ไร้เหตุผลที่ควรรั้ง ป็อกบา เมื่อนักเตะอย่าง บูโน่ แสดงให้เห็นว่ามีประโยชน์มากกว่า

โชคดี ! บรูโน่(มา) ป็อกบาควรไป…

หลังจากที่แฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เริ่มมีความหวังในการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ด้วยการย้ายมาร่วมทีม ค่าตัวรวมแล้ว 68 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,720 ล้านบาท) ก็แทบจะไม่ต้องรอนาน เนื่องจากเจ้าตัวลงเล่นทันทีหลังจากร่วมซ้อมกับทีมเพียงวันเดียว

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ บรูโน่ สามารถเล่นได้เนียนกริบ แทบจะไม่ต้องรอปรับตัวในตำแหน่งตัวสร้างสรรค์เกม กลบเสียงวิจารณ์เบาๆเกี่ยวกับการย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทีมจากแดนฝอยทองไปไม่มากก็น้อย ด้วยสไตล์การเล่นของเจ้าตัวที่สามารถทำได้ทุกอย่างทั้งการเปิดเกมรุก รวมถึงการเล่นลูกนิ่ง ที่ล่าสุด มี 1 แอสซิต ในเกมที่ เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 2-0 ถึงถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

เจาะลึกสถิติส่วนตัว : บรูโน เฟอร์นันเดส
– ความแม่นยำในการผ่านบอล 80%

– สร้างโอกาสให้กับทีม 3 ครั้ง

– แย่งบอล 3 ครั้ง

– ชนะแย่งโหม่ง 2 ครั้ง

– แอสซิสต์ 1 ครั้ง

 

ตัวเลขข้างบนคือสถิติของเจ้าตัวในเกมลีกนัดล่าสุด ที่ช่วยให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 38 คะแนน จาก 26 นัด ลุ้นท็อป 4 อย่าสนุกกับหลายทีม ณ เวลานี้

ข่าวการมาของ บูโน่ รวมถึงฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวที่ไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมายคำถามว่าเขาคือ “ของจริง” หรือไม่ เหลือแค่การยืนระยะ ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลา แต่มีนักเตะคนหนึ่งที่ยังเอาแน่เอานอนกับชีวิตใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ได้เลยอย่าง ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ปอล ป็อกบา

 

ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะหมดสนุกกับการเล่นให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และหากเป็นเช่นนั้น สโมสรไม่ควรจะคิดอะไรให้มากความ เนื่องจาก สัญญาปัจจุบันของนักเตะจะเหลือถึงปี 2021 เวลานี้ไม่นานเลย หากอยากได้ทุนในการสร้างทีม และไม่จำเป็นต้องเพิ่งสตาร์ที่เอาแน่เอานอนกับชีวิตการค้าแข้งไม่ได้ก็ควรตัดใจปล่อยไปตั้งแต่ตอนนี้

หมดใจก็ไป ! เปิด 3 เหตุผลที่แมนยูควรขายป็อกบา

การปล่อยนักเตะรายนี้ไปในช่วงเวลานี้เหมาะสมแล้ว เพราะเจ้าตัว จะอายุครบ 27 ปีในเดือนมีนาคมนี้ และมี “ม้าลาย” ยูเวนตุส อยากจะได้แข้งคนนี้กลับไปร่วมทีม ในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ เป็นเวลาที่ดีที่สุด ทั้งอายุของนักเตะ ระยะเวลาสัญญาที่ยังพอเหลืออยู่ จะทำให้ ยูไนเต็ด มีเม้ดเงินจำนวนหนึ่ง ที่จะซื้อ บรูโน่ 2, วานบิสซาก้า 2, เพื่อเข้ามายกระดับทีมให้ดีกว่านี้ได้อีกแน่นอน

การเปลี่ยนแปลงของ สิงห์บลู หลังจากได้ตัว ซิเยค

แฟน เชลซี เริ่มบ่นพึมพำๆ หลังจากผ่านพ้นวันที่ 31 มกราคม 2563 ข้ามมาเช้าเดือนแห่งความรัก ชักจะไม่หอมหวานซะแล้ว เมื่อทีมรักไม่เสริมทัพแม้แต่รายเดียว ถึงแม้ว่าจะเพิ่งได้รับไฟเขียวจากทาง เอฟเอ ให้ช้อปปิ้งนักเตะเป็นครั้งแรกหลังจากโดนแบนในตลาดรอบก่อน

