เปิดโผเสื้อแข่งศึก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 ทั้ง 16 ทีม

สรุปเสื้อแข่งศึก T1 ซีซั่น 2020 ทั้ง 16 ทีม

ทุกๆ ปีการแข่งขันแต่ละสโมสรจะผลิตออกแบบเสื้อแข่งของทีมตัวเองออกมาเพื่อจำหน่ายสินค้าแก่แฟนบอลของทีมตัวเองและคนทั่วไปที่ชอบสวมใส่หรือสะสมเสื้อฟุตบอลไทย โดยในปีนี้ก็เป็นอีกปีที่แต่ละสโมสรหันมาเซฟต้นทุนการผลิตด้วยการผลิตเสื้อเป็นแบรนด์ตัวเอง และวันนี้เราจะมาไล่ดูเสื้อแข่งขันของทั้ง 16 ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 ว่าทีมไหนสวยสุดและน่าซื้อไปสะสมบ้างมาดูกันเลย

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งเชียงราย 2020

แบรนด์สินค้า : ผลิตเอง

คุณลักษณะ : ปีนี้มีความพิเศษตรงที่พวกเขาได้เพิ่มดาว 1 ดวงเหลือบนโลโก้หลักของสโมสรคือการคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกของสโมสรนั่นเอง โดยชุดเหย้ายังคงสีหลักเป็นสีส้ม ขณะที่ชุดเยือนใช้สีน้ำเงินกรมท่า และชุดที่สามจะเป็นสีเขียวดั่งแสงเหนือที่ดูโดดเด่นมากจากปีก่อนๆ

ราคา : 690 บาท

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งบุรีรัมย์ 2020

แบรนด์สินค้า : ผลิตเอง

คุณลักษณะ : ปีนี้มีความพิเศษคือชุดแข่งทั้งสามชุดของสโมสรเกิดจากการนำเอาขวดน้ำพลาสติกมารีไซเคิลแล้วทอเป็นเส้นใยผ้าออกมาเป็นเสื้อ 1 ตัวต่อขวดน้ำ 14 ขวด ถือเป็นการรักษ์โลกที่น่าชื่นชมมากๆ โดยมี 3 สี คือ สีกรมท่า (เหย้า) , สีครีม (เยือน) และ สีดำ (ชุดที่สาม)

ราคา : 690 บาท

การท่าเรือ เอฟซี

เสื้อแข่งการท่าเรือ 2020

แบรนด์สินค้า : แกรนด์สปอร์ต

คุณลักษณะ : การออกแบบเสื้อในปีนี้ยังคงรูปแบบสีเดิมคือน้ำเงิน-แสด (ชุดเหย้า) เพิ่มเติมคือลวดลายกราฟิกเส้นๆ ที่เข้ามา ส่วนชุดเยือนก็ใช้สีเหลือง เหมือนปีก่อน และชุดที่สามเป็นสีเทาแขนสีดำ

ราคา : 990 บาท

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งแบงค็อก 2020

แบรนด์สินค้า : อริ (Ari)

คุณลักษณะ : การออกแบบเสื้อในปีนี้มีการเปลี่ยนดีไซน์ต่างจากปีก่อนค่อนข้างมากทั้งสามชุด โดยเฉาะชุดเหย้าที่ใช้สีแดง-ดำ สีหลักของสโมสรที่ดูเรียบหรูมากขึ้น รวมไปถึงชุดเยือนทั้งสีชมพูอ่อน และสีน้ำเงินสำหรับชุดที่สามก็ดูเรียบหรูไม่แพ้กัน

ราคา : 790 บาท (เกรดแฟนบอล)

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งเมืองทอง 2020

แบรนด์สินค้า : ชู๊ต (Shoot)

คุณลักษณะ : ปีนี้พวกเขามีการเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ ส่วนการออกแบบก็ดูดีต่างจากปีก่อนพอสมควร ขณะที่ชุดเยือนปีนี้กลับมาใช้สีขาวอีกครั้ง ส่วนชุดที่สามทางสโมสรยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้

ราคา : 990 บาท

สมุทรปราการ ซิตี้

เสื้อแข่งสมุทรปราการ-ซิตี้-2020

แบรนด์สินค้า : อริ (Ari)

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูเรียบแต่หรูน่าซื้อมาสวมใส่เป็นอย่างมากสำหรับชุดเหย้า ที่ปีนี้ยังคงเน้นสีน้ำเงินกรมท่าเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนก็เป็นสีเขียวสะท้อนแสง และชุดที่สามก็สวยดูดีแปลกตาที่ใช้สีเทาตัดกับสีส้มดูมีความแปลกและสวยลงตัว

ราคา : 590 บาท

ชลบุรี เอฟซี

เสื้อแข่งชลบุรี-2020

แบรนด์สินค้า : ไนกี้

คุณลักษณะ : ปีนี้ยังคงใช้แบรนด์ไนกี้เหมือนเดิม ส่วนสีหลักก็ยังคงเป็นสีน้ำเงินที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของชลบุรีมาอย่างยาวนาน ส่วนชุดเยือนอีกสองชุดจะใช้สีขาว และสีแดงเพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้

ราคา : 1,200 บาท

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

เสื้อแข่งราชบุรี-2020

แบรนด์สินค้า : ผลิตเอง

คุณลักษณะ : ยังคงคอนเซปต์เดิมคือการผลิตเสื้อเองอีกครั้ง โดยปีนี้หันมาใช้คอปกในชุดเหย้า โดยยังคงเน้นสีส้มเป็นหลักเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนอีกสองชุดจะเป็นสีม่วงและสีฟ้า

ราคา : 690 บาท

พีที ประจวบ เอฟซี

เสื้อแข่งพีที-ประจวบ-2020

แบรนด์สินค้า : วอริกซ์

คุณลักษณะ : การออกแบบในปีนี้มีการเพิ่มลูกเล่นลายกราฟิกเข้ามาตัดกับสีเสื้อทั้งชุดเหย้าและชุดที่สาม ส่วนชุดเยือนสีขาว-ม่วงก็ออกแบบมาเรียบๆ

ราคา : 590 บาท

ตราด เอฟซี

เสื้อแข่งตราด เอฟซี 2020

แบรนด์สินค้า : แกรนด์สปอร์ต

คุณลักษณะ : ยังคงใช้แบรนด์เดิมอีกปีสำหรับ ตราด เอฟซี ในปีนี้ แต่ก็เปลี่ยนมาใช้คอปกทั้ง 3 ชุด โดยชุดเหย้ายังคงใช้สีแดงเป็นสีหลักเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนมาด้วยสีเหลืองและสีขาว เพิ่มเติมคือลายกราฟิกที่ช่วงลำตัวด้านล่าง

ราคา : 690 บาท

สุโขทัย เอฟซี

เสื้อแข่งสุโขทัย-2020

แบรนด์สินค้า : มาวิน (Mawin)

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูเป็นเอกลักษณ์อยู่เสมอ สำหรับทีม สุโขทัย เอฟซี ที่ปีนี้ได้ใช้ลวดลายกราฟิกและมีรูปค้างคาวอยู่บนตัวเสื้อด้วย เพื่อให้เข้ากับตัวโลโก้ใหม่ของสโมสร ส่วนชุดเยือนมีทั้งสีกรมท่า และสีเทาอ่อน

ราคา : 590 บาท

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

เสื้อแข่งนครราชสีมา-มาสด้า-2020

แบรนด์สินค้า : แกรนด์สปอร์ต

คุณลักษณะ : เปลี่ยนแบรนด์อีกครั้งในปีนี้ทำให้การดีไซน์เปลี่ยนไปถือว่าสวยกว่าปีก่อนพอสมควรแต่ยังคงใช้สีหลักเป็นสีส้มเหมือนเดิม ส่วนชุดเยือนมีสีเหลือง และสีม่วง

