จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์

ที่มา: กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL
ผู้เขียน: admin
ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก
ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก
บทความบอลไทย
ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก

บทความบอลไทย
ทำความรู้จัก 8 แข้งหน้าใหม่ ลุ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก
หลังการประกาศรายชื่อ 33 นักเตะทีมชาติไทย ชุดเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่จะประเดิมสนาม พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 ล่าสุดรายชื่อที่ออกมาก็มีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาติดโผครั้งนี้ จำนวน 8 รายด้วยกัน วันนี้จะพามาทำความรู้จัก จะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย
ศฤงคาร พรหมสุภะ (กองหลัง)
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
Photo : FA Thailand
ปราการหลังดาวรุ่งวัย 21 ปี ดีกรีทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 เป็นหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฤดูกาล 2019 และเป็นกำลังหลักของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ส่วนเส้นทางฟุตบอลของแข้งรายนี้ เริ่มต้นจาก โรงเรียนปลวกแดงพิทยาคม ต่อมาได้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับ ระยอง เอฟซี หลังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จึงถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าตัวมาร่วมทัพ ในฤดูกาล 2018 มาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะมีชื่อเป็น 1 ใน 33 แข้งลุ้นติดทีมชาติไทย ลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก
พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล (กองกลาง)
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

Photo : Chiangrai united
ห้องเครื่องอนาคตไกล จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นนักเตะอีกรายที่ลุ้นติดธงช้างศึก ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 แข้งชุดเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ส่วนเส้นทางการค้าแข้งของ พิธิวัต เคยเป็นนักเตะของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, บีอีซี เทโร ศาสน และ ปัจจุบัน เป็นนักเตะของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ส่วนในนามทีมชาติไทย เคยลงสนามกับ ทีมชาติไทยชุด U19 และ U23 เป็นหนึ่งในนักเตะชุดแชมป์ดูไบ คัพ 2017 , เหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ 2017
รัตนากร ใหม่คามิ (กองกลาง)
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

Photo : FA Thailand
หนึ่งในนักเตะชุดคว้าแชมป์ซีเกมส์ สมัยที่ 16 และเป็นนักเตะคนสำคัญของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับอะคาเดมี่บุรีรัมย์ ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ แฟนบอลหลายคนคงจะรู้จักเป็นอย่างดี ถึงแม้ รัตนากร จะถูกเรียกชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่เคยไปถึงรอบ 23 คนสุดท้ายเลย จากฟอร์มที่ดีในฤดูกาล 2019 รัตนากร จึงเป็น 1 ใน 33 แข้งลุ้นติดทีมชาติไทย ลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก อีกครั้ง
เอกนิษฐ์ ปัญญา (กองกลาง)
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

Photo : Chiangrai united
กองกลางดาวรุ่งวัย 20 ปี คือนักเตะที่กลายเป็นกระแสแฟนบอลอยากให้เข้ามาติดทีมชาติไทย ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ มากที่สุด เนื่องจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนเส้นทางค้าแข้งที่ผ่านมานั้น “เอกนิษฐ์” เป็นนักเตะจากอะคาเดมี่ของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และขึ้นชั้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2015 จากนั้นปี 2017 ย้ายไปอยู่กับ เชียงราย ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัว ต่อมาในปี 2018 “เอกนิษฐ์” ถูก เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน และเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเลกแรกในฤดูกาล 2019 ที่รับใช้ทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” โดยลงสนามไป 16 นัดยิงไป 5 ประตู ก่อนจะกลับมารับใช้ต้นสังกัดที่แท้จริงอีกครั้งในช่วงเลกที่สอง และยังคงทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง จนติดโผ 33 แข้งทีมชาติไทย ชุดใหญ่
เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (กองกลาง)
สมุทรปราการ ซิตี้