เพราะเหตุใดกันเล่าถึงไม่มีการขยับเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเงิน? ไม่น่าจะใช่เหตุผลนี้ ไม่มีนักเตะดีๆ? ก็ไม่น่าจะใช่อีกเช่นกัน ครั้นจะคิดว่า แลมพาร์ดคงไม่อยากเสริมช่วงกลางทางในเดือน มกราคม ก็คงจะไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้น เพราะเจ้าตัวก็อยากเปลี่ยนแปลงทีมนิดๆ หน่อยๆ เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรการันตีกับการไปเล่น ยูซีแอล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hakim ziyech chelsea

แต่เมื่อเวลาผ่านมาล่วงเลยถึงวันวาเลนไทน์ ข่าวดีที่มาช้าไปนิดก็ทำให้แฟนเชลซีพอจะยิ้มออกมุมปาก เมื่อทีมคว้าตัว ฮาคิม ซิเยค ปีกดาวเด่นทีมชาติโมร็อกโก ที่ถูกยืนยันแล้วว่าจะย้ายมาช่วย เชลซี ฤดูกาลหน้า ด้วยค่าตัวที่ว่ากันว่าอยู่ที่ราว 45 ล้านยูโร (ประมาณ 1,530 ล้านบาท) แต่ดีลนี้ต้องอดทนรอนักเตะย้ายมาเท่านั้น ทำให้ในปัจจุบัน ผลงานว่าจะได้ไป ยูซีแอลหรือไม่ขึ้นอยู่กับทีมในตอนนี้


แต่ผมขอพูดถึงนักเตะที่ทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 26 ปี เขย่าวงการ ในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ เริ่มต้นกับ ฮีเรนวีน 2012 ก่อนย้ายไป ทเวนเต้ ในปี 2014 และประกาศชื่อกึก้องด้วยการมาเล่นให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 7 ปีเต็มๆ ที่เจ้าตัวเล่นฟุตบอลในแดนกังหันลม ไม่ว่าจะอยู่ทีมไหนสามารถส่งบอลให้เพื่อนกระทุ้งประตูได้เกิน 10 ครั้งขึ้นไปทุกปี

นอกจากนี้ตัวเลขที่บ่งบอกว่าเขาคือเครื่องจักรในการช่วยทีมผลิตสกอร์ก็คือ การมีส่วนร่วมกับการทำประตู ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โดยตรงถึง 166 ลูก 79 ประตู กับ 87 แอสซิสต์ ไม่มีใครทำได้ดีเกินกว่าเขาอีกแล้ว เพระาอันดับ 2 ที่ตามตูดมาอย่าง ลุค เด ยอง 130 ลูก ต้องแพ้แบบราบคาบ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hakim ziyech chelsea

ทว่าใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ใน 2 ปีหลังที่เจ้าตัวทำได้ดี สร้างโอกาสได้มากถึง 39 ครั้ง เท่ากับ คริสเตียน อีริคเซ่น โคตรบอลของ สเปอร์ส (ปัจจุบันย้ายไป อินเตอร์ฯ) ถือว่าสอบผ่านในเวทีระดับโลก ไม่น่ากังวลหากเขาจะลงเล่นในรายการนี้ (แต่ เชลซี ต้องไปในยูซีแอลปีหน้าให้ได้!)

ผลงานส่วนตัว ผ่าน… ฟอร์มการเล่นในเวทีใหญ่ๆ ผ่าน… อายุ ร่างกาย ผ่าน… เหลือแค่อย่างเดียวที่ทำให้ดีลนี้จะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ที่ดีคือเรื่องของการปรับตัว อย่าลืมว่า ซิเยค เล่นใน ฮอลแลนด์มาตลอดนับตั้งแต่อายุ 19 ปี ให้เวลากันหน่อยน่ะแฟน เชลซี เพราะนักเตะคนนี้ของเขาดีจริงๆ

เลือดมันข้น! 10 อันดับ นักเตะมุ่งสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

 

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

ที่มา : https://www.ball2step.com/10-อันดับ-นักเตะเลือดข้น

มันเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นพ่อจูงมือลูกเดินเข้าสเตเดียมหรือแม้แต่นั่งรอเกมเริ่มอยู่หน้าจอทีวีที่บ้านด้วยกัน ฟุตบอลมันเป็นอะไรที่คนหลายคนสามารถแบ่งปันและมีส่วนร่วม

แต่เหนือไปกว่านั้น คุณลองนึกภาพตัวเองได้เกิดมาเป็นลูกชายของสุดยอดนักเตะระดับโลกสิ แน่นอนเลือดมันจะต้องสูบฉีดให้คุณอยากเอาแบบอย่างไอดอลในวัยเด็ก หรือแม้แต่ผลักดันให้คุณอยากจะทะยานไปประสบความสำเร็จเหมือนที่ผู้เป็นพ่อได้ฝากไว้กับวงการ