ราคา : 690 บาท

สุพรรณบุรี เอฟซี

เสื้อแข่งใหม่สุพรรณบุรี-2020

แบรนด์สินค้า : วอริกซ์

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูแปลกตาไปเหมือนกันสำหรับปีนี้ชุดแข่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ใช้คอปกทั้ง 3 ชุด แต่คอปกไม่เหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบที่สวยและดูน่าสะสมเป็นอย่างมาก

ราคา : 590 บาท (เกรดแฟนบอล) , 999 บาท (เกรดเพลเยอร์)

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เสื้อแข่งบีจี-ปทุม-2020

แบรนด์สินค้า : ไนกี้

คุณลักษณะ : เป็นอีกทีมที่ใช้ไนกี้ออกแบบให้ ปีนี้หันมาใช้คอปกอีกครั้งสำหรับชุดเหย้า ส่วนชุดเยือนจะใช้สีแดง และ สีขาว

ราคา : 999 บาท (เกรดแฟนบอล)

โปลิศ เทโร เอฟซี

เสื้อแข่งโปลิศ-เทโร-2020

แบรนด์สินค้า : เอฟบีที

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูแปลกตาไปเหมือนกันสำหรับปีนี้ชุดแข่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ใช้คอปกทั้ง 3 ชุด แต่คอปกไม่เหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบที่สวยและดูน่าสะสมเป็นอย่างมาก

ราคา : 699 บาท

ระยอง เอฟซี

เสื้อแข่ง-ระยอง-เอฟซี-2020

แบรนด์สินค้า : โวลต์ (Volt)

คุณลักษณะ : เป็นการออกแบบที่ดูแปลกตาไปเหมือนกันสำหรับปีนี้ชุดแข่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ใช้คอปกทั้ง 3 ชุด แต่คอปกไม่เหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบที่สวยและดูน่าสะสมเป็นอย่างมาก

ราคา : 699 บาท

Credit : เพจสโมสรไทยลีกทั้ง 16 เพจ

10 ตัวเต็งลุ้น “ดาวซัลโว” ยูโร 2020

10 ตัวเต็งลุ้น “ดาวซัลโว” ยูโร 2020

ศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดแหงปีที่ทุกคนรอคอย นั่นคือ

“ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020” หรือ ศึกฟุตบอลยูโร 2020

ซึ่งในปีนี้ เป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 16 และเป็นการครบรอบ 60 ปีของฟุตบอลยูโร2020

ทำให้ตารางบอลยูโร2020 ปีนี้ มีความยิ่งใหญ่ และน่าสนใจ

เนื่องจากจะมีเจ้าภาพ ในการจัดการแข่งขันถึง 13 ประเทศ นั้นหมายถึง จะมีสนามที่ใช้ในการแข่งขัน ทั้งหมดกว่า 20 สนามการแข่งขัน

และตอนนี้ การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ ก็ได้เดินทางมาถึงรอบสุดท้าย

โดยได้ 20 ทีมทั้งหมดที่เข้าสู่รอบสุดท้ายในการแข่งขัน

ดู 20 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบฟุตบอลยูโร

ทำให้ตอนนี้ คอบอล และนักเดิมพันกีฬาฟุตบอล ต่างตื่นตัว

และขณะนี้ Entaplay ก็ได้เปิดให้สมาชิกคอบอลทั้งหลาย ได้เข้าร่วมทายผลทีมในดวงใจ ทีมที่ตนเองชื่นชอบ และลุ้นให้ได้แชมป์ปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บนหน้ากีฬา MAXBET และ SBOBET

นอกจากหลายๆท่าน จะร่วมลุ้นว่าทีมใด จะเป็นผู้ครองแชมป์ยูโร2020 ปีนี้แล้ว

สิ่งที่ลุ้นกันการแข่งขันฟุตบอลยูโรทุกปี

นั่นคือ “ลุ้นสุดยอดดาวซัลโว” ในปี 2020

หลังจากที่ได้ 20 ทีมสุดท้ายแล้ว

เรามาดูกันว่า 10 ตัวเต็งที่ลุ้นเป็นดาวซัลโวฟุตบอลยูโร 2020 ปีนี้ว่า

จะเป็นใครกันบ้างที่มาแรง และมีแววที่สุด

อันดับ 1 คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทีมชาติฝรั่งเศส

entaplay-bubpe

อันดับหนึ่งปีนี้ คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากสุดยอดดาวยิงคนนี้ “เอ็มบัปเป้” จากทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 20 ปี กองหน้าคนนี้ มีความรวดเร็วและแม่นยำ

และเป็นกองหน้าที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติฝรั่งเศส “คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018” มาครอง

อันดับ 2 เอเดน อาซาร์ ทีมชาติเบลเยี่ยม

entaplay-asa

นักเตะซุปเปอร์สตาร์ กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยม เป็นอีกตัวเต็ง ที่มีสิทธิ์ลุ้นเป็นดาวซัลโวยูโร 2020 ด้วยฝีมือและจุดเด่นในด้านความเร็วและทักษะการแก้ไขสถานการณ์ได้รวดเร็ว มีลีลาการเล่นที่เหนือชั้น หาใครเทียบยาก ดังนั้นดาวซัลโวปี 2020ของบอลยูโรปีนี้ อาซาร์ มีลุ้นมาทีเดียว

อันดับ 3 เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ทีมชาติฮอลแลนด์

entaplay-fandai

หัวหอกจากลิเวอร์พูล ที่เรียกได้ว่ามาแรงที่สุดในฤดูกาลนี้ และทำผลงานทุกนัดได้อย่างดีเยี่ยมในศึกพรีเมียร์ลีก ทำให้ปีนี้ นอกจากจะลุ้นในการคว้าตำแหน่งดาวซัลโวแล้ว แต่ยังทำให้ทีมชาติฮอลแลนด์ มีหนึ่งในทีมที่มีสิทธิ์ลุ้นคว้าแชมป์ยูโร2020 อีกด้วย

อันดับ 4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทีมชาติโปรตุเกส

entaplay-ronaldo

กัปตันทีมสุดหล่อของทีมชาติโปรตุเกส และเคยได้ขึ้นชื่อว่า เป็นนักเตะ ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์คนหนึ่ง โรนัลโด้ เป็นนักเตะที่มีเทคนิคสูง เรียกได้ว่าฉลาดเป็นกรด ทุกครั้งที่ลงเตะ จะเป็นนักเตะตัวสำคัญที่พลิกสถานการณ์ให้ทีมอยู่เสมอ

อันดับ 5 แฮรี่ เคน ทีมชาติอังกฤษ

entaplay-harry

แฮรี่ เคน จากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่มีผลงานดีมาตลอด แม้ว่าฟอร์มฤดูกาลนี้ของ สเปอร์ ค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่ในการเล่น แฮรี่ เคน ยังคงประสิทธิภาพ สามารถทำประตูชัยให้ทีมอยู่หลายนัด ดังนั้น แฮรี่ จึงเป็นนักเตะตัวเต็ง ที่มีสิทธิ์ลุ้นดาวซัลโวอีกคน

อันดับ 6 เซอร์ดาน ชาชิรี ทีมชาติสวิสเซอร์แลน

entaplay-เซอร์ดาน

เจอร์แดน จากทีมชาติสวิตเซอร์แลน คนนี้ เป็นที่น่าจับตามองอีกคน กับตำแหน่งผู้เล่นปีกที่มีเทคนิคและความเร็วสูง และเป็นผู้เล่นหลัก ที่ทำให้ทีมลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะได้คว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกอังกฤษปีนี้ มาครองได้สำเร็จ

อันดับ 7 ลูก้า มอดริช  ทีมชาติโครเอเชีย

entaplay-ลูคา

สุดยอดกองกลาง จากเรอัลมาดริด และทีมชาติโครเอเชีย ลูก้า มอดริช คนนี้แหละ ทีพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ทำให้เป็นที่จดจำ และเป็นตัวเต็งที่จะคว้าตำแหน่งดาวซัลโว ของฟุตบอลยูโรในปีนี้ไปครอง

