทั้งสองประตู

ทริสตอง โด

คะแนน 5

ลงสนามมาแทนที่ของ นิติพงษ์ เสลานนท์ ที่ถูกดร็อปเป็นสำรอง เกมนี้ โด ทำได้ไม่ดีเลย ทั้งเรื่องของเกมรับที่หลุดบ่อย ส่วนเกมรุกก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมโอกาสเปิดบอลสวยๆจากด้านข้างก็แทบจะไม่เห็นเลย

ทริสตอง โด

สารัช อยู่เย็น

คะแนน 5.5

เกมนี้ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก อากิระ นิชิโนะ ลงสนามเป็นตัวจริง แต่ดูเหมือนจะเล่นไม่ค่อยออก ผิดไปจากฟอร์มเดิมที่ผ่านมา ตัดเกมของคู่แข่งก็ยังไม่ค่อยสำเร็จนัก จนถูกเปลี่ยนตัวออก

พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

คะแนน 6

โชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยโดดเด่น แต่อาศัยความขยัน พยายามไล่บีบคู่แข่งอยู่หลายครั้ง มีจังหวะตัดฟาวล์ให้เห็นอยู่ ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

เอกนิษฐ์ ปัญญา

คะแนน 6.5

ถือว่าเล่นได้ดีในระดับนึง นอกจากทำแอสซิสต์ได้แล้ว  ยังมีบทบาททั้งกับเกมรับและเกมรุก สร้างความปั่นป่วนให้กับมาเลเซีย ได้หลายครั้ง

ชนาธิป สรงกระสินธ์

คะแนน 6.5

กลับมาลงสนามให้กับทีมชาติไทย อีกครั้ง หลังจากที่บาดเจ็บไปช่วงก่อนหน้านี้ ฟอร์มโดยภาพรวมถือว่าทำได้ไม่ค่อยน่าพอใจนัก โดนแข้งมาเลเซียตามประกบติดตลอด แต่ก็ซัดประตูให้ทีมชาติไทยได้ในเกมนี้

สุภโชค สารชาติ

คะแนน 6

พยายามหาโอกาสสร้างสรรค์เกมรุก แต่ก็โดนประกบจนเล่นไม่ออกด้วยเช่นเดียวกัน พยายามหาจังหวะเข้าทำอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ยังมีข้อผิดพลาดที่ต้องปรับปรุง

ธีรศิลป์ แดงดา

คะแนน 6.5

หาจังหวะจบสกอร์แทบจะไม่ได้เลยในเกมนี้ ถูกประกบติดอยู่ตลอดเมื่อได้บอลมีลงมาช่วยเกมรับอยู่บ้าง นอกจากนี้ยังได้เห็นจังหวะพักบอลสวยๆอยู่

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

สำรอง

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

คะแนน 7

ลงมาแทนที่ของ สารัช อยู่เย็น ช่วงนาทีที่ 56 เจ้าตัวพยายามสร้างสรรค์เกมรุกช่วยทีม แต่ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัด

บดินทร์ ผาลา

คะแนน 7

ลงมาในช่วงนาทีที่ 82 มีเวลาน้อยเกินไปไม่สามารถให้คะแนนได้

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนม

ลงมาแทนที่ ทริสตอง โด ในนาทีที่ 89 มีเวลาใสนามน้อยเกินไป

Photo : ช้างศึก