หลายคนอาจจะมองว่า การที่มีพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับโลกก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นสิ ไหนจะคำแนะนำจากปากโดยตรง ไหนจะประสบการณ์หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่หาจากไหนไม่ได้

แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ในอีกมุมหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องแบกความกดดันและความคาดหวังมหาศาลเอาไว้ เพราะถ้าคุณเลืกที่จะก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้แล้ว หากห่วยหรือวันใดเกิดเหลวไหลขึ้นมา รับรองคุณจะต้องโดนจวกยับ แถมยังดูแย่เข้าไปอีกเมื่อถูกนำไปเปรียบกับเกียรติยศที่พ่อทำไว้

การที่ลูกจะสานต่อความสำเร็จของพ่อแน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะได้เปรียบบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเองด้วย ว่าจะพาความฝันนั้นไปได้ไกลแค่ไหน

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีคงหนีไม่พ้นแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่สามารถยกถ้วยพรีเมียร์ ลีกได้เหมือนที่พ่อของเขาเคยทำ ว่าแต่ตอนนี้มีใครบ้างที่กำลังกัดฟันต่อสู้เพื่อให้วันนั้นเป็นจริง และนี่คือ 10 นักเตะดังของยุโรปที่มีอนาคตสดใสในการสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ | กองหน้า | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 19 ปี

เราขอเริ่มกันที่นักเตะจอมพลังที่ย้อนกลับไปเพียง 1 ปีก่อน น้อยคนจริงๆที่จะรู้จักชื่อของเด็กคนนี้

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ อดีตนักเตะที่ใช้เวลาค้าแข้งส่วนใหญ่อยู่ในพรีเมียร์ ลีก โด่งดังกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ , และเป็นที่จดจำเมื่อครั้งเจ้าตัวทะเลาะเบาะแว้งกับรอย คีน จนเกือบขาหักเพราะกัปตันปีศาจแดงมาแล้ว

ในความโชคร้ายที่การเข้าปะทะครั้งนั้นส่งผลต่ออาชีพของเขาโดยตรง แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ ที่เขาไม่ได้ถึงกับขาหักในวันนั้น อีกทั้งยังมีโชคชั้นที่สองหล่นทับอีก เมื่อลูกชายกำลังมีแววเด่นที่จะไปได้ไกลในเส้นทางลูกหนังกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก

ฮาลันด์แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับเร้ดบูลส์ ซัลส์บวร์กในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซัดไปทั้งสิ้น 8 ประตู จนเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก สุดท้ายถูกตอบแทนความเฉียบขาดในสนามด้วยโอกาสในการย้ายไปเล่นในบุนเดสลีก้า กับโบรุสเซีย ดอร์มุนด์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซัดไปแล้วถึง 7 ประตูในบุนเดสลีก้า ด้วยเวลาที่ใช้ไปเพียง 226 นาทีเท่านั้น รวมถึงอีก 1 ตุงในเดเอฟเบ โพคาล

จัสติน ไคล์เวิร์ต | ตัวริมเส้น | โรม่า | 20 ปี

จัสตินยังเหลือภารกิจมีมากมายให้พิสูจน์ตัวเอง และอาจจะหนักกว่าคนอื่นเสียหน่อย เมื่อเขาต้องเดินตามความยิ่งใหญ่ของ แพทริค ไคล์เวิร์ต หนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ขุนพลอัศวินสีส้มเคยมีมา

ปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับโรม่า และหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับเจ้าหนูวัย 20 ปี ถึงตอนนี้ไคลเวิร์ตยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการสัมผัสเกม 17 นัด ซึ่งก็ถือว่าไม่น่าเกลียดเลยสำหรับปีกวัยหนุ่มที่โลดแล่นในลีกใหญ่อย่าง ซีเรีย อา

ทิม เวอาห์ | กองหน้า | ลีลล์ | 19 ปี

จอร์จ เวอาห์ ถูกแฟนบอลจดจำขึ้นใจกับการเป็นหนึ่งในแข้งจากแดนแอฟริกาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการลูกหนัง ลงเล่นให้กับท็อปทีมของโลก อย่างเอซี มิลาน,เปแอสเช,และเชลซี รวมถึงประดับบารมีอย่างสมเกียรติด้วยรางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 1995