อันดับ 8 โทนี่ โครส ทีมชาติเยอรมนี

entaplay-โทนี่

หนึ่งในนักเตะคนสำคัญของทีมชาติเยอรมนี เป็นอีกตัวเต็งของบอลยูโรปีนี้ จากการเล่นที่ยอดเยี่ยมและเคยเป็นนักเตะที่ทำประตูให้กับทีมชาติเยอรมนี ได้มากที่สุดอีกคนหนึ่ง

อันดับ 9 เซอร์คิโอ รามอส ทีมชาติสเปน

entaplay-รามอส

กองหลังสุดหล่อ จากทีมชาติสเปน และสโมสรเรอัล มาดริด ที่พาทีมคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการ และเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมชาติสเปน เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์ที่เยี่ยมยอด และแน่นอน เซอร์คิโอ รามอส จะเป็นนักเตะในทีมที่เป็นผู้ยิงประตูสูงสุดในปีนี้ให้กับสเปน

อันดับ 10 จอร์โจ้ กีเอลลีนี ทีมชาติอิตาลี

entaplay-จอร์โจ้

ตัวเต็งซัลโวบอลยูโรปีนี้ กองหลังจากทีมชาติอิตาลี และกัปตันทีมจากยุเวนตุส แน่นอนย่อมมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ธรรมดา ซึ่งปีนี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นเป็นดาวซัลโว และพาทีมคว้าชัยในศึกยูโรนี้ได้อย่างแน่นอน

เลือดมันข้น! 10 อันดับ นักเตะมุ่งสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

 

ฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับครอบครัว จึงไม่แปลกเลยที่เด็กหลายคนจะถูกผู้ปกครองชักจูงเข้าไปให้รู้จักกับเกมอันแสนงดงามนี้

ที่มา : https://www.ball2step.com/10-อันดับ-นักเตะเลือดข้น

มันเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นพ่อจูงมือลูกเดินเข้าสเตเดียมหรือแม้แต่นั่งรอเกมเริ่มอยู่หน้าจอทีวีที่บ้านด้วยกัน ฟุตบอลมันเป็นอะไรที่คนหลายคนสามารถแบ่งปันและมีส่วนร่วม

แต่เหนือไปกว่านั้น คุณลองนึกภาพตัวเองได้เกิดมาเป็นลูกชายของสุดยอดนักเตะระดับโลกสิ แน่นอนเลือดมันจะต้องสูบฉีดให้คุณอยากเอาแบบอย่างไอดอลในวัยเด็ก หรือแม้แต่ผลักดันให้คุณอยากจะทะยานไปประสบความสำเร็จเหมือนที่ผู้เป็นพ่อได้ฝากไว้กับวงการ

หลายคนอาจจะมองว่า การที่มีพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับโลกก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นสิ ไหนจะคำแนะนำจากปากโดยตรง ไหนจะประสบการณ์หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่หาจากไหนไม่ได้

แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ในอีกมุมหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องแบกความกดดันและความคาดหวังมหาศาลเอาไว้ เพราะถ้าคุณเลืกที่จะก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้แล้ว หากห่วยหรือวันใดเกิดเหลวไหลขึ้นมา รับรองคุณจะต้องโดนจวกยับ แถมยังดูแย่เข้าไปอีกเมื่อถูกนำไปเปรียบกับเกียรติยศที่พ่อทำไว้

การที่ลูกจะสานต่อความสำเร็จของพ่อแน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะได้เปรียบบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเองด้วย ว่าจะพาความฝันนั้นไปได้ไกลแค่ไหน

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีคงหนีไม่พ้นแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่สามารถยกถ้วยพรีเมียร์ ลีกได้เหมือนที่พ่อของเขาเคยทำ ว่าแต่ตอนนี้มีใครบ้างที่กำลังกัดฟันต่อสู้เพื่อให้วันนั้นเป็นจริง และนี่คือ 10 นักเตะดังของยุโรปที่มีอนาคตสดใสในการสานต่อรอยเท้าผู้เป็นพ่อ!

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ | กองหน้า | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 19 ปี

เราขอเริ่มกันที่นักเตะจอมพลังที่ย้อนกลับไปเพียง 1 ปีก่อน น้อยคนจริงๆที่จะรู้จักชื่อของเด็กคนนี้

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ อดีตนักเตะที่ใช้เวลาค้าแข้งส่วนใหญ่อยู่ในพรีเมียร์ ลีก โด่งดังกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ , และเป็นที่จดจำเมื่อครั้งเจ้าตัวทะเลาะเบาะแว้งกับรอย คีน จนเกือบขาหักเพราะกัปตันปีศาจแดงมาแล้ว

ในความโชคร้ายที่การเข้าปะทะครั้งนั้นส่งผลต่ออาชีพของเขาโดยตรง แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของอัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ ที่เขาไม่ได้ถึงกับขาหักในวันนั้น อีกทั้งยังมีโชคชั้นที่สองหล่นทับอีก เมื่อลูกชายกำลังมีแววเด่นที่จะไปได้ไกลในเส้นทางลูกหนังกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก

ฮาลันด์แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับเร้ดบูลส์ ซัลส์บวร์กในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซัดไปทั้งสิ้น 8 ประตู จนเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก สุดท้ายถูกตอบแทนความเฉียบขาดในสนามด้วยโอกาสในการย้ายไปเล่นในบุนเดสลีก้า กับโบรุสเซีย ดอร์มุนด์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซัดไปแล้วถึง 7 ประตูในบุนเดสลีก้า ด้วยเวลาที่ใช้ไปเพียง 226 นาทีเท่านั้น รวมถึงอีก 1 ตุงในเดเอฟเบ โพคาล

จัสติน ไคล์เวิร์ต | ตัวริมเส้น | โรม่า | 20 ปี

จัสตินยังเหลือภารกิจมีมากมายให้พิสูจน์ตัวเอง และอาจจะหนักกว่าคนอื่นเสียหน่อย เมื่อเขาต้องเดินตามความยิ่งใหญ่ของ แพทริค ไคล์เวิร์ต หนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ขุนพลอัศวินสีส้มเคยมีมา

ปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับโรม่า และหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับเจ้าหนูวัย 20 ปี ถึงตอนนี้ไคลเวิร์ตยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการสัมผัสเกม 17 นัด ซึ่งก็ถือว่าไม่น่าเกลียดเลยสำหรับปีกวัยหนุ่มที่โลดแล่นในลีกใหญ่อย่าง ซีเรีย อา

ทิม เวอาห์ | กองหน้า | ลีลล์ | 19 ปี

จอร์จ เวอาห์ ถูกแฟนบอลจดจำขึ้นใจกับการเป็นหนึ่งในแข้งจากแดนแอฟริกาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการลูกหนัง ลงเล่นให้กับท็อปทีมของโลก อย่างเอซี มิลาน,เปแอสเช,และเชลซี รวมถึงประดับบารมีอย่างสมเกียรติด้วยรางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 1995

จอร์จมีลูกชายชื่อทิม เวอาห์ที่ปัจจุบันเล่นให้ลีลล์ในลีกฝรั่งเศส หลังผ่านการบ่มเพาะจากศูนย์ศึกเยาชนของปารีส แซงต์แชกแมง อดีตต้นสังกัดของพ่อ โดยทิมเคยได้รับโอกาสสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่ของเปแอสเชไปแล้ว 2 นัด อีกทั้งยังลงเล่นในสีเสื้อของทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปแล้ว 8 เกมด้วยกัน

เฟเดริโก้ คิเอซ่า | ตัวริมเส้น | ฟิออเรนติน่า | 22 ปี

ในวัย 22 ปี คิเอซ่าน่าจะเป็นทายาทนักฟุตบอลที่โชกโชนบนพื้นสนามหญ้ามากที่สุดคนหนึ่งในลิสต์เราเลยก็ว่าได้ โดยเจ้าหนุ่มหน้าหล่อถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของทัพม่วงมหากาฬเมื่อปี 2016 แบกประสบการณ์ไม่น้อย ลงสนามไปแล้วถึง 132 เกม ยิงได้ 16 ประตู และยังมีผลงานติดทีมชาติอิตาลีทั้งหมด 17 เกมอีกต่างหาก