Photo : FA Thailand
มิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งขวาของ สมุทรปราการ ซิตี้ กลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลรู้จักมากขึ้นในฤดูกาล 2019 เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม “เจ้าเท่ห์” เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอล กับโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม ต่อมาได้ผ่านการคัดตัวกับสโมสร แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เมื่อปี 2017 และถูกดันขึ้นสู่ทีมสุดใหญ่ทันที ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก หลังจากนั้นเส้นทางกับแอร์ฟอร์ซ ก็มีดราม่า เมื่อเอเย่นต์ของ “เจริญศักดิ์” ได้เรียกร้องค่าเหนื่อยเกินเพดานของทีม ทำให้ “โค้ชเตี้ย” ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ประนามเอเย่นต์ดังกล่าว ต่อมาในฤดูกาล 2018 “เจริญศักดิ์” ก็กลายเป็นสมาชิกใหม่ของ พัทยา ยูไนเต็ด (สมุทรปราการ ซิตี้ ในปัจจุบัน) เนื่องจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทาง แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ได้ นอกจากนี้ยังเคยได้รับความสนใจจาก สโมสร ทอนแดล่า ทีมจากลีกสูงสุดโปรตุเกส อีกด้วย แต่การเจรจาไม่ลงตัว ทำให้ดีลนี้ต้องยุติไป และค้าแข้งกับสมุทรปราการ ซิตี้ มาจนถึงปัจจุบัน จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019 ทำให้เขากลายเป็น 1 ในตัวเลือกสำคัญของ อากิระ นิชิโนะ ในการลุยบอลโลก รอบคัดเลือก ทันที
พัชรพล อินทนี (กองกลาง)
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

Photo : MTUTD
กองกลางอนาคตไกลจากรังกิเลนผยอง ได้รับโอกาสลงสนามช่วยทีมอย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2019 แข้งรายนี้เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของเมืองทอง เป็น 1 ใน 5 นักเตะไทยจากทั่วประเทศ ไปฝึกฟุตบอลที่สโมสรระดับโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ในโครงการ “Bayern Munich Youth Cup” ระหว่างวันที่ 19 – 26 พ.ค นี้ ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี ส่วนเส้นทางค้าแข้งนั้น เคยถูกเมืองทองปล่อยให้ อุดรธานี เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานในปี 2017 ก่อนย้ายกลับมาช่วยเมืองทองอีกครั้งในฤดูกาล 2018 มาจนถึงปัจจุบัน
อภิรักษ์ วรวงษ์ (ผู้รักษาประตู)
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

Photo : Chiangrai united
ผู้รักษาประตูวัย 23 ปี จาก สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กลายเป็นนายด่านที่ติดโผทีมชาติไทย 1 ใน 5 ยุคของ อากิระ นิชิโนะ หลังมีฟอร์มที่ดีอย่างต่อเนื่อง มีส่วนสำคัญช่วยให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ลุ้นแชมป์อยู่ในตอนนี้ พร้อมเก็บไปได้แล้วถึง 6 คลีนชีต ในฤดูกาล 2019 ส่วนประวัติเส้นทางฟุตบอลอาชีพที่ผ่านมา เป็นนักเตะของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนจะถูกปล่อยไปให้ เพชรบุรี เอฟซี, อาร์มี่ ยูไนเต็ด และ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวใช้งาน
กรพัฒน์ นารีจันทร์ (ผู้รักษาประตู)
ขอนแก่น เอฟซี

Photo : FA Thailand
ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจาก ขอนแก่น เอฟซี ทีมในศึกเอ็ม 150 แชมเปี้ยนส์ชิพ (T2) สร้างเซอร์ไพรส์พอสมควร หลังจากมีชื่อติด 1 ใน 33 ทีมชาติไทยชุดนี้ ส่วนประวัติการค้าแข้งที่ผ่านมา “กรพัฒน์” เริ่มสร้างชื่อจากการเล่นกับ โรงเรียนสารวิทยา ต่อมาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับทีมสำรองในไทยลีก 4 และถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ในปี 2016 โดยค้าแข้งมาแล้วกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ ขอนแก่น เอฟซี (ยืมตัว) นอกจากนี้ “กรพัฒน์” ยังติดทีมชาติไทย ในระดับเยาวชนแทบทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อีกด้วย
สำหรับทีมชาติไทย จะประเดิมพบกับ เวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
Cr. ballthai.com
กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL
จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ
จริงอยู่ที่มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า หากต้องการเป็นแชมป์ ก็อย่างเกรงกลัวไม่ว่าจะเจอทีมไหน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การถูกจับฉลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20 ในปีนี้จะส่งผลถึงเกมในรายการอื่นๆ ของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ที่ต้องเล่นท่ามกลางโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่กว่าลีกอื่นๆ