จอร์จมีลูกชายชื่อทิม เวอาห์ที่ปัจจุบันเล่นให้ลีลล์ในลีกฝรั่งเศส หลังผ่านการบ่มเพาะจากศูนย์ศึกเยาชนของปารีส แซงต์แชกแมง อดีตต้นสังกัดของพ่อ โดยทิมเคยได้รับโอกาสสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่ของเปแอสเชไปแล้ว 2 นัด อีกทั้งยังลงเล่นในสีเสื้อของทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปแล้ว 8 เกมด้วยกัน

เฟเดริโก้ คิเอซ่า | ตัวริมเส้น | ฟิออเรนติน่า | 22 ปี

ในวัย 22 ปี คิเอซ่าน่าจะเป็นทายาทนักฟุตบอลที่โชกโชนบนพื้นสนามหญ้ามากที่สุดคนหนึ่งในลิสต์เราเลยก็ว่าได้ โดยเจ้าหนุ่มหน้าหล่อถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของทัพม่วงมหากาฬเมื่อปี 2016 แบกประสบการณ์ไม่น้อย ลงสนามไปแล้วถึง 132 เกม ยิงได้ 16 ประตู และยังมีผลงานติดทีมชาติอิตาลีทั้งหมด 17 เกมอีกต่างหาก

สำหรับคุณพ่อของเขาอย่าง เอ็นริโก้ คิเอซ่า ใช้เวลาพเนจรค้าแข้งกว่า 22 ปีกับสโมสรใหญ่มากมายในลีกแดนมะกะโรนี รวมไปถึงยอดทีมแห่งเมืองฟลอเรนซ์จากฟิออเรนติน่า เจ้าตัวก็เคยแวะเวียนมาในช่วงเวลาสั้นๆ

แม้ว่าเอ็นริโก้นั้นจะไม่ได้สัมผัสโทรฟี่อะไรมากมายนักในสมัยยังเป็นนักเตะ และมันก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกเสียจากฝากความหวังให้ลูกชายอย่างเฟเดริโก้ ช่วยทำมันให้ถึงฝันด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น

ดาเนี่ยล มัลดินี่ | กองหน้า | เอซี มิลาน | 18 ปี

ยังคงอยู่ที่อิตาลีเหมือนเดิม แต่คราวนี้เราจะขยับขึ้นมาทำความรู้จักกับลูกชายของ เปาโล มัลดินี่ หนึ่งในปราการหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ติดตรงแค่ลูกชายของเขานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อป้องกันประตู แต่กลับเปี่ยมไปด้วยสัญชาติญาณการกระซวกประตูคู่แข่งแทน

ดาเนี่ยล มัลดินี่ ปัจจุบันลงเล่นให้กับทีมชุดเยาวชนของปีศาจแดง และกำลังมุ่งมั่นที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นขาประจำในทีมชุดใหญ่ ดั่งที่พ่อของเขาเคยกอบโกยทุกความสำเร็จในรัง ซาน ซิโร่มาแล้ว

เด็กหนุ่มรายนี้ส่งสัญญาณแห่งความเป็นสุดยอดหัวหอก ด้วยทักษาะการเลี้ยง,การจ่ายและการจบสกอร์ อีกทั้งยังเป็นกองหน้าประเภทไม่กลัวที่จะต้องลงไปล้วงบอลขึ้นมาเอง หรือแม้แต่การตื่นตัวที่จะช่วยเหลือเกมรับในยามจำเป็น เสมือนว่ามีใครสักคนสอนเขาให้ทำแบบนั้น…

มาร์คัส ตูราม | กองหน้า | โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค | 22 ปี

ถือว่าเป็นเคสคล้ายๆกับดาเนี่ยลเลยก็ว่าได้ สำหรับมาร์คัสที่ได้เดินตามรอยเท้าของพ่อแบบตรงเป๊ะเสียทีเดียว ซึ่งพ่อของเขาอย่าง ลิลิยอง ตูรามที่ครองสถิติเป็นนักเตะที่ติดธงตราไก่มากที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ส่วนลูกชายอย่างมาร์คัสเลือกที่จะประจำในตำแน่งกองหน้า

หลังย้ายจากแก็งก็อง สโมสรในลีกเดอซ์ ฝรั่งเศสมาอยู่กับโบรุสเซีย มึเช่นกลัดบัคในซีซั่นนี้ ลูกชายของลิลิยองทำผลงานถือว่าดีเยี่ยม ซัดไปแล้ว 9 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด

ว่าแต่มาร์คัสจะไปถึงฝันกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกตามรอยพ่อเขาได้หรือไม่? เวลาเท่านั้นคือคำตอบ..