สำหรับคุณพ่อของเขาอย่าง เอ็นริโก้ คิเอซ่า ใช้เวลาพเนจรค้าแข้งกว่า 22 ปีกับสโมสรใหญ่มากมายในลีกแดนมะกะโรนี รวมไปถึงยอดทีมแห่งเมืองฟลอเรนซ์จากฟิออเรนติน่า เจ้าตัวก็เคยแวะเวียนมาในช่วงเวลาสั้นๆ

แม้ว่าเอ็นริโก้นั้นจะไม่ได้สัมผัสโทรฟี่อะไรมากมายนักในสมัยยังเป็นนักเตะ และมันก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกเสียจากฝากความหวังให้ลูกชายอย่างเฟเดริโก้ ช่วยทำมันให้ถึงฝันด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น

ดาเนี่ยล มัลดินี่ | กองหน้า | เอซี มิลาน | 18 ปี

ยังคงอยู่ที่อิตาลีเหมือนเดิม แต่คราวนี้เราจะขยับขึ้นมาทำความรู้จักกับลูกชายของ เปาโล มัลดินี่ หนึ่งในปราการหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ติดตรงแค่ลูกชายของเขานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อป้องกันประตู แต่กลับเปี่ยมไปด้วยสัญชาติญาณการกระซวกประตูคู่แข่งแทน

ดาเนี่ยล มัลดินี่ ปัจจุบันลงเล่นให้กับทีมชุดเยาวชนของปีศาจแดง และกำลังมุ่งมั่นที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นขาประจำในทีมชุดใหญ่ ดั่งที่พ่อของเขาเคยกอบโกยทุกความสำเร็จในรัง ซาน ซิโร่มาแล้ว

เด็กหนุ่มรายนี้ส่งสัญญาณแห่งความเป็นสุดยอดหัวหอก ด้วยทักษาะการเลี้ยง,การจ่ายและการจบสกอร์ อีกทั้งยังเป็นกองหน้าประเภทไม่กลัวที่จะต้องลงไปล้วงบอลขึ้นมาเอง หรือแม้แต่การตื่นตัวที่จะช่วยเหลือเกมรับในยามจำเป็น เสมือนว่ามีใครสักคนสอนเขาให้ทำแบบนั้น…

มาร์คัส ตูราม | กองหน้า | โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค | 22 ปี

ถือว่าเป็นเคสคล้ายๆกับดาเนี่ยลเลยก็ว่าได้ สำหรับมาร์คัสที่ได้เดินตามรอยเท้าของพ่อแบบตรงเป๊ะเสียทีเดียว ซึ่งพ่อของเขาอย่าง ลิลิยอง ตูรามที่ครองสถิติเป็นนักเตะที่ติดธงตราไก่มากที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ส่วนลูกชายอย่างมาร์คัสเลือกที่จะประจำในตำแน่งกองหน้า

หลังย้ายจากแก็งก็อง สโมสรในลีกเดอซ์ ฝรั่งเศสมาอยู่กับโบรุสเซีย มึเช่นกลัดบัคในซีซั่นนี้ ลูกชายของลิลิยองทำผลงานถือว่าดีเยี่ยม ซัดไปแล้ว 9 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด

ว่าแต่มาร์คัสจะไปถึงฝันกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกตามรอยพ่อเขาได้หรือไม่? เวลาเท่านั้นคือคำตอบ..

จิโอวานนี่ ซิมิโอเน่ | กองหน้า | กายารี่ (ฟิออเรนติน่าปล่อมยืม) | 24 ปี

ลองนึกสภาพซิมิโอเน่คนลูกถูกพ่อติวเข้มในทุกๆวัน เหมือนที่ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ตะโกนใส่ลูกทีมแอตเลติโก้ มาดริดของเขาสิ ไม่แปลกจริงๆที่จิโอวานนี่จะเดินตามเส้นทางของเขามาถึงวันนี้ได้ ก็แหม่พ่อดุซะขนาดนั้น คงไม่ปล่อยลูกสะเปะสะปะแน่นอน

ปัจจุบันหัวหอกเลือดฟ้าขาวถูกฟิออเรนติน่าปล่อยให้กายารี่ยืมตัวใช้งาน และก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้ 5 ลูกจาก 15 นัดในลีก

ซึ่งหากว่าปีหน้าเขาได้กลับไปอยู่กับฟิออเรนติน่า ทีมจากเมืองฟลอเรนซ์ก็จะมีทายาทนักเตะอย่าง คิเอซ่าและซิมิโอเน่ อยู่ในทีมถึงสองคนเหมือนเดิม

แองกัส กันน์ | ผู้รักษาประตู | เซาท์แฮมป์ตัน | 24 ปี

แองกัสกำลังสร้างชื่อขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักในพรีเมียร์ ลีก จากการที่นายทวารหนุ่มนั้นเป็นลูกชายของ ไบรอัน กันน์ อดีตจอมหนึบที่ครั้งหนึ่งเคยลงเฝ้าเสาให้ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ถึง 390 นัด

ไบรอันถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานจากยุคนั้นและวันหนึ่งลูกชายของเขาก็อาจจะเดินตามรอยไปเช่นกัน โดยแองกัส กันน์เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนถูกส่งยืมตัวไปหาประสบการณ์ที่ที่ซึ่งพ่อของเขาได้สร้างตำนานไว้อย่าง นอริช ซิตี้ จนสุดท้ายได้มาปักหลักกับเซาท์แฮมป์ตัน

นอกจากนี้กันน์ยังติดทีมชาติอังกฤษในชุดเยาชนขึ้นมาแทบจะทุกชุด และก็มีโอกาสที่วันหนึ่งเจ้าตัวจะถูกเรียกทีมทัพสิงโตคำรามชุดซีเนียร์ในเร็วๆนี้อีกด้วย นับว่านี่คือหนึ่งในผู้รักษาประตูอนาคตไกลของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

ยานิส ฮาจี้ | กองกลางตัวรุก | เกงค์ | 21 ปี

ยานิส เป็นลูกชายของ จอร์จี้ ฮาจี้ แข้งฉายามาราโดน่าแห่งคาบสมุทรบอลข่าน ปัจจุบันลงเล่นให้กับเกงค์ในลีกเบลเยี่ยม ฉายแววมีอนาคตอันน่าจับตามองออกสตาร์ทให้ต้นสังกัดไปแล้ว 19 นัดในทุกรายการ

โดยยานิส เกิดที่ตุรกี ช่วงที่พ่อของเขาค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย เขายิงประตูในการเล่นอาชีพกับวิโตรุล ได้ตั้งแต่อายุ 16 ก่อนย้ายไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 แต่ได้ลงสนามในเซเรีย อา เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้นจึงย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดกับสโมสรเดิม

ซึ่งแม้ว่าจะได้รับความสนใจจากทีมใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์และบาร์เซโลน่า แต่การที่เจ้าตัวมองว่ายังเป็นช่วงเวลาและปัจจัยหลายๆอย่างที่ยังไม่พร้อม บวกกับต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สุดท้ายเลือกลงเอยกับเกงค์ในที่สุด

จิโอ เรย์น่า | กองกลางตัวรุก | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 18 ปี

ความพิเศษของจิโอที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่น คือเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับสายเลือดแห่งความเป็นฟุตบอลมาอย่างเต็มตัวจากทั้งพ่อและแม่

เคลาดิโอ เรย์น่า พ่อแท้ๆของเขา ในอดีตเคยลงเล่นให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ,เรนเจอส์,และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ ดาเนี่ยลเล่ ผู้เป็นแม่ ก็เคยเป็นนักฟุตบอลในระดับที่ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดหญิงมาแล้ว

ปัจจุบันเรย์นาฝากอนาคตไว้กับ ทัพเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดกับอนาคตที่เด็กหนุ่มคนนี้อาจก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะจากแดนลุงแซมที่จะเฉิดฉายในเวทีระดับโลกคนต่อไป และด้วยตำแหน่งและเลือดมะกันทำให้ จิโอ ได้รับการยกย่องว่าจะเป็น “นิว พูลิซิช” เลยทีเดียว

โดยล่าสุด จิโอ เรย์น่า ได้สร้างชื่อ กลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในรายการเดเอฟเบ โพคาล ที่ 17 ปี 83 วัน ยิงได้ในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ บุกพ่าย เบรเมน 2-3 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

สรุปดีลพรีเมียร์ลีกหน้าหนาว สเปอร์ส-แมนฯยู ส้มหล่น!?