เมื่อมองไปยัง 4 ทีมดังทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือว่าประสบการณ์ในปีก่อน รวมถึงชื่อชั้นนั้นยกระดับให้ทีมจากอังกฤษดูมีภาษีขึ้นมามากโข ทั้ง “หงส์แดง” กับ “ไก่เดือยทอง” ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ รวมถึง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เจ้าของแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ล้วนแล้วแต่มีของพร้อมปล่อยใส่ทุกทีมทั่วยุโรป ทว่าเราต้องมาดูคู่แข่งของพวกเขาว่าจะมีทีมไหนบ้าง

โถ 1: ลิเวอร์พูล (แชมป์เก่า) , เชลซี (แชมป์ยูโรปา ลีก) , บาร์เซโลน่า, แมนฯ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก
โถ 2: เรอัล มาดริด, แอต.มาดริด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, อาแจ็กซ์/อาโปเอล, เบนฟิก้า
โถ 3: โอลิมปิก ลียง, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ซัลซ์บวร์ก, โอลิมเปียกอส/คราสโนดาร์, คลับ บรูช/แอลเอเอสเค ลินซ์, บาเลนเซีย, อินเตอร์ มิลาน,ดินาโม ซาเกร็บ/โรเซนบอร์ก
โถ 4: โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก , ยัง บอยส์ / เรดสตาร์ เบลเกรด , เกงค์ , กาลาตาซาราย ,ไลป์ซิก , สลาเวีย ปราก , อตาลันตา , ลีลล์

โดยเงื่อนไขแรกที่ต้องรู้คือ ทั้ง 4 ทีม จะไม่เจอกันเองภายใต้เงื่อนไขสโมสรจากประเทศเดียวกัน จะไม่พบกันเองในรอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก โดยหากมองแบบนี้มีเพียงแค่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมเดียวที่หลุดโถแรก เพราะฉะนั้นพวกเขามีโอกาสสุงมากที่จะเจอ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4 ทีมแชมป์จาก 4ลีกใหญ่ เว้นแต่คนจับจะมือพาเฮง พวกเขาก็จะได้โถ1 เป็น เซนิตฯ
ส่วนอีก 3 ทีมที่อยู่ในโถแรก ก็ใช่ว่าจะยินดีปรีดาได้มากนัก เพราะหากมามองดูสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ทีมใดทีมหนึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี จะต้องประสบพบเจอก็คือพวกเขาจะอยู่ร่วมกลุ่ม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน และ ไลป์ซิก

ทว่าหากมองให้ดี โถ2 ใช่จะมีแต่ เจ้าของโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” 13 สมัย เพียงเท่านั้นที่พอจะเป็นฝันร้ายให้ 3 ทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เพราะนอกจากนั้นแล้วยังมีทั้ง แอต.มาดริด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นาโปลี, ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และยังต้องรอลุ้นทีมม้ามืดอย่าง อาแจ็กซ์ อีกทีม
กลุ่มแห่งความตาย !! สถานการณ์ที่แย่ที่สุด กับทีมจากอังกฤษ ในUCL
สมัครสมาชิก ALPHA88 รับเงินฟรี 300 บาท! – ALPHA88
สารพัดประโยชน์!! ส่อง3แผนสุดโหดของผีแดง หลังได้ตัว”วาน-บิสซาก้า” — Ball2StEP : สเต็ปของคนเล่นบอล
บทความฟุตบอล – สารพัดประโยชน์ !! ส่อง3แผนสุดโหดของผีแดง หลังได้ตัว’วาน-บิสซาก้า’
via สารพัดประโยชน์!! ส่อง3แผนสุดโหดของผีแดง หลังได้ตัว”วาน-บิสซาก้า” — Ball2StEP : สเต็ปของคนเล่นบอล
สายฟ้า-ราชบุรี! แชมป์ยอดผู้เข้าชมเกม T1 นัดที่ 24 ส่วนบ๊วยตกเป็นของคู่ “เชียงใหม่-ตราด”