จิโอวานนี่ ซิมิโอเน่ | กองหน้า | กายารี่ (ฟิออเรนติน่าปล่อมยืม) | 24 ปี

ลองนึกสภาพซิมิโอเน่คนลูกถูกพ่อติวเข้มในทุกๆวัน เหมือนที่ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ตะโกนใส่ลูกทีมแอตเลติโก้ มาดริดของเขาสิ ไม่แปลกจริงๆที่จิโอวานนี่จะเดินตามเส้นทางของเขามาถึงวันนี้ได้ ก็แหม่พ่อดุซะขนาดนั้น คงไม่ปล่อยลูกสะเปะสะปะแน่นอน

ปัจจุบันหัวหอกเลือดฟ้าขาวถูกฟิออเรนติน่าปล่อยให้กายารี่ยืมตัวใช้งาน และก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้ 5 ลูกจาก 15 นัดในลีก

ซึ่งหากว่าปีหน้าเขาได้กลับไปอยู่กับฟิออเรนติน่า ทีมจากเมืองฟลอเรนซ์ก็จะมีทายาทนักเตะอย่าง คิเอซ่าและซิมิโอเน่ อยู่ในทีมถึงสองคนเหมือนเดิม

แองกัส กันน์ | ผู้รักษาประตู | เซาท์แฮมป์ตัน | 24 ปี

แองกัสกำลังสร้างชื่อขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักในพรีเมียร์ ลีก จากการที่นายทวารหนุ่มนั้นเป็นลูกชายของ ไบรอัน กันน์ อดีตจอมหนึบที่ครั้งหนึ่งเคยลงเฝ้าเสาให้ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ถึง 390 นัด

ไบรอันถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานจากยุคนั้นและวันหนึ่งลูกชายของเขาก็อาจจะเดินตามรอยไปเช่นกัน โดยแองกัส กันน์เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนถูกส่งยืมตัวไปหาประสบการณ์ที่ที่ซึ่งพ่อของเขาได้สร้างตำนานไว้อย่าง นอริช ซิตี้ จนสุดท้ายได้มาปักหลักกับเซาท์แฮมป์ตัน

นอกจากนี้กันน์ยังติดทีมชาติอังกฤษในชุดเยาชนขึ้นมาแทบจะทุกชุด และก็มีโอกาสที่วันหนึ่งเจ้าตัวจะถูกเรียกทีมทัพสิงโตคำรามชุดซีเนียร์ในเร็วๆนี้อีกด้วย นับว่านี่คือหนึ่งในผู้รักษาประตูอนาคตไกลของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

ยานิส ฮาจี้ | กองกลางตัวรุก | เกงค์ | 21 ปี

ยานิส เป็นลูกชายของ จอร์จี้ ฮาจี้ แข้งฉายามาราโดน่าแห่งคาบสมุทรบอลข่าน ปัจจุบันลงเล่นให้กับเกงค์ในลีกเบลเยี่ยม ฉายแววมีอนาคตอันน่าจับตามองออกสตาร์ทให้ต้นสังกัดไปแล้ว 19 นัดในทุกรายการ

โดยยานิส เกิดที่ตุรกี ช่วงที่พ่อของเขาค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย เขายิงประตูในการเล่นอาชีพกับวิโตรุล ได้ตั้งแต่อายุ 16 ก่อนย้ายไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 แต่ได้ลงสนามในเซเรีย อา เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้นจึงย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดกับสโมสรเดิม

ซึ่งแม้ว่าจะได้รับความสนใจจากทีมใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์และบาร์เซโลน่า แต่การที่เจ้าตัวมองว่ายังเป็นช่วงเวลาและปัจจัยหลายๆอย่างที่ยังไม่พร้อม บวกกับต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สุดท้ายเลือกลงเอยกับเกงค์ในที่สุด

จิโอ เรย์น่า | กองกลางตัวรุก | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 18 ปี

ความพิเศษของจิโอที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่น คือเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับสายเลือดแห่งความเป็นฟุตบอลมาอย่างเต็มตัวจากทั้งพ่อและแม่

เคลาดิโอ เรย์น่า พ่อแท้ๆของเขา ในอดีตเคยลงเล่นให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ,เรนเจอส์,และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ ดาเนี่ยลเล่ ผู้เป็นแม่ ก็เคยเป็นนักฟุตบอลในระดับที่ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดหญิงมาแล้ว

ปัจจุบันเรย์นาฝากอนาคตไว้กับ ทัพเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดกับอนาคตที่เด็กหนุ่มคนนี้อาจก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะจากแดนลุงแซมที่จะเฉิดฉายในเวทีระดับโลกคนต่อไป และด้วยตำแหน่งและเลือดมะกันทำให้ จิโอ ได้รับการยกย่องว่าจะเป็น “นิว พูลิซิช” เลยทีเดียว

