ประกาศรายชื่อ 31 แข้งชบาแก้ว ชุดเตรียมทีมลุยศึก ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จำนวน 31 คน เข้าเก็บตัวเตรียมความพร้อม ที่ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬา ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน-7 กรกฎาคม 2562 โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

ผู้รักษาประตู
1. นางสาววราภรณ์ บุญสิงห์
2. นางสาวสุกัญญา ช.เจริญยิ่ง
3. นางสาวณัฐรุจา มุทนาเวช
4. นางสาวญาดา เซ่งย่อง

กองหลัง 
5. นางสาวกาญจนาพร แสนคุณ
6. นางสาวณัฐกานต์ ชินวงษ์
7. นางสาวดวงนภา ศรีตะลา
8. นางสาวอินทร์อร พันธุ์ชา
9. นางสาวพิสมัย สอนไสย์
10. นางสาวสุนิสา สร้างไธสง
11. นางสาววารุณี เพ็ชรวิเศษ
12. นางสาวดารัตน์ ช่างปลูก
13. นางสาวพรพิรุณ พิลาวัณ
14. นางสาวขวัญฤดี แสงจันทร์

กองกลาง
15. นางสาวพิกุล เขื่อนเพ็ชร
16. นางสาวศิลาวรรณ อินต๊ะมี
17. นางสาวนิภาวรรณ ปัญโญสุข
18. นางสาววิลัยพร บุตรด้วง
19. นางสาวจันทร์เพ็ญ สีเสริม
20. นางสาวสุดารัตน์ ชูชื่น
21. นางสาวรัตติกาล ทองสมบัติ
22. นางสาวแสงระวี มีขำ

กองหน้า
23. นางสาวอรทัย ศรีมะณี
24. นางสาวเสาวลักษ์ เพ็งงาม
25. นางสาวธนีกานต์ แดงดา
26. นางสาวอลิษา รักพินิจ
27. นางสาวกาญจนา สังข์เงิน
28. นางสาวกัญญาณัฐ เชษฐบุตร
29. นางสาวธนัสถา ชาวงษ์
30. นางสาวจิราภรณ์ มงคลดี
31. นางสาวสุชาวดี นิลธำรงค์

สำหรับนักกีฬาที่มีรายชื่อดังกล่าวจะลงทำการฝึกซ้อม ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย มีดังนี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 02.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ทีมชาติสหรัฐอเมริกา พบ ทีมชาติไทย ณ สนามสต๊าด ออกุสเต้ เดลูน, รีมส์
วันที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 23.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ทีมชาติสวีเดน พบ ทีมชาติไทย ณ สนามอลิอันซ์ ริวิเอรา ,นีซ
วันที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 02.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติชิลี ณ สนามโรอาซอง ปาร์ค ,แรนส์

หาให้ได้ก่อนเอเชี่ยนคัพ! โค้ชโชคแนะนำ 5 สิ่งต้องมี! ชี้ไทยขาดนักเตะอย่าง ลีซอ

   โค้ชโชค โชคทวี พรหมรัตน์ เผยว่าทีมชาติไทยต้องการนักเตะที่สร้างความแตกต่างในเกมรุกได้ เพราะในทีมชุดซูซูกิ คัพ มีเพียง สุมัญา ปุริสายเพียงคนเดียวเท่านั้น 
โดยอดีตกุนซือทีมชาติไทยชุดเเชมป์ซีเกมส์เผยผ่านเพจ “ช้างศึก” ว่าทีมชาติมีตัวพลิกแพลงน้อยเกินไปจนเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถชนะ มาเลเซีย ในเกมรอบรองชนะเลิศเลกที่ 2 ได้  ปกเกล้า, ธนบูรณ์, สรรวัชญ์ และ ฐิติพันธ์ คือนักเตะในปรัชญาฟุตบอลของ มิโลวาน ราเยวัช นั่นคือ การควบคุม ทั้งผลการแข่งขัน วิธีเล่น, ดีเทลนักเตะ นำมาซึ่งผลการแข่งขันตามเป้าหมาย 
   โดยวิถีฟุตบอลมันไม่จริงทั้งหมด เมื่อเกมแข่งมีเวลา 90 นาที พร้อมเงื่อนไขต่างสถานการณ์ของกฎประตูทีมเยือน การควบคุมแบบเบ็ดเสร็จจึงไม่เกิดการพลิกแพลง แท็คติกจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ในเรื่องนักเตะ เจ้าของฉายา “นกกระยางดำ” ยังบอกว่า ด้วยฝีเท้าของแข้งไทยชุดนี้ถ้าให้เล่นเกมรุกก็ทำได้แบบไม่ขัดเขิน ความแตกต่างหนึ่งเดียวของไทยจึงมีตัวเลือกเพียง สุมัญญา ปุริสาย แต่ด้วยเวลาและสถานการณ์ที่ถูกส่งลงไป จึงแทบเป็นเกมที่ไม่ได้เป็นไปตามความตั้งใจ นอกจากประตูนำ 2-1 เท่านั้น 
   ฉะนั้นการค้นหานักเตะที่สร้างความแตกต่าง ก่อนฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียจะเริ่มขึ้น นอกเหนือจาก 4 นักเตะที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศแล้ว เรายังจำเป็นต้องหา นักเตะอย่าง จักรพันธ์ แก้วพรม, ธีรเทพ วิโนทัย เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญกับทีมไทยทุกระดับการแข่งขัน จงอย่ามองข้ามเด็ดขาด ติดตามเต็มๆได้ที่ ลิ้งด้านล่างนี้
Read more at https://www.facebook.com/changsuek/