สถิติผู้เข้าชมเกมโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 24
ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 สัปดาห์ที่ 24 มีแข่งขันทั้งหมด 8 คู่ ระหว่างวันที่ 17 – 18 ส.ค. 62 เรามาดูกันว่าในแต่ละสนามมีสถิติจำนวนยอดผู้เข้าชมเกมกี่คน…
วันที่ 17 ส.ค. 62
พีที ประจวบ 1-0 ทรู แบงค็อกฯ มีผู้เข้าชมเกม 3,819 คน (สามอ่าว สเตเดี้ยม)
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 6-0 ราชบุรี มิตรผลฯ มีผู้เข้าชมเกม 10,755 คน (ช้าง อารีน่า)
ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-3 สมุทรปราการ ซิตี้ มีผู้เข้าชมเกม 3,520 คน (เขาพลอง สเตเดี้ยม)
สิงห์ เชียงรายฯ 1-1 สุโขทัย เอฟซี มีผู้เข้าชมเกม 2,765 คน (สิงห์ สเตเดี้ยม)
วันที่ 18 ส.ค. 62
สุพรรณบุรี เอฟซี 1-3 การท่าเรือ เอฟซี มีผู้เข้าชมเกม 8,626 คน (สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี)
เอสซีจี เมืองทองฯ 2-2 พีทีที ระยอง มีผู้เข้าชมเกม 8,592 คน (เอสซีจี สเตเดี้ยม)
ชลบุรี เอฟซี 2-1 นครราชสีมา มาสด้า มีผู้เข้าชมเกม 5,507 คน (ชลบุรี สเตเดี้ยม)
เชียงใหม่ เอฟซี 1-3 ตราด เอฟซี มีผู้เข้าชมเกม 443 คน (สิงห์ สเตเดี้ยม)
*รวมยอดผู้เข้าชมเกมทั้ง 8 สนามในศึก T1 ฤดูกาล 2019 นัดที่ 24 (44,027 คน) เฉลี่ยสนามละ 5,503 คน โดยประมาณ
เครดิตรูป : BURIRAM UNITED , Chiangmai FC
สารพัดประโยชน์!! ส่อง3แผนสุดโหดของผีแดง หลังได้ตัว”วาน-บิสซาก้า”
บทความฟุตบอล – สารพัดประโยชน์ !! ส่อง3แผนสุดโหดของผีแดง หลังได้ตัว’วาน-บิสซาก้า’
บทความฟุตบอล – สารพัดประโยชน์ !! ส่อง3แผนสุดโหดของผีแดง หลังได้ตัว’วาน-บิสซาก้า’
4-3-3
.png?w=840&ssl=1)
แบ็คขวา
แผนแรกน่าจะเป็นอะไรที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับ อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาดาวรุ่ง มาจาก คริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) เนื่องจากเจ้าตัวก็โดดเด่นในเรื่องเกมรับ ยิ่งฝั่งขวาคือขนมกรุบ แน่นอนว่าการเล่นโดยมี ลุค ชอว์ ยืนเป็นแบ็คฝั่งซ้าย ก็จะทำให้เกมรุกของทีมดูดุดันเพิ่มมากขึ้น
3-4-3
หลัง3
ดีโอโก้ ดาโลต์ คือนักเตะที่ ยูไนเต็ด ซื้อตัวมาเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าเจ้าตัวเริ่มจะปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีขึ้นทีล่ะระดับ แต่การจะได้เล่นร่วมกัน ของ 2 ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีม ดูจะมีแค่แผนนี่เท่านั้นที่สามารถส่งทั้ง 2 คนลงเล่นพร้อมกันได้ และด้วยคุณสมบัติ ทั้งคู่สามารถสลับตำแหน่งกันได้ ไม่ว่าใครจะถูกสั่งให้ยืนเป็นกองหลัง หรือขึ้นไปเป็นวิงแบ็ค น่าจะไม่มีปัญหา
4-4-2
ปีกขวา
อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัด และเล่นเป็นประจำ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขาแน่นอน เมื่อเป็นแข้งที่มีความเร็ว บวกกับขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเกมบุกอยู่แล้ว หากได้มายืนเป็นปีกขวาคงไม่มีปัญหา นอกจากนี้เกมรุกของผีแดง เรียกได้ว่าสามารถกดไนตั๊ด และแล่นไปอย่างจรวดได้แน่นอน เพราะทั้ง แดเนี่ยล เจมส์ กับ วาน-บิสซาก้า อาจจะวิ่งช้ากว่า ยูเซียน โบลด์ ไม่มากนักหรอก !!
พรีวิว พรีเมียร์ลีก : “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เชลซี