โดยล่าสุด จิโอ เรย์น่า ได้สร้างชื่อ กลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในรายการเดเอฟเบ โพคาล ที่ 17 ปี 83 วัน ยิงได้ในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ บุกพ่าย เบรเมน 2-3 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

วิเคราะห์ 5 เส้นทางหวังชุบชีวิต “คูตินโญ่” ซัมเมอร์นี้ – Ball2StEP

เส้นทางอาชีพของแข้งชาวบราซิลต้องชะงักลงหลังย้ายจากลิเวอร์พูลมาอยู่ที่บาร์เซโลน่าเมื่อเดือนมกราคม 2018 และเขาก็แทบจะเค้นฟอร์มเก่งทั้งในลา ลีก้าและบุนเดสลีก้าไม่ออก

ช่วงที่พีคสุดขีดของเขาคือสมัยที่อยู่กับหงส์แดง แต่เขาไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับอดีตกุนซือ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ และถูกส่งให้บาเยิร์นยืมตัวจนจบฤดูกาลนี้

จนถึงบัดนี้บาเยิร์นก็ยังไม่มีทีท่าที่จะยื่นข้อเสนอซื้อตัวแบบถาวร และกับค่าตัวเพียง 67 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ทำให้หลายทีมสนใจในตัวคูตินโญ่

และนี่คือ 5 เส้นทางที่เป็นไปได้สำหรับแข้งชาวบราซิเลี่ยนรายนี้

ที่มา: วิเคราะห์ 5 เส้นทางหวังชุบชีวิต “คูตินโญ่” ซัมเมอร์นี้ – Ball2StEP

สรุปดีลพรีเมียร์ลีกหน้าหนาว สเปอร์ส-แมนฯยู ส้มหล่น!?

เปิดความเคลื่อนไหวตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่ามีทีมใดกันบ้างในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เสริมทัพได้หน้าสนใจ เรามาติดตามกันเลยครับ

มาเริ่มที่ยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันครับ ไม่มีเสริม แต่มีปล่อยออกครับ อังเคลินโญ่ ให้ แอร์เบ ไลป์ซิก แบบยืมตัว

ต่อมาครับ ลิเวอร์พูล เปิดตัวเป็นทีมแรกๆเลยครับ ได้รับกระแสความสนใจเป็นอย่างมาก โดยดึง ทาคูมิ มินามิโนะ มาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยค่าตัวอยู่ที่ 7.25 ล้านปอนด์ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักจะชอบนักเตะจาก ซัลซ์บวร์ก เป็นส่วนตัวอยู่แล้ว และชอบนักเตะที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง โดยแข้งชาวเอเชียคนนี้สามารถเล่นได้ทั้งกองหน้าและตำแหน่งปีก

ลิเวอรืพูล

ทีมต่อไปครับ สิงห์บลู เชลซี ได้รับการปลดโทษแบนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ไม่ได้เสริมแข้งหน้าใหม่เลย แถมมีการปล่อยยืมตัวอีก 2 ราย แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ซบ แอสตัน วิลล่า (ยืมตัว) และ วิคเตอร์ โมเสส ซบ อินเตอร์ มิลาน (ยืมตัว) ก็เป็นที่หน้าเสียดายจริงๆครับที่ไม่ได้เสริมใครเลยแม้แต่คนเดียว

มาดูทีมของ น้ามูรินโญ่ กันบ้างครับ สเปอร์ส ที่มีเสริมมาหลักๆเลยก็ 2 คน ครับ คนแรก เจดซอน แฟร์นันด์ส จาก เบนฟิก้า ยืมตัว 18 เดือน พวงด้วยสัญญาซื้อขาด ส่วนอีกหนึ่งคนครับ เปิดตัวได้แจ่มแมวมาก สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 27 ล้านปอนด์ นัดแรกยิงทันทีครับ และคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกด้วย ถือว่าสุดยอดไปเลยครับ ต่อมาเป็น โจวานี่ โล เซลโซ่ สเปอร์ส ใช้ออปชั่นซื้อขาด 27 ล้านปอนด์

ส่วนขาออกก็มี คริสเตียน อีริคเซ่น ย้ายซบงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน 20 ล้านปอนด์ แดนนี่ โรส ซบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ยืมตัว)
ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ซบ เซาธ์แฮมป์ตัน (ยืมตัว)