เปิดความเคลื่อนไหวตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่ามีทีมใดกันบ้างในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เสริมทัพได้หน้าสนใจ เรามาติดตามกันเลยครับ

มาเริ่มที่ยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันครับ ไม่มีเสริม แต่มีปล่อยออกครับ อังเคลินโญ่ ให้ แอร์เบ ไลป์ซิก แบบยืมตัว

ต่อมาครับ ลิเวอร์พูล เปิดตัวเป็นทีมแรกๆเลยครับ ได้รับกระแสความสนใจเป็นอย่างมาก โดยดึง ทาคูมิ มินามิโนะ มาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยค่าตัวอยู่ที่ 7.25 ล้านปอนด์ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักจะชอบนักเตะจาก ซัลซ์บวร์ก เป็นส่วนตัวอยู่แล้ว และชอบนักเตะที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง โดยแข้งชาวเอเชียคนนี้สามารถเล่นได้ทั้งกองหน้าและตำแหน่งปีก

ลิเวอรืพูล

ทีมต่อไปครับ สิงห์บลู เชลซี ได้รับการปลดโทษแบนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ไม่ได้เสริมแข้งหน้าใหม่เลย แถมมีการปล่อยยืมตัวอีก 2 ราย แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ซบ แอสตัน วิลล่า (ยืมตัว) และ วิคเตอร์ โมเสส ซบ อินเตอร์ มิลาน (ยืมตัว) ก็เป็นที่หน้าเสียดายจริงๆครับที่ไม่ได้เสริมใครเลยแม้แต่คนเดียว

มาดูทีมของ น้ามูรินโญ่ กันบ้างครับ สเปอร์ส ที่มีเสริมมาหลักๆเลยก็ 2 คน ครับ คนแรก เจดซอน แฟร์นันด์ส จาก เบนฟิก้า ยืมตัว 18 เดือน พวงด้วยสัญญาซื้อขาด ส่วนอีกหนึ่งคนครับ เปิดตัวได้แจ่มแมวมาก สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 27 ล้านปอนด์ นัดแรกยิงทันทีครับ และคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกด้วย ถือว่าสุดยอดไปเลยครับ ต่อมาเป็น โจวานี่ โล เซลโซ่ สเปอร์ส ใช้ออปชั่นซื้อขาด 27 ล้านปอนด์

ส่วนขาออกก็มี คริสเตียน อีริคเซ่น ย้ายซบงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน 20 ล้านปอนด์ แดนนี่ โรส ซบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ยืมตัว)
ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ซบ เซาธ์แฮมป์ตัน (ยืมตัว)

บรูโน่

ต่อมาครับ ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ยืมมา 2 คน และยังไม่ได้ลงทั้ง 2 คน โดยมี ปาโบล มารี กองหลังจาก ฟลาแม็งโก้ (ยืมตัว) จ่ายค่ายืม 4 ล้านปอนด์พวงสัญญาซื้อขาดครับ ส่วนอีกหนึ่งคนครับคือ เซดริก โซอาเรส จาก เซาธ์แฮมป์ตัน และยังได้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ กลับจากสัญญายืมตัว จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด
ส่วนขาออกครับ เอมิล สมิธ โรว์ อาร์เซน่อลปล่อยให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (ยืมตัว)

มาถึงทีมใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสริมทัพด้วยกัน 3 ราย และปล่อยออก 2 คนด้วยกันครับ คนแรกที่ได้มาก็คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน 47 ล้านปอนด์ ลงเป็นตัวจริงประเดิมสนามกับ วูล์ฟแฮมป์ตันแล้วด้วยแต่ทำได้แค่เสมอกันไป 0-0 ครับ รอให้เวลาอีกสักระยะในการปรับตัว ส่วนรายต่อมาเป็นมือกาวดาวรุ่ง นาธาน บิชอป จาก เซาธ์เอนด์ (ไม่เปิดเผยค่าตัว) และคนล่าสุดที่รอเปิดตัวก็คือ โอเดียน อิกาโล่ จาก เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว (ยืมตัว)

แมนยูได้ปล่อยนักเตะออก ได้แก่ แอชลี่ย์ ยัง ซบ อินเตอร์ มิลาน (1.5 ล้านยูโร)

เบเน็ต

ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ มีเสริมแค่คนเดียวครับ จากปัญหาปราการหลัง เรดมอร์แกน ได้รับบาดเจ็บ ทาง ร็อดเจอร์ส เลยได้เสริม ไรอัน เบนเน็ตต์ จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แบบยืมตัว เพื่อความมั่นคงในเกมแดนหลัง

ก็จบลงไปแล้วนะครับสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา หวังว่าเพื่อนๆคงได้ประโยชน์จากบทความนี้นะครับ ไม่มากก็น้อย หากมีเนื้อหาใจความผิดพลาดประการใดก็ขอกราบอภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

ตำนานหงส์ “จอห์น อัลดริดจ์” แนะเสริมทัพแนวรุก กองหน้าดาวยิงสุดโหด !!

“จอห์น อัลดริดจ์” อดีตดาวยิง ตำนานของหงส์แดง ลิเวอร์พูล แนะต้นสังกัดเก่าคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ จาก แอร์เบ ไลป์ซิก

John-Aldridge-2-1024x575

“จอห์น อัลดริดจ์” อดีตดาวยิง ตำนานของหงส์แดง ลิเวอร์พูล แนะต้นสังกัดเก่าคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ จาก แอร์เบ ไลป์ซิก

ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าของ แอร์เบ ไลป์ซิก ยิงไปทั้งหมด 20 ประตู ในลีก บุนเดสลีกา และยังมีข่าวคราวการย้ายตัวหลายครั้งกับ ลิเวอร์พูล ซึ่ง จอห์น อัลดริดจ์ เชื่อว่า ติโม แวร์เนอร์ จะเป็นสไตรค์เกอร์ที่ยอดเยี่ยมให้กับทัพหงส์แดงได้อย่างแน่นอน

“ติโม แวร์เนอร์ เหมาะสมที่สุดที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จกับ ลิเวอร์พูล นักเตะหลาย ๆ คน ต่างต้องการแบบนี้ทั้งนั้น” จอห์น อัลดริดจ์ กล่าวกับสื่อ The independent

“ผมได้เห็นข่าวของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ พูดถึงสโมสร ลิเวอร์พูล เมื่อหลายวันก่อนแล้ว ดูเหมือนพ่อหนุ่มคนนี้ก็หลงใหลประวัติศาสตร์ที่ เจอร์เกน คล็อปป์ กำลังสร้างอยู่” อดีตดาวยิง จอห์น อัลดริดจ์ กล่าวเสริม

นอกจากนี้ จอห์น อัลดริดจ์ ยังแสดงความเห็นว่า เดยัน ลอฟเรน , อดัม ลัลลาน่า และ เซอร์ดาน ชากิรี่ จะเป็น 3 นักเตะของที่ย้ายออกจากทีมไปหลังจบฤดูกาล

เขาเผยผ่านคอลัมน์ของตัวเองใน The Independent อีก ว่า “ผมพอจะเห็นว่าท่าทีของ ลอฟเรน , ลัลลาน่า และ ชากิรี่ ว่าจะย้ายออกจากทีม ซึ่ง เจอร์เกน คล็อปป์ ก็จะอยากแทนที่นักเตะเหล่านั้นด้วยผู้เล่นที่อายุน้อยมีความกระหาย และเป็นคนที่เข้ากับแผนการทำทีมของเขา”

สิ่งที่ จอห์น อัลดริดจ์ คิด มันไม่ผิดเลย!! ติโม แวร์เนอร์ จะกลายเป็นผู้เล่นที่น่ากลัวของ ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน แต่ทางเดียวที่จะให้ ติโม แวร์เนอร์r ลงเล่นเป็น11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ได้ นั่นคือต้องให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เขยิบลงมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก

การดึงตัว ติโม แวร์เนอร์ มายัง แอนฟิลด์ ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน มันอาจจะพูดยากว่าดีลนี้จะเกิดเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็มีความแข็งแกร่งเหลือเกิน แต่ความแข็งแกร่งนี่แหละที่เป็นมนต์ขลัง ดึงดูดนักเตะทั่วโลกให้หลงใหลในสโมสร ลิเวอร์พูล ได้เป็นอย่างดี

เทคนิคการออมเงิน ให้แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน

? เทคนิคการออมเงิน ให้แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ?