“โชคทวี พรหมรัตน์”
แนะนำ 5 สิ่งต้องมี
ก่อน “ช้างศึก” ลุยเอเชียน คัพ
#ChangsueksTalk
_______________
การเดินทางไปชมเกมที่ ทีมชาติไทย พบ มาเลเซีย ในอาเซียนคัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ ถึงขอบสนาม ผมได้มีโอกาสนั่งชมเกมคู่กับ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ อดีตนักเตะและโค้ชทีมชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง
เราได้พูดคุยและพูดถึงเกมการแข่งขันแบบถึงพริกถึงขิง ก่อนที่ “ช้างศึก” จะตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน และนี่คือ 5 สิ่งที่ต้องมีที่ “โชคทวี พรหมรัตน์” แนะนำ ก่อนที่ “ช้างศึก” จะลุยเอเชียน คัพ 2019 ต้นปีหน้า

1.คาแรคเตอร์ ไม่ยอมแพ้
คาแรคเตอร์ ไม่ยอมแพ้ ที่สาบสูญอันเนื่องมาจากสถานการณ์นำพา มันเกิดขึ้นชัดเจนกับ 2 เกมในทัวร์นาเมนต์นี้ ครั้งแรกคือเกมบุกเสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 ต่อมาคือค่ำคืนที่เสมอ มาเลเซีย 2-2 ก่อนตกรอบ จะเห็นได้ว่า ไม่มีนักเตะไทยคนไหนแสดงให้เห็นถึงความกระหายชัยชนะ เมื่อจวนตัวก็พยายามเล่นเซฟโซน บุคลิกเกลียดความพ่ายแพ้จึงสำคัญ โดยเฉพาะเกมเสมอมาเลเซีย 2-2 ผู้เขียนอยู่ในสนามและไม่อยากเชื่อว่า สถานการณ์เปลี่ยนแปลง นักเตะไทยหลายคนให้จมลึกลงไปในพื้นที่ปลอดภัย ไม่กล้าแสดงฝีเท้าที่แท้จริงผลที่ออกมาคือ ตกรอบ แบบเจ็บปวด โดย “โค้ชโชค” มั่นใจว่าทางแก้ของทีม “ช้างศึก” คาดว่าได้ถูกวางไว้แล้วจากการมาของ 4 ขุนพลไทยที่ค้าแข้งต่างแดนอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ได้พิสูจน์แล้วว่า กว่าจะได้เป็นนักเตะตัวหลักกับสโมสรต่างประเทศ พวกเขาต้องกระหายชัยชนะขนาดไหน?
2.ความแตกต่าง
ปกเกล้า, ธนบูรณ์, สรรวัชญ์ และ ฐิติพันธ์ คือนักเตะในปรัชญาฟุตบอลของ มิโลวาน ราเยวัช นั่นคือ การควบคุม ทั้งผลการแข่งขัน วิธีเล่น, ดีเทลนักเตะ นำมาซึ่งผลการแข่งขันตามเป้าหมาย โดยวิถีฟุตบอลมันไม่จริงทั้งหมด เมื่อเกมแข่งมีเวลา 90 นาที พร้อมเงื่อนไขต่างสถานการณ์ของกฎประตูทีมเยือน การควบคุมแบบเบ็ดเสร็จจึงไม่เกิดการพลิกแพลง แท็คติกจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องนักเตะ เจ้าของฉายา “นกกระยางดำ” บอกว่า ด้วยฝีเท้าของแข้งไทยชุดนี้ถ้าให้เล่นเกมรุกก็ทำได้แบบไม่ขัดเขิน ความแตกต่างหนึ่งเดียวของไทยจึงมีตัวเลือกเพียง สุมัญญา ปุริสาย  แต่ด้วยเวลาและสถานการณ์ที่ถูกส่งลงไป จึงแทบเป็นเกมที่ไม่ได้เป็นไปตามความตั้งใจ นอกจากประตูนำ 2-1 เท่านั้น  ฉะนั้นการค้นหานักเตะที่สร้างความแตกต่าง ก่อนฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียจะเริ่มขึ้น นอกเหนือจาก 4 นักเตะที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศแล้ว เรายังจำเป็นต้องหา นักเตะอย่าง จักรพันธ์ แก้วพรม, ธีรเทพ วิโนทัย เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญกับทีมไทยทุกระดับการแข่งขัน จงอย่ามองข้ามเด็ดขาด
3.วิสัยทัศน์
