สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยยอดเงินสนับสนุน FA Development 2019 ทีมไหนใช้ปรับปรุงอะไรบ้าง?

ส.บอลไทยฯ เผยยอดเงินสนับสนุน FA Development 2019 ทีมไหนใช้ปรับปรุงอะไรบ้าง?

สโมสรในศึก โตโยต้า ไทยลีก รับเงินพิเศษจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อพัฒนาทีม ตามโครงการ FA Development Program ประจำปี 2019

จุดมุ่งหมายของโครงการ FA Development Program คือ การยกระดับสโมสร การจัดการแข่งขัน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ การต่อเติมสนามแข่งขัน, การติดตั้งไฟส่องสว่าง, การปรับปรุงห้องแต่งตัวนักกีฬา, ห้องสำหรับสื่อมวลชน ตามมาตรฐานของเอเอฟซี

โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานให้แก่สโมสรสมาชิกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน​ รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น​ 395​ ล้านบาท

สโมสรใน โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา ได้มีการนำเงินสนับสนุนพิเศษ 5 ล้านบาท ไปพัฒนาในด้านต่างๆ ที่นอกเหนือจากเงินสนับสนุนประจำปี (ทีมละ 20 ล้านบาท) รวมจำนวนเงินสนับสนุนทั้งสิ้น​ 395​ ล้านบาท ประกอบไปด้วย

สุโขทัย เอฟซี – ฤดูกาลนี้ได้นำงบประมาณไปก่อสร้างสนามหญ้าเทียม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับนักเตะเยาวชน สำหรับศูนย์ฝึกเยาวชนสโมสร สุโขทัย เอฟซี นั้นตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

พีที ประจวบ เอฟซี – นำงบประมาณไปปรับปรุงสนามสามอ่าว สเตเดี้ยม ทั้งการติดตั้งอัฒจันทร์แบบถอดประกอบได้ชนิดไม่มีเก้าอี้ จำนวน 2,125 ที่นั่ง และติดตั้งเก้าอี้ภายในสนาม จำนวน 2,500 ที่นั่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แฟนบอล

ชัยนาท ฮอร์นบิล – ใช้งบประมาณ 5 ล้านไปปรับปรุงก่อสร้างต่อเติมที่พักนักกีฬา พร้อมทั้งปรับปรุงพื้นสนามหญ้าจริงภายในสนามซ้อม และติดตั้งรั้วตาข่ายรอบๆ สนามซ้อม นอกจากนี้ยังนำงบไปปรับปรุงติดตั้งเก้าอี้ที่มีพนักพิงฝั่งทีมเยือนภายในสนามเขาพลอง สเตเดี้ยม

ตราด เอฟซี – น้องใหม่ไทยลีกที่ฤดูกาล 2019 โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการจบในอันดับที่ 10 นำงบประมาณ 5 ล้านบาท ไปปรับปรุงไฟส่องสว่างรังเหย้าสนามกีฬากลางจังหวัดตราดให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี – ใช้งบในส่วนนี้ปรับปรุงไฟฟ้าและระบบส่องสว่าง งานโครงติดป้ายต่างๆ ที่นั่งสำรองและที่นั่งผู้เข้าชม เสาประตูพร้อมตาข่าย ปรับปรุงห้องทำงานผู้ควบคุมการแข่งขัน ปูหญ้าเทียมทางเดินนักกีฬา ร่มที่นั่งพยาบาล ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ

ชลบุรี เอฟซี – ติดตั้งโครงหลังคา มุงหลังคา METAL SHEET และปรับปรุงอัฒจันทร์สนามซ้อม และอาคารที่พักนักกีฬา รวมทั้งติดตั้งเสาเหล็กดึงโครงหลังอัฒจันทร์สนามซ้อม ภายในศูนย์ฝึกฟุตบอลช้าง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

สุพรรณบุรี เอฟซี – ทำการซ่อมบำรุงและปรับปรุงสนามหญ้าภายในสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี และสนามฝึกซ้อม รวมทั้งจัดซื้อเครื่อง SPORT SCIENCE EQUIPMENT และทำการติดตั้งเสาไฟพร้อมติดหลอดไฟ LED บริเวณสนามซ้อมของสโมสร และติดตั้งโต๊ะเหล็ก VAR ปรับปรุงโครงป้าย