บรูโน่

ต่อมาครับ ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ยืมมา 2 คน และยังไม่ได้ลงทั้ง 2 คน โดยมี ปาโบล มารี กองหลังจาก ฟลาแม็งโก้ (ยืมตัว) จ่ายค่ายืม 4 ล้านปอนด์พวงสัญญาซื้อขาดครับ ส่วนอีกหนึ่งคนครับคือ เซดริก โซอาเรส จาก เซาธ์แฮมป์ตัน และยังได้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ กลับจากสัญญายืมตัว จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด
ส่วนขาออกครับ เอมิล สมิธ โรว์ อาร์เซน่อลปล่อยให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (ยืมตัว)

มาถึงทีมใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสริมทัพด้วยกัน 3 ราย และปล่อยออก 2 คนด้วยกันครับ คนแรกที่ได้มาก็คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน 47 ล้านปอนด์ ลงเป็นตัวจริงประเดิมสนามกับ วูล์ฟแฮมป์ตันแล้วด้วยแต่ทำได้แค่เสมอกันไป 0-0 ครับ รอให้เวลาอีกสักระยะในการปรับตัว ส่วนรายต่อมาเป็นมือกาวดาวรุ่ง นาธาน บิชอป จาก เซาธ์เอนด์ (ไม่เปิดเผยค่าตัว) และคนล่าสุดที่รอเปิดตัวก็คือ โอเดียน อิกาโล่ จาก เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว (ยืมตัว)

แมนยูได้ปล่อยนักเตะออก ได้แก่ แอชลี่ย์ ยัง ซบ อินเตอร์ มิลาน (1.5 ล้านยูโร)

เบเน็ต

ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ มีเสริมแค่คนเดียวครับ จากปัญหาปราการหลัง เรดมอร์แกน ได้รับบาดเจ็บ ทาง ร็อดเจอร์ส เลยได้เสริม ไรอัน เบนเน็ตต์ จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แบบยืมตัว เพื่อความมั่นคงในเกมแดนหลัง

ก็จบลงไปแล้วนะครับสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา หวังว่าเพื่อนๆคงได้ประโยชน์จากบทความนี้นะครับ ไม่มากก็น้อย หากมีเนื้อหาใจความผิดพลาดประการใดก็ขอกราบอภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

เรามาถูกทางแล้ว! เอ๊ดยันซัมเมอร์นี้เสริมแกร่งผีอีกแน่นอน – Ball2StEP

ที่มา: เรามาถูกทางแล้ว! เอ๊ดยันซัมเมอร์นี้เสริมแกร่งผีอีกแน่นอน – Ball2StEP

มีใครบ้าง! สำรวจรายชื่อ7แข้งอาเซียนในลีกแดนซามูไร 2020

ที่มา: มีใครบ้าง! สำรวจรายชื่อ7แข้งอาเซียนในลีกแดนซามูไร 2020 – Ball2StEP

เทรนท์ ตอบแฟนบอลอยากเล่นร่วมกับใครระหว่าง เมสซี่ หรือ โด้

ที่มา: เทรนท์ ตอบแฟนบอลอยากเล่นร่วมกับใครระหว่าง เมสซี่ หรือ โด้ – Ball2StEP

สนุกกับทางเรา เพราะเรากำลังมอบโอกาสให้กับคุณที่จะได้ดูบอลยูโร 2020 สดๆ ที่สนามจริง! และที่สำคัญฟรี! – WEBET

ยูโรรอบคัดเลือก: ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมถึง 31 มีนาคม 2020 (GMT+8)

-ลูกค้าที่มีการวางเดิมพันในสล็อต คาสิโนสด และกีฬา จะได้รับ 1 คะแนน ทุกๆ การทำยอดเทิร์น 100 บาท

-ลูกค้าที่มีการวางเดิมพันในแมชต์กีฬาพิเศษจะได้รับ 2 คะแนนทุกๆ การทำยอดเทิร์น 100 บาท

-ลูกค้าที่มีคะแนนอย่างน้อย 50 คะแนน ในช่วงโปรโมชั่นนี้ จะได้รับการเลื่อนระดับไปยังช่วงที่ 2 คือ ยูโรหลีดเดอร์บอร์ด

-ผู้ที่มีคะแนนมากกว่า 100 คะแนน 5 อันดับแรก จะได้รับโบนัส 1,000 บาท

 

ยูโรหลีดเดอร์บอร์ด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 30 เมษายน 2020  (GMT+8)

-ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบแรกที่ทำการวางเดิมพัน ในสล็อต คาสิโนสด และกีฬาจะได้รับคะแนน 1 คะแนนในทุกๆ การทำยอดเทิร์น 100 บาท

-ลูกค้าที่มีการวางเดิมพันในแมชต์กีฬาพิเศษจะได้รับ 2 คะแนนทุกๆ การทำยอดเทิร์น 100 บาท

-เมื่อจบระยะเวลาของโปรโมชั่น ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัล และรับรางวัลใหญ่กับการได้ไปดูฟุตบอลยูโร 2020 ที่สนามจริง!

