มีประเด็นว่า ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อ…
Source: ผิดใจจริงหรือ !? ซาลาห์-มาเน่ ปมอะไรที่เด็กหงส์ต้องรู้
สเต็ปของคนเล่นบอล
มีประเด็นว่า ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อ…
Source: ผิดใจจริงหรือ !? ซาลาห์-มาเน่ ปมอะไรที่เด็กหงส์ต้องรู้
มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ได้ออกมาเปรียบเทียบสองผู้จัดการทีมที่เขาได้ทำงานด้วยอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ โชเซ มูรินโญ

โดย แรชฟอร์ด ได้ทำงานกับ มูรินโญ เป็นเวลาเกือบ 3 ปีก่อนที่ โซลชา จะเข้ามาเสียบเก้าอี้นายใหญ่ ปีศาจแดง เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
“เขา (โซลชาร์) นั้นมีความแตกต่างเป็นอย่างมาก (จาก มูรินโญ) แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมคาดหวังไว้อยู่แล้วด้วยความที่เขาก็เคยเป็นนักเตะมาก่อน” แรชฟอร์ด กล่าว “แล้วนอกสนาม โอเล่ ก็เข้าอกเข้าใจนักเตะดีกว่าด้วย”
ขณะที่กับ มูรินโญ เขาก็ได้ให้ความเห็นว่า “ผมไม่คิดว่าตัวเองมีปัญหาอะไรกับเขาเพราะ มูรินโญ นั้นก็คือผู้จัดการทีมระดับท็อป มูรินโญ มีวิธีการอ่านคนที่แตกต่างออกไป แต่สำหรับผมการที่ผู้จัดการทีมเคยเป็นนักเตะมาก่อนก็ทำให้เขามีไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกับเราและเข้าใจกันมากกว่า”
โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ(EPL) พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด



มีประเด็นว่า ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อาจจะยังระหองระแหงกันอยู่ สืบเนื่องมาจากประเด็น ในเกม ที่ ลิเวอร์พูล ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 3-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน แข้งชาวเซเนกัล ถูกเปลี่ยนตัวออกมาด้วยอาการฉุนเฉี่ยวอย่างรุนแรง ก่อนหลายฝ่ายคาดกันว่า ชนวนเหตุนั้นเกิดจากที่ ปีกมัมมี่ มักจะไม่ค่อยส่งบอลให้ มาเน่ ทั้งๆ ที่บางจังหวะ เพื่อนร่วมทีม อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า


ทว่าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นับว่าเป็นนักเตะที่อยู่เป็นใจกลางของแนวรุกหงส์แดงทั้ง 2 คน เขาอาจจะยิงประตูไม่มากเท่ากับ 2 แข้งจากแอฟริกา ทว่ามีส่วนอื่นที่ทดแทนมาได้ ส่วนประเด็นของ “คิง ออฟ อียิปต์” เจ้าตัว ผ่านบอลให้กับสองคู่หูแดนหน้ามากกว่า มาเน่ เนื่องจาก ซาลาห์ ผ่านบอล 258 ครั้ง ส่วน มาเน่ 210 ครั้ง แต่หลายครั้งที่เราอาจจะมองไม่เห็นเนื่องจากจังหวะสำคัญ บังโม มักจะดื้อไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วจากสถิติทำประตู 3 คนนี้มองตาก็รู้ใจกันสุดๆ
![]()
ถึงอย่างไรความเป็นมืออาชีพของนักเตะทั้ง 3 คนมีค่อนข้างสูง เมื่อพวกเขาผ่านอะไรด้วยกันมามาก จริงอยู่ที่บางคนต้องมีสิ่งที่ปรับปรุง และเราจะเอาภาพแค่ไม่กี่วินาทีมาตัดสินไม่ได้ว่า ทั้ง มาเน่ และ ซาลาห์ นั่นผิดใจกันจริงๆ เนื่องจากอารมณ์ร่วมในเกมที่หงส์แดงมีอยู่ในทุกๆ เกมนั่นเต็มที่ทุกนัด เห็นได้คำสัมภาษณ์จากกุนซือ คล็อปป์ ที่ไม่มีความกังวลใดๆ กับเรื่องนี้ รวมถึงกาวใจอย่าง ฟีร์มิโน่ ที่ยังคงชิวๆ ตรงนี้เองกับบรรยากาศภายในทีมที่ไม่มีคำว่ารอยร้าวใดๆ เกมกับนิวคาสเซิ่ล แฟนบอลทั่วโลกน่าจะได้คำตอบว่าสปิริตในทีมของหงส์แดงนั่นมีมากแค่ไหน
4 ประเด็นร้อนหลังศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก : อินโดนิเซีย 0-3 ไทย