การแข่งขัน |
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019/20 |
วันแข่งขัน |
วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2019 |
เวลาแข่งขัน |
22:30 น. ตามเวลาประเทศไทย |
คู่แข่งขัน |
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เชลซี |
สนาม |
โอลด์ แทรฟฟอร์ด |
ถ่ายทอดสด |
True Premier Football |
ความพร้อมทั้ง 2 ทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอริค ไบยี บาดเจ็บหนักที่หัวเข่าในเกมอุ่นเครื่องกับ สเปอร์ส ตั้งแต่ช่วงพรีซีซัน คาดว่าจะพักยาวจนถึงช่วงคริสต์มาส อีกรายคือ พอล ป็อกบา ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณหลัง ต้องรอเช็คความพร้อมก่อนแข่งอีกครั้ง ส่วนนักเตะคนอื่นๆฟิตพร้อมลงสนามทั้งหมด โดยคาดว่า โอเล กุนนาร์ โซลชา จะส่ง 2 นักเตะใหม่ในเกมรับทั้ง แฮร์รี แม็คไกวร์ และ อารอน วาน-บิสซากา ลงประเดิมสนามในนัดนี้
We kick off our 2019/20 #PL campaign at Old Trafford on Sunday… #MUFC
— Manchester United (@ManUtd) August 8, 2019
คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3
ผู้รักษาประตู |
เด เคอา |
กองหลัง |
วาน-บิสซากา, แฮร์รี แม็คไกวร์, ลินเดเลิฟ, ชอว์ |
กองกลาง |
แม็คโทมิเนย์, มาติช, ป็อกบา |
กองหน้า |
อเล็กซิส, มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด |
เชลซี
อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เข้ารับการผ่าตัดที่เข่าซ้ายตั้งแต่ท้ายฤดูกาลที่แล้ว และยังอยู่ในช่วงพักฟื้น ไม่สามารถลงช่วยทีมได้ เช่นเดียวกับ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่บาดเจ็บเอ็นร้อยหวายทั้งคู่ต้องพักยาว ส่วนในรายของ เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่กลับมาซ้อมได้ตามปกติแล้ว น่าจะพร้อมลงสนามเป็น 11 ตัวจริงได้ในเกมนี้ โดยคาดว่ากุนซือคนใหม่ แฟรงก์ แลมพาร์ด จะใช้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และเก็บนักเตะพลังหนุ่มอย่าง คริสเตียน พูลิซิช หรือ เมสัน เมานท์ เป็นทีเด็ดหากต้องการแก้เกมในยามจำเป็น90
คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-5-1
| ผู้รักษาประตู | อาร์ริซาบาลากา |
| กองหลัง | อัซปิลิกวยต้า, คริสเตนเซน, ซูมา, อลอนโซ |
| กองกลาง | ก็องเต้, จอร์จินโญ, บาร์คลีย์, เปโดร, วิลเลียน |
| กองหน้า | ชิรูด์ |
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 0)
3 สิงหาคม |
กระชับมิตร |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
2-2 |
เอซี มิลาน |
เสมอ |
31 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
คริสเตียนซุน |
0-1 |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
ชนะ |
25 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ |
1-2 |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
ชนะ |
20 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
1-0 |
อินเตอร์ มิลาน |
ชนะ |
17 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
4-0 |
ลีดส์ ยูไนเต็ด |
ชนะ |
เชลซี (ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1)
3 สิงหาคม |
กระชับมิตร |
โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค |
2-2 |
เชลซี |
เสมอ |
1 สิงหาคม |
กระชับมิตร |
เร้ดบูล ซัลซ์บวร์ก |
3-5 |
เชลซี |
ชนะ |
28 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
เรดดิ้ง |
3-4 |
เชลซี |
ชนะ |
23 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
บาร์เซโลนา |
1-2 |
เชลซี |
ชนะ |
19 กรกฎาคม |
กระชับมิตร |
คาวาซากิ ฟรอนตาเล |
1-0 |
เชลซี |
แพ้ |
เฮดทูเฮด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 2 เสมอ 2 เชลซี ชนะ 1
28 เมษายน 2019 |
พรีเมียร์ลีก |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
1-1 |
เชลซี |
19 กุมภาพันธ์ 2019 |
พรีเมียร์ลีก |
เชลซี |
0-2 |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
20 ตุลาคม 2018 |
พรีเมียร์ลีก |
เชลซี |
2-2 |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
19 พฤษภาคม 2018 |
พรีเมียร์ลีก |
เชลซี |
1-0 |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
25 กุมภาพันธ์ 2018 |
พรีเมียร์ลีก |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
2-1 |
เชลซี |
สถิติจาก OPTA ที่น่าสนใจ
-
นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันในนัดเปิดสนาม ตั้งแต่ฤดูกาล 2004/05 ซึ่งปีนั้น โชเซ มูรินโญ ประเดิมการเป็นกุนซือในพรีเมียร์ลีก โดยเป็น เชลซี ที่เฉือนชนะไป 1-0 จากประตูโทนของ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซน ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ของทีมสิงโดน้ำเงินคราม
-
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งจะเก็บชัยได้เพียง 2 เกม ในรอบ 13 เกมในลีกที่พบกันมา (ชนะ 2 เสมอ 6 แพ้ 5) แต่ไม่เคยแพ้เลยเมื่อได้เล่นในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด (ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 0)
-
เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บได้เพียง 7 คะแนน จาก 10 นัด ที่พบกับ 6 ทีมลุ้นแชมป์ในลีก ซึ่งถือว่าแย่ที่สุดใน บรรดา 6 ทีมใหญ่ ร่วมกับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่เก็บได้ 7 คะแนน เท่ากัน
-
เชลซี เป็นทีมที่ ปีศาจแดง พ่ายแพ้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก 18 เกม และเสียไปถึง 71 ประตู
-
ครั้งสุดท้ายที่พลพรรค เร้ดเดวิลส์ เล่นในบ้านพบกับ สิงห์บลู ในเกมนัดเปิดสนามนั้น ต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1958/59 โดยชนะไปได้อย่างขาดลอย 5-2 เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ทำแฮตทริกได้ในเกมวันนั้น
-
ทั้งสองทีมเป็นทีมที่ชนะในเกมนัดแรกของฤดูกาลมากกว่าทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก
-
ยอดทีมจาก ลอนดอน ไม่เคยแพ้ในเกมประเดิมสนามเลย หากได้เล่นในวันอาทิตย์ (ชนะ 8 เสมอ 3 แพ้ 0)
-
6 ครั้งที่ทีม สิงโตพันล้าน สามารถมาเอาชนะได้ถึง โรงละครแห่งความฝัน เป็นการเก็บชัยที่ไม่ซ้ำหน้ากุนซือกันเลยสักครั้ง โดยมี เกล็น ฮอดเดิ้ล, รุด กุลลิท, เคลาดิโอ รานิเอรี, โชเซ มูรินโญ, คาร์โล อันเชลอตติ และ ราฟาเอล เบนิเตซ
-
เกมนี้จะเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้ง 2 กุนซือ ที่เคยเป็นยอดผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม





.png?w=840&ssl=1)