สองยักษ์ใหญ่ถูกโค่น ตกรอบ “โกปาเดล สเปน”

สองยักษ์ใหญ่ เรอัล มาดริด , บาร์เซโลน่า ถูกโค่น ตกรอบ “โกปาเดล สเปน”

ผลการแข่งขันฟุตบอล เมื่อคืนที่ผ่านมา ในศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ สเปน ฤดูกาลที่2019/20 รอบแปดทีมสุดท้าย

ทำให้แฟนบอลต้องช็อคไปตามๆกัน ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้

เมื่อสองราชัน ทีมยักษ์อย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด

และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ต้องถูกโค่น และตกรอบกลับบ้านไป

หมดโอกาส ครองถ้วยโกปา สเปน ปีนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผลการแข่งขัน คู่แรกระหว่าง “เรอัล มาดริด” เปิดบ้านต้อนรับ  “เรอัล โซเซียดาด”

entaplay-3

ในการแข่งขัน จบครึ่งแรก ทีมเยือน เป็นฝ่ายได้นำไปก่อน 1 – 0

และการแข่งขันยิ่งเข้มข้น ขึ้นมากในครึ่งหลัง

นาที่ที่ 54 ทีมเยือน เรอัล โซเซียดาด เป็นผู้ทำประตูทิ้งห่าง จากการยิงของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค ยิงเข้าไปเป็น 2 – 0

ผ่านมาอีก 2 นาที ในนาที่ 56 จากการยิงของ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค อีกครั้ง ทำให้ยิ้งเป็นประตูทิ้งห่างไป 3 – 0

พอโดนนำขาดลอย เรอัล มาดริด จึงมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น และแก้เกมใหม่

จนนาทีที่ 59 สามารถทำประตูตีไข่แตก จากการยิงของ มาร์เซโล่ ไล่ตามขึ้นมาเป็น 1 – 3

ผ่านมานาทีที่ 69  เรอัล โซเซียดาด ทีมเยือน ทำเอาเจ้าบ้านเงียบทั้งสนาม เมือ มิเคล เมริโน่ ยิงประตูให้ทีมอีกครั้ง นำไกลออกไปเป็น 4 – 1

เกมยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก เมื่อนาทีที่ 81 สามารถทำประตูไล่ตาม จากการยิงของ โรดรีโก้ ทำประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 2 – 4

จนหมดเวลา 90 นาที มาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คาริม เบนเซม่า เป็นผู้ยิงประตูสุดท้ายให้ เรอัล มาดริด ขยับขึ้นมา 3 – 4

แต่นั่นก็ไม่ทัน เมือหมดเวลาการแข่งขัน

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ต้องแพ้ในบ้านไป 3 – 4 และหมดสิทธิ์ชิงถ้วย โกปาเดล เรย์ สเปน ปีนี้

entaplay-2

ส่งผลให้ เรอัล โซเซียดาด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หรือรอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป

มาดูผลการแข่งขันอีกคู่ของเมื่อคืน

ระหว่าง “แอธเลติก บิลเบา” เปิดสนาม ซาน มาเส บาร์เรีย

ต้อนรับการมาของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า

คู่นี้การแข่งขัน จบครึ่งแรกจบลงด้วยผลเสมอ 0 – 0

และเมือจบ 90 นาที ยังไม่มีทีมใดทำประตูได้ จบเกือบจะจบเกมด้วยสกอร์นี้

แถม ลิโอเนล เมสซี ยังโดนใบเหลืองไปด้วยอีก 1 ใบ

entaplay-1

แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที แอธเลติก บิลเบา ได้ประตูขึ้นนำ และเป็นประตูชัยให้กับทีม

จากจังหวะการยิงของ อินากิ วิลเลียมส์ เป็นผู้โหม่งเสียบเสาเข้าไป อย่างสวยงาม

ทำให้ “แอธเลติก บิลเบา” เอาชนะ “บาเซโลน่า” เจ้าบ้านไป 1 – 0

และกลายเป็น แอธเลติก บิลเบา ที่โค่นราชัน เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และไปลุ้นชิงถ้วย “โกปา เดล เรย์ สเปน” 2019/20 ปีนี้แทน