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – แชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุด นำงบประมาณในส่วนนี้ไปจัดซื้อรถตัดหญ้า และทำการก่อสร้างห้องซาวน่าสำหรับนักกีฬา ภายในสโมสรสิงห์ สเตเดี้ยม

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี – ปรับปรุงสนามมิตรผล สเตเดี้ยม ติดตั้งจอโฆษณาบริเวณขอบสนาม และติดตั้งสกอร์บอร์ดใหม่ภายในสนามแข่งขัน

สมุทรปราการ ซิตี้ – ปรับปรุงเก้าอี้ที่นั่งบนอัฒจันทร์ ปรับปรุงห้องน้ำ และปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในสนามแข่งขัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ปรับปรุงห้องพักนักกีฬาภายในสนามช้าง อารีน่า และปรับปรุงสนามฝึกซ้อม ภายในแคมป์เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ไฟส่องสว่าง และสนามฝึกซ้อมภายในแคมป์บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

เชียงใหม่ เอฟซี – จัดซื้อรถตัดหญ้า และซื้ออุปกรณ์จับระยะวิ่ง-จับคลื่นหัวใจสำหรับนักกีฬา และอุปกรณ์ต่างๆ ใช้ในการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมของนักกีฬา

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด – ปรับปรุงทัศนียภาพในสนามแข่งขันและบริเวณโดยรอบ ปรับปรุงห้องต่างๆ ภายในสนามแข่งขัน งานก่อสร้างบ่อน้ำร้อน-เย็น ปรับปรุงระบบระบายน้ำใต้สนามซ้อม บำรุงรักษาสนามแข่งขัน+สนามซ้อม 1 และ 2 ภายในสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสนามฝึกซ้อม

การท่าเรือ เอฟซี – ปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสนามแพท เตเดี้ยม อาทิเช่น งานเครื่องเสียง อัฒจันทร์ ที่นั่งในจุดต่างๆ ปรับปรุงสนามเหย้า ห้องน้ำ และติดกล้องวงจรปิด

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด – ปรับปรุงสนามหญ้าเทียม และระบบไฟส่องสว่างในสนามฝึกซ้อมด้านหน้าสนามแข่งขัน

พีทีที ระยอง – ไม่รับเงินสนับสนุนตามโครงการ FA Development Program และมีการประกาศพักทีม

สำหรับ เงินสนับสนุนในโครงการ FA Development Program นั้นทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะให้การสนับสนุนแก่สโมสรสมาชิกที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพในแต่ละระดับ มีจำนวนดังนี้ สโมสรในโตโยต้า ไทยลีก (T1) ทีมละ 5 ล้านบาท, สโมสรใน M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) ทีมละ 1 ล้านบาท, สโมสรในออมสิน ลีก โปร (T3) ทีมละ 1 ล้านบาท, สโมสรใน รายการ ออมสิน ลีก (T4) ทีมละ 1 ล้านบาท

 

ส.บอลไทย และ มธ. จัดรถรับส่งบริเวณสนามฟรี เกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมจัดรถรับส่งบริเวณสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยไม่มีการเก็บค่าโดยสาร เพื่อบริการแฟนบอลที่เดินทางมาชมเกมระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเวียดนาม

โดยการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง ที่ ทีมชาติไทย จะประเดิมสนามพบกับ เวียดนาม ในวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดเตรียมรถสองแถวเล็ก เพื่อให้บริการรับ-ส่งแฟนบอลตามจุดต่างๆ บริเวณสนามกีฬามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

สำหรับรถดังกล่าว จะมีป้ายติดอยู่ที่หน้ารถว่าบริการรับส่งฟรี นอกจากนี้ ยังสามารถใช้บริการรถโดยสาร NGV ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีป้ายติดหน้ารถ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามจุดที่กำหนดไว้ ได้แก่

D1 – ท่ารถตู้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
D2 – จุดจอดรถบริเวณศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต
D3 – โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
D4 – อาคารจอดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ขณะเดียวกัน ยังมีจุดรับส่ง Grab ให้บริการ 2 จุด ได้แก่ จุดเเรก ที่หน้าสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เเละจุดที่สองที่ ทียูโดมพลาซ่า (อยู่ฝั่งตรงข้ามของมหาวิทยาลัย ฝั่งประตูเชียงราก)

สำหรับแฟนบอลที่นำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถจอดตามจุดจอดรถได้ดังนี้

P1 – ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าศนย์ประชุมธรรมศาสตร์ จอดได้ 800 คัน
(อัตราค่าบริการ 30 นาทีเเรกฟรี 8 ชั่วโมงเเรก 20 บาท ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 20 บาท เวลาให้บริการ 6.00 น. – 21.00 น.)