หลังจบเกม โชคทวี พรหมรัตน์ ได้กล่าวว่า การสร้างสิ่งที่มองไม่เห็น หรือ “วิสัยทัศน์” ในการทำงานเป็นทีมจากนอกสนาม จะช่วยเสริมศักยภาพของนักบอลไทยให้ยกระดับได้ เช่น การยกให้เกมนั้นๆ สำคัญจนแพ้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นการกระตุ้นชั้นดี
การตั้งเป้าหมายสูงๆ และการสร้างสถานการณ์ที่พลาดไม่ได้ก็ควรมี เพราะคำพูดว่า “ไม่เป็นไร ยังไงก็แชมป์” ไม่ช่วยทีมฟุตบอลฮึดสู้จนวินาทีสุดท้ายได้ แต่การวางเป้าหมายว่า แชมป์เท่านั้น หรือสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ยกระดับทีมได้มากกว่า
โดยฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 จึงเป็นวัตถุดิบชั้นดีให้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ คือการวางวิสัยทัศน์ที่ไกล และ ชัดเจน เพื่อให้ “ช้างศึก” ไม่หลงอยู่ในภวังค์ที่ว่า ไม่เป็นไร, นี่ระดับเอเชีย, แค่นี้พอแล้ว ซึ่งคำพูดทั้งหมดล้วนไม่ก่อให้เกิดปาฎิหาริย์
4.ทำการบ้านให้หนักขึ้น
ต่อจากนี้ฟุตบอลไทยจะเข้าสู่โหมดระดับเอเชียเต็มตัว การเตรียมทีมให้พร้อมและทำการบ้านให้หนักขึ้น ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ที่ทีมไทยอยู่ในสายเอ ร่วมกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (เจ้าภาพ), อินเดีย, บาห์เรน ที่มองจากชื่อชั้นยกเว้นเจ้าภาพ ดูคุณภาพทีมจะใกล้เคียงกัน
กระนั้นหากวัดตามฟีฟ่า แรงกิ้ง มีตัวเลขวัดผลแบบสากล ทีมช้างศึก เป็นรองทุกทีม อย่างไรก็ตามด้วยความที่แต่ละทีมไม่ค่อยได้วัดฝีเท้ากันบ่อยนัก การรู้ซึ่งศักยภาพคู่ต่อสู้จึงจำเป็น
สำหรับเป้าหมายที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย วางไว้นั้น คือผ่านรอบแบ่งกลุ่มให้ได้สถานเดียว บวกกับระบบการแข่งขันที่เปิดโควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 จาก 6 กลุ่ม โอกาสที่ ทีมไทย จะเข้ารอบน็อกเอาต์จึงมีสูงขึ้น แต่การคว้าสิทธิ์เข้ารอบแบบอัตโนมัติ เป็นสิ่งที่ “ช้างศึก” ควรต้องทำให้ได้มากกว่าไปรอลุ้นระทึก
5.กองเชียร์ 100 เปอร์เซนต์
ถึงตรงนี้คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ากองกำลังแห่งกองเชียร์ไทยอีกแล้ว ที่จะทำให้ “ช้างศึก” เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โดย “โค้ชโชค” เชื่อว่า การให้การสนับสนุนทุกช่องทางจากแฟนบอลไทย เพื่อให้นักบอลไทยได้รู้ว่า พวกเขาไม่ได้เดินอย่างเดียวดาย เรียกร้อง ตะโกนเชียร์ เอาให้หนักก่อนเกม เชียร์ให้สุดใจ กระตุ้นพวกเขาระหว่างเกมไม่ให้ตกหลุมแห่งอารมณ์ และเมื่อจบเกมก็ปลุกกำลังใจพวกเขาให้ลุกขึ้นสู้ต่อ ,เมื่อทุกอย่างมาพร้อมกัน เชื่อว่า “ความฝัน” ที่แฟนบอลอยากจะเห็น “ช้างศึก” ก้าวไปในที่ที่ไม่เคยไป ก็จะเกิดขึ้นในไม่ช้า

#ช้างศึก #เชียร์ไทยใช้ใจล้วนๆ #THAIFOOTBALL #ฟุตบอลไทย #บอลไทย #ทีมชาติไทย #changsuek #นักฟุตบอลทีมชาติไทย #นักบอลทีมชาติไทย #เชียร์ไทยไปให้สุดทุกแมตช์ #ฟุตบอลทีมชาติไทย #โชคทวีพรหมรัตน์

CR : แฟนเพจช้างศึก