1️⃣

ส่วนที่ 1 เงินออม 20%
เงินก้อนนี้เป็นเงินที่เราจ่ายให้ตัวเองก่อน 20% ของรายได้ เพื่อเป็นทุนที่เราจะใช้ทำตามความฝันตัวเอง เช่นอยากมีร้านหนังสือเล็กๆ, เปิดร้านกาแฟ หรือเอาไว้ลงทุนสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม เช่น การซื้อกองทุน หรือเอาไว้เป็นตัวช่วยยามไม่คาดฝัน เกิดอะไรที่ต้องใช้เงินฉุกเฉิน หรือเป็นเงินเก็บระยะยาวถึงตอนเกษียณ

2️⃣

ส่วนที่ 2 ความอยาก ความสุขส่วนตัว 30%
ค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยว , กินบุฟเฟต์เค้ก , ทำสีผมใหม่ , รองเท้า Sneakers ไม่ทำสีผมใหม่ เราก็ดำเนินชีวิตต่อได้ใช่ไหม (แม้ว่าสาวๆ หลายคนจะกรีดร้องในใจว่าไม่ได้) หรือ ไม่มี Sneakers คู่นี้เราก็ยังมีชีวิตรอดอยู่ (ในใจหนุ่มๆ คงร้องว่าไม่ได้เช่นกัน) เราก็จะเรียกเงินก้อนนี้ว่า “ก้อนกิเลส”

3️⃣

ส่วนที่ 3 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการใช้ชีวิต 50%
เช่น ค่าเช่าบ้าน , ค่าอาหาร , ค่าเดินทาง , ค่าเสื้อผ้า สิ่งที่เราขาดแล้วจะดำเนินชีวิตไม่ได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘ปัจจัย 4’ ก็ได้

 

เห็นไหมว่า แค่บริหารเงินง่าย ๆ ด้วยการการออมเงินให้ได้ 20% ของรายได้ ชีวิตของเราก็จะเป็นระบบมากขึ้น เรามีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีเงินไว้ตอบสนองความสุขส่วนตัวของเรา และมีเงินออมที่จะเก็บไว้ใช้ในอนาคตได้อีก

??? ??? ??? ??? ??? ??? ??? ???

ใครจะรู้ว่าอนาคตเราจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงเรารู้จักฉลาดคิด ฉลาดใช้
ออมให้ได้ 20% อนาคตที่สดใสก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

เทคนิคการออมเงิน ให้แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน

เชลซี มีแผนอะไร? ทำไมตลาดมกราถึงเงียบเหมือนป่าช้า

   ผมจะมาวิเคราะห์าสาเหตุ เชลซี ไม่เสริมทัพช่วงตลาดมกราคมนี้กันนะครับ แม้กระทั้งป๋าแลมพ์เองก็ยังออกมาอาการน้อยใจส่งสารอะไรบ้างอย่างถึงบอร์ดบริหารของทีมรึป่าว?

มันเกิดอะไรขึ้นกับ เชลซี? ทำไมพวกเขาถึงไม่เสริมใครเลยนับตั้งแต่ตลาดซัมเมอร์ปีที่แล้วที่ถูกแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จนมาตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ เป็นครั้งแรกที่ สิงห์บลู สามารถซื้อแข้งหน้าใหม่เข้าทีมได้ แต่แล้วก็ไร้วี่แววนักเตะชูเสื้อสีน้ำเงินแม้แต่สักคนเดียว

   ผมจะมาวิเคราะห์าสาเหตุ เชลซี ไม่เสริมทัพช่วงตลาดมกราคมนี้กันนะครับ แม้กระทั้งป๋าแลมพ์เองก็ยังออกมาอาการน้อยใจส่งสารอะไรบ้างอย่างถึงบอร์ดบริหารของทีมรึป่าว?

   “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลก ส่วนทีมอื่นๆ ที่มีอันดับใกล้เคียงกับเรา อย่างเช่น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็ทำการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมได้ในบางราย สาเหตุที่ คริส ไวล์เดอร์ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมมันก็เป็นเพราะเขาทำงานร่วมกับนักเตะหลายคนในชุดนี้มาหลายปี แล้วตอนนี้พวกเขายังเสริมทัพในจุดที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นต้องเสริมทัพได้อีก ขณะที่ ท็อตแน่ม ก็เซ็นสัญญากับนักเตะบางรายเหมือนกัน และพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ห่างจากเรามากเท่าไหร่เช่นกัน”

 

แลมพาร์ด

“ที่ผมมาพูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะอยากทำให้เราหดหู่หรอกนะ เพราะเราเป็นอันดับ 4 โดยที่ทิ้งห่างอยู่ 6 แต้ม แต่จากมุมมองของผมน่ะ ตอนนี้เราอาจจะเป็นรองทีมอื่นๆ แล้ว เพราะบรรดาทีมที่อยู่ใกล้กับเราได้ทำการเสริมทัพกันอย่างเต็มที่ นั่นคือข้อเท็จจริง” แลมพ์ร่ายยาว

  1. ต้องการสตาร์ดังระดับโลก 
    ด้วยการทำทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เน้นปั้นดาวรุ้งวางรากฐานของทีมให้มีความมั่นคง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าตัว แฟร้งค์ เองก็อยากได้นักเตะระดับท็อปมาเสริมความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น โดยเล็งไว้ 2 ตัวก็คือ เอดินสัน คาวานี่ หัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ใกล้จะหมดสัญญากับต้นสังกัด ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร เหมือน สิงห์บลู จะคิดว่าแพงเกินไป รอช่วงลดราคาตลาดเปิดรอบหน้าดีกว่าคาวานี่ต่อไปอีกคนที่มีข่าวก็คือ ดรีส เมอร์เท่นส์ ดาวยิงจาก นาโปลี ที่ตอนนี้ตกเป็นผู้เล่นสำรอง แต่อย่างไรก็ตาม นาโปลี มีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่อยู่ตอนนี้เลยไม่ได้ปล่อยให้ เชลซี มาง่ายๆแน่นอน ซึ่งรอตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้น่าจะดีกว่า

    ดรีส เมอร์เท่นส์

  2. บอร์ดบริหารคิดว่ายังไม่ถึงเวลา 
    สาเหตุที่บอร์ดบริหารของ สิงห์บลู คิดแบบนี้ก็เพราะว่าแข้งหลักยังอยู่กันครบถ้วนหน้า ส่วนคนที่เจ็บก็ต่างกลับมาลงช่วยทีมได้เกือบหมดแล้ว เลยรอเก็บตังไว้ซื้อนักเตะบิ้กดีลช่วงซัมเมอร์หน้าคงจะคุ้มกว่า เพราะช่วงกลางซีซั่นหลายคนต่างก็รู้ว่าไม่มีทีมไหนอยากจะปล่อยหรือขายนักเตะตัวเองออกจากทีม
  3. บารมีกุนซือยังไม่พอดึงดูดแข้งดัง
    ถ้าให้พูดถึง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตอนที่ยังเป็นนักเตะแล้วละก็ ถือเป็นตำนานคนหนึ่งเลยของ เชลซี ที่ช่วยพาทีมทำผลงานที่ยอดเยี่ยมเรื่อยมาก่อนจบอาชีพค้าแข้งด้วยการแขวนสตั๊ด และเปลี่ยนแนวทางอาชีพเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวแฟร้งเปิดตัวด้วยการคุม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี เมื่อปี 2018/19 แต่ด้วยฝีมือในการคุมทีม แกะขาว ที่โดดเด่น ทำให้บอร์ดบริหารของ เชลซี ซึ่งตอนนั้นต้องการนายใหญ่คนใหม่พอดี ดึงตัว แฟร้งค์ คุมทัพ สิงโตน้ำเงินคราม นับตั้งแต่นั้นมาถึงตอนนี้