| การแข่งขัน | ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 |
| วันแข่งขัน | วันอังคารที่ 10 กันยายน 2019 |
| เวลาแข่งขัน | 19:30 น. |
| ผลแข่งขัน | อินโดนิเซีย 0-3 ไทย |
| สนาม | เกลอรา บังการ์โน สเตเดียม |
ต้องชมการแก้เกมของผู้จัดการทีมอย่าง อากิระ นิชิโนะ ที่แก้เกมรวมถึงกระตุ้นขุนพลช้างศึกให้กลับมาในครึ่งหลังพร้อมความกระหาย กล้าได้กล้าเสียที่มากกว่าเดิม จากที่ครึ่งแรกเน้นการครองบอล ไม่กล้าที่จะเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างเต็มตัวเท่าใดนัก ซึ่งการเปลี่ยนแนวทางการเล่นนี้ เป็นที่มาของประตูแรก ในนาทีที่ 56 และหลังจากนั้นความมั่นใจของนักเตะไทยก็ดูเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสวนทางกับเจ้าถิ่นที่ดูจะเสียรูปขบวนไปหลังจากเสียประตูแรก และเมื่อโดนลูกที่สอง ไทย ก็ครองเกมได้แทบจะ 100% จนกระทั่งจบด้วยชัยชนะอย่างขาดลอยในที่สุด

แม้เกมนี้จะจบด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้น 3-0 แถมยังไม่เสียประตูให้ใครเลยตลอด 2 เกมที่ผ่านมา แต่หากมองดีดีจะเห็นได้ว่า พื้นที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง เป็นจุดที่เราถูกโจมตีมากที่สุด ซึ่งต้องว่ากันตรงๆว่าทั้ง โด และ ธีราทร จุดเด่นของทั้ง 2 คนนี้อยู่ที่การเล่นเกมรุกที่ดุดัน ซึ่งมันย่อมทำให้เกมรับด้อยลงไปเมื่อแบ็คทั้งสองข้างเติมขึ้นสูง เห็นได้จากวันนี้ ผู้เล่นริมเส้นทั้ง 2 ด้านของ อินโดนิเซีย สามารถสร้างปัญหาให้เกมรับของไทยได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่มาก แต่ต้องดูว่านี่คือ อินโดฯ หากต้องเจอทีมที่มีเกมรุกที่รวดเร็ว แข็งแกร่ง และ เฉียมคม กว่านี้ล่ะ รูปเกมคงไม่ออกมาในลักษณะนี้แน่ ดังนั้น ตรงนี้จึงเป็นอีกจุดที่ นิชิโนะ ควรจะรีบแก้ไขให้ได้เป็นสิ่งแรกๆ

ดาวรุ่งวัย 21 ปี จากสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รายนี้ โดดเด่นมาตั้งแต่เกมแรกกับเวียดนาม ถึงแม้จะพลาดลูกยิงในช่วงท้ายเกม แต่แค่นี้ก็เพียงพอจะให้เขาเป็น แมน ออฟ เดอะ แมทช์ ในเกมวันนั้น ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยม ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม รวมถึงการเล่นอย่างชาญฉลาด ทำให้เขาโดดเด่นขึ้นมา ทั้งที่ก่อนเกมทุกคนคิดแค่ว่า เจ ชนาธิป จะโชว์ฟอร์มแบกทีมได้มากน้อยขนาดไหน แต่เมื่อได้ชมเกมกลับเป็นเจ้าหนูเบอร์ 7 ที่เปล่งประกาย จนได้รับคำสรรเสริญมากมายทั้งจากทีมงาน สื่อต่างๆ รวมไปถึงแฟนบอลทั่วทั้งประเทศ
พอมาเกมในวันนี้ เจ้าตัวพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า เขาเก่งจริง ไม่ได้ฟลุกแต่อย่างใด ด้วยการยังระเบิดฟอร์ม ยิง 2 ประตู กับอีก 1 จุดโทษ เฉิดฉายกว่าเกมแรกเสียอีก พาทีมชาติไทยเก็บ 3 คะแนนแรกในฟุตบอลโลกหนนี้ได้สำเร็จ

2 เกมที่ผ่านมา ต้องยอมรับจริงๆว่า เจ เล่นได้ผิดฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นมาก หากมองเผินๆอาจจะคิดได้ว่าเป็นเพราะถูกทีมคู่แข่งประกบติดจนทำอะไรยากไปหมด แต่ในความจริงนั้น จังหวะที่ควรทำได้ดี ก็กลับพลาดเสียบอลง่ายๆอยู่หลายครั้ง ทำให้หลายๆคนเกิดคำถามขึ้นมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เดอะแบก รายนี้กันแน่
เหตุผลที่ฟอร์มของ เจ ยังไม่เข้าที่ก็มองได้หลายปัจจัย เช่น การพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นาน อาจส่งผลให้เจ้าตัวยังเล่นได้ไม่เต็ม 100 หรือจะเป็นเพราะ แผนการเล่นที่ต้องหุบไปยืนตรงกลาง ท่ามกลางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำให้จะทำอะไรมันก็จะติดๆขัดๆไปหมด แต่ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม ถ้าเป็น เจ คนเดิม เรื่องแค่นี้ก็ไม่น่าจะมาหยุดเขาได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะไม่ว่าจะยังไง คุณก็ยังคงเป็นแข้งเบอร์ 1 ของประเทศในสายตาแฟนบอลชาวไทยทุกคนเสมอ เพราะงั้นพวกเราทุกคนจะรอคอยการกลับมาเป็น เจ คนเดิมอีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม

ที่มา: ร่วมเชียร์ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันที่ 14 […]