P2 – อาคารจอดรถข้างตึกปิยะชาติ 2 จอดได้ 500 คัน
(อัตราค่าบริการ 30 นาทีเเรกฟรี 3 ชั่วโมงเเรก 20 ???าท ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 80 บาท/วัน เวลาให้บริการ 24 ชั่วโมง)

P3 – ลานจอดรถข้างยิมเนเซี่ยม 2 จอดได้ 50 คัน

สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 วันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยบัตรเข้าชมขายหมดแล้วทุกที่นั่ง ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32

อย่างน้อย 20 ปี! “สมยศ” ชี้ 3 ปี ไม่เพียงพอสานต่อ “ช้างศึก” สู่ระดับเอเชีย อ้อนแฟนบอลต้องใช้เวลา

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชี้ ระยะเวลาเพียง 3 ปี ไม่เพียงพอต่อการปั้น “ช้างศึก” สู่ระดับแนวหน้าของเอเชีย ไม่เคยเสียกำลังใจในการบริหารงาน พร้อมรับฟังเสียงแฟนฟุตบอลเสมอ 

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมกับทีมโค้ช อย่าง มิโลวาน ราเยวัช เกี่ยวกับแนวทางการลุยศึกเอเชียน คัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้นปีหน้า 

โดยเจ้าตัวระบุว่าการที่จะทำทีมชาติไทยให้ก้าวไปสู่ระดับเอเชีย ระยะเวลาที่ตนเข้ามาบริหารงานของสมาคมฯช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มันไม่พออย่างแน่นอน ยกตัวอย่างหลายชาติก่อนที่จะประสบความสำเร็จยังใช้เวลายาวนาน 30-40 ปี หรืออย่างน้อย 20 ปี ขึ้นไป 

“ผมคิดว่าสามปีมันไม่เพียงพอต่อการพัฒนาฟุตบอลหรอกครับ ผมบอกได้เลยว่า ถ้าอยากให้ฟุตบอลไทยมีมาตรฐานสูงเทียบเท่ากับระดับเอเชียได้ต้องใช้เวลาอีกน้อยๆ 20 ปี ก็ต้องรอดู มันคงไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาของผมแล้ว เพราะผมก็คงอยู่ทำงานได้อีกไม่กี่ปีก็ต้องยกให้เป็นโอกาสของคนรุ่นต่อไปที่จะมาทำงานสานต่อจากผม” บิ๊กอ๊อด เริ่มกล่าว 

“แต่ผมอยากจะทิ้งวิธีการพัฒนา ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดขึ้นเอง เพราะผมไม่ได้มีความรู้เรื่องฟุตบอล ผมก็ไปคัดลอกจากประเทศที่ประสบผลสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น และประเทศที่เขาประสบความสำเร็จเรื่องฟุตบอล เขาพัฒนากันมา 30-40 ปีนะครับ”

“ผมต้องขอออกตัวไว้ว่า ผมมาแค่สามปี ทำได้แค่นี้ ผมก็คิดว่าทำมาเยอะแล้ว ผมไม่เคยเสียกำลังใจ สิ่งที่แฟนบอลติติง ท้วงติง หรือแนะนำมา มันเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น เพราะแฟนบอลทุกคนรักในทีมชาติไทย อยากเห็นทีมชาติไทยก้าวไปไกลกว่านี้ แต่ก็อยากเรียนว่ามันคงต้องใช้เวลา เพราะว่าช่วงเวลาที่ผ่านมามันไม่มีการวางรากฐาน

“ผมเข้ามาวางรากฐาน วันข้างหน้าคนที่เข้ามาทำต่อจากผมจะได้เดินบนถนนที่ทำด้วยคอนกรีต ไม่ใช่เดินบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ สิ่งที่ผมทำไว้ ทุกคนมาสานต่อได้ทันที” นายกส.ฟุตบอลไทย กล่าวทิ้งท้าย


CR : mgronline