    เขาพา เชลซี โชว์ผลงานได้ดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่พอที่จะยั่วยวนให้นักเตะสตาร์ดังอยากมาร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามป๋าแลมพ์ต้องรีบพิสูจน์ตัวเองว่าเก๋าพอที่จะพา สิงห์บลู ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ก่อนถึงตลาดซื้อ-ขายช่วงซัมเมอร์

“บรูโน่ เฟร์นานเดส” ผู้ชายที่ จะคืนชีพปีศาจแดง

“บรูโน่ เฟร์นานเดส” ผู้ชายที่ จะคืนชีพปีศาจแดง

หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศคว้าตัวดาวเตะดีกรีทีมชาติโปรตุเกส บรูโน่ เฟร์นานเดส อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวประมาณ 46.6 ล้านปอนด์ หรือ 1,900 ล้านบาท สัญญายาว 5 ปี บวกออฟชั่นขยายเพิ่มได้อีก 1 ปี โดยบทความนี้ผมจะเขียนถึงสิ่งที่ แมนยู จะได้รับจาก บรูโน่ ที่ขายวิญญาณให้ซาตานกันครับ

ปีศาจแดงยังทำตามโรดแมปที่วางเอาไว้

แมนยู กำลังค่อยๆอุดรอยรั่วทีละจุด โดยเริ่มจากแผงหลังซื้อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และเสริมด้วยตัวริมเส้นอย่าง แดเนียล เจมส์ ทั้งสามคนนี้เล่นได้น่าประทับใจแต่ยังไม่สามารถช่วยดึงผีแดงขึ้นจากหลุมได้ และการที่ซื้อ บรูโน่ มาในช่วงตลาดมกราคมนี้ทำให้แมนยู ทำให้เหล่าสาวก เรดส์ เดวิลด์ มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ความกดดัน

วิเคราะห์โดยภาพรวมแล้วมีความดันแน่นอนสำหรับ บรูโน่ แต่ก็ไม่ได้มากมายอย่างที่สื่อหลายสำนักเป็นห่วง ทำไมหรอครับ? ก็เพราะว่าเขาไม่ได้ย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาลเหมือน ปอล ป็อกบา หรือค่าตัวเป็นสถิติตำแหน่งกองหลังทีสูงที่สุดในโลกเหมือน แม็คไกวร์ จึงทำให้เขาไม่มีความกดดันตรงส่วนนี้ การของเขาจึงมีความกดดันไม่มากแต่อาจจะมีแค่ความตื่นเต้นเท่านั้นเอง และดูเหมือนเขามีความกระหายอยากจะพิสูจน์ตัวเองอย่างแรงกล้า

ตำแหน่งการเล่น

ดาวเตะวัย 25 ปี โดดเด่นทางด้าน การจ่ายบอล,ทำประตู, คุมจังหวะเกม และ เปลี่ยนจังหวะเกม โดยเขานั้นมีฟอร์มโดดเด่นตั้งแต่สมัยเล่นในลีกอิตาลีจนถูกยักษ์ใหญแห่งโปรตุเกสอย่าง สปอร์ตติ้งลิสบอน ดึงตัวไปร่วมทีม โดยเขามีลูกยิงแถวสองที่สุดอันตราย และยังสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง หากใครที่ได้ติดตามฟอร์มการเล่นของแข้งรายนี้ตลอดที่ผ่านมา จะทราบดีว่าแข้งรายนี้โหดแค่ไหน

มีความกระหายในชัยชนะ

“ผมเริ่มรัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนที่ผมได้ชม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่น และนับตั้งแต่นั้นผมก็เป็นแฟนตัวยงของสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้”

โรนัลโด้

“สำหรับผมการได้เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้เป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ผมต้องทำงานหนักในช่วงเวลานี้ และผมขอสัญญากับแฟนบอลว่าผมจะทุ่มเททุกอย่างให้กับตราสโมสรแห่งนี้เพื่อช่วยนำความสำเร็จ และคว้าแชมป์ให้มากที่สุด”

“ผมอยากขอบคุณ สปอร์ติ้ง สำหรับทุกอย่างๆ ที่พวกเขาทำเพื่อผม มันน่าเหลือเชื่อที่ได้ยินคำพูดดีๆ ที่กล่าวถึงผมจากบรรดานักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมนี้ ต้องขอบคุณอย่างมากสำหรับ โอเล่ และทุกๆ คนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับความเชื่อมั่นที่พวกเขามีให้กับตัวผม และผมแทบรอที่จะเริ่มตอบแทนสิ่งเหล่านี้ในสนามไม่ไหวแล้ว” บรูโน่ ให้สัมภาษณ์เปิดตัวที่เมืองแมนเชสเตอร์

สรุปการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส 

ดูเหมือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินมาถูกทางแล้วที่ดึงแข้งโปรตุเกสคนนี้มาเสริมทัพช่วงกลางซีซั่น ในขณะที่ แมนยู กำลังเกิดวิกฤตฟอร์มตกต่ำในรอบหลายปีที่ผ่านมา และต้องยังเจอนักเตะบาดเจ็บอีกหลายราย

หลายคนอาจถามว่าทำไมถึงมั่นใจในชายผู้นี้ขนาดนั้น ทั้งที่ยังไม่ได้เห็นฟอร์มการเล่นของเขาในสนามในนามปีศาจแดงเลย แต่ผมเชื่อในตัว บรูโน่ เขาคือคนที่มาเปลี่ยนแมนยูให้ดีขึ้นได้แน่นอน

หากจะให้เปรียบเทียบเหมือนกับ หลุย ซัวเรซ ที่ย้ายมา ลิเวอร์พูล และยิงในเกมแรกของเขาเลย ยกระดับการเล่นให้ หงส์แดง ดีขึ้นไปอีกขั้น อย่างไรก็ตามอย่างน้อยการมาของ บรูโน่ ก็สามารถเรียกศรัทธาบรรดาแฟนผีทั้งหลายให้กลับมาอีกครั้ง ไม่มากก็น้อย !!

ลุยญี่ปุ่นรอบ2! มุ้ย ย้ายซบ ชิมิสุ เอส-พัลส์ เมืองทองประกาศยืนยันปล่อย ธีรศิลป์ แดงดา ร่วมศึกเจลีก 2020

ที่มา: ลุยญี่ปุ่นรอบ2! มุ้ย ย้ายซบ ชิมิสุ เอส-พัลส์ เมืองทองประกาศยืนยันปล่อย ธีรศิลป์ แดงดา ร่วมศึกเจลีก 2020 – Ball2StEP

9 นักเตะเอเชีย ตลอดกาล ส่อง นักฟุตบอล ชาวเอเชีย ฟอร์มดี ระดับ อินเตอร์

นักฟุตบอล สายเลือดเอเชีย ที่ดังระเบิด มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึง โกอินเตอร์ มีหลายคนด้วยกัน โดยวันนี้เราจะพามา ส่อง นักฟุตบอล ชาวเอเชีย ฟอร์มดี ระดับ อินเตอร์ กับ 9 แข้งเอเชีย ตลอดกาล ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า “เวรี่กู๊ด”

ส่อง นักฟุตบอล ชาวเอเชีย ฟอร์มดี ระดับ อินเตอร์

นักฟุตบอล สายเลือดเอเชีย ที่ดังระเบิด มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึง โกอินเตอร์ มีหลายคนด้วยกัน โดยวันนี้เราจะพามา ส่อง นักฟุตบอล ชาวเอเชีย ฟอร์มดี ระดับ อินเตอร์ กับ 9 แข้งเอเชีย ตลอดกาล ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า “เวรี่กู๊ด”

ในเรื่องของกีฬาฟุตบอล สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก็คือนักเตะเอเชียในแถบบ้านเรายังเป็นรองจากบรรดานักเตะฝั่งยุโรปหรืออเมริกาใต้เยอะพอสมควร ด้วยคุณสมบัติด้านร่างกาย ความก้าวหน้าของลีกอาชีพ และอื่น ๆกระนั้นก็ยังมีนักเตะเอเชียหลายคนที่ถูกระบุเอาไว้ว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล ลองมาดูกันว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใครกันบ้าง จะมีแฟน ๆ ที่ยังนึกถึงพวกเขากันอยู่หรือไม่แอบกระซิบนิดคือ ทุก ๆ คนที่กำลังจะกล่าวถึงไม่ใช่แค่ที่สุดของเอเชียแต่ได้รับการยกให้เป็นนักเตะระดับโลกด้วย

เปิดตัว 9 แข้งเอเชีย ตลอดกาล ผลงานโด่งดัง ระดับโลก

1

ชา บุม กุน

ดาวเตะชาวเกาหลีใต้ผู้เปิดประวัติศาสตร์ให้กับบรรดานักฟุตบอลหลายคนในทวีปเอเชียสำหรับการไปค้าแข้งยังทวีปยุโรป ครั้งหนึ่ง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยบอกไว้ว่า นี่คือกองหน้าที่ไม่มีใครหยุดเขาได้ เขาคือนักเตะเอเชียคนแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในเวทียุโรปด้วยการเล่นให้กับ ไอทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แถมเคยคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ มาครองได้อีกต่างหาก ไม่ธรรมดาจริง ๆ

 

 

2

ฮิเดโตชิ นากาตะ

ดาวเตะเลือดซามูไรที่แฟนบอลยุค 90 ไม่มีใครไม่รู้จัก จัดเป็นนักเตะพรสวรรค์สูงจนโดนดึงตัวไปเล่นในกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี แถมยังไปได้สวยกับ เปรูจา อีกทั้งยังหาญกล้าเคยคว้าแชมป์ลีกกับทัพ “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า ด้วย ต่อมาเจ้าตัวได้ย้ายไปร่วมทัพ ปาร์ม่า ที่ตอนนั้นนับว่ารวยสุด ๆ น่าเสียดายที่ประกาศเลิกเล่นตอนอายุแค่ 29 ปีเท่านั้น

 

 

3

ปาร์ค จี ซุง

ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้อีกคนที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของเอเชียและของเกาหลีใต้ เขาย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ไปอยู่กับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แถมเป็นตัวหลักพร้อมคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ มาครองได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, แชมป์สโมสรโลก และยังทำสถิติเป็นนักเตะเอเชียเพียงคนเดียวที่มีโอกาสลงเล่นนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 

 

4

ทิม เคฮิลล์

หากนับว่าเวลานี้ทีมชาติออสเตรเลียคือหนึ่งในประเทศของเอเชียสำหรับโลกฟุตบอล ชื่อของ เคฮิลล์ ก็ต้องติดโผแบบไร้ข้อกังกา เขาเป็นอดีตดาวเตะคนสำคัญของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน มาหลายปี แถมยังเคยพาทัพ “จิงโจ้” ไปลุยศึกฟุตบอลโลกมาแล้วด้วย นับว่าเป็นนักเตะเอเชียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนังโลกและแฟนบอลหลายคนคุ้นกับชื่อเขาเป็นอย่างดี

 

 

5

อาลี ดาอี

หัวหอกที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีมชาติอิหร่าน เป็นเจ้าของสถิติยิงประตูให้กับทีมชาติมากที่สุดด้วยจำนวน 109 ลูก แม้ว่าในระดับสโมสร เขาอาจไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนักในตอนที่ย้ายไปเล่นให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค แต่ถ้าพูดถึงนามทีมชาติ ช่วงที่เขาค้าแข้งอยู่ ไม่ว่าทีมไหนในโลกก็ต้องเกรงกลัวบารมีของดาวเตะคนนี้ทั้งนั้น จัดว่าเป็นอีกคนที่โลกแห่งวงการฟุตบอลต้องจารึกชื่อเอาไว้

 

 

6

ซามี่ อัล-จาเบอร์

สุดยอดนักเตะจากซาอุดิอาระเบียที่ได้รับฉายาว่า “พญาอินทรี” เป็นนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของซาอุฯ ติดทีมชาติเกิน 160 นัด และซัดประตูไปกว่า 200 ลูก แค่นี้คงเพียงพอกับการยกตำแหน่งดังกล่าวให้เจ้าตัวแล้ว เขาเคยไปค้าแข้งอยู่กับ วูลฟ์แฮมป์ตัน แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ต้องกลับมาเล่นในเอเชียเหมือนเดิม กระนั้นก็ยังถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนแฟนบอลในประเทศยกย่องเขามาก ๆ

 

 

7

คาซูโยชิ มิอูระ

ยอดแข้งจากดินแดนปลาดิบอีกคนที่ในอดีตเขาเคยได้รับการบันทึกว่าบุกป่าฝ่าดงไปเรียนวิชาเพลงแข้งจากดินแดน “แซมบ้า” บราซิล และได้กลับมาเล่นในลีกบ้านเกิดของตนเอง ขณะที่ผลงานกับทีมชาติญี่ปุ่นสามารถซัลโวประตูได้ถึง 55 ลูก ซึ่งในความทรงจำของแฟนบอลเวลาที่เจ้าตัวยิงประตูได้เมื่อไหร่ จะต้องทำการโชว์ท่า “คาซู แดนซ์” ให้แฟน ๆ ได้โยกตามเป็นประจำ

 

 

8

ยูนิส มาห์มุด

ดาวเตะทีมชาติอิรัก เจ้าของฉายา “จิ้งจอกทะเลทราย” เคยพาทีมชาติอิรักคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียเมื่อปี 2007 ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นในประเทศกำลังมีปัญหาต่าง ๆ มากมาย แถมยังครองตำแหน่งดาวซัลโวของรายการในปีดังกล่าวอีกด้วย หากนึกถึงดินแดนที่มีแต่สงครามแต่ยังคงนักฟุตบอลดังระดับโลก ชื่อของเขาต้องติดท็อปเบอร์ต้น ๆ แบบไม่มีข้อกังขาใดให้ต้องถกเถียงทั้งสิ้น

 

 

9

ซอง เฮือง มิน

คนสุดท้ายที่ขอยกให้เป็นแข้งยอดเยี่ยมแห่งเอเชียตลอดกาลถึงแม้ว่าปัจจุบัน ซอง เฮือง มิน ยังคงค้าแข้งอยู่คือดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้รายนี้ เขาคือตัวหลักของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พาทัพ “โสมขาว” ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว พาทีมคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ และผลงานอื่น ๆ อีกมากมาย คงเพียงพอกับการได้รับยกย่องในตำแหน่งนี้ต่อจากรุ่นพี่ ๆ หลายคน

ต้องบอกเลยว่าบรรดา 9 แข้งเอเชีย ตลอดกาล ที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ล้วนเป็น นักฟุตบอล ชาวเอเชีย ฟอร์มดี ระดับ อินเตอร์ ที่ทั้งโลกให้การยอมรับอย่างแท้จริงว่าสุดยอด

ถือเป็นความภาคภูมิใจของ ชาวเอเชีย ที่มีนักเตะดี ๆ ได้สร้างสรรค์ผลงานให้กับชาวโลกจนเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าคนเอเชียก็เล่นฟุตบอลได้ไม่แพ้ยุโรปหรืออเมริกาใต้